สังสรรค์บนสวรรค์ชั้นดาดฟ้า @Cooling Tower Rooftop Bar #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634856

วันที่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 16:50 น.สังสรรค์บนสวรรค์ชั้นดาดฟ้า @Cooling Tower Rooftop Barชวนชิลล์บนตึกระฟ้า จิบค็อกเทลเย็นๆ ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ พร้อมชมวิวอันงดงามของท้องฟ้าใจกลางมหานคร @Cooling Tower Rooftop Bar โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนทุกคนไปเปิดประสบการณ์ใหม่บนที่สูง ณ Cooling Tower Rooftop Bar (คูลลิ่ง ทาวเวอร์ รูฟท็อป บาร์) บาร์บนชั้นดาดฟ้าใจกลางสุขุมวิท ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการจิบค็อกเทลสูตรเฉพาะ พร้อมอาหารชั้นเลิศและวิวทิวทัศน์อันงดงาม

สำหรับ Cooling Tower Rooftop Bar ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและมีระดับ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์เพื่อไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง ตกแต่งร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสบายๆ โดยหากแปลตรงตัวตามชื่อ Cooling Tower Rooftop Bar ก็คือสถานที่ที่อากาศ น้ำ และความร้อน มาพบกันแล้วแปรเปลี่ยนเป็นความเย็น สถานที่แห่งนี้จึงมีบรรยากาศตรงตามคอนเซ็ปต์ ทั้งความเย็นของแรงลมด้วยการเป็นบาร์ที่เปิดโล่งบนชั้นดาดฟ้า ผสานแสงแดดอ่อนๆ ยามอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เพียบพร้อมด้วยค็อกเทลเย็นๆ สูตรเฉพาะที่มิกซ์โซโลจิสต์รังสรรค์ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวการออกแบบตกแต่งสถานที่ และอาหารชั้นเลิศ เพื่อความเพลิดเพลินสุดผ่อนคลายของทุกคน

ดื่มกินให้เต็มอรรถรสด้วยม็อกเทล ค็อกเทล ซอฟต์ดริ้งค์ เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มต่างๆ พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารจานแชร์ริ่ง เอร็ดอร่อยกับเมนูทาปาส อาหารว่าง ของทอด และอาหารจานโปรดประเภทปิ้งย่าง เพิ่มอรรถรสยิ่งขึ้นด้วยเสียงเพลงจากดีเจที่คอยเปิดเพลงเติมเต็มความสุขตลอดค่ำคืน

แฮงค์เอ้าท์ครั้งต่อไปไม่อยากเอ้าท์ ไปกันได้ที่ Cooling Tower Rooftop Bar โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นดาดฟ้าสูงสุดของโรงแรม เปิดให้ดื่มด่ำช่วงเวลาสุดแสนพิเศษ ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเที่ยงคืน อาหารจานหลักให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. และเมนูของว่างตั้งแต่เวลา 17.00-22.30 น. ช่วงแฮปปี้อาวร์ เปิดบริการเวลา 17:30- 19:30 น. ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับค็อกเทล ไวน์ เบียร์ขวดและเบียร์สด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับส่วนลด 20% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไข สอบถามข้อมูลและสำรองที่นั่ง: +66 2 090-7888 หรือ FBreservations@carltonhotel.co.th

Sweet In Your Area รวมร้านดังเอาใจสายหวาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634878

วันที่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 10:10 น.Sweet In Your Area รวมร้านดังเอาใจสายหวานศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เอาใจสายหวาน จัดงาน “Sweet In Your Area” รวมร้านดัง อร่อยฟินทั้งไอศกรีม เบเกอรี่ ขนมหวาน 6-12 ต.ค.นี้ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G

ความหวานกำลังมาเยือน! ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดงาน “Sweet In Your Area” รวบรวมขนมนานาชนิดจากร้านดังมากมายไว้ที่นี่ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานแบบไทยๆ ไปจนถึงหวานแบบอินเตอร์จากญี่ปุ่น สิงคโปร์ อังกฤษ พร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ให้ได้แชะลงโซเชียลกัน มาเติมความหวานกันได้ ระหว่างวันนี้-12 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ร้านเบเกอรี่ ไอศกรีม เครื่องดื่ม และขนมหวานสุดอร่อยหลากหลายสไตล์ ที่ส่งมายั่วใจสายหวาน ได้แก่ SO DOUGH ร้านโดนัทสุดฮอต จากครัวเบเกอรี่โรงแรม Dwella Suvarnabhumi ที่มาพร้อมกับโดนัทนุ่มนิ่ม ละมุนลิ้น เสิร์ฟพร้อมดิปหลากรสให้เลือกชิม, Scones’ n Me พร้อมเสิร์ฟ ความหอม อร่อย อบ สด ใหม่ ของสโคน ในสไตล์อังกฤษแท้ๆ, Ya Kun Kaya Toast ร้านกาแฟและขนมปังสัญชาติสิงคโปร์อันเลื่องชื่อ ที่มีขนมปังซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดอย่าง ขนมปังปิ้งไส้สังขยาสไตล์สิงคโปร์ รับประทานพร้อม

ชาร้อนรสชาติกลมกล่อม และมีความหอมอบอวลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ส่วนสายขนมไทยต้อง SANE CAFE (เสน่ห์ คาเฟ่) คาเฟ่ขนมไทยหนึ่งเดียวในย่านถนนข้าวสาร กับขนมไทยโบราณหารับประทานได้ยาก นำมาประยุกต์รูปลักษณ์แบบใหม่ แต่ยังคงรสชาติที่เป็นแบบไทยแท้ดั้งเดิม ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช ที่นำความอร่อยของขนมปังสูตร 30 ปี มาให้ลิ้มลองความกรอบนอกนุ่มใน ไส้ทะลักหลากหลายรสชาติให้เลือก โดยเฉพาะสูตรเนย หอม กรอบ อร่อยแบบสุดๆ และ GOZ Bakery บราวนี่ฟัดจ์ มีไส้ ที่มีรสชาติเข้มข้นสุดๆ หวานกำลังดี คัดสรรแต่เฉพาะวัตถุดิบเกรดpremium มาทำเป็นขนมบราวนี่แสนอร่อย มีหลากหลายรสชาติให้ได้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นช๊อคโกแลตแท้ หรือชาเขียวเกรดพรีเมี่ยม ที่นำเข้าจาก Uji ประเทศญี่ปุ่น

สายหวานที่ต้องการความเฮลตี้ต้องมา! Bake A Wish Japanese Homemade Cake โฮมเมด เบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีสูตรเบเกอรี่อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเมืองโกเบ เป็นเฮลตี้เบเกอรี่เหมาะสำหรับลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย, The Pia House ขนมเปี๊ยะปิ้งโฮมเมดเพื่อสุขภาพ แป้งบางหวานน้อย ไม่มีส่วนผสมของนม เนย ไข่ ปราศจากไขมันทรานส์ และแคลอรี่น้อยกว่าขนมเปี๊ยะทั่วไป, FARMER’S GRAIN กราโนล่าโอ๊ตอบกรอบเพื่อคนลดน้ำหนัก สดใหม่จากเตาบ้านลุงฟาร์มเมอร์ ที่ทำกราโนล่าด้วยความรักและห่วงใยในสุขภาพ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ รับประทานง่าย พกพาสะดวก

