5 ท่าโยคะปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653008

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 13:04 น.

5 ท่าโยคะปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Homeพักเบรคระหว่างวันกับ 5 ท่าโยคะสไตล์เจ็ทส์ ปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Home

ในช่วงนี้ที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลับมาทำให้เราต้องกักตัวอยู่บ้านกันอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง แน่นอนว่าสิ่งที่มักจะมาคู่กับการนั่งทำงานหรือเรียนออนไลน์ที่บ้านเป็นติดต่อกันระยะเวลานานคืออาการปวดเมื่อยทั่วทั้งร่างกาย ทั้งปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ซึ่งทางแก้ของอาการเหล่านี้ นอกจากจะต้องปรับเปลี่ยนท่านั่งให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องหมั่นเสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อและร่างกายด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันนี้ เจ็ทส์ ฟิตเนส จึงมาแนะนำ 5 ท่าโยคะที่สามารถทำได้ง่ายๆ ระหว่างวัน ซึ่งไม่เพียงช่วยคลายอาการปวดเมื่อยและยืดกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจให้สดชื่นพร้อมต้านโรคร้ายไปด้วยกัน

ก่อนเริ่มฝึกโยคะท่าต่างๆ เราขอแนะนำให้ทุกคนลองเริ่มจากการนั่งทำสมาธิง่ายๆ กำหนดลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ เพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจให้สงบนิ่ง พร้อมโฟกัสกับการฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ใครที่เตรียมเสื่อโยคะไว้พร้อมแล้วยังสามารถลองฝึกแต่ละท่าอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กับเทรนเนอร์ของเจ็ทส์ ที่จะมาสาธิตการฝึกท่าอย่างละเอียดตั้งแต่ระดับง่าย กลาง ไปจนถึงระดับยากทีละขั้นตอน โดยสามารถรับชมวีดีโอได้ทางช่อง YouTube ของเจ็ทส์ ประเทศไทย

ท่า Cobra Pose

ท่า Cobra Pose เป็นท่าที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับหลายส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหลังส่วนล่าง ช่วยคลายความปวดเมื่อยและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อตามแนวกระดูกสันหลัง กระชับสะโพก กระตุ้นการทำงานของปอดและอวัยวะภายในต่าง ๆ โดยเริ่มจากท่า Downward-Facing Dog จากนั้นเลื่อนลำตัวไปด้านหน้าและวางลำตัวราบลงไปกับพื้น วางฝ่ามือทั้งสองข้างในแนวระนาบเดียวกับไหล่ ดึงหัวไหล่ไปด้านหลัง ดันลำตัวส่วนบนตั้งแต่ศีรษะจนถึงเอวขึ้นช้า ๆ ขณะที่ร่างกายส่วนล่างตั้งแต่สะโพกจนถึงหลังเท้ายังคงกดแนบกับพื้น ค้างไว้ประมาณ 15-20 วินาที

ท่า Seated Spinal Twist Pose 

ท่านั่งบิดตัวมากประโยชน์ Seated Spinal Twist Pose ช่วยบริหารกระดูกสันหลัง ยืดกล้ามเนื้อไหล่ สะโพกและต้นขา อีกทั้งยังส่งประโยชน์ถึงอวัยวะภายในช่องท้อง โดยเฉพาะระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย สำหรับท่านี้จะเริ่มจากท่านั่งหลังตรง จากนั้นนำขาขวาลอดขาซ้าย งอเข่าให้ปลายเท้าขวาชิดสะโพกด้านซ้าย ตั้งเข่าซ้ายใกล้ลำตัวและนำเท้าซ้ายวางไขว้คร่อมเข่าขวา กดสะโพกทั้งสองข้างให้แนบไปกับพื้น แล้วจึงวางมือซ้ายบนพื้นด้านหลัง ใช้ศอกขวาขัดกับเข่าซ้าย ยืดหลังตรง ลำตัวและสายตาหันมองตามหัวไหล่ไปด้านหลัง ค้างไว้ประมาณ 15-30 วินาที และสลับข้าง

ท่า Lizard Pose

ท่า Lizard Pose ช่วยยืดกล้ามเนื้อและเสริมความแข็งแกร่งให้กับสะโพกและต้นขา เน้นการเปิดสะโพกเพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่าง อีกทั้งยังเป็นท่าโยคะที่เตรียมความมั่นคงและความยืดหยุ่นของร่างกายสำหรับการฝึกโยคะท่าอื่นๆ ในระดับสูงยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากท่า Downward-Facing Dog จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านหน้า วางเท้าไว้ด้านนอกของฝ่ามือ เหยียดขาซ้ายตรงไปด้านหลัง วางเข่าและปลายเท้าซ้ายลงบนพื้น สำหรับคนที่มีความยืดหยุ่นมาก สามารถวางแขนและศอกลงบนพื้นเพื่อยืดกล้ามเนื้อให้ลึกยิ่งขึ้น ค้างไว้ประมาณ 15-30 วินาที กลับไปที่ท่า Downward-Facing Dog จากนั้นจึงสลับข้าง

ท่า Triangle Pose 

Triangle Pose เป็นอีกหนึ่งท่าพื้นฐานที่สร้างสมดุลให้แก่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นในการยืดเส้นสายประจำวันหรือการฝึกโยคะท่าอื่น ๆ ช่วยบรรเทาการปวดเมื่อยและยืดกล้ามเนื้อท่อนล่าง บริเวณหลัง สะโพก และขา และยังช่วยกระชับสะโพกให้เฟิร์มยิ่งขึ้น จากท่ายืนตรง แยกเท้าทั้งสองข้างให้กว้างกว่าสะโพก เปิดปลายเท้าขวาออก ดันสะโพกไปด้านหลัง ยืดลำตัวไปด้านหน้าพร้อมเหยียดแขนขวา วางมือขวาลงบนหน้าแข้ง ข้อเท้า หรือบนพื้น แขนซ้ายเหยียดขึ้นด้านบน หันหน้ามองขึ้นด้านบนตามปลายนิ้วมือซ้าย ค้างท่าไว้ประมาณ 15-30 วินาที และสลับข้าง

ท่า Rabbit Pose 

อีกหนึ่งท่าโยคะที่ช่วยยืดกระดูกและกล้ามเนื้อทั่วบริเวณแผ่นหลัง ไปจนถึงไหล่และต้นคอ นับเป็นการบริหารกล้ามเนื้อที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานได้อย่างดี เริ่มจากท่า Child’s Pose จากนั้นดันสะโพกไปด้านหลัง มือทั้งสองข้างจับส้นเท้า เก็บปลายคางเข้าหาหน้าอก วางกึ่งกลางศีรษะลงบนพื้น ยกสะโพกขึ้นและค่อยๆ โน้มตัวไปด้านหน้า ค้างท่าไว้ประมาณ 15-30 วินาที

หลังจากได้ลองฝึกแต่ละท่าแล้ว อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ นอกจากนี้ ในช่วงนี้ แม้ว่าจะอยู่ที่บ้าน ก็ยังควรหมั่นออกกำลังกายที่บ้านเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน สร้างความแข็งแกร่งทั้งกายและใจให้พร้อม work from home ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเจ็ทส์มีคลาสออกกำลังกายออนไลน์ Jetts Workout at Home

ให้เลือกฟิตกันแบบฟรีๆ ถึงบ้านทุกวัน ด้วยการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบให้เลือกฟิตกันตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น คลาสเต้นสุดมันส์อย่าง SH’BAM หรือ Street Jazz คลาสระเบิดพลังเพิ่มความแกร่ง J Series คลาสยอดนิยมที่ผสานการออกกำลังกายหลายรูปแบบเพื่อสร้างความแข็งแรงอย่างสนุกสนานอย่าง LesMills BODYCOMBAT, BODYBALANCE, BODYPUMP ไปจนถึง PT at Home ที่นำโดยเทรนเนอร์ระดับมืออาชีพจากเจ็ทส์ สามารถติดตามคลาสสนุกสุดฟิตทุกวันได้ที่ https://www.facebook.com/JettsThailand

Onitsuka Tiger x ดอยตุง สนีกเกอร์สะท้อนเอกลักษณ์ไทย–ญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652926

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 09:20 น.

