หนุ่มใต้ใจถึงหอบเงินสด 2 ล้าน ซื้อเจ้าโก้ ควายเผือกสายพันธ์ุดี จากเมืองปากน้ำโพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445587

หนุ่มใต้ใจถึงหอบเงินสด 2 ล้าน ซื้อเจ้าโก้ ควายเผือกสายพันธ์ุดี จากเมืองปากน้ำโพ

หนุ่มใต้ใจถึงหอบเงินสด 2 ล้าน ซื้อเจ้าโก้ ควายเผือกสายพันธ์ุดี จากเมืองปากน้ำโพ8 ตุลาคม 2563 – 16:54 น.

หนุ่มใต้ใจถึงหอบเงินสด 2 ล้าน ซื้อเจ้าโก้ ควายเผือกสายพันธ์ุดี จากเมืองปากน้ำโพเผยเห็นเจ้าโก้ครั้งแรกก็ชอบถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เที่ยวจีบแรมเดือนสุดท้ายเจ้าของใจอ่อน

วันที่ 8 ต.ค. 2563 ที่ หมู่ 6 ตำบลห้วยน้ำหอม อำเภอลาดยาวจังหวัดนครสวรรค์ นายดำรงค์ศักดิ์ มีกฎ หนุ่มชาวเพชรบุรีหอบเงินสด 2 ล้าน บุกซื้อควายเผือกสายพันธุ์ดี หลังตามจีบมานานกว่าเดือน เจ้าของใจอ่อนยอมขายให้เพื่อนำไปพัฒนาสายพันธุ์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายสุวิทย์ บูรณะพันธุ์และนางสมนึก รุ่งรัตน์ สองสามีภรรยาชาวลาดยาว เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่ามีการติดต่อซื้อขายกันจริงตามราคาที่ตกลง สืบเนื่องจากตนเองได้นำคลิปเจ้าโก้ควายเผือกอายุ 2 ปี ลงตามสื่อออนไลน์ทำให้มีผู้คนหลากหลายพื้นที่ต่างให้ความสนใจในตัวเจ้าโก้ควายเผือกที่ตนเองและสามีเลี้ยงมานานกว่า 2 ปี

เนื่องจากเจ้าโก้เป็นความเผือกที่มีรูปร่างใหญ่ แม้เพิ่งจะมีอายุแค่ 2 ปี แต่มีความสมบูรณ์และลักษณะที่หายากไม่ว่าจะเป็นเขาและเล็บเท้า ลำตัวจะมีสีขาวอมชมพูและเป็นควายที่เกิดตามธรรมชาติที่ตนเองและสามีเลี้ยงมา จนนายดำรงค์ศักดิ์ เห็น เจ้าโก้ จึงติดต่อมายังตนเองว่าจะมาขอซื้อเจ้าโก้เพื่อนำไปพัฒนาสายพันธุ์ที่จังหวัดเพชรบุรีตอนแรกตนเองและสามีปฎิเสธไป เนื่องจากไม่คิดจะขายเจ้าโก้ไปเพราะตนเองและสามีก็มีใจรักในการเลี้ยงควายอยู่แล้วจนนายดำรงค์ศักดิ์ติดต่อมาตลอดและพูดคุยกันจนนานนับเดือนตนเองเห็นความตั้งใจที่นายดำรงค์ศักดิ์ที่มีใจรักในการเลี้ยงควายและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสายพันธุ์เจ้าโก้จึงใจอ่อนขายเจ้าโก้ไปในราคา 2 ล้านบาท แม้จะมีคนเคยให้ราคาสูงกว่านี้แต่ตนเองก็ไม่ได้คิดจะขายตั้งแต่แรกจนมาเห็นความตั้งใจจึงใจอ่อนยอมขายเจ้าโก้ให้นายดำรงค์ศักดิ์ไป

ผู้สื่อข่าว จึงสอบถามนายดำรงค์ศักดิ์ ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงทุ่มเงินล้านเพื่อมาซื้อเจ้าโก้ ได้รับคำตอบว่าเห็นเจ้าโก้ครั้งแรกก็ชอบถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เนื่องจากเจ้าโก้มีความสวยงามเข้าตำราควายไทยที่หายากแถมมีสีเผือกยิ่งหายากมากทำให้ตนเองเทียวขอซื้อเจ้าโก้จากเจ้าของ เพื่อนำไปพัฒนาสายพันธุ์ควายไทยให้รุ่นลูกหลานได้รู้จักและรับปากเจ้าของจะเลี้ยงดูเจ้าโก้ให้ดีที่สุดพร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่าไม่คิดว่าตนเองจะได้เป็นเจ้าของความเผือกที่เรียกว่าสวยที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

จ.เลยประชุมเข้ม เตรียมเปิดแลนด์มารค์แห่งใหม่ “สกายวอล์ค” พระใหญ่ภูคกงิ้วเชียงคาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445523

จ.เลยประชุมเข้ม เตรียมเปิดแลนด์มารค์แห่งใหม่ “สกายวอล์ค” พระใหญ่ภูคกงิ้วเชียงคาน

จ.เลยประชุมเข้ม เตรียมเปิดแลนด์มารค์แห่งใหม่ "สกายวอล์ค" พระใหญ่ภูคกงิ้วเชียงคาน8 ตุลาคม 2563 – 09:22 น.

อ.เมืองเลย จ.เลย ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมเข้มถกแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “สกายวอล์ค” ที่เชียงคาน ก่อนเปิดการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ

เมื่อเวลา 14:30 น.วันที่ 8 ต.ค. 2563 ณ ห้องประชุมภูกระดึง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเลย นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดการประชุมเรื่อง ”สกายวอล์ค” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน ร่วมด้วย เพื่อพิจารณาถึงการเตรียมเปิดการท่องเที่ยว ”สกายวอล์ค” และถกปัญหาการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบทางราชการ

ที่ประชุมได้กล่าวความเป็นมาของ “สกายวอล์ค” ว่าได้มีจุดเริ่มต้นโครงการ คือโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ “สกายวอล์ค”พระใหญ่ภูคกงิ้ว บ้านท่าดีหมี หมู่ 4 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย แห่งนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2559 โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยขณะนั้น (นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์) ได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ณ บริเวณแห่งนี้มอบให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเลย ดำเนินการออกแบบ”สกายวอล์ค” พร้อมทั้งจัดทำประมาณการราคา โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลปากตมเป็นผู้ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ต่อมาปีเดียวกัน สำนักงานโยธาและผังเมืองจังหวัดเลย ได้ของบประมาณแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ 2561 เสนอสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 รวบรวมเสนอคณะกรรมการบริหาร กลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการพิจารณาให้ความเห็นชอบ 

