ชิมสเต๊กเนื้อนุ่มสูตรเชฟโจ้ แห่งรสดีเด็ด The Steak House

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678742

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 09:05 น.ชิมสเต๊กเนื้อนุ่มสูตรเชฟโจ้ แห่งรสดีเด็ด The Steak House

เปิดสูตรลับความอร่อย สเต๊กเนื้อนุ่ม สูตรเชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร แห่ง รสดีเด็ด The Steak House

“สามย่าน” เพียงได้ยินชื่อก็ชวนให้น้ำลายสอ เพราะเป็นย่านชุมชนเก่าแก่แหล่งรวมของกินมากมายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ “รสดีเด็ด The Steak House” เป็นอีกร้านดังตั้งอยู่ไม่ไกลจากสามย่านที่ครองใจเหล่าสายเนื้อเลิฟเวอร์ ซึ่งเป็นร้านของเฮียนพ – สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล เจ้าของร้านเดียวกับก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสดีเด็ด เลื่องชื่อเรื่องคุณภาพการคัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียม ผสานกับฝีมือการปรุงของเชฟระดับโรงแรม 5 ดาว อย่าง   เชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร จึงทำให้ รสดีเด็ด The Steak House มีลูกค้าแวะเวียนมาลิ้มลองความอร่อยของเนื้อสเต๊กพรีเมียม เรียกว่า ฟินทุกคำ อร่อยโดนใจ แม้จะเป็นโควิด-19 ความฮอตก็ไม่มีตกเพราะมีบริการเดลิเวอรี พร้อมเมนูเซตกว่า 20 เมนูเลยทีเดียว และยังแว่วว่า เฮียนพ – สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล มีโปรเจกต์พิเศษเปิดคอร์สสอนทำสเต๊กพรีเมียม โดยให้ เชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร เป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์และสูตรเด็ดเคล็ดลับสเต๊กพรีเมียมสไตล์เชฟโรงแรม 5 ดาว

เฮียนพ – สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล เผยว่า เราคัดสรรแหล่งวัตถุดิบชั้นดีส่งตรงจากเกษตรกรไทย เพราะเชื่อในศักยภาพของเกษตรกรไทยว่าสามารถพัฒนาไปถึงจุดที่เป็นครัวโลกได้ และเป็นโอกาสที่จะผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่ยอมรับของต่างชาติ เราจึงทำงานร่วมกันเป็นสามเหลี่ยมเกิดเป็นระบบทางการค้าที่เป็นธรรมตลอดห่วงโซ่การผลิตโคเนื้อ ทำงานร่วมกับ Farm Contact อย่าง Smile Beef ที่ทำงานกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคโดยตรง และมีนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงเนื้อวัวให้คำแนะนำเรื่องสายพันธุ์ ร่วมกันพัฒนาคุณภาพเนื้อโคขุนของไทย ทำงานจาก Table To Farm คือ นำเสียงตอบรับจากลูกค้าไปสู่นักวิจัย และ Smile Beef เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ การเลี้ยง จนนำไปสู่เนื้อโคขุนที่ตลาดต้องการ เน้นเนื้อนุ่ม มันน้อย เรียกว่า ร้านได้ เนื้อคุณภาพดี ลูกค้าก็พึงพอใจ เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

“รสดีเด็ด The Steak House” ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 4 ใครขับรถมาสามารถจอดได้ที่ด้านหลังร้าน เข้าทางซอยจุฬา 36 หรือ MRT สถานีสามย่าน เดินประมาณ 5 นาที บรรยากาศภายในร้านตกแต่งสไตล์วินเทจกึ่งลอฟท์ เมื่อเดินเข้าไปสะดุดตากับเนื้อเรียงรายหลากหลายชนิดอยู่ในตู้บ่มเนื้อทั้งแบบปกติและแบบ Dry-Aged มองลึกเข้าไปในร้านจะเห็นห้องครัว ซึ่งทางร้านเลือกทำครัวเปิดทำให้มองเห็นมูฟเม้นต์และเทคนิคการทำอาหารต่างๆ ของเชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร หัวหน้าเชฟประจำร้าน ที่มีรางวัล แชมป์โรงแรม 5 ดาว 3 เวที การันตีรสมือ

สำหรับเมนูแนะนำที่ต้องลองสักครั้ง “Ribeye Steak 30 Days Dry Aged” สเต๊กเนื้อริบอายดรายเอจ หรือ “Strip Loin Steak” เนื้อสตริปลอยน์ เนื้อนุ่ม ฉ่ำ มีมันแทรกเล็กน้อย ทานคู่กับผักย่างอร่อยเหาะอย่าบอกใคร ส่วนซอสราดสเต๊กของร้านรสเด็ดสมชื่อ มีให้เลือกถึง 4 ซอส 4 สไตล์ ได้แก่ ซอสไวน์แดงรสเข้มข้น ซอสพริกไทยรสจัดจ้าน ซอสเห็ดหอมรสกลมกล่อม และ ซอสแจ่วรสจัดจ้านเผ็ดสไตล์ไทยๆ ส่วนใครไม่ทานเนื้อที่นี่ก็มีเมนู สเต็กหมูคุโรบูตะสเต็ก สเต็กปลาแซลมอน และ สเต๊กปลากระพง ชิ้นโต ย่างพอดี หนังกรอบ เนื้อชุ่มฉ่ำไม่กระด้าง

นอกจากเมนูสเต๊กแล้วยังขึ้นชื่อเรื่องพาสต้า เพราะที่ร้านทำพาสต้าเส้นสดเองจึงทำให้เส้นพาสต้ามีความหนึบ นำมารังสรรค์เป็นเมนู พาสต้าพริกแห้งผัดเบคอน พาสต้าคาโบนาร่า หรือ พาสต้าโบโลเนส ก็โดนใจจนต้องขอเพิ่มอีกจาน

ปิดท้ายความอร่อยกับ เชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร เชฟประจำร้าน รสดีเด็ด The Steak House การันตีรสมือด้วยดีกรีแชมป์โรงแรม 5 ดาว 3 เวที เล่าถึงโปรเจกต์พิเศษเปิดหลักสูตรสอนทำสเต๊กว่า รู้สึกเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้แชร์ประสบการณ์การทำงานเป็นเชฟกว่า 10 ปี โดยจะสอนตั้งแต่ การทำน้ำสต๊อก ซอสต่างๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดทำสเต๊กในระดับพรีเมียม พร้อมสอนเทคนิคในการย่างให้ได้ความสุกของเนื้อสเต๊กในระดับต่างๆ ได้แก่ Rare, Medium rare, Medium, Medium well และ Well นอกจากนี้มีสอนทำพาสต้าเส้นสด ซอสพาสต้าอย่างละเอียดครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การนวดแป้ง ยืดเส้น วิธีการเก็บ และการจัดจาน รวมๆ แล้วกว่า 15 เมนู เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปต่อยอด ประกอบอาชีพได้จริง

ไปลองลิ้มรสความนุ่มฉ่ำของสเต๊กเนื้อโคขุนของไทยกันได้ที่ รสดีเด็ด The Steak House  ถนนพระราม 4 และสมัครเรียนหลักสูตร สเต็กพรีเมียม ได้ที่ โทร 08-2993-9097 ,  08-2993-9105

พายซับ เล่นเซิร์ฟ เที่ยวพังงาตามวิถี New Normal ในงาน Bangsak Beach Festival 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678733

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 08:05 น.พายซับ เล่นเซิร์ฟ เที่ยวพังงาตามวิถี New Normal ในงาน Bangsak Beach Festival 2022

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวชวนร่วมกิจกรรมดีๆ ฟรีตลอดงาน!! ณ ชายหาดบางสัก จ.พังงา ในงาน “Bangsak Beach Festival 2022” กระตุ้นการท่องเที่ยวคึกคักไปกับกิจกรรมพายซับ เล่นเซิร์ฟ จัดเต็มกับความบันเทิงแนวสร้างสรรค์ พร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินดัง ภายใต้มาตรการคุมเข้มตามวิถี New Normal ตั้งแต่ 25-27 มี.ค.นี้

ชวนลงใต้สัมผัสกลิ่นอายทะเลและแสงสีริมชายหาด พร้อมสนุกสนานกับหลากหลายกิจกรรมในงาน Bangsak Beach Festival 2022 โดยจังหวัดพังงา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนและพันธมิตร จัดงานขึ้นในวันที่ 25-27 มีนาคม 2565 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริมหาดบางสัก ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ดึงคนไทยและชาวต่างชาติเที่ยวจังหวัดพังงาและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก สร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน กระจายรายได้สู่ชุมชน ด้วยการจัดกิจกรรมตามมาตรการความปลอดภัย คุมเข้ม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า ด้วยพื้นที่ชายหาดบางสัก มีวิวที่สวยของทิวสนทะเล ให้ความร่มรื่นตลอดหาด ทรายละเอียด น้ำทะเลใสสีคราม มีความสวยงามทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้และได้ประสบการณ์ผ่านทางสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน อาหาร และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น จนเป็นที่ขนานนามว่า “Angel of the Andaman Sea” ตลอดทั้งริมหาด อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ยังถูกเรียกว่าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรกรรมยั่งยืน สังคมแห่งการเรียนรู้ สู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองแห่งความสุขอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการท่องเที่ยว จึงกำหนดจัดงาน “Bangsak Beach Festival 2022 Seafood and Chill on the Beach”

ภายในงานมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ฟินและฟันส์กันมากมาย อาทิ กิจกรรมไฟประดับและจุดถ่ายรูป (Fantastic Sea Photo Spot), กิจกรรม D.I.Y ประดิษฐ์ของที่ระลึกจากวัสดุเหลือใช้ (Zero Waste Gift), กิจกรรมเรียนรู้ พายซับบอร์ด และเสิร์ฟสเกต (Sea Sup & Surf Skate Training), กิจกรรมจำหน่ายอาหารทะเลสด ๆ จากกลุ่มประมงพื้นบ้าน (The Beach Seafood & Grill), กิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมและดนตรีร่วมสมัย (Music & Show), กิจกรรมท่องเที่ยวกินชิล สินค้าชุมชน จากผู้ประกอบการ จำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม (Chic & Chill Market on the Beach), กิจกรรมขบวนรถ รถฟู้ดทรัค (Food Truck Caravan), การแสดงดนตรีจากศิลปินดัง (Free Concert) ได้แก่ “อะตอม ชนกันต์”, และจากศิลปิน “Yes’sir Days” นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมการแจกของรางวัลต่าง ๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ

ในการจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีส่วนสำคัญในการประชาสัมพันธ์การจัดงาน สร้างการรับรู้และสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวตามวิถี New Normal และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้การบริหารการจัดการงานให้เป็นไปตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) โดยมีการจัดมาตรการการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง ตรวจหลักฐานก่อนเข้าร่วมงาน ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี Antigen Test Kit (ATK ) หรือ วิธี RT-PCR ซึ่งต้องมีผลไม่พบเชื้อในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ก่อนเข้าร่วมภายในงาน หรือผู้เข้าร่วมงาน จะต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ รายการผู้ผลิตและรายนามวัคซีนโควิด-19 ที่องค์การอนามัยโลก หรือกระทรวงสาธารณสุขกำหนดยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ดังนี้ Sinovac ครบ 2 โดส, AstraZeneca/Oxford ครบ 2 โดส, SK BIOSCIENCE AstraZeneca/Oxford ครบ 2 โดส, Pfizer/BioNTech ครบ 2 โดส, Serum Institute of India ครบ 2 โดส, Janssen Pharmaceutical Companies of Johnson&Johnson ครบ 1 โดส, หรือ Moderna ครบ 2 โดส ซึ่งจะต้องสามารถตรวจสอบได้ ผ่านแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม หรือมีเอกสารรับรองติดตัวก่อนเข้าร่วมงาน ออกให้โดย หน่วยงานของรัฐของประเทศ/พื้นที่ต้นทางที่ราชการกำหนด

อย่าลืมมาเที่ยว! ร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ฟรีตลอดทั้งงาน ดูข้อมูลข่าวสารจังหวัดพังงา ได้ที่ http://www.phangnga.go.th/index.php/th/ สอบถามข้อมูลกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Facebook : Bangsak Beach Festival 2022

นวัตกรรมเอไอ ช่วยตรวจมะเร็งปากมดลูกรู้ผลไวใน 1 วินาที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/678740

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 08:52 น.นวัตกรรมเอไอ ช่วยตรวจมะเร็งปากมดลูกรู้ผลไวใน 1 วินาที

แพทย์ สจล.แนะหญิงไทยหมั่นคัดกรองมะเร็งปากมดลูก พบผู้ป่วยสูง 6,000 รายต่อปี ชูนวัตกรรมเอไอ ตรวจมะเร็งปากมดลูกรู้ผลไวใน 1 วินาที โดยวิศวกรชีวการแพทย์

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (KMC Hospital) และผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีแพทย์ แนะนำหญิงไทยเข้าตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แม้เคยได้รับวัคซีน HPV เนื่องจากวัคซีนดังกล่าวสามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้เพียงบางสายพันธุ์เท่านั้น ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์จึงมีโอกาสป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกจากไวรัส HPV สายพันธุ์อื่นได้เช่นกัน โดยที่ผ่านมาพบผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกกว่า 6,000 คนต่อปี เพื่อให้การตรวจมะเร็งปากมดลูกได้ผลรวดเร็วขึ้นและมีเครื่องมือโดยคนไทย นักวิจัย สจล.จึงได้คิดค้นต้นแบบนวัตกรรม “AI ตรวจมะเร็งปากมดลูก” เพื่อใช้วินิจฉัยโรคมะเร็งปากมดลูกได้รวดเร็วและแม่นยำใน 1 วินาที โดยในอนาคตเตรียมนำไปศึกษาวิจัยกับผู้ป่วยจริง เพื่อวินิจฉัยรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกเป็นลำดับต่อไป

รศ. นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ สจล. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (KMC Hospital) และผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีแพทย์ เผยว่า โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นภัยมะเร็งที่คุกคามหญิงไทยสูงมากเป็นอันดับที่ 2 โดยพบผู้ป่วยรายใหม่สูงกว่า 6,000 คนต่อปี โดยมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยถึง 14 รายต่อวัน ซึ่งสาเหตุกว่าร้อยละ 99 เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ที่สัมผัสทางเพศสัมพันธ์ โดยเชื้อไวรัสจะเข้าไปทำให้เนื้อเยื่อปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นรอยโรคเนื้อเยื่อปากมดลูกผิดปกติที่เรียกว่ารอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง และกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รับเชื้อจนเป็นมะเร็งใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรใส่ใจป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัส HPV และเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละครั้งติดต่อกันสามปี หากไม่พบเชื้อไวรัส HPV สามารถเว้นระยะได้อีก 2 ปี เนื่องจากเชื้อ HPV จะใช้เวลา 5 ปี ก่อนเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก

“อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV แต่วัคซีนดังกล่าวสามารถป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์ 16 และ 18 เท่านั้น ยังมีโอกาสที่ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์สามารถป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์อื่น ๆ ได้อีกเช่นกัน ดังนั้นถึงแม้จะฉีดวัคซีนแล้วแต่การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกก็ยังมีความจำเป็น เพราะการพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งได้จะช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคและจำนวนผู้ป่วยลงตามลำดับ”

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีด้วยกัน 3 วิธี ได้แก่

1.วิธีการเปปสเมียร์หรือการป้ายเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

2.การตรวจหาเชื้อ HPV

3. การใช้น้ำส้มสายชูเจือจาง 3-5% ป้ายบนปากมดลูกนาน 1 นาที แล้วสังเกตดูการเปลี่ยนแปลงของสีเยื่อบุปากมดลูกด้วยตาเปล่า

หากพบความผิดปกติก็จะเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยโดยใช้กล้องคอลโปสโคปส่องหาความพบความผิดปกติบริเวณปากมดลูก  โดยแพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจเพิ่มเติม หากในอนาคตนักวิจัยไทยสามารถพัฒนากล้องตรวจหามะเร็งปากมดลูกร่วมกับการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเอไอที่ใช้ได้ผลจริงและมีความแม่นยำสูงก็จะช่วยให้แพทย์ทำการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้นช่วยทดแทนการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ราคาสูงจากต่างประเทศได้ สจล. จึงได้สนับสนุนการวิจัยนวัตกรรม AI ตรวจมะเร็งปากมดลูกอัตโนมัติ เพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งปากมดลูก ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการใช้วินิจฉัยจากภาพ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และนำมาศึกษาวิจัยในผู้ป่วยต่อไป รวมทั้งเตรียมขยายการศึกษาวิจัยเพื่อวินิจฉัยรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกอนาคต ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์และวิศวกรรมเข้าด้วยกันเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อสังคม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ซึ่ง สจล. ได้ส่งเสริมมาโดยตลอด จนได้รับการจัดอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยไทยที่มีความโดดเด่นด้านงานวิจัย (Research) โดย Times Higher Education World University Rankings 2021 (Asia- Pacific) จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วเอเชีย รศ. นพ.ประเสริฐ กล่าว

ดร.วิบูลย์ ปิยวัฒนเมธา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. นักวิจัยเจ้าของผลงาน กล่าวเสริมว่างานวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย ในวงเงินกว่าหนึ่งล้านบาท โดยทางทีมวิจัยได้พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมหรือดีกว่าการนำเข้าอุปกรณ์ต่างประเทศ โดยฝีมือของนักวิจัยไทยเพื่อช่วยผู้หญิงไทยทราบผลการตรวจมะเร็งและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้รวดเร็วขึ้นเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้

นวัตกรรม AI ตรวจมะเร็งปากมดลูก ที่ทางทีมวิจัยได้สร้างขึ้นมีจุดเด่น 2 ประการ ได้แก่ 1. มีกล้องคุณภาพสูงจำนวน 2 ตัวทำหน้าที่เก็บภาพปากมดลูกโดยละเอียดและแสดงผลออกมาเป็นภาพสามมิติซึ่งแตกต่างจากกล้องคอลโปสโคปโดยทั่วไปที่ให้ภาพแบบสองมิติ 2.มีเทคโนโลยีเอไอติดตั้งภายในตัวกล้องทำให้สามารถจำแนกภาพเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกได้อย่างรวดเร็ว 3. สามารถส่งผลการตรวจภาพบริเวณที่มีความผิดปกติของปากมดลูกพร้อมกับร้อยละของโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้พร้อมกันอย่างรวดเร็วใน 1 ในหนึ่งวินาที

ผลการทดลองโดยใช้ภาพถ่ายจากภาพฐานข้อมูลมะเร็งปากมดลูกขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยค่าความถูกต้อง (Accuracy) อยู่ที่ร้อยละ 85 และค่าความไว (Sensitivity) อยู่ที่ร้อยละ 80  ในอนาคตอันใกล้จะเตรียมนำ AI ตรวจมะเร็งปากมดลูกอัตโนมัติ มาศึกษาความเป็นไปได้ และนำมาศึกษาวิจัยในผู้ป่วยต่อไปในโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร และโรงพยาบาลอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรในด้านการวิจัย เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงพยาบาลในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และโรงพยาบาลสิรินธร

