เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ17 กันยายน 2563 – 17:02 น.

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2563 หวังเป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

วันที่ 17 ก.ย. 63 ที่ บริเวณลำเหมืองร้องขี้ควาย หมู่ 3 ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2563 โดยมีนายอุดม อิ่นคำ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่คือ และนายชุมพล ชัยรุ่งเรือง กำนันตำบลแม่คือ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากชาวประมง และประชาชนทั่วไปงดจับสัตว์น้ำทุกชนิดเป็นเวลา 1 วัน ในวันที่ 21 กันยายน ของทุกปี

ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับอำเภอดอยสะเก็ด เทศบาลตำบลแม่คือ และผู้นำท้องที่ตำบลแม่คือได้คัดเลือกลำเหมืองร้องขี้ควาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของลำน้ำแม่ลาย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 1 เชียงใหม่ ประกอบด้วยปลาบ้า และปลาสวาย จำนวน 500,000 ตัว และนอกจากการปล่อยพันธุ์ปลาบริเวณพื้นที่แห่งนี้แล้วจะมีการนำพันธุ์ปลาไปปล่อยในแหล่งน้ำต่างๆของตำบลแม่คือ ก่อให้เกิดเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ เป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป.

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ

ฟงหวิน  ศักดิ์อัสวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

ส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632982

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 13:30 น.ส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟพาส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟ แชะและแชร์รูปแบบจอย! จอย! ที่อุโมงค์ Art Gallery ตลอดกันยายนนี้

หากนึกถึง LINE STICKERS หลายคนคงนึกถึงตัวแทนคำพูดและความรู้สึกดีๆ ที่กดส่งผ่านแชทกันทุกวี่ทุกวัน ไม่ว่าจะห้องแชทครอบครัว เพื่อนฝูง คนพิเศษ หรือเพื่อนร่วมงาน LINE STICKERS ก็ตอบโจทย์ทุกบทสนทนาได้อยู่หมัด แต่อีกความโดดเด่นจากบริการ LINE STICKERS ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือการเปิดกว้างทางความคิดสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่บนแพลตฟอร์มระดับโลกให้เหล่าครีเอเตอร์ทั้งมือใหม่และมือโปรมาปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างไม่รู้จบ ทั้งลายเส้น สีสัน คาแรกเตอร์ ไปจนถึงงานแอนิเมชัน จนออกมาเป็นสติกเกอร์หลายร้อยหลายพันชุดให้ทุกคนเลือกใช้กัน

อุโมงค์ Art Gallery ครั้งแรกของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ภายใต้คอนเซ็ปต์ JOIN THE JOY สร้างปรากฏการณ์ชมงานศิลป์บนผนังทางเดิน ณ ทางออกที่ 3 ของ MRT พหลโยธิน ด้วยการนำเสนอสติกเกอร์ถึง 150 ชุดและโมโลดี้อีก 30 เพลง ในบรรดาผลงานเด็ดๆ โดนๆ เหล่านี้ก็มีสติกเกอร์ฝีมือ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราขอยกมาเล่าให้ฟังและรู้จักกันมากขึ้น ลองไปดูกันเลยว่ามีครีเอเตอร์คนโปรดของคุณรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า!

1. shhuunns (อภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “ดึ๊บ ดึ๊บ”

คาแรกเตอร์มนุษย์ตัวขาวหัวกลมน่าตียียวนกับข้อความสุดกวนสะกิดต่อมฮา เดาไม่ยากเลยว่าสติกเกอร์นี้คือ “ดึ๊บ ดึ๊บ” (Dueb Dueb) ผลงานของคุณอภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์ หรือ shhuunns กราฟิกดีไซเนอร์ผู้ลาออกจากงานประจำมาเป็น ครีเอเตอร์อย่างจริงจัง สำหรับคาแรกเตอร์ดึ๊บ ดึ๊บ นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากท่าทางการเต้นกวนๆ ของวัยรุ่นหน้าเวทีหมอลำทางภาคอีสาน พอนำข้อความมาใส่ให้เข้ากับบริบทก็ยิ่งโดนใจผู้ใช้สุดๆ

2. Koranan (กรนันท์ ชื่นพิชัย) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “Animal Addict”

นอกจากจะเป็นนักเขียน Story Board และช่างภาพฝีมือดีแล้ว คุณกรนันท์ ชื่นพิชัย หรือ Koranan ยังเป็นนักวาดมากความสามารถผู้สร้างสรรค์ลายเส้นละเอียดๆ เบื้องหลังคาแรกเตอร์ก๊วน “Animal Addict” บอกเล่าไอเดียเมื่อผู้คนเสพติดสรรพสัตว์ แทนยานพาหนะที่เคยขับขี่ ความโหด มันส์ ฮา จึงบังเกิด นอกจากนี้สติกเกอร์ชุด “จ่าแอ๊ด” และ “ป่าโฉด” ก็เป็นผลงานของคุณกรนันท์เช่นกัน

3. POORBOYLIFE (เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “POORBOY”

คาแรกเตอร์เจ้าลิงละม้ายคล้ายบิ๊กฟุตสีขาวขนฟูไถสเก็ตบอร์ดตัวนี้ เป็นผลงานของคุณเกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ หรือ POORBOYLIFE ที่ตั้งใจสะท้อนเรื่องราวชีวิตของตัวเองโดยตรง ตัวคุณเกษมวิทย์ชื่นชอบงาน Graffiti และเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาสู่เมืองใหญ่ เหมือนกับเจ้า “POORBOY” ที่ต้องลาจากป่ามาสู่เมืองใหญ่เช่นกัน

4. B&B Design ครีเอเตอร์เบื้องหลัง บุบบิบ

สาวน้อยน่ารักผู้มาพร้อมกับความสดใสเกินต้าน จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากน้อง “บุบบิบ” (Boobib) ซึ่งมีคู่เป็นหนุ่ม “บู้บี้” (Boobie) ผลงานของ B&B Design ครีเอเตอร์ที่มีสติกเกอร์ให้เลือกสรรสำหรับทุกสถานการณ์และทุกไลฟ์สไตล์ นับรวมกันแล้วมากกว่า 100 ชุดเลยทีเดียว

