How to ฟื้นฟูจิตใจให้ก้าวผ่านวิกฤตได้ (อีกครั้ง) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652491

วันที่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 06:55 น.

How to ฟื้นฟูจิตใจให้ก้าวผ่านวิกฤตได้ (อีกครั้ง)5 วิธีการรับมือกับสภาพจิตใจให้สามารถก้าวผ่านวิกฤต COVID-19

การแพร่ระบาด COVID-19 ทำให้เราต้องอยู่ภายใต้ข้อปฏิบัติและมาตรการที่เข้มงวดทางสังคมที่จะต้องทำร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งส่งผลกระทบหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิต การทำงาน เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา โดยเฉพาะผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ที่หากเรา ไม่รู้จักวิธีรับมืออย่างถูกวิธีในระยะยาว อาจสร้างบาดแผลทางจิตใจ ส่งผลให้เกิดเป็นโรคทางจิตเวชต่างๆ ตามมาได้  ข้อมูลโดย อ.นพ.กานต์ จำรูญโรจน์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอก 5 วิธีการรับมือกับสภาพจิตใจให้สามารถก้าวผ่านวิกฤต ดังนี้

1. มีสติและอยู่กับปัจจุบัน

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นสิ่งแรกที่ควรทำคือการตั้งสติ ทำความเข้าใจว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้นั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ควรกลับมาอยู่กับปัจจุบัน รู้ทันและเปิดรับการมีอยู่ของอารมณ์ ความรู้สึก เพราะเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ มักจะมีความคิดที่เป็นกังวลเกิดขึ้นมาเสมอ ดังนั้นการมีสติเข้าใจตัวเอง กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาที่เข้ามาและดูว่ามีอะไรที่เราสามารถทำได้บ้างคือวิธีรับมือที่ดีที่สุด

2. ค้นพบตัวตนในมุมใหม่

หลายคนอาจจะมองว่าช่วงนี้มีเวลาว่างและอยู่กับตัวเองมากเกินไปจนจิตใจห่อเหี่ยว ไม่ค่อยได้ออกไปพบปะเพื่อนฝูงเหมือนเมื่อก่อน แต่จริง ๆ แล้วการได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นนั้นอาจทำให้เราพบเห็นตัวเอง ในมุมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น จากที่ทำอาหารไม่เป็นก็ค้นพบว่าตัวเองสามารถทำอาหารได้อร่อยแถมยังเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี หรือบางคนที่เคยคิดว่าตัวเองลดน้ำหนักไม่ได้ก็ใช้ช่วงเวลานี้ซุ่มฟิตหุ่น ออกกำลังกาย เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นทั้งรูปร่าง สุขภาพ และจิตใจ

3. ติดตามข่าวสารแต่พอดี

การเสพข่าวสารเกี่ยวกับ COVID-19 ยังเป็นเรื่องจำเป็น แต่การรับรู้ข้อมูลมากเกินไปอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลได้ ดังนั้นควรติดตามข่าวสารแต่พอดีเพื่อป้องกันการเสพสื่อมากเกินจนรู้สึกแพนิก และเลือกเสพเฉพาะแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เช่น หน่วยงานรัฐบาลและองค์กรด้านสาธารณสุข ไม่ส่งต่อข่าวที่ได้รับมาจากในแชทแอปพลิเคชันเนื่องจากมีโอกาสเป็น Fake News สูง

4. ส่งต่อพลังใจที่สร้างสรรค์

แม้จะต้องเว้นระยะห่างทางสังคมหรือปรับพฤติกรรมการชีวิตให้เป็นแบบ New Normal แต่เราก็ยังสามารถดูแลและใส่ใจคนรอบข้างได้ด้วยการพูดคุยกับเพื่อน ๆ ผ่านแชทแอปพลิเคชัน Video Call ฯลฯ ได้ตามปกติ หรือหากเดินผ่านก็ส่งรอยยิ้มทักทายกัน โดยแนะนำว่าให้พยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องเครียดและเปลี่ยนไปคุยกันในเรื่องทั่วไป ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของคนรอบข้างบ้าง แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้จะช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยวและบรรเทาจากความเครียดของตัวเราเองและคนรอบข้างได้

5. ปรึกษาจิตแพทย์

แน่นอนว่าในสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้ หลายคนอาจจะต้องเผชิญกับความเครียดซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้นของแต่ละคนนั้นมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน คนทั่วไป อาจจะใช้เวลาในการปรับตัวไม่นาน แต่คนที่มีปัญหารุมเร้าได้รับผลกระทบเยอะจนจัดการกับความเครียดได้ไม่ดีพอ หรือผู้ที่มีอาการทางจิตเวชอาจจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาและพูดคุยกับจิตแพทย์ เพื่อหาวิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในปัจจุบันการปรึกษาจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสุขภาพจิตได้อย่างถูกวิธีแล้ว ยังทำให้เรารับมือกับปัญหาอื่น ๆ ได้ดีขึ้นด้วย

OYSHO ยกระดับการช้อปปิ้งอย่างไร้ขีดจำกัด เอาใจนักช้อปยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652408

วันที่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 13:55 น.

OYSHO ยกระดับการช้อปปิ้งอย่างไร้ขีดจำกัด เอาใจนักช้อปยุค New Normal OYSHO (ออยโช่) พาสาวๆ ช้อปแบบ New Normal ทุกที่ทุกเวลาพร้อมกันครั้งแรกในไทย 11 พฤษภาคมนี้

OYSHO (ออยโช่) แบรนด์แฟชั่นชั้นนำสำหรับหญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยสไตล์จากประเทศสเปน ยกระดับการช้อปปิ้งอย่างไร้ขีดจำกัด เปิดตัวร้านค้าออนไลน์ (e-commerce store) OYSHO.com/th อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มครบวงจร ผสานเทคโนโลยีภาพและวิดีโออันสมบูรณ์แบบที่ง่ายต่อการใช้งาน เพื่อการนำเสนอหลากหลายคอลเลกชันและแคมเปญต่างๆ ของแบรนด์อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมพาทุกคนเข้าสู่โลกแห่งการช้อปปิ้งในยุค New Normal ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป

แม้ว่าปัจจุบันแบรนด์ OYSHO จะมีร้านกว่า 599 สาขา ครอบคลุมใน 70 ประเทศ ซึ่งรวมถึงแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกของประเทศไทย ณ ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2018 แล้ว แต่เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลของเหล่านักช้อปออนไลน์ OYSHO.com/th จึงถูกคิดค้นให้มีหลากหลายฟีเจอร์ที่จะพาทุกคนไปพบกับประสบการณ์ การช้อปปิ้งอันน่าตื่นตาตื่นใจ เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าหลากหลายสไตล์ได้อย่างง่ายดายได้ในทุกที่ทุกเวลา

OYSHO ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์และ DNA ของแบรนด์อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งสัมผัสได้ตั้งแต่เมื่อเข้าสู่หน้าแรกไปจนถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดย OYSHO เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ซึ่งมีชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญในเรื่องของ ชุดกีฬาและออกกำลังกาย ชุดชั้นใน ชุดนอน และชุดว่ายน้ำ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับหญิงสาวโดยเฉพาะ ด้วยการผสานสไตล์ที่ทันสมัยเข้ากับความเรียบหรูเหนือกาลเวลา ผ่านเทคนิคการตัดเย็บอย่างประณีตเพื่อความสวยงามและสวมใส่สบาย

การเปิดตัวเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของแบรนด์ OYSHO ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างสรรค์จักรวาลของงานออกแบบผสานเข้ากับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลาย ให้สามารถเข้าถึงประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ได้ในทุกที่ทุกเวลา และในโอกาสพิเศษของการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ของแบรนด์ OYSHO ในประเทศไทย ลูกค้าที่สั่งซื้อ 100 รายการแรก จะได้รับบริการจัดส่งฟรีอีกด้วย โดยสามารถเลือกช้อปคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดจาก OYSHO ได้ง่ายๆ ที่บ้านทาง OYSHO.com/th

ปัญญาคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652406

วันที่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 08:08 น.

ปัญญาคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ความท้าทายด้านการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

โลกมีความอ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ ไม่แน่นอน ไม่เคยหยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัต ปรับตัวตลอดเวลาเพื่อเข้าสู่สมดุลใหม่ อย่างการระบาดของไวรัสโควิด 19 รอบ 3 หรือการจำกัดคลัสเตอร์โควิดที่เกิดใหม่ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ รวมทั้งการบริหารจัดการวัคซีนให้เพียงพอ และการกระจายและแผนการฉีดที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด

ในการรับมือเพื่อควบคุมการระบาดโควิดอย่างมีประสิทธิภาพ เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่ผ่านเข้ามานั้นมันไม่เคยมาเดี่ยว มันรุมกันเข้ามาทุกทิศทางรอบด้าน มันเป็นปัญหาเชิงซ้อน และมันทับซ้อนกันอย่างเป็นร่างแห มันจึงเป็นปัญหาซ้อนปัญหา ดังนั้น ในการับมือกับมัน เราจึงต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ

แล้วปัญหาด้านการเรียนรู้ในปัจจุบันคืออะไร

ระบบการศึกษาและกระบวนการหาความรู้ในปัจจุบัน เรายังเน้นที่การท่องจำ ชอบทางลัด ให้ความสำคัญแต่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง ไม่มีการตั้งเป้าหมาย หรือมีแต่ก็ไม่ชัด การจัดการจึงคลุมเครือและไม่ไปในแนวเดียวกัน นั่นเป็นเพราะเรายังขาดกระบวนการคิดเชิงระบบ กล่าวคือ ไม่สามารถคิดวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบหลัก อีกทั้งขาดการคิดเชิงสังเคราะห์ จึงไม่สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้และหาทางออกของการแก้ปัญหาได้ อีกทั้งขาดความเข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว แต่มันทับซ้อนกันอย่างสลับซับซ้อนเป็นร่างแห เราจึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้ นอกจากนี้ ยังขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงไม่สามารถพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่ ที่แปลกใหม่ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจได้

แนวคิดเชิงระบบคืออะไร

เมื่อพูดถึงแนวคิดเชิงระบบ มันคือความเข้าใจที่ว่า สรรพสิ่งคือภาวะองค์รวมที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ และความแตกต่างขององค์ประกอบและการเชื่อมโยงนำมาซึ่งทางเลือกที่หลากหลาย ดังนั้น ในการทำความเข้าใจถึงธรรมชาติและแนวคิดเชิงระบบ เรามาทำความเข้าใจของง่ายๆ ใกล้ตัว นั่นคือ กาแฟร้อน ท่านสงสัยไหมว่า เวลาจะกินกาแฟร้อน ทำไมต้องเอาผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อนมาชงเข้าด้วยกัน ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง

เพราะเวลาเราจะกินกาแฟ ในขณะที่เรากำลังเทองค์ประกอบทั้ง 4 เข้าไปในปากนั้น เรากำลังกินมันในลักษณะของความเป็นองค์รวม เพราะมันคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบทั้ง 4 อย่างเป็นหนึ่งเดียว เพราะในขณะที่เราชงมันเข้าด้วยกัน ภาวะองค์รวมได้เกิดขึ้นและแสดงคุณสมบัติบางอย่างที่แตกต่างจากเดิม (หากว่าเราบริโภคมันเดี่ยวๆ แบบแยกส่วน)

ด้วยความเข้าใจนี้ การเกิดขึ้นของความรู้ ความเข้าใจ ก็เช่นกัน เวลาเราอ่านหนังสือ เราจึงขีดเส้นใต้หรือระบายสีคำสำคัญๆ นั่นคือการหาองค์ประกอบหลัก จากนั้นเราก็เอาคำสำคัญเหล่านั้นมาหาความสัมพันธ์ นั่นคือการเชื่อมโยง ในขณะที่เราเชื่อมโยงนั้นเอง ภาวะองค์รวมใหม่ที่เรียกว่าความรู้ ความเข้าใจก็เกิดขึ้น เกิดเป็นปัญญา กระบวนการเรียนรู้ที่สูงกว่าคำสำคัญเหล่านั้นเมื่ออยู่อย่างโดดๆ

จะเห็นได้ว่าสรรพสิ่ง รวมทั้งปัญญา ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ ต่างก็เป็นภาวะองค์รวมที่มีธรรมชาติอย่างเดียวกัน กล่าวคือ ต่างก็เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ การหาความรู้ที่แท้จริงจึงต้องเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวมที่สะท้อนถึงความจริงที่ว่า กระบวนการเรียนรู้ใดๆ มีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงองค์ประกอบ และสามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่างจากเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย และการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่างจะนำมาซึ่งทางเลือกอย่างสร้างสรรค์

How to ฟื้นฟูผิวให้สวยสะพรั่งหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652346

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 11:25 น.

How to ฟื้นฟูผิวให้สวยสะพรั่งหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม พร้อมสามสาวเซเลบริตี้ ร่วมแชร์เคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง กับผลิตภัณฑ์ ‘ธัญ’ (THANN)

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากการทำงานที่บ้าน (Work from home) แล้ว ก็มีกิจกรรมที่สามารถทำได้โดยเป็นการรักษาระยะห่างและดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ อย่างการเล่น “เซิร์ฟสเก็ต” (Surf skate) กิจกรรมกลางแจ้งที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะทั้งการทรงตัว พละกำลัง และสมาธิ ทราบหรือไม่ว่าในระหว่างที่สนุกกับกิจกกรรมกลางแจ้งอยู่นั้น ผิวอาจต้องเผชิญกับความอ่อนล้า แห้งกร้าน หมองคล้ำ ดูไม่สดใส แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แนะวิธีฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง กับผลิตภัณฑ์ Hydrating Emulsion), Age inversion face cream, Facial Serum และ  Revitalising face mask พร้อมสามสาวเซเลบริตี้ร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิว หลังเผชิญแสงแดดร้อนจัด ว่า แสงแดดนั้นจริงๆ แล้วก็มีทั้งประโยชน์และโทษในระดับที่แตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนแรงอยู่เป็นประจำและต่อเนื่อง ความร้อนของแสงแดดนั้นก็สามารถทำร้ายผิวและก่อให้เกิดอาการรุนแรงต่างๆ ได้ เช่น

  • อาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ทำให้ผิวมีสีแดง เจ็บและพุพอง อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น
  • ผื่นแพ้แดด โดยมีอาการผื่นแดงและคันเกิดขึ้นเนื่องจากการสัมผัสกับแสงแดด
  • สิวผดที่จะเกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีรวมกับส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของไขมันบริเวณรูขุมขน พบได้ประมาณ 1-2%
  • ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงโรคผิวหนังที่รุนแรงบางชนิด อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) และโรคมะเร็งผิวหนัง

ระดับความรุนแรงของแสงแดดที่ทำอันตรายต่อผิวสามารถส่งผลกระทบได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • ระดับแรก ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และเกิดอาการเจ็บปวดหรือแสบผิวเล็กน้อย เมื่อผ่านไป 3-5 วัน ผิวจะลอกตามกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับได้เอง
  • ระดับที่ 2 ผิวมีอาการแสบคัน บวมแดง และรู้สึกเจ็บปวดเมื่อสัมผัสผิวบริเวณที่เกิดการไหม้แดด ต้องใช้ระยะเวลา 5-7 วัน ในการเฝ้าระวังและฟื้นบำรุงเพื่อให้ผิวกลับมาเป็นปกติ
  • ระดับที่ 3 ผิวมีอาการปวดแสบปวดร้อนมากกว่าปกติ มีอาการแดง คัน และมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้น ซึ่งในระดับนี้ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ และแนวทางการดูแลรักษาผิวไหม้แดดอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ ในการฟื้นบำรุงผิวไหม้แดดและหมองคล้ำส่วนอันตรายต่อผิวในระยะยาวนั้น มักจะพบปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอและเกิดจุดด่างดำ ถ้าในระดับที่มีความรุนแรงมากอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานจนผิวไหม้แดด สิ่งที่ควรระวัง คือไม่ควรแกะ เกา หรือลอกผิวหนัง เนื่องจากผิวมีความเปราะบางและไวต่อการระคายเคือง ในบางกรณีอาจมีตุ่มใส ไม่ควรเกาหรือเจาะตุ่มน้ำออก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ควรปล่อยให้ตุ่มยุบหรือแตกเองตามธรรมชาติ หรือปรึกษาแพทย์หากมีอาการที่รุนแรง ควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA เพราะจะยิ่งกระตุ้นการไหม้ของผิวไปอีก แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้ชะโลมให้ผิวเย็นก่อน แล้วค่อยทาครีมบำรุงให้ผิวในขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ก็สามารถช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียจากแสงแดดได้ดี ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน , สารสกัดอูกอน พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ หรือสารสกัดจากชาขาว ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น

นอกเหนือจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วยคือ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน จึงจะสามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูผิวตามแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่สาวยิ้มสวย จันทมน แย้มพันธุ์ เผยว่า “ช่วงนี้มนเองชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตมากค่ะ ถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนเล่นเซิร์ฟสเก็ตโดยเฉพาะ แล้วเวลาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นตอนช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง แน่นอนว่าเป็นช่วงที่แดดแรงมากและร้อนมากด้วย ทำให้หลังจากเลิกเรียนแต่ละครั้งก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าผิวเราหมองคล้ำลง มีความแห้งกระด้าง ผิวดูไม่สดใสเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เราชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ค่อยกังวลอะไรมากเพราะเรามีวิธีดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด สิ่งแรกที่ทำเลยก็คือการมาส์กหน้าด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก ถือว่าเป็นการมอบความผ่อนคลายให้กับผิวขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูผิว นอกจากตัวมาส์กจะให้ความชุ่มชื้นและยังมอบความเย็นสบายให้ผิวหลังการออกแดดอีกด้วย หลังจากมาส์กเสร็จก็จะบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม แล้วตามด้วย เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม และปิดท้ายด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น นอกจากจะเน้นเรื่องคืนความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยเรื่องการลดเรือนริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหลังจากที่เราไปเผชิญกับแสงแดดมา”

ถัดมาที่สาวแฟชั่นนิสต้า อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่า “ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว กิจกรรมที่ชอบทำก็คือ ว่ายน้ำ และเซิร์ฟสเก็ต ทำให้เราต้องเจอกับแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย และแสงแดดก็ทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว เราก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังเผชิญกับแสงแดด อย่างการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด ที่สำคัญคือต้องมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย และคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างเฟเชียล เซรั่ม และ เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม รวมถึงการใช้มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างเร่งด่วนด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก นับว่าเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้และจำเป็นต้องมีไว้ใช้หลังการออกแดดค่ะ”

ปิดท้ายที่ดีไซน์เนอร์สาว ตะวันนา ธารา กล่าวว่า “เราเป็นคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา ยิ่งช่วงนี้ก็จะชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรมก็มักจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทำให้ต้องเจอกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหมองคล้ำ สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายมาก และยิ่งเราเป็นคนผิวสองสีด้วยก็อาจจะกลับมาขาวค่อนข้างยาก แต่เราก็สามารถดูแลฟื้นฟูให้ผิวสวยสุขภาพดีในแบบเราได้ อย่างทุกครั้งก่อนที่ไปทำกิจกรรมข้างนอกก็จะทาครีมกันแดดไว้เพื่อป้องกันแสงยูวี ใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดด หลังจากเสร็จกิจกรรมกลางแจ้งก็จะให้ความสำคัญกับการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว หรือหากวันไหนที่ไม่ค่อยมีเวลา เราก็ใช้มาส์กอย่าง รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวแบบเร่งด่วน ช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น กระจ่างใส รวมถึงลดอาการผิวไหม้จากแดดด้วยค่ะ”

ฟื้นฟูผิวสวยกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก ธัญ (THANN) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

Samsonite เปิดตัวคอลเลคชั่นกระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum Eco #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652164

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 14:35 น.

Samsonite เปิดตัวคอลเลคชั่นกระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum EcoSamsonite เปิดตัวกระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum Eco คอลเลคชั่นสุดพิเศษ ผสานเทคโนโลยีทางวัสดุ Recyclex เผยให้เห็นความก้าวหน้าอีกระดับสำหรับการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม

Samsonite เปิดตัวกระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum Eco คอลเลคชั่นที่มีคุณสมบัติทนทานและน้ำหนักเบาโดยใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของวัสดุรีไซเคิล Recyclex™ สำหรับการเปิดตัวในครั้งนี้ Samsonite แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่งสำหรับการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทกระเป๋าเดินทางเพื่อความยั่งยืน

ทั้งนี้ มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางวัสดุ Recyclex™ กับรุ่น Magnum Eco โดยใช้โพลีโพรพีลีน (PP) รีไซเคิลเป็นวัสดุด้านนอก ในขณะเดียวกันก็ใช้ผ้าบุภายในที่ทำมาจากขวด PET รีไซเคิล อย่างไรก็ตาม คอลเลคชั่น Magnum Eco นี้ไม่ได้ลดทอนคุณภาพหรือความแข็งแกร่งแต่อย่างใด – ยังคงรักษาไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือที่ฝังตัวอยู่ใน DNA หลักของ Samsonite คุณลักษณะด้านความทนทานนี้ช่วยเสริมความพยายามที่จะพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัดให้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Magnum Eco ด้วยการทำให้มั่นใจว่า กระเป๋าเดินทางทุกใบของ Samsonite จะสามารถร่วมเดินทางอย่างแข็งแกร่งไปทุกที่บนท้องถนน และการเดินทางได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