“หน่ำเตียง” โฮมเมดสูตรลับ อร่อยจนต้องขอเบิ้ล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678378

วันที่ 19 มี.ค. 2565 เวลา 11:30 น.“หน่ำเตียง” โฮมเมดสูตรลับ อร่อยจนต้องขอเบิ้ล

“หน่ำเตียง” จากความอร่อยในครอบครัว สู่ครัวของคนกรุง @Thai Taste Hub Rangnam โฮมเมดสูตรลับ ดีที่ซุป อร่อยที่เส้น เมนูกินเล่นอย่างฟิน

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวครั้งนี้ พาไปที่หนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังซึ่งคับคั่งด้วยสินค้าแบรนด์ดังราคาคุ้มค่าใจกลางกรุงเทพ ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ พร้อมการนำเสนอเมนูโฮมเมดรสละมุนของตำนานบะหมี่ “หน่ำเตียง” ร้านบะหมี่และของทอด เจ้าของสโลแกน “อร่อยจนต้องขอเบิ้ล” 

คุณเมย์-อมรรัตน์ ชัยวรพร และ คุณมิ้ม-วรัฐินี สวนพุฒ เจ้าของร้านบอกกับเราถึงที่มาของร้านนี้ว่า “ร้านหน่ำเตียง เป็นชื่อของ ป๊าหน่ำ กับหม่าม้าเตียง เราใช้ชื่อของป๊ากับม๊าเพราะอาหารที่เราเสิร์ฟลูกค้าคืออาหารที่เราทำทานกันเองในบ้าน ทั้งยังเป็นเมนูโปรดของครอบครัวที่ทำทานแล้วอร่อยกันทั้งบ้านตั้งแต่อาม่าจนหลานๆ

จุดเด่นของร้าน คือการที่เราเน้นใช้วัตถุดิบสดใหม่จากทะเล เนื้อปลาอินทรีย์ เนื้อกุ้งทะเล เนื้อปู ไม่ผสมแป้ง ไม่สารเคมี ปราศจากวัตถุกันเสีย การันตีได้ เพราะเราเป็นต้นทางของวัตถุดิบเอง ไม่ผ่านมือพ่อค้าคนกลาง เราเน้นคุณภาพของเครื่องปรุง พิถีพิถันตั้งแต่การโขลกพริกแกงเอง  การเลือกคอหมูแท้ๆ การย่างคอหมูจากเตาถ่านธรรมชาติ และการปรุงน้ำจิ้มซีฟูดแบบตำ ปรุงด้วยน้ำมะนาวแท้ๆ แซ่บ กลมกล่อม ส่วนทีเด็ดของเราอย่าง เส้นบะหมี่ จะเน้นส่วนผสมของไข่มากกว่าแป้ง คลุกเคล้าด้วยน้ำซอสสูตรเฉพาะของบ้านเรา”

อร่อยจนต้องขอเบิ้ล

สำหรับร้านหน่ำเตียง จัดเสิร์ฟเมนูบะหมี่แห้งเส้นเล็กกรึบๆ เหนียวนุ่ม เน้นทานคู่กับคอหมูย่างเตาถ่านหอมๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับเม็ดเก๋ากี้จนหอมหวานได้ที่ หรือจะแนมกับก๊วนลูกชิ้นทะเลทอดที่มีให้เลือกตามความชอบของลูกค้า อาทิ ทอดมันปลาอินทรีย์ เนื้อปลาอินทรีย์ทอด เนื้อกุ้งทะเลทอด และฮอยแฮ่ (สูตรลับของอาม่า เป็นเนื้อกุ้งกับเนื้อปู) เสริมคาวอร่อยด้วยน้ำจิ้มสามอย่างที่รสชาติต่างกัน 

เมนูซิกเนเจอร์

บะหมี่หน่ำเตียง เต็มอิ่มแบบเครื่องแน่นๆ ทั้งเนื้อปูทะเล เนื้อกุ้งทะเลทอด เนื้อปลาอินทรีย์ทอด คอหมูย่างเตาถ่าน เกี๊ยวกุ้งลวก เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปกระดูกหมูเก๋ากี้ กับน้ำจิ้มซีฟู้ดพริกตำ อร่อยจนคำสุดท้าย

ทอดมันปลาอินทรีย์ ที่ใช้เนื้อปลาอินทรีย์แท้ 100% นวดจนเหนียว คลุกเคล้าด้วยพริกแกงแบบโฮมเมดเผ็ดกำลังดี มาพร้อมน้ำจิ้มโรยด้วยถั่วคั้วโฮมเมดหอมๆ จากที่ร้าน

นอกจากของทอดทานเล่นอร่อยจริงจังที่พร้อมทานแล้ว ยังมีขายแบบสดแพ็คถุงละ 500 กรัม ไม่ว่าจะเป็นทอดมันปลาอินทรีย์ เนื้อปลาอินทรีย์ทอด เนื้อกุ้งทะเลทอด และฮอยแฮ่ (เส้นละ 150 กรัม) สำหรับทำทานเองแบบครอบครัว สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย เช่น แกงเขียวหวานเนื้อปลาอินทรีย์ เนื้อปลาอินทรีย์ผัดพริกเหลืองกับถั่ว กุ้งกระเบื้อง เกี๊ยวกุ้งทอด ผัดผักโสภณลูกชิ้นกุ้ง สุกี้ลูกชิ้นกุ้งลูกชิ้นปลา

อยากลิ้มลองความอร่อยแบบฉบับโฮมเมดสูตรลับ ดีที่ซุป อร่อยที่เส้น เมนูกินเล่นอย่างฟิน ตามไปกันได้ที่ร้านหน่ำเตียง ตั้งอยู่ในศูนย์อาหาร Thai Taste Hub อาคารคิง พาวเวอร์ สาขารางน้ำ ชั้น 3 หรือจะสั่ง Delivery เพียงเข้า Thai Taste Hub Rangnam เลือกร้าน “หน่ำเตียง” หรือสั่งผ่าน Robinhood , Lineman และ GrabFood

รายละเอียดเพิ่มเติม

“Cocoa XO” บาร์ลอยฟ้าสุดชิค จุดเช็คอินแฮงเอ้าท์ใหม่ของชาวไนท์ไลฟ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678517

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 17:23 น.“Cocoa XO” บาร์ลอยฟ้าสุดชิค จุดเช็คอินแฮงเอ้าท์ใหม่ของชาวไนท์ไลฟ์

กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่รุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันมีมนต์เสน่ห์เฉพาะตัว ไนท์ไลฟ์ยามค่ำคืนก็เช่นกันอบอวลไปด้วยสีสันความมีชีวิตชีวาไม่แพ้ที่ใดในโลก โดยเฉพาะแหล่งแฮงเอ้าท์สไตล์รูฟ ท็อป บนยอดตึกสูงชมวิวใจกลางเมืองแบบ 360 องศา ถือว่าได้รับความนิยมจากผู้พิสมัยการนั่งรับลมเย็นพร้อมจิบเครื่องดื่มซาบซ่าเคล้ารสชาติของจานอร่อยและเสียงเพลงชิลไม่น้อย

ทั้งหมดนี้รวมอยู่ที่ “Cocoa XO” บาร์สุดชิกบนชั้น 57 ระหว่างเรดสกายบาร์ และครูแชมเปญบาร์ ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โดย Centara Grand at Central world (โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์) ร่วมกับ Martell Cognac (มาร์แตล คอนยัค) ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นโดยชูคอนเซ็ปต์ Cognac and Chocolate sky high เอาใจกลุ่มคอกินดื่มที่ชื่นชอบคอนยัคระดับพรีเมี่ยม พร้อมเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ด้วยการนำช็อกโกแลตมาผสมผสานเพื่อให้มีรสชาติแปลกออกไป ซึ่งคุณสมบัติพื้นฐานของคอนยัคมีความร้อนแรงตรงข้ามกับช็อกโกแลตที่หวานเย็น เมื่อนำมาเข้าคู่กันจะช่วยลดระดับดีกรีความร้อนกลายเป็นความหวานละมุน ถือเป็นทางเลือกใหม่ๆ เพื่อชาวไนท์ไลฟ์นอกเหนือจากการจับคู่กับซิการ์

แรกสัมผัส Cocoa XO บรรยากาศและการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเน้นสีสันสนุกๆ พื้นที่ด้านหน้าโดดเด่นด้วยประติมากรรมแปลกตาตั้งตระหง่าน คุมโทนด้วยสีน้ำเงินมิดไนท์บลู และตกแต่งด้วยนกแอ่นสีทอง อันเป็นเอกลัษณ์ของแบรนด์ Martell Cognac ล้อมรอบด้วยบาร์บริการเครื่องดื่มรูปวงรี จัดโต๊ะและเก้าอี้ไว้หลวมๆ ทั้งแบบนั่งคู่และสำหรับมาเป็นหมู่ก๊วนเพื่อนๆ โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ “Chocolate Cave” ถ้ำช็อกโกแลตขนาดย่อมที่แรกและที่เดียวในเมืองไทยออกแบบขึ้นตามแนวคิด Cognac and Chocolate sky high ภายในบรรจุไอเท็มที่รังสรรค์จากช็อกโกแลตไว้มากมาย อาทิ Chocolate Pralines ช็อกโกแลตสอดไส้คอนยัค, Ganache เค้กช็อกโกแลตกลิ่นอายคอนยัคแสนละมุน, ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟหอมหวานเย็นชื่นใจ รวมถึง ฟองดูช็อกโกแลตผสมคอนยัค ที่ดิพด้วยผลไม้และเบคอนก็เพลินอร่อยลิ้นไม่แพ้กัน ถือเป็นกิมมิคน่าค้นหาไม่เหมือนใคร