คนรักไอศกรีมห้ามพลาดเช่นกัน กับ YUANYUAN ร้านไอศกรีมสไตล์โฮมเมดจากย่านเยาวราช ไฮไลต์ที่ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ ที่มีรสชาติกลมกล่อม หวานกำลังดี และไอศกรีมมะพร้าว รสนัวอร่อย หวาน มัน, MOMO STORY By KYO ROLL EN นำเสนอครั้งแรก! ของความอร่อยใหม่สุดเฮลตี้ ของซอฟต์ครีมรสชาติใหม่ รสพีชญี่ปุ่น “โมโม” สูตร Low Fat-Low Sugar หวานน้อย ไขมันต่ำ กลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยวจากพีชและโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ

สายผลไม้มาฟินได้กับ DIAMOGLACE กับเมนูของหวานสุดฮิต “สตรอว์เบอร์รี่เคลือบน้ำตาลกรอบ” สตรีทฟู้ดยอดนิยมในแถบทวีปเอเชีย และ YUZU HOUSE by Honey moni มาพร้อมผลิตภัณฑ์คุณภาพจากส้มยูซุ คั้นสดจากผล แช่แข็งส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มยอดนิยม จาก BOBAABAR เครื่องดื่มทุกเมนูปราศจากครีมเทียม นมข้น ใช้ใบชาและวัตถุดิบพรีเมียม ลูกค้าสามารถเลือกเปลี่ยนนมเป็นแบบไขมันต่ำ นมถั่วเหลือง หรือนม อัลมอนด์ได้ตามต้องการ และสามารถเลือกน้ำตาลแคลน้อยได้ โดยสามารถเลือกความหวานได้ตั้งแต่ 0-100%

ใครรู้ตัวว่าเป็นสายหวานตัวจริง ต้องไม่พลาดมาฟินที่งาน Sweet In Your Area ระหว่างวันนี้-12 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

‘หงเปา’ จัดโปรสุดคุ้มบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยล้ำๆ กว่า 40 เมนู ในราคาเพียง 699 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634841

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 18:18 น.‘หงเปา’ จัดโปรสุดคุ้มบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยล้ำๆ กว่า 40 เมนู ในราคาเพียง 699 บาทครั้งแรกและครั้งเดียวในรอบทศวรรษของ ‘หงเปา’ ร้านอาหารจีนพรีเมียมสไตล์กวางตุ้งสูตรต้นตำรับ กับ ‘บุฟเฟต์ติ่มซำ’ อิ่มอร่อยไม่อั้นกับพาเหรดติ่มซำคำโตๆ ตอกย้ำสโลแกน The Best Dim Sum in Town

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ไม่มาครั้งนี้ถือว่าพลาดเรื่องดีๆ อย่างแน่นอน สำหรับโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ติ่มซำจากร้าน หงเปา (Hong Bao) ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งสูตรต้นตำรับแท้ๆ ที่ปักหมุดในประเทศไทยมาเกือบทศวรรษ  ขึ้นชื่อด้านติ่มซำและความอร่อยของเมนูอาหารแดนมังกร จากฝีมือของทีมเชฟมากประสบการณ์ที่ส่งตรงจากมาเก๊าและกวางตุ้ง และครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พามาที่สาขาสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งใน 2 สาขากลางกรุงที่เปิดให้บริการในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ (สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 และสาขาตึกสิงห์ คอมเพล็กซ์ ชั้น 2) จากหงเปาทั้งหมด 8 สาขาในกรุงเทพฯ และอีก 1 สาขาใน จ.ภูเก็ต

สำหรับชื่อ “หงเปา” เป็นคำในภาษาจีน มีความหมายว่า “ซองแดง” ซองที่มีเงินของขวัญบรรจุอยู่ภายใน มอบให้กันในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือที่พวกเราคุ้นเคยกันในนาม “อั่งเปา” นั่นเอง ร้านหงเปามาในสโลแกนที่ว่า The Best Dim Sum in Town ซึ่งนอกจากมาตรฐานในเรื่องรสชาติความอร่อยเพราะทุกเมนูทำสดใหม่ทุกวัน ความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัตถุดิบ และบริการชั้นเลิศแล้ว หงเปายังมาในราคาที่สมเหตุสมผล ส่วนทางด้านการตกแต่ง ที่สาขานี้ตกแต่งในสไตล์ไชนีสโมเดิร์น รายล้อมด้วยบรรยากาศสวยงาม มีการผสมผสานวัฒนธรรมจีนและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เน้นงานไม้ล้อกันโทนสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 80 ที่นั่ง

ส่วนทางด้านความอร่อยในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ หงเปาจัดมาให้เต็มอิ่มกว่า 40 เมนู สนนราคาสุทธิเพียง 699 บาท (1 ชั่วโมง 30 นาที) เฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับเด็กความสูงต่ำกว่า 110 cm ทานฟรี เริ่มกันที่เมนูที่ทุกโต๊ะต้องสั่งอย่าง ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ เมนูที่ผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน บวกกับความชำนาญของเชฟ ก่อนทานราดด้วยซอสซีอิ้วสูตรหงเปา…เข้ากั๊นเข้ากัน ตามด้วย ก๋วยเตี๋ยวหลอดเป็ดย่าง และก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูอบน้ำแดง

อร่อยกันต่อกับเมนูติ่มซำ อาทิ ฮะเก๋าปู ขนมจีบกุ้ง เซี่ยงไฮ้เสี่ยวหลงเปา ฟองเต้าหู้ห่อหมูนึ่งน้ำแดง เกี๊ยวหมูกุยช่ายนึ่ง เกี๊ยวนึ่งผักปวยเล้งกับหอยเชลล์ ขาไก่นึ่งเต้าซี่ ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่และพริก รสชาติหวานๆ เผ็ดๆ อร่อยเด็ดเลยทีเดียว

ด้านของทอดต้องสั่ง เปาะเปี๊ยะไส้กุ้งและเห็ดทรัฟเฟิล เมนูฟิวชั่นที่ใช้กุ้งแชบ๊วยมาจับคู่กับทรัฟเฟิล เปาะเปี๊ยะสูตรเด็ดที่ทางร้านครีเอทขึ้นเองตามความชอบของเจ้าของร้าน ทอดมากรอบๆ ฟูๆ เสิร์ฟคู่ซอสทรัฟเฟิลหอมๆ ฟินต่อกับ เปาะเปี๊ยะทอดไส้เป็ดย่าง สลัดทะเลทอด เกี๊ยวกุ้งทอดวาซาบิ เกี๊ยวทอดไส้หมูและกุยช่าย ทอดมันปลาหมึก ขนมผักกาดทอด และข้าวเหนียวทอดสูตรโบราณ หน้าตาคล้ายแครอทกรอบอร่อย

