‘อะโครเมกาลี’ อาการของโรคที่มีฮอร์โมนเกินไปสังเกตอย่างไรได้บ้าง? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630921

วันที่ 18 ส.ค. 2563 เวลา 08:09 น.'อะโครเมกาลี' อาการของโรคที่มีฮอร์โมนเกินไปสังเกตอย่างไรได้บ้าง?ผ.ศ.รัชนีวรรณ ขวัญเจริญ แนะ “โรคอะโครเมกาลี” กลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในเลือดสูงเกินปกติ ยิ่งพบเร็วรักษาเร็ว ยิ่งดี

ข้อมูลโดย ผ.ศ.รัชนีวรรณ ขวัญเจริญ ภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ระบุ โรคอะโครเมกาลี เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในเลือดสูงเกินปกติ สาเหตุของโรค มักเกิดจากเนื้องอกเป็นหลัก ซึ่งร้อยละ 90 เกิดที่บริเวณ “ต่อมใต้สมอง”

อาการของโรคแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ อาการของโรคซึ่งเกิดจากภาวะที่มีฮอร์โมนเกิน และอีกส่วนหนึ่ง ก็จะเป็นอาการทิ่เกิดจากเนื้องอกไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง

อาการที่สังเกตได้ ซึ่งเกิดจากภาวะที่มีฮอร์โมนมากเกิน คือ

  • มือ เท้า ใหญ่กว่าปกติ ทำให้ต้องมีการเปลี่ยน size แหวนและ size รองเท้า
  • มีใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป จมูกใหญ่ ริมฝีปากหนาขึ้น ผิวหนังหน้าหยาบขึ้น หน้ามัน หนังศีรษะอาจมีลักษณะที่เป็นลอนเพิ่มขึ้น
  • อวัยวะภายในก็มีการโตขึ้นเช่นกัน เช่น อาจจะมีหัวใจโต ความดันโลหิตสูง มีโรคเบาหวานที่ควบคุมได้ยาก
  • อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งบางอย่างเพิ่มขึ้นได้มากกว่าประชากรปกติ เช่น มะเร็งลำไส้

อาการอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นอาการทิ่เกิดจากเนื้องอกไปกด เบียดอวัยวะข้างเคียง คือเนื้องอกส่วนใหญ่ ซึ่งมักเกิดที่บริเวณต่อมใต้สมองไปกดเบียดอวัยวะสำคัญที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณนั้น ได้แก่ เส้นประสาทตา เส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของลูกตา คนไข้บางส่วนจึงอาจจะมาด้วยอาการ

การรักษาในปัจจุบัน มีเป้าหมายเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนในเลือดให้ใกล้เคียงระดับปกติมากที่สุด “การผ่าตัด” เป็นการรักษามาตราฐานเพื่อที่จะเอาเนื้องอกออกไปให้ได้มากที่สุด “การฉายแสง” และ “การให้ยา” เป็นการรักษาขั้นถัดไป เพื่อช่วยลดระดับของฮอร์โมนในเลือดและช่วยลดขนาดของก้อนเนื้องอกได้ด้วย

ปัจจุบันโรคอะโครเมกาลี ถูกบรรจุอยู่ในกลุ่มโรคที่สามารถใช้สิทธิ์รักษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งก็คือสิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีอาการสงสัยและคิดว่าเราจะเป็นโรคนี้ แนะนำให้ไปพบแพทย์ตามสิทธิ์รักษาได้ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้ จะทำให้การรักษาทำได้ยากขึ้น และไม่ได้ผลดี้เท่าที่ควร โรคก็จะกำเริบรุนแรง ทำให้มีข้อแทรกซ้อน มีความพิการเกิดขึ้นได้มาก 

ข้อสำคัญของโรคนี้ก็คือ ตรวจพบให้ได้โดยเร็วที่สุด และรักษาให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะทำให้ระดับฮอร์โมนของผู้ป่วยใกล้เคียงกับคนปกติ เพราะฉะนั้นข้อแทรกซ้อนต่างๆ ก็จะลดลงด้วย