Onitsuka Tiger x ดอยตุง สนีกเกอร์สะท้อนเอกลักษณ์ไทย–ญี่ปุ่นOnitsuka Tiger เปิดตัวรองเท้ารุ่นคอลลาบอเรชั่นกับดอยตุง โปรเจ็กต์แห่งความยั่งยืนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ยังคงนำเสนอคอลเลคชั่นร่วมสมัยที่ผสมผสานแฟชั่นกับกีฬา และมรดกของแบรนด์เข้ากับนวัตกรรม Onitsuka Tiger มีความภูมิใจที่จะประกาศการร่วมมือกับ โครงการพัฒนาดอยตุง โครงการหลักของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงใน พระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในราชอาณาจักรไทย โดยได้ร่วมกันจัดทำรองเท้าจากความคิดริเริ่มที่อยู่เหนือพรมแดน ความร่วมมือครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้ง Onitsuka Tiger และโครงการพัฒนาดอยตุงที่มีต่อการเคลื่อนไหวเพื่อความยั่งยืนระดับโลกที่กำลังเติบโต และสัญญาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งโลกและมนุษย์

โดยสิ่งทอที่นำมาใช้ผลิตรองเท้าทั้งสามรุ่น อย่าง MEXICO 66™, MEXICO 66™ PARATY และ SERRANO™ เป็นลวดลายที่คัดสรรมาอย่างดีจากผ้าแบบดั้งเดิมหลายประเภทที่ผลิตในท้องถิ่น แกนหลักของรองเท้ารุ่นนี้คือผ้าทอมือที่ใช้เวลาในการผลิตหนึ่งสัปดาห์ ตั้งแต่การปั่นด้ายไปจนถึงรูปแบบของลวดลาย เมื่อเทียบกับผ้าทอด้วยเครื่องจักรแล้ว วัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะนุ่มกว่าและงานดีไซน์ที่สำเร็จแล้วจะมีความละเอียดอ่อนกว่า สีแดงและสีน้ำเงินที่นำมาใช้นั้นมาจากสีของ Onitsuka Tiger Stripes ผ้าทอหลักของรุ่น MEXICO 66™ ที่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทย ถูกทออย่างพิถีพิถันที่ดอยตุง โดยใช้ด้าย PET รีไซเคิล 100% จากขวดพลาสติก โดยรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทยนั้น รุ่นหนึ่งจะเป็นผ้าสีดำพร้อมปักโลโก้ Onitsuka Tiger ส่วนอีกรุ่นหนึ่งจะเป็นลายเสือ ผ้าลายเสือที่สลับซับซ้อนให้ความรู้สึกเก๋และทันสมัย นอกจากนี้สีแดงและสีเหลืองบนพื้นรองเท้านั้นมาจากสีหลักของดอยตุงและ Onitsuka Tiger ผลิตภัณฑ์นี้ได้ผสมผสานระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมของช่างฝีมือในประเทศไทยกับรองเท้ารุ่นไอคอนิกของเรา ทำให้เต็มไปด้วยคุณภาพที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งของไทยและของ Onitsuka Tiger

เป้าหมายของโปรเจ็ก์นี้คือการเสาะหาผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์เหนือกาลเวลา มีโครงสร้างที่ทนทานและสวมใส่ได้สบาย และได้รับการชื่นชมจากผู้คนที่หลากหลายทั่วโลก รองเท้าทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและวัสดุที่ยั่งยืน คอลลาบอเรชั่นนี้นอกจากจะเป็นการผสมผสานระหว่างงานฝีมือของคนไทยกับรองเท้าไอคอนิกของ Onitsuka Tiger แล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือสังคมและการจ้างงานที่มีความหมายสำหรับชาวดอยตุง รองเท้ารุ่นที่เป็นเอกลักษณ์เหล่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย – ญี่ปุ่น ในขณะที่หัวใจของมันมุ่งเน้นไปที่เรื่องของความยั่งยืน รองเท้าสนีกเกอร์เหล่านี้และเรื่องราวที่มาของมันจะเป็นนิยามใหม่ของคำว่า “เท่” ในแฟชั่นยุคปัจจุบัน

รองเท้าทุกรุ่นจะมีวางจำหน่ายที่ร้าน Onitsuka Tiger Global Flagship Store สยามสแควร์วัน, ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ สาขาถนนพระราม 4, ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ สาขาโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย และบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2021 เป็นต้นไป เว็บไซต์: https://www.onitsukatiger.com/th/th-th/p/doitung สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://www.doitung.com/ หรือ https://www.instagram.com/doitung.official/

แนวคิดเชิงระบบ ศาสตร์แห่งความสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653001

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 08:50 น.

แนวคิดเชิงระบบ ศาสตร์แห่งความสำเร็จโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

แนวคิดเชิงระบบคืออะไร

มันคือภาวะองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ภาวะใหม่นี้สามารถแสดงคุณสมบัติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย

เพื่อสร้างความเข้าใจแนวคิดดังกล่าวและนำไปสู่การแก้ปัญหา เราลองพิจารณาธรรมชาติของสิ่งใกล้ตัวต่อไปนี้

1. กาแฟร้อน มันคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบคือ ผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน ส้มตำไทยก็เช่นกัน มันคือระบบที่เกิดจากการตำหรือคลุกเข้าด้วยกันของมะละกอ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ กระเทียม พริก น้ำตาล มะนาว น้ำปลา ถั่วลิสง กุ้งแห้ง และอื่นๆ

ทำนองเดียวกับน้ำ เกลือแกง โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา รถยนต์ และไม่ว่าอะไรก็ตาม ต่างก็มีธรรมชาติเป็นอย่างเดียวกันทั้งสิ้น เพราะต่างก็คือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ จึงผุดขึ้นเป็นสิ่งนั้นๆ แล้วเราก็บริโภคคุณสมบัติดังกล่าวที่ผุดขึ้น แล้วตีออกมาเป็นราคาตามคุณค่าของมัน

ดังนั้น ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาก็ทำนองเดียวกัน คือ เราต้องคิดวิเคราะห์เพื่อหาประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง แล้วคิดสังเคราะห์เพื่อเอาองค์ประกอบเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างเป็นทางออก เอาไปใช้แก้ปัญหา

2. กาแฟร้อนมีหลายชื่อ หลายชนิด และราคาก็ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความหอมและรสชาติความกลมกล่อมที่ต่างกัน คุณสมบัติดังกล่าวก็ขึ้นกับความแตกต่างขององค์ประกอบ เช่น เอสเพรสโซ่ มีแต่ผงกาแฟและน้ำร้อน คาปูชิโน่และลาเต้ก็เกิดจากการเอาเอสเพรสโซ่ มาเติมด้วยนมสดและฟองนมเข้าไป (ในสัดส่วนที่ต่างกัน) มอคค่า ก็เอาเอสเพรสโซ่มาเติมด้วยนมสด ฟองนม และช็อคโกแลต กาแฟร้อนทั้งสี่ชนิดนี้ต่างก็คือระบบ แต่มีชื่อเรียกต่างกัน เพราะองค์ประกอบต่างกัน รสชาติ ความหอมก็ต่างกัน ราคาก็ต่างกันด้วย นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมกาแฟร้อนทีชื่อเรียกต่างกัน รสชาติต่างกัน ราคาก็ต่างกัน ส้มตำมีหลายชนิด หลายรสชาติ โทรศัพท์มีหลายยี่ห้อ ความสามารถก็ต่างกัน ราคาก็แตกต่าง ทำนองเดียวกัน สินค้าใดๆ จึงมีหลายยี่ห้อ และถึงแม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกัน แต่มีคุณสมบัติและความสามารถที่ต่างกัน ราคาก็ต่างกันด้วยทั้งนี้เพราะว่า มันล้วนต่างกันที่องค์ประกอบ