คอลเลคชั่นใหม่นี้เป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาที่ยาวนานหลายปีและได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจาก Quality Circular Polymers ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนเกี่ยวกับการรีไซเคิลพลาสติกของ SUEZ และ LyondellBasell โดย Antoine Grange ซีอีโอของ SUEZ Recycling and Recovery ประจำภูมิภาคเอเชียแสดงความเห็นว่า “เรารู้สึกยินดีที่สามารถมอบวิธีการที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดให้แก่ Samsonite เพื่อผลิตวัตถุดิบระดับทุติยภูมิที่มีคุณภาพสูง และได้ตามมาตรฐานระดับสูงสุดจากอุตสาหกรรมจนถึงมือผู้บริโภค”

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการแก้ปัญหาขยะพลาสติกและรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสเป็นพันธมิตรกับ Samsonite ในการบรรลุเป้าหมายนี้” Ken Lane รองประธานบริหารแห่ง Global Olefins & Polyolefins ของ LyondellBasell กล่าวเสริม “Magnum Eco ใช้วัสดุรีไซเคิลของเราที่สมบูรณ์แบบโดยทำให้ทรัพยากรอันมีค่านี้มีวัตถุประสงค์ใหม่ในการมอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ยาวนานนี้ให้แก่นักเดินทาง”

กระเป๋าเดินทางรุ่น Magnum Eco นี้ยังมีจุดแข็งในด้านคุณสมบัติน้ำหนักเบาและทนต่อแรงกระแทก โดยผ่านการทดสอบความแข็งแรงอย่างเข้มงวด ซึ่ง Samsonite มีชื่อเสียงในด้านนี้ และยังมีน้ำหนักเบาที่สุดในบรรดากระเป๋าเดินทางประเภทนี้ คอลเลคชั่นนี้ยังนำเสนอตัวเลือกสียอดนิยมทั้งหมดสี่สี โดยแต่ละเฉดสีได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ และสำหรับด้านการรักษาความปลอดภัยนั้น นักเดินทางสามารถมั่นใจได้ว่าสัมภาระส่วนตัวของตนเองจะปลอดภัยด้วยระบบล็อกแบบ 3 จุด

“ตลอด 111 ปีที่ผ่านมา Samsonite ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม การออกแบบ และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่ใช้วัสดุชนิดใหม่ๆ” Paul Melkebeke ประธานบริษัท Samsonite ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง กล่าวว่า “รุ่น Magnum Eco นี้แสดงข้อพิสูจน์เพิ่มเติมให้เห็นว่าเราทำการบุกเบิกวิธีการใหม่ ๆ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งช่วยให้นักเดินทางสามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้น”

สำหรับผู้บริโภคที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และให้ความสำคัญกับคุณสมบัติด้านความทนทานและรูปแบบ คอลเลคชั่น Magnum Eco ถือเป็นคู่หู นักเดินทางที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ ที่คุณคู่ควร

สำหรับท่านใดที่สนใจเข้าร่วม WEBINAR Grand Opening “Magnum Eco” วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2564 เวลา 17.00 น. คลิก ลงทะเบียนที่ https://bit.ly/3e4FLhV เพื่อไม่พลาดการรับชมไลฟ์ หรือสามารถดู LIVE ได้ที่ http://bit.ly/Samsonite-Magnum-Eco-Webinar

#SamsoniteAsia #ExpectACleanerPlanet #Recyclex #Innovation

#MadeInEurope #Sustainable #EndPlasticWaste #MagnumEco

เสิร์ฟความแข็งแรงถึงบ้าน ด้วย 5 ท่ากระชับหน้าท้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652078

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 16:01 น.

เสิร์ฟความแข็งแรงถึงบ้าน ด้วย 5 ท่ากระชับหน้าท้อง5 ท่ากระชับหน้าท้องกับคลาส CORE ABS ที่ ฟิตเนส เฟิรส์ท เสิร์ฟความแข็งแรงให้คุณถึงบ้าน

หากที่ผ่านมาคุณละเลยการดูแลตัวเอง ทำงานหนักจนลืมออกกำลังกาย แถมยังเป็นนักกินตัวยงจนทำให้พุงแน่นเพราะสะสมไขมันไว้รอบพุงมานาน และถ้าต้อง Work From Home กันอีกรอบ กับวิถีที่หลายๆ คนลุกจากที่นอนมาทำงาน แล้วก็กิน หรือกินไปทำงานไปโดยขาดการออกกำลังกายด้วยล่ะก็ จะยิ่งส่งผลให้ชั้นไขมันพอกพูน…นั่นไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เพราะอาจจะนำมาซึ่งโรคอื่นๆ อีกในอนาคต รวมถึงอาจทำให้สาวๆ หนุ่มๆ ขาดความมั่นใจกับหุ่นหรือสรีระที่เปลี่ยนไป…

Fitness First Thailand ชวนทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายไปกับเหล่าเทรนเนอร์มือโปร กับคลาสออนไลน์ Group Fitness at Home for Free ผ่านทาง Facebook LIVE ที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งโยคะ พิลาทิส แดนซ์ คาร์ดิโอ, CORE ABS รวมถึง PT At Home ที่จะมาให้คำแนะนำวิธีการออกกำลังกายอย่างถูกต้องถึงที่บ้าน ฯลฯ ใครอยากเวิร์กเอาต์เมื่อไหร่คลิก www.facebook.com/FitnessFirstThailand

โดยเฉพาะใครที่อยากบ๊ายบายไขมันหน้าช่องท้อง เปลี่ยนพุงหลามๆ ให้เป็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่กระชับ ตอนนี้ได้เวลาลุกมาออกกำลังกายกันแล้วล่ะ… กับคลาส CORE ABS ที่มาพร้อม 5 ท่าบริหาร ที่จะช่วยเบิร์นไขมัน กระชับหน้าท้อง ลดพุงป่อง ใครๆ ก็สามารถทำตามง่ายๆ ได้ที่บ้าน ไม่ต้องมีอุปกรณ์ ใช้เวลาไม่นาน… ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มฝึกกันเลย

ท่าที่ 1: ‘Crunch’ ท่าแรกก็คล้ายๆ กับท่าซิตอัพสุดคลาสสิก หากทำเป็นประจำจะช่วยกระชับและทำให้หน้าท้องเราแข็งแรงขึ้น เริ่มจากนอนหงาย งอแขนสองข้างแตะมือไว้ที่ขมับ ตั้งเข่าขึ้น 90 องศา วางเท้าห่างกันเท่ากับความกว้างของหัวไหล่ พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วยกลำตัวส่วนบนขึ้น โดยค้างไว้ก่อนกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำอีกอย่างน้อย 12-15 ครั้ง/เซ็ต ทั้งหมด 3 เซ็ต