ชมคลิปวิดีโอเผยแพร่ความรู้ ได้ที่ อะโครเมกาลี

ปักหมุดย่านสามัคคี เช็กอินฟินๆ กินของอร่อย @ I Caffe #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630852

วันที่ 17 ส.ค. 2563 เวลา 12:33 น.ปักหมุดย่านสามัคคี เช็กอินฟินๆ กินของอร่อย @ I Caffeแวะคาเฟ่ของฉันในวันชิลๆ ที่ “I Caffe Restaurant Bar” หนึ่งในร้านอร่อยที่ต้องไปลองสักครั้งย่านถนนสามัคคี

“เมืองนนท์” แหล่งรวมของอร่อยที่ใครหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยามหิว กิน-เที่ยวโพสต์ทูเดย์ครั้งนี้ อยากพรีเซ้นต์อีกหนึ่งร้านที่บอกเลยว่า…เริ่ด!! ในฐานะที่ดื่มกินและเช็กอินร้านรวงมาเยอะ

ร้านนี้มีชื่อว่า I Caffe Restaurant Bar ที่มาจากคำว่า Coffee ในภาษาฝรั่งเศส ตั้งอยู่บบถนนสามัคคี (ระหว่างซอย 18 กับ 20) ตัวร้านอยู่ติดถนนมองหาง่ายมาก แถมมีที่จอดสะดวกสบาย สำหรับร้านนี้เปิดมาได้ราวปีกว่า ใกล้ๆ กันมีทั้ง ‘Fight To Firm Club’ ฟิตเนสที่มีเวทีมวยเพื่อสายฟิตที่ใส่ใจสุขภาพ มีร้านทำผมให้สาวๆ อัพความงาม ‘Meaning Full Salon’ แถมเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงด้วยร้านอาบน้ำตัดแต่งขนสปาแมวและสุนัข ‘Buddy Grooming Spa’ และที่พิเศษกว่านั้นคือ ร้าน I Caffe Restaurant Bar สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาภายในร้านได้บริเวณโซนที่ทางร้านจัดไว้ให้

I Caffe Restaurant Bar มีตัวร้านเป็นห้องกระจกเพดานสูงโปร่งเปิดรับแสงธรรมชาติดูแล้วสบายตาน่านั่ง ให้ความรู้สึกผ่อนคลายด้วยสีเขียวของต้นไม้ที่รายรอบ มุมเคาร์เตอร์สำหรับสั่งอาหาร บาร์ทำจากหินอ่อนโทนสีดำดูหรูหรา เรียกว่าบรรยากาศดีเลยทีเดียว ส่วนทางด้านเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ที่นี่ก็มีให้เลือกอิ่มอร่อยเพียบ ทั้งเมนูอาหารไทย อาหารอินเตอร์แบบยุโรป อิตาเลียน และเมนูเฮลท์ตี้

สตาร์ทด้วยเมนูเครื่องดื่มอารมณ์คลาสสิคอย่าง อเมริกาโน่ร้อน (70 บาท) ซึ่งทางร้านใช้กาแฟทั้งของไทยและสายพันธุ์จากต่างประเทศ อาทิ เคนย่า ปานามา บราซิล เน้นเป็นอะราบิก้าแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ชนิดคั่วเข้ม เพื่อให้ได้กลิ่นหอมๆ ไม่ติดเปรี้ยว และมอบรสสัมผัสสุดละมุนเมื่อเป็นเมนูผสมนมอย่าง ลาเต้เย็น (85 บาท) ห้ามพลาดกับอเมริกาโน่ยูสุ (120 บาท) แก้วที่ได้ทั้งความหอมเข้มจากเมล็ดกาแฟผสานความเปรี้ยวอมหวานจากส้มยูสุ อร่อยลงตัว

มัทฉะมิ้นต์ (95 บาท) ใช้มัทฉะเพียวๆ ไม่ผสมนมหอมเข้มกลมกล่อม เพิ่มมิ้นต์เย็นๆ ดื่มแล้วสดชื่น ส่วนเมนูช็อกโกแลตเย็น ทางร้านจะใช้เป็นช็อกโกแลตแท้ๆ สุดเข้มข้น

