แพทย์เตือนมนุษย์ออฟฟิศ ระวังหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/640155

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 07:40 น.แพทย์เตือนมนุษย์ออฟฟิศ ระวังหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาทศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านโรคกระดูกสันหลัง ชี้จุดสังเกตอาการปวดหลังบ่อยๆ จนร้าวลงขาและชา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาท โรคที่มนุษย์ออฟฟิศควรระวัง!!

พฤติกรรมนั่งทำงานนานๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักมากที่สุด จึงมีโอกาสที่จะเกิดหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม แตกและปลิ้นมากกว่าหมอนรองกระดูกสันหลังในระดับอื่น

นายแพทย์เอกพล ลาภอำนวยผล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า หมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral disc) แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วยส่วนทีอยู่บริเวณศูนย์กลาง มีลักษณะอ่อนนุ่มคล้ายเจลลี่ ,ส่วนที่อยู่โดยรอบ มีลักษณะยืดหยุ่นเป็นพังผืด และส่วนที่ยึดติดกับข้อกระดูกสันหลัง มีลักษณะคล้ายกระดูกอ่อน ซึ่งทั้ง 3 ส่วนจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ทำหน้าที่ช่วยในการเคลื่อนไหวและรับแรงกระแทกของกระดูกสันหลัง หากกระดูกสันหลังถูกใช้งานหนัก ใช้งานผิดท่า รับน้ำหนักมากเกินไป เกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลัง หรือแม้แต่ความเสื่อมตามอายุ ก็อาจทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังแตกและปลิ้นออกมาจนไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลัง ปวดสะโพก ร้าวลงขาหรือเท้า รวมทั้งมีอาการชาและอ่อนแรงร่วมด้วย หรือบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นควบคุมการขับถ่ายลำบาก

“โดยมากจะพบผู้ป่วยหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาทจากความเสื่อมตามอายุที่มากขึ้น แต่ในปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคนี้ในช่วงอายุที่น้อยลง เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรืออาจนั่งผิดท่าร่วมด้วย รวมถึงการยกของหนักผิดท่า นอกจากนี้การได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอและการสูบบุหรี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายเช่นกัน” นายแพทย์เอกพลกล่าว

สำหรับการรักษาโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท ในรายที่อาการไม่รุนแรงหรืออยู่ในระยะเริ่มต้น แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการใช้ยาแก้ปวด กายภาพบำบัด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 4 – 6 สัปดาห์ อาจต้องใช้วิธีผ่าตัด โดยปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดด้วยกล้อง Endoscope ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กไม่ถึง 1 เซนติเมตร ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดน้อยลง ใช้ระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาลสั้น ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้น

แม้ว่าเราไม่อาจหลีกเลี่ยงโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทที่เกิดจากความเสื่อมตามวัยได้ แต่เราสามารถชะลอการเกิดและลดความรุนแรงของอาการได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ทั้งการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นั่ง ยืน ก้ม เงยและยกของหนักในท่าที่ถูกต้อง เปลี่ยนอิริยาบถขณะนั่งทำงานบ่อย ๆ รวมทั้งระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลัง

ครบเครื่องเรื่องไทรอยด์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/639728

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 10:17 น.ครบเครื่องเรื่องไทรอยด์โดย อ.นพ.บุญสาม รุ่งภูวภัทร และ อ.นพ.พนัส บิณศิรวานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ต่อมไทรอยด์ ถือเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย โดยจะอยู่บริเวณกลางลำคอใต้ลูกกระเดือก ทางด้านหน้าของลำคอ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็นต่อมที่อยู่ข้างขวาและข้างซ้ายและจะมีแนวเชื่อมกันตรงกลางบริเวณหน้าหลอดลม ต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยในการควบคุมระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยร่างกายจะสามารถผลิตฮอร์โมนได้จากการสั่งงานจากสมอง ซึ่งสมองจะหลั่งฮอร์โมนมาควบคุมต่อมไทรอยด์ให้หลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงร่างกายต้องมีสารตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ คือ สารไอโอดีน ในปริมาณที่เพียงพอจึงจะทำงานได้ปกติ

ความผิดปกติที่สามารถเกิดได้ที่ต่อมไทรอยด์แบ่งเป็น 2 อย่างหลักๆ คือ ความผิดปกติที่ฮอร์โมน และความผิดปกติที่บริเวณโครงสร้าง เช่นการเกิดเนื้องอกขึ้นในต่อมไทรอยด์ ซึ่งความผิดปกติที่ฮอร์โมนอาจพบร่วมกับการเกิดเนื้องอกขึ้นในต่อมไทรอยด์ได้ โดยความผิดปกติที่ฮอร์โมนอาจจะเกิดจากต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไปหรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และการผลิตฮอร์โมนที่น้อยเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากตัวต่อมไทรอยด์เองหรือส่วนของสมองที่ควบคุม การรักษาในกลุ่มนี้จะมีเป้าหมายเพื่อทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาปกติ โดยทั่วไปจะรักษาด้วยการให้ยา อาจจะมีผู้ป่วยบางรายที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการกลืนแร่ และการผ่าตัด

ส่วนความผิดปกติที่บริเวณโครงสร้างและการมีเนื้องอกขึ้นมาในต่อมไทรอยด์ ในอดีตนั้นเกิดจากประชาชนประสบปัญหาการขาดสารไอโอดีน จึงมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มีปัญหาต่อมไทรอยด์โตที่นิยมเรียกโดยทั่วไปว่า “โรคคอพอก” ซึ่งในกลุ่มนี้พอได้รับยารักษา ก้อนก็จะยุบลง แต่ในปัจจุบันการขาดสารไอโอดีนพบได้น้อยมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมาด้วยก้อนเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ที่ไม่ค่อยตอบสนองกับการได้รับยา เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์จะได้รับการตรวจด้วยอัลตราซาวด์ และการเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอกไปตรวจ เมื่อได้ผล แพทย์จะประเมินจากผลตรวจ และแจ้งแนวทางการรักษา ซึ่งการรักษาเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ จะแบ่งเป็นการติดตามอาการที่ผิดปกติ ขนาดก้อน การเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอก และการผ่าตัด

การผ่าตัดในต่อมไทรอยด์จะทำต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ คือ ก้อนที่มีขนาดโตจนมีการกดเบียดอวัยวะข้างเคียงเช่น หลอดอาหารและหลอดลม ทำให้เกิดอาการกลืนลำบากหรือหายใจเหนื่อย, ก้อนที่มีลักษณะที่สงสัยว่าจะเป็นกลุ่มมะเร็ง และก้อนที่ผู้ป่วยต้องการที่จะผ่าตัดเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ความสวยงาม เป็นต้น โดยการผ่าตัดจะมีความเสี่ยงที่สำคัญ แม้โอกาสเกิดขึ้นได้น้อย คือเสียงแหบจากการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงเส้นเสียง ซึ่งอยู่บริเวณใต้ต่อต่อมไทรอยด์ ทั้งนี้ผู้ป่วยควรสอบถามรายละเอียดความเสี่ยงต่าง ๆ จากการผ่าตัดกับแพทย์ที่เป็นผู้ผ่าตัดเป็นรายบุคคล

การผ่าตัดโดยทั่วไปสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดแบบเปิด โดยผู้ป่วยจะมีแผลบริเวณตรงกลางคอประมาณ 2 ถึง 4 นิ้ว และการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งมีทางเข้าบริเวณอื่นทำให้ไม่เกิดแผลเป็นที่คอ ทั้งนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องสอบถามรายละเอียดเป็นรายบุคคลกับแพทย์ที่ทำการผ่าตัด

