รู้จัก ‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่พิสูจน์แล้วว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681009

วันที่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 10:25 น.รู้จัก ‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่พิสูจน์แล้วว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’

‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ วิศวกรขุดเจาะหญิงสุดแกร่งของเชฟรอน ฉีกกรอบความคิดสู่ความท้าทายในอาชีพสาขา STEM โอกาสที่ผู้หญิงก็ทำได้

คุณมูน “เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร”

ในวันที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างเชื่อว่านวัตกรรม เทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นทุกวัน เราเดินหน้าไปสู่ความเท่าเทียม เปิดรับ แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น เราทุกคนมีโอกาสและทางเลือกที่หลากหลายในการใช้ชีวิต แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงโอกาสนั้นได้อย่างเท่าเทียมกัน

จากข้อมูลขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา สำนักงานภาคพื้นเอเชีย (USAID) แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีบทบาทไม่มากนัก โอกาสในการเลือกอาชีพของพวกเธอมีข้อจำกัดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม โอกาสทางการศึกษาน้อยกว่าเด็กชาย ขาดการแนะแนวและให้ความรู้ด้านวิชาชีพว่าผู้หญิงก็สามารถยืนหยัดในแวดวงนี้ได้ ขาดผู้หญิงต้นแบบให้ยึดถือและเดินรอยตาม รวมทั้งขาดความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวในระดับภูมิภาค

ยิ่งหากมองลึกไปที่อาชีพสาขา STEM สายงานที่ต้องใช้องค์ความรู้และจุดเด่นโดยรวมของศาสตร์ 4 สาขาวิชาไม่ว่าจะ Science (วิทยาศาสตร์) Technology (เทคโนโลยี) Engineering (วิศวกรรมศาสตร์) และ Mathematics (คณิตศาสตร์) เข้าไว้ด้วยกัน ไม่แปลกเลยหากความซับซ้อน ข้อจำกัดของพละกำลังหรือความคล่องตัว จะชวนให้ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดและตีกรอบทางความคิดว่า STEM เป็นสาขาอาชีพที่ผู้หญิงเติบโตได้ยาก ทำให้ผู้หญิงในอาชีพสาขานี้มีจำนวนน้อย จากรายงานฉบับหนึ่งของ The World Economic Forum ระบุว่า เมื่อเทียบกับแวดวงสาธารณสุข การศึกษา องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร หรือกฎหมาย ผู้หญิงจะได้รับการว่าจ้างงานและมีพื้นที่ในอาชีพมากกว่ากลุ่มอาชีพ STEM อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์ ไอที สายการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน และเหมืองแร่ หรือในกลุ่มวิศวกรรมปิโตรเลียม มีผู้หญิงคิดเป็นเพียงราว 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ปัญหาภาวะความเหลื่อมล้ำทางเพศนี้ ไม่ได้ส่งผลแค่ในเชิงอัตลักษณ์หรือตัวตนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะนำไปสู่ระบบเศรษฐศาสตร์ที่ขาดประสิทธิภาพ รวมถึงชะลอการพัฒนาและเติบโต ในทางตรงกันข้าม ความเท่าเทียมทางเพศนั้นสามารถเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจโลกได้มากถึง 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไม่เพียงเพิ่มพูนชื่อเสียง แต่ยังแสดงถึงความเป็นผู้นำขององค์กรและเป็นตัวอย่างให้แก่คนรุ่นใหม่ รวมทั้งดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

เชฟรอน ในฐานะหนึ่งในบริษัทพลังงานระดับโลกที่เชื่อในความสามารถและศักยภาพของผู้หญิง อีกทั้งสนับสนุนให้ผู้หญิงรับหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กรในตำแหน่งสำคัญมาโดยตลอด วันนี้เราจึงจะพาคุณมารู้จัก คุณมูน “เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร” ผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการขุดเจาะหลุม (Wells Manager) ของบริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่ทำการขุดเจาะเพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและจัดหาพลังงานให้กับประเทศสำเร็จจำนวนหลายร้อยหลุมในแต่ละปี ทำลายสถิติการจัดการแท่นขุดเจาะที่เร็วที่สุดในโลก และเป็นตัวแทนวิศวกรหญิงในประเทศไทยที่ได้รับเกียรติเข้าร่วมพูดคุยในงาน USAID E4SEA ภายใต้หัวข้อ Girls and STEM for a Sustainable Energy Sector in Southeast Asia ตอกย้ำศักยภาพและความเป็นผู้นำของผู้หญิงในอาชีพสาขา ‘STEM’ ได้อย่างเด่นชัด

เพราะเชื่อว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนของครอบครัว แม้คุณพ่อหรือคุณแม่จะไม่เคยทำงานสาย STEM มาก่อน แต่พวกเขาก็ไม่เคยปิดกั้นหรือมีความเชื่อในค่านิยมแบบเดิมๆ ที่ว่า เด็กผู้ชายมีจุดแข็งด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากกว่า ในขณะที่เด็กผู้หญิงมีจุดแข็งด้านการใช้ภาษา ซึ่งค่านิยมเหล่านี้อาจจะส่งผลให้เด็กผู้หญิงให้ความสนใจในการเรียนรู้ด้าน STEM น้อยลงได้

ยิ่งไปกว่านั้น คุณครูมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยผลักดันความสนใจในการเรียนรู้ด้าน STEM เธอเล่าว่า “สมัยประถมศึกษาไม่ได้ชอบวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ แต่พอย้ายมาเรียนชั้นมัธยมศึกษาได้เจอคุณครูที่ทำให้วิชาเลขเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเรียบง่าย จึงเกิดเป็นความชื่นชอบในวิชานี้ จากที่ไม่ได้โดดเด่นด้านคณิตศาสตร์ ก็ทำได้ดีขึ้น”

นอกจากคุณครูซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการศึกษา ทั้งในแง่การต่อยอด การสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้กับนักเรียนหญิงแล้ว เธอยังมีพี่สาว ผู้ทำงานในอาชีพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็น Role Model หรือ ต้นแบบที่มีส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์จริงและสร้างแรงบันดาลใจ โดยพาคุณมูนไปพบเจอประสบการณ์ที่ดีและน่าตื่นเต้นต่างๆ เช่น การเยี่ยมชมเครื่องจักรในโรงงานกระดาษ

“เรายืนอยู่หน้าเครื่องพวกนั้น แล้วจินตนาการว่าตัวเองสามารถซ่อมเครื่องพวกนี้ แก้ปัญหาให้มันทำงานได้แบบสดๆ ทันเวลาตอนนั้นเลย สำหรับเรามันน่าตื่นเต้นมาก เป็นเรื่องสำคัญที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้มีโอกาสได้เห็นสิ่งต่างๆ และจับต้องความฝันได้แบบเป็นรูปธรรม ทำให้เห็นว่าเรารู้ว่าเราอยากทำอะไรในชีวิต ในอนาคตของเรา” คุณมูนกล่าวในงาน USAID E4SEA