เมนูซาลาเปาแป้งหนา นุ่มกว่า ฟูกว่า นึ่งมาร้อนๆ อัดแน่นด้วยไส้หมูแดงชุ่มฉ่ำ ปิดท้ายด้วยเมนูหวานกันบ้างกับ ซาลาเปาไส้เม็ดบัว ซาลาเปาไข่เค็มลาวา เสิร์ฟมาร้อนๆ ลาวาไหลเยิ้มๆ ฟินสุดๆ ไปเลย สุดท้ายต้องบอกว่ากลับบ้านไม่ได้ หากยังไม่ได้ลองชิม มาลัยโก๊ะ แป้งนึ่งสีน้ำตาล หอม ฟู ทำจากน้ำตาลทรายแดง คล้ายขนมสาลี่แต่ดีกรีความอร่อยล้ำกว่าเยอะ

ก่อนกินเจปีนี้ ไปกินบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยๆ กันได้ที่ร้าน ‘หงเปา’ สาขาตึกสิงห์ คอมเพล็กซ์ ชั้น 2 และสาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 สำหรับคนที่แชร์โพสโปรโมทบุฟเฟ่ติ่มซำจากหน้าเพจ Facebook หงเปา รับฟรี Refill ชามะลิ หรือเก็กฮวย และพิเศษ! สำหรับสาขาสิงห์ คอมเพล็กซ์ รับฟรี เป็ดย่างหงเปา 1 จาน เมื่อมาทานบุฟเฟต์ติ่มซำ 4 ท่านขึ้นไป โปรโมชั่นเริ่มแล้ววันนี้-16 ตุลาคม 2563 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้น วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ที่พักแห่งใหม่ใจกลางพัทยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634708

วันที่ 05 ต.ค. 2563 เวลา 11:11 น.เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ที่พักแห่งใหม่ใจกลางพัทยาเบสท์เวสเทิร์น โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ในพัทยา “เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น” ใช้ชีวิตให้เป็น…ความสุขก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

ขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว สำหรับ เบสท์เวสเทิร์น โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งล่าสุดถือฤกษ์ดีวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ปักหมุดสร้างแลนด์มาร์คในเมืองพัทยาด้วยการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ล่าสุด ในชื่อ “เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น” ที่พักแห่งใหม่ใจกลางเมืองแห่งสีสันในภาคตะวันออก

ที่นี่เป็นโรงแรมขนาดกลางที่ให้บริการห้องพักและห้องสวีทรวม 164 ห้อง ทุกห้องถูกออกแบบตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัย ไล่โทนสีฟ้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเป็นเมืองทะเล มีภาพกราฟิตี้ที่มองผ่านช่องบันไดสีแดง ซึ่งเป็นอีกมุมถ่ายภาพที่สายอาร์ทต้องชอบ พร้อมรองรับคนยุคดิจิทัลด้วยอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่วนเรื่องของสุขอนามัยก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่นี่มีมาตรการคัดกรองให้ผู้ใช้บริการอุ่นใจ ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบออโต้ที่มีให้บริการตามจุดต่างๆ และการเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

ภายในโรงแรมครอบคลุมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ร้านอาหารริมสระ “XSO Kitchen” ให้บริการอาหารไทยและนานาชาติรสชาติอร่อย พร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อเช้า กลางวัน และมื้อเย็น ส่วนบริเวณล็อบบี้มี “Exe Bar” บาร์ที่ให้บริการเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวหลากหลาย  

พลาดไม่ได้กับการแหวกว่ายในสระว่ายน้ำ ที่รองรับสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมมีเก้าอี้และเตียงนอนคอยให้บริการ

ส่วนที่ชั้นสองมีฟิตเนสเซ็นเตอร์ เอาใจสายฟิตและคนรักสุขภาพ พร้อมทั้งห้องเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก ตอบโจทย์สมาชิกทุกคนในครอบครัว

“พวกเรามีความยินดีที่มีโอกาสได้ต้อนรับและให้บริการผู้เข้าพักและนักเดินทางทุกท่านด้วยมาตรฐานสากลอันเยี่ยมยอดในแบบฉบับของเบสท์เวสเทิร์น ณ เมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองแห่งสีสันและเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพ ท่านก็สามารถเดินทางมาพักผ่อนคลายในบรรยากาศริมทะเลที่พัทยาได้ และยังมีกิจกรรมที่หลากหลายให้ได้เลือกทำตามความชื่นชอบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว และยังสะดวกสบายสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปยังนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ไม่ไกลจากพัทยาอีกด้วย” โอลิเวียร์ แบร์ริแวง ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคเอเชีย บีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป กล่าว

สำหรับโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ตั้งอยู่บนทำเลที่แสนสะดวกดวกสบายใจกลางเมือง บนถนนพัทยาเหนือ ใกล้กับหาดพัทยา และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถเลือกทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สวนน้ำ และสนามกอล์ฟชื่อดัง เหมาะสำหรับทั้งการพักผ่อนหลังจากการทำงานหรือผ่อนคลายในวันหยุดแสนสบาย อยู่ห่างจากกรุงเทพเพียง 2 ชั่วโมง โดยรถยนต์ หรือเพียง 1.30 ชั่วโมงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ 40 นาทีจากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะทำให้การเดินทางไปยังพัทยาสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อรองรับนักเดินทางและตอบโจทย์การเข้าพักที่หลากหลายมากขึ้น เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ยังมีอีก 2 โรงแรมที่อยู่ในแผนดำเนินงานในระยะต่อไป ได้แก่ โรงแรมบลูเฟียร์ บีดับเบิลยู พรีเมียร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์เวสเทิร์น และโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พรีเมียร์ เบย์เฟียร์ พัทยา

ปัจจุบันเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ทมีโรงแรมในประเทศไทยทั้งหมด 14 แห่ง นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์โรงแรมชั้นนำในประเทศไทย นำเสนอหลากหลายโรงแรมและรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวและนักเดินทางได้เลือกเข้าพักตามความต้องการในจังหวัดและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ อาทิ กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี และพัทยา เป็นต้น

อยากสัมผัสความสุขในวันพักผ่อนแบบนี้ มาได้ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ถนนพัทยาเหนือ สอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพักได้ที่ โทร +66 33 112 999 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.bestwesternasia.com

ข้อมูลบ่งชี้ข้อดีของ ‘วีแกน’ และประโยชน์โปรตีนจากพืช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/635193

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 08:35 น.ข้อมูลบ่งชี้ข้อดีของ 'วีแกน' และประโยชน์โปรตีนจากพืชเทรนด์มาแรง “เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” อุดมด้วยโปรตีนจากพืช รับกระแส “วีแกน” ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ ลดเสี่ยงโรคห่างไกลมะเร็ง