ในปัจจุบัน จะพบผู้ป่วยที่ตรวจพบเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดโต ประเภทที่ตรวจพิสูจน์แล้วว่าไม่พบลักษณะมะเร็ง ทั้งจากการตรวจอัลตราซาวด์และการเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอก ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีทางเลือกในการรักษาทางใหม่ นอกจากการผ่าตัด คือการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง (High Intensity Focus Ultrasound: HIFU) ส่งคลื่นความร้อนผ่านบริเวณผิวหนังเข้าไปทำให้ก้อนบริเวณเนื้องอกเกิดการยุบตัว ลดขนาดของเนื้องอกลงได้ ประมาณ 20 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม อาจมีรายละเอียดอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้น ผู้ป่วยจึงควรสอบถามข้อมูลอีกครั้งกับแพทย์ผู้ทำการรักษา ทั้งนี้ในวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 -12.00 น. ณ ชั้น 1 แกรนด์ฮอล์ โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี จะมีการจัดงานเสวนาเรื่อง “ครบเครื่องเรื่องรอบรู้เกี่ยวกับไทรอยด์” พร้อมเปิดตัวทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและแนะนำบริการใหม่ของศูนย์รักษาไทรอยด์สมัยใหม่ ประกอบด้วย อ.นพ.บุญสาม รุ่งภูวภัทร และ อ.นพ.พนัส บิณศิรวานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ นพ.ชาญสิริ เสกสรรค์วิริยะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน ในด้านพัฒนาและส่งเสริมความรู้ความร่วมมือทางการแพทย์ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมงาน พร้อมกับการตรวจคัดกรองไทรอยด์พร้อมรับของที่ระลึก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สนใจเข้าร่วมงาน ลงทะเบียนได้ที่ โทรศัพท์ 02-438-9000 หรือ กรอกข้อมูลเข้าร่วมงาน ที่ https://forms.gle/Jc3d4XnfGxigtXgz8 (รับจำนวนจำกัด) หรือหากไม่สะดวกมาร่วมงาน รับชมการถ่ายทอดสดผ่าน เฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/SamitivejThonburiHospital

“สบายดี” แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/453989

“สบายดี” แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์

"สบายดี" แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์

3 มกราคม 2564 – 11:22 น.

“สบายดี” แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์ ลดขั้นตอนการสอบสวนโรค หากพบความเสี่ยงโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ  ผู้ติดเชื้อเหล่านั้นเดินทางไปที่ไหน ทำกิจกรรมอะไรบ้างเป็นสิ่งที่ทางทีมแพทย์ชุดสอบสวนโรค จะต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อจะได้ระบุได้ว่าผู้ติดเชื้อไปที่ไหน และเจอใครมาบ้าง จะได้ระบุผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และเสียงต่ำ ติดตามและนำเข้าสู่ระบบการป้องกันควบคุมโรค

การเขียนไทม์ไลน์ เป็นสิ่งที่ในช่วงเวลาเช่นนี้ แพทย์แนะนำให้ประชาชน จดบันทึกกิจกรรมของตนเองเพื่อ ทีมสอบสวนโรคได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และรวดเร็ว  จากที่ผ่านมา

ส่งผลให้มีผู้สนใจติดตามไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อ เพราะการทราบประวัติการเดินทางของผู้ติดโรคเร็ว จะทำให้สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อได้เร็ว  หากเราติดตามการแถลงของ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทุกครั้งเมื่อพบผู้ติดโรคโควิด-19 รายใหม่ ที่ไม่ใช่ผู้เดินทางจากต่างประเทศและเข้ากักตัวในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด จะมีการแจกแจง “ไทม์ไลน์”ของผู้ติดเชื้อรายนั้นๆ แต่ในการสอบสวนโรค เพื่อให้ได้ไทม์ไลน์ของผู้ติดโรคในบางรายอาจต้องใช้ระยะเวลาระยะหนึ่งเนื่องจากตัวผู้ติดโรคไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ชัดเจน 

ถ้าเช่นนั้นการเขียน “ไทม์ไลน์” ย่อมมีความสำคัญเพราะจะช่วยให้ทราบว่าทีมสอบสวนโรคทำงานได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ระบุได้ว่าผู้ติดเชื้อไปที่ไหน และเจอใครมาบ้าง จะได้ระบุผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และเสียงต่ำ ติดตามและนำเข้าสู่ระบบการป้องกันควบคุมโรค

“Opendream”  กลุ่ม Start Up  ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านสุขภาพ ได้พัฒนา แชทไลน์ “สบายดีบอต” คุณ ดวงกลม ตั้งจิตต์พิชย ผู้ประสานงานโครงการสบายดีบอต เปิดเผยกับ “คม ชัด ลึก ออนไลน์ ” ว่า “สบายดีบอต” เริ่มมาจากแนวคิดจากการดูแลสุขภาพตัวเอง  ก่อนที่จะไปพบแพทย์ และจะมีฟีดเจอร์ที่ใช้บันทึกสุขภาพในแต่ละวัน ทั้งตัวเราเอง และคนในครอบครัวได้ และเมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ขึ้น การบันทึกสุขภาพสามารถดูย้อนหลังได้ 14 วัน สามารถบันทึกสุขภาพและอาการต่างๆ ในแต่ละวันได้ เพื่อคอยสังเกตอาการย้อนหลังแบบรายวัน 

โดยฟังก์ชันในไลน์บอตนี้แบ่งออกเป็นอีก 5 หัวข้อ คือ 1.บันทึกสุขภาพเพื่อร่วมเฝ้าระวัง 2.บันทึกการพบ/สัมผัสทางสังคม 3.ประวัติการบันทึก 4.รายงานชุมชน และ 5.ประเมินความพร้อมการใช้ชีวิตวิถีใหม่ 

ทั้งนี้ ประวัติการบันทึกสามารถตรวจสอบย้อนหลังแบบรายวันได้สูงสุด 14 วัน  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรึกษาแพทย์ รวมถึงเป็นส่วนช่วยจำกัดวงการระบาดได้ในขั้นตอนการสอบสวนโรค กรณีมีการติดเชื้อ COVID-19

นอกจากนี้ “สบายดีบอต” ยังมีข้อมูลและความรู้อื่นๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับ COVID-19 เพื่อให้ผู้ใช้ได้เฝ้าระวังและดูแลตนเอง และยังร่วมมือกับกรมการแพทย์และโรงพยาบาลในสังกัด พัฒนาระบบการลงทะเบียนผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อ COVID-19  ให้สามารถกรอกข้อมูลและอาการเบื้องต้นผ่าน “สบายดีบอต” เพื่อความความปลอดภัยลดการสัมผัสและลดภาระงานของพยาบาลป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ โดยพยาบาลสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและส่งข้อมูลต่อให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างสะดวกและมีฐานข้อมูลที่ประมวลผลได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกแจ้งผลการตรวจพร้อมทั้งข้อมูลการปฏิบัติตนให้กับผู้ลงทะเบียนผ่านทางสบายดีบอตได้ 

ขั้นการใช้ “สบายดีบอต” ง่ายๆเพียง ค้นหา @sabaideebot  ในแชทไลน์ จากนั้นก็สามารถเลือกดำเนินการตามเมนู  สามารถใช้ได้ทั้งระบบแอนดรอยด์ และ ios

"สบายดี" แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์

สามารถบันทึกสุขภาพ อาการของแต่ละวัน

"สบายดี" แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์

คำแนะนำการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นตามอาการที่ผู้ใช้ได้บันทึก

"สบายดี" แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์

เห็นสถานการณ์สุขภาพโดยรวม

"สบายดี" แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์

สามารถบันทึกสุขภาพ อาการของแต่ละวัน

ผศ.ดร. อังสนา บุญธรรม  รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ  คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  เปิดเผยว่า ทางคณะฯ ร่วมมือกับ “Opendream” ในการแอพพลิเคชั่น “สบายดี” มาใช้เนื่องจากแอพฯ ไม่เพียงแต่รายงานเรื่องสุขภาพของตัวเองแต่รายงานในเรื่องปัจจัยเสี่ยงที่เข้าไปเกี่ยวข้องทางสังคม ซึ่งตรงกับวิถีของโควิด-19 รวมทั้งการประเมินตัวเองในเรื่องของความเสี่ยงของตัวเองด้วย  ทางคณะจึงได้ออกแบบให้ถามว่า ในองค์กรมีความพร้อมในการป้องกันโควิด-19 มากน้อยแค่ไหน ตัวเองมีความพร้อมอย่างไรมาก แล้วนำมาประมวลเป็นคะแนน ซึ่งการพัฒนาดังกล่าว เป็นการเพิ่มเติมเข้าไปในแอพฯ “สบายดี” ที่เดิม เป็นเพียงการรายงานทุกวันว่าสบายดีหรือไม่ มีอาการเจ็บป่วยเรื่องอะไรหรือไม่

