เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่การพักผ่อนอันสงบบนหาดกะรนอีกครั้งในราคาสุดพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630561

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 07:45 น.เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่การพักผ่อนอันสงบบนหาดกะรนอีกครั้งในราคาสุดพิเศษ“เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต” เปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมส่งโปรโมชั่นราคาสุดพิเศษห้องพักวิลล่าหรู มอบที่สุดแห่งความผ่อนคลายคู่ความสวยงามแห่งท้องทะเลใต้

พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่การพักผ่อนอันสงบบนหาดกะรนอีกครั้งแล้ว สำหรับ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ประกาศเปิดให้บริการ เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต อีกครั้ง พร้อมมอบข้อเสนอห้องพักวิลล่าหรูสุดส่วนตัวในราคาสุดพิเศษให้นักท่องเที่ยวได้กลับมาผ่อนคลายกับความสวยงามของทะเลใต้และชายหาดอันแสนสงบอีกครั้ง

เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต นำเสนอวิลล่าอันโดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีพื้นที่กว้างขวางที่หันหน้าเข้าสู่ทะเลอันดามัน ซึ่งทำให้รีสอร์ทมีบรรยากาศที่สวยงาม สะท้อนบรรยากาศเฉพาะแบบไทยๆ โดยรีสอร์ทตั้งอยู่ห่างจากหาดกะรนที่สวยงามเพียงไม่กี่ก้าว ในระยะเดินเพียง 5 นาที

รีสอร์ทเพื่อการพักผ่อนบนชายหาดกะรนของจังหวัดภูเก็ตแห่งนี้ โดดเด่นด้วยวิลล่าสไตล์ไทยที่กว้างขวาง 72 หลัง ห้อมล้อมด้วยพืชพันธุ์เขตร้อนเขียวชอุ่มและมีการผสมผสานของสวนตามธรรมชาติและวิวทะเล วิลล่าบางหลังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวหรือสปา อีกทั้งเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการต่างๆ อย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ 2 สระ ห้องอาหาร 2 ห้อง บาร์ และสปาเซ็นวารี

เซ็นทารามอบโปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองการกลับมาเปิดให้บริการของเซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต อีกครั้ง ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,640 บาทต่อคืน (ราคารวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน) โดยแขกผู้เข้าพักสามารถพักผ่อนแบบสุขกาย สุขใจ กับข้อเสนอ “Stay Happy & Healthy” แพ็คเกจห้องพักราคาพิเศษที่มาพร้อมทางเลือกเพื่อดูแลสุขภาพมากมาย อาทิ คอร์ส AcuRelax ทรีทเมนต์ 60 นาที สำหรับ2 ท่าน เซตตัวช่วยการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และเซตอุปกรณ์ออกกำลังกายภายในห้องพักเพื่อออกกำลังกายแบบส่วนตัว

เซ็นทารายังเอาใจคนรักการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว ด้วยส่วนลดสุดพิเศษสำหรับห้องพักประเภทพูลวิลล่าที่มีสระน้ำส่วนตัวโดยเฉพาะ โดยสามารถเลือกเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 และสามารถยกเลิกได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โปรโมชั่นนี้มาในราคาเริ่มต้นเพียง 7,300 บาทต่อคืน ซึ่งมาพร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็น

โดยผู้เข้าพักสามารถเลือกรับประทานที่ห้องอาหารของโรงแรมหรือจะเลือกรับประทานอาหารแบบเป็นส่วนตัวที่เสิร์ฟภายในวิลล่าก็ได้เช่นกัน นอกจากนั้น เซ็นทารายังมอบส่วนลดเพิ่มอีก 20% สำหรับสมาชิก CentaraThe1

เซ็นทาราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ด้วยมาตรฐานด้านสุขอนามัยภายใต้โปรแกรม “เซ็นทาอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) ซึ่งประกอบไปด้วยหลักปฏิบัติการ 12 ข้อ ครอบคลุมทั้งการเว้นระยะห่าง  สุขภาพ สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการบริการให้มีความปลอดภัยสูงสุดต่อสุขภาพอย่างรอบด้านอันสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/centara/cvp หรืออีเมล cvp@chr.co.th หรือโทร +66 (0) 76 286 316

ภูมิแพ้อาหารแฝง…ภัยเงียบที่รอคุกคาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630559

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 07:15 น.ภูมิแพ้อาหารแฝง...ภัยเงียบที่รอคุกคามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเผยการแพ้อาหารชนิด “แฝง” มีความแตกต่างจากการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน พร้อมแนะวิธีการสังเกตและการตรวจหา

เมื่อพูดถึงการแพ้อาหาร โดยส่วนใหญ่มักนึกถึงอาการคันมีผื่นขึ้นตามตัว หายใจไม่ออก บวมที่ใบหน้า คลื่นไส้ อาเจียน อาการแพ้ดังกล่าวนี้เรียกว่า การแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน ร่างกายจะสร้างภูมิ หรือ แอนติบอดี (antibody) ชนิด Immunoglobulin E (IgE) ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้อย่างรุนแรง แต่หากพูดถึงการแพ้อาหารชนิด “แฝง” จะมีความแตกต่างออกไปจากการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Addlife Check-Up Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลเรื่องภูมิแพ้อาหารว่า ภูมิแพ้อาหารแบบแฝงหรือเรียกอีกชนิดว่าแพ้อาหารแบบเรื้อรังนั้น จะเกิดจากการที่ร่างกายสร้างแอนติบอดี ชนิด Immunoglobulin G (IgG) โดยจะทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้ ซึ่งจะยังไม่แสดงอาการผิดปกติในทันที มักแสดงตัวอย่างช้าๆ จะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

