เลื่อนวันสิ้นโลก! “ศาสดาอีโบ โนอาห์” อ้างพระเจ้าให้เวลาเพิ่ม หลังสาวกแห่บริจาคเงินขึ้นเรือโนอาห์

เลื่อนวันสิ้นโลก! “ศาสดาอีโบ โนอาห์” อ้างพระเจ้าให้เวลาเพิ่ม หลังสาวกแห่บริจาคเงินขึ้นเรือโนอาห์

26 ธ.ค. 2568 12:03 น.

เลื่อนวันสิ้นโลก! “ศาสดาอีโบ โนอาห์” อ้างพระเจ้าให้เวลาเพิ่ม หลังสาวกแห่บริจาคเงินขึ้นเรือโนอาห์

วุ่นทั้งทวีปแอฟริกา “อีโบ โนอาห์” ศาสดาอ้างตน เลื่อนคำทำนายวันสิ้นโลก 25 ธ.ค. 68 หลังผู้ศรัทธานับพันเก็บข้าวของหลั่งไหลสู่กานา ไปรอขึ้นเรือโนอาห์เอาชีวิตรอดจากน้ำท่วมใหญ่

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 “ศาสดาอีโบ โนอาห์” หรือที่รู้จักในชื่อ อีโบ จีซัส นักพยากรณ์อ้างตน ได้ออกมาประกาศ เลื่อนวันสิ้นโลก ที่เขาเคยทำนายว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 โดยอ้างว่า พระเจ้าได้ตอบรับคำอธิษฐานและมอบเวลาเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากขึ้น

การประกาศดังกล่าวมีขึ้น หลังจากประชาชนจากหลายประเทศในทวีปแอฟริกา หลั่งไหลเดินทางไปยังกานาเป็นจำนวนมาก หวังจะได้ขึ้น “เรือโนอาห์” เพื่อเอาชีวิตรอดจากวันโลกาวินาศ ตามคำทำนายของอีโบ โนอาห์ ขณะที่คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพ ครอบครัวจำนวนมาก ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ แบกสัมภาระและของใช้ส่วนตัว มารวมตัวกันบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเรือ ท่ามกลางความหวังว่าจะได้ขึ้นเรือหลบภัย

อีโบ โนอาห์ ระบุว่า เรือโนอาห์ที่มีอยู่ ไม่สามารถรองรับผู้คนจำนวนมหาศาลได้ จึงทำให้เขาต้องอธิษฐานขอเวลาเพิ่มเติมจากพระเจ้า เพื่อสร้างเรือเพิ่ม โดยปัจจุบันเขากำลังก่อสร้าง เรือไม้ประมาณ 10 ลำ ในกานา อ้างว่าแต่ละลำสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5,000 คน

รายงานระบุว่า เขาลงทุนในโครงการนี้ไปแล้วราว 250,000 ปอนด์ หรือประมาณ 11 ล้านบาท ซึ่งก่อให้เกิดทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยฝ่ายวิจารณ์ชี้ว่า เรือไม่มีเครื่องยนต์ ไม่มีระบบนำทาง และโครงสร้างไม่แข็งแรง พร้อมตั้งคำถามว่า เงินจำนวนมากควรถูกนำไปใช้ในโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากกว่า 

นอกจากนี้ ยังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า คัมภีร์ไบเบิล ได้ระบุไว้ใน ปฐมกาล 9:11 ว่า จะไม่มีน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่อีกในอนาคต ทำให้คำทำนายของอีโบ โนอาห์ถูกตั้งข้อสงสัยอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม อีโบ โนอาห์ ยังคงยืนยันว่า เขาได้รับ นิมิตจากพระเจ้าโดยตรง และกำลังเดินหน้าภารกิจช่วยมนุษยชาติต่อไป.

“คิม จองอึน” สั่งเร่งผลิตขีปนาวุธ-สร้างโรงงานเพิ่มในปี 2026 เสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

"คิม จองอึน" สั่งเร่งผลิตขีปนาวุธ-สร้างโรงงานเพิ่มในปี 2026 เสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

26 ธ.ค. 2568 12:02 น.