ท่าที่ 2: ‘Bird Dog’ ท่านี้ช่วยเบิร์นไขมันโดยรวมได้มากจากการบริหารกล้ามเนื้อส่วนแกนกลางลำตัว รวมถึงก้น แขน และขาก็กระชับ เริ่มจากการคุกเข่าก้มตัวลง วางมือทั้งสองข้างให้อยู่ในตำแหน่งใต้หัวไหล่ กางเข่าให้ความกว้างเท่าช่วงสะโพกโดยให้ส่วนหลังอยู่ในระนาบตรง ไม่แอ่น สำหรับใครที่บริหารร่างกายเป็นประจำอยู่แล้ว อาจเริ่มด้วยการนอนคว่ำ วางมือกว้างเท่ากับหัวไหล่ ตั้งแขนให้เหยียดตรง ลำตัวตัวตรง ก้นไม่โด่ง หลังไม่แอ่นและไม่งอ จากนั้นเกร็งหน้าท้องแล้วค่อยๆ ยกแขนขวาไปด้านหน้าให้ขนานกับพื้น พร้อมกับยกและยืดขาซ้ายไปด้านหลังให้ขนานกับพื้นให้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วสลับข้างทำซ้ำอีก 30 วินาที/เซ็ต โดยทำทั้งหมด 3 เซ็ต

ท่าที่ 3: ‘Leg Lift/Hip Raise’ ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง เริ่มจากนอนหงายเหยียดตัวตรง วางแขนแนบข้างลำตัว ยกขาทั้งสองข้างขึ้นให้ตั้งฉากกับพื้น จากนั้นยกสะโพกให้ลอยขึ้นนับ 1-2 แล้วค่อยๆ ลดสะโพกลงสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 12-15 ครั้ง/เซ็ต ทำสัก 3-4 เซ็ต

ท่าที่ 4: ‘Side Plank’ เป็นอีกท่าบริหารกล้ามเนื้อช่วงเอวและด้านข้างลำตัว เรื่อยไปถึงสะโพกและต้นขา เริ่มจากการนอนตะแคงด้านใดด้านหนึ่ง โดยวางศอกและแขนแนบกับพื้นยันลำตัวไว้ ส่วนแขนอีกข้างยกขึ้นและเหยียดตรงโดยให้มือชี้ขึ้นด้านบน จากนั้นเกร็งกล้ามเนื้อท้องแล้วยกสะโพกขึ้นจากพื้นโดยทำค้างไว้ 20-30 วินาที ค่อยลดลำตัวลงพื้นแล้วสลับไปทำอีกข้าง โดยทำทั้งหมด 3 เซ็ตต่อข้าง สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นบริหารสามารถตะแคงตัวโดยงอเข่าข้างที่อยู่ใกล้พื้น เพื่อช่วยให้ยกสะโพกและลำตัวขึ้นได้ง่ายขึ้น

ท่าที่ 5: ‘Superman’ ท่าง่ายๆ นี้เวิร์กมาก ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง ไปจนถึงก้นและสะโพก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของหลังส่วนล่างและยังช่วยลดอาการปวดหลังได้อีกด้วย เริ่มจากการนอนคว่ำ เหยียดแขนตรงไปด้านหน้าและเหยียดขาตรง จากนั้นยกแขน หน้าอก ศีรษะ และขาขึ้นจากพื้นเหมือนท่าบินของซูเปอร์แมน โดยรักษาแนวกระดูกสันหลังและต้นคอให้อยู่แนวเดียวกัน สายตามองเฉียงลงที่พื้นประมาณ 45 องศา แล้วค่อยๆ หายใจเข้าและออก นับจังหวะขึ้น 1-2 แล้วลดท่าลง 1-2 ทำท่านี้ซ้ำ 12-15 ครั้ง/เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

เพียง 5 ท่าง่ายๆ แต่ช่วยกระชับรอบเอวได้ชะงัด ยิ่งทำอย่างสม่ำเสมอ เสริมด้วยการควบคุมอาหาร จำกัดปริมาณแคลอรี เท่านี้คุณก็มีหน้าท้องกระชับเป๊ะปัง ทั้งยังสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวจึงทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้ดี รู้แบบนี้แล้วจะรออะไร มาเริ่มกันเลยกับ คลาส CORE ABS ที่ ฟิตเนส เฟิรส์ท เสิร์ฟ ให้คุณถึงบ้าน ถ้าพร้อมแล้วมาสนุกไปกับการออกกำลังกายที่บ้านกันดีกว่า…ไปค่ะ

ทักษะแห่งยุคดิจิทัลที่คนทำงานต้องรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652073

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 15:35 น.

ทักษะแห่งยุคดิจิทัลที่คนทำงานต้องรู้4 เทคนิคมัดใจลูกค้าด้วยบริการที่เหนือระดับ แม้จากระยะทางไกล ทักษะแห่งยุคดิจิทัลที่คนทำงานต้องรู้

การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เป็นข้อกำหนดหลักที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญอย่างมาก ในการที่จะช่วยรักษาลูกค้าให้กลับมาใช้บริการ สร้างความพึงพอใจ กระตุ้นการขายจากสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่อง (cross-selling) และเพิ่มยอดขายปัจจุบัน (up-selling) ให้แก่ธุรกิจได้ ดังนั้น บริษัทไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ จำเป็นต้องมีการจัดการเชิงรุกและลงทุนด้านการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เพื่อที่จะขับเคลื่อนให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่คนเราเน้นการเพิ่มระยะห่างและลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันนี้ได้

ไม่ว่าคุณจะชอบใจหรือไม่ก็ตาม คุณก็หลีกหนีความจริงไม่ได้ว่า เทคโนโลยีดิจิทัล ได้กลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันและคืบคลานเข้าไปในวัฒนธรรมการทำงานทั่วโลกเสียแล้ว ประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน ที่การบริการที่มุ่งสนองความต้องการของลูกค้าแบบทันใจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce platforms) เช่น แกร็บ ไลน์แมน ลาซาด้า และช้อปปี้  ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและใช้งานแพร่หลายในทุกภาคส่วน ดังนั้นการมีพนักงานที่รู้วิธีจัดการกับความพึงพอใจของลูกค้าและใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของบริษัท

ผลการสำรวจล่าสุด จาก Infobip พบว่า ประโยชน์หลักของการใช้รูปแบบการทำงานทางไกลและการใช้ทักษะเชิงดิจิทัล มาจากการเปลี่ยนสู่รูปแบบการทำงานจากที่บ้านได้อย่างราบรื่น (54%) และการมีความสามารถในการรับมือกับความต้องการด้านปริมาณงานได้ดีขึ้น (51%)

และต่อไปนี้คือ 4 เทคนิค จาก Infobip ที่จะช่วยเสริมการบริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ ในทุกที่ ทุกเวลา เพื่อให้คุณและธุรกิจของคุณมีชัยเหนือใคร

1.รู้ลึก ช่องทางที่ลูกค้าเลือกใช้คุณคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดของการรับมือกับการสื่อสารและการดูแลลูกค้าคืออะไร? แน่นอนว่าคำตอบคือ การเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางที่พวกเขาชื่นชอบและใช้บ่อยครั้งที่สุดนั่นเอง รายงานจาก Infobip พบว่า บริษัทธุรกิจในประเทศไทยบริหารการดูแลลูกค้าส่วนใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook และ Instagram (78%), อีเมล (67%), โทรศัพท์สายด่วน Call Centre (51%), ตอบคำถามผ่านเว็บไซต์ (41%), Whatsapp Business (29%) และ Viber (19%)