ดังนั้น ในการแก้ปัญหาใดๆ เราต้องก้าวข้ามมุมมองที่ยึดติดอยู่กับคำตอบเดียวที่ดีที่สุด แต่เราต้องสร้างทางเลือกที่หลากหลายที่ดีที่สุด และทางเลือกอย่างสรางสรรค์นั้นต้องมาจากองค์ประกอบที่แตกต่าง

3. กาแฟที่มีอยู่อย่างหลากหลายชนิดนั้น นอกจากมาจากองค์ประกอบที่ต่างกันแล้ว มันยังกระบวนการ หรือลำดับการเติมองค์ประกอบหรือการชงที่ต่างกันด้วย เพราะลำดับการเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆ ที่ผสมกันนั้น มันมีขั้นตอนที่ต่างกัน จึงออกมาเป็นกาแฟชื่อเรียกต่างกัน รสชาติและความหอมก็ต่างกันและนี่คือเหตุผลว่าทำไม ราคามันจึงต่างกันด้วย ทำนองเดียวกับการเกิดขึ้นของความหลากหลายของสรรพสิ่ง ไม่ว่าอะไรก็ตาม ก็เกิดจากการเชื่อมโยงที่แตกต่างอย่างหลากหลาย

ดังนั้น ในการแก้ปัญหาใดๆ อย่างมีประสิทธิผล การหาทางออกของปัญหาอย่างสร้างสรรค์ นอกจากองค์ประกอบที่แตกต่างแล้ว ยังต้องมาจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบด้วย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือ แนวคิดเชิงระบบ อันเป็นศาสตร์แห่งความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพราะสถานการณ์ของปัญหาใดๆ มันก็มีธรรมชาติของความเป็นระบบเช่นกัน เพราะต่างก็เกิดจากประเด็นต่างๆ มาเชื่อมโยงกัน จนกลายเป็นปัญหาให้เราต้องแก้ไข และที่สำคัญปัญหาล้นเป็นปัญหาเชิงซ้อนที่เกิดจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง

ดังนั้น ในการแก้ปัญหา เราจึงต้องยกระดับความรู้ ปัญญา และกระบวนการเรียนรู้ โดยการแตกปัญหานั้นๆ ออกเป็นประเด็นย่อยๆ แล้วหาความสัมพันธ์ของมันว่าก่อให้เกิดเป็นปัญหาได้อย่างไร และด้วยการคิดวิเคราะห์เพื่อพิจารณาถึงความแตกต่างขององค์ประกอบ และการคิดสังเคราะห์เพื่อสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลาย จะนำมาซึ่งทางออกของการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

แนวคิดเชิงระบบจึงเป็นศาสตร์แห่งความสำเร็จ

3 เคล็ดลับปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652923

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 08:08 น.

3 เคล็ดลับปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้How to ปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้ กับบริการเดลิเวอรี่ “Taste of Siam x Robinhood” อิ่มอร่อยกับรสชาติแห่งสยามส่งตรงถึงบ้าน

เมื่อการ Work From Home วนเวียนกลับมาอีกครั้ง วันสยาม โกลบอลเดสติเนชั่นที่ผสานศักยภาพ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เลยอยากชวนมาตั้งเป้าการทำงานจากบ้านหนนี้ ให้เฮลตี้กว่าที่เคย กับ 3 เคล็ดลับดีๆปรับวิถีการกินช่วง Work From Home ให้ทำงานที่บ้านแบบไม่มีทางพลาด ของอร่อย แถมไม่ละเลยเรื่องสุขภาพ ให้ร่างกาย สมอง และจิตใจพร้อมเสมอสำหรับทุกสถานการณ์ สำหรับเหล่าคนทำงานสุด Productive ตารางแน่นทั้งวัน หรือใครที่ทำงานไปก็แว่บคิดถึงเมนูเด็ดจากร้านโปรด วันสยามมีตัวช่วยดีๆอย่างบริการ “Taste of Siam x Robinhood” อิ่มอร่อยกับรสชาติ แห่งสยามส่งตรงถึงบ้าน ผ่านแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด ฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย ที่คัดสรรกว่า 1,000 เมนูอร่อย จากสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมจากทั้ง 3 ศูนย์การค้าพร้อมเสิร์ฟถึงบ้านแล้ววันนี้

กินอย่างสมดุล

พยายามให้อาหารในแต่ละมื้อมีทั้งโปรตีน, ไฟเบอร์จากธัญพืช, ไขมันดี และที่ขาดไม่ได้คือวิตามินแร่ธาตุจากผัก และผลไม้ รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอเหมาะสมแล้ว จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น, มีพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการ จึงไม่รู้สึกหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือหิวบ่อย เป็นการเพิ่ม Productivity และยังช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น ลองกดสั่ง Norwegian Salmon Steak จาก TWG Tea สยามพารากอน แซลม่อนเสต็กชิ้นอวบเนื้อหวานที่อุดมไปด้วยโปรตีน เสิร์ฟคู่กับผักตามฤดูกาล มันบดเนื้อนุ่ม พร้อมซอสเลม่อนกระเทียมผสมกับชา เลมอน บุช ที ช่วงนี้ TWG Tea ยังมีโปรโมชั่น เดลิเวอร์รี่คุ้มพิเศษ ซื้อ 1 แถม 1 สั่งเมนูนี้รับทันที Ceasar Salad คุ้มที่ 2: ส่งฟรีเมื่อสั่งครบ 800 บาทขึ้นไป พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษ

หรือจะเป็นเมนูแซลม่อนสไตล์ฮาวายสุดคลีนอย่าง X Factor Poke Bowl เมนูยอดฮิตขายดีอันดับหนึ่งของร้าน Hunter Poke สยามเซ็นเตอร์ ที่อัดแน่นด้วยปลาดิบคุณภาพซาซิมิ ทั้งแซลม่อน, ปลาทูน่าสด และปลาไหลญี่ปุ่นย่างหอมๆ ตามด้วยไข่แซลมอนเม็ดโต ถั่วแระญี่ปุ่นเม็ดอวบใหญ่ มะม่วงสุกหวานฉ่ำ และไข่หวานหนานุ่ม พร้อมด้วยซอสสุดพิเศษ ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นคลุกสาหร่ายย่างถ่าน ซึ่งแซลม่อนในปริมาณ 100 กรัมประกอบไปด้วยโปรตีนกว่า 41% ของปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ทั้ง B3, B5, B6, B12, วิตามิน D, วิตามิน E และโปแตสเซียมอีกด้วย รับรองว่าอิ่มอร่อยอย่างสมดุลแน่นอน

กินอย่างมีขอบเขต

แยกมุมทำงานกับโต๊ะอาหารออกจากกันอย่างชัดเจน ควรนั่งกินอาหารที่โต๊ะให้เป็นเรื่องเป็นราว เพื่อพักเบรคและเปลี่ยนอิริยาบถอีกด้วย และไม่ควรกินไปทำงานไปอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะยุ่งหรือประชุมยาวเหยียดขนาดไหนก็ตาม เพราะการทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกัน จะทำให้ไม่โฟกัสกับการกิน พาลให้ไม่รับรู้ว่าอิ่มแล้ว ซึ่งจะทำให้กินมากหรือน้อยกว่าที่ควร เชื่อว่าอาหารไทยหลายๆอย่างก็ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะเอาไว้ทานอย่างรีบเร่งหน้าคอมพิวเตอร์ เพราะจะไม่ได้อรรถรสตามต้องการ แถมยังต้องมีพื้นที่ให้กับความหลากหลายของอาหารอีก โดยเฉพาะแนวแซ่บๆ อย่าง ชิลลี่ ไทย แอพ เซ็ท ชุดอาหารเรียกน้ำย่อยจาก Chlli Thai สยามพารากอน ที่คับคั่งไปด้วยข้าวตังหน้าตั้ง หมูสะเต๊ะ ไก่ทอดชิลลี่ ลาบถุงทอง และไหนจะปอเปี๊ยะอีสานที่มีผักแนมและสารพัดน้ำจิ้มอีก