“คิม จองอึน” สั่งเร่งผลิตขีปนาวุธ-สร้างโรงงานเพิ่มในปี 2026 เสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาวุธหลายแห่ง พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ยกระดับการผลิตขีปนาวุธและเร่งก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ เพื่อให้ทันต่อความต้องการของกองทัพที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์จับตาเป็นการเตรียมความพร้อมส่งออกอาวุธช่วยรัสเซียรบในยูเครน แลกเทคโนโลยีการทหารขั้นสูง

นายคิม จองอึน ระบุระหว่างการตรวจเยี่ยมว่า ภาคส่วนการผลิตขีปนาวุธและลูกปืนใหญ่มีความสำคัญสูงสุดในการเสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อยับยั้งสงคราม พร้อมกำชับให้เตรียมพร้อมสำหรับการทำงานอย่างหนักในปีหน้า เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมให้ก้าวทันความต้องการของกองทัพเกาหลีเหนือ

 นักวิเคราะห์มองว่า การเร่งผลิตครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีที่แม่นยำเพื่อท้าทายสหรัฐฯ และเกาหลีใต้, การทดสอบอาวุธรุ่นใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมส่งออกอาวุธไปยังรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก

นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน เกาหลีเหนือและรัสเซียได้กระชับความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น โดยเกาหลีเหนือไม่เพียงส่งขีปนาวุธและลูกปืนใหญ่ให้รัสเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งกำลังพลไปร่วมรบในสมรภูมิยูเครนด้วย

ในขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ มีหลักฐานชี้ชัดว่า รัสเซียได้ตอบแทนเกาหลีเหนือด้วยความช่วยเหลือทางการเงิน เสบียงอาหาร พลังงาน และที่สำคัญคือ “เทคโนโลยีการทหารขั้นสูง” โดยเฉพาะเทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียม ซึ่งมีความใกล้เคียงกับเทคโนโลยีขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)

การประกาศเร่งผลิตขีปนาวุธครั้งนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่นายคิมได้ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตเรือดำน้ำนิวเคลียร์ พร้อมให้คำมั่นว่าจะโต้กลับ “ภัยคุกคาม” จากเกาหลีใต้ที่กำลังพัฒนาเรือดำน้ำของตนเองโดยมีสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน นอกจากนี้ เคซีเอ็นเอยังระบุว่าผู้นำเกาหลีเหนือได้ร่วมศึกษาโครงการวิจัย “อาวุธลับใต้ทะเลรุ่นใหม่” อีกด้วย

นายอัน ชาน-อิล นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือ ให้ความเห็นว่า เกาหลีเหนือกำลังพยายามขอรับการสนับสนุนเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูงจากรัสเซียเพิ่มเติม ทั้งขีดความสามารถของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์และเครื่องบินขับไล่ เพื่ออุดช่องโหว่ด้านกองทัพอากาศที่ยังเสียเปรียบอยู่

ทั้งนี้ คาดว่าเกาหลีเหนือจะเปิดเผย “แผนการผลิตและปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย” อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2026 นี้.

ที่มา AFP 

ญี่ปุ่นไฟเขียวงบประมาณปี 2026 ทุบสถิติ 122 ล้านล้านเยน หนุนกลาโหม-สวัสดิการ ท่ามกลางเงินเฟ้อ

ญี่ปุ่นไฟเขียวงบประมาณปี 2026 ทุบสถิติ 122 ล้านล้านเยน หนุนกลาโหม-สวัสดิการ ท่ามกลางเงินเฟ้อ

26 ธ.ค. 2568 11:21 น.