"สบายดี" แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์
"สบายดี" แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์
"สบายดี" แชทบอต ตัวช่วยจดบันทึกสุขภาพออนไลน์

ในอนาคต ยังสามารถใช้ประโยชน์ ในการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถดูข้อมูลย้อนหลังที่ถูกต้อง และดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว 

ผศ.ดร.อังสนา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ต้องการให้คนไทยบันทึกสุขภาพของตัวเองทุกวัน เพื่อเป็นการตรวจสอบ สุขภาพของตนเอง การดูแลในเบื้องต้น และถ้าเราส่งเสริมทุกคนให้จดบันทึกจะช่วยนักระบาดวิทยา ในการสอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็วเพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค 

ขอบคุณข้อมูล https://www.opendream.co.th/

Jubilee Diamond แนะวิธีเลือกเครื่องประดับเพชรอย่างไรให้โดนใจทั้งผู้ให้และผู้รับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/453925

Jubilee Diamond แนะวิธีเลือกเครื่องประดับเพชรอย่างไรให้โดนใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

เลือกเครื่องประดับเพชรอย่างไรให้โดนใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

2 มกราคม 2564 – 14:45 น.

ในบรรดาของขวัญแทนใจนับล้านชิ้น “เพชร” คืออัญมณีเพียงหนึ่งเดียวที่มากด้วยคุณค่าและเปี่ยมด้วยความหมาย และไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัยเพชรก็ยังคงเป็นยอดปรารถนาของผู้หญิงทุกคน ไม่แปลกเลยที่ “เพชร” จะเป็นของขวัญสุดพิเศษที่ถูกมอบให้กับคนพิเศษในวาระต่างๆ มากมาย

อย่างที่รู้กันว่า “เพชร” ถูกยกให้เป็น “ราชาแห่งอัญมณี” ซึ่งมีความแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาอัญมณีทั้งหมด กลายเป็นสัญลักษณ์แทนความมั่นคง หนักแน่น โชคลาภ เงินทอง และเสริมบารมีให้กับผู้ที่สวมใส่ และขณะเดียวกัน “เพชร” ยังเป็นตัวแทนของมิตรภาพและความรัก จวบจนปัจจุบัน “เพชร” ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนความรักอันบริสุทธิ์ เราจึงเห็นการแต่งงานในทุกวัฒนธรรมนิยมใช้แหวนเพชรเป็นสัญลักษณ์แทนความรักอันเป็นนิรันดร์

เลือกเครื่องประดับเพชรอย่างไรให้โดนใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

แต่การเลือกเพชรให้ถูกใจผู้รับ และโดนใจผู้ให้ จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญมากมาย Jubilee Diamond ผู้นำธุรกิจเครื่องประดับเพชรอันดับหนึ่งของเมืองไทย ในฐานะแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยและมีความเชี่ยวชาญการจัดจำหน่ายเครื่องประดับเพชรมากว่า 91 ปี เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ด้วยการมีสินค้าที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกเพศ ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ จึงได้แนะวิธีเลือกซื้อเพชรให้คนพิเศษในช่วงเทศกาลสุดพิเศษส่งท้ายปีแบบนี้ ดังนี้ 

เลือกเพชรโดยมองเรื่องคุณภาพต้องมาก่อน 
สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับการเลือกซื้อเครื่องประดับเพชรที่นอกเหนือจากการกำหนดงบประมาณในการซื้อแล้ว คือ การมองหาแบรนด์เพชรคุณภาพที่การันตีได้ว่าการซื้อในแต่ละครั้งนั้นคุ้มค่าที่สุดด้วยคุณภาพของเพชรและการรับประกันคุณภาพของเพชร เพราะเพชรถือเป็นหนึ่งสินทรัพย์ที่จะอยู่ติดตัวผู้รับและสามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้อีกด้วย โดยเครื่องประดับเพชรทุกชิ้นจากแบรนด์ Jubilee Diamond ใส่ใจและให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด เริ่มต้นจากวัตถุดิบเพชรที่ส่งตรงจากเมืองแอนท์เวิร์ป (Antwerp) ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดในโลก ผ่านการผลิตด้วยขั้นตอนที่ประณีตจากนวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น และการฝังเพชรด้วยเทคโนโลยี Microscope Setting พร้อมการการันตีคุณภาพเพชรด้วยใบรับรองคุณภาพเพชรจากสถาบันระดับโลกอย่าง HRD และ GIA

เลือกเครื่องประดับเพชรอย่างไรให้โดนใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

วิธีการ 5 ข้อ ประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติม ในการเลือกซื้อเครื่องประดับเพชร
1.เลือกเพชรเม็ดที่สวย และมีคุณภาพการเจียระไนเพชรดีที่สุด ระดับ Triple Excellent คือ ดีเลิศในทุกมิติ ทั้งในเรื่องสัดส่วน ความเรียบร้อยในการเจียระไน และความสมมาตรของเพชร
2.หากงบประมาณมีจำกัด และเลือกไม่ถูกว่า จะเอาเพชรเม็ดใหญ่ที่คุณภาพเป็นรอง หรือเลือกเพชรเม็ดเล็กหน่อยที่คุณภาพดี ขอแนะนำว่า ให้เลือกเพชรขนาดที่เล็กลงมาแต่คุณภาพดี และเน้นที่คุณภาพสีระดับไร้สี เพราะจะได้ทั้งความสวยงาม และมูลค่าในอนาคตจะสูงขึ้นด้วย
3. คุณภาพความสะอาดของเพชร หรือที่เรียกง่ายๆว่าตำหนิของเพชร ให้เลือกที่ระดับ VS2 ขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับที่ไม่สามารถมองเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า
4.ถ้าไม่มั่นใจว่า เราเชี่ยวชาญพอจะดู 4Cs เกณฑ์คุณสมบัติ 4Cs หรือไม่ ก็ให้เลือกจากเพชรที่มีใบ certificate ที่ได้รับการยอมรับระดับสากล เช่น ใบเซอร์จากสถาบัน HRD หรือ GIA แต่ต้องมั่นใจนะค่ะ ว่าได้ใบเซอร์ที่เป็นของแท้
5.ควรเลือกแหล่งที่มาของเพชร จากบริษัทฯ จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และที่สำคัญมูลค่าของเพชรเม็ดนั้นจะเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปีอีกด้วย 

เลือกเครื่องประดับเพชรอย่างไรให้โดนใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

เลือกซื้อเพชรที่มีใบรับรองคุณภาพเพชร
สำหรับการเลือกซื้อเพชรที่ใบรับรองคุณภาพเพชร หรือใบ Certificate ถือเป็นที่พึ่งทางใจเพื่อให้สบายใจได้ว่าเพชรที่ซื้อเป็นเพชรแท้ เพชรธรรมชาติ เพราะหากเลือกซื้อเพชรที่ไม่มีใบ Certificate อาจจะไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเราได้เพชรตามที่ผู้แจ้งหรือไม่รวมไปถึงโอกาสที่เพชรเม็ดนั้นๆ อาจจะเป็นของปลอม หรือเพชรเลียนแบบ ซึ่งตามหลักความเป็นจริงเมื่อซื้อเพชรที่มีขนาดมากกว่า 0.30 กะรัต ขึ้นไปร้านเพชรทุกแห่งจะต้องมีใบรองรับคุณภาพเพชรจากสถาบันระดับโลกอาทิ GIA หรือ  HRD ขณะการเลือกซื้อเพชรที่ Jubilee Diamond จะได้รับการการันตีคุณภาพเพชรด้วยใบรับรองคุณภาพเพชรจากสถาบันระดับโลกอย่าง HRD และ GIA ซึ่ง Jubilee Diamond เป็นแบรนด์เพชรเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ลูกค้าจะได้รับใบรับรองคุณภาพเพชรตั้งแต่ 0.19 กะรัตขึ้นไป 