ต่อมา ในปี 2560 นายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยขนาดนั้น ได้เข้าชี้แจงงบประมาณต่อคณะอนุกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการเพื่อชี้แจงรายละเอียดของโครงการจึงได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2561 งบพัฒนากลุ่มจังหวัด โครงการสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 กิจกรรมหลัก คือก่อสร้างสิ่งสนับสนุนจุดขายหรือ Land mark ของสถานที่ท่องเที่ยวกิจกรรมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ”สกายวอล์ค” พระใหญ่ถูกโคกงิ้ว ด้วยงบประมาณ 29,700,000 บาท มีสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเลยเป็นหน่วยดำเนินการ  ตามสัญญาจ้างเลขที่ 5/2561 ลงวันที่ 31 พ.ค. 2561 สิ้นสุดสัญญา  6 ต.ค. 2562 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 480 วันการประชุมร่วมครั้งนี้  ได้ถกปัญหาต่างๆ

โดย ”สกายวอล์ค” ขึ้นทะเบียนกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เรียบร้อยแล้ว เป็นผู้บริหารจัดการ โดยจะให้ อบต.ปากตมฯเป็นผู้ขอใช้ ตามปกติแล้วเมื่อเป็นใช้งบประมาณทางราชการก็ต้องบริการแบบฟรี แต่เมื่อมีรายได้เข้ามาก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีและถูกกฎหมายถูกระเบียบ ให้เรียบร้อยทุกๆ ด้านเสียก่อน  โดยให้กรมธนารักษ์รับรองมาก่อน จึงจะสามารถเปิดการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการซึ่งคาดว่าก่อนสิ้นเดือน ต.ค.2563 นี้ 

บุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

“อ.เฉลิมชัย” ลั่น วัดติโลกอารามต้องยิ่งใหญ่ โลกต้องจดจำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445399

“อ.เฉลิมชัย” ลั่น วัดติโลกอารามต้องยิ่งใหญ่ โลกต้องจดจำ

"อ.เฉลิมชัย" ลั่น วัดติโลกอารามต้องยิ่งใหญ่ โลกต้องจดจำ

7 ตุลาคม 2563 – 09:26 น.

จ.พะเยา เปิดตัวคณะกรรมการพัฒนาและปรับปรุงวัดติโลกอาราม หรือวัดกลางกว๊านพะเยา ที่กำลังมีโครงการศึกษาความเป็นไปได้และเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ว่าจะให้พัฒนาปรับปรุงหรือไม่ หรือ ปรับปรุงไปในทิศทางใด

วันที่ 6 ตุลาคม 2563 ที่ห้องประชุมภูกามยาว ศาลากลางจังหวัดพะเยาชั้น 5 นายกมล เชียงวงค์ ผวจ.พะเยา, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม), อ.นคร พงษ์น้อย ผอ.การอุทยานศิลปวัฬชฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) อ.เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เมืองพะเยา และอ.เจริญ มาบุตร จิตกรชำนาญการ กลุ่มจิตรกรรมสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปกร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ได้เปิดตัวคณะกรรมการพัฒนาและปรับปรุงวัดติโลกอาราม หรือวัดกลางกว๊านพะเยา ที่กำลังมีโครงการศึกษาความเป็นไปได้และเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ว่าจะให้พัฒนาปรับปรุงหรือไม่ หรือ ปรับปรุงไปในทิศทางใด 

อ.เฉลิมชัย กล่าวในบางช่วงบางตอนของการประชุมว่า โครงการทั้งหมดที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในส่วนของการพัฒนาปรับปรุงวัดติโลกอาราม นั้น ภาพที่วาดออกมานั้นเป็นภาพในจินตนาการ เป็นเพียงแบบร่างคร่าวๆ ว่าถ้าสร้างได้ สร้างสำเร็จก็จะออกมาประมาณนี้ ยังไม่ใช่การตกลงว่าจะสร้างหรือต้องสร้างยังต้องมีขั้นตอนการขอความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนก่อนที่จะลงมือทำ ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น 

อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า การสร้างวัดติโลกอาราม นั้นตนไม่ได้ให้งดงามและยิ่งใหญ่เหมือนวัดร่องขุ่น แต่ตั้งใจจะฝากฝีไม้ลายมือให้มันยิ่งใหญ่ งดงาม ทรงคุณค่ายิ่งกว่าวัดร่องขุ่น ให้คนทั้งโลกจดจำด้วยการแต่งแต้มสีสันให้เข้ากับวิถีวัฒนธรรม ขนบประเพณีตลอดจนบรรยากาศของกว๊านพะเยา ไม่ใช่สีขาวโดดๆ แบบวัดร่องขุ่นอย่างแน่นอน “ถ้าไม่ช่วยก็อย่าขวาง ผมจะทำให้วัดติโลกอาราม ให้งดงามและยิ่งใหญ่กว่าวัดร่องขุ่น ให้โลกได้จดจำ ก่อนที่ผมจะลาจากโลกนี้ไป “ อ.เฉลิมชัยกล่าวทิ้งท้าย

ด้าน อ.เจริญ กล่าวว่า ตนเองถูกขอตัวมาช่วยราชการที่ จ.พะเยา เพราะเป็นคนพะเยา ภาพที่เขียนก็เขียนตามจินตนาการของ อ.เฉลิมชัย ที่ต้องการให้วัดติโลกอาราม เป็นตัวแทนของความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาในอดีต ให้สะท้อนภาพปัจจุบัน พร้อมสร้างแลนด์มาร์คให้ผู้คนได้จดจำ ได้มาเที่ยวชม มาไหว้พระ มากิน และใช้เงินในพะเยา เพื่อสร้างฐานรากของเศรษฐกิจให้เข้มแข็งอันจะส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมของคนพะเยาดีขึ้น “หลังจากที่ออกแบบและเขียนภาพจำลองการสร้างวัดติโลกอารามเสร็จ ผมก็ต้องกลับไปทำงานที่กรมศิลปกรเหมือนเดิม ส่วนจะมีการสร้าง พัฒนาหรือปรับปรุงวัดติโลกอารามหรือไม่ เป็นเรื่องที่ชาวพะเยาจะเป็นคนเลือก ผมก็แค่มาทำตามหน้าที่ทางราชการและในฐานะคนพะเยาคนหนึ่งเท่านั้น“ อ.เจริญ กล่าว 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

“เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล” รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445295

“เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล” รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.

"เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล" รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.6 ตุลาคม 2563 – 00:47 น.

“เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล” รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล จำกัด นำโดย นายปภาวิน นิธิเมธาวิน ประธาน และนางสาว ทิพาศิริ จตุรงคสัมฤทธิ์ กรรมการบริหาร เป็นผู้เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้วยผลงานด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศ อันเป็นแบบอย่างที่ดี จาก นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 18 ปี พม.