5. nualtong (นวลตอง ประสานทอง) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “helloladyfinger”

หากใครที่ติดตามวงการศิลปะอยู่แล้วน่าจะคุ้นชื่อของคุณนวลตอง ประสานทอง หรือ nualthong นักวาดภาพประกอบผู้โลดแล่นอยู่ในวงการมามากกว่าทศวรรษ ทั้งภาพประกอบนิตยสารดัง หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค ฯลฯ รวมถึงสติกเกอร์ชุด “helloladyfinger” นี้ที่มาพร้อมกับลายเส้นเอกลักษณ์ของการวาดคาแรกเตอร์ผู้หญิงในแบบฉบับของตนเอง พร้อมข้อความภาษาอังกฤษแบบฟีลกู๊ด ส่งให้ใครก็แฮปปี้

6. cartoonmunin (มุนินทร์ สายประสาท) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง มุนินฺ

คุณมุนินทร์ สายประสาท หรือ cartoonmunin นักวาดการ์ตูนมืออาชีพคนเก่งที่มีผลงานหนังสือรวมกว่า 10 เล่ม และสร้างสำนักพิมพ์ของตัวเองในชื่อ 10 มิลลิเมตร (10mm. Studio) ซึ่งตัวละครจากหนังสือของเธอก็ได้ต่อยอดมาเป็นสติกเกอร์ไลน์ “มุนินฺ” ผู้หญิงที่จริงจังกับทุกเรื่อง ทั้งเรื่องรัก เรื่องเล่น เรื่องสนุกๆ รวมถึงคาแรกเตอร์อื่นๆ เช่น “คุณปลาวาฬ” และสมาชิกครอบครัว “บ้านโลมา” ด้วยเช่นกัน

7. กิตติ รุจิเรกานุสรณ์ ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “ขิงขิง”

เด็กสาวผมสั้นสไตล์การ์ตูนหัวโต มาพร้อมแอคติ้งใบหน้าสุดดราม่า คาแรกเตอร์นี้ก็คือสาวน้อย “ขิงขิง” ผลงานของคุณกิตติ รุจิเรกานุสรณ์ นั่นเอง ตัวการ์ตูนของเธอมาพร้อมความน่ารัก สีสันหวานสดใส แต่ที่ต้องยกนิ้วให้คือใบหน้าสื่ออารมณ์ ทั้งเบ้ปาก มองบน มองแรง ก็สื่อสารออกมาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้น้องขิงขิงยังมีเพื่อนๆ คาแรกเตอร์สไตล์เดียวกันคือ “น้องขนุน” และ “น้องน้อยหน่า” อีกด้วยนะ

หากเดินแชะภาพกับผลงานของศิลปินและครีเอเตอร์คนโปรดกว่า 180 รายการจนจุใจแล้ว ก็สามารถยกมือถือขึ้นมาสแกน QR Code ผ่าน Virtual LINE Store เพื่อดาวน์โหลด LINE STICKERS และ LINE MELODY ที่ถูกใจได้ทันที สร้างประสบการณ์การใช้งานแบบง่ายๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปิดให้ชมแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563 ทุกวัน เวลา 06.00-00.00 น. ที่ MRT พหลโยธิน ทางออก 3 ติดตามอัปเดตความเคลื่อนไหวของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ได้ที่ LINE Official Account @linestickersth และ @linemelodyth

ดีไซเนอร์สาวเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632979

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 11:12 น.ดีไซเนอร์สาวเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีดีไซเนอร์สาว ‘ขนิษฐา ดรุณเนตร’ จากแบรนด์ CANITT ร่วมเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีกับ THANN Body Care

เป็นดั่งที่สุภาษิตกล่าวไว้ “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เพราะบุคลิกภาพที่ดีสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ การดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่แค่เพียงการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามเท่านั้น การมีผิวพรรณที่ดีก็สามารถสร้างจุดเด่น และเพิ่มความมั่นใจให้เราได้

ด้วยเหตุนี้แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงร่วมกับดีไซเนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) ขนิษฐา ดรุณเนตร จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป พร้อมแนะเคล็ดลับเลือกชุดสวยให้ดูดีอย่างมั่นใจควบคู่ไปกับการดูแลผิวพรรณ

“แฟชั่นสไตล์การแต่งตัว รวมถึงการใช้สีสันนั้นสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้หญิง ในฐานะดีไซเนอร์เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีคำจำกัดความแบบตายตัวสำหรับการเลือกเสื้อผ้า สำคัญต้องรู้ว่าควรเลือกเสื้อผ้าแบบไหนให้เหมาะกับผิวพรรณ ซึ่งสมัยก่อนเชื่อกันว่าต้องผิวขาวเท่านั้นถึงจะสวย แต่เทรนด์ในปัจจุบันจะเน้นแบบผิวสวยสุขภาพดี ทำให้การดูแลผิวนั้นมีสำคัญไม่น้อยไปกว่าการใช้เมคอัพและการเลือกชุดเลย ผู้หญิงทุกคนสามารถมีผิวสวยสุขภาพดีได้เพียงแค่ดูแลผิวอย่างถูกวิธี โดยให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวกายไม่น้อยไปกว่าการบำรุงผิวหน้า เพื่อให้ผิวมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส

การเลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ครีมที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ครีมที่แพงที่สุด แต่ต้องเหมาะกับผิวเราที่สุด ส่วนตัวมีเคล็ดลับการดูแลผิว คือทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ 5 -10 นาที เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนกำลังเปิด ทำให้ผิวได้รับคุณค่าการบำรุงอย่างเต็มที่ เมื่อผิวสวยสุขภาพดีแล้วจะช่วยเสริมให้ชุดที่เราเลือกใส่ดูดีไปด้วย