เลือกเครื่องประดับเพชรอย่างไรให้โดนใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

เลือกซื้อเพชรกับร้านที่มีบริการหลังการขาย
สำหรับบริการหลังการขายถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึง เพราะหากวันนึงเพชรที่เลือกซื้อในราคาระดับหลักหมื่น หลักแสน เกิดมีปัญหาขึ้นมาในรูปแบบต่าง ๆ การถือเพชรกลับไปปรึกษาร้านเพชรที่เราซื้อมานั้น ถือเป็นด่านแรกที่ผู้ซื้อจะนึกถึง โดย Jubilee Diamond มีประสบการณ์การจัดจำหน่ายเครื่องประดับเพชรมากถึง 91 ปี มีจำนวนสาขามากกว่า 130 แห่งทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ และมีระบบ Customer Service ที่มีความเข้าใจความต้องการของลูกค้า โดยลูกค้าของ Jubilee Diamond สามารถรับบริการหลังการขายได้ทุกสาขาเพราะมีจุดบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

ละนี่คือข้อควรสำหรับการเลือกซื้อเพชร เพื่อเป็นของขวัญแทนใจให้กับคนพิเศษในทุกเทศกาล ทั้งนี้เตรียมพบกับโปรโมชั่นส่งท้ายปี “ช้อปเพชรผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 12 เดือน” พร้อมรับ Cashback และของสมนาคุณสุดพิเศษอีกมากมาย  ให้คุณได้เลือกมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่คุณรัก ได้ที่ช้อป Jubilee Diamond ทั้ง 130 สาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ http://www.jubileediamond.co.th 

เปิดวาร์ปรับปีฉลู “ช่อง 9” อัดแน่นทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/453905

เปิดวาร์ปรับปีฉลู “ช่อง 9” อัดแน่นทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

เปิดวาร์ปรับปีฉลู "ช่อง 9" อัดแน่นทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

2 มกราคม 2564 – 11:35 น.

“ช่อง 9” เตรียมเปิดวาร์ปรับปีฉลู อัดแน่นจี๊ดทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 เตรียมเปิดวาร์ปรับปีฉลู พร้อมตกหัวใจแฟนหน้าจอ จัดทัพซีรีส์ดังจากทุกมุมโลก ทั้งเอเชียฟอร์มยักษ์ ทั้งพรีเมียมจากอังกฤษ ทั้งอินเดียยอดนิยม ที่รับรองจี๊ดทุกเรื่อง แถมคอ ซีรีส์วายเตรียมพบเรื่องเด็ด อีกทั้งรายการบันเทิงแฝงสาระที่ยิ่งดูยิ่งดีต่อใจ เรียกว่ารวบครบจบที่นี่

เปิดวาร์ปรับปีฉลู "ช่อง 9" อัดแน่นทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

นายสิโรตม์ รัตนามหัทธนะ กรรมการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เผยว่า สำหรับช่อง 9 ในปี 2564 เราจัดให้แฟนหน้าจอแบบครบรส เริ่มด้วยซีรีส์สุดพรีเมี่ยมจากอังกฤษ ของ BBC One ที่ครองใจนักวิจารณ์กระชากเรตติ้งสูงสุด 3 เรื่องเด็ด “The Musketeers สามทหารเสือ” และพบกับดาราดัง โคลิน มอร์แกน เจ้าของรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมหลายเวที ในซีรีส์เรื่อง “The living and the dead ท้าเป็นท้าตาย” ปิดท้ายด้วยซีรีส์ยอดเยี่ยม “The Kettering Incident คดีลับเมือง 2 โลก” ชมฝีมือการแสดงของนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมแห่งออสเตรเลีย เอลิซาเบธ เดบิคกี

เปิดวาร์ปรับปีฉลู "ช่อง 9" อัดแน่นทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

พร้อมกันนี้ช่อง 9 จับมือกับ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) จัดทัพซีรีส์อินเดียลงจอครั้งแรก ประเดิมด้วยเรื่องสยองยอดนิยม “คืนปล่อยผี” ซีรีส์หลอนแห่งตำนานภูตผีปีศาจจากแดนภารตะ และคอซีรีส์จีน เรียกว่าเตรียมสนุกกันทุกเวลา เริ่มด้วยซีรีส์จีน เรื่อง “เปาบุ้นจิ้น” ที่ครองใจ ครองเรตติ้งมาโดยตลอด พร้อมซีรีส์อภิมหาสงครามแดนมังกร ยิ่งใหญ่เทียบชั้น Game of Thrones “Eagle Flags แดนสนธยา ธงพญาอินทรี”

เปิดวาร์ปรับปีฉลู "ช่อง 9" อัดแน่นทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

มันส์ต่อเนื่องกับซีรีส์กำลังภายในสุดฮอต ชมการปะทะบทบาทของพระเอกหน้าหยก “เจิ้งหย่าเฉิง” กับนางเอกหน้าหวาน “อู๋เฉียน” กับเรื่อง “An Oriental Odyssey ศึกชิงไข่มุกสวรรค์ แห่งแดนบูรพา” ตามมาด้วยซีรีส์จีนฟอร์มยักษ์โรแมนติกแฟนตาซี ศึกชิงกระบี่แห่งตำนาน “Swords of Legends II มหัศจรรย์กระบี่จ้าวพิภพ” และพบเรื่องราวโรแมนติกดราม่าตีแผ่วงการสูตินรีแพทย์ “OB Gyns กำเนิดชีวิต ลิขิตหัวใจ”

เปิดวาร์ปรับปีฉลู "ช่อง 9" อัดแน่นทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

สำหรับคอการ์ตูน เรายังคงมีอนิเมะหลากหลายเรื่องให้ได้ชมกัน อีกทั้งเตรียมพบกับการ์ตูนคลาสสิค “โดราเอมอน” โฉมใหม่ กับของวิเศษชิ้นใหม่ และคอกีฬาเราจัดให้แน่นทุกสัปดาห์กับการถ่ายทอดสด ทุกแมตช์สำคัญ ส่งตรงจากทุกสนามทั่วไทย กับศึกฟาดแข้งระดับชาติ “โตโยต้า ไทยลีก 2020”

เปิดวาร์ปรับปีฉลู "ช่อง 9" อัดแน่นทุกคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

พร้อมข่าวเข้มข้นตลอดทั้งวันกับมืออาชีพ “สำนักข่าวไทย” วิเคราะห์ เจาะลึก จากกูรูจอมเก๋า ตั้งแต่เช้ายันค่ำ ข้อมูลครบจบรอบด้าน ทั้งทั่วไทยและทั่วโลก และสนุกกับรายการวาไรตี้บันเทิงหลากหลาย อีกทั้งสารคดีคุณภาพคับคั่ง

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/453792

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

1 มกราคม 2564 – 07:25 น.

“ธัญ” (THANN) ชวนเหล่าคุณแม่ยุคใหม่ร่วมกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อย ด้วยเทคนิคการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม (Aromatherapy) เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

“กลิ่นส่งผลต่อความทรงจำของเรามากที่สุด” เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงการจดจำประสบการณ์ต่างๆ ผ่านความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการสร้างเป็นเรื่องราวผสมกับความทรงจำของกลิ่นที่ได้สัมผัส ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่ทำให้สมองเด็กเกิดการพัฒนา หากได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ สมองก็พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวได้ดีขึ้น ทำให้เด็กสามารถปรับตัวเข้ากับสังคม สิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างได้ดี ‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมจากสารสกัดธรรมชาติ ร่วมกับ แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช จัดกิจกรรม “เสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยด้วยการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม (Aromatherapy)” โดยมีเซเลบริตี้คุณแม่ยุคใหม่ที่เก่งทั้งการทำงานและการเลี้ยงลูก ร่วมทำกิจกรรม อาทิ เจนนิส ยังพิชิต, วาริธร กันท์ไพบูลย์ พร้อมลูกสาวตัวน้อย น้องไอรา พิพัฒน์ชูเกียรติ และ โสภิณ รองรัตน์ ที่ ธัญ แซงชัวรี่ สุขุมวิท 47