ช่วงบ่ายอยากรีเฟรชความสดชื่น แนะนำเป็นอิตาเลียนโซดา อาทิ  เลมอนโซดา, ยูสุโซดา (85 บาท) เปรี้ยวซ่าสะใจใส่แพสชั่นฟรุตเพิ่มกลิ่นและรสที่เป็นเอกลักษณ์ มิกซ์เบอร์รี่โซดา (95 บาท)  สตรอว์เบอร์รี่โซด  เปรี้ยวนิดหวานหน่อยอร่อยสดชื่น ปิดท้ายด้าย อัญชันโซดา แก้วดื่มแล้วสดชื่น แก้กระหาย รสชาติไม่หวานมาก

ถึงคิวอาหารฝีมือเชฟคนไทยที่ไปสั่งสมประสบการณ์จากต่างประเทศ เริ่มด้วย พายเนื้อ (250 บาท) สะโพกเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียหั่นเต๋าตุ๋นจนนุ่มรสชาติเข้าเนื้อ กัดไปได้เนื้อชิ้นเต็มคำ ต่อด้วย สเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลีย (620 บาท) เมนูขายดีที่ลูกค้าต่างชาติชื่นชอบ เลือกระดับความสุกตามชอบ ทานคู่กับเกรวี่ซอสที่ตุ๋นจากซุปเนื้อหอมๆ 

สาวกอาหารอิตาเลียนต้องชอบเมนูพิซซ่า ซึ่ง I Caffe Restaurant Bar มีให้เลือกทั้งหมด 12 หน้าด้วยกันพิซซ่า เลือกใช้แป้งบางกรอบสไตล์โฮมเมดที่นวดแป้งเองเพื่อความอร่อยสดใหม่ ตามด้วยเมนูพาสต้าเส้นกรึบๆ แบบอัลดันเต้สไตล์อิตาเลียน อย่าง สปาเกตตี้คาโบนาร่า (165 บาท)  และสปาเกตตี้เบคอนกระเทียม (150 บาท)

หนุ่มสาวเฮลท์ตี้ร้านนี้มี สลัดแซลมอน (300 บาท) ใช้แซลมอนส่งตรงจากนิวซีแลนด์กริลล์ทั้งชิ้น ทานคู่กับซอสครีมสลัดญี่ปุ่น และซอสงาดำ เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสลัดสดใหม่ที่ใส่ใจในการเลือกสรรค์

พอร์คช้อป (300 บาท) ข้าวผัดสับปะรด (120 บาท) 

แวะไปทานของอร่อยแบบนี้ได้ที่ร้าน I Caffe Restaurant Bar ถนนสามัคคี  อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00  น. โทร.09-5891-9536 และ FB/IG : I Caffe Restaurant Bar

จะทำอย่างไร…เมื่อผู้นำไม่เข้าใจว่าองค์กรมีชีวิต ไม่เห็นคนเป็นมนุษย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/630736

วันที่ 17 ส.ค. 2563 เวลา 07:10 น.จะทำอย่างไร...เมื่อผู้นำไม่เข้าใจว่าองค์กรมีชีวิต ไม่เห็นคนเป็นมนุษย์การรับมือกับปัญหาเชิงองค์รวม : เมื่อองค์กรไม่ยั่งยืน เพราะผู้นำไม่เข้าใจว่าองค์กรมีชีวิต ไม่เห็นคนเป็นมนุษย์

โดย ดร.แป๊ะ-ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

การรับมือกับปัญหาเชิงองค์รวม : เพราะองค์กรมีชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ใครก็ตามเห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน ผู้นำที่เข้าใจในคุณค่าของความเป็นมนุษย์จึงจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง นำองค์กรให้สอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ มีความเข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืน

ความท้าทายของผู้นำองค์กร 

โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่เคยหยุดนิ่ง เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างก้าวกระโดด สังคมทุกระดับเกิดการสั่นคลอน ระบบเก่าถูกทำลาย การบริหารงานมีความเสี่ยง มีทิศทางสู่วิกฤติ องค์กรจึงต้องการการเปลี่ยนแปลง บทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงมีสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนขององค์กร และเมื่อพิจารณาถึงความท้าทายของผู้นำองค์กร ประเด็นหลักคือ ผู้นำโดยตำแหน่งขาดภาวะผู้นำ ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ไปในแนวเดียวกันได้ เพราะอะไร

