สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง

สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง21 สิงหาคม 2563 – 11:11 น.

เพชรบูรณ์สนธิกำลัง ป่าไม้ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตรวจสอบบ้านพักหรู หลังมีผู้ร้องเรียนอยู่ในเขตป่าสงวน แถมเจ้าของเป็นภรรยาของอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง

วันที่ 19 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรและผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลก (ผอ.สจป.4 พิษณุโลก) พร้อมด้วย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน. นายสมชาย ฉิมแย้ม หัวหน้าพัฒนาป่าไม้อำเภอเขาค้อ นำคณะเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปป.4 กอ.รมน. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สจป.4 พิษณุโลก, ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 28  กองพลทหารม้าที่ 1 เข้าตรวจสอบบ้านพักตากอากาศบริเวณบ้านเสลียงแห้ง 1 หมู่ที่ 3 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยมี นายเสาวพันธ์ โคตรกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านเสลียงแห้ง1 นำชี้และตรวจสอบ ทั้งนี้เนื่องจากที่มีผู้ร้องเรียนว่า บ้านพักหรูดังกล่าวปลูกสร้างอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาปางก่อ-วังชมภู และอยู่ในแปลงที่ดินราษฎรอาสาสมัคร(รอส.) ก่อนทางกองทัพภาค 3 จะส่งคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้

สำหรับเจ้าของที่ดินรายนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหลักฐานพบว่า เป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงกระทรวงหนึ่ง โดยเข้าครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2553 โดยเจ้าของที่ดินเดิมเป็นอดีต รอส. หลังจากนั้น ได้แบ่งขายให้กับรายอื่นไปส่วนหนึ่งในราคา 3.5 ล้านบาท และยังคงเหลือครอบครองจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือในการจับพิกัดวัดเนื้อที่ได้ประมาณ 5 ไร่ จากการตรวจสอบไม่พบเจ้าของบ้านและผู้ดูแลแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติติงานสำรวจที่ดินโครงการ คทช.เขาค้อมาให้ข้อมูล หลังจากพบข้อมูลว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ในบัญชีรายชื่อการแจ้งลงทะเบียนครอบครองที่ดินเพื่อเข้าร่วมจัดสรรที่ดินตามโครงการ คทช. โดยผ่านการรับรองจากคณะอนุกรรมการ คทช.อำเภอและคทช. จังหวัดแล้ว

ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่จึงตรวจวัดแนวเขตที่ดินพบเนื้อที่ราว 5 ไร่เศษ จากนั้นทำการบันทึกการตรวจยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว เพื่อจะรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ เพื่อให้กล่าวโทษดำเนินคดีเจ้าของบ้านพักหรูและผู้เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนั้นระหว่างตรวจสอบพบว่า กำลังมีการก่อสร้างรีสอร์ทและบ้านพักในพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้อำเภอเขาค้อหาข้อมูลเบื้องต้นพร้อมเตรียมดำเนินการเข้าตรวจสอบต่อไป

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท”

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"21 สิงหาคม 2563 – 10:27 น.

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท” (Cronut) ที่ผสมผสานเสน่ห์รสชาติของขนมหวาน 2 ชนิดระหว่างครัวซองต์และโดนัทเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

พร้อมเอาใจเหล่าคนรักเบเกอรี่ให้ได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของเมนูขนมหวานใหม่ล่าสุดจากร้าน  “CPS Coffee” คอฟฟี่บาร์ดีไซน์เท่จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ CPS CHAPS ที่เปิดตัวเมนูใหม่อย่าง “โครนัท” (Cronut)  เบเกอรี่ที่เกิดจากไอเดียสุดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานขนมหวาน 2 ชนิด ได้แก่ ครัวซองต์และโดนัทเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมให้ลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยได้แล้ววันนี้

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

CPS Coffee คอฟฟี่บาร์สุดเท่ในเครือแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยอย่าง CPS CHAPS ที่พร้อมบริการให้เหล่าคอกาแฟสายแฟชั่นได้มาลิ้มลองเครื่องดื่มเมนูพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยฝีมือ CPS Barista และเมนูเบเกอรี่คาวหวานมากมายให้ได้เลือกรับประทาน ท่ามกลางบรรยากาศค่าเฟ่สุดคูลในคอนเซ็ปต์ที่ผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและความเท่ผ่านการตกแต่งร้านด้วยโทนสีดำและสีคอปเปอร์ที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา แต่ทว่ายังคงความสมาร์ทในแบบฉบับ CPS CHAPS เอาไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งเหมาะเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์การกินดื่มสุดชิลล์สำหรับเหล่าหนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้ายุคใหม่
    

คุณอภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผู้อำนวยการแบรนด์ CPS CHAPS กล่าวถึงเมนูใหม่ล่าสุดจากร้าน CPS Coffee ว่า “โครนัท (Cronut) เป็นเมนูใหม่ล่าสุดที่ทาง CPS Coffee ได้รังสรรค์ขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ที่อยากให้เหล่าแฟนๆ CPS Coffee และเหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลองขนมหวานที่แปลกใหม่และมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม โดยครั้งนี้เราได้เลือกหยิบ 2 เบเกอรี่สุดฮิตเป็นที่ถูกปากของเหล่าคนรักขนมหวานอยู่แล้ว อย่างครัวซองต์ (Croissant) และโดนัท (Doughnut) มารังสรรค์ขึ้นใหม่ โดยผสมผสานทั้งสองเมนูนี้เข้าด้วยกัน ผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถัน อบสดใหม่ในทุกวัน เกิดเป็นเมนูที่แปลกใหม่แต่มีรสชาติที่อร่อยลงตัว ด้วยแป้งครัวซองต์กรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ด้วยครีมซอสเนื้อละมุน ท็อปปิ้งด้วยผงโกโก้และถั่วแสนอร่อย โดยมีให้ลิ้มลองถึง 2 รสชาติได้แก่ เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท และ วานิลลา เครม คาราเมล โครนัท พร้อมให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของโครนัทได้แล้ววันนี้ที่ CPS Coffee ทุกสาขา”