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ได้แนะนำเทคนิคการใช้ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม (Aromatherapy) สำหรับคุณแม่ยุคใหม่ว่า “เด็กจะมีพัฒนาการและการเรียนรู้ทางด้านการรับกลิ่นตั้งแต่แรกเกิด ตั้งแต่กลิ่นน้ำนม กลิ่นเหงื่อ กลิ่นผ้าอ้อม ซึ่งหลังจากอายุ 1 ขวบปีจะเริ่มมีการพัฒนาการแยกกลิ่นได้ และจะมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ เมื่อจมูกได้รับกลิ่น กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น (Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System) โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ที่สำคัญคือกลิ่นจะกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่ควบคุมความทรงจำ ผลก็คือ สมองก็จะเกิดการจดจำสิ่งที่เห็นกับกลิ่นที่ได้สัมผัส เชื่อมโยงเป็นความทรงจำที่สัมพันธ์กับอารมณ์ในขณะนั้น ทำให้เมื่อได้กลิ่นเดิมอีกครั้ง สมองก็จะเชื่อมโยงกลิ่นกับความทรงจำแบบอัตโนมัติ

ในทางอ้อมเมื่อสมองส่วนรับกลิ่นกถูกระตุ้นก็จะเกิดการผ่อนคลาย ลดความกังวล มีความพึงพอใจและดึงดูดให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสและสมองมากขึ้น ทำให้มีการเชื่อมโยงของกลิ่นและประสบการณ์ต่างๆ ชัดเจนขึ้น จดจำเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านกลิ่นและคิดจินตนาการสร้างเรื่องราวจากกลิ่นได้ ดังนั้นการที่เรากระตุ้นประสาทสัมผัสทางกลิ่นให้กับลูกอย่างสม่ำเสมอนั้นจะส่งผลดีต่อการพัฒนาการของเด็ก เช่น การพาลูกไปสัมผัสกับกลิ่นหอมของดอกไม้ในสวน การใช้ผลไม้ที่มีกลิ่นหอมต่างๆ รวมถึงการสร้างบรรยากาศความหอม (Aromatherapy) ภายในบ้าน 

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

นอกจากนั้นกลิ่นยังสามารถเชื่อมโยงอารมณ์และความรู้สึกของเด็กได้อีกด้วย หากเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยหรือชื่นชอบก็จะทำให้รู้สึกสงบและสบายใจ ซึ่งเมื่อคุมอารมณ์ได้บ่อยๆ ระบบประสาทอัตโนมัติจะจดจำการคุมอารมณ์เมื่อได้กลิ่นนั้น นอกจากนี้เด็กยังสามารถรับรู้และสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของผู้ใหญ่ในขณะนั้นได้ด้วย ดังนั้นเด็กที่เติบโตท่ามกลางผู้ใหญ่ที่มีอารมณ์ดี ก็จะส่งผลให้เด็กเติบโตมาแบบมีอารมณ์ที่ดี ไม่มีลักษณะของการก้าวร้าวหรือร้องไห้งอแง

การใช้ประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติให้ได้ผลต่อพัฒนาการที่ดีนั้นควรควบคู่กับความปลอดภัยด้วย จริงๆ แล้วก็มีหลายงานวิจัยที่ระบุว่าน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติบางชนิดมีความปลอดภัยกับเด็กอายุมากกว่า 3 เดือน แต่ก็ควรศึกษาข้อมูลและผลของน้ำมันหอมระเหยชนิดนั้นๆ ก่อนนำไปใช้ด้วย เนื่องจากเด็กเล็กมีเนื้อเยื่อบุโพรงจมูกที่บอบบาง” 

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์โฮม อะโรมา ซึ่งประกอบไปด้วย ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric aroma diffuser) ราคา 4,390 บาท ทำงานด้วยกลไกการกระจายความหอมแบบ Ultrasonic Water – Oxygen โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงถึง 2.5 ล้านรอบ/วินาที ทำให้น้ำแตกตัวเป็นไอเย็นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเพียง 5 ไมครอน นำพาน้ำมันหอมระเหยขึ้นสู่อากาศ กลิ่นหอมจึงกระจายตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการทำงานแบบไม่ใช้ความร้อนจึงปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว มาพร้อมกับ 2 ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ได้แก่ โหมดทำงานแบบต่อเนื่อง (Green Light) ตัวเครื่องจะทำงานต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง เมื่อเสร็จการทำงานเครื่องจะปิดแบบอัตโนมัติ และโหมดควบคุมจังหวะการทำงาน (Orange Light) ตัวเครื่องจะพ่นควัน 1 ครั้ง สลับกับการหยุด 30 วินาที สามารถใช้ได้ต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง 

‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100%’ (Pure essential oil) แต่งเติมความหอมหลากหลายรูปแบบ สามารถใช้งานร่วมกับเครื่อง Electric aroma diffuser เพื่อรังสรรค์บรรยากาศความสุขภายในบ้านได้อย่างมีรสนิยม มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 10ml และ 50ml มีด้วยกัน 7 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นอะโรมาติก วูด (Aromatic Wood) ที่จะช่วยเติมเต็มความเบิกบาน มีชีวิตชีวา คลายความกังวล ด้วยส่วนผสมของส้ม (Orange), แทงเจอรีน (Tangerine), จันเทศ (Nutmeg )และไม้จันทน์ (Sandalwood)

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

กลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence) หอมสดชื่นเบาสบายด้วยกลิ่นอายแห่งโลกตะวันออก ด้วยส่วนผสมของตะไคร้ (Lemongrass) และมะกรูด (Kaffir Lime)

กลิ่นอีเดน บรีซ (Eden Breeze) กลิ่นหอมที่จะมามอบความสงบ สมดุลทางอารมณ์และจิตใจ สร้างบรรยากาศแห่งความโรแมนติก ด้วยส่วนผสมของดอกมะลิ (Jasmine) และดอกกุหลาบ (Rose)

กลิ่นสปริง ฟอเรส  (Spring Forest) สะอาด สดชื่น มีชีวิตชีวา ด้วยส่วนผสมของกลิ่นหญ้าแฝก (Vetiver), เมล็ดถั่วทองกา (Tonka Bean) และดอกเจอราเนียม (Geranium)

กลิ่นดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ (Lavender & Rosemary) ความหอมของดอกไม้ช่วยให้สงบผ่อนคลายด้วยส่วน ผสมของดอกลาเวนเดอร์ (Lavender )และโรสแมรี่ (Rosemary)

กลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด (Eastern Orchard) สดชื่น รื่นรมย์ ด้วยส่วนผสมของส้มยูซุ (Japanese Yuzu), มะนาว (Lemon), บลาซีเลีย เนโรลี่ (Brazilian Neroli) และดอกมะลิ (Jasmine) 

กลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น (Earl Grey Infusion) กลิ่นหอมที่จะช่วยให้สงบ ผ่อนคลาย ด้วยส่วนผสมของ กระวาน (Cardamom), ส้ม (Orange), ดอกลาเวนเดอร์ (Lavender) และคลารี่ เสจ (Clary Sage)

ภายในงานได้มีการแนะนำเทคนิคการผสมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ เพื่อรังสรรค์ให้เกิดกลิ่นหอมใหม่ซึ่งสามารถ ผสมเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ได้แก่ กลิ่นมอนิ่ง เวคอัพ (Morning wake up) ที่เกิดจากการผสมกลิ่นอะโรมาติก วูด 4 หยด, กลิ่นดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ 4 หยด และกลิ่นอีเดน บรีซ 2 หยด 

กลิ่นอีฟนิ่ง รีทรีท (Evening retreat) ที่เกิดจากการผสมกลิ่นอีเดน บรีซ 5 หยด, กลิ่นดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ 3 หยด และกลิ่นสปริง ฟอเรส  2 หยด

กลิ่นรีแล็กซ์ซิ่ง โมเม้นท์ (Relaxing moment) ที่เกิดจากการผสมกลิ่นสปริง ฟอเรส  4 หยด, กลิ่นอีเดน บรีซ 3 หยด และกลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด 3 หยด 

กลิ่นเฮฟเว่นลี่ แพมเพอริ่ง (Heavenly pampering) ที่เกิดจากการผสมกลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด 4 หยด, กลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น 4 หยด และกลิ่นสปริง ฟอเรส  2 หยด 