กางเมนูสำรวจรายการเครื่องดื่มเพื่อเติมเต็มบรรยากาศชิลด์เอ้าท์ Cocoa XO แบบฟูลบาร์ โดยเฉพาะแก้วซิกเนเจอร์ที่เต็มไปด้วยสีสันและความซาบซ่า อย่างค็อกเทลที่มีส่วนผสมของคอนยัคมีให้เลือกดื่มด่ำครบครัน อาทิ A Plus Tard (อะ พลัส ทาร์ด) มีส่วนผสมของราสเบอร์รี่ลิเคียว และบิทเทอร์ลิเคียว ที่หอมละมุนจากสมุนไพรและเครื่องเทศ หรือจะเป็น Swift Fix (สวิฟท์ ฟิกซ์) สีโอรสอ่อนๆ ลงตัวด้วยส่วนผสมของลิเคียว, น้ำสับปะรด และโซดา ถ้าชอบความเปรี้ยวซาบซ่า ต้อง L’affection (เลอ เอฟเฟ็คชั่น) มีส่วนผสมของ Havana Club บ่ม 7 ปี, ลิเคียว, ออเรนจ์ คูราโซ, น้ำมะนาว และโซดา รวมถึงเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ Je T’Aime (เฌอแตม) ที่มีโลโก้สวยๆ ของแบรนด์อย่างนกแอ่นสีทองบนฟองนุ่มๆ ก็ซาบซ่าไม่น้อย เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเพิ่มลูกเล่นพิเศษอย่างการนำช็อกโกแลตมาผสมเป็นค็อกเทลซาบซ่าเคล้าความหวานละมุนท้าให้ลิ้มลอง เช่น More Than A Tea (มอร์ แดน อะ ที) ที่ผสมผสานด้วย Absolut Vodka, ลิเคียวรสส้ม, น้ำเชื่อมวานิลลา, ช็อกโกแลตขาว และมะม่วง หรือจะเป็น Cocoa XO (โคโค่ เอ็กซ์โอ) ที่มีส่วนผสมของ Absolut Vodka , Kahlua, ลิเคียวรสเฮเซลนัท, ครีมลิเคียวนุ่มๆ และช็อกโกแลต เป็นต้น นอกจากนั้นยังมี ม็อคเทลจิบเพลินใสๆ ในช่วงเวลาพิเศษกับเพื่อนๆ เช่น Take Off (เทค ออฟ) ผสมจากเสาวรส,น้ำเชื่อมราสเบอร์รี่ และโซดาควินิน หรือ See You Tomorrow (ซี ยู ทูมอร์โรว์) สดชื่นมีชีวิตชีวาด้วยน้ำกลิ่นกุหลาบ น้ำมะนาว และโซดาควินิน

ขณะที่รายการอาหารเน้นสแน็กหรือของกินเล่นแนวฟิวชั่นเบาๆ เคล้าเครื่องดื่มอารมณ์แฮงเอ้าท์ โดยนำวัตถุดิบพรีเมี่ยมมาเป็นส่วนประกอบ อาทิ เนื่อวัวญี่ปุ่น, ล็อบสเตอร์, ฟัวร์กราส์ หอยนางรม เป็นต้น และบางเมนูยังได้นำโกโก้มาเป็นส่วนผสมด้วย เช่น Crackling Pork Belly (แครกกลิ้ง พ็อก เบลลี่) หมูกรอบที่พิถีพิถันในการปรุงจนนอกนุ่มในพร้อมน้ำจิ้ม 3 สไตล์ มีซอสโชยุ น้ำจิ้มบ๊วย และมาสตาร์ด หรือจะเป็น Snow Fish Rolls (สโนว์ ฟิซ โรวส์) โรว์ไส้ปลาหิมะทอดกรอบเคี้ยวเพลิน ยังมี Sweet Potato Fries (สวิท โปเปโต้ ฟรายส์) มันฝรั่งทอดจิ้มซอส 2 แบบ หรือถ้าชอบเนื้อย่าง Hitachiwagyu Beef Skewer (ฮิตาชิวากิว บีฟ สคิวเออร์) ก็นุ่มละมุนลิ้นไม่เบา เป็นต้น พร้อมเติมเต็มบรรยากาศปาร์ตี้ให้อารมณ์สุนทรีย์ในช่วงหัวค่ำด้วยเสียงเพลงบีทเบาๆ จากดีเจ ก่อนจะเพิ่มบีทให้หนักขึ้นตามจังหวะการกินดื่มของชาวไนท์ไลฟ์ในค่ำคืนแสนพิเศษ

ร่วมสัมผัสบรรยากาศแฮงเอ้าท์ลอยฟ้าใจกลางเมือง “Cocoa XO” ชั้น 57 Centara Grand at CentralWorld เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.00 -24.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร. 02-100-6255

แซ่บติดใจ นัวติดลิ้น กิน ‘ยำเลย!’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678499

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 15:51 น.แซ่บติดใจ นัวติดลิ้น กิน ‘ยำเลย!’

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวเช็กอินร้านยำเปิดใหม่ เสิร์ฟความสดรสแซ่บ จัดจ้านย่านพระประแดง กับสโลแกน “แซ่บติดใจ นัวติดลิ้น กินยำเลย!”

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ยำกุ้งสดไหลบัว (89 บาท)

หากเอ่ยถึงความแซ่บความนัว ที่มีในลิสต์ชัวร์ๆ ต้องเมนู “ยำ” เทรนด์ความแซ่บถึงใจที่คนรุ่นใหม่กดไลค์ให้เป็นพิเศษ ด้วยความจัดจ้านถึงใจและตัวเลือกของวัตถุดิบที่มีให้เลือกฟินกินแบบไม่เอ้าท์ ตอบโจทย์ทั้งสายเบิร์น สายแซ่บ และสายเฮลทตี้ที่ให้ความอร่อยได้แบบไม่ค่อยรู้สึกผิด จึงกลายเป็นกระแสแชร์ในโลกโซเชียล เกิดเป็นธุรกิจที่น่าจับตา และสร้างความสำเร็จให้กับใครหลายคน

หนึ่งในสาวสวยรักสุขภาพที่ชื่นชอบในรสชาติเฉพาะของยำอย่าง คุณดาว-ทัดดาว จันทะรี จึงเกิดไอเดียเปิดร้านยำนำเสนอความนัวในรูปแบบที่ตัวเองชอบ โดยใช้ชื่อ “ยำเลย!” จากคำพูดติดปากของอาม่าผู้เป็นที่รักที่มักจะบอกให้แม่บ้านปรุงยำรสเด็ดให้ลูกๆ หลานๆ ได้ทานกัน หลังจากที่เตรียมวัตถุดิบไว้พร้อมแล้วช่วงที่รอทุกคนกลับมาถึงบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าสูตรของน้ำยำ กรรมวิธี และการคัดสรรวัตถุดิบที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบจะต้องใช้ความพิถีพิถันดุจที่ทำให้คนในบ้านทาน

ซึ่งทุกขั้นตอนต้องผ่านมือคุณดาว ทั้งการคัดเลือกวัตถุดิบที่สด ใหม่ สะอาด ผ่านเทคนิคการล้างที่ทำให้ไร้ความคาว ตลอดจนการเทรนด์วิธียำให้อร่อยแบบต้นฉบับ สำหรับหัวใจของร้านนี้ คือน้ำยำรสเด็ดซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ไม่ว่าใครยำก็อร่อย ทีเด็ดต่อไปยกให้น้ำปลาร้า ตัวช่วยอัพเลเวลความนัวของรสชาติยำ และความพิเศษอีกหนึ่งอย่างคือนอกจากทางร้านจะมีเมนูหน้าร้านให้เลือกเยอะแล้ว ลูกค้ายังสามารถเลือกคัสตอมของโปรดเพื่อตอบโจทย์ความอร่อยในแบบที่ตัวเองชอบได้เลย อีกทั้งยังระบุระดับความเผ็ดน้อย ปานกลาง หรือจะสั่งเป็นแบบเผ็ดมากทางร้านก็จัดให้ได้ ส่วนคนที่ไม่ทานปลาร้าก็ระบุในออเดอร์เซย์โนปลาร้าได้เช่นกัน ส่วนทางด้านราคา ร้านนี้เปิดไว้แบบไม่แรง เริ่มต้นเพียง 49 บาท พร้อมยำสดใหม่ให้จานต่อจาน ทั้งแบบใส่กล่องทานทันที และแบบเดลิเวอรี่ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ

เมนูแนะนำ อาทิ

ยำกุ้งสดไหลบัว (89 บาท)
ยำกุ้งสดไหลบัว (89 บาท)
ยำกุ้งสดไหลบัว (89 บาท)
ยำแสบแซลมอน (99 บาท)
ยำแสบแซลมอน (99 บาท)
ยำปูม้า (89 บาท)
ยำปูม้า (89 บาท)
ยำกุ้งสด (89 บาท)
ยำกุ้งสด (89 บาท)

อยากรู้ว่ายำเลย! จะรสแซ่บติดใจ นัวติดลิ้น ขนาดไหนไปกันได้ที่หน้าร้าน ชั้น 1 บิ๊กซี สาขาสุขสวัสดิ์ (พระประแดง) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. สอบถามโทร. 097-169-9562 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก ยำเลย

สั่งเดลิเวอรี่ผ่าน ไลน์แมน คลิ๊ก https://wongn.ai/hveci

โรบินฮู้ด คลิ๊ก https://static.robinhood.in.th/app_link.html?URI=robinhoodth://merchantlanding/id/209055

HermesFit พร้อมมอบประสบการณ์ระดับโลกสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 17:40 น.HermesFit พร้อมมอบประสบการณ์ระดับโลกสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์

เตรียมสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกในงาน HermesFit ครั้งแรกในไทย เนรมิตพื้นที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์กว่า 4,000 ตร.ม. ให้เป็น Interactive Sports Universe ที่ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแลนด์มาร์คระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ

Hermès เตรียมมอบประสบการณ์ระดับโลกสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย กับงาน HermèsFit ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแลนด์มาร์คระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ โดย Hermès ชวนทุกคนมาร่วมฟิตร่างกายไปด้วยกัน ณ ยิมที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ บริเวณหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์แบบเต็มพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร (ลานสแควร์ B&C) ระหว่างวันที่ 18 – 27 มีนาคม 2565 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง hermes.com โดยเซ็นทรัลเวิลด์ ถือเป็นศูนย์การค้าแห่งเดียวของไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานระดับโลกอย่าง HermèsFit ในครั้งนี้ ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์สนุกๆ Fitness with Style ที่ HermèsFit ตามเวลาที่ต้องการ หรือสำรองที่เพื่อเข้าร่วมคลาสในยิม และฝึกกับเทรนเนอร์ตามเวลาที่นัดหมาย

HermèsFit เตรียมนำเสนอประสบการณ์ใหม่แบบ Interactive Sports ด้วยกิจกรรม Fitness with Style และความสนุกท้าทายจาก Hermès Accessories ที่ผสมผสานความสง่างามในการออกกำลังกายเข้ากับความสนุกสนานของฟิตเนสได้อย่างลงตัว อาทิ คลาส Carré Yoga โยคะด้วยผ้าพันคอที่จะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุลด้วยท่าโยคะที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอของ Hermès, คลาส Belt Stretching ยืดเส้นด้วยเข็มขัด โดยเลือกเข็มขัดเส้นที่ใช่มาช่วยยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และฝึกลมหายใจ, คลาส Kickboxing with Bracelets ต่อยมวยแบบมีสไตล์ด้วยกำไลข้อมือ, คลาส Hat Balance Challenge ที่จะช่วยฝึกสมดุลร่างกายระหว่างสวมหมวก และคลาส Small Leather Goods Workout จะเป็นคลาสที่ใช้เครื่องหนังชิ้นเล็กที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายด้วยความสง่างาม แข็งแรง และยืดหยุ่น โดยเหล่าโค้ชที่แต่งกายอย่างสดใสในชุดสีส้ม จะเตรียมพร้อมให้คำแนะนำ ตลอดช่วงเวลาการออกกำลังกายที่คุณเลือก ซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสและคุ้นเคยกับงานฝีมือของ Hermès ได้อย่างคาดไม่ถึง

ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จะถูกเนรมิตให้สวยงามและได้รับการตกแต่งอย่างมีชีวิตชีวาด้วยสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hermès และผนังตกแต่งลวดลายกราฟิกต่างๆ พื้นที่สีสันสดใส ประกอบไปด้วยห้องสำหรับคลาสออกกำลังกายตามตารางเวลา มีผนังอุปกรณ์ยกน้ำหนักอันครบครัน ทั้งบาร์เบลและเคตเทิลเบลของ Hermès อีกทั้งพื้นที่สำหรับฝึกร่างกายแบบ Callisthenics อันได้แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอของ Hermès เวทีมวยและผนังปีนผาจำลอง ที่เป็นบูธถ่ายภาพด้วยในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีบาร์น้ำผลไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย

พบไฮไลท์พิเศษในช่วงเย็นบริเวณเวทีมวยที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่จะถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีดนตรีสำหรับการแสดงต่างๆ โดยจะมีบูทดีเจและคอนเสิร์ตดนตรีสดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และบริเวณใกล้เคียงถูกตกแต่งด้วยกระสอบทรายลายพิมพ์ผ้าพันคอซิลค์ของ Hermès นอกจากนี้ยังมีโต๊ะปิงปองทรงกลม พร้อมไม้ปิงปองพิมพ์ลายผ้าพันคอซิลค์ ให้ผู้ชมงานมาถ่ายรูปเพื่อเก็บช่วงเวลาอันน่าจดจำของ #HERMESFIT ไว้

HermèsFit เป็นงานอีเวนต์ที่เวียนไปจัดต่อเนื่องกันหลากหลายที่ทั่วโลก อาทิ โตเกียว, นิวยอร์ค ปารีส และอื่นๆ โดยได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่เพื่อแบ่งปันเจตนารมณ์ที่ดีให้กับแฟนๆ ทั่วโลก ด้วยความมีเอกลักษณ์และชีวิตชีวาของ HermèsFit วิถีใหม่ของการออกกำลังกาย มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ Fitness with Style ได้ที่ HermèsFit แบบไม่มีค่าใช่จ่าย ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 18 – 27 มีนาคม 2565 เวลา 10:30 – 19:30 น. เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง hermes.com หรือสำรองที่เพื่อเข้าร่วมคลาสในยิม และฝึกกับเทรนเนอร์ตามเวลาที่นัดหมาย ให้คุณได้สัมผัสและทำความคุ้นเคยกับงานฝีมือของ Hermès ได้อย่างคาดไม่ถึง

คุยกับ โบว์-จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์ พร้อมฟังข้อแนะนำเทรนด์การเลือกการลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678419

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 14:12 น.คุยกับ โบว์-จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์ พร้อมฟังข้อแนะนำเทรนด์การเลือกการลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่

“เสี่ยง” เพื่อ “อิสรภาพ” กับหลักคิด “สาวนักบริหารการเงิน” ในช่วงเวลาที่ความเสี่ยงมารอบทิศทาง

ว่ากันว่า “นักลงทุน” กับ “ความเสี่ยง” เป็นของคู่กัน แต่เสี่ยงอย่างไรให้คุ้มค่าและไปถึงเป้าหมายคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ยิ่งในยุคปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง ความเปราะบางเศรษฐกิจมีมาก ไม่มีอะไรที่แน่นอนขณะที่ทุกคนต้องการความชัวร์ เพราะในบั้นปลายชีวิตต้องการเป็นอิสระและมั่งคั่งด้วยหากเป็นไปได้!!!

จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์

ดังนั้น อาชีพ “นักวางแผนการเงิน” ในวันนี้ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพเนื้อหอมที่ใคร ๆ ก็ต้องการเก็บไว้เป็นที่ปรึกษาข้างตัว วันนี้เราได้มีโอกาสคุยกับ คุณโบว์-จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์ นักวางแผนการเงิน CFP Senior Financial Consultant หญิงสาวเจ้าของบริษัท Money Adwise (Wealth Management) ที่บริหารการเงินการลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยง

ตอนเลือกเรียนด้านการเงิน เลือกเพราะ ชอบเรียนเลข เพราะเลขมันมีที่มาที่ไปชัดเจน มีหลักการคำนวณรองรับ ถ้าเข้าใจกฎเกณฑ์ของมันก็จะแก้โจทย์ หรือปัญหาต่าง ๆ ได้ พอได้เรียนจริงๆ ก็รู้เลยว่าเรื่องการเงินสำคัญต่อชีวิตทุกคน ช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ รวมทั้งล้มเหลวได้ถ้าละเลย ก็เลยหันมาศึกษามากขึ้นเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน จนได้คุณวุฒิ นักวางแผนการเงิน CFP® ได้ทำงานให้คำปรึกษามาเรื่อย ๆ พบว่าการบริหารภาษีจะช่วยให้ลูกค้าเหลือเงินไปลงทุนเยอะขึ้น และมีแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพขึ้น จึงตัดสินใจเรียนต่อ Mini-MBA ด้านภาษี ทำให้เข้าใจกฎเกณฑ์ รายละเอียด สิทธิต่างๆ ที่มีที่จะทำให้บริหารภาษีได้ดี และถูกต้องตามกฎหมาย

เราเรียนทางด้านนี้มา การได้ใบอนุญาตด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะด้านการวางแผนการลงทุน หรือด้านประกันจึงไม่ได้รู้สึกยากนัก ส่วนการสอบที่ท้าทายที่สุด คงหนีไม่พ้น การสอบจนได้คุณวุฒิวิชาชีพ นักวางแผนการเงิน CFP เพราะต้องสอบหลาย Module ครอบคลุมทั้งด้านการลงทุน ด้านการบริหารความเสี่ยง  

การวางแผนเกษียณ การวางแผนภาษี และมรดก โดยที่การสอบ Module สุดท้ายเป็นการทำแผนการเงินที่ต้องสามารถเชื่อมโยงแต่ละแผนเข้าด้วยกันได้ด้วย การที่เรามีประสบการณ์ทำแผนการเงินองค์รวมมาอย่างต่อเนื่อง เจอผู้รับคำปรึกษาหลากหลายรูปแบบ ทำให้ผ่านการสอบมาได้โดยไม่เครียดจนเกินไป นอกจากนั้นความรู้ที่ได้จากการเรียนก็ช่วยให้เราดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดี

“เกษียณสุข” ต้องเป็นไปได้

ตอนเริ่มทำงานแรก ได้เรียนรู้ว่าต้องมีการตัดสินใจเรื่องเงินตลอดเวลา บริหารเงินเดือนอย่างไร งบสำหรับชุดทำงาน อุปกรณ์ทำงาน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ซื้อของได้แค่ไหน ไปเที่ยวใช้งบเท่าไหร่ แล้วเหลือเงินเก็บไหม แล้วเงินเก็บตรงนี้เพียงพอไหมสำหรับอนาคต แล้วถ้าจะเปลี่ยนงาน จะซื้อรถ จะซื้อบ้าน จะแต่งงาน จะมีลูก จะมีสัตว์เลี้ยง จะเปิดธุรกิจ จะเกษียณ ฯลฯ ถ้าไม่วางแผนให้ดี ปล่อยไปเรื่อย ๆ อาจจะมีเงินไม่พอเวลามีปัญหา หรือไม่ก็เงินไม่พอตอนเกษียณ