จนกระทั่งความฝันเป็นจริง เธอได้เข้าทำงานกับทางบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และเติบโตในสายนี้ จนได้รับการโปรโมทเป็นหนึ่งในผู้บริหารของ บริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ซึ่งที่เชฟรอน มีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้คุณค่าด้านความหลากหลายภายในองค์กร (Diversity and Inclusion) พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการทำงานในแวดวงพลังงานให้กับผู้หญิงผ่านระบบขั้นตอนการทำงานและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนให้เกิดความพร้อมและความสบายใจ แม้เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย แต่ก็ไม่เป็นปัญหา ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นและทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทำให้งานดำเนินอย่างราบรื่นและเกิดเป็นผลสำเร็จร่วมกัน “ถึงแม้วันนี้เราไม่ได้ทำงานในโรงงาน แต่เราได้ทำงานกับทางเชฟรอน เป็นงานที่เน้นการลงพื้นที่ เรายังเป็นคนเดิมที่มีความสุขกับการทำให้เครื่องจักรทำงาน เราอยากตัดสินใจ ช่วยแก้ปัญหาในหน้างาน และทำให้งานเดินต่อไปได้ สิ่งเหล่านี้เป็นจริงได้เพราะการสนับสนุนผู้หญิงให้มีโอกาสเข้าถึงงานในสาย STEM นั่นเอง”

เด็กส่วนใหญ่มักไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เพราะคิดว่าเป็นวิชาที่ยาก การจูงใจให้เด็กทุกคนรวมถึงเด็กผู้หญิงมาสนใจเรียนวิชาที่ก้าวไปสู่วิชาชีพสาขา ‘STEM’ นั้นจึงต้องเริ่มจากห้องเรียนที่สนุก ครูจึงมีบทบาทสำคัญที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ แก้โจทย์ปัญหาที่เชื่อมโยงกับโลกภายนอก สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอยากเรียนและก้าวหน้าในอาชีพที่ต้องใช้ทักษะทางด้าน STEM

โดย ดร. เกศรา อมรวุฒิวร  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO – STEM-ED) ได้กล่าวในงาน USAID E4SEA ถึงโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ซึ่งร่วมมือกับทางบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ว่าเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนด้าน STEM โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของครูผู้สอนให้มีทักษะการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (inquiry-based approach) ใช้โครงงานเป็นฐาน (project-based approach) และส่งเสริมการเรียนรู้ STEM ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้กับเยาวชน ผ่านการพัฒนาครูที่เน้นการลงมือปฏิบัติ ผลของโครงการทำให้คุณครูที่เข้าร่วมโครงการ 100% สามารถเชื่อมโยงคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวัน โดย 72% ของครูผู้สอนสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ได้ส่งผลให้เด็กนักเรียน 92% ตั้งใจเรียนและทำงานที่ครูมอบหมายให้และยังสะท้อนว่าได้เรียนรู้แนวคิดหลักทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จากแผนการสอนที่ครูออกแบบมาอย่างดี นักเรียนถึง 90% ใส่ใจและสนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากขึ้น และที่สำคัญนักเรียนหญิงที่เข้าร่วมโครงการมีสัดส่วนที่สนใจเรียนต่อในสาขา STEM สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ นับเป็นอีกความมุ่งมั่นที่พยายามทำเพื่อให้ผู้หญิงมีโอกาสและความมั่นใจมุ่งสู่อนาคตสาย STEM มากขึ้น

กิจกรรมในโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต 

ทั้งหมดนี้เราจะเห็นว่า ‘ผู้หญิง’ ก็สามารถเข้ามามีบทบาท เติบโต และประสบความสำเร็จในอาชีพสาขา ‘STEM’ ได้ เพียงได้รับการส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เชื่อมั่นในศักยภาพ พัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ สั่งสมประสบการณ์ที่ได้รับพร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดมุ่งสู่ความท้าทายในความสามารถ และกล้าที่จะแสดงออกอย่างมั่นใจให้โลกรับรู้ว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’ 

เชฟรอนประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม พัฒนาคน พัฒนาการศึกษาในกลุ่มอาชีพสาขา ‘STEM’ ให้ผู้หญิงทุกคนได้มาพิสูจน์ความสามารถที่มีและเติบโตในอาชีพสาขา ‘STEM’ ไปด้วยกัน

ชวนช้อปหนักมาก! คิง เพาเวอร์ เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680955

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 15:12 น.ชวนช้อปหนักมาก! คิง เพาเวอร์ เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง

ต้อนรับการกลับมาเดินทางอีกครั้งกับ คิง เพาเวอร์ ด้วยแนวคิด ‘ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย’ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในสนามบินเพื่อนักเดินทาง ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม นี้ ที่ คิง เพาเวอร์

คิง เพาเวอร์ อัดแคมเปญเพื่อนักเดินทาง เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง ที่ คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และภูเก็ต พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับบริการ KING POWER CLICK & COLLECT บริการช้อปสินค้าดิวตี้ฟรีในระบบออนไลน์ เพื่อต้อนรับการกลับมาเดินทางอีกครั้งกับ ด้วยแนวคิด ‘ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย’ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในสนามบินเพื่อนักเดินทาง ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคมนี้ ที่คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ,ดอนเมือง และภูเก็ต สมาชิกคิง เพาเวอร์ รับคูปองส่วนลด 30% 1 ใบ สำหรับซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น เมื่อสมัครสมาชิก Scarlet  และเติม E-Purse มูลค่า 6,000 บาท หรือ สมัครสมาชิก Onyx และเติม E-Purse มูลค่า  60,000 บาท รวมถึงรับส่วนลด 20% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ

พร้อมรับสิทธิเมื่อช้อปสินค้าดิวตี้ ฟรี ผ่านระบบออนไลน์กับบริการ KING POWER CLICK & COLLECT ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน นี้ มอบส่วนลดสูงสุด 25%  เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป เฉพาะการสั่งซื้อสินค้า Duty Free ที่ร่วมรายการ และเฉพาะการสั่งซื้อสินค้า Duty Free สำหรับเที่ยวบินขาออก (Departure flight) และเที่ยวบินขาเข้า (Arrival Flight) เพียงใส่รหัสส่วนลด “DFS25” สามารถใช้ได้ที่ www.kingpower.com และ แอปพลิเคชัน KING POWER ซึ่งสามารถช้อปได้สะดวก รวดเร็ว จากที่ไหนก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก  สามารถช้อปปิ้งได้จนถึง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

พิเศษ ! ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขอเชิญนักเดินทางสัมผัสประสบการณ์ ‘ดิวตี้ ฟรี เวิล์ดคลาส ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น’ กับแฟลกซ์ชิพสโตร์ระดับลักชัวรี่แบรนด์ชั้นนำมากกว่า 20  แบรนด์ระดับโลก พร้อม แฟลกซ์ชิพสโตร์เครื่องสำอาง น้ำหอม แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ ชาแนล (Chanel), เอสเคทู (SKII), ลังโคม (Lancôme), เอสเต้ ลอเดอร์ (ESTÉE LAUDER) และ ดิออร์ (DIOR) ในโซน World Beauty และสินค้าคุณภาพมากมายเพื่อนักเดินทาง ตลอดจนการใช้บริการห้อง The Atlas Club และ King Power Space ภายใต้มาตรการสุขอนามัยระดับสากล ซึ่งสมาชิกคิง เพาเวอร์ โดยสามารถตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้บริการล่วงหน้าที่ http://member.kingpower.com