นอกจากนี้ การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่าง สาวๆ ที่มีรูปร่างอวบ แนะนำให้เลือกใช้สีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ หรือสีน้ำตาล จะช่วยพรางสัดส่วนได้ดีกว่าสีอ่อนทำให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น ด้านซิลลูเอทถ้าเลือกเสื้อที่มีลักษณะเป็นคอวีจะช่วยให้คอดูเพรียวยาว และเทคนิคเล็กๆ สำหรับสาวรูปร่างอวบ คือไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่พอดีกับรูปร่างจนเกินไป เพราะจะเป็นการเน้นให้เห็นสัดส่วนชัดขึ้น ควรจะเลือกสวมชุดที่หลวมนิดหน่อยจะช่วยให้ไม่ดูฟิตมาก สำหรับสาวตัวเล็ก ควรเลือกชุดที่มีความพอดีตัวเพื่อโชว์ให้เห็นสัดส่วน ส่วนสาวรูปร่างสูงควรเพิ่มแอคเซสซารี่อย่างเข็มขัดเข้ามาเพื่อช่วยให้เห็นส่วนโค้งเว้า และดูบาลานซ์ขึ้น

การเลือกเสื้อผ้าเพื่อเสริมจุดเด่นและปิดจุดด้อย สำหรับสาวๆ หน้าอกเล็ก อาจจะเลือกสวมใส่ชุดที่ตกแต่งเพิ่มฟองน้ำบริเวณช่วงหน้าอกเพื่อช่วยเสริมให้หน้าอกไม่แบนราบและดูมีทรวดทรงได้มากขึ้น ส่วนสาวๆ หน้าอกใหญ่ ก็สามารถเลือกสวมชุดที่มีเลเยอร์อย่างเช่น ถ้าหากอยากใส่สายเดี่ยวก็สามารถเพิ่มเสื้อคลุมเข้ามา หรือสามารถเลือกชุดแบบปาดไหล่จะช่วยดึงดูดความสนใจในภาพรวมแต่ไม่เน้นบริเวณช่วงหน้าอกจนเกินไปได้

ส่วนเทคนิคการเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผิว สามารถแบ่งได้ดังนี้ สำหรับผิวสีซีด สีเหลือง หรือขาวเหลือง สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีเข้ม เช่น ดำ น้ำเงินเข้ม แดง และชมพูเข้ม เพราะช่วยขับสีผิวให้ดูผิวผ่องยิ่งขึ้น แต่อาจไม่เหมาะกับสีขาว ชมพูอ่อน เหลือง ฟ้าอ่อน สีเบจ (น้ำตาลอ่อน) ส้ม และทอง เพราะทำให้สีผิวดูกลืนไปกับชุด

ถัดมาที่สาวผิวขาวใส หรือขาวอมชมพู สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงิน ชมพูอ่อน ม่วงซีด (สีดอกลาเวนเดอร์) ม่วงแดง สีลูกพลัม และสีเหลืองซีด แต่อาจไม่เหมาะกับเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง และสีเอิร์ธโทน (Earth tone) เช่น ดำ และส้ม ด้านผิวสีโทนน้ำตาล สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าสีโทนอบอุ่น เช่น น้ำตาลอ่อน สีเบจ เขียวผลมะกอก ส้ม ทอง เทาเข้ม และน้ำตาลเข้ม แต่อาจไม่เหมาะดำ ขาว หรือโทนน้ำตาลอ่อน เพราะจะดูกลมกลืนไปกับสีผิว และผิวสีแทน หรือสีเนื้อ (ขาวอมส้ม) สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีซีด และสีอ่อนๆ เช่น ส้มพีช น้ำตาลอ่อน เหลืองอ่อน น้ำตาลทอง ฟ้าน้ำทะเล เขียวอ่อน แดงเข้ม ฟ้า และแสด แต่อาจไม่เหมาะคือดำ และขาว ซึ่งเป็นสีที่ตัดกับสีผิว

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตอนเลือกซื้อชุด คือ เนื้อผ้า หรือชนิดของผ้าว่าเป็นแบบไหน ยับง่ายมั้ย ใส่แล้วคันมั้ย มีการระคายเคืองกับผิวหนังหรือเปล่า เนื้อผ้าชำรุดง่ายหรือเปล่า ในส่วนของซิลลูเอท ควรจะลองสวมเสื้อผ้าก่อนซื้อเพื่อดูว่าเมื่อใส่แล้วการเคลื่อนไหวสะดวกไหม บางชุดอาจจะซิลลูเอทสวยแต่พอมาสวมใส่แล้วอาจไม่เหมาะกับการใส่ในชีวิต ประจำวัน ส่วนการเลือกชุดสำหรับออกงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกชุดให้เข้ากับธีมของงานว่าธีมเป็นแบบไหน หลังจากนั้นก็ดูชุดที่มีสไตล์เข้ากับเรา บางคนอาจเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวด้วยการแมทช์สีสันให้เข้ากับบุคลิกตัวเองได้ หากคนที่ชอบความเรียบหรูก็สามารถเพิ่มเครื่องประดับอย่างต่างหู สร้อยคอ และแหวน เพื่อช่วยให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ไม่ยาก หากเป็นงานกลางคืนสำหรับสาวๆ ที่มีจุดเด่นบริเวณช่วงขาที่เรียวยาว ก็สามารถเลือกชุดเดรสผ่าข้างเผยโชว์ผิวบริเวณขา และสวมรองเท้าส้นสูง เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับตนเองได้”  ขนิษฐา ดรุณเนตร ดีไซเนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) กล่าว

ส่วนทางด้านเซเลบริตี้สาวสวยก็ได้ร่วมเผยเคล็ดลับเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสุขภาพดี เริ่มที่สาวยิ้มสวย แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผยว่า ‘การมีผิวสวยสุขภาพดีมีความสำคัญต่อการแต่งตัวของเรา เพราะผิวสวยจะช่วยสร้างความมั่นใจให้การแต่งตัวไม่ว่าเราจะสวมใส่ชุดไหน ดังนั้นมายด์จึงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวกายไม่น้อยไปกว่าผิวหน้าเลย จริงๆแล้วมายด์เป็นคนผิวแห้ง ดังนั้นเวลาเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจะเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันออแกนิค และส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ เพื่อบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่อย่างงั้นระหว่างวันผิวเราจะแห้งเป็นขุยได้ โดยจะทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะมีผิวพรรณที่เนียนนุ่มแบบสุขภาพดี ด้วยความที่มายด์เป็นคนสรีระช่วงบนเล็ก ช่วงสะโพกใหญ่ และขายาวก็มักจะเลือกสวมชุดที่โชว์เรียวขาอย่างเดรสผ่าหน้า หรือบางครั้งก็โชว์ช่วงบนอย่างเดรสสายเดี่ยวหรือชุดที่เข้ารูป ส่วนกางเกงก็จะเป็นกางเกงเอวสูงช่วยให้เอวดูเล็กลง’