กลิ่นเนเชอรัล บลิซ (Natural Bliss) ที่เกิดจากการผสมกลิ่น กลิ่นดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ 6 หยด, กลิ่นอีเดน บรีซ 3 หยด และกลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ 1 หยด

กลิ่นซิมเพิ้ล แฮปปี้เนส (Simple happiness) ที่เกิดจากการผสมกลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ 3 หยด, กลิ่นอีเดน บรีซ 4 หยด และกลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด 3 หยด

และกลิ่นสปริง บาลานซ์ซิ่ง (Spirit balancing) ที่เกิดจากการผสมกลิ่นอีเดน บรีซ 4 หยด, กลิ่นอะโรมาติก วูด 3 หยด และกลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น 3 หยด

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

บรรยากาศในการเวิร์คช็อปเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้คุณแม่คนสวยให้เกียรติมาร่วมแนะนำเคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างสมวัยตามแบบฉบับคุณแม่ยุคใหม่ พร้อมเผยเทคนิคการเลือกกลิ่นหอมให้กับลูกๆ เริ่มที่คุณแม่ลูกแฝด เจนนิส ยังพิชิต กล่าวว่า “ในช่วงสองขวบแรกของลูกเป็นช่วงที่เราทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการดูแลเขา โดยเราจะให้อิสระกับลูก เปิดโอกาสให้เขาได้ทดลอง ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้มีพัฒนาการไปตามวัยและตามศักยภาพของตัวเอง ให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำ ซึ่งลูกแต่ละคนก็มีความชอบที่แตกต่างกันอย่างลูกชายจะชอบกีฬา ส่วนลูกสาวชอบศิลปะ ส่วนตัวมองว่าการสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้านด้วยการใช้กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ นอกจากจะสร้างความผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยให้ลูกๆ มีอารมณ์ที่สดใส ร่าเริงได้อีกด้วย ซึ่งเราจะเลือกใช้กลิ่นที่มีความหลากหลายและมีการเปลี่ยนกลิ่นในแต่ละวันอยู่เสมอ เพื่อสร้างให้เกิดความแปลกใหม่ไม่จำเจ สำหรับกลิ่นที่ลูกๆ ชอบคือ กลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด และสปริง ฟอเรส เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา โดยเราจะใช้ควบคู่กับเครื่องกระจายกลิ่นหอม เพราะสามารถกระจายกลิ่นหอมได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่ได้มาก” 

ถัดมาที่คุณแม่ดีไซน์เนอร์สาวสวย วาริธร กันท์ไพบูลย์ เผยว่า “แม้ว่าเราต้องรับผิดชอบอะไรหลายอย่างทั้งเรื่องดูแลลูก ดูแลบ้าน และทำงานด้วย แต่เราก็สามารถจัดสรรเวลาให้ลงตัวได้ ที่สำคัญต้องแบ่งเวลาพักผ่อนให้กับตัวเองด้วย ไม่อย่างนั้นอาจทำให้เราเกิดความเครียดจากการที่ต้องจัดการอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ วิธีสร้างความผ่อนคลายเรานั้น ส่วนใหญ่เราใช้เวลากิจกรรมร่วมกันกับลูก พร้อมเปิดเพลงฟังเบาๆ ควบคู่กับการใช้กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติมาช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้าน ส่วนตัวเชื่อว่ากลิ่นหอมสามารถสร้างความผ่อนคลายและมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกโดยเฉพาะด้านอารมณ์ เพราะถ้าพื้นฐานเขาเป็นคนอารมณ์ดี เราก็จะสามารถสอนสิ่งต่างๆ ให้เขาได้ไม่ยาก ส่วนกลิ่นหอมที่น้องไอราชอบคือกลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ช่วยให้หายใจโล่งสบาย และหลับลึกขึ้น เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกของเป้คือ เราจะไม่เป็นคนเข้มงวดกับลูกในทุกเรื่องจนมากเกินไป แต่จะคอยสังเกตดูว่าช่วงวัยนี้เขากำลังชอบหรือสนใจอะไร แล้วเราก็จะส่งเสริมให้เขาได้ลองทำทุกอย่างในสิ่งที่เขาชอบหรืออยากลอง หากถ้าสิ่งไหนไม่สามารถทำได้ เราก็จะอธิบายถึงเหตุผลให้เขาเข้าใจ”

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

 ปิดท้ายที่คุณแม่ลูกสอง โสภิณ รองรัตน์ เล่าว่า “ การเลี้ยงลูกของเราจริงๆ แล้วก็ไม่ได้กำหนดกฏเกณฑ์อะไรตายตัว แต่เราจะเน้นเรื่องหลักการใช้เหตุผลมากกว่า ว่าทำอะไรจะส่งผลกระทบแบบไหน เพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตในการเข้าสังคมในยุคปัจจุบันได้ การที่เราเป็นเวิร์กกิ้งมัมทำธุรกิจของตัวเอง เลี้ยงลูกเองนั้น ก็อาจจะทำให้เราเหนื่อยและเครียดบ้างเป็นธรรมดา แต่เราก็จะหาเวลาพักผ่อนในช่วงวันหยุดไปเข้าสปาทำทรีทเม้นท์เพื่อความผ่อนคลาย รวมถึงไปออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายสดชื่น จริงๆ แล้วส่วนตัวมีความชอบในการใช้กลิ่นหอมเพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้านอยู่แล้ว อย่างที่บ้านเราก็จะวางเครื่องกระจายกลิ่นหอมในพื้นที่ส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก ห้องน้ำ ซึ่งแต่ละห้องเราก็จะใช้กลิ่นที่ต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน อย่างเช่น ห้องน้ำก็จะใช้กลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด เพราะเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ห้องรับแขกจะใช้กลิ่นอะโรมาติก วูด เพราะเป็นกลิ่นที่ให้ความสดชื่นมีชีวิตชีวา ส่วนห้องนอนของเราและลูกจะใช้กลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น เพราะช่วยให้เราและลูกนอนหลับได้ดีขึ้น” 

THANN ชวนคุณแม่ร่วมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ใช้ศาสตร์กลิ่นหอม เสริมสร้างบรรยากาศในครอบครัว

ร่วมสร้างสรรค์บรรยากาศความหอม พร้อมสร้างความผ่อนคลายภายในบ้านกับผลิตภัณฑ์กลุ่ม ‘โฮม อะโรมา’ (Home Aroma) อาทิ ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric aroma diffuser) และ ‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100%’ (Pure essential oil) ทั้ง 7 กลิ่น ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) และสาขาถนนกลาง (ย่านเมืองเก่า) จังหวัดภูเก็ต

เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/453610

เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่บ้าน

เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่บ้าน

29 ธันวาคม 2563 – 18:29 น.

มาจัดบ้านเตรียมพร้อมรอเคาท์ดาวน์กันเถอะ

จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อดูจะไม่ลดลงหรือวางใจได้เลย การออกไปรวมตัวในสถานที่ ที่มีคนจำนวนมากๆ จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย ปีนี้งานปาร์ตี้เคาดาวน์คงหมดหวังแน่ๆ แต่อย่าเศร้าเหงากันไปมาพลิกวิกฤตให้เป็นความสนุกแบบใหม่ที่บ้านเรากันเถอะ เราอยากชวนคุณมาหาไอเทมเด็ดจัดปาร์ตี้ที่บ้านรับปีใหม่ จะมีไอเทมอะไรบ้างไปติดตามกันเลย

ไฟกระพริบ

หลอดไฟกระพริบ เล็กๆ เป็นเส้นยาวๆ ปรับสีสันช่วยให้การจัดงานที่บ้านออกมาสวยงามอลังการได้มากเลยที่เดียว นั้นก็คือไฟกระพริบเส้นยาวที่เราขอแนะนำให้คุณซื้อมาหลายๆเส้นแล้วแขวนห้อยเป็นม่านไฟ ตรงหน้าต่าง ทางเข้า รับรองว่าถ่ายรูปออกมาได้สวยเหมือนอยู่ในเทพนิยายแน่ๆ

เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่บ้าน

แท่งไฟเรืองแสง
สายปาร์ตี้แบบจัดเต็มต้องมี แท่งไฟเรืองแสงตัวช่วยเพิ่มสีสันให้งานของคุณสนุกล้ำ ยิ่งเวลาปิดไฟหรือเปิดไฟน้อยๆ ไฟจากแท่งเรืองแสงหลากสีสันจะช่วยให้งานของคุณดู ตื่นเต้น แปลกตาถ่ายรูปออกมาก็เท่สุดๆ ไปเลย

เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่บ้าน

พลุกระดาษ

จังหวะเค้าดาวน์นี่แหละที่ต้องมีพลุไอเทมเด็ดสร้างความมันส์ แต่หากคุณต้องจัดงานในพื้นที่จำกัด หรือจัดในภายบ้าน พลุกระดาษจึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ความเสี่ยงน้อย แต่ถึงอย่างไรคุณก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักด้วย

เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่บ้าน

ป้ายธง

จัดงานเล็กๆ ที่บ้านอาจมีพื้นที่ติดตกแต่งได้ไม่มาก แต่ไอเทมที่น้อยแต่มาก ติดแล้วดูดี ทำบ้านสะดุดตาได้ก็ ธงป้าย หลากสีสัน หรือจะเป็นธงที่ติดเป็นข้อความ Happy New Year ก็เข้ากับบรรยากาศได้เยอะเลย

เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่บ้าน

ม่านฟอยล์
ม่านมูลี่สีสันทำจากฟอยล์กำลังเป็นไอเทมฮอตเพราะง่ายต่อการใช้งาน ซื้อมาปุ๊บก็แขวนติดที่ประตูหน้าต่าง หน้าบรรยากาศให้ห้อง บ้าน หรือสถานที่จัดงานสวยขึ้นมาได้ทันที โดยเฉพาะคนที่อยู่คอนโดและห้องคุณอาจมีของใช้ดูรกตาขอแนะนำม่านฟอยล์นี่แหละช่วยคุณได้แน่ๆ

เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่บ้าน

#ไอเทมงานปาร์ตี้ #ของแต่งบ้าน #ปีใหม่ #คริสต์มาส #เฉลิมฉลอง #เคาท์ดาวน์ #พลุ #อาหาร #ปาร์ตี้ในบ้าน #คมชัดลึก

ขอขอบคุณภาพจาก :

Anton Darius on Unsplash

Photos by Lanty on Unsplash

Thanakorn Phanthura on Pexels

Inga Seliverstova on Pexels

อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/453609

อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J 

อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J 

29 ธันวาคม 2563 – 18:19 น.

Wagyu Lab J produced by Channel J ร้านอาหารญี่ปุ่นที่แรกที่เดียวในประเทศไทยที่แตกต่างจากที่อื่นด้วยคุณภาพของเนื้อวากิวชั้นเลิศและส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม พร้อมบรรยากาศหรูหรา เหมาะสำหรับเป็นที่สังสรรค์ยามค่ำคืนที่สนุกสนานและสร้างความประทับใจ

มิสเตอร์ เคนตะ อูเอดะ กรรมการผู้จัดการบริษัท Channel J (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าที่มาของร้านมาจากคำว่า วะ” (和) หมายถึง ญี่ปุ่น และ “กิว” (牛) หมายถึง วัว กับคอนเซ็ปต์ทางร้านได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศของร้านสเต็กสุดหรูใจกลางกรุงนิวยอร์ค   เราจึงรังสรรค์ให้ร้านนี้ เป็นร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมนำเข้าจากญี่ปุ่นใจกลางเมือง และเป็นที่แรกในประเทศไทยที่คิดค้นเมนูสูตรพิเศษสไตล์ฟิวชั่น  

อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J 
อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J 

จนได้มาเป็นเมนูจานเด็ดซิกเนเจอร์ของร้านจากเชฟผู้มากประสบการณ์ ในการเลือกสรรวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหารที่แตกต่างจากร้านอื่นกับพระเอกของร้านอย่าง เนื้อ  wagyu wine beef   เป็นวากิวระดับ A5 อีกหนึ่งสายพันธุ์ชั้นดี คือการให้วัวกิน กากองุ่น ที่ใช้ทำไวน์ ทำให้วากิวไวน์บีฟ มีรสชาติ หอมหวานและความนุ่มจนแทบละลายในปาก ในเมนู สเต็กโกเบไวน์ (Kobe wine steak) ที่หอมกรุ่นด้วยการย่างไฟแรงจากถ่านไม้โกงกางจึงทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมมาก ทานคู่กับเครื่องเคียงชั้นดีอย่าง แบล็คกาลิก กริลล์ และซอสสูตรพิเศษของเราที่ไม่เหมือนใคร จะได้รสชาติหวานๆ เค็มๆ พร้อมความนุ่มละมุนของเนื้อวากิวไวน์ ลองชิมสักครั้งจะต้องติดใจ ต่อด้วย ชาโตบริยงสเต็ก A5 (Chateaubriand steak A5) ที่เรานำส่วนที่ดีที่สุด นุ่มที่สุดมาย่างด้วยถ่านไม้โกงกาง ทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมน่าทานมากยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดคือ ราเมงซุปล็อบสเตอร์ (Lobster Ramen) เจ้าแรกในไทยด้วยกลิ่นหอมของซุปโฟมล็อบสเตอร์และรสชาติที่กลมกล่อมพร้อมเส้นราเมงที่เหนียวนุ่มกำลังดี และชาโคกริลล์ ล็อบสเตอร์ ที่มีวิธีการกริลล์เฉพาะที่นี่ จนได้ล็อบสเตอร์ที่มีเนื้อหวานแน่น หอม อร่อย ฟินแบบคำต่อคำจนต้องกลับมาทานอีกครั้งแน่นอน หรืออยากเรียกน้ำย่อยด้วยเมนู Appetizer  อย่าง “Foiegras” คาราเมลโคโคนัทซอสและราสเบอร์รี่ซอสเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่แฟน Foiegras ต้องลอง

อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J 
อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J 

เพียงก้าวแรกที่เข้ามาในร้าน นอกจากคุณจะสัมผัสกับบรรยากาศสุดคลาสสิคแล้ว ยังได้กลิ่นหอมของวัตถุดิบต่างๆ ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากหลากหลายประเทศ และคุณสามารถเพลิดเพลินไปกับการปรุงอาหาร และพูดคุยกับเชฟได้อย่างใกล้ชิดที่โซนเคาน์เตอร์บาร์ ตลอดจนให้คุณเลือกช้อปวัตถุดิบแบบสดๆ ใหม่ๆ เพื่อให้เชฟปรุงอาหารจานโปรดของคุณได้อย่างที่คุณต้องการ

อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J 
อร่อยฟินไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นกับร้านสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมที่อยากให้คุณลอง Wagyu Lab J Produced By Channel J 

Wagyu Lab J Produced By Channel J พร้อมเปิดให้บริการทุกท่านตั้งแต่วันที่ 19ธันวาคมนี้เป็นต้นไป บริการอาหารมื้อพิเศษทุกค่ำคืนตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 17.00 – 23.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) เชิญทุกท่านมาลองชิมเนื้อวากิวชั้นเลิศกับเมนูจานเด็ดสุดพิเศษโดยเชฟยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญอาหารสไตล์ยุโรปและญี่ปุ่น เพื่อค่ำคืนที่แสนพิเศษของคุณและครอบครัว รับรองอร่อยติดดาวที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J ในโครงการพิมาน ซอยสุขุมวิท 49 กรุงเทพ  พิเศษสุดสำหรับโปรโมชั่นฉลองเปิดร้านใหม่มอบส่วนลด 20% (เฉพาะเมนูอาหาร) หรือแอดไลน์ไอดี ลดทันที 20 % เพื่อติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ จากทางร้าน โปรโมชั่นพิเศษถึง 31 ม.ค.64 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook: Wagyu Lab J  Line ID : Wagyu_Lab_J หรือโทรจองโต๊ะได้ที่02 -123-8703 Wagyu Lab J Produced By Channel J **เราดีใจที่ได้ทำให้คุณทาน**

รื่นรมย์ “Concert in the Park” บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/453147

รื่นรมย์ “Concert in the Park” บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย

รื่นรมย์ "Concert in the Park" บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย

24 ธันวาคม 2563 – 20:55 น.