กลไกของการแพ้อาหารแบบแฝงนั้น เริ่มจากเมื่อเราบริโภคอาหารที่แพ้เข้าไป เม็ดเลือดขาว (White blood cell) จะสร้าง Antibody ที่จำเพาะต่ออาหารชนิดที่เราแพ้นั้นๆ ในทางเดินอาหารของเรา สำหรับอาหารที่ไม่ได้แพ้ก็จะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กเพื่อที่จะไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายผ่านตามกระแสเลือดตามปกติ แต่อาหารที่แพ้ จะมี Antibody จับกับอาหารที่แพ้ และเกิดเป็นอนุภาคที่ก่อให้เกิดการอักเสบ และอนุภาคเหล่านี้เองจะเดินทางไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย แล้วก่อให้เกิดการอักเสบที่ร่างกายตามจุดต่างๆ ซึ่งลักษณะอาการต่างๆที่เกิดขึ้น และชนิดของอาหารที่แพ้ จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

อาการของการแพ้อาหารแบบแฝง โดยคร่าวๆ ได้แก่ ท้องอืด มีลมในระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ผิดปกติ ผื่นคันและผิวหนังอักเสบ รวมไปถึงอาจเกิดอาการวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ปวดศีรษะ ไมเกรน เหนื่อยเพลีย ความดันโลหิตสูง ปวดข้อ ข้ออักเสบ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและน้ำหนักขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตตัวเองให้ดีว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ เพื่อที่จะเริ่มตรวจและรักษาได้เร็ว 

นับว่าเป็นโชคดีที่อาการแพ้อาหารแฝงนี้สามารถตรวจหาด้วยการตรวจ “สารก่อภูมิแพ้อาหาร IgG ทั้งนี้การตรวจเลือดสามารถช่วยให้เรารู้ว่า การแพ้อาหารที่แอบแฝงอยู่นั้นเป็นอาหารชนิดใด หรือ IgG Food Allergy Test ซึ่งจะรายงานผลการตรวจออกมาเป็นระดับการแพ้อาหารแต่ละรายการ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยเซลล์บำบัด รักษาด้วยโอโซน รักษาด้วยออกซิเจนแรงกดอากาศสูง การรักษาด้วยการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต การักษาด้วยเลเซอร์พลังงานต่ำ การปรับสมดุลลำไส้

ถ้าคุณเข้าข่ายหรือมีอาการเหล่านี้ อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจและรักษาก่อนที่จะกลายเป็นโรคที่ร้ายแรงขึ้น

แปลงร่างเป็นเชฟยุค New Normal ด้วย 3 เมนูมัดใจแม่แบบอินเตอร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630410

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 09:10 น.แปลงร่างเป็นเชฟยุค New Normal ด้วย 3 เมนูมัดใจแม่แบบอินเตอร์ แปลงร่างเป็นเชฟยุค New Normal ไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบ ไม่ต้องหาสูตร ทำอาหารนานาชาติทานเองที่บ้านได้ ด้วยเคล็ด (ไม่) ลับจากเชฟมืออาชีพ

ยุค New Normal แบบนี้ หลายคนอยากพลิกบทบาทเป็นเชฟ ฝึกปรือเสน่ห์ปลายจวัก ทำอาหารเสิร์ฟคนที่บ้านด้วยฝีมือตัวเองสักมื้อ แต่ต้องมาตกม้าตายเพราะใช้เวลากว่าครึ่งวันเพื่อหาสูตรที่ทำง่ายเหมาะกับตัวเอง ไหนจะต้องเดินเลือกซื้อวัตถุดิบจากซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วยังต้องเสิร์ชวิธีเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีไปด้วย

ยุ่งยากขนาดนี้หลายคนเลือกที่จะเลิกกลางคันแล้วกลับไปซื้ออาหารสำเร็จรูปเหมือนเดิม แต่วันนี้ Gourmet Market x Wongnai จะมาสานฝันคนที่อยากเป็นเชฟฝึกหัด ด้วย Meal Kit ชุดเมนูนานาชาติพร้อมปรุงกว่า 10 เมนูที่รวมวัตถุดิบคุณภาพ และเครื่องปรุงที่ชั่ง ตวงมาให้เรียบร้อย พร้อมด้วยสูตรวิธีการทำจากเชฟมืออาชีพ ทำให้ไม่ต้องวุ่นวายเตรียมวัตถุดิบหรือหาสูตรด้วยตัวเอง บทความนี้ เราจะยก 3 เมนูนานาชาติทั้ง “เกาหลี-ฝรั่ง-ไทย” พร้อมเคล็ด (ไม่) ลับจากปากเชฟมืออาชีพมาให้ทุกคนลองทำตามกัน

เมนูอาหารเกาหลี : พัคเซรอยเนื้อ ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน 