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

โดยเมนูล่าสุดที่เป็นการผสมผสานของ 2 เมนูเบเกอรี่ยอดนิยมได้แก่ ครัวซองต์ (Croissant) และโดนัท (Doughnut) ซึ่งทาง CPS Coffee ได้ดึงความโดดเด่นของ 2 เมนูนี้มาผสมผสานพร้อมความคิดสร้างสรรค์ เกิดเป็น “โครนัท” (Cronut) สุดยอดเมนูเบเกอรี่แสนอร่อย ที่มีกรรมวิธีการทำอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มจากการนำแป้งครัวซองต์มาวางเป็นชั้นๆ สลับกับเนย (แป้ง-เนย-แป้ง-เนย) จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการทอดแบบโดนัท ซึ่งจะได้แป้งที่มีความกรอบนุ่ม หลังจากนั้นจึงนำเข้าเตาอบตามกรรมวิธีของการทำครัวซองต์ โดยการอบร้อนนี้จะช่วยรีดความมันของเนยออกมา ทำให้ได้ขนมที่มีความมันน้อยกว่าขนมตัวอื่นๆ และหลังจากนั้นจะทำการฉีดไส้เข้าไปในตัวขนม และเคลือบด้านหน้าด้วยซอสแต่ละรสชาติ พร้อมท็อปปิ้งตกแต่งอย่างสวยงาม ซึ่งโครนัทแต่ละชิ้นของ CPS Coffee ผ่านกระบวนการทำออกมาอย่างปราณีต มีความพิถีพิถัน ทำสดใหม่ทุกวัน เพื่อให้ได้รสชาติที่กรอบอร่อยชุ่มฉ่ำด้วยซอสครีม 

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

โดยมี 2 รสชาติให้เลือกรับประทาน ได้แก่ “เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท” (Dirty Dark Chocolate Cronut) โครนัทสอดไส้ช็อกโกแลตสุดพรีเมียม ที่ราดด้วยซอสช็อกโกแลต (Chocolate thick sauce) พร้อมโรยด้วยผงโกโก้แท้ 100% ชนิดไม่หวาน ปิดท้ายด้วยการโรยทับด้วยเกล็ดช็อกโกแลตให้รสชาติเข้มข้น ชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นดาร์คช็อกโกแลต และ “วานิลลา ครีม คาราเมล โครนัท” (Vanilla Crème Caramel Cronut) โครนัทสอดไส้ครีมวานิลลาสูตรหวานน้อย ราดด้วยซอสคาราเมล พร้อมท็อปปิ้งด้วยถั่วลิสง (Peanut) ที่ผ่านการอบซอสซอลท์คาราเมล (Salted Caramel) เพื่อตัดรสความหวานของครีม ให้รสชาติที่กลมกล่อมไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป

ร่วมลิ้มรสความอร่อยกับเมนูใหม่ล่าสุด  “โครนัท” (Cronut) จากร้าน CPS Coffee กับ 2 รสชาติ ได้แก่ “เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท” (Dirty Dark Chocolate Cronut ราคา 150 บาท) และ “วานิลลา ครีม คาราเมล โครนัท” (Vanilla Crème Caramel Cronut ราคา 150 บาท) ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน CPS Coffee ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาเทอมินัล 21 ชั้น M, สาขาไอคอนสยาม ชั้น 1 และ สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น G

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  20 สิงหาคม 2563 – 15:35 น.

ทวิตเตอร์ ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ บนทวิตเตอร์เพื่อให้ทุกคนไม่พลาดทุกข่าวสารล่าสุดจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติต่างๆ และการบรรเทาสาธารณภัยในประเทศไทย

เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้อิทธิพลประจำปีและฤดูกาลของมรสุมเขตร้อน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม ภัยแล้ง ไฟป่า และอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทยในแต่ละปี

ดังนั้นเพื่อขยายขอบข่ายฟีเจอร์การให้บริการแจ้งเตือนของทวิตเตอร์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ทุกคนสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ทวิตเตอร์จึงร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (@DDPMNews), สภากาชาดไทย (@ThaiRedCross) รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงผลกำไร และสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยจัดการกับเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  


นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า “ปภ.ในฐานะหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ ได้มุ่งสร้างแนวทางในการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสาธารณภัยแก่สาธารณชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางทวิตเตอร์ได้มีการพัฒนารูปแบบการใช้งานใหม่ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสาธารณภัย ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจในด้านการเตรียมความพร้อมรับมือและป้องกันแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในประเทศไทย ซึ่งการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลด้านสาธารณภัยแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลภาครัฐที่เชื่อถือได้  ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชนและหน่วยงานได้อย่างทันท่วงที และเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ทั้งยังช่วยให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยอย่างดีที่สุด”

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  


นางสาวมนรวี อำพลพิทยานันท์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะและการให้เพื่อสังคม ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวิตเตอร์ กล่าวว่า “ความโดดเด่นของทวิตเตอร์คือการเป็นศูนย์รวมของบทสนทนาระดับโลกเรียลไทม์และทันสมัยที่ทำให้ทุกคนทราบว่าในขณะนี้มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง คุณลักษณะที่สำคัญนี้ทำให้ทวิตเตอร์เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถสื่อสารกันได้ทันเวลาและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเวลามีภัยพิบัติเกิดขึ้น ทีมบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ทั่วโลกเห็นถึงความสำคัญนี้และใช้ทวิตเตอร์ในการติดต่อสื่อสารกับผู้คนในพื้นที่และแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ในการให้ความช่วยเหลือ การปฏิบัติการกู้ภัย และการตอบสนองกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ การเปิดตัวฟีเจอร์การให้บริการนี้จะช่วยต่อยอดความมุ่งมั่นของทวิตเตอร์ในการร่วมมือกับทุกฝ่ายในการให้การสนับสนุนในกรณีฉุกเฉินเมื่อมีสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ ภาคประชาสังคม และบุคคลทั่วไป เพราะการแจ้งเตือนนี้ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของภัยพิบัติแบบเรียลไทม์และอย่างต่อเนื่อง เช่น ข้อมูลสำคัญล่าสุดบนท้องถนนและระบบสาธารณูปโภคที่ขัดข้อง และยังช่วยสร้างการเข้าถึงโดยตรงระหว่างพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกับทีมกู้ภัย”

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  

ฟีเจอร์บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ให้บริการการแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญและส่งเสริมข้อมูลการบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างหรือหลังการเกิดภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่เชือถือได้ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและสื่อมวลชน โดยเปิดให้บริการเป็นภาษาไทยบนระบบปฏิบัติการ iOS แอนดรอยด์ และ mobile.twitter.com 

ทุกๆ ครั้งที่มีคนค้นหาด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ฟีเจอร์จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและแหล่งข้อมูลความช่วยเหลือบนทวิตเตอร์ การให้บริการแจ้งเตือนนี้จะได้รับการตรวจสอบเป็นระยะโดยทีมงานของทวิตเตอร์เพื่อให้แน่ใจว่าคำสำคัญที่เกี่ยวข้องจะสามารถแสดงผลการค้นหาได้ในทันที ตัวอย่างคำสำคัญที่ใช้ในการค้นหาในฟีเจอร์นี้ เช่น “ภัยพิบัติ”, “น้ำท่วม”, “แผ่นดินไหว” เป็นต้น