หรือจะเมนูส้มตำรสนัว และต้มแซ่บเกี๊ยวกระดูกอ่อนหรือหมูเด้ง ก็ต้องให้เวลาละเลียดความอร่อยกันอย่างเป็นจริงเป็นจังและเป็นที่เป็นทาง

กินให้เป็นเวลา

ถึงจะ Work from Home เราก็ควรจะมีตารางเวลาชีวิตเหมือนกับเวลาเราไปทำงาน กำหนดมื้ออาหารและมื้อเบรคให้เป็นเวลาจะช่วยให้เราไม่เผลอกินจุบจิบ และยังได้เบรคพักสมองอีกด้วย หลังจากผ่านการประชุมออนไลน์ยาวๆ ก็มาเติมพลังและพักสมองกับ %Arabica สยามพารากอน ร้านแฟชื่อดังจากโตเกียว ให้ได้นั่งคาเฟ่ทิพย์ จิบกาแฟหอมๆ เอ็นจอย Specialty Coffee ที่บ้านแบบฟินๆ ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลเพื่อไม่ให้ง่วงเหงาหาวนอนตอนบ่ายกันในภายหลัง ลอง Americano เข้มๆ เย็นหรือร้อนตามชอบ เลือกได้ทั้งเมล็ดแบบ Arabica Blend คั่วเข้มสูตรเฉพาะของแบรนด์ โดดเด่นที่ความเข้ม หอม ออกช็อกโกแลต หรือ Ethiopia Yirgacheffe Adado Grade 1 Natural ที่ออกแนวฟรุตตี้ และฟลอรัล ติดเปรี้ยวแบบกลมกล่อม หรือใครอยากจะปลุกวิญญาณบาริสต้าในตัว ก็ลองสั่งเมล็ดกาแฟไปลองบดและชงเองที่บ้านได้ด้วย

ส่วนใครที่เป็นสายคลีน ขอแนะนำ Smoothie Bowl ของ Mom & Sis The Smoothie Café สยามเซ็นเตอร์ ความสดชื่นจากผักและผลไม้ 100% ไม่ใส่น้ำเชื่อม น้ำตาลหรือสารให้ความหวานใดๆ อร่อยและอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น Acai The Rainbow อาซาอิเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมท๊อปปิ้งผลไม้สด กราโนล่าและโกจิเบอรรี่ หรือจะเป็น Berry Blast Yogurt สมูทตี้ยอดฮิต เบอรรี่รวมปั่นกับผักโขม เพิ่มกรีกโยเกิร์ตได้ อร่อย สดชื่น พร้อมรับไฟเบอร์จากทั้งผักและผลไม้แบบเต็ม ๆ

เริ่มภารกิจเฮลตี้! สั่งเลยวันนี้ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ อิ่มครบ รับคุ้ม! ถึง 2 ต่อ เฉพาะแอปฯ โรบินฮู้ดเท่านั้น ได้แก่ คุ้มที่ 1: ใช้โค้ดส่วนลด ลดค่าอาหารทันที 100 บาท เมื่อสั่งอาหาร ครบ 500 บาทขึ้นไป เฉพาะ ร้านอาหารที่ร่วมรายการโค้ดส่วนลดเท่านั้น คุ้มที่ 2: รับฟรี Siam Gift Card มูลค่า 100 บาท พร้อมคูปองส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำในทั้ง 4 ศูนย์การค้า รวมมูลค่ากว่า 1,000 บาท เมื่อสั่งอาหารครบ 400 บาทขึ้นไปจากร้านค้าที่ร่วมรายการผ่านแอปฯ โรบินฮู้ด ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน นี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด สามารถชมรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่แอปฯ โรบินฮู้ด หรือ ติดตามที่เฟซบุ๊คและเว็บไซต์ OneSiam แถมกระซิบว่า ทุกมื้ออาหารที่สั่งผ่านโรบินฮู้ด ยังเป็นการรวมพลังสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ช่วยหล่อเลี้ยงรายได้และสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้คนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร รวมถึงเหล่าไรเดอร์นับหมื่น ให้เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้อีกด้วย

#TasteofSiamxRobinhood #OneSiam #Robinhood

Matter Makers คอลเลคชั่นสุดพิเศษ ‘Moonlight Campfire’ แรงบันดาลใจจากการตั้งแคมป์กลางป่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652757

วันที่ 14 พ.ค. 2564 เวลา 10:10 น.

Matter Makers คอลเลคชั่นสุดพิเศษ ‘Moonlight Campfire’ แรงบันดาลใจจากการตั้งแคมป์กลางป่าMatter Makers (แมตเทอร์ เมกเกอร์ส) เปิดตัวคอลเลคชั่น Moonlight Campfire นำบรรดาแฟชั่นนิสต้าออกเดินทางสู่การตั้งแคมป์กลางป่า

เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่เอาใจคนชอบเที่ยว ‘Moonlight Campfire’ จาก Matter Makers (แมตเทอร์ เมกเกอร์ส) นำบรรดาแฟชั่นนิสต้าออกเดินทางสู่การตั้งแคมป์กลางป่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องหลงใหลและสนุกสนานไปกับบรรยากาศท่ามกลางป่าเขาผ่านสิ่งที่พบเจอทั้งในยาม รุ่งอรุณและรัตติกาล รังสรรค์ออกมาเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของหญิงสาวสุดแสนพิเศษตามแบบฉบับของสาว Matter Makers

ยามรุ่งอรุณเป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านลวดลายสัตว์ป่าโดยการนำลาย ‘animal print’ อย่างลายเสือมาเป็นลูกเล่นอันโดดเด่น ซึ่งได้รับการผสมผสานกับการตัดต่อผ้าลายทางผนวกกับการใช้สีสันที่สนุกสนานสดใสของโทนสีพาสเทลมาร้อยเรียงเรื่องราวให้เหมือนแสงพระอาทิตย์ในรุ่งเช้าได้อย่างลงตัว

ยามรัตติกาลนำเอาภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับมาเล่าขานเรื่องราวผ่านลวดลาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุอย่างผ้าทอลายดาวผสมดิ้นเงิน หรือการใช้เทคนิคพิมพ์กลิตเตอร์ที่แทรกอยู่ในคอลเลคชั่น อีกทั้งยังประดิดประดอยด้วยรายละเอียดสวยโดดเด่นด้วยการเดรป และการเล่นชั้นระบายบนเสื้อผ้าเพื่อให้ คอลเลคชั่นมีกลิ่นอายของความเฟมินีน แต่ทว่ายังคงความเป็นสาว Matter Makers (แมตเทอร์ เมกเกอร์ส) อาทิ เสื้อยืดซิกเนเจอร์ (Signature T-Shirt) สกรีนคำว่า Matter ที่ได้รับการรังสรรค์รูปทรงให้ดูเท่และปราดเปรียวแต่เพิ่มลูกเล่นให้ดูอ่อนหวานด้วยการประดับลูกไม้ให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร

พบกับคอลเลคชั่น ‘Moonlight Campfire’ ที่ร้าน Matter Makers เกษรวิลเลจ ชั้น 2 โทร. 02-656-1388, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น 1 โทร 02-041-6388, ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม โซนไทยดีไซน์เนอร์ และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 หรือ ทางออนไลน์ ผ่านทาง Line: @mattermakers และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram @mattermakers Facebook https://www.facebook.com/mattermakers

#MoonlightCampfire

#TeamMatterMakers

‘ตุ๊ก ชนกวนัน’ แชร์ประสบการณ์ ‘มนุษย์แม่’ รับมือการเลี้ยงลูกช่วงกักตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652709

วันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 11:01 น.