ยกเครื่องวัตถุดิบสไตล์เกาหลีแท้ๆ มาให้ทำตามได้ง่ายๆ เพื่อคลายความคิดถึงรสชาติที่เหมือนไปนั่งกินที่เกาหลีด้วยชุดเมนูพร้อมปรุง “พัคเซรอยเนื้อ” โดยเชฟจาก We Hunt You Cook ผู้คิดค้นสูตรเล่าว่า “จุดเริ่มต้นของเมนูนี้มาจากผมดูซีรีส์ชื่อดังเรื่อง Itaewon Class โดยชื่อของเมนูตั้งตามชื่อของพระเอกในเรื่อง ซึ่งเมนู ‘ซุปเต้าหู้อ่อน’ เป็นหนึ่งในเมนูที่พระเอกของเรื่องชอบทำ จริงๆ เมนูนี้ทำตามได้ไม่ยาก แต่แฝงไปด้วยความละเอียดและใส่ใจในการปรุงรสแต่ละขึ้นตอน อย่างเนื้อสไลด์เราเลือกเนื้อสันนอกอย่างดีจากออสเตรเลีย เน้นรสชาติของเครื่องปรุงรสต่างๆ ให้ปรุงแล้วได้รสชาติใกล้เคียงต้นฉบับเกาหลีที่สุดในราคาที่ถูกกว่า ที่เหลือคือความพิถีพิถันระหว่างการปรุงที่แต่ละขั้นตอนจะต้องมีเหตุและผลในการเลือกใส่ก่อนและหลัง เช่น ต้องรวนเนื้อก่อนที่จะใส่โคชูจังเพื่อให้ไขมันจากเนื้อมารองรับไม่ทำให้โคชูจังไหม้จนเกินไป หรือควรใส่เต้าหู้ในขั้นตอนท้าย เพื่อไม่ให้เต้าหู้เละในะระหว่างการผัด ทีนี้เราก็ต้องมาวัดกันระหว่างขั้นตอนการทำว่าใครมีความพิถีพิถันมากกว่ากัน” 

ในชุดเมนูพร้อมปรุงเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดมาให้เสร็จสรรพ มีวิธีทำง่ายๆ เพียงแค่ผัดเนื้อสไลด์ 1 นาที ตามด้วยใส่โคชูจัง พริกป่นเกาหลี และเติมกิมจิโดยแยกน้ำกิมจิออกไว้ส่วนหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเติมน้ำสะอาดเพื่อทำซุป เมื่อน้ำเดือดแล้วจึงเติมกิมจิ เต้าหู้ และหอมใหญ่  เตรียมนำขึ้นเสิร์ฟด้วยการโรยต้นหอมซอย และงาขาวคั่วเป็นอันสำเร็จ

เมนูอาหารฝรั่ง : ซูส์วีด์พอร์คชอป

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเมนูสุดหรูอย่างซูส์วีด์พอร์คชอปจะสามารถทำเองได้ง่ายๆ แค่ 10 นาที เชฟจาก You Hunt We Cook เล่าว่า “เนื้อที่เราเลือกใช้ คือเนื้อผ่านขั้นตอนการซูส์วีด์มาแล้วถึง 4 ชั่วโมง เพื่อให้กลิ่น และรสของเครื่องเทศซึมเข้าไปในเนื้อ ช่วยให้เนื้อนุ่มขึ้น ไม่แข็งและแห้งเหมือนเนื้อที่เราซื้อมาแล้วเอามาทำอาหารเลยทันที เมนูนี้ไม่ได้มีเคล็ดลับเพราะเราตั้งใจให้เป็นเมนูที่ทำสะดวกและง่ายสำหรับมือใหม่ ไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษมากมาย สามารถทำได้ในสไตล์ของทุกคน เช่นเดียวกับผักโขมอบชีสและซอสพริกไทยสดที่เราออกแบบมาให้สามารถนำไปอุ่นร้อนและพร้อมทานได้เลย”  

ขั้นตอนการทำ เพียงแค่นำพอร์คชอปที่ซูส์วีด์แล้วเรียบร้อย ไปย่างในกระทะด้านละ 2 นาที จากนั้นให้ลดไฟลงแล้วย่างต่ออีกด้านละ 3 นาที นำผักโขมอบชีสเข้าเตาอบ 5 – 8 นาที ตามด้วยอุ่นซอสพริกไทยสดประมาณ 1 นาที แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟเมนูสุดหรูให้คนที่บ้านทานกันได้แล้ว

เมนูอาหารไทย : กุ้งแม่น้ำฉู่ฉี่  

ใครเป็นสาวกอาหารไทยรสแซ่บ แนะนำเมนู “กุ้งแม่น้ำฉู่ฉี่” ที่ไม่ได้มีดีแค่วัตถุดิบที่เป็นกุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่จากอยุธยา แต่มาเป็นคู่กับพริกแกงสุดจัดจ้าน เตรียมพร้อมให้โชว์เส่นห์ปลายจวักกันให้ได้รสชาติเด็ดแบบโรงแรมห้าดาว เชฟจาก We Hunt You Cook ผู้คิดค้นสูตรเล่าว่า “ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีเตาอบ หรือเตาย่าง เราเลยตั้งใจออกแบบวิธีการย่างกุ้งเพื่อให้ทุกคนสามารถทำตามได้ ด้วยการใช้ฟอยล์ห่อกุ้ง แล้วย่างลงบนกระทะ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เนื้อกุ้งยังชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งจนเกินไป และได้ความสุกของกุ้งอย่างพอดีเหมือนเอาเข้าเตาอบ ส่วนพริกแกงฉู่ฉี่ก็ผ่านการปรุงมาให้แล้ว พร้อมประกอบอาหารได้ทันที” 