ดังนั้น บริษัทต้องไม่เพียงลงทุนในหลากหลายช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับตลาดกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น แต่รวมถึงการสรรหาวิธีต่าง ๆ ที่สามารถช่วยในการตอบสนองต่อความต้องการด้านการสื่อสารที่สะดวกที่สุดให้แก่ลูกค้าด้วย ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

2.ใช้วิธีง่าย ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างราบรื่น เนื่องจากปัจจุบันการดำเนินงานของธุรกิจยังเป็นรูปแบบทำงานจากทางไกล ดังนั้นธุรกิจอาจประสบปัญหาด้านการสร้างประสบการณ์ของลูกค้า (CX) โดยในประเทศไทยเราพบว่า กว่าครึ่งของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า การเพิ่มขึ้นของช่องทางการสื่อสารกับลูกค้า การบริหารช่องทางใหม่ ๆ และความไม่คุ้นเคยกับช่องทางใหม่ ๆ คือสองความท้าทายหลักที่พวกเขาเผชิญจากการทำงานแบบทางไกลและการจัดการปัญหาเรื่องการให้บริการลูกค้า ผลลัพธ์ที่ได้นี้แสดงให้เห็นว่า ต่อไปนี้ประเด็นหลักที่เราต้องคำนึงถึง คือ การเปลี่ยนแปลงด้านเทคนิคและการพัฒนาทักษะสำหรับเทคโนโลยีที่จำเป็นให้แก่พนักงาน

และจะเป็นการดีกว่าไหม หากบริษัทสามารถเลือกเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช่ ที่จะช่วยเปลี่ยนและพัฒนาพนักงานด้านการดูแลลูกค้าได้? จริงอยู่ที่วิธีแก้ปัญหาด้านการให้บริการลูกค้าที่สามารถช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าไปให้บริการและมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้สะดวกขึ้นนั้นมีอยู่มากมาย แต่หากคุณต้องการลงทุนด้านนี้ระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ด้วยแล้วล่ะก็ กลยุทธ์เสริมสร้างการสื่อสารและเชื่อมโยงระหว่างหลายช่องทางแบบ omnichannel เป็นวิธีที่คุณไม่ควรพลาด ดูตัวอย่างง่าย ๆ จาก Conversations ศูนย์ Contact Centre ออนไลน์ผ่านระบบคลาวด์ของ Infobip ที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าและตัวแทนผ่านหลายช่องทางที่เชื่อมต่อกันแบบ Omnichannel ภายในพื้นที่ทำงานเดียวกันแบบเรียบง่ายและราบรื่น

3.เสริมสร้างทักษะและความรู้ทางดิจิทัลให้แก่พนักงาน การเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บริษัทจึงควรให้ความสำคัญและเร่งพัฒนาพนักงานด้านการดูแลลูกค้าสำหรับการทำงานทางไกล – เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นเมื่อเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึง ซึ่งสามารถทำได้ผ่านระบบฝึกอบรมออนไลน์ด้านการสร้างประสบการณ์ของลูกค้า หรือ CX Software ที่จะช่วยให้พนักงานจัดการกับความต้องการของลูกค้าจากทางไกลได้โดยรวมรวบผ่านระบบเดียว 

การฝึกอบรมนี้เป็นจุดสำคัญมากสำหรับประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งที่แสดงความคิดเห็นว่า การฝึกอบรมพนักงาน (56%) การเตรียมความพร้อมสำหรับระบบใหม่ (51.67%) และการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากระบบเดิม (55%) เป็นข้อพิจารณาหลักเมื่อนำระบบการดูแลลูกค้าแบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ และหากบริษัทสามารถสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่พนักงาน เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งาน และฝึกอบรมให้สามารถใช้ระบบการดูแลลูกค้าแบบดิจิทัลใด้อย่างคล่องแคล่วและเต็มรูปแบบ จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการดูแลและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าของบริษัทในประเทศไทยอย่างแน่นอน

4.ชูความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก ในทุกจุดสัมผัสดิจิทัลเนื่องจากปัจจุบันมีการเคลื่อนย้ายแพลตฟอร์มการให้บริการลูกค้าและบริการหลังการขายไปสู่ออนไลน์อย่างรวดเร็ว ดังนั้นประเด็นเรื่องความปลอดภัยจึงกลายเป็นจุดสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้การบริการลูกค้าบางประเภทต้องอาศัยการป้อนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสามารถให้บริการได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Infobip พบว่า 20% ของลูกค้าจะไม่ตัดสินใจซื้อหากพวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัยกับการให้ข้อมูลส่วนตัว ดังนั้น การย้ำให้ลูกค้ามั่นใจโดยใช้มาตรการป้องกันข้อมูลต่าง ๆ เช่น การใช้การยืนยัน 2 ขั้นตอน (Two-Factor Authentication (2FA)) และการใช้เทคโนโลยีระบุตัวตนแบบ Biometrics จึงนับเป็นส่วนสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของระบบ Customer Service แบบอัตโนมัติ

โดยรวมๆ แล้ว การใช้เครื่องมือใหม่ๆมาใช้ และการเสริมทักษะทางดิจิทัลอาจนำไปสู่ความท้าทายภายในบริษัทอื่น ๆ อีกมาก โดยเฉพาะเรื่องการจัดการพนักงานและการปรับระบบการทำงาน แต่เราก็หลีกหนีความจริงไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคแห่งดิจิทัลนั้นมาถึงแล้วและจะอยู่กับเราต่อไปอย่างแน่นอน ดังนั้นบริษัทควรใช้โอกาสนี้เพื่อพัฒนา เติบโต และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริการดูแลลูกค้า และมุ่งเป้าในการสร้างประสบการณ์ที่ดีในรูปแบบดิจิทัลให้แก่ลูกค้า ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในประเทศ แต่ให้แก่ลูกค้าทั่วโลกที่จะเข้ามาถึงเราได้ในเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคสมัยดิจิทัลแห่งนี้

Must-have Home Lifestyle Items เติมเต็มอรรถรสให้การอยู่บ้านเป็นดังวิมานได้สมใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652013

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 09:10 น.

Must-have Home Lifestyle Items เติมเต็มอรรถรสให้การอยู่บ้านเป็นดังวิมานได้สมใจสุขใจและปลอดภัยที่ “บ้าน” สยามพารากอนเข้าใจคุณ แนะ Must-have Home Lifestyle Items สร้างสรรค์บ้านให้เป็นวิมาน อยู่บ้านให้สนุกและมีสไตล์

เพราะ “บ้าน” คือวิมานของเรา…

ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา เหนื่อย โลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปพร้อมเหตุการณ์ใด ที่ๆ สุขใจและปลอดภัยที่สุดคือ “บ้าน” ของเรานั่นเอง การแต่งบ้าน สร้างสรรค์บ้านให้สวยงามน่าอยู่จึงเป็นเรื่องทำได้ไม่เคยหยุดของใครหลายคน เพื่อให้บ้านของทุกคนเป็นไปตามความชอบใจในสไตล์ที่หลากหลาย ศูนย์การค้าสยาม พารากอน ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ที่ตอบสนองทุกความต้องการอย่างครบครัน จึงได้รังสรรค์โซน Living รวบรวมแบรนด์ดังดีไซน์โดดเด่นชั้นนำ ช่วยเติมเต็มอรรถรสให้การอยู่บ้านเป็นดังวิมานได้สมใจ