เราได้ยินและเห็นคนรอบตัวที่ตัดสินใจพลาดบ้าง โดนหลอกบ้าง เจอวิกฤตบ้าง เกษียณไม่ได้บ้าง เลือกเครื่องมือทางการเงินไม่เหมาะแล้วมีปัญหาบ้าง เช่น ต้องการใช้เงินในระยะ 1-2 ปี แต่ไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง 100% ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเกินสิทธิ เลือกประกันผิดประเภท เราจึงต้องการให้คนรอบตัว มีการวางแผนการเงินที่ดี มีความรู้ความเข้าใจ ไม่เป็นภาระคนอื่น และผ่านวิกฤตในชีวิตไปได้ สามารถเกษียณได้จริงๆ

ชูบริการเป็น “คู่คิด” ในทุกช่วงชีวิต

เราเรียกว่า One-stop holistic planning ให้คำปรึกษาครอบคลุมทุกช่วงวัยของชีวิตจริงๆ เนื่องจากแต่ก่อนจะมีปัญหาปรึกษาเรื่องการลงทุนกับสถาบันการเงินแห่งนี้แล้ว วันหนึ่งคนนั้นย้ายออกไป กลายเป็นต้องมานั่งอธิบายใหม่ ขณะมีบางอย่างที่ไม่สามารถมองหรือทำความเข้าใจได้ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้นักลงทุนสูญเสียโอกาสไป ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตเลยก็ได้ จึงเป็นที่มาของการเปิดบริษัทฯ และใช้บริการรูปแบบนี้เป็นจุดขาย คอยให้คำปรึกษาทางการเงินแบบเฉพาะทาง เคียงคู่ทุกเหตุการณ์ ซึ่งตลอดการทำงาน มีเคสที่ประทับใจหลายเคสมาก

ถ้าให้ยกตัวอย่างเคสนึง จะนึกถึงเคสบ้านคุณหมอบ้านนึงค่ะ สาเหตุที่ประทับใจ เพราะบ้านนี้ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินทุกคน แล้วเนื่องจากอยู่คนละช่วงวัย แผนที่แต่ละคนให้ความสำคัญจึงไม่เหมือนกัน สำหรับคุณพ่อคุณแม่ เราดูแลทั้งเรื่องการลงทุน และการเตรียมส่งต่อทรัพย์สิน เราได้ช่วยทำทะเบียนทรัพย์สิน พูดคุยถึงการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินให้ลูกหลาน โดยที่ตอนเงินยังไม่ถูกส่งต่อก็ต้องเติบโตเป็นที่น่าพอใจ รวมไปถึงการช่วยร่างพินัยกรรม ซึ่งเรามองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ต้องทำไว้ให้ชัดเจน เผื่อวันหนึ่งที่ต้องใช้ ทุกอย่างจะได้เป็นไปตามที่ตั้งใจและได้วางแผนไว้เป็นอย่างดี สำหรับลูกทั้ง 2 คน เราดูแลตั้งแต่ทั้งคู่ยังโสด จนแต่งงาน จนตอนนี้คนหนึ่งมีลูกแล้ว แผนการเงินองค์รวมที่ทำไว้ให้ ช่วยให้เห็นว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร และแต่ละด้านขาดเหลืออะไรบ้าง และเครื่องมือต่างๆ ที่เราช่วยเลือกให้ก็มีหลากหลาย และยืดหยุ่นได้

พอเปลี่ยนสถานะจากโสดมามีครอบครัว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้าน เกี่ยวกับครอบครัวเพิ่มขึ้น วิถีชีวิตหลายอย่างเปลี่ยนไป แผนการเงินก็ต้องปรับตามไปด้วย ลูกอีกคนของคุณหมอเมื่อแต่งงานแล้วก็รีบนัดพูดคุยเพิ่มเติมว่าจะวางแผนการเงินอย่างไร โดยนำภรรยามาคุยพร้อม ๆ กันเลย แบบนี้คือตัวอย่างที่ดีมากๆ เมื่อทั้งคู่วางแผนการเงินร่วมกัน เห็นภาพเดียวกัน เข้าใจกัน ก็ช่วยกันเก็บเงินลงทุนตามเป้าหมาย แล้วก็ลดปัญหาการทะเลาะกันเรื่องเงินในครอบครัว สองคนนี้เราช่วยดูแลและให้คำแนะนำการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่วางแผนไว้อย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า ครอบครัวจะประสบความสำเร็จด้านการเงินได้ เมื่อคนในครอบครัวมองเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ วางแผน และสื่อสารกันให้ดีในครอบครัว

จุดแข็งของ Money Adwise (Wealth Management) ความมั่งคั่งที่มั่นคง

สำหรับความฝันนั้นใหญ่! เราต้องการให้คนไทยเข้าถึงการวางแผนการเงินแบบองค์รวมมากขึ้น ให้ได้รับบริการ และคำแนะนำทางการเงินที่เป็นกลาง ครอบคลุม จากคนที่มีความรู้และประสบการณ์ โดยลักษณะโดดเด่นของการแนะนำด้านการเงินของ Money Adwise (Wealth Management) ถ้าถามว่าคืออะไร ข้อแรกเราทำงานเป็นระบบ และมีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยเราเชื่อว่าขั้นตอนแบบนี้จะทำให้เราเข้าใจลูกค้าอย่างดีที่สุด ลูกค้าจะได้ประโยชน์ และเครื่องมือการเงินที่เหมาะสมกับแต่ละคนที่สุด เราให้คำแนะนำลูกค้าเสมือนว่าแผนของลูกค้าคือแผนของเราค่ะ เราจะคิดว่าถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ของลูกค้าในปัจจุบันนี้ ด้วยสิ่งที่เรารู้เราเข้าใจ เรามีทางเลือกอะไรบ้าง แล้วแต่ละทางเลือกมีข้อเด่น และข้อจำกัดอย่างไร อะไรเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เราให้คำแนะนำได้ทุกด้านที่เกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล มีคำถาม ข้อสงสัย ไม่แน่ใจ เรื่องเงิน ถามเราได้เลยทีเดียว ไม่ว่ากำลังจะเปลี่ยนงาน เริ่มวางแผนลงทุน สงสัยเรื่องภาษี จะซื้อบ้านผ่อนเท่าไหร่ เลือกประกันอย่างไร ต้องย้ายไปทำงานต่างประเทศ จะกลับมาอยู่ไทย วางแผนเรื่องเรียนลูก ฯลฯ เราดูแลลูกค้าต่อเนื่องระยะยาว ด้วยแผนที่ครอบคลุมและการเรียนรู้กันทั้งสองฝั่ง จะทำให้เราดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกเคส เราดูแลเป็นทีม ไม่ต้องกังวลว่าให้คำแนะนำแล้วจะไม่มีคนดูแล เราให้คำแนะนำด้านการลงทุนและการออมที่คนวัยใกล้เกษียณควรตระหนักรู้ เพื่อความปลอดภัยในอนาคตที่ตัวเองก็อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ

โบว์เชื่อว่าทุกคนควรมีแผนการเงิน โดยเฉพาะแผนเกษียณ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ไม่ต้องกังวลว่าเริ่มช้าไป และไม่มีคำว่าเร็วเกินไป มีแผนอย่างไรก็ดีกว่า ถ้าให้แนะนำง่ายๆ ลองคำนวณเบื้องต้นว่าต้องใช้งบหลังเกษียณเท่าไหร่ แล้วจากวันนี้จนถึงเกษียณน่าจะมีเงินสำหรับเกษียณจากแหล่งไหนบ้าง เป็นเงินเท่าไหร่ เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอ จะต้องเก็บเพิ่มเท่าไหร่ ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง และอย่าลืมคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุเยอะขึ้น แล้วไม่ได้เป็นแค่ค่ารักษาในโรงพยาบาลอย่างเดียว ยังต้องเตรียมงบสำหรับ ค่ายา ค่าวิตามินอาหารเสริม ค่าคนดูแล ค่าอุปกรณ์เครื่องใช้ ค่าปรับต่อเติมที่อยู่อาศัย ควรวางแผนการออมและลงทุนไว้ล่วงหน้าให้เพียงพอ ประกันสุขภาพสามารถช่วยป้องกัน และแบ่งเบาผลกระทบจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจจะต้องใช้หลังเกษียณ

ปัญหาเกี่ยวกับประกันสุขภาพที่พบบ่อย เช่น ซื้อประกันผิดประเภท เลือกแบบประกันที่ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม ซื้อประกันช้าเกินไปทำให้ซื้อไม่ได้เนื่องจากประเด็นทางสุขภาพ ไม่ได้วางแผนสำหรับงบที่จะมาจ่ายเบี้ยประกันช่วงหลังเกษียณที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่สูงขึ้น ทั้งนี้การกระจายความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ และควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนในสินค้าหรือโครงการใด ๆ ก็ตาม

ข้อแนะนำเทรนด์การเลือกการลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่

Cryptocurrency ถือเป็น Asset class ใหม่ ที่มีข้อมูลให้ศึกษาย้อนหลังไม่ได้ยาวนักเทียบกับ Asset class อื่นๆ ถึงแม้จะน่าสนใจ และเป็นโอกาสในการลงทุน แต่ก็ควรศึกษาหาข้อมูลเยอะๆ อย่าเชื่อเพียงแค่คนรู้จักลงทุนแล้วก็ลงทุนตามๆกัน การเข้าไปอ่าน Whitepaper และทำความเข้าใจ tokenomics ของเหรียญนั้น ๆ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