'ตุ๊ก ชนกวนัน' แชร์ประสบการณ์ 'มนุษย์แม่' รับมือการเลี้ยงลูกช่วงกักตัวแม่ตุ๊ก-ชนกวนัน รักชีพ ส่งกำลังใจให้มนุษย์แม่ แชร์ประสบการณ์รับมือการเลี้ยงลูกช่วงกักตัวอยู่บ้านต้านโควิด-19

ในสถานการณ์ที่คนไทยต้องกักตัวอยู่บ้าน ป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 เชื่อว่า ‘มนุษย์แม่’ หลายคนต้องรับบทหนักกันแบบเต็มกำลัง งานนี้คุณแม่สุดสตรอง ผู้หญิงหัวใจแกร่ง ‘ตุ๊ก-ชนกวนัน รักชีพ’ ที่รับบทคุณแม่ลูก 2 แบบฟูลไทม์ ทั้งยังมีงานวงการบันเทิง ธุรกิจทั้งแบรนด์เสื้อผ้าและคอสเมติกต้องดูแล จึงมาแชร์ประสบการณ์ แบ่งปันวิธีรับมือดูแลสุขภาพกายใจในช่วงเวลาวุ่น ๆ แบบนี้ โดย ‘สาวตุ๊ก’ เล่าว่า

“ช่วงสถานการณ์ที่มีโรคระบาดแบบนี้ ยอมรับนะว่ามีช่วงที่จิตตกบ้าง เพราะการติดมันง่ายขึ้น แต่สุดท้ายแล้วเราก็บอกตัวเองว่าต้องเสพสื่ออย่างมีสติ เพราะถ้าเราจมอยู่กับข่าวมาก ๆ ก็ต้องนอยด์อยู่แล้ว ตุ๊กใช้วิธีการกลับมาเริ่มต้นที่ตัวเรา คือการดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ให้ตัวเราแข็งแรง ทานอาหารให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้คือการสร้างภูมิต้านทานหมดเลย และก็อย่าไปทำอะไรที่เป็นการเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เราที่เป็นเสาหลักต้องดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด อย่าให้ตัวเองล้มเด็ดขาดเพราะมีอีกหลายชีวิตที่เราต้องดูแล ทั้งลูก ๆ และลูกน้องค่ะ

สำหรับในส่วนของลูก ๆ ตุ๊กจะกำชับเรื่องความสะอาด เน้นย้ำเรื่องการล้างมือ การหยิบจับอะไรเข้าปากก็ต้องระวัง รวมถึงถ้ามีความจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านก็จะกำชับเรื่องการสัมผัสพวกพื้นที่สาธารณะ ส่วนช่วงเวลาที่เรากักตัวอยู่บ้าน เด็ก ๆ ไม่มีเบื่อเลยค่ะเพราะกิจกรรมเราแน่นมาก โชคดีที่บ้านเรามีบริเวณ เด็ก ๆ เลยมีพื้นที่ให้ออกไปวิ่งเล่นได้ แต่ก็จะมีกำหนดเวลานะคะ แบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาอ่านหนังสือด้วย เพราะหนังสือคือช่วยเปิดโลกได้มากๆ เป็นเหมือนประตูทวิภพที่จะพาเราไปสู่ความรู้เลยนะ ซึ่งโชคดีที่น้องแพรว น้องภูมิ เป็นหนอนหนังสือกันอยู่แล้ว เค้าชอบอ่านกันแบบที่เราไม่ได้ยัดเยียดเลยค่ะ

ตุ๊กว่าการอ่านหนังสือคือการหายใจเข้า เราได้มีสมาธิกับมัน ส่วนการที่พวกเขาได้ออกไปวิ่งเล่นคือการหายใจออก ก็เหมือนเป็นการบาลานซ์นะคะ ส่วนตุ๊กนี่จริง ๆ แล้วคือตัวติดหนังสือเลยนะ ช่วงโควิดมันจะมีช่วงที่เรานอยด์ ๆ ตุ๊กก็จะมีหนังสือที่เป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยสร้างพลังบวกในใจ แทนที่เราจะปล่อยเวลาไปให้ว่างเปล่า หรือเอาเวลาไปเสพสื่อในทางลบ เราก็เปลี่ยนมาใช้เวลากับสิ่งที่มันจะสร้างกำลังใจดี ๆ ให้เราดีกว่า ตอนนี้ตุ๊กชอบหนังสือที่ชื่อว่า ‘คู่มือสร้างภูมิคุ้มใจ’ นะคะ เป็นหนังสือในโครงการภูมิคุ้มใจ ของ สสส. ร่วมกับธนาคารจิตอาสาและความสุขประเทศไทย เล่มนี้ก็คือตรงตัวเลย อ่านแล้วสร้างภูมิในใจได้จริง ๆ เป็นการแนะนำวิธีการดูแลใจให้ไม่เครียดในช่วงโควิด อ่านแล้วช่วยปรับทัศนคติเราไปด้วยเหมือนกันนะ แล้วคืออ่านง่าย เข้าใจง่ายด้วย ตุ๊กว่าเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้มาก ๆ ชวนเข้าไปดาวน์โหลดอ่านออนไลน์ได้ฟรีกันนะคะ ที่เว็บไซต์ความสุขประเทศไทย HappinessisThailand.com มีทั้งหมด 4 เล่มค่ะ คือ ภูมิคุ้มใจฉบับมหาชน, ภูมิคุ้มใจฉบับครอบครัวที่ต้องห่างกัน, ภูมิคุ้มใจฉบับคู่รักที่ต้องอยู่ด้วยกัน และภูมิคุ้มใจฉบับครอบครัวและเด็กค่ะ อยากให้ลองดาวน์โหลดมาอ่านกันนะคะ สร้างพลังบวกให้เราในภาวะแบบนี้ได้จริงๆ ค่ะ”

เบื้องหลังกาแฟที่มาจากความเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรมนุษย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652620

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 12:40 น.

เบื้องหลังกาแฟที่มาจากความเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรมนุษย์เนสเพรสโซ ผุดแคมเปญ Made with Care เล่าเบื้องหลังกาแฟที่มาจากความเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรมนุษย์ ผ่านมุมมองแบรนด์แอมบาสเดอร์ “George Clooney” และเฟรนด์ออฟเนสเพรสโซ

Nespresso (เนสเพรสโซ) มีความเชื่อมาโดยตลอดว่า กาแฟสามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมได้ ความเชื่อมั่นนี้จึงกลายมาเป็นหัวใจหลักของแคมเปญใหม่ล่าสุด “Made with Care” (เมด วิธ แคร์) ที่เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกวันนี้ โดยวิดีโอแคมเปญนี้จะพาคุณไปพบกับ George Clooney (จอร์จ คลูนีย์) ผู้ดำรงตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเนสเพรสโซมาอย่างยาวนานและเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Nespresso Sustainability Advisory Board (NSAB) พร้อมด้วยเฟรนด์ออฟเนสเพรสโซ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือทำงานใกล้ชิดกับเนสเพรสโซ ไม่ว่าจะเป็นนักปฐพีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ ศิลปินหรือนักแสดงระดับนานาชาติ มาร่วมค้นหาเรื่องราวการเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรมนุษย์ในทุกกระบวนการของห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟของเนสเพรสโซทุกแก้ว

กาแฟเนสเพรสโซทุกแก้วเริ่มต้นมาจากความใส่ใจ

แคมเปญ “Made with Care” บอกเล่าถึงปณิธานหลักของเนสเพรสโซที่มีความเชื่อว่าการรังสรรค์กาแฟคุณภาพเยี่ยมไม่เป็นเพียงงานศิลป์แขนงหนึ่ง แต่ยังช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อโลกได้ หากมีความพิถีพิถันใส่ใจต่อการผลิตในทุกรายละเอียด โดยปณิธานนี้เป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในทุกส่วนของห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Nespresso AAA Sustainable QualityTM Program ที่เนสเพรสโซและชาวไร่กาแฟร่วมมือกันสร้างสรรค์กาแฟชั้นยอดพร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไร่กาแฟและร่วมกันปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโครงการ Reviving Origins ที่มอบพันธสัญญาในการพลิกฟื้นแหล่งปลูกกาแฟที่มีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์และพัฒนาคุณภาพชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งปณิธานเดียวกันนี้ยังอยู่เบื้องหลังเจตนารมย์ของเนสเพรสโซในการเป็นองค์กรปลอดคาร์บอน 100% ภายในปี 2022 อีกด้วย 