ญี่ปุ่นไฟเขียวงบประมาณปี 2026 ทุบสถิติ 122 ล้านล้านเยน หนุนกลาโหม-สวัสดิการ ท่ามกลางเงินเฟ้อ

รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติงบประมาณสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 122.3 ล้านล้านเยน หรือกว่า 24.33 ล้านล้านบาท สำหรับปีงบประมาณที่จะเริ่มในเดือนเมษายน 2026 เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนสวัสดิการสังคมที่ขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ โดยงบประมาณใหม่สูงกว่างบปีปัจจุบันที่ 115 ล้านล้านเยน 

รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2026 ที่จะเริ่มในเดือนเมษายน 2569 วงเงินรวม 122.3 ล้านล้านเยน (ประมาณ 24.33 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แซงหน้าปีปัจจุบันที่มียอดงบประมาณอยู่ที่ 115 ล้านล้านเยน

งบประมาณครั้งนี้ ได้มีการจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมสูงถึง 9 ล้านล้านเยน เพื่อเร่งยกระดับขีดความสามารถทางทหารตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ โดยกระทรวงกลาโหมระบุว่า “ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงและซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2”

ไฮไลต์สำคัญคือการทุ่มงบ 1 แสนล้านเยน เพื่อพัฒนาระบบป้องกันชายฝั่งที่ชื่อว่า “SHIELD” (Synchronised, Hybrid, Integrated and Enhanced Littoral Defence) ซึ่งเป็นการใช้ฝูงโดรนอัจฉริยะในการสกัดกั้นการรุกรานจากกองกำลังต่างชาติ โดยตั้งเป้าให้ระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมีนาคม 2028

นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิเน้นย้ำว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องใช้ “นโยบายการคลังเชิงรุก” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชาติ แทนการใช้นโยบายรัดเข็มขัดที่เข้มงวดเกินไป อย่างไรก็ตาม นโยบายใช้จ่ายมหาศาลนี้สร้างความกังวลให้กับตลาดทุน เนื่องจากปัจจุบันญี่ปุ่นมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี สูงที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าจะพุ่งแตะระดับ 232.7% ในปีนี้

นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยโนมูระ เตือนว่า หากงบประมาณขยายตัวไปถึงระดับ 125 ล้านล้านเยน อาจเกิดความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรคล้ายกับวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร ในยุคของอดีตนายกฯ ลิซ ทรัสส์ ซึ่งขณะนี้ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น กำลังส่งสัญญาณความเสี่ยงต่อค่าครองชีพของประชาชน เนื่องจากญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารและพลังงานเป็นหลัก

นอกเหนือจากงบประมาณด้านความมั่นคง รัฐบาลยังต้องรับภาระงบประมาณสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาสังคมผู้สูงอายุและอัตราการเกิดที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นายกฯ ทาคาอิจิยืนยันผ่านสื่อว่าเธอจะรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ และจะไม่ใช้วิธีการออกพันธบัตรหรือลดภาษีอย่างไม่รับผิดชอบ

ทั้งนี้ ร่างงบประมาณฉบับประวัติศาสตร์นี้ยังคงต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐสภาญี่ปุ่นในลำดับถัดไป.

ที่มา AFP

ทรัมป์เผยสหรัฐฯ เปิดฉากถล่มกลุ่มไอเอสในไนจีเรีย อ้างปกป้องชาวคริสต์จากการถูกกวาดล้าง

ทรัมป์เผยสหรัฐฯ เปิดฉากถล่มกลุ่มไอเอสในไนจีเรีย อ้างปกป้องชาวคริสต์จากการถูกกวาดล้าง

26 ธ.ค. 2568 10:55 น.

ทรัมป์เผยสหรัฐฯ เปิดฉากถล่มกลุ่มไอเอสในไนจีเรีย อ้างปกป้องชาวคริสต์จากการถูกกวาดล้าง

สหรัฐอเมริกาดำเนินการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของไนจีเรีย เพื่อปกป้องชาวคริสต์จากการถูกสังหาร โดยระบุว่าเป็นไปตามคำร้องขอของรัฐบาลไนจีเรีย ทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และกองบัญชาการกองทัพสหรัฐภาคแอฟริกาเปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในรัฐโซโคโต และสามารถสังหารสมาชิกไอเอสได้หลายราย

โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล ระบุว่า “ในคืนนี้ ตามคำสั่งของผมในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอย่างรุนแรงและเฉียบขาดต่อพวกเศษเดนก่อการร้ายไอเอสทางตะวันตกเฉียงเหนือของไนจีเรีย ซึ่งมีพฤติกรรมมุ่งเป้าและสังหารชาวคริสต์ผู้บริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยมในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายปี หรืออาจจะหลายศตวรรษ!”