นอกจากนั้น ฟีเจอร์บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ จะแสดงรายชื่อหน่วยงานภาครัฐและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานด้านการรับมือกับภัยพิบัติและการบรรเทาสาธารณภัยในประเทศไทย รวมถึงสื่อมวลชนที่กำลังรายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นในไทย ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถ กดติดตามลิสต์ ดังกล่าว เพื่อค้นหาหน่วยงานที่ต้องการและสามารถติดต่อได้ทันท่วงที

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน20 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน พบชุมชนสันป่าข่อยไข้เลือดออกระบาด พระ-เด็ก-เป็นผู้ป่วยแล้ว วอน จนท.แขวง-เทศบาลฯลงพื้นที่ช่วยด้วย

วันที่ 19 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในชุมชนและวัดสันป่าข่อย ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่  อสม.นป่าข่อย นำโดย นางสาวฉวีวรรณ ไชยมณี นำเพื่อน อสม.ร่วมกิจกรรมป้องกันลูกน้ำยุงลาย ช่วยกันดูแลบ้านเรือน วัดให้ปราศจากน้ำขัง ตอนนี้โรคไข้เลือดออกกำลังระบาด ในชุมชน พบผุ้ป่วยแล้ว 5 รายเป็นพระในวัดสันป่าข่อย 1 ราย ชาวบ้านและเด็ก 4 ราย ที่ผ่านมาพบมีการรณรงค์ กันมาตลอด แต่ไม่มีการป้องกัน และลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบ อย่างต่อเนื่องขาดๆหาย ทั้งๆที่เป็นแหล่งโรคไข้เลือดออกเริ่มระบาดแล้ว ทะยอยพบผู้ป่วย ซึ่งชาวชุมชนได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวให้ทราบถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบลงพื้นที่มาตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น และชาวบ้านที่กำลังหวาดผวากับโรคร้ายนี้

นางสาวฉวีวรรณ ไชยมณี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิก อสม.สันป่าข่อย ได้พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม ลงพื้นที่สำรวจแบบว่าเข้มข้นร่วมมือรวมใจ พร้อมรายงานให้หน่วยงานรับผิดชอบ และนำทรายอะเบท ไปใส่ตามที่มีน้ำขัง และคว้ำ ภาชนะที่มีน้ำขัง ตรวจสอบทำลายลูกน้ำยุงลายอันเป็นพาหะ นำเชื้อโรค แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วชุมชน หากทางแขวงและเทศบาลมีความเข้มข้นในการลงพื้นที่จะจะสร้างความมั่นใจให้ชาวชุมชนปลอดภัยจากโรคร้ายไข้เลือดออกได้อีกระดับหนึ่ง และขอบคุณ ประพันธ์ บูรณุปกรณ์ อดีต สว.เชียงใหม่ มอบถุงยังชีพให้กับสมาชิก อสม.สันป่าข่อย ที่เสียสละเวลาทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมอย่างเข้มแข้ง อดทน.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม

20 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

ซีพี ผนึกเครือข่าย กลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สร้างอาชีพใหม่ ทางรอดหลังวิกฤตโควิด-19

วันที่ 19 สค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อโลกตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ไม่สามารถควบคุมได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น หลายคนทั่วโลกไม่ทันตั้งรับ หลายธุรกิจต่างปิดกิจการลงไปภายในระยะเวลาอันสั้น เหตุจากภัยไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามาทำราย วิถีชีวิต ระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและหากเรามองให้ครบในทุก มิติ จะเห็นถึง บริบทของสังคมที่ยังต้องการรับความช่วยเหลือ เมื่อมีคนล้ม อีกคนต้องช่วยกันพยุงกันขึ้น ที่มาสู่การเป็นของศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ ในพื้นที่ บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร  อ.แม่แจ่ม  จ.เชียงใหม่  เพื่อการจ้างงานและฟื้นฟูป่า คืนการกลับมาของอาชีพ แก่ชาวบ้านและเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 จากสถานการณ์โควิด -19 ที่ผ่านมาส่งผลให้ชาวบ้านต่างได้ระผลกระทบจากการเลิกจ้างาน เป็นจำนวนมาก ตลอดในระยะเวลา 3 เดือน ที่บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซีพีได้มอบศูนย์เพาะชำกล้าไม้ให้เพื่อช่วยเหลือยืนหยัดเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 จ้างคนตกงานเข้าทำงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

นายบุญลือ ธรรมธนานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม กล่าวว่า ขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงปัญหาของชุมชนภายในพื้นที่ พร้อมทั้งยังเป็นเสมือนตัวช่วยในการขับเคลื่อนผลักดันให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง พร้อมเรียนรู้สู่ความยังยืนต่อไปในอนาคต พร้อมรับมือกับสถานการณ์ในวันข้างหน้าซึ่งในวันนี้ได้เกิดการจ้างงานของกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยการนำต้นกล้าผักจากโรงเรือนเพาะปลูกมากระจายและส่งมอบให้กับ ชุมชนและผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างการกลับมาของอาชีพและประกอบการใช้โยชน์ของเกษตรกรต่อไป

นายนนท์ นาคะเสถียร ผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ทางเครือมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนชุมชน สังคม ให้เกษตรกรในพื้นที่มีอาชีพและรายได้ สามารถเลี้ยงดูตนและครอบครัวอย่างมีความสุข หากการช่วยเหลือเยียวยา คือการกลับมาซึ่งความสุขของเกษตรกร เราพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้าง ชุมชน สังคม ประเทศชาติ ให้เกิดการพัฒนามุ่งสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทางเครือฯ คาดหวังเพียงอยากให้ ชุมชน สามารถพึ่งพาตนเอง มีความเข้มแข็ง เกิดแรงขับเคลื่อนจากภายในมีความเข้าใจร่วมกัน โดยศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการขยายพันธ์พืช ฟื้นฟูป่า เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ในชุมชนโดยภายศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฯนี้ประกอบไปด้วยโรงเรือนเพาะชำกล้าพันธุ์ไม้จำนวน 4 โรงเรือน ซึ่งสามารถเพาะชำกล้าไม้ ทั้ง ระยะสั้นและระยะยาวได้ถึง 102,500 กล้า/รอบ นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่อรรถประโยชน์กับชุมชน ที่ได้มาจากการเพาะกล้าพืชผักระยะสั้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน และเพื่อการฟื้นฟูป่าเพิ่มการกลับมาของพื้นที่สีเขียว สร้างเศรษฐกิจและ สังคม ชุมชน อันนำมาซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง เพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง เพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง เพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี20 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง เพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี เตรียมใช้ระบบจริงวันที่ 4-5 กันยายน 63 นี้