กระแสไม่บริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลย “No Animal Products” ของเหล่าวีแกน ทั้งการไม่บริโภคเนื้อ เนย นม ไข่ ชีส น้ำผึ้ง และเจลาติน กลายเป็นเทรนด์ฮอตมาแรงไปทั่วทุกมุมโลก ถึงขนาดมีการยกให้ปี 2019 ที่ผ่านมาเป็นปีทองของ “เทรนด์วีแกน” ปลุกกระแสวงการอาหารเพื่อสุขภาพให้คึกคักขึ้นอย่างผิดหูผิดตา โดยผู้ผลิตอาหารและผู้นำวงการสุขภาพความงามรายใหญ่ๆ  ต่างหันมาบุกเบิกตลาดวีแกนกันอย่างจริงจัง มุ่งคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ปลอดเนื้อสัตว์ แต่ยังอุดมด้วยโปรตีนจากพืช เพื่อตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ของชาววีแกน

จากข้อมูลของ เวิลด์ แคนเซอร์ รีเสิร์ช ฟันด์ (World Cancer Research Fund) บ่งชี้ว่า การไม่บริโภคเนื้อสัตว์ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 35% ขณะเดียวกัน การทานมังสวิรัติและทานเจอย่างเคร่งครัดแบบชาววีแกน ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

อย่างไรก็ดี “โปรตีน” มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ของร่างกายแล้ว โปรตีนยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อผิวหนังกระดูกอวัยวะต่างๆและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วจากอาการเหนื่อยล้าและเจ็บป่วยหากร่างกายของเราได้รับโปรตีนไม่เพียงพอย่อมจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ 

โดยข้อมูลจาก สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล บ่งชี้ว่า ผู้ที่ได้รับโปรตีนในร่างกายไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายอ่อนเพลียไม่สดชื่น ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย แผลหายช้า ผิวหนังไม่แข็งแรง และระบบฮอร์โมน เอนไซม์ ทำงานผิดปกติ เสี่ยงต่อการเสียชีวิต

พูดถึงคำว่า “โปรตีน” ไม่ได้มีแหล่งที่มาจากสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่ “โปรตีนจากพืช” ที่พบได้ในถั่วและธัญพืชต่างๆ ยังอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ถือเป็นโปรตีนสะอาดไม่ก่อให้เกิดโรคภัย เพราะมีพฤกษเคมีที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ตรงกันข้ามกับ “โปรตีนจากสัตว์” ทั้งเนื้อสัตว์ นม ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ จะย่อยได้ยากเมื่อเราอายุมากขึ้น จึงอาจกระตุ้นให้เกิดมะเร็งลำไส้ ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า การทานโปรตีนจากพืชยังส่งผลดีต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากโปรตีนจากพืชย่อยง่ายดูดซึมง่าย แคลอรี่น้อยกว่าโปรตีนสัตว์ ไขมันดีมีมากกว่าโปรตีนสัตว์ ไม่มีโคเลสเตอรอล แถมให้ปริมาณโปรตีนเข้มข้นสูง ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เทียบเท่ากับโปรตีนจากไข่ขาวและนม ที่สำคัญยังช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้

สำหรับชาววีแกน ผู้ที่ต้องการลดการบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ตลอดจนกลุ่มผู้บริโภคที่ทานมังสวิรัติและทานเจ ผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนให้ร่างกาย และคนรักการออกกำลังกายที่อยากเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มความฟิต  คนที่แพ้แลคโตสจากนม ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นร่างกาย ผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างและผิวพรรณ ผู้สูงอายุ และเด็กวัยเรียน ก็สามารถเสริมโปรตีนจากพืชได้ง่ายๆ ด้วยการชง “วีแกน มัลติ แพลนท์ โปรตีน” ดื่มเป็นประจำทุกวัน หอมอร่อยดื่มง่าย ดีต่อสุขภาพ สามารถเสริมความอร่อยให้ฟินยิ่งขึ้นด้วยการปรุงเป็นเมนูเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ ดื่มได้ไม่ต้องกังวลเรื่องความหวาน และให้โปรตีนที่สามารถดูดซึมเร็ว ทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่

6 นิสัยชี้คนไทยติดเค็ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/634877

วันที่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 09:10 น.6 นิสัยชี้คนไทยติดเค็มเช็กตัวเองกันสักนิดว่าบริโภคโซเดียมเกินลิมิตหรือเปล่า?

โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราต้องการโซเดียมแค่วันละ 1 ช้อนชา หรือประมาณ 2,400 มิลลิกรัม เพื่อใช้ในการรักษาสมดุลของเหลวภายในร่างกาย แต่ตัวเลขที่น่าตกใจจากผลการสำรวจ พบว่าคนส่วนใหญ่บริโภคโซเดียมมากเกินความต้องการ 2- 3 เท่าตัว

พฤติกรรมข้างต้นนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพเรื้อรังในภายหลังทั้งอาการปวดศีรษะไมเกรนเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน รวมถึงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ลามถึงโรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต 

ส่วน 6 นิสัยที่บ่งบอกว่าคนไทยติดการกินเค็ม ได้แก่

นิสัยที่ 1 ปรุงก่อนชิม อาหารส่วนใหญ่ผ่านการเติมซอสปรุงรส ผงปรุงรสมาแล้ว แต่คนไทยมักมองหาเครื่องปรุงเพิ่ม อาทิ พริกน้ำปลา น้ำตาล และน้ำส้มสายชู ชื่นชอบนิสัยที่ 2 กินอาหารแปรรูป ด้วยไลฟ์สไตล์ปัจจุบันที่แสนเร่งรีบ หลายคนจึงเลือกอาหารทานง่าย พกพาสะดวก เพื่อเซฟเวลา

นิสัยที่ 2 กินอาหารแปรรูป เน้นสะดวก ประเด็นนี้มาจากความเร่งรีบของวิถีชีวิต ทำให้ไม่มีเวลาสนใจในการเลือกซื้ออาหารที่มีคุณค่าหรือดีต่อสุขภาพ แต่เลือกอาหารที่เร็วและง่ายเพื่อประหยัดเวลา โดยเฉพาะอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้นต่าง ๆ ซึ่งอาหารแปรรูปเหล่านี้มีโซเดียมจากกระบวนการถนอมอาหาร และมีโซเดียมแฝงเข้ามาอีก จากการเติมสารปรุงแต่งต่างๆ เพื่อได้ให้สี กลิ่น รส และสัมผัสที่ถูกใจผู้บริโภค จึงทำให้ได้โซเดียมคูณสองเข้าไปอีก

นิสัยที่ 3 จิ้มไม่ยั้ง เป็นอีกเรื่องที่ทำกันแบบแทบไม่รู้ตัว คือการราดน้ำจิ้มแบบเยอะๆ หรือจิ้มน้ำจิ้มแบบมากๆ แม้ว่าอาหารบางอย่างก็มีโซเดียมอยู่แล้ว พอจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มเข้าไปก็ยิ่งได้รับโซเดียมเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งน้ำจิ้มถือเป็นปัจจัยหลักหนึ่งที่ทำให้คนไทยได้รับโซเดียมสูง