ขั้นตอนการทำง่ายๆ โดยนำกุ้งห่อฟอยล์ย่างบนกระทะโดยปิดฝาประมาณ 5-8 นาที และผัดกะทิกับพริกแกงฉู่ฉี่รวมกัน ตามด้วยตกแต่งด้วยซอสพริกแกง และกะทิ โรยด้วยพริกแดง ใบมะกรูด และผักชีไทยบนกุ้งที่ถูกย่างสุกก็พร้อมทานแล้ว 

ชุดอาหารพร้อมปรุง Gourmet Meal Kit By Gourmet Market x Wongnai คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ และเครื่องปรุงที่ผ่านการชั่ง ตวงอย่างพอดีสำหรับการปรุงอาหารใน 1 มื้อ มีเมนูให้เลือกอร่อยมากมาย ทั้งเมนูอาหารเกาหลี ฝรั่ง และไทย รวม 10 เมนู นอกจาก 3 เมนูนี้แล้วยังมี ชุดริบอายสเต็ก, ชุดเบอร์เกอร์เนื้อ, สตูว์ปลาสไตล์อิตาเลี่ยน,  เฟตตูชินีเพสโต้กุ้งแม่น้ำ, ชุดสันในวัวน้ำจิ้มแจ่ว,  ชุดพะแนงหมู และชุดแกงเขียวหวานไก่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 149–499 บาทต่อเมนู  สั่งซื้อได้แล้วผ่านแอป Wongnai หรือคลิก https://www.wongnai.com/mealkits 

5 เรื่องเข้าใจผิดของผู้หญิงเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630408

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 08:36 น.5 เรื่องเข้าใจผิดของผู้หญิงเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมมะเร็งเต้านมกับความเข้าใจผิดที่ผู้หญิงต้องรู้ โดย นพ.สาธิต ศรีมันทยามาศ ศัลยแพทย์มะเร็งเต้านม ศูนย์เต้านมโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ

มะเร็งเต้านม มะเร็งอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก เพราะมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งในผู้หญิงที่พบมากเป็นอันดับ 1 ทั้งในตะวันตกและเอเชีย จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า มีผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ประมาณ 20,000 คนต่อปี หรือ 55 คนต่อวัน ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

1) อาหารไขมันสูงของมันและของทอดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม

ข้อเท็จจริง อาหารไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านม แต่อาหารบางอย่างจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม เช่น อาหารไขมันสูง เมื่อรับประทานมากๆ จะสะสมกลายเป็นไขมันในร่างกาย และเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งฮอร์โมนเพศมีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ส่วนอาหารพวกเนื้อสัตว์ไม่ได้พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การบริโภคพืชผักหรือไฟเบอร์จะช่วยลดการเกิดมะเร็งได้ทุกชนิดรวมทั้งมะเร็งเต้านมด้วย

2) การสวมชุดชั้นในขณะนอนหลับเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม

ข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน แม้ในอดีตจะมีหนังสือตีพิมพ์ว่า การสวมชุดชั้นในขณะนอนหลับจะเกิดการบีบรัดระบบน้ำเหลือง ทำให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนไม่สะดวกและมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันได้ถึงความเกี่ยวพันดังกล่าว การสวมชุดชั้นในขณะหลับจึงไม่ได้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด

3) หากไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมก็จะไม่เป็นมะเร็งเต้านม

ข้อเท็จจริง เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะมะเร็งเต้านมมีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมแค่ 10% และมะเร็งเต้านมในปัจจุบันเกิดขึ้นได้เองมากกว่าเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

4) ผู้หญิงที่มีเต้านมเล็กมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้หญิงเต้านมใหญ่

ข้อเท็จจริง ไม่เป็นความจริง ปัจจัยเรื่องขนาดไม่ได้มีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่มีเต้านมเล็กและใหญ่ มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้เท่าๆ กัน

5) ทำแมมโมแกรมบ่อยๆ เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม

ข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน อีกทั้งรังสีที่ใช้ในการตรวจแมมโมแกรมมีปริมาณน้อย รวมทั้งการตรวจเช็กแมมโมแกรมเพียงปีละ 1 ครั้งไม่ได้มีอันตรายหรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด

จริงหรือมั่ว! น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว ล้างพิษตับ กำจัดนิ่วในถุงน้ำดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630407

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 08:18 น.จริงหรือมั่ว! น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว ล้างพิษตับ กำจัดนิ่วในถุงน้ำดีแชร์กันเยอะ!! ล้างพิษตับ กำจัดนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว เป็นไปได้จริงๆ หรืออิงนิยาย

มีหลายเรื่องในโซเชียลมีเดียวที่เชื่อไม่ได้ หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวที่ถูกแชร์ต่อกันจนเกิดเป็นกระแสมาๆ หายๆ ในหลายๆ ช่องทาง สำหรับเรื่องการล้างพิษตับ ล้างนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยการกินน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว แต่กระแสที่ออกมานั้น เช็ก แชร์ ชัวร์ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันแล้วว่า…ไม่ใช่เรื่องจริง

เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะ “นิ่วในถุงน้ำดี” เกิดจากภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี บางรายไม่มีอาการ บางรายมีอาการ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บางครั้งมีอาการปวดแบบปวดดิ้น หรือถ้านิ่วตกลงไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ จะทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง

ส่วนทางด้าน “ตับ” เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย สร้างน้ำดีช่วยย่อยไขมันในลำไส้ สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ออกจากร่างกาย และสร้างโปรตีนให้หลอดเลือดแข็งตัว

จะเห็นได้ว่า หน้าที่ของตับไม่ได้เกี่ยวกับการกำจัดนิ่วเลย ดังนั้น หากเป็นนิ่วควรเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ถุงน้ำดีอักเสบจนอาจกระตุ้นการเกิดมะเร็งถุงน้ำดีได้

ระวัง… “โรคงูสวัด” โรคเก่าที่กลับมาใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ระวัง… “โรคงูสวัด” โรคเก่าที่กลับมาใหม่

ระวัง... "โรคงูสวัด" โรคเก่าที่กลับมาใหม่22 สิงหาคม 2563 – 00:00 น.

ช่วงนี้จะพบคนไข้มาปรึกษาเรื่อง ตุ่มน้ำ ที่ผิวหนัง เป็นกลุ่ม ๆ เรียงกันเป็นแนว อยู่หลายคน จนเริ่มสงสัยว่างูสวัดมีการระบาดหรือเปล่า แต่งูสวัดเป็นโรคที่อยู่ในตัวผู้ที่เป็นโรคสุกใสแล้ว เมื่อร่างกายภูมิตก อ่อนแอพักผ่อนน้อยเครียดไม่ออกกำลังกายงูสวัดถึงออกมาได้

เพราะฉะนั้นจึงบอกว่ามีการระบาดคงไม่ถูกต้องนัก เลยมาค้นข้อมูลการเกิดโรคนี้ทำให้พบว่า ตัวเลขจากสำนักงานระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา อุบัติการณ์โรคงูสวัดในประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด คือ กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป สอดคล้องกับข้อมูลจากภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่จัดให้โรคงูสวัดเป็น 1 ใน 3 โรคติดเชื้อที่สำคัญร่วมกับไข้หวัดและปอดบวม  โดยพบได้ราวร้อยละ 20-30 ในประชาชนทั่วไป และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 ในผู้ที่มีอายุถึง 85 ปี  และข้อมูลจากสถาบันโรคผิวหนังพบผู้ป่วยงูสวัด ปีละประมาณ 1,000 คน  เรามารู้จักข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้กันดีกว่า

“งูสวัด” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus : VZV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส เมื่อร่างกายได้รับเชื้อชนิดนี้มาครั้งแรก จะก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส เมื่อหายจากอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสบางส่วนจะไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ปมประสาท เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือร่างกายอ่อนแอลง เชื้อไวรัสจะออกมาจากปมประสาทมาทำให้เกิดอาการทางผิวหนัง  

อาการของงูสวัดมี  3 ระยะ คือระยะแรกจะมีไข้ต่ำ ปวดเมื่อย ปวดแสบปวดร้อนตามร่างกายบริเวณที่กำลังจะมีผื่นขึ้นเพราะเส้นประสาทเกิดการอักเสบ  ในระยะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นงูสวัด บางคนจะรู้สึกเสียวแปล็บๆ ตามผิวหนัง  หรือปวดศีรษะอย่างมากบางคนคิดว่า ตัวเองเป็นไมเกรน  ถ้าเป็นที่เส้นประสาทตา จะปวดตา ตาแดง ถ้าเป็นเส้นประสาทหูอาจจะปวดในรูหู จนกระทั่งมีผื่นออกมาเริ่มเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งจะมีผื่นและเป็นตุ่มแดงขึ้นก่อนและกลายเป็นตุ่มน้ำพองใส และระยะ 3 จะมีการเรียงตัวของผื่นตามแนวเส้นประสาท เส้นประสาทที่พบบ่อยจะเป็นบริเวณ ลำตัวข้างใดข้างหนึ่ง บริเวณใบหน้า เป็นต้น และโดยปกติของคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติจะเกิดจากโรคตามแนวเส้นประสาทเพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น 