แอนนา ลุนด์ดรอม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตราสินค้า (Chief Brand Officer) ของเนสเพรสโซ เผยว่า “ความใส่ใจในทรัพยากรมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงองค์กรของเรา และเป็นหลักปรัชญาที่เรายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจเสมอมา โดยเราไม่เพียงแต่จะมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า แต่ยังคำนึงถึงการปกป้องโลกและทรัพยากรธรรมชาติผ่านการดูแลเอาใสใจในทรัพยากรมนุษย์และใช้ความคิดสร้างสรรค์ในทำงาน แนวทางในการทำงานเช่นนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราสามารถที่จะสร้างสรรค์กาแฟคุณภาพเยี่ยมควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าที่ดีให้แก่โลกใบนี้ได้ และเราภูมิใจมากที่ได้ร่วมงานกับเฟรนด์ออฟเนสเพรสโซทุกคนที่มีความเชื่อเหมือนกับเราในแคมเปญนี้”

ค่านิยมร่วม (Share Values)

แคมเปญ Made with Care ยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเนสเพรสโซและจอร์จ คลูนีย์ ที่ยึดมั่นในคุณค่าของความใส่ใจเช่นเดียวกัน จึงทำให้สามารถร่วมงานกันมาได้อย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่นอกจากจะเป็นตัวแทนของแบรนด์แล้ว ยังสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอีกด้วย 

จอร์จ คลูนีย์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเนสเพรสโซ กล่าวว่า “ผมและเนสเพรสโซมีความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวไร่กาแฟเช่นเดียวกันมาโดยตลอด เราเชื่อว่าการเอาใจใส่เป็นสิ่งสำคัญและส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้ ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานเคียงข้างกับเนสเพรสโซและพาร์ทเนอร์ที่ร่วมอุดมการณ์เดียวกับเราอีกหลายท่านในแคมเปญนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักเคลื่อนไหว เซเลบริตี้ ไปจนถึงชาวไร่กาแฟและผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ ที่เสียสละอุทิศตนมากที่สุด เราทุกคนล้วนมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ต่อสู้กับความเที่ยงธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าเรา ตลอดจนลูกหลานและคนรุ่นต่อ ๆ ไปจะได้บริโภคและดื่มด่ำกับกาแฟที่ดีที่สุด”

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับแคมเปญ Made with Care สามารถติดตามรายละเอียด ได้ที่ Facebook Nespressothailand , Instagram: @Nespresso.th , Line: @NespressoTH

ความต้องการสารอาหารที่ต่างกันตามวัยของสัตว์เลี้ยง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652586

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 08:18 น.

ความต้องการสารอาหารที่ต่างกันตามวัยของสัตว์เลี้ยงนักโภชนาการอาหารสัตว์ แชร์ความรู้เรื่องอาหารน้องหมา-น้องแมวตามช่วงวัย ความใส่ใจของเจ้าของสู่ความสุขภาพดีของสัตว์เลี้ยง

เชื่อหรือไม่ว่าพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงคู่ใจในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากอดีตเป็นอย่างมาก นั่นเพราะในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้มนุษย์ไม่ได้เป็นแค่ Pet Owner และสัตว์เลี้ยงก็ไม่ใช่เพียง Pet Lover แต่พวกเค้าเป็นมากกว่านั้น นั่นคือ Pet Parent หมายถึง สัตว์เลี้ยงคือหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวที่จะผูกพันและดูแลไปตลอดชีวิตของกันและกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราจะคัดสรรของทุกอย่างให้มีคุณภาพ ทั้งในเรื่องของที่อยู่อาศัย ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกิน ที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยหนึ่งในวิธีที่ง่ายต่อการเลือกอาหารให้เด็กๆ คือให้เค้ากินตามช่วงอายุ ให้ได้รับสารอาหารตามที่ต้องการในแต่ละวัย เพื่อร่างกายที่แข็งแรง มีพัฒนาการที่ดี และเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม

นักโภชนาการอาหารสัตว์ จากแบรนด์ Iskhan (อีสคาน) เกรดอาหารขั้นพรีเมียม Holistic grade & Grain-Free & Hydrolyze Protein สำหรับน้องหมาน้องแมวจากประเทศเกาหลีใต้ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการให้อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงในแต่ช่วงวัยไว้ว่า สัตว์แต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารที่ต่างกัน และสารอาหารในอาหารสัตว์แต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ซึ่งสามารถจำแนกตามช่วงวัยได้ดังนี้

สัตว์เลี้ยงประเภทแมว แบ่งเป็น 3 ช่วงวัย คือ

ลูกแมว เน้นไปที่โปรตีนและแคลเซียมเป็นหลัก เพราะลูกแมวเริ่มเจริญเติบโต และเล่นซนมากขึ้น จึงต้องการพลังงานค่อนข้างมาก ลูกแมวเริ่มกินอาหารเม็ดตั้งแต่ 2 เดือน ควรรับประทานอาหารสำหรับลูกแมวอายุ 2-12 เดือน โปรตีนไม่น้อยกว่า 36%

ลูกแมวอายุ 3 เดือนขึ้นไป สำหรับลูกแมวอายุ 3 เดือนขึ้นไป ให้เน้นโปรตีนไม่น้อยกว่า 35%

แมวโตเต็มวัย ช่วง 1 ปีเป็นต้นไป ซึ่งร่างกายเริ่มโตเต็มที่แล้ว การใช้พลังงานก็จะไม่เท่าลูกแมว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยแมวแต่ละตัวเป็นหลัก โปรตีนหรือไขมันอาจลดลงมาหน่อย และเน้นไปที่ส่วนผสมอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง ให้เน้นโปรตีนไม่น้อยกว่า 33%

…เรื่องต้องรู้ของทาสแมว

สิ่งที่เจ้าของแมวต้องสังเกต ก่อนเลือกซื้ออาหาร คือส่วนผสมหลักๆ ที่จำเป็นต่อแมว ได้แก่ เนื้อปลาแซลมอนสด เพิ่มมูลค่าทางโภชนาการสูง น้ำมันปลาแซลมอน ทำให้ผิวขนสวยงาม นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุและวิตามินจำเป็นรวมกว่าอีก 20 ชนิด โดยใจปัจจุบันอาหารสัตว์เลี้ยง ยังมีการใช้เทคโนโลยี สกัดเซลูโลส และผสมกับผักผลไม้ ที่สามารถป้องกันการเกิดก้อนขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้มีการ ปรับ pH ในอาหาร ช่วยดูแลไต ป้องกันการเกิดโรคระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงยังช่วยลดกลิ่นอึกลิ่นฉี่ และ Low Sodium ให้สามารถกินได้อย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย

สัตว์เลี้ยงประเภทสุนัข แบ่งเป็น 3 ช่วงวัย คือ

ช่วงอายุ 2-4 เดือน มีความคล้ายกับลูกแมว ที่อยู่ในช่วงกำลังซุกซน ทำให้ต้องการพลังงานค่อนข้างมาก แต่ว่าโปรตีนจะน้อยกว่าแมวประมาณ 2.5 เท่า ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 30%

ช่วงอายุ 4 เดือนจนถึง 1 ปี เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น สุนัขสามารถวิ่งเล่นได้ทั้งวัน Alert ได้ตลอดเวลา ทำให้หิวบ่อยและกินเก่งจึงโตค่อนข้างเร็ว ช่วงนี้ควรให้อาหารสำหรับวัยกำลังโตโดยเฉพาะ ให้อาหารที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 32% ซึ่งในปัจจุบันมีการอาหารประเภท เกรน-ฟรี Grain-free หรืออาหารทดแทนการใช้ ธัญพืช เพื่อเป็นการลด และป้องกันการแพ้อาหารจากธัญพืช

สุนัขโตเต็มวัย 1 ปีขึ้นไป ในสุนัขพันธุ์เล็กจะโตไวกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ แต่ทั้ง 2 พันธุ์ ก็ควรเน้นอาหารที่ให้เรื่องของสุขภาพ เพราะระบบเผาผลาญจะไม่ค่อยดีเท่าสุนัขวัยเด็ก ควรเน้นอาหารไปที่เนื้อสัตว์ กระดูกติดเนื้อ และผัก