นิสัยที่ 4 ซดน้ำซุปแทบหมดชาม อาหารกลุ่มก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ สุกี้ต่างๆ รวมไปถึงน้ำแกง ทั้งที่มีกะทิและไม่มีกะทิ อย่างต้มยำ ต้มโคล้ง เป็นอาหารอีกประเภทที่คนไทยชอบรับประทาน และน้ำซุปที่อร่อยเข้มข้นก็ยิ่งทำให้ถูกปากถูกใจ นอกจากเส้นแล้วก็ซดน้ำแทบหมดชามเพราะซดแล้วอร่อย ซึ่งน้ำซุปแทบทุกชนิดมีการเติมซอสปรุงรส หรือผงปรุงรสต่างๆ ลงไป ซึ่งถือว่ามีโซเดียมปริมาณสูงมาก

นิสัยที่ 5 เสพติดการซดน้ำยำและน้ำจากส้มตำ อาหารประเภทยำ ส้มตำ ถือเป็นอาหารจานโปรดของคนไทยจำนวนมาก ยิ่งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ยิ่งชอบ กินเพลิน ๆ ทั้งเนื้อทั้งน้ำจนหมดจาน สุดท้ายก็ได้โซเดียมเข้าร่างกายไปทั้งหมด ซึ่งน้ำยำน้ำส้มตำเหล่านี้ มีการเติมผงปรุงรสที่มีโซเดียมสูง โดยสารปรุงรสเหล่านี้มักไม่ค่อยเค็ม จึงต้องมีการเติมลงไปมาก เพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ ขณะที่ส้มตำหรือยำบางอย่าง มีการใส่ปลาร้าที่มีโซเดียมสูงอยู่แล้วเช่นกันลงไปด้วย ก็ยิ่งได้รับโซเดียมมากเกินไปใหญ่

นิสัยที่ 6 ชอบปรุงเค็มไว้ก่อน ไม่ว่าจะน้ำปลา ปลาร้า พริกแกง และกะปิ 4 จตุรเทพที่คนไทยชอบกินเช่นกัน ซึ่งวิธีในการทำอาหารทั้ง 4 อย่าง โดยธรรมชาติของอาหารเหล่านี้มีโซเดียมผสมอยู่แล้ว และหากมีการปรุงรสเพิ่มเข้าไปอีก ก็จะยิ่งได้โซเดียมจากสารปรุงรสเข้าไป

แนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมติดอาหารรสเค็ม

  • ชิมรสชาติอาหารทุกครั้ง ก่อนที่จะปรุงอะไรเพิ่มลงไป เพื่อลดการได้รับความเค็มมากจนเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการ
  • หันมาทำอาหารรับประทานเองสักวันละมื้อ เน้นซื้อของสดมาปรุงกับข้าวรับประทานเองบ้าง ก็จะช่วยลดการรับปริมาณโซเดียมลงไปได้ ที่สำคัญคือต้องคุมการปรุงรสชาติอาหารให้ได้ด้วย
  • ลดการใช้น้ำจิ้มลงหรือจิ้มเพียงเล็กน้อย ก็จะช่วยลดการรับโซเดียมลงไปได้อย่างมาก
  • ลดการซดน้ำซุปต่างๆ ลง เน้นรับประทานเฉพาะเส้นและเครื่องเคียง ก็สามารถช่วยลดปริมาณโซเดียมที่จะได้รับในแต่ละวันลงไปได้
  • บอกพ่อค้าแม่ค้าให้ลดการเติมผงชูรส ลดเค็มหรือทำอาหารให้มีรสเค็มน้อยๆ ก็สามารถช่วยลดโซเดียมลงได้
  • ลดความถี่ในการกินอาหารที่มีรสชาติเค็มจัด เช่น ปลาร้า กะปิ หรือหากต้องกิน ก็ให้ลดการปรุงรสส่วนอื่นลง ซึ่งก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณโซเดียมได้เช่นกัน

พนักงานดีเด่น นกขุนทองพูดได้ ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับทักทายลูกค้าเข้า-ออกร้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445634

พนักงานดีเด่น นกขุนทองพูดได้ ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับทักทายลูกค้าเข้า-ออกร้าน

พนักงานดีเด่น นกขุนทองพูดได้ ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับทักทายลูกค้าเข้า-ออกร้าน

9 ตุลาคม 2563 – 11:06 น.

ทึ่ง “เจ้าทอง” นกขุนทองในร้านอาหารพูดได้คอยทักทายลูกค้า โดยเฉพาะคำว่า “ทองจ๋า” และ “คับพ่อ” ที่เจ้าของร้านจะเรียกและสอนให้มันพูดเป็นประจำ กลายเป็นนกขุนทองที่น่ารักน่าเอ็นดูขวัญใจของร้าน แถมพนักงานเคยถูกหวยจากการถามเลขเจ้าทองมาแล้วด้วย

ที่ร้านลูกชิ้นทอดพี่นุ้ย ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา ที่ร้านนี้มีนกขุนทองอยู่ตัวหนึ่งที่เจ้าของร้านเลี้ยงไว้ในกรงบริเวณหน้าร้าน และมีชื่อว่า ”เจ้าทอง” และตอนนี้เจ้าทองมันเริ่มพูดภาษาคนได้แล้วเป็นบางคำและค่อนข้างชัดเจน โดยคำที่มันชอบพูดคือ “ทองจ๋า” และคำว่า ”คับพ่อ” และอีกหลายคำที่แม้ว่าจะยังพูดไม่ชัดเช่น ”เข้าข้างในก่อน” และ “กินข้าวหรือยัง” และอีกหลายคำที่มันพยายามพูดออกมาแม้ยังยังไม่ชัดก็ตาม

พนักงานดีเด่น นกขุนทองพูดได้ ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับทักทายลูกค้าเข้า-ออกร้าน

ซึ่งมันมักจะพูดเมื่อเห็นลูกค้าเข้าร้านและตอนที่มันอารมณ์ดี จากการสอบถามทางร้านบอกว่า คำว่า ทองจ๋า และคับพ่อ ที่มันพูดชัดเจนและพูดบ่อย เพราะทางเจ้าของร้านจะใช้คำนี้เรียกและทักทายมันว่า ”ทองจ๋า” และสอนให้มันตอบกลับว่า ”คับพ่อ”

ซึ่งบางทีลูกค้าเข้ามามันก็จะพูดทักทายว่า ”ทองจ๋าๆ” และคับพ่อ” กลายเป็นสีสันของร้านกับความน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าทอง นกขุนทองพูดได้ตัวนี้ ที่สำคัญมีพนักงานในร้านอาหารเคยถูกหวยจากการถามเลขจากเจ้าทองมาแล้วด้วย

นภาลัย ชูศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสงขลา

คอหวยไม่พลาด ส่องเลขเด็ดหางประทัดพิธีลงเสาเอก โครงการ “เดอะซุส” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445621

คอหวยไม่พลาด ส่องเลขเด็ดหางประทัดพิธีลงเสาเอก โครงการ “เดอะซุส”

คอหวยไม่พลาด ส่องเลขเด็ดหางประทัดพิธีลงเสาเอก โครงการ "เดอะซุส"

9 ตุลาคม 2563 – 09:28 น.

คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ดหางประทัดพิธีลงเสาเอกหมู่บ้านจัดสรรหลังเจ้าอาวาสวัดดังนำใบโพธิ์ใบโพธิ์พุทธคยาพร้อมผ้ายันต์และธงพุทธชยันตีใส่ลงหลุม

(9 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า หลังจากนายจอมไกร สวัสดิวงศ์ สมาชิกสภาจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต อ.ทุ่งใหญ่ เป็นประธานในพิธีลงเสาเอกหมู่บ้านจัดสรรในโครงการ “เดอะซุส” ซึ่งเป็นเชื่อราชาแห่งทวยเทพ ผู้ปกครองเขาโอลิมปัส (Olympus) และเทพแห่งท้องฟ้า ถือเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ซึ่งโครงการหมู่บ้านจัดสาร “เดอะซุส” ตั้งอยู่ในท้องที่หมู่ 11 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช  โดยในพิธี มีเจ้าหน้าที่สินเชื่อจากธนาคารกรุงไทยมาคอยให้บริการปรึกษาด้านสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน ซึ่งมีลูกค้าที่สนใจต้องการซื้อบ้านของโครงการจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหมู่บ้านจัดสรรแห่งแรกของอำเภอทุ่งใหญ่ ที่มีการสร้างบ้านขายในราคาถูกเป็นพิเศษ

ซึ่งการทำพิธีลงเสาเอก มีพระปลัดราชันย์ขวัญเมือง ปสันนะจิตโต เจ้าอาวาสวัดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มาเป็นประธานสงฆ์ได้ได้นำเอาใบโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์พร้อมผ้ายันต์และธงพุทธชยันตีที่นำมาจากวัดในประเทศอินเดีย หัวนะโม มาใส่ในหลุมฝังเสาเอกของหมู่บ้านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ลูกบ้านผู้ที่มาอยู่อาศัย ชีวิตจะรุ่งเรืองปลอดภัย อาศัยอยู่ร่มเย็นเป็นสุข นอกจากนี้ยังมีพิธีพลิกแผ่นดินจากหมอชิตร ดาวกระจาย อายุ 72 ปีเดินทางมาจากบ้านบางตะเภา หมู่ 1 ต.ท่ายางหมอบ้านชื่อดังเป็นผู้หเชี่ยวชาญการประกอบพิธีพราหมณ์  มาทำพิธีบวงสรวงขอขมาเจ้าที่ เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเสริมสิริมงคล

โดยหมอชิตร ดาวกระจายรายนี้ได้ เคยดูดวงและทำนายว่านางชม อำลอย แม่ของนายชัยธิศักดิ์ อำลอย นายกเทศบาล ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จะได้โชคให้ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จริงๆ เมื่องวดวันที่ 16 ส.ค.2563 ที่ผ่านมา รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท จนสร้างความฮือฮามาแล้ว ทำให้ลูกค้าที่มาซื้อบ้าน และแขกผู้มีเกียรติที่มามาร่วมงานในพิธีสำคัญในครั้งนี้ต่างรู้สึกความสบายใจ มั่นใจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การประกอบพิธีงเสาเอกหมู่บ้านจัดสรรเดอะซุส ดังกล่าวได้กระทำกันในเมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 8 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา

นายพุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร “เดอะซุส” เปิดเผยว่าโครงการบ้านจัดสรรแห่งนี้ทำขึ้นมาเพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีบ้านเป็นของตัวเองในราคาถูกเป็นพิเศษ สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด และเศรษฐกิจตกต่ำ ส่วนพิธีมงคลลงเสาเอกในวันนี้ตนตั้งใจทำให้ครบสมบูรณ์แบบเพื่อความมั่นใจและสบายใจเป็นมงคลกับลูกค้าผู้ที่มาซื้อบ้านอยู่อาศัย เพราะการมีบ้านของแต่ละคนเป็นเรื่องสำคัญและเรื่องใหญ่มาก ทางโครงการจึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด นอกจากนี้โครงการบ้านจัดสรร “เดอะซุส” ยังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจนจำนวน 5 ทุนจากโรงเรียนทุ่งใหญ่วิทยาคม เพื่อให้โอกาสและส่งเสริมด้านการศึกษาควบคู่กันไปในเวลาเดียวกัน ในขณะที่บรรดาคอหวยและนักเสี่ยงโชคพากันส่องดูตัวเลขจากหางประทัดที่จุดในพิธี คือหมายเลข 736-89 พากันนำไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่และแทงหวยใต้ดินกันอย่างคึกคัก.

ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

นร.-ชาวบ้าน ร่วมแรงเร่งผลิตดิน 4,000 ก้อน สร้างอาคารอุทยานการเรียนรู้บ้านดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445619

นร.-ชาวบ้าน ร่วมแรงเร่งผลิตดิน 4,000 ก้อน สร้างอาคารอุทยานการเรียนรู้บ้านดิน

นร.-ชาวบ้าน ร่วมแรงเร่งผลิตดิน 4,000 ก้อน สร้างอาคารอุทยานการเรียนรู้บ้านดิน

9 ตุลาคม 2563 – 09:24 น.

นร.-ชาวบ้าน ร่วมแรงเร่งผลิตดิน 4,000 ก้อน สร้างอาคารอุทยานการเรียนรู้บ้านดิน สร้างแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบอุทยานการเรียนรู้เมืองพะเยา หรือ Phayao Learning Park (PLP) บริเวณริมกว๊านพะเยา ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย

ช่วงบ่ายวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่บ้านดินคำปู้จู้ live & learn mud house ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา นักเรียนร.ร.เทศบาล 1, รร.เทศบาล 2, คณาจารย์จาก มหาวิทยาลัยพะเยา และเจ้าหน้าที่กองการศึกษา ทม.พะเยา กว่า 50 คน ได้พร้อมใจกัน เหยียบนวดก้อนดินเพื่อใช้แทนก้อนอิฐในการก่อสร้างแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบอุทยานการเรียนรู้เมืองพะเยา หรือ Phayao Learning Park (PLP) บริเวณริมกว๊านพะเยา ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย พร้อมเตรียมผลักดันเมืองพะเยาสู่ สมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (Global Network on Learning Cities)

รองศาสตราจารย์ ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เปิดเผยว่า เนื่องจากมหาวิทยาลัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาตลอดชีวิต ที่ต้องการสร้างให้มันเกิดกับคนจังหวัดพะเยา จึงได้ร่วมมือกับเทศบาลเมืองพะเยา สร้างแหล่งเรียนรู้ซึ่งไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนก็ได้ เช่น ที่ นร.และชาวบ้านกำลังทำกันอยู่คือการทำก้อนดินเพื่อสร้างเรียนรู้ด้วยดินที่มีหลังคาสามารถปลุกพืชผักหรือเป็นที่ทำกิจกรรมสันทนาการหรือนันทนาการต่างๆได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นสร้างหลักสูตร ทุกคนที่มาทำกิจกรรมในครั้งนี้สามารถสะสมเป็นหน่วยกิตใช้เวลาเรียนในมหาวิทยาลัยพะเยาได้      