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง แจ้งดับกระแสไฟฟ้าเพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี เตรียมใช้ระบบจริงวันที่ 4-5 กันยายน 63 นี้ นายศุภชัย เชยชุ่ม หัวหน้าแผนกบริการลูกค้าและการตลาด รักษาการแทน ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอแม่สะเรียง จะทำการทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี ซึ่งจะมีกำหนดใช้จริงในวันที่ 4-5 กันยายน 2563 จึงต้องดับกระแสไฟฟ้าเพื่อทดสอบระบบจำหน่าย ตั้งแต่ ทางหลวง 108 ช่วง กม. 165 บ้านป่าโปงต่ำ ต.ป่าโปง อ.สบเมย ถึง ทางหลวง 108 ช่วง กม. 178 ปากทางเข้าตำบลป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง  ในวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 11.30 น. ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. ในช่วงเวลา 9.00 – 9.30 น. บริเวณพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย จะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วขณะ ระยะเวลาประมาณ 30 นาที

2. ในช่วงเวลา 11.30 – 12.00 น. บริเวณพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย จะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วขณะ ระยะเวลาประมาณ 30 นาที

3. บริเวณทางหลวง 108 ซ้าย-ขวา ตั้งแต่ช่วง กม 165 บ้านป่าโปงต่ำ ตำบลป่าโปง อำเภอสบเมย ถึง ทางหลวง 108 ช่วง กม.178 ปากทางเข้าตำบลป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง  ในช่วงเวลา 9.00 – 12.00 น.จะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วคราว ได้แก่ ตำบลป่าโปง อ.สบเมย  ตำบลแม่เหาะ ตำบลป่าแป๋  อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ทาง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอแม่สะเรียง จึงขออภัยในความไม่สะดวกเนื่องจากในช่วงวัน และเวลาดังกล่าวตามรายละเอียด อาจจะมีกระแสไฟฟ้าดับ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทำให้ไฟฟ้าบริเวณพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย  จ.แม่ฮ่องสอน จะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค แม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ช้างป่าบุกทำลายไร่ข้าวโพด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ช้างป่าบุกทำลายไร่ข้าวโพด

แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ช้างป่าบุกทำลายไร่ข้าวโพด

20 สิงหาคม 2563 – 09:11 น.

แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ช้างป่าบุกทำลายไร่ข้าวโพด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยเท้าช้างป่า​มีประมาณ​ 5​ ตัว

ที่อำเภอ​ปาย ว่าที่ร้อยตรีนพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอปาย​ พร้อม​นายก​องค์การ​บริหารส่ว​น​ตำบล​แม่นาเติง​ รองนายกองค์การ​บริหารส่ว​น​ตำบล​แม่​นาเ​ติง​/รองปลัดองค์​การบริหาร​ส่วน​ตำบล​แม่​เติง​ เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทยาน​แห่งชาติ​ห้วย​น้ำ​ดัง​ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน​ บ้านในของ​ กำลังพล ร้อย อส.อ.ปายที่ 4 เข้าตรวจสอบ​พื้นที่ ตามที่ได้รับแจ้งมีช้างป่าเข้ามาในพื้นที่ทำการเกษตร​ของราษฎรจากการตรวจสอบพื้นที่การเกษตร​ซึ่งพบว่าข้าวไร่และข้าวโพดเสียหายหลายจุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยเท้าช้างป่า​มีประมาณ​ 5​ ตัว

จึงได้ประสานหน่วยงานองค์การ​บริหารส่ว​น​ตำบล​แม่นาเติง หน่วยงานป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่​ยว​ข้อง​ เร่งให้การช่วยเหลือชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบตามระเบียบและหาแนวทางปัองกันช้างป่ามิให้เข้ามาสร้างความเสียหายแก่พืชผล ต่อไป​ ณ​ หย่อมบ้านในของ​ หมู่ที่​ 9 ตำบลแม่นาเติง​ ​อำเภอปาย​ จังหวัด​แม่ฮ่องสอน​ จากการเปิดเผยของนายบัญชาฯ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังว่าสำหรับช้างป่าโขลงนี้เดิมถิ่นที่อยู่ของมันอยู่ตามตะเข็บชายแดนหัวน้ำของและหัวน้ำลางซึ่งป่าที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับเป็นที่อยู่ของช้างป่าโดยปกติช้างโขลงนี้จะไม่ค่อยลงมา แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาช้างเหล่านี้ได้เข้ามาลึกมากห่างจากที่อยู่ของมันกว่า 30 กม.เมื่อมันมาพบเห็นไร่ข้าวโพดและข้าวไร่ก็เลยขอกินเสียเลย

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น19 สิงหาคม 2563 – 15:34 น.

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


หลังจากที่ผ่านช่วงเวลากักตัวและทำงานที่บ้านมาหลายเดือน ทำให้เริ่มอยากออกไปเที่ยวพักผ่อน ล่าสุดหลังจากการคลายล็อกดาวน์ (Lockdown) เชื่อว่าหลายๆ คนคงมีการวางแผนมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศกับคนในครอบครับและเพื่อนสนิท รีเฟรชตัวเองและดื่มด่ำกับธรรมชาติพร้อมถ่ายรูปอวดผิวสวยลงโซเชียล แต่เราอาจหลีกเลี่ยงปัญหาผิวที่มาพร้อมกับการเดินทางไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง การดื่มน้ำหรือรับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวอ่อนล้า หมองคล้ำ ไม่สดใส  แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับบล็อกเกอร์สาวด้านความงาม ไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น ที่รู้จักกันในนาม ‘GANDAGANDA’ หรือ กานดา สายทุ้ม จัดเวิร์คช็อป ‘แพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกัน เผยเทคนิคอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริปการเดินทาง’ กับผลิตภัณฑ์แบรนด์ ‘ธัญ’ (THANN)

อาทิ ‘ตาฮิเตียน ลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์’ (Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist), ‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง แฟเชียล มาส์ก’ (Eastern Orchard Intensive Hydrating Facial Mask), ‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ แฟเชี่ยล ซันสกรีน’ (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++), ‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด ชาวเวอร์ เจล’ (Eastern Orchard shower gel) และ ‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด บอดี้ มิลค์’ (Eastern Orchard body milk),  โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมทำกิจกรรม อาทิ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, อภินรา ศรีกาญจนา และ ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ ที่ โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