กองบัญชาการแอฟริกาของสหรัฐฯ (AFRICOM) ยืนยันว่าการโจมตีเกิดขึ้นในรัฐโซโกโต โดยเป็นการประสานงานร่วมกับทางการไนจีเรีย ส่งผลให้กลุ่มนักรบไอเอสเสียชีวิตหลายราย ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เผยแพร่วิดีโอแสดงภาพขีปนาวุธที่ถูกยิงออกจากเรือรบเพื่อทำลายค่ายฝึกของกลุ่มก่อการร้าย

ด้านนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไนจีเรียสำหรับความร่วมมือ พร้อมทิ้งท้ายผ่านโซเชียลมีเดียว่า “นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด 

การโจมตีครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ได้เริ่มเตือนตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมว่า ศาสนาคริสต์กำลังเผชิญกับ “ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่” ในไนจีเรีย และขู่ว่าจะเข้าแทรกแซงทางทหารหากรัฐบาลไนจีเรียไม่สามารถหยุดยั้งความรุนแรงได้ ขณะที่มีรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรวบรวมข่าวกรองเหนือน่านฟ้าไนจีเรียมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไนจีเรียได้ชี้แจงว่า กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่มุ่งเป้าโจมตีทั้งชาวมุสลิมและชาวคริสต์ โดยระบุว่าข้ออ้างของสหรัฐฯ เรื่องการเบียดเบียนทางศาสนาอาจไม่ได้สะท้อนภาพรวมของสถานการณ์ความมั่นคงที่ซับซ้อน แต่ทางไนจีเรียก็ยินดีร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย

ในวันเดียวกันกับที่มีการประกาศเรื่องการโจมตี มีรายงานเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่มัสยิดแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 35 ราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มอิสลามิสต์หัวรุนแรงเช่นกัน

ทางด้านประธานาธิบดี โบลา ตินูบู ของไนจีเรีย ได้ออกแถลงการณ์เนื่องในโอกาสคริสต์มาส เรียกร้องให้เกิดสันติภาพระหว่างผู้ที่มีความเชื่อแตกต่างกัน และยืนยันความมุ่งมั่นในการปกป้องเสรีภาพทางศาสนาสำหรับชาวไนจีเรียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นชาวมุสลิมหรือชาวคริสต์

ทั้งนี้ ปฏิบัติการในไนจีเรียมีขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งเปิดฉากโจมตีเป้าหมายกลุ่ม ISIS หลายแห่งในซีเรีย เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีบุคลากรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าว.

ที่มา Reuters

เมียนมาเดือด กวาดล้างธุรกิจมอญ 15 ราย ตัดท่อน้ำเลี้ยงฝ่ายต่อต้านรัฐ โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง

เมียนมาเดือด กวาดล้างธุรกิจมอญ 15 ราย ตัดท่อน้ำเลี้ยงฝ่ายต่อต้านรัฐ โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง

26 ธ.ค. 2568 10:31 น.

เมียนมาเดือด กวาดล้างธุรกิจมอญ 15 ราย ตัดท่อน้ำเลี้ยงฝ่ายต่อต้านรัฐ โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง

รัฐบาลทหารเมียนมาเดินหน้ากวาดล้างผู้ประกอบการในรัฐมอญ จับกุมเจ้าของธุรกิจอย่างน้อย 15 ราย ฐานเลี่ยงภาษี–พัวพันสนับสนุนกลุ่มต่อต้าน  

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ทางการทหารเมียนมาจับกุมผู้ประกอบการในรัฐมอญ อย่างน้อย 15 ราย ตามคำสั่งกระทรวงวางแผนและการคลัง ของรัฐบาลทหาร ภายใต้มาตรการเข้มงวดด้านการจัดเก็บภาษีและการตรวจสอบแหล่งเงินทุน โดยแหล่งข่าวในแวดวงธุรกิจเปิดเผยว่า การบุกตรวจค้นมุ่งเป้าไปที่ผู้นำเข้าเชื้อเพลิง อาหาร และร้านค้าทองคำ ขณะที่กรมสรรพากรเริ่มสอบสวนผู้ถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า การจับกุมมีขึ้นหลังจากการบุกตรวจค้นโดยหน่วยข่าวกรองทหารระดับอำเภอและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม โดยการตรวจสอบไม่ได้จำกัดแค่รายรับรายจ่าย แต่ยังรวมถึงการบริจาคและเส้นทางการเงิน ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามไล่ล่าผู้สนับสนุนทางการเงินของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร

ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2566 พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงเร่งจัดเก็บภาษีเต็มรูปแบบ อ้างว่ามีการเลี่ยงภาษีอย่างแพร่หลาย และรัฐบาลทหารเชื่อว่า กลุ่มต่อต้านได้รับประโยชน์จากการค้าข้ามแดนผิดกฎหมาย ทำให้การกวาดล้างด้านภาษีทวีความเข้มข้นขึ้นในปีนี้ โดยกรมสรรพากรเตือนว่า ผู้หลีกเลี่ยง ชำระภาษีไม่ครบ หรือปลอมแปลงข้อมูลภาษีอาจถูกดำเนินคดีทั้งตาม กฎหมายภาษี และ กฎหมายฟอกเงิน.

ที่มา Irrawaddy

เกาหลีใต้เยือกแข็ง กรุงโซลติดลบ 11 องศา เตือนภัยคลื่นความหนาวทั่วประเทศ

เกาหลีใต้เยือกแข็ง กรุงโซลติดลบ 11 องศา เตือนภัยคลื่นความหนาวทั่วประเทศ

26 ธ.ค. 2568 09:47 น.

เกาหลีใต้เยือกแข็ง กรุงโซลติดลบ 11 องศา เตือนภัยคลื่นความหนาวทั่วประเทศ

เกาหลีใต้เผชิญคลื่นความหนาวรุนแรงต่อเนื่องหลังวันคริสต์มาส กรุงโซลอุณหภูมิลดฮวบเหลือติดลบ 11 องศา ขณะที่พื้นที่ภูเขาคังวอนหนาวสุดติดลบกว่า 21 องศา ทางการออกประกาศเตือนภัยหนาวจัดทั้งจังหวัด

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับสภาพอากาศหนาวจัดอย่างรุนแรงต่อเนื่องหลังผ่านพ้นวันคริสต์มาส โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี ระบุว่า ช่วงเช้าอุณหภูมิในกรุงโซลลดลงเหลือ ติดลบ 11 องศาเซลเซียส ส่วนเมืองอินชอนมีอุณหภูมิ ติดลบ 10.5 องศา, เมืองกวางจู ติดลบ 5.5 องศา และเมืองท่าปูซาน ติดลบ 4.8 องศา

รายงานข่าวระบุว่า ขณะที่พื้นที่ภูเขา ยอดเขาฮยังโนบง ในจังหวัดคังวอนทางตะวันออก เผชิญความหนาวรุนแรงที่สุด โดยอุณหภูมิลดลงถึง ติดลบ 21.3 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้ได้ (apparent temperature) ต่ำถึง ติดลบ 35.3 องศา

ทางอุตุฯ ได้ออกประกาศเตือนคลื่นความหนาว (Cold Wave Alert) ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดคังวอน พร้อมเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอากาศหนาวจัด โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง

รายงานข่าวยังระบุว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมทั่วประเทศคาดว่าอุณหภูมิในช่วงกลางวันจะขยับขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ ติดลบ 7 ถึง 2 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันมีการพยากรณ์ว่าจะมีหิมะตกเล็กน้อยบริเวณชายฝั่งจังหวัดชอลลาเหนือ–ชอลลาใต้ และเชจู เกาะท่องเที่ยวชื่อดัง.

ที่มา Yonhap 

ฝันร้ายคืนคริสต์มาส พายุถล่มแคลิฟอร์เนีย น้ำท่วม–ดินถล่ม ดับ 3 ชีวิต

ฝันร้ายคืนคริสต์มาส พายุถล่มแคลิฟอร์เนีย น้ำท่วม–ดินถล่ม ดับ 3 ชีวิต

26 ธ.ค. 2568 08:28 น.