ทั้งนี้ บริษัท เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอลจำกัด ได้มีส่วนร่วมกิจกรรมจิตอาสาในช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 โดยร่วมบริจาคยารักษาโรค ได้แก่ 1. คามอล พาราเซตามอล จำนวน 600,000 เม็ด 2 .คามอล ชนิดน้ำสำหรับเด็ก จำนวน 42,600 ขวด

3. ยาธาตุ น้ำขาว ตราห่านคู่ขนาด 60 มล.จำนวน 5,000 ขวด 4. ยาธาตุน้ำขาวตราห่านคู่ ขนาด 180 มล.จำนวน 3,6000 ขวด รวมมูลค่า 1,148,000 บาท ซึ่งทางบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้ “โครงการ พม.ห่วงใยสู้ภัยโควิด19 “

#บริษัท เอช.เค. ฟาร์มาซูติคอล จำกัด

#นายปภาวิน นิธิเมธาวิน

#นางสาว ทิพาศิริ จตุรงคสัมฤทธิ์

"เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล" รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.
"เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล" รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.
"เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล" รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.

‘บี.กริม-กฟภ.-PEA ENCOM’ผนึกกำลังเพิ่มศักยภาพผู้นำด้านพลังงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445296

‘บี.กริม-กฟภ.-PEA ENCOM’ผนึกกำลังเพิ่มศักยภาพผู้นำด้านพลังงาน

'บี.กริม-กฟภ.-PEA ENCOM'ผนึกกำลังเพิ่มศักยภาพผู้นำด้านพลังงาน6 ตุลาคม 2563 – 00:40 น.

บี.กริม ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ กฟภ.และ PEA ENCOM เพิ่มศักยภาพความเป็นผู้นำด้านพลังงาน หวังลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้าน พร้อมมติบอร์ดไฟเขียวขายหุ้นจำนวน 5% มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ให้ PEA ENCOM

BGRIM ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือ กับ กฟภ. และ PEA ENCOM ศึกษาหนุนโอกาสความร่วมมือ ด้านเทคนิค-ด้านการเงิน หวังเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกอบการเอกชน ขยายขอบเขตลูกค้า SPP และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโรงไฟฟ้าประเภท IPS รองรับโอกาสต่อยอดระบบสมาร์ทไมโครกริด หวังลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท พร้อมมติบอร์ดไฟเขียวขายหุ้นจำนวน 5% มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ของ บี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) (“BPAM”) ให้ PEA ENCOM

บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM นำโดย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ และนางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เข้าทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“PEA ENCOM”) (บริษัทในเครือของ กฟภ.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง กฟภ. โดยวัตถุประสงค์ของความร่วมกันคือจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือ ทั้งทางด้านเทคนิคและทางด้านการเงิน เพื่อขยายธุรกิจร่วมกัน อาทิเช่น

การขยายขอบเขตของลูกค้าอุตสาหกรรมของโครงการโรงไฟฟ้าแบบ Small Power Producer (SPP) เป็นวงกว้างขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพโครงการผลิตไฟฟ้าโดยเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองหรือจำหน่ายให้ลูกค้าตรงโดยไม่ขายเข้าระบบของการไฟฟ้า (Independent Power Supply: IPS) โครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน

รวมถึงระบบไมโครกริดและระบบสมาร์ทไมโครกริด (Smart Microgrid) ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการเป็นผู้นำด้านพลังงานไฟฟ้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีโอกาสประหยัดเงินลงทุนในสายส่งและอุปกรณ์อื่นในอนาคตมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

โดยเบื้องต้นเป็นส่วนของโครงการโรงไฟฟ้า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) จำกัด จำนวน 315 ล้านบาท และการให้บริการลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด (บริษัทย่อยของ บี.กริม เพาเวอร์) ได้ถือหุ้น 75% ในบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) จำกัด (“BPAM”) (เดิมชื่อ บริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด) และมีบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด ถือหุ้นอีก 25% ใน BPAM นั้น ด้วย บี.กริม เพาเวอร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีหุ้นส่วนทางธุรกิจที่มีศักยภาพที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในบริเวณพื้นที่มาบตาพุด

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด ได้เข้าทำการโอนหุ้นจำนวน 5% ใน BPAM ให้แก่ PEA ENCOM มูลค่าการขายหุ้นรวมจำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการโอนหุ้นดังกล่าว จะทำให้ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด ถือหุ้น 70% ใน BPAM

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2563 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563

อย่างไรก็ดีความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นแรงหนุนสำคัญให้แก่บริษัทในการต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ช่วยผลักดันเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทไปถึง 7,000 เมกะวัตต์ตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งจะช่วยสร้างผลกำไรและเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอต่อไป

'บี.กริม-กฟภ.-PEA ENCOM'ผนึกกำลังเพิ่มศักยภาพผู้นำด้านพลังงาน

อึ้งยายใจบุญเลี้ยงไก่นับร้อยตัว นาน 60 ปี ไม่กิน ไม่ขาย เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445278

อึ้งยายใจบุญเลี้ยงไก่นับร้อยตัว นาน 60 ปี ไม่กิน ไม่ขาย เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

อึ้งยายใจบุญเลี้ยงไก่นับร้อยตัว นาน 60 ปี ไม่กิน ไม่ขาย เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

5 ตุลาคม 2563 – 17:56 น.

อึ้งยายใจบุญเลี้ยงไก่นับร้อยตัว นาน 60 ปี ไม่กิน ไม่ขาย แต่กลับเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงาเหมือนสุนัขและแมวแทน ส่วนลูกหลานทุกคนในบ้านถ้าอยากกินเนื้อไก่ เขาก็จะไปซื้อกินที่ตลาด

5 ต.ค. 63 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านเลขที่ 112/5 หมู่ 4 บ้านหนองกวาง ต.ลานหอย อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เนื่องจากทราบว่ามีคุณยายใจบุญเลี้ยงไก่จำนวนนับร้อยตัว โดยไม่เคยฆ่าทำอาหารกิน หรือคิดจะขายให้ใครเพื่อเป็นรายได้เสริมในครอบครัว ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา แต่กลับเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงาเหมือนสุนัขและแมวแทน

นางประเสริฐ  โกศัย อายุ 80 ปี คุณยายใจบุญดังกล่าว บอกว่า แต่งงานอยู่กินกับ “ครูผาย” อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนฯ มานาน 60 ปีแล้ว ครั้งแรกตั้งแต่แยกครอบครัวมาอยู่กับสามี พ่อแม่ก็ให้เอาไก่พันธุ์พื้นบ้าน ตัวผู้กับตัวเมีย มาเลี้ยงไว้กินเศษข้าวเศษอาหารตอนล้างจาน จากไก่แค่ 2 ตัวเมื่อ 60 ปีก่อน ก็ออกลูกออกหลานมาเรื่อย มีล้มตายไปตามอายุขัยก็จะฝังดินทั้งหมด แต่ปัจจุบันก็เหลืออยู่เป็นร้อยตัว ไม่เคยคิดฆ่าแกง หรือคิดขายให้พ่อค้าแม่ค้า