กานดา สายทุ้ม กูรูด้านความสวยงามและท่องเที่ยว ได้แนะทริคท่องเที่ยวอวดผิวสวย พร้อมแนะไอเทมสำหรับการดูแลผิวตนเองขณะเดินทางท่องเที่ยว ว่า ‘การเดินทางท่องเที่ยวนั้นก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนอีกทางหนึ่ง ทำให้เราได้สัมผัสประสบการณ์และได้เปิดมุมมองใหม่ให้กับชีวิต การเดินทางท่องเที่ยวนำพาเราให้ได้เจอกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเราได้อีกทางหนึ่ง การเลือกที่พักก็เป็นสิ่งสำคัญ เน้นความรู้สึกแบบอยู่สบายตรงตามสไตล์ที่เราชอบที่สุด ซึ่งอาจพิจารณาจากบรรยากาศ วิวห้องพัก อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  รวมถึงพิจารณาสภาพอากาศด้วย เพราะแต่ละสถานที่ก็มีสภาพอากาศที่ต่างกัน การแต่งกายก็ย่อมต่างกัน ล้วนมีผลต่อการจัดเตรียมเสื้อผ้ารวมรวมถึงเครื่องสำอาง เพื่อดูแลผิวพรรณขณะท่องเที่ยวอีกด้วย ส่วนการดูแลผิวพรรณนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่เราต้องดูแลผิวเราให้มีสุขภาพดีที่สุดก่อน เมื่อผิวแข็งแรงก็จะง่ายต่อการดูแล ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวก็สามารถดูแลผิวเพิ่มเติมมากขึ้นได้ เช่น หากไปทริปที่เจอแสงแดดมากๆ ก็ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสียูวีและผิวคล้ำเสียจากแสงแดด หากเป็นประเภทกันน้ำ (Water Resistant) ได้จะดีมาก เพราะไม่ต้องกังวลว่าครีมกันแดดที่ทาจะละลายไปกับน้ำหรือเหงื่อ ระหว่างวันก็สามารถใช้สเปรย์น้ำแร่ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และคลายความอ่อนล้าให้กับผิว นอกจากนี้เรายังสามารถคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางท่องเที่ยวได้ระหว่างการอาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ เพื่อคืนความสดชื่นได้ทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย ส่วนเรื่องการแต่งกายเราควรคำนึงถึงสถานที่ที่จะไปเป็นหลัก อย่างเช่น หากไปทะเลก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบางเบา แห้งง่าย ถ้าไปภูเขาก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่เน้นความคล่องตัวสูง หรืออาจจะมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าพื้นเมืองให้มีความกลมกลืนกับสถานที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นของเมืองนั้นๆ นอกจากนี้เราควรให้ความสำคัญกับรองเท้าที่สวมใส่ด้วย เพราะระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวนั้น ส่วนใหญ่เรามักจะมีกิจกรรมและสถานที่ให้เราได้ออกไปสำรวจหลายแห่ง อาจต้องเดินมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการเลือกใส่รองเท้าที่สวมใส่สบายนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแค่ใส่แล้วดูดี แต่ต้องมาพร้อมกับความสบายด้วย ส่วนเทคนิคการถ่ายรูปนั้นนอกจากแสงที่ดีจะช่วยให้รูปออกมาสวยดูดีแล้ว การจัดองค์ประกอบของร่างกาย และท่าทางก็สามารถช่วยให้รูปออกมาสวยได้เช่นกัน อย่างเช่น การโพสท่าถ่ายรูปไม่ควรห่อตัวหรือทำหลังค่อม หรือยืนตรงๆลำตัวแข็งทื่อ เพราะจะทำให้รูปเราถ่ายออกไม่สวย ควรปล่อยตัวตามสบาย อย่าเกร็ง อาจจะมีการพอยท์เท้า มองซ้ายบ้าง มองขวาบ้าง เอียงตัวไปด้านใดด้านนึ่ง หรือถ้าใครที่รู้ว่ามุมไหนตัวเองที่ถ่ายรูปออกมาสวยก็สามารถใช้ได้เหมือนกันเพียง และใช้มุมกล้องช่วยในการชูจุดเด่น อำพรางจุดด้อยของเรานอกจากนี้กิจกรรมที่เราทำขณะท่องเที่ยวก็มีส่วนช่วยให้ทริปนั้นสนุกสนาน และได้รูปที่สวยงามด้วยเช่นกัน อย่างไปทะเลก็อาจจะมีกิจกรรมดำน้ำ พายเรือคายัก ไปภูเขาก็อาจจะมีกิจกรรมเดินป่า เดินชมเมืองสวยๆ หรือไม่ก็อาจจะหาคาเฟ่เก๋ๆ ไว้นั่งพัก กิจกรรมเหล่านี้ล้วนช่วยเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้มีรูปสวยๆ ไว้คอยโพสในโซเชียล สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศที่ชอบไป คือ จังหวัดเชียงใหม่ ไปขึ้นภูเขาเข้าป่า เพราะอากาศดี มีลำธาร น้ำใส ต้นไม้สีเขียวๆ ที่พักก็เรียบง่าย สะอาด อาหารอร่อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน’
 

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผิวให้คงความชุ่มชื้น พร้อมเสริมเกราะปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งประกอบไปด้วย ตาฮิเตียน ลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์ (Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist) ขนาด 60 มล. ราคา 650 บาท สเปรย์น้ำแร่บริสุทธิ์จากธรรมชาติที่รวม 2 คุณประโยชน์ของน้ำแร่ธรรมชาติจากเทือกเขาแอลป์และอ่าววงแหวนปะการัง หมู่เกาะตาฮิติ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการเติมเต็มความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ทรงประสิทธิภาพ ช่วยฟื้นฟูและปกป้องเซลล์ผิวจากความแห้งกร้าน ทั้งยังช่วยลดอาการระคายเคือง, น้ำสกัดจากดอกลาเวนเดอร์ออแกนิค (Organic lavender water) บรรเทาอาการอักเสบของผิว และมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้แบคทีเรีย (Anti-bacteria) และสารสกัดจากชาเขียว (Green tea extract) ปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมคืนความมีชีวิตชีวาสู่ผิว 