“โรคงูสวัด” ติดต่อกันได้จากการหายใจหรือสัมผัสกับตุ่มน้ำใสที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโดยตรงได้เช่นกัน โดยหากผู้ที่ได้รับเชื้อเข้าไปแล้วยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน อาการที่แสดงออกมาก็จะเป็นเพียงโรคอีสุกอีใส  แต่หากเคยเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อนี้ก็อาจจะเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกายและแสดงอาการเป็นงูสวัดต่อไป เมื่อผู้รับเชื้อมีระบบภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าปกติ ดังนั้นถ้าเป็นงูสวัดควรหลีกเลี่ยงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์และเด็กที่ยังไม่เคยหรือได้รับวัคซีนอีสุกอีใส ในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมาก อาทิ ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคมะเร็ง มีโอกาสสูงที่จะเกิดโรคได้ทั้ง 2 ข้างของแนวเส้นประสาท แต่แนวเส้นประสาทเราจะไม่ได้ชนกันเป็นวงรอบตัว ทำให้ความเชื่อที่ว่าถ้าเป็นงูสวัดพันรอบตัวแล้วจะต้องเสียชีวิต จึงไม่เป็นความจริง ส่วนตำแหน่งที่น่ากลัวของการป่วยโรคงูสวัด คือ บริเวณแนวเส้นประสาทที่เลี้ยงใบหน้า เพราะอาจทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นถ้ามีผื่นรอบตาจะต้องตรวจภายในดวงตาด้วย ในกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำและผู้สูงอายุ ภายหลังจากที่หายจากอาการของโรคแล้ว บางครั้งอาจจะมีอาการปวดแปล๊บๆเหมือนไฟช็อตอีกด้วย เรียกว่า post herpetic neuralgia ซึ่งเป็นอาการที่ทรมานมาก อาการอาจจะหายในเวลาเป็นเดือน เป็นปี หรืออาจจะตลอดชีวิตได้ การรักษาบางครั้งหายยากมาก ยาที่รับประทานอาจมีผลข้างเคียงทำให้ง่วงมาก ทำให้เสียคุณภาพชีวิตจึงเป็นที่มาของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด อาการปวดเส้นประสาทพบได้ถึงร้อยละ 70-80 ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัด ก็คือทุกคนที่เคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใสเพราะเชื้อไวรัสไม่ได้หายไปไหน แต่จะซ่อนตัวอยู่ในร่างกายเราไปตลอดชีวิต แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นงูสวัดมีดังนี้ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เพราะภูมิต้านทานต่าง ๆ เริ่มเสื่อมถอยลง เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสเข้าโจมตีร่างกายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่ ที่ชอบท่องเที่ยว อาจส่งผลให้นอนหลับไม่ตรงเวลา พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือต้องอยู่ในสถานที่ ที่ไม่สะอาดถูกสุขอนามัย ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะให้เกิดโรคง่ายขึ้น ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เครียด นอนไม่ค่อยหลับ  รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ค่อยออกกำลังกาย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องเข้ารับเคมีบำบัด เป็นต้น    

“โรคงูสวัด”เป็นโรคที่ไม่อันตราย สิ่งที่ห้ามคือการไปพ่นยาที่ใช้ในการเป่าเนื่องจากอาจติดเชื้อแบคทีเรียเพิ่ม และไม่ควรทานยาเขียวให้ขับออกหรือการใช้เสลดพังพอน สำหรับอาหารไม่มีข้อห้ามเป็นพิเศษ แต่ต้องรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หลีกเลี่ยงของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มเติมได้ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น     

ปัจจุบันประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด  ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการสำแดงของโรคงูสวัด โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี  2006 โดยวัคซีนนี้มีความเข้มข้นสูงกว่าวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสถึง 14 เท่า ดังนั้นหากไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนไม่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด แต่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสแทน   นอกจากนี้ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ถึงแม้จะฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคงูสวัดได้ เพียงแต่อาการจะไม่รุนแรงเท่าคนที่ไม่ได้รับวัคซีน ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด คือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และเคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนเพราะผู้ป่วยสูงอายุ จะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ระยะเวลาของอาการก็จะยาวนานหลายเดือน และอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ง่ายอีกด้วย การป้องกันไม่ให้เกิดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด 

ผศ.พญ.สุวิรากร  ธรรมศักดิ์ 
ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย 

เข้มงวด ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าอาหารสัตว์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เข้มงวด ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าอาหารสัตว์

เข้มงวด ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าอาหารสัตว์21 สิงหาคม 2563 – 21:46 น.

ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าอาหารสัตว์เข้มงวด หวังให้เกษตรกรได้ใช้อาหารสัตว์ที่ผ่านการรับรอง

ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าผู้ประกอบการอาหารสัตว์ และมอบใบเกียรติบัตร และกำชับแนะนำร้านขายอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ และยาสัตว์ ที่ปฎิบัติถูกต้องตามกฎหมายแบบบูรณาการและได้รับการรับรองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันนี้ 21 สค.63 นายมงคล เจริญเมือง ปศอ.แม่ลาน้อยรักษาราชการแทน ปศอ.ขุนยวม ร่วมกับ นายสามารถ คงกุล ประมงอำเภอขุนยวม  ลงพื้นที่เข้าตรวจผู้ประกอบการ ร้านขายอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ และยาที่ใช้กับสัตว์ พร้อมมอบใบเกียรติบัตรให้กับร้านขายอาหารสัตว์ที่ปฎิบัติถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 6 ราย  1.ร้านหมูตุ้ยขายอาหารสัตว์ 2.ร้านคลินิคเกษตร 3.ร้านประยูรพานิช 4.สหกรณ์การเกษตร  5.ร้านนิรดา 6.ร้านรุ่งทรัพย์การเกษตร  ในพื้นที่  อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

โดย นายมงคล เจริญเมือง ปศอ.แม่ลาน้อย เผยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ ร่วม กรมประมง มีโครงการให้ผู้ประกอบการ ร้านขายอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ และยาสัตว์ ปฎิบัติถูกต้องตามกฎหมาย และจะได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามโครงการปฎิบัติงานบังคับใช้กฎหมายแบบบูรณาการของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2563 เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้อาหารสัตว์ที่ได้รับการรับรองและถูกต้อง จะทำให้การดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดีและทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์ไม่ป่วยง่าย และแนะนำให้เกษตรกรซื้ออาหารสัตว์ หรือยารักษาสัตว์ตามร้านค้าที่ปฎิบัติถูกต้องตามกฎหมาย 

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน

ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน21 สิงหาคม 2563 – 21:44 น.