เริ่มต้นจากเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋ โดดเด่นไปด้วยการออกแบบที่มีความเรียบโก้จากแบรนด์ Fendi Casa ที่มีทั้งโซฟาเรียบรู้ โต๊ะกลางสุดเก๋ โคมไฟแชนเดอเรีย รวมถึงเก้าอี้สไตล์ Director’s chair จากแบรนด์ Bottega Veneta Home ที่ร้าน DM Home ชั้น 3 เลือกสรรมาช่วยให้ห้องรับแขกของบ้านดูดีมีสไตล์ยิ่งขึ้น

ห้องรับแขกสวยถูกใจแล้ว ห้องนอนก็ควรสวยและนอนสบายด้วยชุดเครื่องนอน Non-allergic จาก Pasaya ชั้น 3 นอกจากสวยสบายตาแล้ว ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรม Sanitized จากสวิสเซอร์แลนด์ ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา รวมถึงไวรัส ป้องกันการเกิดไรฝุ่น และยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยระบายอากาศได้ดี นอนแล้วรู้สึกเย็นสบายตัว

เพิ่มความเก๋และเติมเต็มบรรยากาศความสนุกให้บ้านด้วยการสร้างกิจกรรมในครอบครัวที่เป็นได้ทั้งเกมและของแต่งบ้านกับ Leather Brown Domino Game และ Hercules Red Chess set จากร้าน Jaspal Home ชั้น 3

และยังมีชุดเครื่องแก้วจากหลากหลายคอลเลคชั่นของแบรนด์ Ralph Lauren Home ชั้น 3 ทั้ง Cantwell, Greenwich และ Metropolis ช่วยสร้างอรรถรสให้กับบรรยากาศการนั่งชิทแชทปาร์ตี้ตามประสาคนกันเองในบ้าน

บ้านสวยจะอยู่สบายยิ่งขึ้นด้วยเครื่องฟอกอากาศดีไซน์เก๋ตามแบบฉบับแบรนด์ Dyson ชั้น 2 ที่ช่วยดักจับมลพิษและสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ โดยเครื่องฟอกอากาศ Dyson Pure Cool TP04 เป็นทั้งพัดลมและเครื่องฟอกอากาศในตัว ตัวฐานเครื่องมีขนาดเล็ก ช่วยประหยัดพื้นที่ในบ้าน จัดบ้านได้อย่างลงตัว

ไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องหอมจาก Maison Berger Paris ชั้น 1 กับคอลเลคชั่นล่าสุด Mr, and Mrs. โดยศิลปินชื่อดังอย่าง Jonathan Adler ที่มีทั้งเทียนหอม, ก้านกระจายความหอม, ตะเกียงน้ำหอม มาช่วยทำให้อากาศสะอาดภายในบ้านมีกลิ่นหอมแบบพรีเมียม ภายใต้แพ็คเกจจิ้งเรียบหรูช่วยให้บ้านเป็นวิมานอย่างสมบูรณ์แบบสมใจ

ทั้งนี้ สยามพารากอนยังจัดแคมเปญพิเศษ “SIAM PARAGON MEMBER MAY DAY” ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พ.ค.ศกนี้ ช้อปสินค้า Home Living (ที่ร่วมรายการ) ครบ 6,000 บาท ขึ้นไป แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 900 บาท พิเศษเมื่อสมัครสมาชิกใหม่ VIZ Card รับ E-Gift Card เพิ่มมูลค่า 100 บาท พร้อมรับสิทธิ์แลกรับโปรโมชั่นได้ทันที!! นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์เหนือระดับให้ช้อปได้ไม่สะดุดกับบริการสุดพิเศษจาก Siam Paragon Luxury Chat & Shop แชทและช้อปแบรนด์เนมระดับโลก จากรันเวย์พร้อมส่งถึงมือคุณ

กดติดตามผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ค SIAMPARAGONSHOPPING และทาง Line @ONESIAM จากนั้นเลือกชมสินค้าไฮไลท์ประจำวันของหลากหลายแบรนด์หรูคอลเลคชั่นล่าสุดตามสไตล์ความชอบ เสริมทัพด้วยบริการ Call & Shop เพียงโทร. 063-205-7989 หรือ 063-205-7974 หรือ Line @ONESIAM โดยสามารถช้อปสินค้าทางโทรศัพท์หรือไลน์ได้อย่างครบครันทุกแผนกในวันสยามตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร จนถึงลักซ์ชัวรี่แบรนด์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-610-8000 หรือติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ Facebook : SIAMPARAGONSHOPPING

ยลโฉมนาฬิกาโครโนกราฟลิมิเต็ดเอดิชั่น TAG Heuer Monaco Green Dial Calibre Heuer 02 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651984

วันที่ 04 พ.ค. 2564 เวลา 15:15 น.

ยลโฉมนาฬิกาโครโนกราฟลิมิเต็ดเอดิชั่น TAG Heuer Monaco Green Dial  Calibre Heuer 02TAG Heuer เปิดตัว TAG Heuer Monaco Green Dial เฉลิมฉลองการแข่งขันรถยนต์คลาสสิก The Grand Prix de Monaco Historique

TAG Heuer แบรนด์นาฬิกาหรูแห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดตัว TAG Heuer Monaco Green Dial ผลงานใหม่แบบลิมิเต็ดเอดิชั่นในคอลเลกชั่น TAG Heuer Monaco เพื่อเป็นที่ระลึกในการแข่งขันรถยนต์คลาสสิก Grand Prix de Monaco Historique ประจำปีนี้ที่ทาง TAG Heuer เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ผลงานใหม่ซึ่งผลิตเพียง 500 เรือนนี้โดนใจคอนาฬิกาด้วยเฉดสีเขียวเข้มสุดพิเศษ อีกทั้งการตีความดีไซน์ทันสมัยที่หาตัวจับยาก

นาฬิกา TAG Heuer Monaco Green Dial เปิดตัวในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการจัดการแข่งขันรถยนต์คลาสสิก Grand Prix de Monaco Historique ซึ่งทาง TAG Heuer เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ไม่เพียงเท่านั้น TAG Heuer ยังได้รับเลือกให้เป็นนาฬิกาทางการของการแข่งขัน Formula One Monaco Grand Prix และเป็นพาร์ทเนอร์นาฬิกาอย่างเป็นทางการของพิพิธภัณฑ์ Monaco Top Cars Collection ด้วย ทั้งหมดนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง TAG Heuer และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอีเวนต์มอเตอร์สปอร์ต

Grand Prix de Monaco Historique ซึ่งจัดขึ้นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ในทุกๆ สองปีเป็นหนึ่งในรายการไฮไลต์ของการแข่งขันรถยนต์คลาสสิกและเป็นที่ที่กลุ่มผู้เป็นเจ้าของรถนักแข่งและผู้ชมจะได้เพลิดเพลินกับการแข่งขันระดับกรังด์ปรีซ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและดื่มด่ำกับจิตวิญญาณอันแสนอบอุ่นตลอดเส้นทางการแข่งขันอันเป็นตำนาน ในการแข่งขันแต่ละครั้งจะมีรถยนต์กว่า 200 คันจากผู้ผลิตรถยนต์กว่า 50 บริษัทจาก 21 ประเทศเข้าร่วม โดยแต่ละทีมซึ่งได้รับคัดเลือกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความเป็นเอกลักษณ์จะได้เข้าประลองความเร็วกันในการแข่งขัน 7 ซีรีส์ในช่วงทศวรรษที่ 1930-1970