“เลี้ยงมาตั้งแต่เกิด ฆ่ากินไม่ได้ สงสาร เลี้ยงผูกพันกันแล้ว ยกเว้นไข่ไก่ที่จะเก็บมากิน ส่วนลูกหลานทุกคนในบ้านถ้าอยากกินเนื้อไก่ เขาก็จะไปซื้อกินที่ตลาด เพราะที่เลี้ยงไว้ในบ้านจะไม่ฆ่าเด็ดขาด ปล่อยให้ตายเองตามธรรมชาติแล้วก็ฝังดินเท่านั้น” นางประเสริฐ กล่าว

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สุดคึกคัก หลังเปิดสระมรกต ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445255

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สุดคึกคัก หลังเปิดสระมรกต ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สุดคึกคัก หลังเปิดสระมรกต ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้5 ตุลาคม 2563 – 13:38 น.

วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สุดคึกคัก หลังเปิดสระมรกต ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้และสามารถนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปนั่งรับประทานได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าไปภายในขุนน้ำนางนอน ซึ่งนี่เป็นกฎระเบียบที่บังคับใช้กับอุทยานแห่งชาติ

วันที่ 4 ต.ค. 2563 วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากทดลองเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อวันที่ 26 – 27 ต.ค. 2562 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ เปิดเผยว่ามีผู้เข้าชม จำนวนมาก จึงมีการกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย. 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น.ของทุกวัน ต่อมามีการเรียกร้องจากคนในพื้นที่ ว่าอยากให้วนอุทยานอนุญาตให้สามารถลงเล่นน้ำได้

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ณ วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังทราบว่าปัจจุบันได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำได้ ในโซนด้านล่างของสระมรกตที่จัดเตรียมไว้ให้ และสามารถนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปนั่งรับประทานได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าไปภายในขุนน้ำนางนอน ซึ่งนี่เป็นกฎระเบียบที่บังคับใช้กับอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ

โดยก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณขุนน้ำนางนอนจะมีจุดลงทะเบียนและคัดกรองโควิด-19 จากเจ้าหน้าที่อุทยาน พร้อมกับแนะนำให้ดูแลบุตรหลานโดยเฉพาะเด็กเล็กที่ลงไปเล่นน้ำ พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันรักษาความสะอาด และเมื่อทานอาหารเสร็จแล้วให้นำขยะต่างๆ ออกไปทิ้งด้านนอกด้วย เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่าตั้งแต่เริ่มให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเล่นน้ำในสระมรกตได้จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มมีมากขึ้นเฉลี่ย 2,000 คนต่อวัน   

วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน ท้องที่ ต.โป่งผา เนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ มีจุดบริการนักท่องเที่ยว 2 แห่ง คือ บริเวณถ้ำหลวง บ้านน้ำจำ และบริเวณขุนน้ำนางนอน บ้านจ้อง มีสภาพเป็นพื้นที่ราบระหว่างหุบเขาหินปูนสูงชันเงียบสงบ นักท่องเที่ยวจึงมักนำครอบครัวมานั่งพักผ่อนและทานอาหารร่วมกัน

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์เผยมุมมองการเลือกชุดแต่งงานที่เปลี่ยนไปเพราะโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/634680

วันที่ 04 ต.ค. 2563 เวลา 17:55 น.ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์เผยมุมมองการเลือกชุดแต่งงานที่เปลี่ยนไปเพราะโควิด-19เปิดมุมมองการเลือกชุดแต่งงานที่ตอบรับกับยุค New Normal ความเปลี่ยนแปลงที่ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมใหม่ ผ่านสายตาของ ‘ฌอน-ชวนล ไคสิริ’ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบจากแบรนด์เครื่องแต่งกาย ‘โพเอม’ (POEM)

ในยุคของการเปลี่ยนแปลงแบบ New Normal ที่ทุกคนต้องปรับตัวในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของหลายคนได้เปลี่ยนไป คนส่วนใหญ่หันมาปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ทำอาหาร มีความสุขกับสิ่งเล็กน้อยรอบตัว รวมไปถึงแนวความคิดเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานด้วยเช่นกัน

ฌอน-ชวนล ไคสิริ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบจากแบรนด์ ‘โพเอม’ (POEM) บอกเล่าถึงรูปแบบการเลือกชุดแต่งงานของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวในช่วงที่ผ่านมาที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสะท้อนจากความนิยมของรูปแบบจัดงานแต่งงาน พร้อมเปิดตัวคอลเลกชั่น ไทม์เลส (Timeless collection) เครื่องแต่งกายคุณภาพสูง ดีไซน์เรียบโก้อยู่เหนือกาลเวลา ที่คู่แต่งงานสามารถเลือกสวมใส่และดูดีได้ในแบบที่ตัวเองพึงพอใจ

‘โพเอม’ (POEM) แบรนด์เสื้อผ้าสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษคุณภาพสูง ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2006 กับการดีไซน์ที่ผสมผสานการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบบูติคเข้ากับไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวในปัจจุบัน โดยมีแนวคิดหลักจากการนำมุมมองในเรื่องโครงสร้าง รูปทรง และเส้นสายทางสถาปัตยกรรมมาผสมผสานเข้ากับสัดส่วนสรีระของหนุ่มสาว ผ่านไอเดียของ ฌอน–ชวนล ไคสิริ ผู้หลงใหลในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบเดรสเมคกิ้งจากประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังมี โพเอม กูตูร์ (POEM Couture) ชุดราตรีและชุดแต่งงานที่รังสรรค์ขึ้นจากคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่โดยเฉพาะ