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง แฟเชียล มาส์ก’ (Eastern Orchard intensive hydrating facial mask) ราคา 1,050 บาท ไบโอเซลลูโลสมาส์ก มาส์กรักษ์ที่ผลิตจากน้ำมะพร้าวธรรมชาติ 100% แผ่นมาส์กจึงมีความละเอียดถึง 20-50 นาโนเมตร แนบสนิทได้ทุกพื้นผิวบนหน้า ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์พบว่าค่าความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้น 39%** ทันทีที่ใช้ โดยผิวยังคงความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น 10.4%** แม้เวลาผ่านไป 8 ชั่วโมง และสีผิวกระจ่างใสขึ้น 12.6%*** อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิดที่มอบความชุ่มชื้น คืนความกระจ่างใสสู่ผิว อาทิ สารสกัดจากชาเขียวออร์แกนิก (Organic green tea extract) อุดมด้วยสารด้วยสารโพลิฟีนอล (Polyphenol) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์, สารสกัดจากสับปะรดออร์แกนิก (Organic pineapple extract) อุดมด้วยวิตามิน ซี และเอ็มไซน์โบรมีเลน (Bromelain) บรรเทาความแห้งกร้าน และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว, ไฮยาลูรอน (Hyaluronic acid) และสารสกัดจากทรีฮาโลส (Trehalose) เติมเต็มความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิว นอกจากนี้ยังเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกด้วยวิตามินเอ และ AHA ในรูปแบบไลโพโซม (Phopolipid Bilayer) ซึมสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก เพื่อผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ 
(**ทดสอบด้วยเครื่อง Corneometer กับกลุ่มอาสาสมัครอายุ 22 – 55 ปี จำนวน 20 คน / ***ทดสอบด้วยเครื่อง Colorimeter กับกลุ่มอาสาสมัครอายุ 22 – 55 ปี จำนวน 20 คน)

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ แฟเชียล ซันสกรีน’ (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++) ขนาด 40g ราคา 1,200 บาท เสริมเกราะปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB พร้อมรับมือกับปัญหาริ้วรอย และผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ด้วยเนื้อครีมที่มอบสัมผัสแห้งสบาย ไม่มันวาว ไม่ทิ้งคราบขาวไว้บนใบหน้า ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดีแม้ผิวเปียกน้ำ (Water Resistant) กันน้ำ กันเหงื่อ อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าการบำรุงด้วยส่วนผสมธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract), น้ำมันสกัดจากเมล็ดแบล็คเคอร์แรนท์ (Blackcurrant seed oil) และสารสกัดจากบอลลูนไวน์ (Balloon vine extract) ลดอาการระคายเคือง และทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันสกัดจากเมล็ดชาออแกนิค (Organic camellia seed oil) ปรับสภาพผิวให้กระชับ เรียบเนียน, อุดมด้วยสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ปกป้องและลดอาการอักเสบของผิว, น้ำมันสกัดจากเมล็ดดอกทานตะวัน (Sunflower seed oil) และน้ำมันสกัดจากดอกคำฝอย (Safflower seed oil) เติมเต็มความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว, สารสกัดจากโรสแมรี่ (Rosemary extract) ลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำ

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด ชาวเวอร์ เจล (Eastern Orchard shower gel) ขนาด 320 มล. ราคา 650 บาท ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ทำให้ผิวนุ่มสะอาดและมีสุขภาพดี ช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว อุดมไปด้วยวิตามินอี ในน้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) ที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นซ์ทรงประสิทธิภาพ, น้ำมันเมล็ดองุ่นออแกนิค (Organic Grape Seed Oil) ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสของผิว, น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพร้อมป้องกันการระคายเคือง  


อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด บอดี้ มิลค์ (Eastern Orchard body milk) ขนาด 320 มล. ราคา 850 บาท ครีมบำรุงผิวกายอุดมด้วยวิตามินอีจากน้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ, น้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส ออแกนิค (Organic Evening Primrose)  และน้ำมันอาร์แกนออแกนิค (Organic Argan Oils) ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


สำหรับบรรยากาศในการเวิร์คช็อปเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยให้เกียรติมาร่วมเผยไอเท็มเด็ดและเคล็ดลับการดูแลผิวตนเองขณะเดินทางท่องเที่ยว เริ่มที่สาวยิ้มสวย ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า ช่วงที่ล็อกดาวน์ก็ไม่ได้ไปไหนเลย แต่พอหลังจากคลายล็อกดาวน์แล้ว ทริปแรกที่มีโอกาสได้ไป คือ เกาะสมุย ซึ่งไปกับเพื่อนๆ อยากบอกว่าทะเลที่สมุยสวยมาก สวยไม่แพ้ทะเลในต่างประเทศเลย และมีสถานที่สวยๆ ให้ถ่ายรูปหลายที่ เวลาถ่ายรูปจะมีเทคนิคการถ่ายรูปแบบมุมเสย ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าการถ่ายรูปมุมเสยนั้นจะทำให้หน้าบานหรือหน้าใหญ่ แต่จริงๆแล้วการถ่ายรูปมุมเสยนั้นช่วยให้ช่วงลำตัวเราดูยาว สูง ทำให้ภาพที่ได้ออกมาดูสวย และที่สำคัญเราต้องมีความมั่นใจในรูปร่างและชุดที่สวมใส่แบบที่เป็นตัวเรา การเตรียมตัวไปเที่ยวทริปนี้ก็จะมีไอเทมที่จะขาดไม่ได้อย่างอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดดเช่น แว่นตากันแดด หมวก และครีมกันแดด เวลาส่วนใหญ่เอยมักใช้ไปกับกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้ผิวแห้งขาดน้ำได้ง่าย บวกกับเอยเป็นคนที่ผิวค่อนข้างแห้ง จึงต้องเตรียมครีมทาผิวและสเปรย์น้ำแร่ติดไปด้วย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่ลืมที่จะดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายเราเสียไป’
    

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

ถัดมาที่สาวเวิร์กกิ้งวูเมน อภินรา ศรีกาญจนา เล่าว่า ‘เวลาไปเที่ยวหากไปกับครอบครัวก็มักจะเลือกไปเที่ยวสถานที่ที่เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ แต่ถ้าไปกับเพื่อนก็จะเน้นที่มีกิจกรรมเยอะๆ หรือถ้าไปกับพี่น้องที่มีแต่ผู้หญิงก็จะยิ่งสนุกไปใหญ่ เพราะเราจะได้ช่วยกันเลือกชุด จัดกระเป๋า เตรียมเครื่องประดับ รวมถึงเลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับแต่ละสถานที่ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละที่ที่จะไปก็ค่อนข้างแตกต่างกัน ส่วนตัวเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายมากเลยยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนไอเทมที่ขาดไม่ได้และต้องมีติดกระเป๋าไว้ทุกทริป คือ มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยจะใช้หลังจากทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือก่อนนอน เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวให้พร้อมสำหรับวันต่อไป ที่สำคัญแผ่นมาส์กนี้ยังสามารถย่อยสลายได้เองอีกด้วย นอกจากจะไม่เป็นการสร้างขยะแล้วยังเป็นแผ่นมาส์กรักโลกอีกด้วย  หลังจากคลาย ล็อกดาวน์ก็มีโอกาสไปเที่ยวเกาะช้างกับเพื่อนๆ ทริปนี้ถือว่าสนุกมาก เพราะมีกิจกรรมที่หลากหลาย ได้ไปดำน้ำตื้นดูปะการัง (Snorkeling) พายคายัก ว่ายน้ำ ทานอาหารทะเล นอกจากสนุกแล้วการเที่ยวในประเทศยังถือว่ามีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศด้วย ส่วนทริคการถ่ายรูปให้สวยสำหรับเราคือควรรู้มุมสวยของตัวเองและมุมที่สวยที่สุดของสถานที่นั้นๆ ด้วย’
    