  • ผู้นำไม่สามารถสร้างศักยภาพทีมงานและขับออกมาได้อย่างมีพลังร่วม ยังยึดติดกับกรอบความคิดเดิมๆ มีทัศนคติติดลบ ไม่เล่นเชิงรุก ไม่เปลี่ยน ไม่ปรับตัว บุคลากรจึงขาดการพัฒนาตนเอง ขาดความกระตือรือร้น ไม่สามารถนำตนเองได้
  • ผู้นำไม่สามารถเหนี่ยวนำให้ทีมงานสร้างภาพเป้าหมายร่วม ขาดค่านิยมร่วม จึงไม่สามารถนำองค์กรให้ไปในแนวเดียวกันได้
  • ผู้นำขาดความเข้าใจในมุมมองเชิงระบบ ขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงขาดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนได้ อีกทั้งไม่สามารถคิดสรางสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างที่แปลกใหม่ ไม่อาจสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้
  • ผู้นำไม่สามารถกระตุ้นให้ทีมงานเห็นคุณค่าตนเอง ทีมงานจึงขาดแรงบันดาลใจ ขาดความเชื่อมั่น ขาดความเข้มแข็ง ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ จึงขาดภูมิต้านทาน อ่อนไหวต่อสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบ ไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรเมื่อมีปัญหาผ่านเข้ามา
  • ผู้นำไม่สามารถสร้างบรรยากาศเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในความแตกต่าง ทีมงานใจจึงไม่เปิดกว้างรับฟัง จึงมักเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ทีมงานจึงขาดศรัทธา ไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้วางใจกัน การทำงานจึงแยกส่วน ขาดการมีส่วนร่วม ไม่เป็นทีม ไม่เป็นหนึ่งเดียว
  • ผู้นำมีการบริหารงานขาดความสมดุล เน้นแต่เรื่องทักษะการบริหารจัดการ แต่ละเลยทักษะชีวิต คิดว่าปัญหาทุกอย่างแก้ได้ด้วยความสามารถด้านเทคนิคและการบริหารจัดการที่เป็นเลิศอย่างสุดโต่ง

ทั้งหมดนี้เพราะมีพื้นฐานมาจากผู้นำขาดความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ ไม่เห็นคุณค่าชีวิต จึงไม่สามารถสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กรให้ไปในแนวเดียวกันได้อย่างยั่งยืน 

แล้วอะไรคือรากของปัญหา

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ในขณะที่เรามีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันนั้น ในขณะนั้น โลกภายในก็กำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่ โลกภายในนี้คือตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น ในขณะที่เรากำลังติดต่อสื่อสารด้วยกิริยาท่าทางอยู่นั้น โลกภายในของทั้งสองก็กำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่ในลักษณะที่ว่า “ใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” แต่หากใครก็ตามที่ไม่เห็นฉันมีค่า ไม่ว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งอะไร ไม่ว่าเธอจะตะโกนดังแค่ไหน ฉันก็ไม่ได้ยิน เรื่องใดๆ ก็ยากไปหมด ดังนั้น รากของปัญหาของภาวะผู้นำนั้นก็คือ การที่ผู้นำโดยตำแหน่งไม่เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ไม่เข้าใจว่าองค์กรมีชีวิต และนี่คือเงื่อนไขสำคัญของทุกความสัมพันธ์ และส่งผลเป็นการขาดภาวะผู้นำ บุคลากรและทีมงานจึงไม่อาจขับศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ องค์กรไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย ไม่สามารถนำไปสู่ความยั่งยืนได้