และล่าสุด TAG Heuer ก็ได้เปิดตัวผลงานลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่น TAG Heuer Monaco Green Dial  เพื่อฉลองการแข่งขันอันยิ่งใหญ่ประจำปี 2021 นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นมาพร้อมกับความงามของหน้าปัดในเฉดสีเขียวเข้มมรกตซึ่งเป็นเฉดสีที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันและเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมและคอนาฬิกา ซึ่งเป็นเฉดสีที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนบนหน้าปัดนาฬิกาไอคอนิก ช่วยเติมความสดใหม่ให้กับคอลเลกชั่น TAG Heuer Monaco และเสริมความโดดเด่นให้ดีไซน์ของนาฬิกาตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ พื้นหน้าปัดไล่เฉดสีจากเฉดสีอ่อนบริเวณกึ่งกลางแล้วค่อยๆ เข้มบริเวณขอบ สื่อถึงแนวคิดเรื่องสปีดความเร็ว และเฉดสีเขียวนี้ยังทำให้นึกถึงสีเขียวบริเวณเส้นขอบข้างสนาม Monaco Grand Prix อันโด่งดังก่อนจะเข้าสู่มุมโค้งบริเวณท่าเรือ

บนหน้าปัดขัดลายซันเรย์สีเขียวนั้น ยังมีหน้าปัดย่อยสีดำสองหน้าปัด ตกแต่งด้วยอินเด็กซ์และเข็มชุบโรเดียม และเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova สีขาว และเพื่อให้เข้ากัน ลวดลายที่สลักลงบนโรเตอร์และคอลัมน์วีลของกลไกอินเฮาส์ยังตกแต่งด้วยเฉดสีเขียว และสามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล 

นาฬิกาซึ่งโดดเด่นและไร้กาลเวลานี้มาพร้อมกับสายรัดข้อมือหนังสีดำ ทำงานด้วยกลไก Calibre Heuer 02 ซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นในโรงงานของ TAG Heuer เอง ทำงานเต็มประสิทธิภาพด้วยกำลังสำรองสูงถึง 80 ชั่วโมง มาพร้อมหน้าปัดขนาด 39 มม. ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือน กับแพ็คเกจจิ้งใหม่ซึ่งออกแบบมาให้เข้ากับจิตวิญญาณการแข่งขันประลองความเร็วของคอลเลกชั่น TAG Heuer Monaco พร้อมวางจำหน่ายในบางบูติกทั่วโลกและที่ www.tagheuer.com

TAG Heuer Monaco Green Dial เป็นการตีความสุดยอดเรือนเวลาให้ทันสมัยเพื่อฉลองสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างแบรนด์ TAG Heuer  นาฬิกาดีไซน์เอกลักษณ์ที่แจ๊ก ฮอยเออร์ สร้างสรรค์ขึ้นในปี 1969 และการแข่งขันรถยนต์อันทรงเกียรติของโมนาโค ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ดีเอ็นเอของ TAG Heuer Monaco ยังได้รับการสืบสานผ่านการตีความอย่างโดดเด่นและทันสมัย สำหรับผลงานใหม่ที่มาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียวนี้นับเป็นการตอกย้ำสถานะของคอลเลกชั่น  TAG Heuer Monaco ว่าเป็นหนึ่งในนาฬิกาไอคอนิกไร้กาลเวลาตลอดกาล

บริการเดลิเวอรี่จาก 4 ห้องอาหารยอดนิยมของโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653006

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 10:10 น.

บริการเดลิเวอรี่จาก 4 ห้องอาหารยอดนิยมของโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์คอิ่มอร่อยอย่างมีสไตล์กับบริการสั่งกลับและเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้าน พร้อมหลากหลายความอร่อยจากห้องอาหารชั้นนำของโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

คิดถึงความอร่อยจากห้องอาหารอยู่หรือเปล่า โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ให้ทุกคนได้ลิ้มรสความอร่อยจากห้องอาหารชั้นนำได้ทุกวันที่บ้านของคุณเอง กับบริการจัดส่งความอร่อยตรงถึงหน้าบ้านและบริการซื้อกลับบ้าน กับเมนูโปรดจาก 4 ห้องอาหารยอดนิยมของโรงแรม ได้แก่ ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ , ห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์, ห้องอาหาร สยาม ที รูม และห้องอาหาร อาคีรา แบค

พบกับเมนูยอดนิยมจากแต่ละห้องอาหาร รังสรรค์โดยเชฟมากประสบการณ์ เช่น ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ ห้องอาหารนานาชาติที่นำเสนอ สลัด ซุป และ ตัวเลือกอาหารจานหลักมากมาย ทั้งพาสต้าเส้นสดและพิซซ่าอบใหม่ พร้อมด้วยเมนูของหวานแสนอร่อย

ต่อที่ห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ นำเสนอเมนูติ่มซำแสนอร่อย เป็ดย่าง และหมูอบน้ำผึ้ง พร้อมด้วย อาหารและซุปสูตรพิเศษจากเชฟ

ห้องอาหาร สยาม ที รูม ร้านอาหารไทยต้นตำรับและคาเฟ่บรรยากาศดี นำเสนอเมนูแซนด์วิช อาหารเรียกน้ำย่อย เมนูแกงต่างๆ เมนูจานผัด และเบเกอรี่อบสดใหม่วันต่อวัน

นอกจากนี้ ห้องอาหาร อาคีรา แบค ร้านอาหารเอเชียนทวิสต์ ขอนำเสนอ ซูชิโรลหลากรส สลัด พิซซ่าแป้งบางอันเป็นเอกลักษณ์ และเมนูอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นแสนอร่อย รวมถึงเครื่องดื่มและม็อกเทอีกหลายเมนู

โดยลูกค้าในกรุงเทพมหานครสามารถติดต่อเพื่อสั่งได้โดยตรงกับทางโรงแรมผ่านทางไลน์ออฟฟิเชียล (เพื่อมารับด้วยตนเองหรือใช้บริการจัดส่งผ่านแอปพลิเคชัน) หรือใช้บริการเดลิเวอรี่จาก Foodpanda และ Megatix ได้เช่นกัน หากสั่งตรงกับทางโรงแรม คุณลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้จากทุกห้องอาหารในออเดอร์เพื่อจัดส่งในเวลาเดียวกัน โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค หวังว่าความอร่อยจากหลากหลายเมนูคุณภาพจะทำการรับประทานอาหารที่บ้านของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

สอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่ +66 (0) 2 059 5999

ไลน์ออฟฟิเชียลและเมนู :

ห้องอาหารโกจิ คิทเช่น + บาร์ @GojiKitchenBar https://bit.ly/2R8zOYv

ห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ @Pagoda https://bit.ly/3vSurvo

ห้องอาหาร สยาม ที รูม @SiamTeaRoom https://bit.ly/3bfvA8h

ห้องอาหาร อาคีรา แบค @AkiraBackBKK https://bit.ly/2QZ6dkx

สามารถติดตามเราได้ที่ช่องทางเหล่านี้ Website: www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com

Facebook: https://www.facebook.com/bangkokmarriottmarquis