แต่โบว์คิดว่าการทำ Asset allocation เป็นส่วนสำคัญในการวางแผนการลงทุน ควรจัดสรรสินทรัพย์การลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ระยะเวลา และระดับความเสี่ยงที่รับได้และเหมาะสมกับเป้าหมายนั้น ๆ ถึงแม้คนรุ่นใหม่อายุยังน้อย แต่สำหรับเงินที่ต้องใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ และรับความเสี่ยงสูงไม่ได้ ก็ไม่ควรลงทุนในคริปโต เนื่องจากมีความผันผวนสูง แต่สำหรับแผนการลงทุนระยะยาวที่รับความเสี่ยงสูงได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องลงทุนในคริปโต 100% สินทรัพย์ และเครื่องมือทางการเงินแต่ละประเภทมีจุดเด่นจุดด้อยไม่เหมือนกัน ควรเลือกให้เหมาะสม และกระจายความเสี่ยงให้ดี

จากที่เห็นในข่าวช่วงที่ราคาคริปโตตกลงมามาก บางคนไม่มีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ต้องไปกู้ยืมหรือเป็นภาระคนอื่น จึงต้องเน้นย้ำว่าแผนการเงินไม่ได้มีแค่เรื่องการลงทุนอย่างเดียว การบริหารรายรับรายจ่าย เตรียมสภาพคล่องฉุกเฉิน บริหารหนี้สิน จัดการเรื่องป้องกันความเสี่ยงด้านชีวิต และสุขภาพ เรื่องเกษียณ และเรื่องภาษี ก็สำคัญเกี่ยวข้องกัน

ท้ายสุด หญิงที่อยู่กับความเสี่ยง อาจเรียกว่าธุรกิจอยู่กับความพลิกผันตลอดเวลา มีทั้งสิ่งที่คาดการณ์ได้และไม่ได้ หลักการทำงาน การเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารการเงินที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด คือการสร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่คุยกันลูกค้าต้องได้คุณค่ากลับไป เราจะคอยคิดอยู่ตลอดว่าจะทำอะไร เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากขึ้น ทั้งการบริการที่ดีขึ้น ทีมงานที่พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา พร้อมสนับสนุนด้านการเงินให้ลูกค้าอย่างครอบคลุมและรอบด้านในทุกช่วงวัยของชีวิตจริงๆ

ฉะนั้น เรียกว่ามีคนอย่างเธอเอาไว้… ก็ไม่ “เสี่ยง” แล้ว

Kate Spade New York เฉลิมฉลองเปิดร้านใน Shopee Premium ปล่อย Spring Collection ดึงดูดใจสาวนักช้อป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678409

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 13:42 น.Kate Spade New York เฉลิมฉลองเปิดร้านใน Shopee Premium ปล่อย Spring Collection ดึงดูดใจสาวนักช้อป

Kate Spade New York เฉลิมฉลองเปิดร้าน Official Store บน ช้อปปี้ ชวนมาจัดปาร์ตี้ในสวนกับ Spring Collection ใหม่ พร้อมให้ได้ยลโฉมสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครในไทยบน Shopee Premium

ฤดูใบไม้ผลิก็เปรียบเสมือนช่วงเวลาแห่งการเบ่งบานและความสดใส เคท สเปด นิวยอร์ก (Kate Spade New York) ควงแขน ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมเฉลิมฉลองร้านออนไลน์ออฟฟิเชียลสโตร์ใหม่ พร้อมต้อนรับฤดูแห่งความสดใสด้วยการร่วมเปิดตัวคอลเลคชั่นกระเป๋าใหม่ล่าสุดประจำฤดูใบไม้ผลิ (Spring Collection) ให้สาว ๆ นักช้อปได้ร่วมยลโฉม และเป็นเจ้าของในโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ก่อนใครบน Shopee Premium

Spring Collection เมื่อยามที่ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ถึงคราวกล่าวคำทักทายกับดวงตะวัน กับคอนเซ็ปท์ Party in the Park ที่เปรียบสมือนการเนรมิตงานปาร์ตี้ในสวนมาไว้ในมือคุณ เชิญชวนสาว ๆ มาร่วมเบิกบานและสรรค์สร้างให้ทุกวันเป็นวันที่แสนพิเศษท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ในสวน ที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสถึงเสน่ห์แห่งความคลาสสิก กับกระเป๋ารูปทรงอันหลากหลายที่เหมาะกับทุกช่วงเวลาแห่งความเบิกบานนี้

เตรียมความพร้อมและมาร่วมเอนจอยไปกับเรา เพราะไม่ว่าจะยามอรุณรุ่งหรือราตรีทุก ๆ วันล้วนเปี่ยมไปด้วยโอกาสพิเศษอยู่เสมอ ตั้งแต่ความโอฬารเรื่อยไปจนถึงสิ่งเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เคท สเปด นิวยอร์ก พร้อมเฉลิมฉลองให้กับทุก ๆ สิ่ง ผ่าน Spring Collection นี้

เริ่มต้นกับการเปิดตัวกระเป๋ารุ่น Avenue (อเวนิว) กระเป๋าทรง Satchel สุดเรียบหรูผลิตจากวัสดุหนังวัวคุณภาพสูง พร้อมด้วยช่องใส่ของถึงสามช่อง มาพร้อมกับความเอนกประสงค์ที่จะสามารถสะพายแบบกระเป๋าครอสบอดี้ในวันที่แสนชิล หรือจะเลือกถือก็ดูเหมาะกับช่วงเวลาแห่งความเบิกบานของฤดูใบไม้ผลิอย่างลงตัว มาให้ร่วมสัมผัสสองขนาดคือ ขนาดมินิ และขนาดกลาง

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับกระเป๋ารุ่น Knott (น็อท) สุดชิค วาดลวดลายสลับของสองวัสดุหลักอย่าง Canvas (แคนวาส) และหนังวัวคุณภาพสูง พร้อมตัดกับภาพความฉูดฉาดของฤดูใบไม้ผลิด้วยสีโทนเย็นที่ดูเข้ากันอย่างลงตัว

ปิดท้ายด้วยกระเป๋า Novelty (โนเวลที) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ เคท สเปด นิวยอร์ก ที่คราวนี้มาในดีไซน์สุดเก๋ เข้ากับคอนเซ็ปท์ Party in the Park ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสดใสของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างลงตัว แต่งแต้มไปด้วยรายละเอียดของความสนุกสนานและการเลือกใช้สีสันอันชาญฉลาด มาพร้อมกับสีสันที่สว่างสดใส ฉูดฉาด รวมไปถึงรูปทรงที่เป็นเอกลัษณ์ เข้ากับภาพของดอกไม้นานาชนิด อันเป็นตัวแทนแห่งจิตวิญญาณของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างประณีตลงตัว นอกจากกลิ่นอายแห่งสปริงแล้ว ยังเห็นได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของกระเป๋า สะท้อนให้เห็นถึงแพชชั่นในผลงานหัตถศิลป์ชิ้นนี้ ที่ต้องการจุดประกายทุก ๆ ความสุขสันต์ในกระเป๋ารุ่น Petal (เพทอล) กระเป๋ารูปทรงดอกไม้ที่ทั้งสนุกสนานและเข้ากับหลากหลายลุค

ร่วมสนุกสนานไปการมิกซ์แอนด์แมทช์ และพร้อมเบิกบานไปในทุก ๆ วันกับ Spring Collection จาก เคท สเปด นิวยอร์ก ที่จะเริ่มให้จับจองเป็นเจ้าของได้ก่อนใครตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ ลดสูงสุด 800 บาท และพิเศษเฉพาะลูกค้าใหม่ที่กดติดตามร้าน Kate Spade New York Official Store รับทันทีโค้ดส่วนลดสูงสุด 200 บาท[1] เฉพาะเหล่านักช้อปบน Shopee Premium เท่านั้น

กดติดตาม เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นสุดเลอค่าจาก Kate Spade New York Official Store ได้ที่  https://shopee.co.th/katespadenewyork.official

เขาว่ากันว่า…คนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678421

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 13:00 น.เขาว่ากันว่า…คนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด?

อ่านแล้วไปไหน? ตั้งคำถามกับอนาคตของวัฒนธรรมการอ่านไปด้วยกัน

‘การอ่าน’ หนึ่งคำสั้นกระชับประกอบด้วย 2 พยางค์ แต่มีความหมายล้านแบบแล้วแต่คนนิยาม การอ่านคือเพื่อน การอ่านคือความรู้ การอ่านคือการหลบไปในโลกแห่งจินตนาการส่วนตัว ฯลฯ

เพราะการอ่านไม่ต่างกับการเดินทางที่จะพาเราไปสำรวจความหมายและความเป็นไปได้ใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ละครั้งที่อ่านเราจึงอาจได้เพื่อนใหม่เป็นตัวละครจากวรรณกรรมสักเรื่อง เป็นคนที่จัดการอะไรได้ดีขึ้นจากหนังสือฮาวทูเล่มฮิต หรือแม้แต่การอ่านสเตตัสเฟซบุ๊กของเพื่อนสักคนที่ทำให้เราเห็นโลกในมุมที่ไม่เคยเห็น ทุกครั้งหลังอ่านอะไรสักอย่างจบ เรามักจะพบว่าเราเป็นคนใหม่ที่เดินทางมาไกลแล้วจากอดีต เพราะการอ่านพาเราเดินทางสู่อนาคตเสมอ

‘อ่านแล้วไปไหน?’ จึงเป็นคำถามที่อยากชวนทุกคนมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘การอ่าน’ ในนิยามของเรานั้นจะพาเราไปสู่สิ่งใด? มาเติมคำตอบในแบบของคุณไปด้วยกันในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 กับธีม ‘อนาคต’ ที่เชื่อว่าการอ่านจะพาทุกคนไปสำรวจเส้นทางใหม่ๆ ให้การอ่านทำให้อนาคตใกล้กว่าที่คุณคิด

อ่านอดีตเพื่ออ่านอนาคต: เขาว่ากันว่า…คนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด?

ว่ากันว่าคนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าข้อมูลนี้จริงแค่ไหน? วัดจากอะไร แล้วกลุ่มตัวอย่างคือใครกันนะ? อ่านปีละ 8 บรรทัด หมายถึงทุกๆ เดือนครึ่งเราอ่านแค่คนละ 1 บรรทัดเท่านั้น รู้แบบนี้ยิ่งแอบเถียงอยู่ในใจว่าแค่อ่านสเตตัสเฟซบุ๊กเพื่อนก็เกิน 8 บรรทัดแล้วนะ แม้ประโยคนี้จะวนเวียนอยู่คู่สังคมนักอ่านและกลุ่มคนทั่วไป มายาวนาน แต่หากไล่ย้อนดูสถิติและงานวิจัยเรื่องการอ่านตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมากลับพบว่าข้อมูลที่ออกมานั้นสวนทางกับข้อความที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือแค่ปีละ 8 บรรทัดอย่างสิ้นเชิง

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจการอ่านหนังสือของประชากรต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2548 – พ.ศ. 2561 โดยเก็บข้อมูลจากชาวไทย 55,920 ครัวเรือนตัวอย่าง ในทุกภูมิภาคและทุกช่วงวัย พบว่าคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไปใช้เวลาอ่านเฉลี่ยมากถึงวันละ 80 นาที ส่วนเยาวชนไทยเป็นกลุ่มที่ใช้เวลาอ่านหนังสือมากที่สุด อ่านเฉลี่ยวันละ 109 นาที

ไม่เพียงเท่านั้นแนวโน้มการอ่านของประชากรไทยยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยปี พ.ศ. 2551 มีอัตราการอ่านร้อยละ 66.3 และในปี พ.ศ. 2554 ร้อยละ 68.6 ส่วนปี พ.ศ.2561 อัตราอ่านของคนไทยเพิ่มขึ้นมาที่ร้อยละ 78.8 ที่สำคัญในจำนวนนักอ่านเหล่านี้มีผู้ที่อ่านหนังสือทุกวันมากถึงร้อยละ 54 และอ่านทุก 4-6 วันรองลงมา

โดยเฉพาะการอ่านของเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปีที่อ่านด้วยตนเอง หรือผู้ใหญ่อ่านให้ฟังมีจำนวน 2.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 61.2 ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ เช่นเดียวกับระยะเวลาการอ่านของน้องๆ หนูๆ ต่อวันที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าด้วย

ไม่เพียงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเท่านั้น ยังมีงานวิจัยจากสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) และสถิติของสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยที่ยืนยันว่าในเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมาคนไทยไม่ได้อ่านหนังสือปีละไม่กี่บรรทัดอย่างที่หลายคนเข้าใจ

เพราะการอ่านคือการเดินทาง วัฒนธรรมการอ่านจึงหลากหลายและไม่หยุดนิ่ง ไม่ต่างจากนิยามของการอ่าน เราทุกคนล้วนมีภาพในหัวของ ‘การอ่าน’ แตกต่างกันไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพตัวแทนการอ่านในหัวใครหลายคนคือการอ่านหนังสือเล่มโต อัดแน่นไปด้วยความรู้ หรือวรรณกรรมเคร่งขรึมที่ชวนตั้งคำถามหรือสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิตมนุษย์เท่านั้น แต่เพราะการอ่านคือการเดินทาง วัฒนธรรมการอ่านจึงหลากหลายและไม่หยุดนิ่งตามไปด้วย

หากย้อนเวลากลับไปที่ยุคกรีกโบราณ นักปรัชญาสมัยนั้นบอกว่าการอ่านวรรณกรรมคือเรื่องอันตราย! โดยเฉพาะกับเยาวชน เนื่องด้วยเนื้อหาที่เป็นเรื่องแต่งอาจมอมเมาให้ผู้อ่านหลงไปในโลกแห่งความลวงได้ หรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ล้วนยืนยันว่าช่วงก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 10 โลกตะวันตกเน้นการอ่านออกเสียง วัฒนธรรมการอ่านในใจหรือการอ่านที่ต้องการความเงียบเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากนั้น

การอ่านนิทานให้เด็กฟังเพื่อพัฒนาการของเด็กในปัจจุบัน หรือวัฒนธรรมการอ่านในห้องสมุดที่ต้องการความเงียบสงบจึงผ่านการเดินทางมาไกลแสนไกลจากวัฒนธรรมการอ่านในอดีต แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมการอ่านที่เราคุ้นเคยกันอยู่

ตอนนี้จึงอาจเป็นวัฒนธรรมการอ่านคนละรูปแบบกับวัฒนธรรมการอ่านเมื่อร้อยปีก่อน หรือพันปีก่อนอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกับอนาคตของการอ่านนับจากวินาทีนี้มีที่อาจมีรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายและไม่หยุดอยู่กับที่ แล้วแต่เราทุกคนจะช่วยกันแต่งแต้ม

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับวัฒนธรรมการอ่านในฐานะการอ่านหนังสือเล่มโตเท่านั้น แต่แนวโน้มการอ่านในปัจจุบันกำลังขยายตัวสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆ โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่หนังสือที่เป็นรูปเล่ม สถิติการอ่านหนังสือของคนไทยรวมเอาการอ่านหนังสือหรือบทความทุกประเภท ทั้งที่เป็นรูปเล่ม เอกสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการอ่านผ่านสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม ทวิตเตอร์

สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าคนไทยอ่านข้อความจากสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุดร้อยละ 61.2 โดยมีหนังสือพิมพ์รองลงมา ตามด้วยแบบเรียน และหนังสือทั่วไป อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงการอ่านแบบเป็นตัวบท นักอ่านยังเลือกอ่านหนังสือกระดาษมากกว่า e-book อย่างเห็นได้ชัด คงพอบอกได้ว่าวัฒนธรรมการอ่านในปัจจุบันมีความหลากหลายและเฉพาะตัวมากขึ้น การอ่านขยายตัวสู่การอ่านทุกรูปแบบ ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราสามารถอ่านได้ทุกเวลาโดยการอ่านแต่ละแบบตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน

ผู้คนอาจไม่ได้ตามข่าวสารจากการอ่านหนังสือพิมพ์ก่อนออกจากบ้านตอนเช้า แต่ติดตามอ่านการสรุปข่าวจากอินฟลูเอนเซอร์ที่พวกเขาเชื่อถือผ่านเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์แทน รวมถึงบางคนอาจเลือกอ่านนิยายแชทเป็นตอนๆ ผ่านแพลตฟอร์มนิยายออนไลน์ ก่อนตามซื้อหนังสือแบบรูปเล่มเพื่อเก็บสะสมแทน

รวมถึงรูปแบบหนังสือที่ผู้คนนิยมก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน สถิติของสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยช่วยให้เห็นเทรนด์จากนักอ่านมากขึ้น โดยหนังสือที่ขายดีที่สุดในงานหนังสือปี พ.ศ.2564 คือการ์ตูนและไลท์โนเวล และหนังสือประเภทหลักที่ได้รับความนิยมตลอดมาในงานสัปดาห์หนังสือคือ การ์ตูน รวมถึงนิยายวายที่กลายมาเป็นส่วนสำคัญของพัฒนาการวัฒนธรรมการอ่านและอุตสาหกรรมหนังสืออย่างไม่อาจปฏิเสธได้

เริ่มอ่านในแบบของเรา อนาคตในแบบของเรา

วัฒนธรรมการอ่านอาจมีรูปแบบต่างออกไปจากภาพที่ใครหลายคนคุ้นชิน แต่เพราะยังเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง จึงแปลว่าวัฒนธรรมการอ่านในไทยยังมีชีวิต การอ่านทุกรูปแบบกำลังเพิ่มความหลากหลายและขยายความเป็นไปได้ของวัฒนธรรมการอ่านออกไปให้กว้างขวาง

การอ่านอนาคตจึงไม่ใช่แค่การอ่านรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการอ่านที่เปิดกว้าง หลากหลาย คล้ายเป็นการเดินทางที่ทุกคนกำหนดเป้าหมายและอนาคตในแบบที่ตัวเองอยากเห็นได้ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านสายหลงใหลกลิ่นหมึกจากหนังสือแบบรูปเล่ม หรือเป็นสาย e-book เน้นพกพาสะดวก นักอ่านสายวรรณกรรมและข้อมูลเข้มข้น หรือสายนิยายวายไลท์โนเวลให้ชีวิตผ่อนคลาย กระทั่งสายอ่านออนไลน์ไล่อ่านตั้งแต่แคปชันอินสตาแกรมเพื่อนๆ ยันนิยายแชท เราทุกคนคืออนาคตของการอ่าน

มาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการอ่านที่แข็งแรงหลากหลายด้วยการ ‘อ่านอนาคต’ ไปด้วยกันในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม – วันพุธที่ 6 เมษายน 2565 เวลา 10.00-21.00 น. (วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม เปิดให้เข้างานเวลา 17.00-21.00 น.) ณ สถานีกลางบางซื่อ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/bookthai หรือสำรวจหนังสือแบบออนไลน์ก่อนได้ที่ https://www.thaibookfair.com

อ้างอิง วรรณกรรม : ประวัติศาสตร์เรื่องเล่าแห่งจินตนาการ = A little history of literature / John Sutherland ; แปล, สุรเดช โชติอุดมพันธ์