ถัดมาที่สาวมั่นใจ เอมษิกา โชติวิจิตร เล่าว่า ‘จินนี่เป็นคนผิวแห้ง จึงต้องบำรุงและดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ โดยเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ที่มีความเป็นเข้มข้นพิเศษอย่างบอดี้บัตเตอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่เสมอ เวลาออกงานก็จะชอบใส่ชุดเดรส โดยเน้นโชว์ผิวบริเวณช่วงไหล่ และแขนเป็นพิเศษ ส่วนโทนสีที่จินนี่ชอบนั้นจะเน้นโทนสีเบจ ดำ ขาว หรือถ้าท่อนบนเป็นสีๆ ท่อนล่างก็จะยังคงสีขาวหรือสีดำไว้ หรือว่าช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นก็จะเลือกสวมชุดที่ปิดมิดชิดบริเวณช่วงแขนและหัวไหล่เพื่อพรางรูปร่าง สำหรับจินนี่แล้วการที่มีผิวสวยสุขภาพดีก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองได้ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหนก็ดูดีค่ะ’

ปิดท้ายที่สาวยิ้มสวย พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ เผยว่า ‘จริงๆแป้งเป็นคนมีปัญหาเรื่องผิวเพราะว่าเป็นคนชอบตากแดด ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการดูแลผิวเลย ทำให้ผิวแห้งและเป็นกระ พอช่วงที่โตขึ้นก็รักสวยรักงามมากขึ้นจึงหันมาดูแลสุขภาพผิวตังเอง การทาครีมบำรุงผิวก็ช่วยให้สุขภาพผิวของเราดีขึ้น จริงๆ แล้วเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณให้มากๆ เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะดูแลเฉพาะผิวหน้าแล้วลืมดูแลผิวกาย แป้งเองก็มีช่วงที่ผิวขาวบ้างผิวเข้มบ้าง บางช่วงที่เราไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งเท่าไหร่ผิวก็จะขาวขึ้น เราก็สามารถแต่งกายด้วยชุดที่มีสีสันสดใส ส่วนช่วงที่มีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยๆ ผิวก็จะเข้มขึ้น แป้งก็จะเน้นการแต่งตัวด้วยโทนสีขาว หรือดำค่ะ’

Riedel พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เอาใจคนรักเส้นด้วย Pasta e Basta 5 เส้น 5 ซอส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633174

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 08:11 น.Riedel พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เอาใจคนรักเส้นด้วย Pasta e Basta 5 เส้น 5 ซอสอิ่มอร่อยง่ายๆ ตอบโจทย์คนกรุงไลฟ์สไตล์ยุ่งๆ ในช่วงเวลารีบๆ “Riedel Restaurant & Wine Cellar” รังสรรค์เมนู Pasta e Basta เนรมิตมื้ออร่อยง่ายสไตล์อิตาเลียน

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พามาที่เกษร วิลเลจ ไลฟ์สไตล์เออร์บันใจกลางเมือง พร้อมกับการนำเสนอเรื่องของความอร่อยครั้งใหม่ของ “Riedel Restaurant & Wine Cellar” ร้านที่เหล่าคนรักไวน์ตัวจริงต่างคุ้นหูกันดีในฐานะผู้ผลิตแก้วไวน์ระดับเวิลด์คลาส อีกทั้งยังเป็น Artisan Wine Bar แห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่เสิร์ฟไวน์ด้วยแก้วและอุปกรณ์จากแบรนด์ Riedel

สำหรับความพิเศษของ Pasta e Basta ที่ Riedel Restaurant & Wine Cellar รังสรรค์มาในครั้งนี้ คือโฮมเมดพาสต้าสไตล์อิตาเลียนที่เชฟโชว์ความสดใหม่แบบทำให้เห็นกันกลางร้านที่ Pasta Station โดยมีเส้นมาให้เลือกกันถึง 5 แบบ ได้แก่ เส้นสปาเก็ตตี้, ลิงกวินี่, เฟตตูชินี่, บีโกลี่ และโปเตโต้ น็อคคี ซึ่งลูกค้าสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เส้นพาสต้ากับซอสในแบบที่ตัวเองชอบ โดยมีให้เลือกด้วยกัน 5 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นซอสโบโลเนส, คาโบนาร่า, เพสโต้, อากริโย เอะ โอริโย หรือจะเป็นซอสอาราเบียตต้า

เมนูแนะนำ

Spaghetti Carbonara (320 บาท) สปาเก็ตตี้เส้นเหนียวนุ่มคลุกเคล้ากับมากับครีมซอสรสชาติเข้มข้นจากส่วนผสมของชีสเพโกริโนและไข่แดงออร์แกนิก กลมกล่อมถึงขีดสุด อัพความฟินด้วยเบคอน ก่อนโรยด้วยชีสอีกที จานนี้เผลอแป๊บเดียวหมดไม่รู้ตัว

Aglio e Olio Seafood  (320 บาท) อากริโย เอะ โอริโย เมนูเรียกยากที่ตัวซอสมีส่วนผสมของกระเทียมและน้ำมันมะกอก ผัดมากับซีฟู้ดทั้งกุ้ง หมึก เพิ่มความแซ่บด้วยพริกแห้ง ส่วนทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่การใช้น้ำปลาปลากะตักนำเข้าจากอิตาลีที่มีความเป็นมาเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ทำให้มีกลิ่นและรสชาติเอกลักษณ์ที่ไม่มีเหมือนใคร ด้านเส้นพาสต้าสีเขียวทำจากผักเคล หรือผักคะน้าใบหยัก ซูเปอร์ฟู้ดฉายา “ราชินีผักใบเขียว“ ทำสดใหม่ อร่อย เหนียว นุ่ม ประโยชน์เต็มๆ