ฝันร้ายคืนคริสต์มาส พายุถล่มแคลิฟอร์เนีย น้ำท่วม–ดินถล่ม ดับ 3 ชีวิต

พายุฝนรุนแรงที่ถล่มหลายพื้นที่ของรัฐแคลิฟอร์เนียในช่วงคริสต์มาส ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ สังเวยคืนวันคริสต์มาส

หน่วยงานพยากรณ์อากาศของสหรัฐฯคาดการณ์ว่า พายุฝนรุนแรงจัดจะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น  โดยบางพื้นที่ของ เทศมณฑลลอสแอนเจลิส มีปริมาณฝนสูงถึง 11 นิ้ว ทำให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนในหลายจุด และปิดถนนสายหลักหลายเส้น มีรายงานว่าหน่วยกู้ภัยต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนหลายครั้ง รวมถึงกรณีผู้ประสบภัยติดอยู่ภายในรถยนต์ ขณะที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้านผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กาวิน นิวซัม ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในนครลอสแอนเจลิส และหลายเทศมณฑลทางตอนใต้ของรัฐ ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา โดยจนถึงช่วงเย็นวันพฤหัสบดี มีประชาชนกว่า 100,000 คน ทั่วรัฐประสบปัญหาไฟฟ้าดับ

ศูนย์พยากรณ์อากาศของสหรัฐฯ (US Weather Prediction Center) เตือนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิด น้ำท่วมฉับพลันหลายจุดพร้อมระบุว่า ลำธารและแหล่งน้ำจำนวนมากอาจเอ่อล้น และอาจส่งผลกระทบต่อแม่น้ำสายใหญ่

ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุในครั้งนี้ แล้ว 3 ศพ คือชายวัย 64 ปี ในเมืองซานดิเอโก เสียชีวิตเมื่อเช้าวันพุธ หลังถูกต้นไม้ล้มทับ ขณะที่ชายวัย 74 ปี เสียชีวิตจากน้ำท่วมในเมืองเรดดิง ขณะตำรวจพยายามช่วยเหลือเขาออกจากรถยนต์ และยังมีหญิงชราวัยกว่า 70 ปี เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ หลังถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดตกจากโขดหิน และถูกพัดลงทะเลที่ อุทยานรัฐ MacKerricher ในเทศมณฑลเมนโดซิโน

ล่าสุดทางการออกคำเตือนอพยพสำหรับประชาชนบางส่วนใน เทศมณฑลซานเบอร์นาดิโน และประกาศเตือนน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ อ่าวซานฟรานซิสโก

รายงานระบุว่า ความเร็วลมในบางจุดของ Bay Area พุ่งสูงกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ ราว 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะที่ในเมือง อัลทาดีนา ใกล้ลอสแอนเจลิส เกิดดินถล่มในพื้นที่ที่เคยถูกไฟป่าเผาผลาญเมื่อต้นปี เนื่องจากดินไม่สามารถดูดซับน้ำฝนได้

รายงานระบุว่า พายุฝนครั้งนี้เกิดจาก ปรากฏการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ (Atmospheric Rivers) หลายสาย ที่พาความชื้นมหาศาลจากเขตร้อนเข้าสู่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯซ้ำเติมสถานการณ์ในช่วงหนึ่งในสัปดาห์ที่มีการเดินทางมากที่สุดของปี.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ คริสต์มาส

เมียนมากำหนดจัดเลือกตั้งรอบสุดท้ายปลายเดือน ม.ค. 2026 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความชอบธรรม

เมียนมากำหนดจัดเลือกตั้งรอบสุดท้ายปลายเดือน ม.ค. 2026 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความชอบธรรม

26 ธ.ค. 2568 07:40 น.