กิ่งกาชาดแม่สะเรียง ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเหยื่อไฟไหม้ ขณะที่ร้อย ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน และเครื่องอุปโภคไปมอบช่วยเหลือ

สืบเนื่องจากเมื่อ วันที่ 20 เวลา 14.30น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้าน จึงได้มีการระดมกำลัง เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย กองร้อย อส.แม่สะเรียง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลแม่ยวม เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 36 เจ้าหน้าที่ ตร.ภูธรท่าตาฝั่ง ชาวบ้าน ร่วมกันเข้าสกัดควบคุมเหตุเพลิงไหม้ โดยนายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง ได้เดินทาง ตรวจพื้นที่เกิดอัคคีภัย พบบ้านเรือนถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลังและบางส่วนรวม 7 หลังคาเรือน

ต่อมาวันนี้ นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง นางวิลาวัลย์ คัดเชียงแสน นายกกิ่งกาชาด อ.แม่สะเรียง พร้อมด้วยสมาชิกกิ่งกาชาด ลงพื้นที่เยี่ยมสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของเครื่องนุ่งห่ม ข้าวสาร  น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค และมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวราษฏร 7 ครัวเรือน ที่ประสบเหตุอัคคีภัย ครัวเรือนละ 2,000 บาท ณ หมู่บ้านห้วยโผ ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ขณะเดียวกันหลายหน่วยงานได้เดินทางเยี่ยมและให้กำลังใจกับครอบครัวราษฏรที่ประสบอัคคีภัยอย่างต่อเนื่อง

ทางด้าน พ.ต.ท.นิรันดร์ ไชยรัตน์  ผบ.ร้อย ตชด.337 แม่สะเรียง พร้อมด้วย จนท.งานกิจการพลเรือน และ กพ.จิตอาสา ร้อย ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน และเครื่องอุปโภคไปมอบช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้น นอกจากนั้นยังมี ธกส. แม่สะเรียง กรมทหารพรานที่ 36 ค่ายเทพสิงห์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแม่สะเรียง  ได้เข้าเยี่ยมให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ 7 ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคเครื่องนอนอุปกรณ์ทำครัว ติดต่อบริจาคได้ ตามเบอร์โทรศัพท์ 0817641424 และจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วนที่สุดต่อไป

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ21 สิงหาคม 2563 – 21:43 น.

เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย พลังแผ่นดินชนะยาเสพติด จัดประชุมประธานแต่ละโซนระดมทุนจัดทำกิจกรรม ทอดผ้าป่า ขายของที่ระลึก สนับสนุนการกีฬา ค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ

เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย พลังแผ่นดินชนะยาเสพติด จัดประชุมประธานแต่ละโซนระดมทุนจัดทำกิจกรรม ทอดผ้าป่า ขายของที่ระลึก สนับสนุนการกีฬา ค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมและศึกษาดูงาน
เชียงใหม่ /ณ ที่ทำการศูนย์ประสานงานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 10/3 หมู่ 3 ตำบลสันผีเสื้ออำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ พระอธิการชาญชัย กันตะวีโร เจ้าอาวาสวัดร้องอ้อ ที่ปรึกษา/อุปถัมภ์เครือข่าย พร้อมด้วยนายจิรพงศ์ วางวงศ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ,นายสว่าง ธาตุอินทร์จันทร์ ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ และประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน 8 จังหวัดภาคเหนือ ,นางสาวเพียงขวัญ  สงวนศักดิ์  นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ ผู้ประสานเครือข่าย/ ประธานโซนเหนือ/โซนกลาง/โซนใต้/ เหรัญญิก และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดินได้ร่วมกันประชุม ครั้งที่  2 / 2563 เพื่อขับเคลื่อนเครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดินในปีงบประมาณ 2563 ถึง ปีงบประมาณ 2565 โดยมีสมาชิกฯเข้าร่วมประชุมจำนวน 29 คน

ทั้งนี้ระเบียบวาระการประชุมที่ 1 เนื่องจากเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัด ขาดงบประมาณเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนจึงขอหารือจากคณะกรรมการ ซึ่งถือว่าฝ่ายบริหาร ช่วยกันพิจาณาว่าเห็นสมควรทำ คือ ข้อ 1. ในปี  2563-2564 มีความประสงค์ ให้มีการประกวดหมู่บ้านเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยให้ทุกอำเภอเสนอหมู่บ้านเครือข่ายกองทุนแม่ฯ อำเภอละ 1 หมู่บ้าน โดยเครือข่ายจังหวัดจะมอบเงินให้จำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมความพร้อม และจะมีเงินรางวัลให้อีกส่วนหนึ่ง ทั่งนี้มีความจำเป็นต้องดำเนินการค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมและศึกษาดูงาน

ข้อ 2. เนื่องจากเครือข่ายไม่มีโอกาสได้ระดมจากเครือข่ายมานานนับระยะเวลาได้ประมาณ 3 ปี จึงขอหารือ ด้วยมีการเสนอ 3 แนวทาง คือ การจัดทำบุญทอดผ้าป่า การทำเหรียญที่ระลึกกองทุนแม่ การจัดการแข่งขนกีฬา สามัคคี โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็น และเห็นชอบตามข้อเสนอแนะ จัดหาของที่ระลึกจำหน่ายในเครือข่ายและทั่วไป ในราคาไม่แพง โดยจะมีการจัดสรรเงินส่วนหนึ่งให้ผู้จำหน่าย และอีกส่วนหนึ่งนำสมทบ เครือข่ายเพื่อดำเนินการกิจกรรมการขับเคลื่อนเครือข่าย เพื่อเสนอขอสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมรวมพลร่วมกิจกรรมของเครือข่ายกองทุนแม่ฯจาก ปปส. ภาค 5 ระยะดำเนินการ ตุลาคม – ธันวาคม 2563 โดยที่ประชุมเสนอ ให้ประธานเครือข่ายขอเข้าร่วมประชุม หัวหน้าส่วนพัฒนาชุมชนจังหวัด เพื่อนำเรียนปรึกษา เกี่ยวกับการดำเนินงาน การขับเคลื่อนเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินต่อไป.