Basil-Pesto (320 บาท) ซอสเพสโต้ที่มีส่วนผสมของใบโหระพาฝรั่ง ถั่วไพน์นัท พาร์เมซานชีส และน้ำมันมะกอก ใครสั่งจานนี้การันตีความเข้มข้น

ยังมี Creamy Bolognese (320 บาท) ซอสโบโลเนสที่มีส่วนผสมของเนื้อ 3 ชนิด ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ และความอร่อยที่ได้ใจไปเต็มๆ Spicy Arrabbiata (320 บาท) เมนูพาสต้าซอสอาราเบียตต้ารสเผ็ด มีส่วนผสมของมะเขือเทศสดและพริกแดง อร่อยครบรส

คนรักเส้นสามารถตามไปลิ้มลองความอร่อยของเมนู Pasta e Basta ได้แล้ววันนี้ ที่ Pasta Station ร้าน Riedel Restaurant & Wine Cellar ตั้งอยู่ที่ เกษร วิลเลจ ชั้น 2 (ช่วงเวลา 11:00–15:00 น.) ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00–24.00 น. สอบถามโทร. 02 656 1133, Line ID : @riedelbkk, เฟซบุ๊ก : Riedel Restaurant & Wine Cellar

How to ล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/632981

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น.How to ล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่การล้างหน้าที่ถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นของการมีผิวสุขภาพดี แล้วมั่นใจแค่ไหนว่าที่เราล้างหน้าอยู่ทุกวันทำถูกต้องแล้ว 100%

คนเราล้างหน้ากันทุกวันเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่รู้หรือไม่ ว่าการล้างหน้าที่ถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้ผิวมีสุขภาพดี ซึ่งการล้างหน้าดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่มีหลายท่านล้างหน้าไม่สะอาด ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลทำให้ผิวมีริ้วรอย ใบหน้าไม่สดใส สิ่งเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็มาจากการล้างหน้า พญ.พนิดา จรรย์ศุภรินทร์ แพทย์ประจำแอดไลฟ์ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) แนะนำวิธีการล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่ ดังนี้

โดยทั่วไปแนะนำให้ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น การล้างหน้าบ่อยเกินไป อาจทำให้มีการทำลายสมดุลผิวที่เป็นเกราะป้องกันผิว ทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้

หนึ่งในความสำคัญของการล้างหน้าคือ การทำความสะอาดผิวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะบำรุงผิวหน้าในขั้นตอนถัดไป นั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงควรล้างหน้าให้สะอาด เพื่อให้ครีมบำรุงต่างๆ สามารถซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างเต็มที่

แนะนำการล้างหน้าเบื้องต้น คือการล้างหน้าต้องล้างให้สะอาด เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป ปกติแล้วควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือเช้าและเย็น โดยมีขั้นตอนการล้างหน้าคือ

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการล้างหน้าโดยเฉพาะ เช่น ผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ผสมพาราเบน แอลกอฮอล์ หรือสารทำความสะอาดที่มีความรุนแรงเกินไป ส่วนผิวมัน ผิวผสม หรือคนที่มีปัญหาสิว อาจเลือกเจลล้างหน้าที่อ่อนโยน แต่ผสมสารที่ช่วยลดความมัน ลดการอุดตันของสิว เช่น salicylic acid เป็นต้น

2. เริ่มล้างหน้าโดยเริ่มจากการทำผิวหน้าให้เปียกด้วยน้ำสะอาดเล็กน้อย หลังจากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้า นวดผิวหน้าให้ทั่วนานประมาณ 15-20 วินาที ไม่ควรนวดแรงจนเกินไป พยายามนวดขึ้นเพื่อเป็นการต้านแรงโน้มถ่วง หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด อย่าใช้น้ำร้อนจัด เพราะจะทำให้ผิวแห้งเกิดริ้วรอยได้ เช็ดหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูที่สะอาดหรือกระดาษเช็ดหน้าซับเบาๆ อย่าถูแรงเกินไป

3. สำหรับในตอนเย็นจะเพิ่มขั้นตอนการเช็ดครีมกันแดดและครีมล้างหน้าก่อนการล้างหน้า

  • ขั้นตอนแรก ล้างมือให้สะอาด ในกรณีที่มีการแต่งหน้า ทามาสคาร่า เราควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับล้างเช็ดตาโดยเฉพาะ โดยการเทผลิตภัณฑ์ที่จะเช็ดตาลงบนสำลีให้ชุ่ม หลังจากนั้นทาบนเปลือกตา เช็ดออกเบาๆ จากหัวตาไปหางตาจนกว่าจะสะอาด
  • ใช้คลีนซิ่งน้ำนมหรือออย หลักการก็คือผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ทาผิวหน้าตอนกลางวันมักจะมีเบสเป็นน้ำมัน เช่น ครีมกันแดด และเครื่องสำอาง มักมีลักษณะ กันน้ำ ดังนั้นการล้างหน้าเพียง step เดียวเหมือนตอนเช้า จึงไม่เพียงพอ ดังนั้น ขั้นตอนแรกเราจึงควรเช็ดเอาครีมกันแดด และเครื่องสำอางออกก่อน โดยผลิตภัณฑ์ที่ให้เช็ดเครื่องสำอางในท้องตลาดมีมากมาย แบ่งได้เป็นกลุ่ม cleansing milk, oil เช็ดเครื่องสำอาง และกลุ่มที่เป็น micellar water การเลือกใช้ หากแต่งหน้าจัดๆ cleansing milk หรือ cleansing oil จะทำความสะอาดเครื่องสำอางกันน้ำได้ดีกว่า ขั้นตอนเริ่มจากบีบใส่ผิวนวดลงบนผิวหน้าที่แห้งเพื่อล้างครีมหรือครีมกันแดด จากนั้นนำสำลีชุบน้ำเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมด จากนั้นจึงเริ่มล้างหน้าตามปกติ

สิ่งสำคัญที่สุด คือล้างหน้าให้สะอาด เช็ดเครื่องสำอางทุกครั้ง เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าให้เหมาะกับผิว รวมถึงไม่ควรใช้น้ำร้อนจัดหรือนำสบู่อาบน้ำมาล้างหน้าด้วย เพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้ง เกิดเป็นริ้วรอยได้ เมื่อหน้าสะอาดแล้ว การบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไปก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตามไปกิน ลิ้นติดโปรแฟร์ เริ่มแล้ววันนี้ที่เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632972