สำหรับสุนัขอายุมาก มักจะมีปัญหาเรื่องการคบเคี้ยว ควรเลือกอาหารสุนัขที่มีเม็ดนุ่ม เคี้ยวง่าย และสารอาหารที่ช่วยบำรุงข้อกระดูก ให้กับสุนัขที่ตัวโตอายุมาก ซึ่งจำเป็นต้องเน้นการบำรุงข้อ อาทิ สารกลูโคซามีน และคอนดรอยตริน เป็นต้น

…เรื่องต้องรู้ของคนรักน้อนนน

สิ่งที่เจ้าของสุนัขต้องสังเกต ก่อนเลือกซื้ออาหาร คืออาหารของสุนัขทุกช่วงอายุ ควรมีโซเดียมต่ำ และสารอาหารที่สามารถช่วยลดกลิ่นฉี่และอึได้ อีกทั้งสารอาหารที่ช่วยระบบย่อยอาหาร ดูแลไต ลำไส้ อาทิ FOS โพรไบโอติก เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย อาทิ IgY&Colostrum เป็นต้น

แค่นี้ไอต้าวหมาแมวก็สามารถมั่นใจได้ว่าทั้งน้องหมาและน้องแมว ไม่ว่าจะพันธุ์ไหนหรืออายุเท่าไหร่ สามารถได้รับสารอาหาร และคุณประโยชน์อย่างครบถ้วน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณ มีสุขภาพที่แข็งแรง และอยู่ด้วยกันไปนานๆ แล้ว

เปิดปรากฏการณ์ทอล์คออฟเดอะทาวน์ไวรัลบน TikTok 2564 ครึ่งปีแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652584

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 06:20 น.

เปิดปรากฏการณ์ทอล์คออฟเดอะทาวน์ไวรัลบน TikTok 2564 ครึ่งปีแรกส่อง Hashtag ดังในระดับที่เรียกว่าทุกคนต้องพูดถึงและร่วมสนุกบนแพลตฟอร์ม TikTok จนเป็นกระแสมาแรงในช่วงครึ่งปี 2564

ด้วยพันธกิจจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และมอบความสุขให้กับผู้คน ส่งผลให้ TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชั้นนำระดับโลกได้รับความนิยมและคงกระแสความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ดันให้เกิดกระแสความนิยมคอนเทนท์วิดีโอสั้นและการมีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ของผู้คนผ่าน Hashtag ต่างๆ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ไวรัลที่โด่งดังมากมาย และวันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้กับ Hashtag ที่โด่งดังในระดับที่เรียกว่าทุกคนต้องพูดถึงและมาร่วมสนุกกันบนแพลตฟอร์ม TikTok จนเป็นกระแสมาแรงตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่ผ่านมา

จากผลสำรวจของ Kantar ในปี 2563 พบว่า 83% ของผู้ใช้รู้สึกว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มผู้นำกระแส และ 82% มองว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เป็นบวก ส่งผลให้ผู้ใช้รู้สึกดีเมื่อได้ใช้เวลาบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ TikTok ยังถือเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นจุดกำเนิดวัฒนธรรมวิดีโอสั้นและการมีส่วนร่วมของผู้คน หรือ User Engagement ซึ่งการมีส่วนร่วมของผู้คนบนแพลตฟอร์ม TikTok มีอยู่หลายรูปแบบ โดยล่าสุดจากการสำรวจผู้ใช้ TikTok ในประเทศไทย ในปี 2563 พบว่า ผู้ใช้ TikTok ส่วนใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมการใช้แค่ดูคอนเทนท์เท่านั้นแต่ยังมีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ด้วย โดย พบว่า

  • 91% ผู้ใช้ TikTok มีการกดไลค์วิดีโอ
  • 84% ผู้ใช้ TikTok มีการโพสต์วิดีโอ
  • 63% ผู้ใช้ TikTok มีการคอมเมนต์วิดีโอ
  • 57% ผู้ใช้ TikTok กดติดตามบัญชีเจ้าของวิดีโอ
  • 42% ผู้ใช้ TikTok แชร์วิดีโอบน TikTok ให้กับผู้อื่น

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีความโดดเด่นในพฤติกรรมของผู้ใช้ที่มีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ และเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้คอนเทนท์บน TikTok สามารถเกิดเป็นปรากฏการณ์ไวรัลได้อย่างมากมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากกลยุทธ์สำคัญ คือ กลยุทธ์ด้านคอนเทนท์ ที่มุ่งเน้นการสร้างความหลากหลายของคอนเทนท์ และ Hashtag Campaign บนแพลตฟอร์มเพื่อให้เข้าถึงผู้คนที่หลากหลายในทุกกลุ่มอายุและทุกความต้องการ ควบคู่กับ Creative Tools หรือ เครื่องมือสร้างสรรค์คอนเทนท์วิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์ม ทั้งเอฟเฟกต์ และสติกเกอร์ และเสียงเพลง ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์คอนเทนท์แบบ UGC (User Generated Content) หรือร่วมสนุกกับคอนเทนท์และ Hashtag Campaign ต่างๆ ได้อย่างไร้ข้อจำกัด ส่งผลให้ TikTok จึงเป็นแพลตฟอร์มแห่งการแจ้งเกิดปรากฏการณ์ไวรัลมากมาย และในวันนี้ TikTok ได้รวบรวมปรากฏการณ์ Hashtag Campaign ที่โดดเด่นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ที่ได้สร้างความสนุกและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมาให้ทุกคนได้ประมวลภาพความสนุกกันอีกครั้ง

#รักไม่ซ้ำหน้า

ครั้งแรกกับการนำเสนอคอนเทนท์ในรูปแบบ Interactive Movie หรือ การรับชมภาพยนตร์ที่ผู้ชมสามารถร่วมแสดงเป็นส่วนหนึ่งกับภาพยนตร์ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านภาพยนตร์แนวใหม่ “Songkran Stranger #รักไม่ซ้ำหน้า” ที่ได้นักแสดงชื่อดังอย่าง“มาริโอ้ เมาเร่อ” และ “หลิน มชณต” มาร่วมเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สนุกสนานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 ที่ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมกับเรื่องราวในแต่ละตอนของภาพยนตร์ได้แบบเสมือนจริง ผ่านฟีเจอร์ Duet หรือ Stitch ซึ่งเป็นสามารถสร้างยอดวิวได้สูงถึง 95.7 ล้าน

#PrompterChallenge

แคมเปญที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สวมบทบาทเป็นผู้ประกาศข่าวและเรียนรู้การอ่านข่าวที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงด้วยการอ่านข่าวผ่านเครื่อง Prompter ซึ่งนอกจากจะสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้คนในหลากหลายอาชีพแล้ว ยังเปรียบเสมือนการสานฝันให้กับใครหลายๆ คนมีความฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าวได้อย่างง่ายดาย และนอกจากการอ่านข่าวภาษาไทยยังมีอีกหลากหลายภาษาที่ท้าให้ทุกคนรวมสนุก จนทำให้เกิดคอนเทนท์สุดแปลกแหวกแนวมากมาย อาทิ การประกาศคำแนะนำบนเครื่องบินของอาชีพแอร์โฮสเตส, การสอนออกเสียงภาษาในภาคต่างๆ เป็นต้น ซึ่ง #PrompterChallenge สามารถสร้างความนิยมจากยอดวิวได้สูงถึง 131.5 ล้าน