นางชลดา เวยื่อ หรือครูจุ้ย ผู้ก่อตั้งบ้านดินคำปู้จู้ live & learn mud house เปิดเผยว่า บ้านดินฯ ในฐานะเป็นหนึ่งในคณะวิจัยการสร้างพะเยาเมืองแห่งการเรียนรู้ และมีความเห็นร่วมกันว่าอาคารที่จะสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้จะเป็นอาคารดินทั้งหลัง ซึ่งการมาเรียนรู้การทำบ้านดินถือเป็นการเรียนเพื่อการดำรงชีวิต เพราะมีทั้งองค์ความรู้เรื่องดิน ความอดทน ความรับผิดชอบตลอดการกันทำงานร่วมกันแบบเป็นหมู่คณะซึ่งมันก็คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตนั่นเอง

บ้านดินที่สร้างมีขนาด กว้าง 6 เมตร ยาว 8 เมตร สูง 3 เมตรและผนังหนา 40 ซม.ใช้ดินจำนวน 4000 ก้อน  ด้านบนหลังคาสามารถที่จะปลูกพืชผักที่มีรากสั้นๆได้ จะตั้งอยู่บริเวณริมกว๊านพะเยา แบ่งเป็นอาคารเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและสินค้าพื้นเมือง มีพื้นที่ประมาณ 500ตารางวา มีลานกิจกรรมข้างอาคารประมาณ 1,000 ตารางเมตร สำหรับจัดการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการแสดงออกของเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป และผู้สูงอายุ และศูนย์การเรียนรู้ยังจะเป็นที่ให้กลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านมาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอีกด้วย

คาดว่าโครงการฯ จะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนได้ประมาณเดือนเมษายน 2564 และจะร่วมผลักดันเมืองพะเยาให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก โดยการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดพะเยา

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี” อบอุ่น ครบครัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445602

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี”อบอุ่น ครบครัน

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ "ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี"อบอุ่น ครบครัน8 ตุลาคม 2563 – 20:20 น.

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี”อบอุ่น ครบครัน เสมือนยกห้างเซ็นทรัลที่กรุงเทพมาไว้ที่นี่

เปิด “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี” จุดหมายใหม่การช้อปปิ้งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. คัดสรรสินค้าคุณภาพทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์อินเตอร์ กว่า 1,000 แบรนด์ ถือเป็นครั้งแรกของการยกต้นแบบห้างออมนิชาแนล เพื่อมอบความสะดวกสบายให้ชาวอุดรธานี เสมือนยกห้างเซ็นทรัลที่กรุงเทพฯ ไปไว้ที่ จังหวัดอุดรธานี 

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ "ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี"อบอุ่น ครบครัน

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล เล่าว่า “ห้างเซ็นทรัล มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าคนสำคัญให้ได้รับความประทับใจสูงสุดที่มาห้างเซ็นทรัล จากประสบการณ์ในการบริหารค้าปลีกมายาวนาน ทำให้เราเล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ เป็นศูนย์กลางการคมนาคม และการท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และยังเชื่อมต่อไปยัง นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว จึงเปิดบริการ ‘ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี’ เฟสแรก 1 ต.ค. 63 ซึ่งนับเป็นห้างเซ็นทรัล สาขาที่ 24 ในประเทศไทย พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง บนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. แลนด์มาร์กใหม่ของนักช้อปภาคอีสาน ยกทัพสินค้ากว่า 1,000 แบรนด์ ทั้งแบรนด์ไทย และแบรนด์อินเตอร์ ครบครันทั้งสินค้าและบริการ เสมือนยกห้างเซ็นทรัลที่กรุงเทพฯ ไปไว้ที่ จังหวัดอุดรธานี พร้อมมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าช้อปปิ้ง ทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ผ่านบริการ “Central Anytime Anywhere” ช้อปสะดวก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นับเป็นต้นแบบห้างออมนิชาแนลได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อเติมสีสันการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้ง และเชื่อมั่นว่า ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี จะเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั้งในจังหวัดอุดรธานี จังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้ได้มาจับจ่ายใช้สอยสินค้าคุณภาพ มาตรฐานเดียวกันกับห้างเซ็นทรัลสาขาในกรุงเทพฯ พร้อมบริการที่ครบครัน เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มวัยได้มาใช้ชีวิต และรับความพึงพอใจสูงสุดเสมือนบ้านเป็นหลังที่ 2 นอกจากนี้ ยังนับเป็นครั้งแรกของชาวอุดรธานี ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ คือหน้าร้าน และ “Central Anytime Anywhere” บริการช้อปสะดวก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เสมือนมีห้างเซ็นทรัลไปกับคุณทุกที่ทุกเวลา ได้แก่  

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ "ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี"อบอุ่น ครบครัน

1.ช้อปผ่านเว็บไซต์ http://www.central.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง
2.Central Chat & Shop : ช้อปผ่านแชตบอกผู้ช่วยส่วนตัวที่ไลน์ @centralofficial 
3.Central Call & Shop : โทรช้อปผ่าน เบอร์ 1425 โทรปุ๊บ สั่งปั๊บ รับของทันใจ 
4.ช้อปผ่านกล่องข้อความของเฟซบุ๊กแฟนเพจ CentralDepartmentStore และยังสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีในช่วง Facebook Live 

โอกาสนี้ “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี” ได้เชิญเหล่าเซเลบริตี้ ซึ่งมีธุรกิจและคุ้นเคยกับจังหวัดอุดรธานี อาทิ ลาลีวรรณ โกมลสุทธิ์, ทิตา ปทุมเทวาภิบาล, พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์, กมลพร วงศ์รักมิตร ร่วมบอกเล่าถึงเสน่ห์ของจังหวัดอุดรธานี พร้อมเผยไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้ง และความตื่นเต้นกับจุดหมายปลายทางการช้อปปิ้งแห่งใหม่ ที่มาสร้างสีสันการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอุดธานี

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ "ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี"อบอุ่น ครบครัน

เริ่มที่ ขวัญ-ลาลีวรรณ โกมลสุทธิ์ เล่าว่า “จังหวัดอุดรธานี เป็นอีกจังหวัดที่มีความเจริญ และทันสมัยมาก มีเสน่ห์ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหารพื้นเมืองอร่อยๆ และยังมีคาเฟ่เก๋ๆ หลายแห่งเหมือนกรุงเทพฯ เลยค่ะ และด้วยธุรกิจของขวัญทำกระเป๋าแบรนด์ BEACHDAZE BAG ซึ่งสานจากผักตบชวามีการตอบรับค่อนข้างดีมากๆ ทำให้มีโอกาสเดินทางมาจังหวัดอุดรธานี เพื่อดูตลาด ดูสิ่งทอต่างๆ อยู่เรื่อยๆ เพราะตั้งใจอยากมีส่วนอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน เมื่อวัยรุ่นเลือกใช้กระเป๋าของเรา จะได้ชื่นชมและเห็นคุณค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไทย” ขวัญ ลาลีวรรณ กล่าวด้วยว่า “รู้สึกดีใจกับชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ที่จะได้มาช้อปที่ห้างเซ็นทรัล ปกติขวัญจะชอบเดินห้าง มากกว่าช้อปออนไลน์ เพราะการเดินเลือกสินค้าเราอาจจะได้ของมากกว่าหนึ่งอย่าง แต่ด้วยความที่แต่ละวันมีงานค่อนข้างเยอะ หรือเวลาที่รถติดมากและมาที่ห้างไม่ได้ การช้อปออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยคลายเครียดได้ (หัวเราะ) ที่สำคัญขวัญจะดูเรื่องโปรโมชั่นด้วย ว่าช้อปที่ห้าง กับช้อปออนไลน์ อันไหนข้อเสนอดีกว่า เพราะยุคนี้ ต้องฉลาดช้อปค่ะ”