‘1905 Heritage Corner’ ชุบชีวิตตึกเก่าเป็น Small Luxury Guesthouse สุดคลาสสิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681004

วันที่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 11:35 น.‘1905 Heritage Corner’ ชุบชีวิตตึกเก่าเป็น Small Luxury Guesthouse สุดคลาสสิก

ชวนย้อนวันวานผ่านการพักผ่อนที่ ‘1905 Heritage Corner’ จากอาคารหลังเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 สู่ Luxury Guesthouse ที่น่าค้นหาสไตล์โคโลเนียลใจกลางเมืองเก่าย่านแพร่งภูธร

โดย : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์เช็กอิน 1905 Heritage Corner เยือนถิ่นเก่าที่หยิบมาเล่าใหม่ได้ไม่รู้จบในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ พักผ่อนย้อนอดีตในอาคารอายุหลักร้อยปียุครัตนโกสินทร์ ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 บนถนนแพร่งภูธร อีกหนึ่งที่พักที่อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์รอบกรุง อาทิ พระบรมมหาราชวัง, พระอารามหลวง, ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตลอดจนโบราณสถานและร้านรวงของอร่อยชื่อดังมากมาย

สำหรับ 1905 Heritage Corner เป็น Luxury Guesthouse ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในอาคารตึกแถวสไตล์โคโลเนียล หากย้อนกลับไป อาคารหลังนี้เคยเป็นโรงน้ำชา หนึ่งในแหล่งพบปะสังสรรค์ของผู้คนในชุมชนยุคก่อน ก่อนมาเป็นโรงงานทำฟันปลอมแห่งแรกของประเทศไทย  จนท้ายสุดในปัจจุบันก็ผันตัวผ่านการรีโนเวทให้เป็น Luxury Guesthouse โดยยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบจีน-โปรตุเกส เพื่อความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในตกแต่งในสไตล์โคโลเนียลผสาน Contemporary สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความคลาสสิก และเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานในทุกอณู

เปิดประตูเข้าสู่อาคาร บริเวณชั้นล่างเป็นรีเซปชั่น ห้องอาหาร และมุมอ่านหนังสือ ชั้นบนเป็นห้องพักที่มีทั้งหมดเพียง 3 ห้อง โดยแต่ละห้องจะมีความเหมือนและความต่างเฉพาะตัว จากท้องเรื่องที่จำลองการเดินทางของพ่อค้าชาวจีนที่ล่องเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลมาฝั่งเมือไทย จึงเป็นที่มาของสถาปัตยกรรมแบบ Sino-Siamese ที่เป็นแนวการตกแต่งภายในห้องพัก แต่ละส่วนของห้องล้วนมีที่มาเพื่อเล่าเรื่องถึงการอพยพถิ่นฐานของคนจีนโดยทางเรือสำเภา

ห้อง Chinese Settle ห้องที่ตกแต่งให้รู้สึกว่าได้พักอยู่ในเรือ บรรยากาศในห้อง ทุกห้องจะจำลองให้เหมือนกำลังเดินทาง โดยเรือสำเภา

Colonial Room สื่อถึงยุคสมัยที่ไทยรับเอาอิทธิพลตะวันตกเข้ามา เครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องจึงดีไซน์ตามแบบโคโลเนียล 

Tea Room เป็นห้องขนาดเล็ก เล่าถึงชีวิตประจำวันของพ่อค้าที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย มีกลิ่นอายความเป็นจีนอย่างชัดเจน ทุกห้องมีกาน้ำชาไว้ให้จิบคละเคล้าบรรยากาศ

ซึ่งหลังจากค่ำคืนอันแสนสุข รุ่งเช้าทุกคนจะได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารเช้าที่ 1905 Heritage Corner บรรจงตระเตรียมไว้เป็นอย่างดีที่โต๊ะอาหาร ประกอบด้วยอาหารไทย อาหารฝรั่ง ที่หมุนเวียนกันไปในแต่ละช่วงเวลาและโอกาส นอกจากนี้ ยังมีชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทยไว้คอยบริการ

ตามมาสัมผัสบรรยากาศแห่งความทรงจำในวันวาน ผ่านสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัยในอาคารเก่าร้อยปีที่ถูกแปลงโฉมเป็น Luxury Guesthouse สุดคลาสสิกได้ที่ 1905 Heritage Corner ถนนแพร่งภูธร ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 090-9893107 หรือ 081-8747577 ดูรายละเอียดได้ที่ www.1905heritagecorner.com และ Facebook : 1905 Heritage Corner

จัดเต็มแบบจุกๆ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียมมื้อสายวันอาทิตย์ @อูโนมาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680963

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 16:13 น.จัดเต็มแบบจุกๆ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียมมื้อสายวันอาทิตย์ @อูโนมาส

เพลิดเพลินเกินต้านที่ห้องอาหารอูโนมาส ครั้งนี้ชวนจัดเต็มแบบจุกๆ ในมื้อสายวันอาทิตย์ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม

อิ่มเอมความอร่อยในวันครอบครัว ทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน ให้คุณและครอบครัวได้เพลิดเพลิน ดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่สวยงามของวิวมหานครใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเพิ่มอรรถรสความอร่อยกับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2565 และ 5 มิถุนายน 2565

ที่นี่ทุกคนจะได้ดื่มด่ำพร้อมสัมผัสกลิ่นอายสไตล์สเปนกับมื้อสายวันอาทิตย์ เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่เสิร์ฟแบบไม่จำกัด ครบครันด้วยมุมอาหารไฮไลท์ที่ยกให้เป็นที่หนึ่งกับเหล่าบรรดาซีฟู้ดคุณภาพพรีเมียมสดใหม่จัดเรียงรายบนน้ำแข็งเป็นการเรียกน้ำย่อย อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือ หอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์สด ไข่ปลาคาเวียร์ ทานพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บเพื่อเพิ่มอรรถรส รวมถึง หลากหลายเมนู ทาปาส แฮมนานาชนิด มาให้คุณได้เลือกสรรความอร่อยด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีอาหารสเปนตามสั่งที่คัดสรรเมนูอาหารจานเด่นหลากหลายเมนูจนนับไม่ถ้วนมาให้ได้ลิ้มลอง โดยทีมเชฟประจำห้องอาหารได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากสเปน นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือ พร้อมเสิร์ฟร้อนให้ทุกท่านได้ลิ้มรสกันถึงโต๊ะ มอบประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด ปิดท้ายด้วยอรรถรสจัดเต็มกับเมนูของหวานละลานตาอีกมากมายที่สายของหวานไม่ควรพลาด

มาสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมของชาวสเปน พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น ในราคาเพียง 3,955 บาท++ ต่อท่าน เสิร์ฟพร้อมแชมเปญ จี เอช มุมม์ กอร์ดอง รูจ หนึ่งในสุดยอดแบรนด์แชมเปญของโลก รวมถึงไวน์รสเลิศจากทั่วโลก และเครื่องดื่มพรีเมียมอื่นๆ แบบไม่อั้น (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ)

บุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น. ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่

โทร. 0-2100-6255

อีเมล diningcgcw@chr.co.th

เว็บไซต์ www.unomasbangkok.com

เฟสบุ๊ก UNO MAS

อินสตาแกรม Unomas_Bangkok

เหงื่อออกเป็นเลือด โรคที่พบน้อย รักษาให้หายขาดได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/680927

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 11:15 น.เหงื่อออกเป็นเลือด โรคที่พบน้อย รักษาให้หายขาดได้

ไขข้อข้องใจ ‘ภาวะเหงื่อออกเป็นเลือด’ พร้อมแนะวิธีดูแลโรคอื่นๆ ที่เกิดจากเหงื่อในช่วงอากาศร้อน โดยเฉพาะผดและสิวที่พบมากสุด

จากกระแสข่าวพบเด็กหญิง 7 ขวบมีเลือดออกตา จมูก และผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากโรคภาวะเหงื่อออกเป็นเลือด (Hematohidrosis) หรือที่เรียกว่า ภาวะที่มีเลือดออกจากผิวหนังปกติที่ไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ ซึ่งสามารถพบเลือดออกได้ตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น หนังศีรษะ ฝ่ามือ หลังมือ หน้าผาก ใบหน้า ซอกพับ หรือดวงตา เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่มักสร้างความตื่นตกใจและความเครียดต่อผู้ที่เป็นและผู้ที่พบเห็น 

เรื่องนี้ ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และ รศ.พญ.รัตนาวลัย นิติยารมย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย อธิบายว่า สาเหตุของการเกิดภาวะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่อาจพบสัมพันธ์กับภาวะความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่น โรคประจำตัวที่เป็นโรคเรื้อรังบางชนิด การออกกำลังกายอย่างหนัก การมีประจำเดือนผิดปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กับภาวะทางจิตใจ เช่น ความเครียด หรือภาวะทางอารมณ์ที่รุนแรง รวมถึงยังมีความเชื่อเกี่ยวกับภาวะเหงื่อออกเป็นเลือดกับความเชื่อทางศาสนา

ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา กล่าวว่า ผู้ที่มีอาการเหงื่อออกเป็นเลือดบางรายจะมีอาการเจ็บหรือปวดแสบบริเวณที่จะมีเลือดออกนำมาก่อน บางรายอาจมีอาการใจสั่น หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมในขณะที่มีอาการ เลือดที่ออกอาจจะเป็นเลือดแดงสด หรือน้ำสีแดงจาง อาจมีกลิ่นคาวเลือด ปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน และสามารถหยุดได้เองในเวลาไม่นาน

ผู้ที่มีภาวะนี้มักจะมีปัญหาทางจิตใจและอารมณ์ เช่น ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือบุคลิกภาพผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นก่อนหรือภายหลังจากการเกิดอาการเหงื่อออกเป็นเลือด โดยส่วนใหญ่ผุ้ที่มีภาวะนี้จะตรวจไม่พบความผิดปกติจากการตรวจร่างกายหรือการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการใด ๆ

ทั้งนี้ การรักษาภาวะนี้ขึ้นกับสาเหตุ หากในรายที่ตรวจไม่พบสาเหตุใด ๆ การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการและการรักษาปัญหาทางจิตใจควบคู่กันไป ไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งอาจมีอาการหลายเดือนจนถึงหลายปี แล้วอาการเหล่านี้มักหายไปได้เอง

นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมการแพทย์ ระบุ Hematidrosis เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก อาการผู้ป่วยคือจะมีเลือดออกบริเวณผิวหนัง และเยื่อบุอวัยวะอื่นๆ ซึ่งเลือดจะไหลออกเป็นพักๆ สำหรับโรคเหงื่อออกเป็นเลือด เกิดจากเส้นเลือดฝอยรอบๆ บริเวณต่อมเหงื่อ เกิดความเปราะบาง เกิดการปริแตก และมีเลือดไหลออกมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และส่วนมากจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย สำหรับในเพศหญิงจะอยู่ในช่วงอายุก่อนจะมีประจำเดือน พบมากระหว่างอายุประมาณ 11-14 ปี อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคนี้

สำหรับในช่วงอากาศร้อน จะพบว่าร่างกายมีเหงื่อออกจำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรักแร้ ซึ่งการที่มีเหงื่อออกนั้น เกิดจากความร้อนหรืออารมณ์และจิตใจที่ถูกกระตุ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติหรือเรียกว่า “ภาวะหลั่งเหงื่อมากหรือภาวะเหงื่อท่วม” เป็นภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ มีสาเหตุ ที่พบได้บ่อย คือ โรคอ้วนเพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่หนาขึ้นจะส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี จึงต้องเพิ่มการระบายความร้อนออกทางเหงื่อ การขาดฮอร์โมนเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือนหรือภาวะวัยทอง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคเบาหวานที่มีความผิดปกติในการใช้พลังงานและการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อต่างๆ การติดเชื้อโรคที่ส่งผลให้เกิดอาการไข้เรื้อรัง เช่น โรคมาลาเรีย และวัณโรค โรคหัวใจวายเรื้อรัง เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานเพิ่มในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายให้เพียงพอ ความร้อนในร่างกายจึงสูงขึ้น ซึ่งต้องกำจัดออกโดยการเพิ่มภาวะเหงื่อออก นอกนี้ยังมีสาเหตุจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาพาราเซตามอล หรือยาที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน ยาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรคเบาหวาน ยาด้านจิตเวช โรคมะเร็งบางชนิด เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งในโรคมะเร็งอาการเหงื่อออกมากผิดปกติทั่วตัวมักเกิดในช่วงกลางคืน

โรคที่เกิดจากเหงื่อที่พบบ่อยจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ได้แก่

ผด เป็นโรคที่พบบ่อยในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเกิดจากการอุดกั้นที่ชั้นนอกสุดของผิวหนัง ทำให้เหงื่อไม่สามารถไหลซึมออกมาได้ จะเกิดเป็นตุ่มพองน้ำใสๆ เล็กๆ ตื้นๆ โดยมากจะเป็นบริเวณที่ถูกแดดหรือถูกความร้อนซึ่งมักเรียกว่าผดแดด ถ้ามีเหงื่อออกมากก็จะยิ่งเป็นมากขึ้นและจะยุบหายไปเมื่อไม่มีเหงื่อออก

รังแค เกิดจากการทำงานที่มากขึ้นของต่อมไขมัน มีลักษณะเป็นสะเก็ดบางๆ หรือขุยละเอียดอ่อนบนหนังศีรษะ พบมากในวัยหนุ่มสาวและจะน้อยลงในวัยชรา