#DontTellMeHowToDress

การต่อยอดจากโครงการดัง DON’T TELL ME HOW TO DRESS ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมได้เห็นถึงความสำคัญและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่ในวัยเยาวชนต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่เพื่อสะท้อนว่าการแต่งกายของผู้หญิงไม่ใช่สาเหตุที่ถูกคุกคาม โดยแคมเปญ #DontTellMeHowToDress TikTok ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ อย่าง องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นวีเมน (UN Women), สถานทูต Canada, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบนักขับเคลื่อนสิทธิสตรีสัญชาติไทยและทูตสันถวไมตรีประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค UN Women เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมแสดงออกผ่านการถ่ายคลิปแต่งตัวในแต่ละสไตล์ของตนเองในชีวิตประจำวัน เพื่อแสดงพลังพร้อมบอกสังคมว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะปลอดภัยและไม่ถูกคุกคามไม่ว่าจะแต่งตัวยังไง ซึ่ง #DontTellMeHowToDress เป็นแคมเปญที่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้ชุมชน TikTok เป็นจำนวนมากสะท้อนได้จากยอดวิวที่สูงถึง 20.4 ล้าน

#ข่าวTikTok

เพื่อให้ผู้ใช้คนไทยสามารถติดตามข่าวสารและทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากสำนักข่าวดังในประเทศไทยผ่านรูปแบบคอนเทนท์วิดีโอสั้น แฮชแท็ก #ข่าวTikTok จึงเป็นแหล่งรวบเนื้อหาข่าวสารที่ไม่เพียงเกิดจากสำนักข่าวเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและนักข่าวที่มากความสามารถในการนำเสนอสรุปใจความสำคัญของข่าวต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจสะท้อนได้จากยอดวิวของ #ข่าวTikTok ที่สูงถึง 15.7 พันล้าน

#รีวิวบิวตี้

คอนเทนท์ที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมอย่างมากกอย่างคอนเทนท์ที่เกี่ยวกับบิวตี้และแฟชั่น โดย #รีวิวบิวตี้ เป็นการรวบรวมเรื่องราวดีๆ ที่ผู้สร้างสรรคอนเทนท์ ครีเอเตอร์ รวมถึงแบรนด์ต่างๆ เข้ามาแบ่งปันเทคนิคการดูแลผิว การแต่งหน้า ของดีที่ต้องมี รวมถึงความรู้ไอเดียเรื่องความสวยความงาม เพื่อให้ผู้รับชมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องด้วยคอนเทนท์ประเภทนี้มักอยู่ในความสนใจของผู้คนจำนวนมา เพราะสามารถทำตามหรือหาซื้อสินค้าตามได้ไม่ยาก สะท้อนได้จากความสนใจของผู้รับชมที่ส่งผลให้ยอดวิวของ #รีวิวบิวตี้ สูงถึง 1.1 พันล้าน

สำหรับ Hashtag Campaign ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนับเป็นความสำเร็จส่วนหนึ่งของ TikTok ในการสร้างความหลากหลายของคอนเทนท์เพื่อให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งกับคอนเทนท์ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด โดย TikTok จะยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ ครีเอเตอร์ และพันธมิตรแบรนด์ต่างๆ ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจสู่การขยายฐานผู้ใช้ชาวไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

ประมูลนาฬิกาเรือนไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652521

วันที่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 11:11 น.

ประมูลนาฬิกาเรือนไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมHongkong Auctions Thailand Preview ครั้งแรกของการประมูลนาฬิกาเรือนหรูรวมมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท จาก สถาบันคริสตี้ส์ ฮ่องกง เปิดประมูลออนไลน์พร้อมฮ่องกง 22 พฤษภาคมนี้ ที่เกษรวิลเลจ

เกษรวิลเลจร่วมกับสถาบันคริสตี้ส์ ฮ่องกง จัดงานประมูลนาฬิกาสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์นาฬิกาสูดหรู Patek Philippe และ Rolex เพื่อเอาใจนักสะสมนาฬิกา ในงาน Hongkong Spring Watch in Bangkok โดยจัดให้มีรอบ Thailand Preview ขึ้นที่ Gaysorn Diamond Lounge ชั้น 1 เกษรวิลเลจ โดยภายในงานได้มีการนำเอาแบรนด์นาฬิการะดับมาสเตอร์พีซอย่าง ALAN BANBERY’S UNIQUE PATEK PHILIPPE REFERENCE 3448J ‘NO MOON PHASE’ WITH PROTOTYPE LEAP YEAR INDICAIN มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และนาฬิกาเรือนไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมทั้งหมด 24 เรือน รวมมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท มาจัดแสดงให้ผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งเรือนเวลาสุดหรูได้รับชมก่อนใคร และเปิดให้ประมูลออนไลน์พร้อมฮ่องกง วันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 15:00 น. ที่เกษรวิลเลจ

ชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกลุ่มเกษร พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป กล่าว “เกษรวิลเลจคือไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจใจ กลางกรุงแห่งแรกในประเทศไทยตั้งอยู่ในย่านราชประสงค์ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ถือเป็น Bangkok Downtown District ที่มีความพร้อมในหลากหลายด้าน และหนึ่งในนั้นคือความพร้อมในการเป็น Watch Destination ที่ต้องการสร้าง Liked minded community หรือการรวมกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบและหลงใหลในเรื่องของนาฬิกาได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้กัน และที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณแบรนด์นาฬิการะดับโลกหลากหลายแบรนด์ที่มอบความไว้วางใจมาเปิดร้านที่เกษรวิลเลจ ไม่ว่าจะเป็น AP House by Audemars Pigue ถือเป็น AP House แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 8 ของโลก, Time Zone ร้านขายนาฬิกา Independent Watch ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Grand Seiko สาขาประเทศไทยที่มียอดขายเป็นอันดับ 5 ของโลก Patek Philippe Customer Service ศูนย์บริการรับรองลูกค้าในประเทศไทย, Baechtold ที่นำเข้าแบรนด์นาฬิกาสุดหรูอาทิ Parmigiani Fleurier, Corum หรือ Sarcar, Carl F Bucherer Exclusive boutique แบรนด์นาฬิกาเปี่ยมคุณภาพจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีเพียงร้านเดียวในประเทศไทย”

อเล็กซานเดอร์ บิกเลอร์, รองประธานและหัวหน้าฝ่ายนาฬิกา ประจำสถาบัน คริสตี้ส์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “หลังจากที่การจัดงานประมูลนาฬิกา Patek Philippe [l’Heure Bleue] รหัส 2523 ในช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา และการประมูล ‘The Titanium and Ruby Collections’ เมื่อปีที่แล้วที่ฮ่องกง ทางสถาบัน คริสตี้ส์ มีความภูมิใจที่จะนำเสนอ นาฬิกาข้อมือเรือนทองคำ 3448 ที่มีระบบ Perpetual calendar หรือระบบปฏิทินอัตโนมัติ อันเป็นเอกลักษณ์ของ อลัน บันเบรีย์ (ALAN BANBERY) ในการประมูลนาฬิกาแบบ Live Auction หรือการประมูลแบบออนไลน์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2654 นี้ ที่เกษรวิลเลจนั้น เราเชื่อว่าในแวดวงของผู้ที่สนใจนาฬิกาวินเทจ หรือผู้ที่หลงใหลในกลไกการทำงานของนาฬิกา เพียงแค่ได้ยินชื่อ ‘บันเบรีย์’ สิ่งที่ทุกคนจะต้องนึกถึงในทันทีนั่นคือความสวยงาม เรียบหรู อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนาฬิการุ่น 3448 และแน่นอนว่าการประมูล Live Auction ในครั้งนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้บรรดานักสะสมทั้งหลายได้ครอบครองนาฬิกาอันล้ำค่าระดับตำนานรุ่นนี้ และเป็นตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำของคริสตี้ส์ ในด้านการนำเสนอนาฬิกา Patek Philippe ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในงานประมูลในครั้งนี้”

นักสะสมผู้หลงใหลในมนต์เสน่ห์แห่งเรือนเวลาจาก นาฬิกา Patek Philippe เรือนพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของ อลัน บันเบรีย์ (ALAN BANBERY) และสนใจเข้าร่วม Live Auction ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:00 น. ที่ เกษร ไดมอนด์ เล้าจน์ ชั้น 1 เกษรเซ็นเตอร์ เกษรวิลเลจ สามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมประมูลออนไลน์ได้ที่ www.christies.com หรือโทร 02-652-1097 สามารถติดตามรายละเอียดการประมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง www.facebook.com/GaysornVillage