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ "ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี"อบอุ่น ครบครัน

ด้าน ทราย-ทิตา ปทุมเทวาภิบาล ความที่ธุรกิจของครอบครัว Chana Handmade เกี่ยวข้องกับผ้าไทย จึงจำเป็นต้องเดินทางไปทุกภาคโดยเฉพาะภาคอีสาน “ทุกครั้งที่เดินทางมักจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ มาต่อยอดให้กับผลิตภัณฑ์เสมอ ซึ่งจำเป็นต้องศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนแต่ละท้องถิ่น ทรายชอบความเป็นท้องถิ่น ซึ่งแต่ละภาคก็จะโดดเด่นต่างกัน ทั้งอาหารการกิน เครื่องแต่งกายมีเอกลักษณ์ และต้องยอมรับว่าภาคอีสานมีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานี แข็งแรงทั้งจำนวนประชากร และมีภูมิศาสตร์ที่ดีมาก ทรายจึงไปเปิดตลาดที่นั่น ยิ่งพอรู้ว่าห้างเซ็นทรัล มาเปิดสาขาด้วย ยิ่งดีใจ เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดให้คึกคักยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวก็สามารถข้ามมาจับจ่ายในบ้านเราได้” ทราย ทิตา เผยถึงไลฟ์สไตล์การช้อปด้วยว่า “เวลาไปต่างจังหวัด จะชอบเดินสำรวจตลาดเอง แม้ทุกวันนี้ตลาดออนไลน์จะโตมาก แต่ส่วนตัวจะชอบเดินห้าง เพราะเราจะได้เห็นสินค้า ได้เห็นอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้างที่อยู่ต่างจังหวัดเดินสนุกค่ะ”

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ "ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี"อบอุ่น ครบครัน

ขณะที่ เพิร์ล-พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์ ซึ่งเคยทำงานประชาสัมพันธ์ที่ต่างประเทศให้กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังหลายแบรนด์ และประสานกับซูเปอร์สตาร์หลายคน แต่เหตุเพราะโควิด-19 (COVID-19) ทำให้ต้องบินกลับมาช่วยธุรกิจโรงแรม และธุรกิจไวน์นำเข้าของครอบครัว เมื่อถามถึงไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้ง เธอเผยว่า “ความที่ทำงานสายแฟชั่นมาโดยตลอด เพิร์ลมองว่าการช้อปออนไลน์สนุกและสะดวกกว่า แต่ไลฟ์สไตล์ของคนไทยส่วนใหญ่ยังชอบเดินห้างมากกว่า ส่วนตัวถ้าอยากได้อะไรจะช้อปออนไลน์ ตอนอยู่ที่สหรัฐฯ ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ไฮเอนด์ก็ช้อปออนไลน์ และเราสามารถลองที่บ้านก่อนได้ การเดินห้างของเพิร์ลจะแค่อัปเดตเทรนด์ พอกลับมาอยู่เมืองไทย ความที่พี่เลี้ยงเพิร์ลเป็นคนจังหวัดอุดรธานี จึงมักทำอาหารอีสานให้ครอบครัวเรารับประทานบ่อยๆ ทุกคนชอบมาก ยิ่งตอนสมัยเรียน ปิดเทอมทีไรครอบครัวเราก็ชอบไปเที่ยวอุดรธานี ถือเป็นจังหวัดที่ผู้คนน่ารักสัมผัสได้ถึงความจริงใจ และความมีน้ำใจ และรู้สึกดีใจมากๆ ที่ห้างเซ็นทรัล มาเปิดที่อุดรธานี คนในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียงได้สนุกกับการช้อปปิ้ง มีอะไรแปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ เหมือนเดินห้างที่กรุงเทพค่ะ

เหล่าเซเลบริตี้ แนะไลฟ์สไตล์การช้อป สุดตื่นเต้นที่ "ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี"อบอุ่น ครบครัน

ปิดท้ายที่ หมิว-กมลพร วงศ์รักมิตร ความที่เติบโตมาพร้อมกับธุรกิจขนส่งเอกชน “นครชัยแอร์” ของครอบครัวที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน ทำให้คุ้นเคยกับผู้คน และเส้นทางในหลายจังหวัด ได้เห็นความเจริญทั้งด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ แทบจะเทียบเท่ากับกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเมืองใหญ่อีสานตอนบน อย่างจังหวัดอุดรธานี ถือเป็นทำเลทอง รู้สึกดีใจกับชาวอุดรฯ และจังหวัดใกล้เคียงที่ห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลไปเปิด เชื่อว่าหลายคนรอคอยมานาน” หมิว กมลพร เล่าต่อไปว่า โดยส่วนตัวชอบไปอัปเดตเครื่องสำอางที่ห้างเซ็นทรัล “จริงๆ ก็สามารถสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ได้นะคะ แต่ถ้าว่างและเลือกได้ หมิวชอบมาเดินห้างมากกว่า เพราะได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้เทสต์สี ได้ลองเนื้อครีม จะได้รู้ว่าตัวไหนเหมาะกับสภาพผิวของเรา อีกอย่างที่ชอบ คือ โปรโมชั่นดีมากๆ ช้อปเพลินไปเลยค่ะ”

นั่นคือ คำบอกเล่าของเหล่าเซเลบริตี้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของจังหวัดอุดรธานี จนอดใจไม่ไหวที่จะไปเยือนเมืองสำคัญของอีสานตอนบน ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกฤดูกาล ขณะที่ ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี ก็พร้อมจะเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของทุกคนเช่นกัน โดยจะจัดกิจกรรมฉลองเปิดให้บริการอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 8 ต.ค. 63 พร้อมกันนี้ ยังได้จัดกิจกรรมต่อเนื่อง อาทิ ร่วมสนุกที่บูธเกมบริเวณถุงช้อปปิ้งยักษ์ รับฟรี! คูปองส่วนลดแทนเงินสดสูงสุด 100 บาท (วันที่ 1- 4 และ 10-13 ต.ค. 63 ), ขบวนทรูป Promotion ที่จะช่วยสร้างสีสันในการช้อปปิ้งให้ลูกค้า คอยมอบความสนุกสุดคึกคักในแต่ละชั้นได้อย่างเพลิดเพลิน ตลอดจนความสนุกอื่นๆอีกมากมาย