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 10:30 น.ตามไปกิน ลิ้นติดโปรแฟร์ เริ่มแล้ววันนี้ที่เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้าเซ็นทรัลรวมดาวร้านเด็ด จากรายการลิ้นติดโปร GO ติดดาว จัดงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์ ครั้งที่ 1” เอาใจนักชิม รวบรวมสุดยอดร้านอาหารคาว-หวานอร่อยฮิตติดดาวจากทั่วประเทศมาเสิร์ฟเมนูอร่อยกว่า 100 ร้านค้า

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ร่วมกับ รายการลิ้นติดโปร GO ติดดาว ทางไทยทีวีสีช่อง 3 จัดงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์ ครั้งที่ 1” เอาใจสายช้อป นักชิม ภายในงานรวบรวมสุดยอดร้านอาหารคาว-หวาน อร่อยฮิตติดดาว จากทั่วประเทศมาเสิร์ฟเมนูอร่อยกว่า 100 ร้านค้า

อาทิ ปู ปริศนา กับ พริกกรอบคลุกงา Selected by poo, สุเมธ กับ หมูแดงสวรรค์ ตราน้าเมธขี่หมูบินเล่นกีต้าร์โปร่ง, เจ๋ง อรรถกานต์ และคุณปอ ปุณยวีร์ กับ สวนในศีล, ตุ๊ก จันทร์จิรา กับ Ichidaifuku, ผัดไท กับ TANGMO SMOOTIES HEALTHY BY พี่ผัดไท, สุเทพ สีใส กับ กระปิโหว่สูตรโบราณ Byสีใส, บูม สุภาพร กับอาหาร oh my gyo, เกล รดา กับเจ๊ดจั๊บ, ฮาย อาภาพร กับฮายแดดเดียว, หนุ่ม อรรถพร กับ A LAMB, กระชายจู๋จี๋, ซ้งเสรีทอง, ม่าม๊าโฮมเมด, EASY BANANA, อ๊อด-เจน แกงเขียวหวานสะท้านฟ้า, BeNeil Coconut, กาละแมศรีขรภูมิ, ปิ่นมณีปลาส้มไร้ก้าง, อ้วนนะหมูกรอบชาชู

ต่อด้วย ร้านจรินทร์หนองมน, แม่ปราณี, อาอีซ๊ะ เกี๊ยวทอดนางฟ้า, ดุจชญา, ข้าวต้มแปลงนาม,ไฮโซหมูปิ้ง, No name fresh milk, หมูตุ้งติ้ง, พิมพิรา หมี่กรอบ, เจ้นิด แกงเขียวหวาน, พรกมลทองม้วนสด, รัชฎาลุยสวน,ลูกชิ้นปลาเยาวราชสองพี่น้อง, บ้านปลาทูมหาชัย, ขนมหนวดมังกรขอนแก่น, ศรีจันทร์ซีฟู้ด,หอยจ้อปูทอง เยาวราช, ครัวจันทมาศ, มุกดา ปลาแดดเดียว จ.สมุทรสงคราม, JLD Dragon, เฟรชชี่ฟู้ด มะขามแปรรูป, ใจดีกรอบแก้ว และบ้านโดนัท, ร้านขนมเบื้องที่ขายมากกว่า 30 ปี, จ๊อปู ย.ยักษ์ยิ้ม สูตรทำจ๊อได้มาจากอาม่า (สูตรเด็ดตลาดเก่าอ่างศิลา), บ้านฝอยทอง ร้านขนมหวานที่มีตำนานมากว่า 50 ปี, เจ๊พริกกุยช่ายตลาดพลู กุยช่ายตลาดพลูตำนาน 60 ปี (สูตรอากง)

ร่วมยกทัพความอร่อยในงาน ”ลิ้นติดโปรแฟร์” ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 16 – 20 กันยายน 2563 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาปิ่นเกล้า

อัพเดทแฟชั่น MLB FALL/WINTER 20 สตรีทสไตล์สายเกาห้ามพลาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632967

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 10:20 น.อัพเดทแฟชั่น MLB FALL/WINTER 20 สตรีทสไตล์สายเกาห้ามพลาดMLB แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์ยอดนิยมจากเกาหลีที่โด่งดังมาจากหมวกเบสบอล เผยโฉมคอลเลคชั่น MLB FALL/WINTER 20 ไอเท็มสำคัญที่สาย Street Fashion ต้องมี!!

ไม่ว่าแฟชั่นบนรันเวย์จะเปลี่ยนไปกี่ซีซั่น แต่สตรีทสไตล์ก็ยังคงเหนียวแน่นจนกลายเป็นสไตล์แห่งยุคสมัยที่ใครๆ ต่างก็หลงรัก และถ้าคิดจะเริ่มสวมใส่สตรีทแวร์ ขอแนะนำร้าน MLB แบรนด์สุดคูลจากเกาหลีที่ตอบทุกโจทย์ของความสตรีท ตั้งแต่หมวก เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า กระเป๋า เรียกว่าครบจบในที่เดียว

สำหรับจุดเริ่มต้นของแบรนด์ MLB มาจาก Major League Baseball ลีกกีฬาเบสบอลของอเมริกา ที่รวมเอาทีมกีฬาเบสบอลจากทั่วอเมริกา หากจะคุ้นตาที่สุดก็น่าจะเป็นทีม NY (New York Yankee) หรือ P (Pittsburgh Pirates) ที่ความนิยมในกีฬาชนิดนี้ไกลไปถึงขนาดที่ MLB เปิดเป็นแบรนด์สปอร์ตแฟชั่น และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอีกเช่นกัน ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แต่ที่ฮิตแบบติดลมบนที่สุดคงหนีไม่พ้นหมวกแก๊ปปักโลโก้ทีมสมาชิก MLB