เมียนมากำหนดจัดเลือกตั้งรอบสุดท้ายปลายเดือน ม.ค. 2026 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความชอบธรรม

รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศจัดการเลือกตั้งรอบที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ในวันที่ 25 มกราคม 2026 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นเพียงความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหารอีกครั้ง

การกำหนดวันเลือกตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กองทัพเมียนมาเดินหน้าแผนการเลือกตั้ง ซึ่งถูกองค์กรเฝ้าระวังประชาธิปไตยและประชาคมระหว่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจของรัฐบาลทหาร หลังการรัฐประหารในปี 2021 ที่ทำให้ประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง และทำให้พื้นที่จำนวนมากของเมียนมาอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏติดอาวุธ

ผู้นำฝ่ายประชาธิปไตย ออง ซาน ซูจี ยังคงถูกคุมขังนับตั้งแต่การยึดอำนาจ ขณะที่พรรค สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy – NLD) ซึ่งชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในปี 2020 ถูกยุบพรรคไปแล้ว ด้านองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาวิจารณ์รัฐบาลทหารเมียนมาว่า ใช้มาตรการปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างกว้างขวางในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหภาพ (Union Election Commission) ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหาร ระบุว่าการเลือกตั้งรอบที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายจะจัดขึ้นใน 63 เมือง จากทั้งหมด 330 เมือง ทั่วประเทศ โดยกำหนดการเลือกตั้งแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ รอบแรก จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้, รอบที่สอง กำหนดในวันที่ 11 มกราคม และรอบที่สาม และรอบสุดท้าย ในวันที่ 25 มกราคม 2026

เมียนมาอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพเป็นเวลาส่วนใหญ่หลังได้รับเอกราช ก่อนจะมีช่วงเวลาประมาณหนึ่งทศวรรษของรัฐบาลพลเรือน ซึ่งสร้างความหวังถึงการปฏิรูปประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตาม ความหวังดังกล่าวยุติลงเมื่อ พลเอก มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำรัฐประหารยึดอำนาจ หลังพรรคการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งปี 2020 โดยกองทัพอ้างว่ามีการทุจริตเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง

ภายหลังรัฐประหาร กองกำลังความมั่นคงใช้ความรุนแรงปราบปรามการชุมนุมประท้วง ส่งผลให้นักเคลื่อนไหวจำนวนมากหันไปจับอาวุธ ร่วมกับกองกำลังชาติพันธุ์ที่ต่อสู้กับรัฐบาลกลางมาอย่างยาวนาน

รัฐบาลทหารเมียนมาได้ออกกฎหมายที่กำหนดโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี สำหรับผู้ที่ออกมาประท้วงหรือวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งด้านพลเอกมิน อ่อง หล่าย พยายามนำเสนอว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูประชาธิปไตย และเป็นหนทางสู่สันติภาพสำหรับฝ่ายต่อต้านการปกครองของกองทัพ

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งระบุว่า กระบวนการเลือกตั้งถูกครอบงำโดยพรรคการเมืองที่ฝักใฝ่กองทัพ ขณะที่ฝ่ายค้านที่แท้จริงแทบไม่มีพื้นที่ทางการเมือง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไร้ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เลือกตั้งเมียนมา

ฮุน มาเนต คุย มาร์โก รูบิโอ ชี้สหรัฐฯ อยากเห็นสันติภาพ กัมพูชา-ไทย

ฮุน มาเนต คุย มาร์โก รูบิโอ ชี้สหรัฐฯ อยากเห็นสันติภาพ กัมพูชา-ไทย

26 ธ.ค. 2568 07:12 น.

ฮุน มาเนต คุย มาร์โก รูบิโอ ชี้สหรัฐฯ อยากเห็นสันติภาพ กัมพูชา-ไทย

ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาโพสต์เฟซบุ๊ก หลังคุยโทรศัพท์กับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า สหรัฐฯ อยากเห็นสันติภาพระหว่างกัมพูชากับไทย และจะพยายามช่วยเหลือ

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค. 2568 สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของตัวเอง เปิดเผยเรื่องที่เขาโทรศัพท์พูดคุยกับนาย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ เรื่องปัญหาบริเวณชายแดนกัมพูชา–ไทย