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

ปิดท้ายที่สาวผิวสวย ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ เผยว่า ‘ทุกครั้งเมื่อถึงเวลาที่จะต้องออกทริปก็จะให้ความสำคัญกับลุคและไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลัก ส่วนตัวจะมีแบบแผนในการเตรียมตัวและจัดกระเป๋าที่ค่อนข้างเป๊ะมาก เริ่มตั้งแต่การเลือกสถานที่ที่เราจะไป พักที่ใด โรงแรมสไตล์ไหน ไปกี่วัน เราก็จะเสิร์ชหาข้อมูลที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวเตรียมไว้ก่อนที่จะเดินทาง ดูมุมถ่ายรูป ดูสีสันของเมือง ดูสภาพอากาศ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเตรียมชุดให้ตัวเองได้สวยที่สุด โดยจะจัดเตรียมชุดไล่เรียงไปตามจำนวนวันที่จะต้องไป วันนี้ไปสถานที่ไหนบ้าง ชุดที่จะต้องใส่ ต้องลุคไหน สีไหน ธีมแบบไหน อาจจะเตรียมไปห้าชุด สิบชุด หากเรามีการเตรียมตัวที่ดีก็จะทำให้การท่องเที่ยวนั้นสนุกสนานมากขึ้น และที่สำคัญเราควรคำนึงถึงสภาพอากาศของสถานที่ที่เราจะไปด้วยว่าเป็นแบบไหน อย่างไปทะเลแน่นอนว่าต้องเจอกับแสงแดด ดังนั้นก็ไม่ลืมที่จะต้องเตรียมครีมกันแดด สเปรย์น้ำแร่  รวมทั้งเจลอาบน้ำ ครีมบำรุงผิวก็มีส่วนช่วยให้ผิวสวยได้ สามารถสร้างความมั่นใจได้ตลอดทริป ส่วนการถ่ายรูปเราก็ชอบถ่ายรูปคู่กับวิวสวยๆ ไม่ค่อยชอบการถ่ายแบบพอร์ทเทรต ช่วงหลังจากที่คลายล็อกดาวน์ก็ได้ไปเที่ยวในประเทศมา 2-3 ที่ สถานที่ที่ชอบมากที่สุดก็คือทะเลที่จังหวัดกระบี่ ถือว่ามีความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม น้ำทะเลสวยใสมาก ขอบอกเลยว่าอยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวทะเลกระบี่กันค่ะ’

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


สัมผัสผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างสุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์ ตาฮิเตียน ลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์ (Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist) ขนาด 60 มล. ราคา 650 บาท, ‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง แฟเชียล มาส์ก’ (Eastern Orchard intensive hydrating facial mask) ราคา 1,050 บาท และ ‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ แฟเชียล ซันสกรีน’ (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++) ขนาด 40 มล. ราคา 1,200 บาท,อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด ชาวเวอร์ เจล (Eastern Orchard shower gel) ขนาด 320 มล. ราคา 650 บาท และ อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด บอดี้ มิลค์ (Eastern Orchard body milk) ขนาด 320 มล. ราคา 850 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ http://www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามดิส คัฟเวอรี่ ,ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) และสาขาถนนกลาง (ย่านเมืองเก่า) จังหวัดภูเก็ต

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง19 สิงหาคม 2563 – 09:15 น.

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง มีทั้งความเสี่ยง ความอันตราย ไม่ว่าฝนจะตกถนนจะลื่น ก็ต้องเสี่ยงขับรถจักรยานยนต์ฝ่าถนนที่มีแต่โคลน ไปสอนเด็กๆ

นางสาวศุภรดา ล้านกันทา หรือ ครูเก๋ อายุ 35 ปี จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นครูสอนโรงเรียนผาขวางวิทยา หมู่ที่ 13 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มากว่า 7 ปี ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 300 กว่าคน และมีโรงเรียนลูกอีก 2 สาขา คือ สาขาบ้านแคววัวดำ และสาขาบ้านลอบือ นักเรียนส่วนใหญ่ เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ อาข่า และกะเหรี่ยง ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนผาขวางวิทยา มีเขตบริการ 13 หย่อมบ้านได้แก่ บ้านพนาสวรรค์, บ้านห้วยหลุ, บ้านสามเส้า, บ้านอาดี่, บ้านอาเกอะ, บ้านป่าแล, บ้านลอบือ, บ้านจะสอป่า, บ้านห้วยสักกอง,  บ้านออบเสือแหวน, บ้านหมอผี, บ้านแคววัวดำ และบ้านลอซา สภาพชุมชนมีลักษณะเป็นชุมชนแบบชนเผ่า คนในชุมชนให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับการจัดกิจกรรมและให้ความร่วมมือในด้านอื่นๆ เป็นอย่างดี เช่น การสร้างโรงอาหาร  และการสร้างรั้วโรงเรียนซึ่งเป็นรั้วลวดหนามที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ครูเก๋ ได้เล่าเรื่องราวหน้าที่ ที่เธอต้องเผชิญกับความท้าทายในแต่ละวัน มีทั้งความเสี่ยง ความอันตราย ของคนที่ต้องไปอยู่บนดอยเพียงลำพัง ที่คนในเมืองอย่างเราๆ อาจจะไม่เคยได้สัมผัส ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องห่างบ้าน อยู่ไกลพ่อแม่และเพื่อน ขึ้นไปอยู่บนดอย จนทำให้บางครั้งอาจไม่ได้รับอ้อมกอดของคนที่คุ้นเคย บางวันแทบไม่ได้ยินเสียงกัน เพราะบนดอยไม่มีสัญญาณมือถือ มีเพียงเสียงสัตว์ป่าและบ้านพักครูหลังน้อยๆ คอยเป็นเพื่อนยามค่ำคืน อากาศบนดอยเวลาหนาวก็หนาวกว่าใคร หน้าฝนแต่ละทีไม่อยากพูดถึงถนนได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ดินสไล เวลาจะไปสอนโรงเรียนสาขาบ้านลอบือ ทุกๆ วัน