ฌอน กล่าวถึงความนิยมในการเลือกชุดแต่งงานในปัจจุบันว่า “ตั้งแต่คนไทยเริ่มเรียนรู้ และรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ เราจะเห็นว่าไลฟ์สไตล์ของคนนั้นเปลี่ยนไป คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุขกับสิ่งรอบตัว รวมไปถึงการจัดงานแต่งงานด้วยเช่นกัน จริงอยู่ว่าอาจเป็นเพราะกฎระเบียบของการจัดงานที่ต้องจำกัดจำนวนคน แต่เรากลับมองว่าค่านิยมของคนนั้นเริ่มเปลี่ยนไปด้วย เห็นได้จากตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็จะมีว่าที่บ่าวสาวหลายๆ คู่ ที่เข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องชุดแต่งงาน โดยอยากได้เพียงชุดแต่งงานที่เรียบง่าย และเป็นสไตล์ของตัวเองมากที่สุด ราคาจับต้องได้ ไม่หวือหวาเหมือนแต่ก่อน เนื่องจากรูปแบบการจัดงานเป็นเพียงพิธีเลี้ยงพระ ยกน้ำชา และรับประทานอาหารกลางวันกับครอบครัวหรือคนสนิท การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมันเหมือนเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่คนเริ่มเปลี่ยนมุมมองหันมามีความสุขกับสิ่งเรียบง่ายกันมากขึ้น อย่างว่าที่เจ้าสาวหลายๆ คน ก็ไม่ค่อยนิยมสั่งตัดชุดแล้ว แต่จะเลือกใช้ชุดสำเร็จรูปที่สามารถใส่เป็นชุดเจ้าสาวได้ บางคนก็จะสั่งตัดแต่ก็จะเลือกดีไซน์ที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา ส่วนคนที่ยังนิยมชุดราตรีกลางคืนก็ยังมีบ้าง”

นอกจากนี้ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบยังเผยอีกว่ารูปแบบการจัดงานส่วนใหญ่เป็นงานกลางวันมากขึ้น คนนิยมจัดในบรรยากาศที่อบอุ่น จึงทำให้ทิศทางชุดของเจ้าบ่าว และเจ้าสาว มีความเรียบง่ายเหมาะกับรูปแบบของงาน โดยทาง แบรนด์ ‘โพเอม’ (POEM) จึงได้แรงบันดาลใจการออกแบบ คอลเลกชั่นไทม์เลส (Timeless collection) เครื่องแต่งกายที่มีดีไซน์เรียบโก้ที่สามารถสวมใส่เป็นชุดแต่งงานได้ อีกทั้งยังสามารถขับบุคลิกของหนุ่มสาวผู้สวมใส่ดูสง่างาม และมั่นใจมากยิ่งขึ้นด้วยเส้นสายการตัดเย็บที่มีคุณภาพตามแบบฉบับเดรสเมคกิ้ง โดยมีลุคเด่นเป็นเสื้อเชิ้ตใส่กับกระโปรง เป็นชุดที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนเอเชียเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนเอเชียมีช่วงลำตัวที่ยาว แต่มีช่วงขาสั้น การสวมใส่กระโปรงที่มีขอบเอวจะทำให้เจ้าสาวดูตัวสูงขึ้น ถัดมาที่ลุคแพนท์สูท (Pant suit) เหมาะกับเจ้าสาวที่มีรูปร่างสูง และไม่ต้องการเน้นส่วนโค้งเว้า รวมถึงลุคที่เป็นคอร์เซ็ท ไอเทมที่มีสามารถเนรมิตส่วนโค้งเว้าให้หญิงสาวได้อวดเรือนร่างชวนหลงใหลก็ยังเป็นที่นิยมอยู่เช่นกัน สำหรับเจ้าบ่าวหากเป็นกลางวัน อาจจะลองเลือกชุดสูทสีเทาอ่อน หรือสีกากี ที่ดูไม่เป็นทางการมากนัก

สำหรับแนะนำเคล็ดลับการเลือกชุดสำหรับว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาว

อันดับแรก ต้องเลือกชุดที่เป็นตัวเองใส่แล้วมั่นใจ ต้องลองใส่แล้วถ่ายรูปดูว่าเรามั่นใจไหมถ้าต้องใส่ชุดนี้ในวันสำคัญ สำหรับเจ้าสาวที่จะเลือกใส่ชุดแบบเรดี้ทูแวร์ (Ready-to-Wear) หากไม่ได้เป็นคนหวานมาก ในช่วงพิธีเช้าก็สามารถใส่เสื้อเชิ้ตกับกระโปรงบานทรงเอ (A-Line)

ส่วนช่วงรับประทานอาหารที่ต้องถ่ายรูปกับแขกอาจจะเปลี่ยนท่อนล่างเป็นกระโปรงยาวหางปลาก็ได้ เพื่อให้ยืนถ่ายรูปแล้วดูสง่าขึ้น หรือใส่เป็นเดรสสั้นก็ได้ เจ้าสาวบางคนอยากใส่สูทก็มี ถ้าใส่แล้วเขามั่นใจขึ้น เราก็จะแนะนำ หรือถ้าเจ้าสาวบางคนที่ชื่นชอบความโมเดิร์นก็จะเลือกใส่ชุดสีควันบุหรี่ สีนู้ด สีเบจ แต่ถ้าคุณเลือกชุดที่ซิลลูเอทมีความแตกต่างจากชุดเจ้าสาวแบบเดิมๆ เราก็อยากแนะนำให้ใส่สีขาว เพราะสีขาวจะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคุณคือเจ้าสาวของงานนี้

สำหรับชุดเจ้าบ่าว ควรจะไปในทิศทางเดียวกันกับเจ้าสาว อาจเป็นชุดที่สีแมทช์กัน หรือซิลลูเอทไปในทิศทางเดียวกัน อย่างถ้าเป็นงานกลางวันที่เจ้าสาวไม่ได้ใส่ชุดยาว เจ้าบ่าวก็อาจจะใส่เป็นสูทสีเทาอ่อน สีกากี ที่ทำให้ลุคดูลำลองขึ้น ดูสบายขึ้น แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเลือกสี โดยเทียบกับสีของชุดเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ถ้าเพื่อนเจ้าบ่าวใส่สีกรมหรือสีน้ำตาล เจ้าบ่าวก็อาจจะใส่สีเบจ บ่าวสาวที่เข้ามาปรึกษาเรื่องชุดกับเรา ถ้าได้ไอเดียกันทั้งคู่แล้ว เราจะให้เขาถ่ายรูปคู่กันว่ามันออกเป็นยังไง เราจะช่วยเขาคุมโทนให้ทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ทางแบรนด์ยังสามารถให้คำปรึกษาเรื่องชุดให้กับทางครอบครัว รวมไปถึงเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาวได้อีกด้วย เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด

สำหรับเจ้าสาว นอกจากการเลือกชุดให้เหมาะกับคาแรคเตอร์แล้ว การแต่งหน้าทำผมก็ควรที่เป็นสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองเช่นกัน เจ้าสาวทุกคนอาจจะต้องทำการบ้านว่าการแต่งหน้าทำผมแบบไหนที่ทำออกมาแล้วมั่นใจ และเป็นสไตล์ของตัวเองที่สุด