รื่นรมย์ “Concert in the Park” บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดการแสดงดนตรีในสวน (Concert in the Park) ครั้งที่ 28 โดยความสนับสนุนของ บี.กริม และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด  โดยนักร้องรับเชิญ กรกันต์ สุทธิโกเศศ, สาธิดา พรหมพิริยะ, พิจิกา จิตตะปุตตะ และอิสรพงศ์ ดอกยอ ศิลปินชาวไทยชื่อดังชื่อดัง ร่วมขับร้องกับวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) อำนวยเพลงโดยวานิช โปตะวนิช ศิลปินศิลปาธร และผู้อำนวยเพลงประจำวง RBSO โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไป ทอดพระเนตรการแสดง เมื่อวันเสาร์ที่ 19 และวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 เวลา 18.00 น. ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (หน่วยม้าทรง) สนามเป้า

รื่นรมย์ "Concert in the Park" บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย
รื่นรมย์ "Concert in the Park" บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย

รายการในวันเสาร์ เริ่มด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ชราชวัลลภ เพลงประกอบภาพยนตร์ Star Wars, Viktor’s tale จาก The Terminal โดย John Williams และ Cinema Paradiso โดย Ennio Morricone นักประพันธ์เพลงชาวอิตาเลียนผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนานของวงการฮอลลีวู้ด และบทเพลงยอดนิยม อาทิ The Sound of Music, ฉันจะฝันถึงเธอ โดย สาธิดา พรหมพิริยะ New York, New York, Have Your Self A Little Christmas โดย กรกันต์ สุทธิโกเศศ ก่อนจะร่วมกับข้องในเพลง The Prayer ที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคน ปิดท้ายในวันอาทิตย์ เริ่มรายการอย่างตราตรึงด้วยเพลง William Tell Overture ตามด้วย The Royal Celebration Overture ประพันธ์โดย ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร ศิลปินศิลปาธร และตราตรึงไปกับการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ในดวงใจนิรันดร์ บทเพลงประกอบภาพยนตร์ Adventure on Earth จาก E.T. โดย John Williams, The Best of Billy Joel เพลง Ballade Pour Adeline ของ Richard Clayderman ที่นำมาเรียบเรียงใหม่ ร่วมด้วย พิจิกา จิตตะปุตตะ ขับร้อง Reflection จาก Mulanม อยู่ๆ ก็มาปรากฎตัวในหัวใจ Over the Rainbow อิสรพงศ์ ดอกยอ ขับร้องบทเพลงลูกทุ่งอมตะ มนต์รักลูกทุ่ง ชมทุง ก่อนจะปิดรายการด้วย การขับร้องหมู่ เพลงพระราชนิพนธ์ พรปีใหม่ และ Radetzky March       

รื่นรมย์ "Concert in the Park" บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย
รื่นรมย์ "Concert in the Park" บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย

ในงานนอกจากการแสดงของวง RBSO ยังมีการสาธิตเล่นว่าวไทย พร้อมซุ้มอาหารและเครื่องดื่ม Food Carnival ตลอดจนดีเจ ที่มาร่วมเปิดเพลง สร้างความเพลิดเพลิงให้กับทุกคน ในช่วงเวลา 20.00-22.00 น. หลังการแสดงของวง RBSO จบลง

Mango Art Festival เทศกาลศิลปะครบเครื่องหนึ่งเดียวในประเทศไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/453140

Mango Art Festival เทศกาลศิลปะครบเครื่องหนึ่งเดียวในประเทศไทย

Mango Art Festival เทศกาลศิลปะครบเครื่องหนึ่งเดียวในประเทศไทย

24 ธันวาคม 2563 – 20:16 น.

พบงานศิลปะหลากประเภท  จาก แกลเลอรี่ศิลปะชั้นนำ งานออกแบบจากดีไซเนอร์ชั้นเยี่ยม ศิลปินอิสระหลากหลายแขนง และงานสร้างสรรค์อีกมากมาย

นายสุชาย พรศิริกุล ผู้อำนวยการโครงการ Mango Art Festival เปิดเผยว่า เทศกาลศิลปะแมงโก้ ถือเป็นเทศกาลศิลปะที่ครบเครื่องหนึ่งเดียวในประเทศไทย เป็นนิทรรศการคุณภาพ ซึ่งได้รับการคัดสรรและดูแลอย่างพิถีพิถันจากภัณฑารักษ์ผู้มีประสบการณ์ ที่รวบรวมงานศิลปะทุกประเภท รวมถึง งานออกแบบสินค้าต่างๆไว้ในที่เดียว ซึ่งแต่ละชิ้นต่างมีความแตกต่าง มีคุณภาพ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับของตัวเอง โดยเชื่อว่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการศิลปะและออกแบบในประเทศไทยและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ด้วยงานศิลปะมีคุณค่าที่คุ้มค่าต่อการลงทุน งานศิลปะและงานสร้างสรรค์ จึงมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ และเชื่อว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต        

Mango Art Festival เทศกาลศิลปะครบเครื่องหนึ่งเดียวในประเทศไทย

สำหรับไฮไลต์ของวันงาน มีทั้งความร่วมมือระหว่าง “เอก ทองประเสริฐ” ดีไซเนอร์และนักออกแบบชื่อดังระดับโลก  ซึ่งจัดแสดงผลงานแนวจัดวางสัมพันธ์เฉพาะกับพื้นที่  ร่วมกับ ”เอ๋-วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์” ศิลปินด้านสิ่งแวดล้อม ที่กำลังมาแรง พร้อมรับชมการแสดง จาก “Dual” กลุ่มกวี ศิลปิน และนักสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ที่มุ่งเน้นเชิดชูพลังแห่งการสร้างสรรค์ ที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ชม        

Mango Art Festival เทศกาลศิลปะครบเครื่องหนึ่งเดียวในประเทศไทย

นางสาวลลิดา ลีละยูวะ ผู้อำนวยการด้านการออกแบบของเทศกาลศิลปะแมงโก้ กล่าวว่า ในงานศิลปะแมงโก้ จะนำเสนอเทรนด์การออกแบบล่าสุดโดยนักออกแบบสินค้าท้องถิ่น หรือเน็ตไอดอลที่สร้างผลงานศิลปะบนโซเชียลมีเดีย ในงานยังมีคำแนะนำในการลงทุนเกี่ยวกับงานศิลปะโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเพลิดเพลินไปกับการแสดงที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างแฟชั่น และศิลปะที่ตราตรึงใจ        

Mango Art Festival เทศกาลศิลปะครบเครื่องหนึ่งเดียวในประเทศไทย

ด้าน “ภัณฑารักษ์คู่หู” คุณพดด้วง – สุภิตา เจริญวัฒนมงคล  และคุณท็อป – ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล  กล่าวว่า ปัจจัยในการเชิญแกลเลอรี่สำหรับเทศกาลศิลปะแมงโก้ จะเป็นการรวบรวมแกลเลอรี่ ชื่อดังจากกรุงเทพฯ และที่ต่างๆ กว่า 20 แห่ง พบกับเทรนด์ล่าสุดของการออกแบบสินค้าจากสตูดิโอชื่อดัง นอกจากนี้ ยังจัดเตรียมพื้นที่ให้กับศิลปินอิสระ รวมทั้งศิลปินชื่อดังจากโซเชียลมีเดีย รวมถึงพื้นที่จัดแสดงงานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับ และแบรนด์วัสดุอุปกรณ์ทางศิลปะแบบครบวงจร ณ ลานกิจกรมกลางแจ้ง “ซาน ซิง คอร์ท” เพื่อให้ทุกคนได้ซื้อสินค้าติดมือก่อนกลับบ้าน          

Mango Art Festival เทศกาลศิลปะครบเครื่องหนึ่งเดียวในประเทศไทย

ทั้งนี้ เทศกาลศิลปะแมงโก้ ครั้งที่ 1 หรือ Mango Art Festival จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2564 ทุกพื้นที่ของท่าศิลปะวัฒนธรรมไทยจีน “ล้ง 1919”