สิว เกิดจากการขับถ่ายไขมันออกมาผิดปกติขึ้นอยู่กับวัย ส่วนมากพบในวัยหนุ่มสาว และเกิดจากความเครียดทางจิตใจ สภาวะแวดล้อม ซึ่งรวมทั้งอากาศร้อน การเสียดสี สารเคมีในเครื่องสำอาง การรับประทานยา และพันธุกรรม ส่วนใหญ่บริเวณใบหน้า แผ่นหลัง หน้าอก และหัวไหล่ มากน้อยตามลำดับ 

การป้องกันเกิดโรคต่างจากเหงื่อ คือ การรักษาสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดโรคอ้วน ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน หวาน และเค็ม เพิ่ม ผัก และผลไม้ ที่สำคัญคือควรรักษาและควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค ที่เกิดจากเหงื่อ เพื่อส่งผลดีคุณภาพชีวิต

SABINA Exclusive for Pomelo คอลเลคชั่นสุดพิเศษฉลองวันคุ้มครองโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680872

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 14:35 น.SABINA Exclusive for Pomelo คอลเลคชั่นสุดพิเศษฉลองวันคุ้มครองโลก

SABINA แบรนด์ชุดชั้นในสัญชาติไทย จับมือ Pomelo เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษฉลองวันคุ้มครองโลก เดินหน้าผลิตสินค้ากลุ่มยั่งยืน ตอกย้ำเทรนด์รักสิ่งแวดล้อม

เฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) SABINA แบรนด์ชุดชั้นในสัญชาติไทย ผนึกความร่วมมือกับ Pomelo แพลตฟอร์มแฟชั่นอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอคอลเลคชั่น “Sabina Exclusive for Pomelo” คอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Pomelo และ SABINA ที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงและนำเสนอสไตล์ที่อินเทรนด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อสาวๆ #PomeloGirls และแฟน ๆ ของแบรนด์ SABINA

นางสาวพิชชา ธนาลงกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA เปิดเผยว่า ในฐานะที่ซาบีน่าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมชุดชั้นใน เราอยากจะเป็นก้าวเล็กๆที่สำคัญในการต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อม เราจึงเดินหน้าผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เราได้ผนึกความร่วมมือกับ Pomelo ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก ซึ่งเชื่อว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าที่ปัจจุบันเริ่มมีความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น

สำหรับการริเริ่มผลิตเสื้อผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระหว่าง SABINA กับ Pomelo จะครอบคลุมสินค้าทั้งหมด 8 ไอเท็ม ในราคาเริ่มต้นที่ 490 บาท ทั้งชุดนอน ชุดลำลองที่สวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน แตกต่างจากเสื้อผ้าสไตล์รักษ์โลกอื่น ๆ รวมถึงกางเกงขาสั้นสุดชิค เสื้อครอป และชุดชั้นในที่โดดเด่นด้วยลวดลายปักดอกเดซี่ที่สวยเก๋ไม่เหมือนใคร และดีเทลลายฉลุที่มาพร้อมกับโทนสีพาสเทลหวาน ๆ สามารถสวมใส่และแมชท์ได้หลากหลายลุค

“ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญพิเศษของเราในการผลิตชุดชั้นในที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SABINA ได้ริเริ่มผลิตชุดชั้นในจากการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกๆขั้นตอน โดยความพิเศษในคอลเลคชั่นนี้ เราตั้งใจนำ ‘ขวดน้ำพลาสติก’ มาเปลี่ยนให้เป็น ‘ฟองน้ำสำหรับเสื้อชั้นใน’  เพื่อเปลี่ยนจาก ‘วัสดุเหลือใช้’ ให้กลาย เป็น ‘วัสดุใหม่’ ที่พร้อมใช้งานอีกครั้ง พร้อมกับผสมผสานการเลือกใช้ผ้าคอตตอนออร์แกนิคและเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% และวัสดุอื่น ๆ เพื่อลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ที่เกิดจากการผลิตไอเท็มแฟชั่นให้ได้มากกว่าเดิม” นางสาวพิชชา กล่าว

เดวิด โจว ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) และ ผู้ร่วมก่อตั้ง Pomelo Fashion ได้กล่าวว่า “เพื่อต่อยอดจุดยืนของ Pomelo ในการเป็นเป็นแพลตฟอร์มแฟชั่นอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับเรา กว่า 9 ปี Pomelo ได้ร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำมากมาย เพื่อสร้างสรรค์สไตล์พิเศษที่สวยตรงใจ และผลักดันให้แฟชั่นเป็นมิตรต่อโลกนั้นก้าวหน้าไปพร้อมกัน ภายใต้การดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิด ‘Down to Earth’ ภายในสิ้นปี 2565 สินค้าใหม่ของแบรนด์ Pomelo กว่า 40% จะทำจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อโลก เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ที่ร่วมสร้างสรรค์กับ Sabina ในวันคุ้มครองโลก เพื่อเป็นทางเลือกของแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อโลก และตอกย้ำในความเชื่อมั่นของแฟชั่นที่ยั่งยืน”

คอลเลคชั่น Sabina Exclusive for Pomelo พร้อมให้ช้อปออนไลน์ที่เว็บไซต์ pomelofashion.com ผ่านแอปฯ Pomelo ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ทั้งในประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย และที่หน้าร้าน Sabina ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2565 เป็นต้นไป

เบอร์ 1 บิวตี้เดสติเนชั่น ‘ห้างเซ็นทรัล’ เฟ้นหาที่สุดของผลิตภัณฑ์บิวตี้ในดวงใจที่ทุกคนคือผู้ตัดสิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680842

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 11:06 น.เบอร์ 1 บิวตี้เดสติเนชั่น 'ห้างเซ็นทรัล' เฟ้นหาที่สุดของผลิตภัณฑ์บิวตี้ในดวงใจที่ทุกคนคือผู้ตัดสิน

“ห้างเซ็นทรัล” ตอกย้ำเบอร์ 1 บิวตี้เดสติเนชั่น เดินหน้าส่งความสุขพร้อมความสวย เปิดแคมเปญ “Central 75th Anniversary Beauty Awards 2022” ครั้งแรก! ของการเฟ้นหาที่สุดของผลิตภัณฑ์บิวตี้ในดวงใจที่ทุกคนคือผู้ตัดสิน

ตอกย้ำเบอร์ 1 ของผู้นำในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อสร้างมาตรฐานห้างดีที่สุดเทียบชั้นระดับโลก ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นนำเทรนด์และนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้ลูกค้าห้างเซ็นทรัลได้อัพเดทก่อนใครเสมอ และล่าสุดกับการคิกออฟอีกหนึ่งแคมเปญใหญ่สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉลิมฉลอง 75 ปีห้างเซ็นทรัลที่อยู่เคียงข้างและให้ความสุขกับคนไทยมาอย่างยาวนาน “Central 75th Anniversary Beauty Awards 2022” 

ครั้งแรก! กับความร่วมมือครั้งสำคัญของวงการรีเทลและแบรนด์บิวตี้ชั้นนำมากมาย กับการเดินหน้ามอบความสุขพร้อมความสวย ตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่ง “บิวตี้เดสติเนชั่น” ของเมืองไทย จัดกิจกรรมเพื่อสาวกบิวตี้เลิฟเวอร์ให้ร่วมสนุกพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการเฟ้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์บิวตี้และสุดยอดแบรนด์ในดวงใจ โดยทุกท่านสามารถโหวตไอเทมแบรนด์ดังจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งหมวดสกินแคร์ (Best Skincare 2022), หมวดเมคอัพ (Best Make Up 2022) และ หมวดน้ำหอม (Best Fragrance 2022) ผ่าน Line OA: @CentralBeautyClub หรือ คลิก bit.ly/3Kwu1Cg ซึ่งทุกๆ การโหวตยังลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษทุกสัปดาห์ตลอดแคมเปญ ตั้งแต่วันนี้ – 22 พฤษภาคม 2565

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “เพื่อเป็นการฉลองครบรอบปีที่ 75 ของห้างเซ็นทรัลที่อยู่เคียงคู่ทุกโมเม้นต์ของคนไทย ในปีนี้เราเตรียมจัดกิจกรรมแน่นตลอดทั้งปี เพื่อขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่ให้การตอบรับและสนับสนุนในทุกๆ แคมเปญที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เราได้จัดอีกหนึ่งแคมเปญสุดพิเศษที่ถือเป็นการคิกออฟฉลองความสุขร่วมกันกับแคมเปญ “Central 75th Anniversary Beauty Awards 2022” กิจกรรมสุดพิเศษที่จัดเพื่อลูกค้าสายบิวตี้ ให้ได้มาร่วมสนุกโหวตไอเทมและแบรนด์ในดวงใจ เพราะเชื่อว่าเสียงจากลูกค้า คือ รางวัลที่แท้จริง เรามั่นใจว่าแคมเปญนี้จะสร้างสีสันให้วงการรีเทลและตลาดบิวตี้คึกคักขึ้น รวมถึงลูกค้าเองนอกจากจะได้สนุกและเป็นหนึ่งในผู้ตัดสินรางวัลในหมวดต่างๆ ยังได้ลุ้นรับของรางวัลสุดเซอร์ไพรซ์ที่เราตั้งใจมอบให้ทุกๆ ท่านตลอดแคมเปญนี้ แล้วยังสามารถพบกับดีลสุดพิเศษที่ทางแบรนด์ต่างๆ ได้เตรียมมาไว้สำหรับทุกท่านอีกด้วย และในอนาคตก็จะมีความสนุกเกิดขึ้นอีกมากมายอย่างแน่นอนค่ะ”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา แผนก ‘Beauty Galerie’ (บิวตี้ แกเลอรี) ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา ถือเป็นแลนด์มาร์กแห่งบิวตี้เดสติเนชั่นเบอร์ 1 ของเมืองไทย เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งขาประจำและลูกค้าใหม่ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ความงามที่มี ทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยที่ครบครันมากที่สุดเทียบเท่ามาตรฐานโลก (Global Standard) โดดเด่นด้วยการออกแบบเคาน์เตอร์ดีไซน์สุดพิเศษเป็นซิกเนเจอร์ที่แต่ละแบรนด์สะท้อนเอกลักษณ์ของตัวเองได้อย่างสวยงาม ทันสมัย แตกต่างจากที่อื่นๆ พร้อมเนรมิตความสวยให้ทุกท่านดูดีและโดดเด่น สวยงามในแบบฉบับของตนเอง

Central 75th Anniversary Beauty Awards 2022 นับเป็นการผนึกกำลังกับพาร์ตเนอร์บิวตี้แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก โดยแต่ละแบรนด์ตอบรับให้ความร่วมมือสนับสนุนการร่วมส่งสินค้าชิ้นเด็ดของแต่ละแบรนด์เข้าประกวด มากกว่า 1,000 ไอเทม ไม่ว่าจะเป็นเมคอัพ สกินแคร์ หรือน้ำหอม อาทิ Dior, Chanel, YSL, NARS, Shiseido, Bobbi Brown, La Mer, Estée Lauder, M.A.C, Lancôme, Kiehl’s, Clarins, The History of Whoo, Sulwhasoo, Laura Mercier, Biotherm, Jo Malone London, Clinique, Giorgio Armani Beauty, Origins, Hourglass, Tom Ford Beauty และแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย

นอกจากนี้ แบรนด์พาร์ตเนอร์ยังมีการเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาร่วมเล่นและช้อป Central 75th Anniversary Beauty Awards 2022 และที่ขาดไม่ได้คือการสนับสนุนการช่วยกันโปรโมทแคมเปญอย่างเต็มที่ ผ่านกลยุทธ์ “360 องศา ออมนิแคมเปญ” เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ครอบคลุมในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งหน้าร้านที่ห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ หรือ ช่องทางออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย รวมถึงมีไฮไลต์ที่น่าสนใจอย่างการใช้ “KOL & Influencer Marketing” (เคโอแอล และ อินฟลูเอนเซอร์ มาร์เก็ตติ้ง) มาเป็นแมกเน็ตในแคมเปญนี้ โดยเชิญ 3 “Beauty Guru” ตัวท็อปของวงการ ร่วมแนะนำผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่ร่วมโหวตในครั้งนี้ นำโดย หมวดสกินแคร์ (Skincare) คุณเอ็ม-พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล เจ้าของเพจ รีวิวครีมแพง (IG @Pmbeautyguide), หมวดเมคอัพ (Make Up) คุณกานดา สายทุ้ม เจ้าของสื่อบิวตี้แฟชั่นออนไลน์ Gandaganda และหมวดน้ำหอม (Fragrance) คุณไปป์-บรม วิชญะเดชา กูรูด้านน้ำหอมชื่อดัง เจ้าของช่อง BoromV

ตลอดแคมเปญแต่ละแบรนด์พันธมิตรยังได้เตรียมแบรนด์แอมบาสเดอร์ ดารา KOLS และ BA ของแบรนด์หมุนเวียน LIVE บน Facebook Page เพื่อมอบความสนุกให้นักช้อปในรูปแบบ “ช้อปเปอร์เทนเมนต์” (Shoppertainment) ทั้งของห้างเซ็นทรัล และช่องทางของแบรนด์ต่างๆ แบบครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงช่องทางการโหวตได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วมือ โดยสำหรับการโหวตได้แบ่งประเภทสินค้าไว้ 3 หมวดหมู่ ประกอบด้วย

· หมวดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Best Skincare 2022 เฟ้นหาที่สุดของ 6 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Best Serum, Best Moisturizer, Best Essence, Best Eye Cream, Best Facial Cleanser, Best Sunscreen

· หมวดเมคอัพ Best Make Up 2022 เฟ้นหาที่สุดของ 4 ผลิตภัณฑ์เมคอัพ ได้แก่ Best Everyday Lipstick, Best Foundation, Best Pressed Powder, Best Eye Liner/Mascara

· และ หมวดน้ำหอม Best Fragrance 2022 เฟ้นหาที่สุดของน้ำหอมผู้หญิงและผู้ชาย ได้แก่ Best Fragrance Male และ Best Fragrance Female

พบกับกิจกรรม Central 75th Anniversary Beauty Awards 2022 และพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ดังนี้

· รับฟรี คูปองแทนเงินสดสูงสุด 5,000 บาท เมื่อช้อปเครื่องสำอางและน้ำหอมตามเงื่อนไข

· ลดเพิ่ม 27.5% เมื่อใช้คะแนนเดอะวัน 2 เท่าของยอดช้อป จากบัตรเครดิตเดอะวัน

· ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 30% จาก เดอะวัน และบัตรเครดิต,

· รับคะแนนเดอะวัน 50,000 คะแนน สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร Central The1 Credit card สูงสุด 10 อันดับแรก

พลาดไม่ได้! กับการร่วมสนุกและโหวตแบรนด์ดังจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อเป็นสุดยอดแบรนด์ในดวงใจ และลุ้นของรางวัลทุกสัปดาห์ตลอดแคมเปญ ได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง Line OA: @CentralBeautyClub หรือ คลิก bit.ly/3Kwu1Cg ตั้งแต่ วันนี้ – 22 พ.ค. 65 พร้อมอัดโปรโมชั่นจัดเต็มทุกเคาน์เตอร์เครื่องสำอางแบรนด์ดัง ณ บิวตี้ แกเลอรี ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ และช้อปผ่านแพลทฟอร์มออมนิชาแนล ที่มอบความสะดวกสบายทุกที่ ทุกเวลา ทั้งบริการ Central App บนมือถือ, ช้อปผ่านเว็บไซต์ www.central.co.th, โทรช้อปกับผู้ช่วยช้อปส่วนตัว Personal Shopper On Demand โทร.1425, และช้อปผ่านแชต Central Chat & Shop ติดตามข้อมูลกิจกรรมและโปรโมชั่นของ Central Beauty Club เพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/centralbeautyclub

เปิดโผ 5 อันดับร้านข้าวเหนียวมะม่วงยอดฮิตจากกระแส #MILLILiveatCoachella

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680882

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 15:33 น.เปิดโผ 5 อันดับร้านข้าวเหนียวมะม่วงยอดฮิตจากกระแส #MILLILiveatCoachella

รายงานสถิติข้าวเหนียวมะม่วงฟีเวอร์ ยอดออร์เดอร์เมนูข้าวเหนียวมะม่วง LINE MAN ทั่วประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โตกว่า 3.5 เท่าภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ รับกระแส #MILLILiveatCoachella หลังจาก “MILLI” แร็ปเปอร์สาวไทยกินข้าวเหนียวมะม่วงโชว์บนเวทีระดับโลกในวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

สุดปังกันไปเลย สำหรับเมนูข้าวเหนียวมะม่วง ของหวานหน้าร้อนของไทยที่ถูกอกถูกใจคนทั่วโลก โดยจากกระแส #MILLILiveatCoachella  ก็ส่งผลให้ร้านข้าวเหนียวมะม่วงขายดิบขายดีเป็นเท่าตัว บางร้านหมดชั่วพริบตา มาส่องกันดีกว่าว่า 5 อันดับร้านข้าวเหนียวมะม่วงยอดฮิต บน LINE MAN ที่มีการสั่งซื้อสูงที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีร้านอะไรบ้าง

อันดับ 1 ร้านข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารี กรุงเทพฯ หนึ่งในร้านรางวัล “เวรี่กู๊ด!” ที่การันตีโดย LINE MAN Wongnai

อันดับ 2 ร้านข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน (โคตรหร่อยเมืองนนท์) จังหวัดนนทบุรี

อันดับ 3 ร้านข้าวเหนียวมะม่วงกองหนุน จังหวัดแพร่

อันดับ 4 ร้านข้าวเหนียวมะม่วงป้าแจ๋วแหว๋ว กรุงเทพฯ

อันดับ 5 ร้านแม่เอ๋ ข้าวเหนียวมะม่วง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานสั่งข้าวเหนียวมะม่วงเดลิเวอรีมากที่สุดคือ ช่วง 15.00-19.00 น.

ส่วนพื้นที่ที่มีการสั่งสูงสุด ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอเมืองนนทบุรี และเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ตามลำดับ

คุณเอ็กซ์ แซ่จ้าว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผลิตภัณฑ์ On-Demand Services จาก LINE MAN Wongnai เสริมว่า “จากกระแสของเมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คาดการณ์ว่าเมนูข้าวเหนียวมะม่วงจะขายดีต่อเนื่องไปอีก 1-2 เดือนข้างหน้า โดยมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่

1) กระแสจากมิลลิที่ช่วยจุดความสนใจให้กับเมนูดังกล่าว

2) ปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ช่วงของมะม่วงที่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล

และ 3) ร้านอาหารเริ่มมีการเพิ่มเมนูข้าวเหนียวมะม่วงเข้ามาเป็นเมนูแนะนำ

ซึ่งกระแสข้าวเหนียวมะม่วงในครั้งนี้มีความคล้ายกับกระแสข้าวปลาแกะที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดียช่วงก่อนหน้า แต่ครั้งนี้ได้มิลลิช่วยจุดกระแสในเวทีระดับโลก จนรับความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมาก จึงมองว่ายอดขายของข้าวเหนียวมะม่วงในฟู้ดเดลิเวอรีจะเติบโตมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน”

เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์ เที่ยวเพลินเกินเวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680837

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 10:25 น.เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์ เที่ยวเพลินเกินเวลา

ตอบโจทย์คนรักการท่องเที่ยว “เพ ลา เพลิน” จ.บุรีรัมย์ คึกคักช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้มาตรการท่องเที่ยวปลอดโรค ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ

เผลอแปบเดียวเทศกาลท่องเที่ยวช่วงวันหยุดสงกรานต์ขึ้นปีใหม่ไทยก็หมดไปเป็นที่เรียบร้อย เข้าสู่โหมดทำงานหลังชาร์จพลังแห่งความสุขมาเต็มเปี่ยม กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ชวนดูบรรยากาศนักท่องเที่ยวคึกคัก ณ เพ ลา เพลิน จ.บุรีรัมย์ ช่วงต้อนรับปีใหม่ไทย ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุข ท่องเที่ยวปลอดโรค ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ ภายในพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยในครอบครัว ให้เที่ยวอย่างมีความสุข สนุกกับการเรียนรู้ ครบจบในที่เดียว ด้านผู้บริหารเผย ดีใจได้กลับมาเห็นบรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักทั้งส่วนอุทยานเรียนรู้และที่พัก หลังมีมาตรการผ่อนปรนภาคการท่องเที่ยวในปีนี้ โดยมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักคือกลุ่มครอบครัวกว่าร้อยละ 60