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล21 สิงหาคม 2563 – 11:13 น.

ควันไฟจากร้านขายไส้กรอกอีสาน ลอยขึ้นไปรบกวนผึ้งหลวงที่ทำรังเกาะอยู่ที่หลังคาโบสถ์ ของวัดในเรืองศรี อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จนผึ้งหลวงนับพันนับหมื่นตัวแตกรัง บินลงมาไล่ต่อยชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณภายในตลาดนัดของวัด จนต้องหนีกระเจิง

วันที่ 20 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุผึ้งหลวงที่ทำรังเกาะอยู่ที่หลังคาโบสถ์ ของวัดในเรืองศรี หมู่ที่ 1 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ แตกรัง รุมต่อย ผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดนัด ที่อยู่ภายในบริเวณวัด จนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย และมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบางรายมีอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบพื้นที่ดังกล่าวเป็นลานขนาดใหญ่ ไว้ให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของเพื่อเปิดเป็นตลาดนัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายในบริเวณรั้วของวัดในเรืองศรี และอยู่ห่างจากโบสถ์ของวัดประมาณ 30-40 เมตร โดยก่อนเกิดเหตุ ได้มีร้านขายไส้กรอกอีสานมาตั้งร้านที่บริเวณดังกล่าว และทำการก่อไฟเพื่อเตรียมจะย่างไส้กรอก ปรากฏว่า ลมได้เปลี่ยนทิศพัดเอาควันไฟลอยขึ้นไปรบกวนรังผึ้งหลวงที่เกาะอยู่บริเวณหน้าของโบสถ์ จึงทำให้ผึ้งหลวงเกิดแตกรัง และบินลงมาไล่ต่อยชาวบ้านที่กำลังจับจ่ายซื้อของอยู่ที่ตลาดนัดภายในบริเวณวัด จนได้รับบาดเจ็บกันจำนวนหลายราย และต้องพากันวิ่งหนีตายกันอย่างจ้าละหวั่น

ขณะที่คุณยายหลอม เฮ้าปาน อายุ 77 ปี โชคร้ายวิ่งหนีไม่ทัน เนื่องจากขาใช้การได้เพียงข้างเดียวเพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน จนต้องใช้วอคเกอร์หรือที่ช่วยพยุงเดิน ได้ถูกผึ้งหลวงจำนวนกว่า 50 ตัว บินมารุมต่อย จนมีพลเมืองดีและลูกชายช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโรง และหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ก็รีบนำตัวคุณยายส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี เนื่องจากคุณยายยังมีอาการมึนงง ซึม และหายใจขัดตลอดเวลา โดยแพทย์ได้ให้ยาแก้แพ้ และให้นอนเฝ้าระวัง เพื่อสังเกตอาการอยู่ภายในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน จนกระทั้งเวลา 15.00 น. แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้

น.ส.พิกุล กาลสกุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 1 ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี แม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์เล่าถึงนาทีที่ผึ้งแตกรังว่า เห็นคนพากันวิ่งหนีมีผึ้งบินตามมาบนหัว สาเหตุควันจากร้านขายไส้กรอกไปรบกวน จนทำให้ผึ้งแตกรังไล่ต่อยผู้คนวิ่งหนีอลหม่าน ร้านไส้กรอกต้องอุ้มลูกวิ่งหนี ขณะที่ยายถูกผึ้งรุมต่อยแต่มีคนมาช่วยโดยการใช้ผ้าคุมยายไว้ เพราะผึ้งไม่ยอมหนี ก่อนพาส่งโรงพยาบาล ส่วนตนวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในรถยนต์

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 3 หมู่ 12 ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายหลอม เฮ้าปาน ที่ถูกผึ่งต่อย ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้เดินทางไปตลาดนัดกับลูกชาย เพื่อหาซื้อของใช้ที่จำเป็น โดยขณะเกิดเหตุคุณยายได้นั่งรอลูกชายที่กำลังหาซื้อของอยู่ จู๋ๆรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบินมาต่อย จึงเอามือปัด แต่มันไม่หนีกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตนเองจึงร้องให้คนช่วยแต่ไม่มีใครช่วย ได้แต่กระโดดไปพร้อมวอคเกอร์ที่ใช้พยุงตัว เนื่องจากคุณยายขาไม่ดี แต่ยังโชคดีที่มีผู้ใจบุญวิ่งเข้ามาช่วย และนำตัวคุณยายส่งรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโรง ซึ่งยายรู้สึกขอบคุณผู้ที่มาช่วยเป็นอย่างมาก หากไม่มีคนช่วยตนเองอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นได้

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์