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ

ข้อความของ ฮุน มาเนต ระบุว่า “คืนนี้ วันที่ 25 ธันวาคม 2025 ข้าพเจ้าได้หารือทางโทรศัพท์กับท่านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือถึงแนวทางในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงบริเวณชายแดนกัมพูชา–ไทย และสานต่อการดำเนินงานตามข้อตกลงสันติภาพเพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัมพูชาและไทย”

“รัฐมนตรีรูบิโอระบุว่า สหรัฐอเมริกาต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัมพูชาและไทย และจะพยายามให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เกิดการหยุดยิงโดยเร็วที่สุด”

“ข้าพเจ้ายังได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของกัมพูชาในการยึดถือเจตนารมณ์ของปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์ และแสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันต่อไปตามข้อตกลงที่มีอยู่ทั้งหมด”

“กัมพูชายังคงรักษาจุดยืนในการแก้ไขปัญหาชายแดนโดยสันติวิธี ตามหลักการและกลไกที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อคลี่คลายปัญหาชายแดนกัมพูชา–ไทย และสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

ตุรกีจับกุม ผู้ต้องสงสัยโยงไอซิส 115 คน วางแผนโจมตีวันปีใหม่

ตุรกีจับกุม ผู้ต้องสงสัยโยงไอซิส 115 คน วางแผนโจมตีวันปีใหม่

26 ธ.ค. 2568 06:14 น.

ตุรกีจับกุม ผู้ต้องสงสัยโยงไอซิส 115 คน วางแผนโจมตีวันปีใหม่

ตำรวจตุรกีบุกตรวจค้นสถานที่นับร้อยแห่งในอิสตันบูล และจับกุมผู้ต้องสงสัยมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามได้ถึง 115 คน ยึดอาวุธกับเครื่องกระสุนได้อีกจำนวนหนึ่ง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค. 2568 ทางการของประเทศตุรกีเปิดเผยว่า พวกเขาสามารถขัดขวางแผนการก่อเหตุโจมตีในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ได้สำเร็จ หลังเจ้าหน้าที่บุกควบคุมตัวผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ได้มากกว่า 100 คน

อัยการสูงสุดของเมืองอิสตันบูลระบุว่า ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายถึง 124 แห่งทั่วเมืองอิสตันบูล ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้ 115 ราย พร้อมทั้งยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุน และเอกสารเกี่ยวกับองค์กรได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่เหลืออีก 22 รายด้วย

เจ้าหน้าที่ตุรกีระบุว่า กลุ่มผู้สนับสนุนไอซิสวางแผนโจมตีทั่วประเทศตุรกีอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ โดยพุ่งเป้าหมายเป็นพิเศษไปที่กลุ่มผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม ขณะที่สำนักงานอัยการระบุว่า ผู้ต้องสงสัยมีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของกลุ่มไอซิสที่อยู่นอกตุรกีด้วย

การประกาศครั้งนี้มีขึ้นเพียงสองวันหลังจากเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของตุรกีได้บุกจู่โจมกลุ่มไอซิสบริเวณชายแดนอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน โดยชาวตุรกีรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกระดับสูงของเครือข่ายกลุ่มไอซิส ที่ปฏิบัติการในภูมิภาคดังกล่าว ถูกควบคุมตัวและถูกตั้งข้อหาวางแผนโจมตีพลเรือน

ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงของตุรกีดำเนินการกวาดล้างผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มไอซิสอย่างต่อเนื่อง โดยตุรกีมีพรมแดนยาว 900 กิโลเมตรติดกับประเทศซีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มไอซิสยังคงเคลื่อนไหวอยู่

ประธานาธิบดี อาเหม็ด อัล-ชารา แห่งซีเรีย ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลตุรกี ได้ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาและยุโรปเพื่อถอนรากถอนโคนกลุ่มไอซิสที่ยังหลงเหลืออยู่

เมื่อสัปดาห์ก่อน สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ต่อฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิสในซีเรีย เพื่อตอบโต้เหตุการณ์สังหารชาวอเมริกัน 3 ศพ ประกอบด้วย ทหารสหรัฐฯ 2 นาย และล่ามพลเรือน 1 ราย ที่ถูกลอบโจมตีในเมืองพัลไมราเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc