สุโขทัย อพท.4 สร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุโขทัย อพท.4 สร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น

สุโขทัย อพท.4 สร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น19 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

สุโขทัย อพท.4 สร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยพัฒนานักสื่อความหมายเยาวชน ฝึกการเป็นนักเล่าเรื่อง หรือนักสื่อความหมายที่ดี

นายประครอง สายจันทร์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร (อพท.4) ร่วมกับโรงเรียนศรีอินทราทิตย์พิทยาคม เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับทางความสามารถของพื้นที่ ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์จังหวัดสุโขทัย พัฒนานักสื่อความหมายเยาวชน ฝึกการเป็นนักเล่าเรื่อง หรือนักสื่อความหมายที่ดี เชื่อมโยงนำเสนอเรื่องราวในท้องถิ่นโดยเข้าถึงธรรมชาติและวัฒนธรรม จึงบูรณาการการดำเนินกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนพื้นที่ตำบลเมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ตามแผนงานโครงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและทุนทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรม เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

มีนายณรงค์ชัย โตอินทร์ มัคคุเทศก์เชี่ยวชาญมรดกโลก มาความรู้ ด้านการสื่อความหมายเพื่อความยั่งยืน ภายใต้หัวข้อหลัก การนำเที่ยวและจิตบริการ ทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและการประเมินแหล่งทรัพยากร การออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เจ้าบ้านเล่าเรื่อง ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ได้สร้างการทำงานเป็นทีมเรียนรู้ทรัพยากรการท่องเที่ยวบ้านตนเอง เรียนรู้การฝึกเล่าเรื่องเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่รอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ระยะเวลาในการอบรมจำนวน 2 วัน มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนวันละ 90 คน

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

นักเรียนเพชรบูรณ์ แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อต้านเผด็จการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักเรียนเพชรบูรณ์ แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อต้านเผด็จการ

นักเรียนเพชรบูรณ์ แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อต้านเผด็จการ18 สิงหาคม 2563 – 20:47 น.

นักเรียนมัธยมจังหวัดเพชรบูรณ์ แสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วต่อต้านเผด็จการ หลังเคารพธงชาติก่อนแยกย้ายเข้าเรียนตามปกติ

วันที่ 18 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการนัดหมายผ่าโลกโซเชียลเพื่อแสดงออกทางสังคม โดยการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เหนือศีรษะ ของเยาวชนในเขตอำเภอหนองไผ่ ด้วยข้อความ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวชมพูฟ้า แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อต้านเผด็จการ ในวันอังคารที่18 สิงหาคม ขณะที่เพลงชาติขึ้นพร้อมๆ กัน เพื่อแสดงถึงการต่อต้านของเยาวชนคนรุ่นเรา อย่าให้พวกครูทั้งหลายมากดขี่เรา เพียงเพราะเราแสดงสัญลักษณ์นี้ ถ้าเราจะเสียคะแนนด้วยเรื่องแค่นี้  ก็อย่าเป็นเลยผู้ฝึกสอนคน และรูปภาพแสดงข้อความเชิญชวน

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดตามสถานการณ์ในช่วงเช้าที่มีการจัดกิจกรรมหน้าเสาธงของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอหนองไผ่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นเป้าหมาย พอถึงเวลา 08.00 น. ก็ได้มีการจัดกิจกรรมตามปกติ หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ก่อนแยกแถวเข้าชั้นเรียนได้มีนักเรียนจำนวนหนึ่งชูมือขึ้นเหนือศีรษะพร้อมแสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว แล้วก็เอามือลงก่อนแยกย้ายเข้าชั้นเรียนตามปกติ โดยผู้สื่อข่าวได้ทำการถ่ายภาพจากระยะไกล เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดว่าเป็นการสมคบคิดกับนักเรียนที่แสดงสัญลักษณ์ แต่ในขณะถ่ายภาพได้มีครูของโรงเรียนดังกล่าวเข้ามาซักถามว่า เป็นใคร มาจากไหน ผู้สื่อข่าวจึงได้แนะนำตัวและแสดงเจตนาของการเข้ามาถ่ายภาพ หลังพูดคุยกันทราบว่า ครูท่านดังกล่าวเข้าใจว่า การแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เป็นการแสดงออกที่จาบจ้างต่อสถานบัน โดยส่วนตัวเข้าใจว่า นักเรียนไม่ควรแสดงออกเช่นนั้น ตนเองรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และตลอดเวลาที่เป็นครูก็ได้สั่งสอนลูกศิษย์ให้รักและห่วงแหนต่อสถาบันทั้ง 3 ตลอดมา

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า มีโรงเรียนขนาดใหญ่ในตัวจังหวัดมีนักเรียนแสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ขณะร้องเพลงชาติ ในช่วงจัดกิจกรรมหน้าเสาธงเช่นเดียวกัน ในขณะรายงานข่าวมีอย่างน้อย 2 โรงเรียน ในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีการแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าวในช่วงเช้าที่ผ่านมา

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ทหารพราน ที่ 36 เร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทหารพราน ที่ 36 เร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน

ทหารพราน ที่ 36 เร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน18 สิงหาคม 2563 – 20:32 น.

ทหารพราน ที่ 36 เร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ปิดทับเส้นทางหลายจุด

ทหารพราน 36 ลงพื้นที่มีดินสไลด์ปิดทับเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้าน ช่วยเปิดเส้นทางเดินรถ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน พร้อมเปิดสายด่วนช่วยเหลือราษฏร 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ได้เห็นถึงความยากลำบาก จึงได้ จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย เข้าสำรวจเส้นทาง บ้านแม่ละ – บ้านแม่ปุ๋น  เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ปิดทับเส้นทางหลายจุด

จึงได้ร่วมกับผู้นำชุมชน ราษฎรในพื้นที่ปรับปรุงเปิดเส้นทาง เพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งขณะสำรวจในพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก เจ้าหน้าที่จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และรายงานให้ทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเหตุภัยธรรมชาติ สามารถขอความช่วยเหลือจากกรมทหารพรานที่ 36 ได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 053-681300 ทางหน่วยจะจัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค แม่ฮ่องสอน

เชียงใหม่ป่วยไข้เลือดออก 1,726 ราย ดับ 1 ราย ระดม อสม.-ม้าเร็วลงพื้นทีทำลายลูกน้ำยุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ป่วยไข้เลือดออก 1,726 ราย ดับ 1 ราย ระดม อสม.-ม้าเร็วลงพื้นทีทำลายลูกน้ำยุง

เชียงใหม่ป่วยไข้เลือดออก 1,726 ราย ดับ 1 ราย ระดม อสม.-ม้าเร็วลงพื้นทีทำลายลูกน้ำยุง18 สิงหาคม 2563 – 13:15 น.

เชียงใหม่ล่าสุดพบผู้ป่วยไข้เลือดออก 1,726 ราย ดับ 1 ราย ขณะที่ อสม.ม้าเร็ว ระดมลงชุมชนทำลายลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 17 ส.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณชุมชนบ้านใหม่ แขวงกาวิละ เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ และกลุ่ม อสม.และกลุ่มอาสาม้าเร็ว ได้ระดม กำลังลงพื้นที่ ออกทำลายลูกน้ำยุงลาย อันเป็นพาหะ โรคไข้เลือดออก แม้ว่าจะยังไม่มีการระบาดของโรคก็ตามเพื่อป้องกันไว้ก่อน และให้ความรู้แก่ชาวชุมชนให้ตระหนักถึงโรคร้าย โดยมี อสม.และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ผู้นำชุมชน ลงพื้นที่จำนวนมากปูพรมทำลายลูกน้ำยุงลาย

และทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนระวังไข้เลือดออกระบาด ประเทศไทย มีการคาดการณ์มาตั้งแต่ต้นปี 2563 แล้วว่า จะมีการระบาดหนัก ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝนเป็นช่วงระบาดของโรคไข้เลือดออก จึงต้องดำเนินการและติดตามสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกอย่างใกล้ชิด จากการเฝ้าระวังและการวิเคราะห์ทางระบาดวิทยาของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 17 สิงหาคม 2563 ของจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ป่วยไข้เลือดออก จำนวน 1,726 ราย พบผู้เสียชีวิต 1 คน อำเภอที่มีอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อ.สันททราย อ.หางดง และอ.แม่แตง ตามลำดับ ย้ำเตือนประชาชนว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่พบได้ในทุกกลุ่มอายุ ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน และไข้นานเกินกว่า 2 วัน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย เพราะหากเข้ามารับการวินิจฉัยช้า อาจเป็นเหตุสำคัญทำให้มีภาวะแทรกซ้อนและเป็นปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้ขอแนะนำให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น ป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดโดยยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ จะสามารถป้องกัน ทั้ง 3 โรคในคราวเดียวกัน คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

หากพบแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่ไม่สามารถกำจัดได้ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม. ในเขตพื้นที่ของท่าน เพื่อดำเนินการกำจัดต่อไป สำหรับการกำจัดยุงลายตัวเต็มวัยภายในบ้าน และการป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยใช้ยาทากันยุง นอนกางมุ้ง รวมทั้งการเลี้ยงปลาหางนกยุง การใช้ทรายทีมีฟอส และขัดทำความสะอาดภาชนะสำหรับกักเก็บน้ำ ทุก 7 วัน จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยา จัดงาน “คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยา จัดงาน “คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา”

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยา จัดงาน "คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา"

18 สิงหาคม 2563 – 12:59 น.

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยา จัดงาน “คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา” ปลุกจิตสำนึกความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมให้แรงงาน

วันนี้ (18 สิงหาคม 2563 ) ที่ศาลาประชาคม จ.พะเยา นายอภิญญา สุจริตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้เดินทางมาเปิดงาน “คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา” ภายใต้กิจกรรม “ปลุกจิตสำนึกด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับแรงงาน” โดยมีนายกมล เชียงวงค์ ผู้ว่าราชการ จ.พะเยา, นายชัยวัฒน์ อางคาสัย สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยาและแรงงานทั้งในและนอกระบบของจังหวัดพะเยากว่า 400 คนให้การต้อนรับ

นายอภิญญา เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แรงงานนอกระบบ และแรงงานในสถานประกอบกิจการได้มีความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน และปลุกจิตสำนึกที่ดีด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน ทำให้แรงงานมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดี รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมด้านความปลอดภัย และกระตุ้นให้กลุ่มอาชีพแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบการ และผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบกิจการให้เกิดจิตสำนึกด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และในขณะเดียวกันมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า เกิดการหมุนเวียนด้านเศรษฐกิจภายในจังหวัดหลังจากการคลายมาตรการการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อเป็นการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจของจังหวัดพะเยา  

นายอภิญญา กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดพะเยา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายกมล เชียงวงค์ ได้อนุมัติโครงการสร้างคุณค่าและพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้อัตลักษณ์และวิถีคนพะเยา กิจกรรมพลังประชารัฐพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน กิจกรรมย่อยปลุกจิตสำนึกด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับแรงงาน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ชมรมแรงงานนอกระบบจังหวัดพะเยา ศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบตำบล เครือข่ายกลุ่มอาชีพในเขตเทศบาลเมืองพะเยา เครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 40 อาสาสมัครแรงงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการ และแรงงานในสถานประกอบกิจการ จำนวน 400 คนเศษ โดยมีการจัดนิทรรศการ ผลงาน และนำสินค้าของผู้ประกอบการและกลุ่มแรงงานนอกระบบมาจำหน่ายอีกด้วย 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

โควิด เปลี่ยนชีวิต สาวพีอาร์กลับจากมาเลเซีย หันมาปลูกหญ้าขายรายได้กว่า 30,000 บาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โควิด เปลี่ยนชีวิต สาวพีอาร์กลับจากมาเลเซีย หันมาปลูกหญ้าขายรายได้กว่า 30,000 บาท

โควิด เปลี่ยนชีวิต สาวพีอาร์กลับจากมาเลเซีย หันมาปลูกหญ้าขายรายได้กว่า 30,000 บาท

18 สิงหาคม 2563 – 11:22 น.

โรคระบาดโควิด ทำชีวิตของสาวพีอาร์ ที่ทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ได้กลับมาอยู่บ้านปรับเปลี่ยนวิถึชีวิตหันมาเป็นเกษตรกร ปลูกหญ้าขาย มีรายได้กว่า 30,000 บาท อยู่แบบสบายไม่อยากจะไปทำงานเมืองนอกอีกแล้ว

นางสาววิราพร ศิริธรรมจักร อาศัยอยู่ที่บ้านหนองโดน ตำบลนาโพธิ์  อ.กุดรัง จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่าจากที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ชีวิตเปลี่ยน เพราะก่อนหน้านั้นตนทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซียประมาณ 3 ปี พอมีการระบาดของโควิด ทำให้ต้องเดินทางกลับมาบ้าน ข้ามแดนมาทางจังหวัดสงขลา กักตัวอยู่ที่ด่าน 14 วัน ถึงได้กลับมาที่บ้านที่กุดรังได้  ในช่วงที่โควิดระบาดก็ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ ก็เริ่มมีความคิดอยากหาอะไรทำที่บ้านจะได้ไม่ต้องเดินทางทำงานไกลๆ อีก        

นางสาววิราพร กล่าวว่า บ้านที่มีที่ดินอยู่ประมาณ 100 ไร่ ปลูกไร่มันสำปะหลัง และไร่อ้อย ขณะเดียวกันปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม ได้มาแจกท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์พันธุ์ปากช่อง1 และส่งเสริมให้มีการปลูก ตนเลยเริ่มคิดจะทำงานเกษตรที่บ้าน เพราะไม่รู้ว่าโควิดจะหมดไปเมื่อไร จึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกหญ้าเนเปียร์แทน 30 ไร่ เพราะปลูกครั้งเดียวอยู่ได้ 4-5 ปี ตัดขายได้ตลอดปี ตั้งแต่เดือนครึ่ง สองเดือนครึ่ง สามเดือนครึ่ง ยิ่งนานก็จะให้โปรตีนที่สูงขึ้น ทางเรามียอดสั่งซื้อจากทางปศุสัตว์ โดยทางศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ เราจะนำเอาหญ้ามาบดใส่ถัง 70 กก. ครั้งละ 100 ถังเดือนละ 2 ครั้ง ขายราคาถังละ 105 บาท ตก กก.ละ 1.50 บาท เพื่อเป็นส่วนผสมหลักของอาหารสัตว์ ให้ได้ทั้งวัว ควาย เป็ด ไก่ 

ส่วนต้นพันธุ์ ทางเราขายในราคา ลำละ 1 บาท ยังสามารถขายหญ้าได้จากทางโซเซียล ที่มีสั่งเข้ามาอีกจำนวนหนึ่ง มีทั้งแบบซื้อทั้งต้นเอาไปเลี้ยงสัตว์ หรือแบบบดไปผสมอาหาร และต้องการต้นพันธุ์ไปปลูก ส่วนรายได้ตอนนี้ก็ประมาณ 30,000 บาท ก็อยู่ได้สบายๆ ไม่ต้องทำให้เราต้องคิดไปหางานทำที่ต่างประเทศ และเตรียมขยายพื้นที่ปลูกออกไปอีก 10 ไร่  

จากความสำเร็จเกษตรกรได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ที่สำนักงานเกษตรอำเภอกุดรัง และเป็นเกษตรกรต้นแบบเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal 18 สิงหาคม 2563 – 10:24 น.

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal ตอบรับวิถีชีวิตปกติใหม่ ชูมาตรฐานความปลอดภัยตามหลัก Social Distancing เล็งขยายธุรกิจเพิ่มในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งหัวเมืองใหญ่

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal ตอบรับวิถีชีวิตปกติใหม่ ชูมาตรฐานความปลอดภัยตามหลัก Social Distancing เล็งขยายธุรกิจเพิ่มในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งหัวเมืองใหญ่ทั้งในรูปแบบลงทุนเอง ร่วมทุน และแฟรนไชส์ เปิดแผนปี 2564 ปูพรมขยายสาขาทั่วประเทศรวมอย่างน้อย 15 แห่ง ตอบรับแนวโน้มตลาดเติบโตสูงหลังโควิด-19 ที่ผู้ปกครองยังคงมีความต้องการให้บุตรหลานได้เรียนว่ายน้ำ ซึ่งถือเป็นทักษะชีวิตอย่างหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้

ดร.พลภัทร และคุณณัฏฐ์วิภา นิติธรรมยง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กทารกและเด็กเล็กมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทำให้ธุรกิจของ เบบี้ สวิมมิ่ง ต้องหยุดชะงักไปชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal

อย่างไรก็ตาม หลังจากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลาย บริษัทได้เปิดให้บริการอีกครั้งตามวิถีปกติแบบใหม่ (New Normal) โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย ความสะอาด และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่นำบุตรหลานมาใช้บริการ ทั้งนี้ บริษัทเป็นโรงเรียนสอนว่ายน้ำแห่งแรกในประเทศไทยที่นำแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” มาใช้ป้องกันและคัดกรองด้วยการเก็บประวัติการเดินทางและการพบปะผู้คนของคุณครู พนักงาน คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ สมาชิกทุกคนล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนเปิดให้บริการหลังโควิด-19 รวมทั้งปรับกิจกรรมการเรียนการสอนว่ายน้ำ ลดการสัมผัสระหว่างครูผู้สอนและนักเรียนในคลาสเรียนว่ายน้ำ จำกัดผู้เรียนในแต่ละคลาส และใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด ทั้งผู้มาใช้บริการ พนักงาน และครูผู้สอนในแต่ละคลาสเรียน เพื่อลดการสัมผัสให้น้อยที่สุด และมีการทำความสะอาดจุดเสี่ยงต่างๆ ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองเรื่องความสะอาดปลอดภัยในการนำบุตรหลานมาใช้บริการเรียนว่ายน้ำ

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal

“การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เราต้องหยุดให้บริการ แต่เราไม่หยุดที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยการ 1) ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดรับกับวิถีการใช้ชีวิตแบบใหม่ผ่านการประชุม VDO conference กับทีมคุณครูทุกสาขาทุกสัปดาห์ 2) ฝึกอบรมออนไลน์เกี่ยวกับเทคนิคการสอนใหม่ๆ และการให้บริการแก่คุณครูทุกสาขา 3) ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีหลังบ้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล 4) ปรับปรุงสระว่ายน้ำและบริเวณโดยรอบ และ 5) หาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อต่อยอดจากธุรกิจเดิม ซึ่งทั้ง 5 อย่างนี้อาจจะทำได้ยากหรือไม่มีเวลาบริหารจัดการอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาปกติ” ดร.พลภัทร กล่าว
 
อย่างไรก็ตาม จากความต้องการเพิ่มทักษะด้านการว่ายน้ำของเด็ก และจำนวนโรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกที่ยังมีจำนวนไม่เพียงพอ หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย บริษัทจะเร่งขยายธุรกิจโรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารก เบบี้ สวิมมิ่ง มากขึ้นใน กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทั้งในรูปแบบการลงทุนเอง การร่วมทุน และแฟรนไชส์ โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2564 จะเปิดสาขาใหม่อีกอย่างน้อย 4 สาขา รวมกับที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน 11 แห่ง เป็นทั้งหมด 15 สาขา โดยใช้งบลงทุนอย่างน้อย 40 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดิน ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างก่อสร้าง 2 สาขา และอีก 2 สาขาอยู่ในระหว่างการออกแบบ

คุณณัฏฐ์วิภา ให้ความเห็นสำหรับผู้ที่สนใจธุรกิจที่เกี่ยวกับเด็กและครอบครัวว่ายังมีแนวโน้มในการเติบโตอีกมาก ถึงแม้อัตราการเกิดใหม่ของเด็กทารกจะลดลง แต่ครอบครัวจะให้ความสำคัญและทุ่มเทในการพัฒนาศักยภาพของเด็กมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดของสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับแม่และเด็กจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากยื่งขึ้น สำหรับ เบบี้ สวิมมิ่ง นอกจากแผนการขยายสาขาแล้ว บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจเกี่ยวกับแม่และเด็กเพื่อต่อยอดจากโรงเรียนสอนว่ายน้ำไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรอื่นๆ มากขึ้นด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.babyswimmingthailand.com

ชาวบ้านเฮฝนตก หลังทิ้งช่วงมานาน แห่เข้าป่าเก็บเห็ดขายสร้างรายได้เสริม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านเฮฝนตก หลังทิ้งช่วงมานาน แห่เข้าป่าเก็บเห็ดขายสร้างรายได้เสริม

ชาวบ้านเฮฝนตก หลังทิ้งช่วงมานาน แห่เข้าป่าเก็บเห็ดขายสร้างรายได้เสริม18 สิงหาคม 2563 – 08:44 น.

เพชรบูรณ์ชาวบ้านภูผาแดง เข้าป่าเก็บเห็ดสร้างรายได้เสริม หลังมีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน จากนั้นนำมาใส่ถุงแขวนขายบริเวณสองข้างทางถนน ราคาถุงละ 30 – 50 บาท แล้วแต่ชนิดของเห็ด ทำให้มีรายได้เสริมแก่ครอบครัววันละ 500 – 1,000 บาท

วันที่ 16 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าได้มีชาวบ้านบ้านภูผาแดง หมู่ที่ 6 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้ออกเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว แล้วนำมาขายบริเวณสองข้างทางถนนสายหล่มสัก – ชุมแพ โดยมีนักท่องเที่ยวและผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวแวะเลือกซื้อหาคึกคัก สร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวบ้าน จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่ามีชาวบ้านหลายราย ทำเพิงชั่วคราวและนำเห็ดใส่ถุงห้อยขายอยู่สองข้างทางถนนสายดังกล่าว ช่วงบริเวณหมู่บ้านบ้านภูผาแดง หมู่ที่ 6 ต.ปากช่อง เป็นต้นไป และพบว่ามีรถนักท่องเที่ยวแวะจอดและเลือกซื้อ ทำให้ถนนสายดังกล่าวคึกคักคล้ายกับตลาดนัด

น.ส.ชุติมา คงอยู่ อายุ 31 ปี ชาวบ้านภูผาแดง หมู่ที่ 6 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่าหลังจากฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ป่ามีเห็ดออกมาเป็นจำนวนมากและหลากหลายชนิด เห็ดระโงก เห็ดผึ้ง เห็ดถ่านไฟ เห็ดแป้ง ตนและชาวบ้านบ้านภูผาแดง จึงได้ออกไปเก็บมาขาย แต่ทั้งนี้จะต้องออกเดินเข้าไปในป่าตั้งแต่เวลาประมาณตี 1 ใช้ไฟฉายส่องหาเห็ดต่างๆ กระทั่งเช้าจึงได้กลับออกมาและมาเลือกและแยกชนิดเห็ด ซึ่งเป็นความชำนาญของชาวบ้านแห่งนี้ ที่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเห็ดชนิดไหน กินได้หรือไม่ จากนั้นนำมาใส่ถุงแขวนขายบริเวณสองข้างทางถนน ราคาถุงละ 30 – 50 บาท แล้วแต่ชนิดของเห็ด ทำให้มีรายได้เสริมแก่ครอบครัววันละ 500 – 1,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากชาวบ้านบ้านภูผาแดงที่ออกเก็บเห็ดเพื่อนำมาขายแล้ว ก็ยังมีชาวบ้านในอำเภอใกล้เคียงได้เดินทางมาเก็บเห็ดด้วยเพื่อที่จะไม่ต้องซื้อ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเมื่อได้เห็ดแล้วก็จะนำไปนึ่งจากนั้นก็ใส่ถุงแช่ไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นเพื่อเก็บไว้ทำอาหารได้นานๆ

นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สุโขทัย ส.ส.พรรณสิริ เน้นย้ำการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขต้องชัดเจน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุโขทัย ส.ส.พรรณสิริ เน้นย้ำการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขต้องชัดเจน

สุโขทัย ส.ส.พรรณสิริ เน้นย้ำการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขต้องชัดเจน17 สิงหาคม 2563 – 17:48 น.

สุโขทัย ส.ส.พรรณสิริ เน้นย้ำการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขต้องชัดเจน ทั้งนี้จากความเนิ่นนานล่าช้าและไม่ชัดเจนในการกระจายอำนาจและการถ่ายโอน กรรมาธิการฯ จึงมาเปิดเวทีรับฟังความเห็น

ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส. สุโขทัย เขต 1 พลังประชารัฐ รองประธานกรรมาธิการกระจายอำนาจ การปกครองท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ เป็นประธานเปิดการสัมมนา และรับฟังความเห็นเรื่อง ”การกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ” ณ บ้านหมอรีสอร์ท จังหวัดสุโขทัย ระหว่างวันที่ 14-15 สิงหาคม 2563  การบรรยายพิเศษจาก นายแพทย์ภาณุวัฒน์ ปรนเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดร.ศรีโสภา มีเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา นายบรรณ แก้วฉ่ำ นิติกรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ นางผ่องนภา เนียมน่วม เลขานุการสมาคม อสม.แห่งประเทศไทย มีบุคลากรจากสาธารณสุขจังหวัด รพ.สต. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ อสม.ในจังหวัดสุโขทัย จำนวน 500 คน ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นข้อมูลเสนอต่อสภาฯ ต่อไป

ดร.พรรณสิริ กล่าวว่าในปัจจุบัน มี รพ.สต.ที่มีความพร้อมราว 70 แห่ถ่ายโอนไปสังกัด อปท.เรียบร้อยแล้วโดยสำนักวิจัยระบบสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้ศึกษาวิจัยพบว่ามีคุณภาพที่ดีเป็นต้นแบบได้หลายแห่ง ทั้งนี้จากความเนิ่นนานล่าช้าและไม่ชัดเจนในการกระจายอำนาจและการถ่ายโอน กรรมาธิการฯ จึงมาเปิดเวทีรับฟังความเห็นในวันนี้ และยังได้กล่าวชื่นชมผู้เข้าร่วมสัมนา ที่ทุ่มเททำให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ได้อย่างดี และมีชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข บังเกิดผลดี รวดเร็ว ว่องไว สอดคล้องกับแผนการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสะท้อนแนวคิดไปยังผู้เกี่ยวข้องให้ชัดเจนว่า สมควรจะกระจายอำนาจอย่างไร ที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงการบริการสุขภาพโดยเร็วและทั่วถึง

ขณะที่นายแพทย์ ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนการบริการสุขภาพ กล่าวว่า การบริหารจัดการสุขภาพ เป็นภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักให้ต่อไป  ไม่ว่าจะมีการกระจายอำนาจในรูปแบบใดๆก็ตาม โดยมี อสม.ราว 1,400,000 คน ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อีกทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ก็ให้การสนับสนุนควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามการมีกฏหมายรองรับจะทำให้การทำงานได้อย่างเป็นระบบ และง่ายขึ้นในทางปฏิบัติ

ด้านนายบรรณ แก้วฉ่ำ นิติกร อปท.ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการฯ ได้ให้ข้อมูลการกระจายอำนาจว่า มีตั้งแต่ พ.ศ. 2499 และมีความพยายามให้มีการกระจายแบบก้าวกระโดดในปี 2540 โดยมี พรบ.การกระจายอำนาจ พ.ศ. 2540 และ พรบ.แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจที่ชัดเจน พ.ศ.2542 บังคับใช้ การนี้กำหนดให้ท้องถิ่นจัดบริการสาธารณะด้านการศึกษาและสาธารณสุขไว้ แต่ที่ผ่านมาภารกิจบางอย่างก็ไม่ได้โอนงบประมาณมาให้  จึงขอให้ผู้เข้าร่วมสัมนาช่วยกันนำเสนอว่าควรทำอย่างไร โดยมีหลายแนวคิด เช่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ควรถ่ายโอนไปอยู่กับ อบจ. ในส่วน รพสต.ควรจะถ่ายโอนไปสังกัด อบต. เทศบาล หรือ อบจ.และต้องถ่ายโอนทั้งอำนาจ หน้าที่ และงบประมาณ

ทั้งนี้ที่ประชุมส่วนใหญ่มีความเห็นว่ากรณี รพ.สต.ถ่ายโอนไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในด้าน อสม.ก็ทำงานร่วมกับ รพ.สต.อยู่แล้ว แต่มีความเป็นห่วงกรณีผู้นำท้องที่มาจากการเลือกตั้ง นโยบายและการทำงานจะต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งนี้ อสม.สุโขทัยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับ รพ.สต. ถ้า รพ.สต.ที่ใดมีความเข้มแข็งจะส่งผลให้ภารกิจการงานสำเร็จเรียบร้อย อสม.ก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำงานต่อไป

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์” 

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 17 สิงหาคม 2563 – 08:45 น.

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์”  สะท้อนถึงความเป็น “ที่สุดของที่สุด” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยงและการบริการ ซึ่งมาจากจากการให้เรตติ้ง และการรีวิวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์

     
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล มีความยินดีที่จะประกาศว่าโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ 6 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม ได้รับรางวัล “ทราเวลเลอร์ส ชอยซ์” จากทริปแอดไวเซอร์ อวอร์ดส ปี 2020  รางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์ สะท้อนถึงความเป็น “ที่สุดของที่สุด” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยงและการบริการ ซึ่งมาจากจากการให้เรตติ้ง และการรีวิวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของความคิดเห็น และประสบการณ์จริงของผู้เข้าพักในโรงแรม มากกว่าการตัดสินของคณะกรรมการใดๆ

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 

ในหัวข้อ “ดีที่สุดของประเทศไทย” โรงแรมในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล 3 แห่งติดอยู่ใน 25 อันดับแรกของโรงแรมและรีสอร์ตที่ดีที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ โรงแรมวนาเบลล์, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย, เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา และ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท โดยโรงแรมอันยอดเยี่ยมทั้ง 3 โรงแรม ได้คะแนนจากทริปแอดไวเซอร์ สูงอย่างต่อเนื่องด้วยคะแนน 4.5 จาก 5 คะแนน
          

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 

เช่นเดียวกับในหัวข้อ “ดีที่สุดของเวียดนาม” โรงแรมในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล 3 แห่ง ก็ติดอยู่ในโรงแรมและรีสอร์ตที่ดีที่สุดของเวียดนามใน 25 อันดับแรก ได้แก่ เจดับบลิว แมริออท โฮเทล ฮานอย ซึ่งได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน ตามมาด้วย เจดับบลิว แมริออท ฟูก๊วก เอมเมอรัลด์ เบย์ รีสอร์ต แอนด์ สปา และเลอ เมอริเดียน ไซง่อน โดยทั้ง 2 แห่งได้คะแนน 4.5 จาก 5 คะแนน
           

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 

โรงแรมและรีสอร์ทที่ได้รับรางวัล “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์” ของทริปแอดไวเซอร์ อวอร์ดส ปี 2020 ถือเป็นตัวแทนของโรงแรมและรีสอร์ตชั้นนำ 10% ของโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลก ซึ่งแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของโรงแรมเหล่านี้ และขอขอบคุณผู้เข้าพักสำหรับความคิดเห็นอันยอดเยี่ยม
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม และรีสอร์ทของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลที่ได้รับรางวัลทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.marriott.com

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์"