และอีกหนึ่งเคล็ดลับในการสวมใส่ชุดของ ‘โพเอม’ (POEM) ให้ออกมาดูดีนั้นทางครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ได้เสริมว่า “ชุดของเราผู้หญิงรูปร่างไหนก็ใส่ได้ ไม่จำเป็นต้องผอมหรือหุ่นดีเสมอไป เพียงแค่คุณต้องมั่นใจ ผู้หญิงที่ใส่โพเอมทุกคนต้องรู้จักตัวเองในระดับหนึ่ง รู้ว่าชอบอะไร มีจุดเด่นตรงไหน ถ้าคุณรู้จักตัวเองแล้ว ชุดของโพเอมจะช่วยดึงความมั่นใจของคุณออกมา เพราะเราจะมีการพูดคุยอ่านคาแรคเตอร์ และวัดตัวของลูกค้าทุกคนด้วยตัวเอง เพื่อนำมาดีไซน์ชุดที่ตรงกับบุคลิกและรูปร่างของเขาที่สุด”

และด้วยวิถีของเดรสเมคเกอร์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดนี้ ทำให้แบรนด์ ‘โพเอม’ (POEM) ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และได้เป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่ได้เปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์ที่เมืองเซียงไฮ้ ในห้างสรรพสินค้า Plaza 66 ประเทศจีน

พบกับ คอลเลกชั่นไทม์เลส (Timeless collection) ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน ‘โพเอม’ (POEM) ชั้น 2 เกษรวิลเลจ, ชั้น 3 สยาม สแควร์ วัน, ชั้น 1 สยาม พารากอน, ชั้น 1 เอ็มโพเรียม, ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทาง LINE ID: @poembkk และ Instagram: @poem_official สำหรับ ‘โพเอม เมนส์แวร์’ (POEM Menswear) สามารถเยี่ยมชมได้ที่ ชั้น 3 เกษรวิลเลจ หรือ LINE ID: @poem_menswear, Instagram: @poem_menswear และเว็บไซต์ www.poembangkok.com

ส่องไฮไลท์ในมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/634679

วันที่ 04 ต.ค. 2563 เวลา 17:33 น.ส่องไฮไลท์ในมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25“Noกองดอง” งานใหญ่แห่งปีที่จะไปพาเหล่านักอ่านไปพบกับความคิดสร้างสรรค์ผ่านตัวหนังสือในรูปแบบต่างๆ

เริ่มแล้วสำหรับ “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25” (Book Expo Thailand 2020) ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 11 ตุลาคม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Noกองดอง” งานใหญ่แห่งปีที่จะไปพาเหล่านักอ่านไปพบกับความคิดสร้างสรรค์ผ่านตัวหนังสือในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหลากหลายโซน นิทรรศการ รวมทั้งภารกิจชวนนักอ่านทลายกองดอง ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นในแบบไฮบริด อีเว้นท์ (Hybrid Event) ผสานกิจกรรมออนกราวด์และออนไลน์เข้าด้วยกัน พร้อมขนไฮไลท์ดีๆ มาเอาใจหนอนหนังสือเพียบ

7 โซนหนังสือยอดนิยม

  • Book Wonderland ที่รวบรวมหนังสือการ์ตูนและหนังสือสำหรับคนรุ่นใหม่เอาไว้มากมาย 
  • หนังสือทั่วไป ความรู้รอบตัว และไลฟ์สไตล์ต่างๆ 
  • นิยาย/วรรณกรรม สนุกไปกับจินตนาการและประสบการณ์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยนักเขียนคนโปรด 
  • หนังสือต่างประเทศ ตอบโจทย์นักอ่านหลากภาษา ไม่ต้องเสียเวลาสั่งหนังสือจากต่างประเทศ 
  • หนังสือเด็กและสื่อเพื่อการศึกษา สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาหนังสือและสื่อเสริมทักษะสำหรับเด็ก 
  • การศึกษา สำหรับวัยเรียนที่ต้องการคู่มือเรียนเตรียมสอบหรือความรู้เฉพาะทาง
  • หนังสือเก่า  เอาใจนักสะสม

ทั้งหมดนี้พร้อมใจกันมอบส่วนลดสูงสุดถึง 60% และหากช้อบครบ 500 บาท สามารถนำใบเสร็จไปแลกรับคูปองส่วนลด 100 บาท เพื่อไปช้อปต่อใน www.ThaiBookFair.com ได้ด้วย (50 ใบต่อวัน)

Talk สร้างสรรค์

แวะอัปเกรดความรู้และจินตนาการกับกิจกรรม Book Talk พร้อมค้นหาแรงบันดาลใจจากเหล่านักเขียนนักคิดที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียในหัวข้อต่างๆ อาทิ อ่าน ท่อง ร้อง เล่น นิทานเล่มใหม่กับตุ๊บปอง โดยคุณเรืองศักด์ ปิ่นประทีป, ฝูงนกอพยพ : Birds on A Wire วรรณกรรมข้ามพรมแดน โดยเรวัตร์  พันธุ์พิพัฒน์, ดร.อรองค์  ชาคร และมร.ชาง เชง, 20 ปี แฮร์รี่ พอตเตอร์ เปลี่ยนชีวิตคุณยังไง โดย Apolar ศิลปินวาดภาพ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ครบรอบ 20 ปี ฉบับภาษาไทย พร้อมศิลปิน-นักแสดงที่มาถ่ายทอดแง่มุมทางความคิดผ่านตัวหนังสือ ไม่ว่าจะเป็น เฌอปราง อารีย์กุล สมาชิกวง BNK48 รุ่นที่ 1, ป๊อด-ศภุกร ศรีโพธิ์ทอง และข้าวตัง-ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล จากซีรีส์ต้นหนชลธี, เอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ และ มิกซ์-สหภาพ วงศ์ราษฎร์ จากซีรีส์นิทานพันดาว

Exhibition สุดอาร์ต

นิทรรศการ “Art of กองดอง” ที่โดดเด่นอยู่ด้านหน้าฮอลล์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้นักอ่านได้รู้จักและเรียนรู้เกี่ยวกับการอ่านมากยิ่งขึ้น โดยนิทรรศการต้องการจะสื่อว่าหนังสือเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของเรา การอ่านส่วนหนึ่งเป็นพฤติกรรม และอีกส่วนหนึ่งเป็นความรู้สึกนึกคิด ภายในถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Reading and Emotion – กองแห่งความรู้สึก ในส่วนนี้จะเป็นการจัดแสดงเกี่ยวกับความรู้ที่เกิดขึ้นจากการอ่านไม่ว่าจะเป็น สุข เศร้า รัก ตื่นเต้น กลัว โกรธ เข้าใจ และ มั่นใจ, The Reader – กองทับนักอ่าน (กองหนังสือที่ทับนักอ่าน) ในแต่ละประเทศมีคำที่ใช้เรียกคนรักหนังสือและชอบอยู่กับกองหนังสือจำนวนมากที่ต่างกันไป อาทิ Bibliomania, Tsundoku และหนอนหนังสือ เป็นต้น  และ Reading mission – ภารกิจอ่านทลายกอง พบกับวิธีอ่านในรูปแบบต่างๆ เชิงสร้างสรรค์ อาทิ ซื้อแล้วอ่านทันที, พกหนังสือไปด้วยทุกที่ และจัดระเบียบให้พร้อมอ่าน เป็นต้น