ประณัย สายชมภู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด เปิดเผยว่า “ในปีนี้เป็นสงกรานต์ปีที่ 3 ที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์การควบคุมการระบาดของโควิด – 19 เพ ลา เพลิน เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ในปีนี้ก็น่าดีใจที่เราได้เห็นภาพบรรยากาศการในพื้นที่ของเรากลับมาคึกคักอีกครั้ง จากกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก ที่เป็นกลุ่มครอบครัว และเด็กๆ คิดเป็นร้อยละ 60 ในช่วงเทศกาลหยุดยาวมหาสงกรานต์ 2565 ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร และจังหวัดในระแวกภาคอีกสานด้วยกัน ซึ่งเราได้มีการปรับตัวและวางมาตรการที่รัดกุมและปลอดภัยทั้งมาตรการคัดกรอง มาตรฐานการรักษาสุขลักษณะของสถานที่ เน้นกิจกรรมท่องเที่ยวในสถานที่เปิดที่โล่ง แต่มีร่มหลบร้อน

ทั้งส่วนอุทยานการเรียนรู้ 6 โรงเรือน ส่วนให้บริการต่างๆ เช่น คาเฟ่ ร้านอาหาร โซนกิจกรรม โรงแรม ห้องพัก รวมไปถึงกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้แก่นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประสบการเชิงสุขภาพ Arokaya Wellness Sala ที่นำเรื่องสมุนไพรไทยมาพัฒนาสู่การเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพ การชมโรงปลูกกัญชา กัญชงระบบปิด เพื่อนำไปใช้ทางการแพทย์ โดยวิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพร เพ ลา เพลิน เพื่อชุมชน และให้ความรู้ที่ถูกต้องกับกลุ่มคนที่ต้องการ

นอกจากนั้น ภายใน เพ ลา เพลิน จ.บุรีรัมย์ ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อนักท่องเที่ยวกลุ่ม ครอบครัว เยาวชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยว ได้แก่ โซนตลาดน้ำเพลาเพลิน อาหารพื้นถิ่นเรียบง่าย ช็อปจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ชุมชน ผลิตภัณฑ์เชิงสุขภาพ ความงาม ที่พัฒนาจากสมุนไพร จากวิสาหกิจเพลาเพลิน สร้างรายได้กลับสู่กลุ่มชุมชน และมีโซนฐานกิจกรรมเวิร์คช้อป เพื่อเสริมสร้างทักษะ และให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข รวมถึงการจัดแพ็คเกจห้องพักแบบ เวลเนส โฮเทล ร่วมกับ Arokaya Wellness Sala ในราคา 1,799 บาทสำหรับ 2 ท่าน ได้พักผ่อนและยังได้สุขภาพดีกลับไปด้วย ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี”

มะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก โรคยอดฮิตติด 1 ใน 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/680838

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 10:50 น.มะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก โรคยอดฮิตติด 1 ใน 3

รู้หรือไม่! ประเทศไทยตรวจพบ ‘โรคมะเร็งในเด็ก’ ปีละประมาณ 1,000 – 3,000 ราย และพบในทุกช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น โดยโรคที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ‘โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน’ หรือลูคีเมีย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 38.1 ของมะเร็งทั้งหมดในเด็ก

รองศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะ รุจกิจยานนท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโลหิตวิทยา และมะเร็งในเด็ก โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ไขกระดูก หรือ Bone Marraw เป็นที่อยู่ของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (สเต็มเซลล์) และเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดต่าง ๆ ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด

ดังนั้น ในผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด จะถูกแทนที่ด้วยเซลล์มะเร็ง ทำให้การสร้างเม็ดเลือดต่างๆ บกพร่องไป และก่อให้เกิดอาการแสดงที่สัมพันธ์กับความบกพร่องของการสร้างเซลล์เม็ดเลือดในไขกระดูก ได้แก่ อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ภาวะซีด จากการที่มีเม็ดเลือดแดงต่ำ อาการไข้ หรือ การติดเชื้อ จากการที่มีเม็ดเลือดขาวชนิดปกติที่ต่ำ อาการเลือดออกง่าย เช่น จ้ำเลือด จุดเลือดออกตามตัว เลือดออกตามไรฟัน หรือเลือดกำเดา จากการที่มีเกล็ดเลือดต่ำ ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการปวดกระดูก (bone pain) ร่วมด้วย จากการที่มีเซลล์มะเร็งอัดแน่นอยู่ภายในไขกระดูก

นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีก้อนมะเร็งในช่องอก อาจจะมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม หรือมีความผิดปกติทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น หน้าและคอบวม จากการที่ก้อนไปกดทับทางเดินหายใจ หรือ ระบบไหลเวียนโลหิตตามลำดับ

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย พบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของโรคมะเร็งทั้งหมดในเด็ก ในปัจจุบันสามารถแบ่งโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ Acute Lymphoblastic Leukemia (ALL) และ Acute Myeloid Leukemia (AML) ซึ่งสาเหตุการเกิดโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • การได้รับหรือสัมผัสรังสี
  • สารเคมีบางชนิด โดยเฉพาะสาร Benzene (สัมพันธ์กับการเกิดโรค AML)
  • ยาเคมีบำบัดบางชนิด ได้แก่ alkylating agents, epipodophyllotoxins และ anthracycline (สัมพันธ์กับการเกิดโรค secondary AML)
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม นอกจากนี้ โรคทางพันธุกรรมบางชนิดพบว่ามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ต่อการเกิดโรคเช่นกัน 

สำหรับการวินิจฉัยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันในเด็ก สามารถทำได้โดยการตรวจเลือด เพื่อนับเม็ดเลือด (complete blood count; CBC) และการตรวจดูลักษณะของเม็ดเลือดทางกล้องจุลทรรศน์ ส่วนการตรวจเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการตรวจหาชนิดของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันสามารถทำได้จากการตรวจดูลักษณะของเซลล์เม็ดเลือดในไขกระดูก ร่วมกับการส่งตรวจพิเศษ และตรวจความผิดปกติของโครโมโซมและความผิดปกติทางโมเลกุลอื่นๆ เพื่อช่วยประเมินระดับความเสี่ยงและการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยแต่ละราย

วิธีการรักษาหลัก ในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน คือ การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด โดยผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตามระดับความเสี่ยงของโรค ซึ่งโดยทั่วไประยะเวลาในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิด ALL จะอยู่ที่ 2.5 – 3 ปี และระยะเวลาในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิด AML จะอยู่ที่ 6 – 8 เดือน ทั้งนี้ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันที่มีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี หรือผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดมาตราฐาน อาจจะได้รับการพิจารณาในการทำการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

“ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หากไม่ได้รับการรักษา อาการอาจลุกลามและรุนแรงขึ้นได้ในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน ขณะเดียวกันหากได้รับการรักษาเร็ว จะมีโอกาสหายขาดได้ โดยพบว่าโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็กส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาค่อนข้างดี และผู้ป่วยเด็กส่วนมากมีโอกาสรอดชีวิตสูงเมื่อเทียบกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในผู้ใหญ่ ” รองศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะ กล่าว