ครูเก๋และครูสมพรจะขับรถจักรยานยนต์เพื่อไปสอนเด็กๆ ไม่ว่าฝนจะตกถนนจะลื่น ครูเก๋และครูสมพรต้องเสี่ยงขับรถจักรยานยนต์ฝ่าถนนที่มีแต่โคลน ไปสอนเด็กๆ เหมือนในเกมส์ที่เขาเล่นกันเลยครูเก๋กล่าวไม่มีแสตนอิน ไม่ใช้ตัวแสดงแทน พลาดคือเจ็บ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหนเราต้องควบคุมรถให้ไปถึงจุดหมายให้ได้เพราะมีนักเรียนรอเรียนกับเราอยู่ นี่คือชีวิตจริงของครูเก๋และครูสมพร แต่ในบางครั้งก็จะมีครูผู้ชายไปประจำแทนที่สาขาลอบือ สาขาลอบือ อยู่ห่างจากโรงเรียนแม่ 9 กม. ส่วนโรงเรียนผาขวางวิทยาอยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 45 กม.

โรงเรียนผาขวางวิทยา เป็นโรงเรียนแม่มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 28 คน ส่วนสาขาบ้านแคววัวดำ มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 3 คน สาขาบ้านลอบือ มีครูและบุคลาการทางการศึกษา 2 คนและยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่วนชีวิตการเป็นอยู่ของนักเรียนที่ไม่สามารถเดินทางไป-กลับ ระหว่าง โรงเรียนกับบ้านเนื่องจากบ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียนและการเดินทางลำบากก็จะต้องพักที่โรงเรียน ซึ่งปัจจุบันนักเรียนยังขาดแคลนอาหารต้องขอรับบริจาคข้าวสารจากวัด ได้เดือนละ 4 กระสอบแต่เด็กๆใช้ 2 กระสอบต่อสัปดาห์จึงไม่เพียงพอต่อจำนวนเด็กที่นอนประจำที่โรงเรียน ครูเก๋ใช้ชีวิตสมถะอยู่กับเด็กดอยกินกับเด็กดอย ไม่ใช่สอนแค่ในห้องเรียน แต่เธอชอบพาเด็กๆไปเรียนรู้นอกห้องเรียนเสมอ เธอเข้าใจและเข้าถึงเด็กๆรวมถึงผู้ปกครองด้วย บ่อยครั้งที่ครูเก๋จะได้รับความเอ็นดูจากผู้ปกครองของเด็กๆ ที่แวะเวียนมาดูแล และแบ่งปันอาหารการกิน

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ “งานอุ้มพระดำน้ำ” ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ “งานอุ้มพระดำน้ำ” ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก19 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

เพชรบูรณ์ เตรียมจัดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประเพณีที่แปลก และมีอยู่เพียงแห่งเดียวในโลกขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชมขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ การแข่งขันเรือพายทวนน้ำ และเทศกาลอาหารอร่อยแล้ว พร้อมการแสดง แสง สี เสียง ตามตำนานประวัติความเป็นมาของพระพุทธมหาธรรมราชา

วันที่ 18 สิงหาคม 2563 นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ นายสบธนา อั๋นประเสริฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก และนางเยาวภา โตสงวน วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ และเทศกาลอาหารอร่อย ประจำปี 2563 ณ บริเวณหอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ สำหรับงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ หรือพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ลงสรงน้ำ เป็นประเพณีที่แปลกและมีอยู่เพียงแห่งเดียวในโลก ที่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทำสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณนานกว่า 400 ปี โดยได้กำหนดจัดขึ้นในช่วงเทศกาลสารทไทยของทุกปี ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 20 กันยายน 2563 รวม 6 วัน 6 คืน โดยวันที่ 15 กันยายน เวลา 18.00 น.จะมีนักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 2,563 คน มารำถวายหน้าพระพุทธมหาธรรมราชาจำลององค์ใหญ่ ณ พุทธอุทยานเพชบุระ และในวันที่ 16 กันยายน เวลา 17.00 น.นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ จะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาจากวัดไตรภูมิมาประดิษฐานบนราชรถบุษบก ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟอย่างสวยงาม แห่ไปตามถนนสายต่างๆ รอบๆ เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมกับขบวนแห่ตามโบราณประเพณี เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะบูชา

และเช้าวันที่ 17 กันยายน ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็นวันสารทไทย และเป็นวันสำคัญของงาน นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ จะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชามาประดิษฐานบนเรือบุษบก ออกแห่ทางน้ำที่ในแม่น้ำป่าสัก บริเวณท่าน้ำหน้าวัดไตรภูมิ เพื่อเดินทางไปประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ณ ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ซึ่งเป็นบริเวณที่ตามตำนานได้เล่าสืบทอดกันมาว่า มีชาวบ้านที่ไปทอดแหหาปลา พบพระพุทธมหาธรรมราชากำลังดำผุดดำว่ายอยู่ จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธี

ส่วนการประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งมีศักดิ์เทียบเท่ากับพ่อเมืองในสมัยโบราณ จะเป็นผู้อุ้มพระพุทธมหาธรรมราชาลงดำน้ำ พร้อมกับเสนาบดีทั้ง 4 คือ ฝ่ายเวียง ฝ่ายวัง ฝ่ายคลัง ฝ่ายนา โดยมีพระสงฆ์ 9 รูป สวดชัยมงคลคาถา โดยการประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำจะหันหน้าไปทางทิศเหนือ 3 ครั้ง และทิศใต้ 3 ครั้ง เพื่อขออำนาจบารมีให้ พระพุทธมหาธรรมราชา ช่วยดลบันดาลให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ฝนตกต้องตามฤดูกาล และหลังจากประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำเสร็จ จะมีการโยนเครื่องเส่นถวาย ซึ่งเป็นข้าวต้มมัด กระยาสารท และข้าวตอก ดอกไม้ ให้ประชาชนที่มาร่วมในพิธีแย่งชิงกัน เพื่อเป็นศิริมงคล

และในช่วงบ่าย จะจัดให้มีการประกวดเรือพายสวยงาม และการแข่งขันเรือพายทวนน้ำ ส่วนในช่วงกลางคืน จะจัดให้มีงานเทศกาลอาหารอร่อยจากอำเภอต่างๆ และการแสดงแสงสีเสียงหรือไลท์แอนท์ซาวด์ ตามตำนานประวัติความเป็นมาของพระพุทธมหาธรรมราชา พร้อมมหรสพสมโภชน์อีกมากมาย

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก
เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก
เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก
เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก

ชัยวัฒน์ ปานนิล / บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์