ตั้งเป้าหมายทลายภารกิจ

สนุกกับกิจกรรม ภารกิจอ่านทลายกอง ที่ให้นักอ่านได้ปฏิบัติภารกิจใน 3 จุดเช็คพ้อยท์ ได้แก่ ปราสาทบัลลังก์ดอง มีลักษณะเป็นบัลลังก์ที่ทำมาจากกองหนังสือ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ Game of Thrones เพื่อให้นักอ่านได้ขึ้นไปนั่งเป็นราชา หรือราชินีแห่งกองดอง, วิหารเทพเจ้าการอ่าน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลทานาบาตะของประเทศญี่ปุ่น ให้นักอ่านได้เขียนคำอธิษฐานหรือคำปณิธานการอ่านแล้วนำไปแขวนกับด้ายศักดิ์สิทธิ์ทิศใดทิศหนึ่งใน 6 ทิศ และ ลานอ่านปราบมังกร มังกรหนังสือตัวใหญ่ที่รอให้ทุกคนไปปราบทลายกองดองด้วยดาบจำลอง หลังจากได้รับการประทับตราครบทั้ง 3 จุด พร้อมเพิ่มหนังสือใส่เวบแอปฯ Noกองดอง  แอปอวดอ่าน จากการสแกนบาร์โค้ดของหนังสือในจุดสุดท้าย รับเลยทันทีกระเป๋าผ้า “มาดองกัน” เพียง 1,000 ท่านแรกต่อวัน!!

Delivery Service ส่งไวถึงบ้าน

เก็บสารพัดกระเป๋าแสนเทอะทะไว้ที่บ้านได้เลย เพราะมีบริการที่จะทำให้เหล่านักอ่านเดินตัวปลิวกลับบ้านสบายๆ กับ บริการจัดส่งหนังสือจาก Kerry Express ที่บูธ B23 ด้านหลังฮอลล์ฝั่งซ้ายใกล้กับโซนหนังสือ Book Wonderland พร้อมมอบส่วนลดพิเศษ บางขนาดลดราคาสูงสุดถึง 50% ฟรีอุปกรณ์แพ็ค และบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)

อีกช่องทางช้อปในยุค New Normal

สำหรับนักอ่านคนไหนที่ไม่สะดวกมาเดินเล่นที่งานก็สามารถเลือกดูหนังสือที่เล็งเอาไว้เพิ่มกองดอง ได้ที่ www.ThaiBookFair.com พร้อมโปรโมชั่น Flash Sale 30% up  WOW price 59 ถึง 999 บาท และเมื่อซื้อครบ 300 บาท รับคูปอง 30 บาท, ครบ 500 บาท รับคูปอง 50 บาท และซื้อครบ 1,000 บาท รับคูปอง 100 บาท เตรียมกดรับคูปองส่วนลดได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และยังมีคูปองส่วนลดให้เก็บจาก Lazada และ Shopee อีกกว่า 1.7 ล้านบาทด้วย       

แวะมาสัมผัสบรรยากาศเหล่านี้ได้ที่ “มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 25” (Book Expo Thailand 2020) ตั้งแต่วันนี้ถึง – 11 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี บริการรถตู้รับ-ส่งฟรีจาก MRT หัวลำโพง, MRT พระราม 9 และ BTS วัดพระศรีมหาธาตุ จำนวน 5 คัน/วัน/สถานี และช้อปผ่าน www.ThaiBookFair.com ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ทาง Facebook Fanpage: Thai Book Fair

เผยลุคโฉบเฉี่ยวสุดมั่นใจในแบบฉบับสายลับสาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/634407

วันที่ 01 ต.ค. 2563 เวลา 11:12 น.เผยลุคโฉบเฉี่ยวสุดมั่นใจในแบบฉบับสายลับสาว“ลา บูทีคส์” (La Boutique) ชวนเหล่าหญิงสาวต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2020 ในคอลเลคชั่น “สปาย เกม” (SPY GAME) แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชื่อดังในยุค 90’s “นิกิต้า” (La Femme Nikita)

พร้อมให้เหล่าสาวๆ ได้สัมผัสประสบการณ์แสนสนุกในการแปลงโฉมลุคของตนเองไปกับแบรนด์ “ลา บูทีคส์” (La Boutique) ที่ล่าสุด พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบ จะพาเหล่าสาวๆ มาเพลิดเพลินไปกับการครีเอทลุคโมเดิร์นในแบบฉบับสปายสาวสุดมั่นใจในคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ ประจำปี 2020 นี้ ที่ชื่อว่า “สปาย เกม” (SPY GAME) แรงบันดาลใจจากภาพยนต์ฝรั่งเศสชื่อดังแห่งยุค 90’s กับเรื่อง “นิกิต้า” (La Femme Nikita) เรื่องราวของสายลับสาวแกร่งสุดมั่นที่ต้องปฏิบัติภารกิจให้กับรัฐบาลฝรั่งเศส ถ่ายทอดสู่ชุดสวยในสไตล์มาสคิวลีนผสมผสานเข้ากับสไตล์เฟมินีนตามแบบฉบับสาว “ลา บูทีคส์” ได้อย่างลงตัว

‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสตรี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘นีโอ โรแมนติก’ ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตตามแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นเกินกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ได้กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ว่า “หลังจากสถานการณ์ล็อคดาวน์ที่ต้องอยู่กับการกักตัวเองมาพักใหญ่ ในครั้งนี้เราจึงคิดออกแบบเสื้อผ้าที่เหล่าสาวๆ จะได้กลับมาสนุกสนานในการครีเอทลุคสุดมั่นใจอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เราจะพาสาวๆ ลา บูทีคส์ มาแปลงโฉมตนเองสู่ลุค โฉบเฉี่ยวในแบบฉบับสปายสาว โดยหยิบยกแรงบันดาลใจมากจากภาพยนตร์ชื่อดังในยุค 90’s เรื่อง “นิกิต้า” (La Femme Nikita) ที่ถือเป็นภาพยนตร์สายลับสาวที่สร้างชื่อให้กับนักแสดงนำอย่างแอนน์ ปาริลโย ที่ส่งให้เธอกลายเป็นภาพจำต้นแบบสาวแกร่งในยุคนั้น ซึ่งโจทย์ในครั้งนี้คือการเนรมิตลุคสุดสตรองให้สาวลา บูทีคส์ ดูสวยโดดเด่นอย่างน่าจับตามอง ผ่านมุมมองอันน่าสนุกสุดสร้างสรรค์ภายใต้ชื่อ “SPY GAME” ที่จะจำลองสถานกาณ์ เปลี่ยนตัวเองเป็นสายลับสุดเซ็กซี่ โดยสะท้อนผ่านลุคสไตล์มาสคิวลีนที่ดูแข็งแกร่งแต่ทว่ายังคงมีเสน่ห์อันน่าค้นหา ในโครงร่างใหม่ที่ผสานกลิ่นอายจากยุค 90’s เข้าไปอย่างบอดี้สูทตัวยาวพิมพ์ลายกราฟฟิตี้, เสื้อคอร์เซ็ทคอกว้าง สวมทับด้วยโค้ททรงโอเวอร์ไซส์ตัวยาวเสริมไหล่ที่เป็นคีย์ลุคเด่นประจำคอลเลกชั่นนี้”

สำหรับคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2020 ในชื่อว่า “สปาย เกม” (SPY GAME) โดดเด่นด้วยสไตล์มาสคิวลีนที่ดู โฉบเฉี่ยว แต่ทว่ายังคงความเฟมินีนในแบบฉบับสาวลา บูทีคส์เอาไว้ได้อย่างลงตัว ผ่านแพทเทิร์นชุดทรงคอร์เซ็ท หรือมินิเดรสรัดรูปช่วยเสริมรูปร่างให้ดูมีสัดส่วนอย่างมั่นใจ รวมถึงเสื้อครอปท็อปคอกว้างแขนกุด โดยทั้งหมดนี้ถูกนํามาปรับดีไซน์ให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยการลดทอนโครงร่างให้สวมใส่สบายขึ้น ซึ่งสามารถเลือกใส่คู่กันกับกางเกงยีนส์ในลุคสบาย ๆ หรือจะสวมทับด้วยเสื้อยืดอีกชั้นเพิ่มเลเยอร์ดูมีมิติ เสริมลุคเท่ด้วยเสื้อเบลเซอร์ (Blazer) ทั้งแบบตัวสั้นและแบบโค้ทยาว ตัดเย็บด้วย

เทคนิคงานเทเลอร์คัตติ้ง เสริมไหล่ พร้อมลายพิมพ์กราฟฟิตี้ประจำคอลเลกชั่นอย่าง “Evidence 001” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเส้นกราฟฟิตี้สัญลักษณ์ปริศนาชวนสงสัยของสายลับสาว ด้วยข้อความต่างๆ ที่แฝงซ่อนอยู่บนลายผ้า ที่ถ่ายทอดบนกางเกงเลกกิ้ง และเสื้อยืดคอเต่าผ้าไลคร่า (Lycra) นอกจากนี้ยังมีเดรสหลวมทรงเอที่เพิ่มลูกเล่นด้วยเทคนิครูดระบาย พร้อมเสื้อยืดหนุนไหล่ตกแต่งด้วยโมเสคคริสตัลสะท้อนแสงที่ถูกวางเรียงประดับเป็นชื่อแบรนด์ โดยคอลเลกชั่นนี้ความหรูหราและความสบายเมื่อสวมใส่คือหัวใจหลักในการเลือกใช้วัสดุและเนื้อผ้า อย่างผ้าทวิลทอลายทางที่สามารถสร้างลุคอันโดดเด่นที่เป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์มาสคิวลีนและเฟมินีนได้อย่างลงตัว และผ้าทอผิวสัมผัสที่หรูหรา อย่างผ้าซิลค์ซาตินช่วยเพิ่มมิติให้ดูหรูหราอย่างน่าจับตามอง ส่วนด้านโทนสีนั้นได้หยิบทั้งโทนสีเข้มและสีสว่างมาผสมผสานกันเพื่อสร้างมิติให้การแต่งตัวของสาวๆ ดูงดงามอย่างมีชั้นเชิง ทั้งโทนสีเบสิกอย่างสีขาว สีดำ สีเทา และสีเบจ และยังคงสไตล์คาแรคเตอร์สาวสุดมั่นใจเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้วยโทนสีสดใส อย่างสีแดงเชอร์รี่ หรือสีม่วงลาเวนเดอร์

นอกจากนี้ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกชุดสวยให้ดูโดดเด่นในสไตล์แบบมาสคิวลีนแต่ทว่ายังคงความเป็นเฟมินีนเอาไว้ได้อย่างลงตัวว่า “ผู้หญิงหลายคนอาจจะคิดว่าการแต่งตัวสไตล์มาสคิวลีนนั้นทำให้ลุคที่ออกมาดูเทอะทะ แข็งแกร่ง หรือดูแมนเกินไป ซี่งเราอยากให้สาวๆ ลองเปิดใจมาสนุกสนานกับการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ชุด สร้างสรรค์ลุคทะมัดทะแมงให้ดูอ่อนหวานแบบเฟมินีนได้ไม่ยาก อย่างในวันทำงานอาจเลือกสวมเสื้อเชิ้ตที่มีดีไซน์พิเศษ ตัดเย็บเสริมฟองน้ำบริเวณหัวไหล่เพิ่มความเรียบโก้ แมทช์เข้ากับกางเกงเอวสูงให้ลุคเวิร์คกิ้งวูแมนคล่องตัว นอกจากนี้ยังสามารถสวมทับด้วยเบลเซอร์ทรงโอเวอร์ไซส์ ก็จะช่วยเสริมสไตล์ให้ดูน่าค้นหามากยิ่งขึ้น ต่อมาที่ลุคปาร์ตี้หลังดินเนอร์ อาจจะเปลี่ยนจากเสื้อเชิ้ตเป็นเสื้อรัดรูปคอเต่าที่มีลายพิมพ์เก๋ๆ พร้อมสวมทับด้วยคอร์เซ็ทที่จะเน้นอวดโชว์สัดส่วนเพิ่มความมั่นใจ และในลุควันสบายๆ จะเดินเล่น หรือนั่งชิลล์ เพื่อถ่ายรูปลงในสื่อโซเชียลของตนเอง อาจจะเลือกสวมเป็นเสื้อยืดคอเต่าแมทช์กับกางเกงเลกกิ้งขาสามส่วนพิมพ์ลายกราฟฟิตี้สวยๆ และสวมทับด้วยเสื้อยืดสีสันสดใสเพิ่มเลเยอร์ เสริมลุคให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น”

ร่วมสนุกสนานไปกับการครีเอทลุคสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับสายลับสาวในคอลเลกชั่น “สปาย เกม” (SPY GAME) จากแบรนด์ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ได้แล้ววันนี้ที่แฟลกชิพสโตร์ทุกสาขา และสามารถช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.laboutiqueofficial.com