ความ Swag นี้ลุกลามข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาถึงฝั่งเอเชีย ปักหมุดอยู่ที่เกาหลี เมื่อสปอร์ตแวร์ได้รวมเข้ากับวัฒนธรรมสตรีทแวร์ที่แข็งแรงของวัยรุ่นชาวเกาหลี ทำให้ MLB กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และแล้วก็กลายเป็นแบรนด์สุดฮอตที่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะสตรีทหรือไฮแฟชั่น ก็ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า

ส่วนซีซั่นนี้ MLB ได้เผยโฉม MLB FALL/WINTER 20 โดยได้สาว Hyuna กับแฟนหนุ่ม Dawn ร่วมครีเอทโฟโต้เซ็ตสุดคูลของคอลเลคชั่นนี้กับคีย์ไอเท็มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อลูกฟูก เสื้อลายตาราง หรือจะเป็นเทรนด์ Monotone ซึ่งศิลปินหนุ่มได้โชว์สกิลด้าน Styling ด้วยตัวเอง โดยการหยิบไอเท็มของซีซั่นนี้อย่างเสื้อตาราง คลุมด้วยผ้าคลุม Fleece แมทช์กับกางเกงลูกฟูก ให้ฟีลวินเทจในแบบย้อนยุค

สำหรับสินค้าไฮไลท์ของซีซั่นนี้คือ All-Time Best Seller Sneaker อย่าง Big Ball Chunky ที่ครั้งนี้เพิ่มความสนุกด้วย Hologram Effect ใน Shiny Series และอีกหนึ่งฮอตไอเท็มที่เป็น talk-of-the-town คือ MLB Chunky High โดนใจสายสตรีทด้วยรูปทรง High Top ผ้า canvas ให้อารมณ์แบบ OG ผสมผสานกับพื้นรองเท้าทรง Chunky แบบ maximum แต่น้ำหนักเบาสุดๆ ช่วยอัพเวลให้หนุ่มๆ สาวๆ ดูสูงโปร่งขึ้นอีกถึง 6 เซนติเมตร มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว ดำ และแดง 

ส่วนใครเป็นสาย Minimal ที่ชอบสไตล์สี tone-on-tone ก็มี Chunky สีดำล้วนสุดเท่ หรือสีครีมที่มาพร้อมกับวัสดุ Eco Leather อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีหมวกแก็ปที่เป็น Key Product ของ MLB และกระเป๋าทั้งทรง Belt Bag และ Crossbody ที่มาใหม่พร้อม Mini Pocket ห้อยมาด้วย สามารถใส่เข้ากันได้แบบ Total Look ที่ซีซั่นนี้จัดมาเต็มกับวัสดุต่างๆ เช่น ผ้า Jacquard ใน Monogram Series ผ้าลูกฝูก และกำมะหยี่ พร้อมสีที่เป็นเอกลักษณ์ของซีซั่น อย่าง สีเหลือง Mustard เขียวกากี และน้ำเงินโทน MidNight Blue

ไปช้อปเติมความ Swag กันได้แบบไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี แค่มาที่ MLB Flagship Store ชั้น 2 โซน Beacon ศูนย์การค้า CentralwOrld หรือช้อป Central Online คลิ๊ก>> https://bit.ly/328nqdR  และ Line @mlbthailand คลิก>> https://bit.ly/3dX7GxI

ขนมไหว้พระจันทร์พรีเมี่ยมที่เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632975

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 15:40 น.ขนมไหว้พระจันทร์พรีเมี่ยมที่เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนมอบความรักและความปรารถนาดีด้วยขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมและสูตรใหม่ทั้ง 5 รสชาติ วันนี้ที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนทุกท่านร่วมสืบสานเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2563 ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 1 ตุลาคม 2563 ที่ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G หรือห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยร่วมส่งมอบขนมไหว้พระจันทร์ให้แก่คนสำคัญของคุณ เพื่อแสดงถึงความรัก ความปรารถนาดี และความเคารพรักต่อผู้รับ

ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมและสูตรใหม่ทั้ง 5 รสชาติ อาทิ ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, เม็ดบัวไข่เค็ม, พุทราจีนไข่เค็ม, โหงวยิ้ง และ คัสตาร์ด เราได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศนานาชนิด นำมารังสรรค์ ปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมบรรจุลงในกล่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับมอบเป็นของขวัญแทนใจให้แก่คนที่คุณรัก กล่องเสี้ยวพระจันทร์ ต่อ 1 ชิ้น ราคา 118 บาทสุทธิ และกล่องชมจันทร์ ต่อ 4 ชิ้น ราคา 988 บาทสุทธิ

พบกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษรสชาติที่แสนอร่อยได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 1 ตุลาคม 2563 ณ ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G หรือห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯและบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งจองล่วงหน้าได้ที่ โทร 02-100-6255 หรือ diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/zing เฟสบุ๊ค: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

SACICT เพลินคราฟต์ ร่วมเชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632824

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 10:30 น.SACICT เพลินคราฟต์ ร่วมเชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่าเซ็นทรัลพัฒนา เชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า จับมือศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดงาน “SACICT เพลินคราฟต์” งานรวมสินค้าทำมือร่วมสมัยครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า

ตอกย้ำภาพลักษณ์ในการเป็น Center of Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคน ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดงาน “SACICT เพลินคราฟต์” เชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า ร่วมสนับสนุนการสร้างโอกาสและรายได้ให้กับชุมชนเพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรม ศ.ศ.ป. สู่สาธารณชนต่างๆ ทั่วประเทศในรูปแบบการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่เลือกสรรมาอย่างพิถีพิถันผสมผสานดีไซน์อันทันสมัย

ภายในงานมีจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมร่วมสมัยเข้ากับชีวิตประจำวัน โดยฝีมือของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACICT กว่า 40 ร้านค้าอันประกอบด้วย งานจักสาน, งานปั้น, งานแกะสลัก, งานเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องประดับ,งานผ้าทอ, งานเครื่องหนัง และงานฝีมือประเภทต่างๆ จากหลากหลายจังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศที่เลือกเฟ้นมาเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบนเวที การแสดง ดนตรีสด Workshop งานคราฟต์เก๋ ๆ จากครูฯ และนักสร้างสรรค์งานคราฟต์ ที่ผลัดเปลี่ยนมาให้ได้ทำกันในแต่ละวัน อาทิ การทำหุ่นกระบอกจิ๋ว, ถักสร้อยข้อมือจากฝ้ายธรรมชาติ, การทอไหมพรม พวงกุญแจ ด้วยกี่ทอมือจิ๋ว, การถุงหอมปรับอากาศ, ปั้นดิน white clay และยังมีดารานักแสดงชื่อดังมาร่วมทำ Workshop บนเวที อาทิ กาย ศิวกร, หลิว มรกต และอีกมากมาย รวมถึงการพูดคุยเสวนากับผู้ประกอบการงานคราฟต์ และกลุ่มสถาปนิก นักออกแบบ ในการนำงานคราฟต์ไปใช้ ในชีวิตประจำวัน และพลาดไม่ได้กับ Mini concert จากเหล่าศิลปินมีชื่อเสียงที่ยกทัพมามอบความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงาน อาทิ ชบา กฤติมา, เต๋า The Voice, คิง The Voice, สินเจริญ บราเธอร์, ศิลปินวง Portrait และ วง Moving and Cut

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงานหัตถกรรมไทยไปด้วยกันในงาน “SACICT เพลินคราฟต์” วันที่ 15–21 กันยายน 2563 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 และเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ชั้น 1 สอบถามหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook : ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือโทร. 1289

Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย ช้อปใหม่ คอนเซ็ปต์ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632940

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 09:40 น.Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย ช้อปใหม่ คอนเซ็ปต์ใหม่ตามไปดูแฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่!! Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย @CentralwOrld ยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

เปิดให้ช้อปเต็มรูปแบบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำหรับ Fitflop Flagship store แห่งแรกของประเทศไทย ในศูนย์การค้า CentralwOrld แฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกของ Fitflop แบรนด์ภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด (CMG) ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ใหม่ สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งให้ความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งมากกว่าที่เคย ผ่านการออกแบบและตกแต่งในโทนสีแดง-ขาว ดึงเอกลักษณ์ของ Fitflop ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Fitflop Flagship Store เลือกใช้ Concept Design ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกร้าน ด้วยชั้นวางรองเท้าและ Display ที่ถูกออกแบบมาในรูปแบบทรงตรงและแบบทรงโค้งมน ซึ่งง่ายต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบของร้านตามพื้นที่ที่แตกต่างกัน เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ประหยัดพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าได้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น สามารถหยิบจับและทดลองสวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย เรียกว่าเป็นการปรับที่สอดรับกับยุค New Normal อย่างแท้จริง 

Women

สำหรับคอลเลกชั่นใหม่ในซีซั่น Autumn/Winter 2020 ของสุภาพสตรี Fitflop มีมาให้เลือกกันถึง 5 รุ่น ได้แก่ 

Art Stud

โดดเด่นด้วยพื้นรองเท้าที่ผลิตด้วยเทคโนโนโลยีไมโครวอบเบิลบอร์ด (MICROWOBBLEBOARD) ให้ความสบายเท้า รองรับและกระชับกับรูปเท้า เพื่อทุกย่างก้าวที่สบาย อีกจุดเด่นคือการปัก stud หรือรูปทรงแคปซูลบริเวณขอบของสายคาดเท้าซึ่งทำจากหนังนุ่มโค้งรับกับรูปเท้า  สหรับ Art Stud มาใน 3 รูปแบบ คือรุ่น Oliveart stud รองเท้าแบบหนีบรุ่นใหม่ของ AW20 ซึ่งสายคาดเท้าจะปกปิดเท้ามากขึ้น, รุ่น Dinah art stud รองเท้า slide ใส่ง่ายและมีความยืดหยุ่น และรุ่น Barraart stud รองเท้า sandals ทำด้วยหนังทั้งสายคาดและการหุ้มพื้น ช่วยเสริม look classic

ALLEGRO SPLATTER

รองเท้า ballerina รุ่น Allegro มาพร้อมสีสันแนว abstract ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ดูสดใส และโดดเด่น

LENA LIZARD-EMBOSSED

รองเท้า loafer รุ่น Lena ออกแบบให้ดูมีความสวยงามด้วยลูกเล่นการผสมผสานของหนัง 3 รูปแบบมีให้เลือก 2 สี

OLIVE CHAIN

Olive Chain เป็นอีกสไตล์ของรุ่น Olive จุดเด่นคือการประดับด้วยโซ่รูปดวงอาทิตย์ฉายแสง ดูเรียบแต่แฝงด้วยความหรูหรา

RALLY GLITTER

รองเท้าผ้าใบ Rally เรียกได้ว่าเป็นรุ่นคลาสสิกของ Fitflop ที่สวมใส่สบายสไตล์ sneakers สำหรับซีซั่นนี้เพิ่มการตกแต่งด้วยคริสตัลวิบวับที่ส้นเท้า ดูมีลูกเล่นและทันสมัย

Men

สำหรับคอลเลคชั่นนี้ Fitflop นำ 3 รุ่นยอดฮิตของคุณสุภาพบุรุษมาพรีเซ้นต์ ได้แก่

SLING WEAVE

รองเท้ายอดฮิตของผู้ชายที่ต้องมีคือ Sling weave แต่รุ่นนี้มีสายคาดหลัง สายเป็นผ้า ระบายอากาศได้ดี ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับวันสบายๆ

BRANSON CROSSHATCH

รองเท้า Boat Shoes ทำจากผ้าไนลอน antibacterial ระบายอากาศได้ดี มีน้ำหนักเบา รูปทรงทันสมัย

EVERSHOLT KNIT

รองเท้า trainer พื้น anatomiflex ที่มีความยืดหยุ่นสูง ตัวรองเท้าทำจากผ้า knit ที่ปรับรับกับรูปเท้า สามารถใส่แมทช์กับกางเกงยีนส์และสูทให้ดู formal ได้เช่นกัน

ตามไปสัมผัสแบรนด์รองเท้านำเข้าจากประเทศอังกฤษที่มุ่งเน้นดูแลสุขภาพเท้าให้ผู้คนทั่วโลก พร้อมพบกับความสะดวกสบายของการช้อปปิ้งได้ทุกวัน ที่ Fitflop Flagship Store ชั้น 2 ศูนย์การค้า CentralwOrld