ทางออกของปัญหา

ในการหาทางออกของปัญหา เราต้องมาทำความเข้าใจว่าภาวะผู้นำคืออะไร ภาวะนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ภาวะผู้นำมิใช่ตำแหน่งผู้นำ ภาวะผู้นำไม่เกี่ยวกับอายุ หรืออายุงาน หรือการศึกษา หรือฐานะ ตำแหน่งผู้นำมันเป็นเรื่องสมมติ มันแต่งตั้งกันได้ แต่ภาวะผู้นำมันตั้งกันขึ้นมาเองไม่ได้ เรียกร้องก็ไม่ได้ มันต้องสร้างขึ้นเอง เพราะภาวะผู้นำเป็นเรื่องของสถานะของการยอมรับที่ฝ่ายหนึ่งให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง แต่การที่ตนจะยอมรับอีกฝ่ายว่ามีภาวะผู้นำนั้น ก็ต่อเมื่อตนต้องได้รับการยอมรับจากผู้นั้นเสียก่อน การยอมรับที่ว่านี้มิใช่การยอมรับในเรื่องความสามารถด้านเทคนิคหรือการบริหารจัดการ แต่มันคือ การยอมรับในคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์คือชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย เมื่อตนได้รับการยอมรับ ตนจึงแสดงการยอมรับตอบ การยอมรับนี้เองที่สะท้อนถึงภาวะผู้นำ และเมื่อผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า ดังนั้น เมื่อเขาพูดอะไร เราจะฟังและทำตาม “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน”

อาการปัญหาต่างๆ ในรูปของความสัมพันธ์ล้วนเป็นเรื่องปลายเหตุ เบื้องลึกของเหตุแห่งปัญหาที่แท้จริงจึงเป็นคุณค่าและความหมายชีวิตที่ซ่อนอยู่ภายในของบุคคล หากคุณค่านี้ได้รับการตอบสนองแล้ว อะไรๆ ก็ง่ายไปหมด คุณสมบัตินี้สำคัญอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงภาวะผู้นำ เพราะภาวะผู้นำนี้มิได้วัดกันด้วยตำแหน่ง แต่วัดกันที่พฤติกรรมการแสดงออกว่าสะท้อนถึงความมีคุณค่าของบุคคลที่เราสัมพันธ์ด้วยมากน้อยเพียงใด ดังนั้น ผู้นำนอกจากจะเป็นผู้นำโดยตำแหน่งแล้ว ยังต้องแสดงออกถึงคุณค่าและความหมายของผู้ตามด้วย เพราะองค์กรคือชีวิต ดังนั้น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้จึงต้องตั้งอยู่บนฐานของการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์

มีคำกล่าวว่า “เราต้องให้ความรัก ก่อนให้ความรู้” ท่านเข้าใจว่าอย่างไร และท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงานและขับออกมาอย่างเต็มที่ เล่นเชิงรุก มีความคิดเชิงระบบนำไปแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนได้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ รวมทั้งการเล่นเป็นทีมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อนำองค์กรให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน อย่างเป็นหนึ่งเดียว อย่างมีความสุขได้อย่างไร และที่สำคัญ เรื่องนี้เป็นจริงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เพราะต่างก็มีชีวิต

6 โรคเสี่ยงเพียงเพราะปวดท้องประจำเดือนบ่อยๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630822

วันที่ 16 ส.ค. 2563 เวลา 14:40 น.6 โรคเสี่ยงเพียงเพราะปวดท้องประจำเดือนบ่อยๆสูตินรีแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช เผยปวดประจำเดือนรุนแรงหรือเรื้อรังนานๆ เสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง พร้อมแนะวิธีแก้อาการปวดประจำเดือน

ข้อมูลโดย พญ.สุขุมาลย์ สว่างวารี สูตินรีแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช รพ.พญาไท 1 ระบุ อาการปวดประจำเดือน เป็นอาการที่พบได้บ่อยในวัยเจริญพันธุ์ โดยแต่ละช่วงอายุก็พบมากน้อยต่างกันไปอยู่ที่ประมาณ 20-90 เปอร์เซ็นต์ ภาวะผิดปกติที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือน โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่ปีแรกของการมีประจำเดือน ในกรณีที่ไม่มีโรคร่วมอย่างอื่นอาการปวดมักดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น หรือหลังการมีบุตร

โดยทั่วไปดังที่ได้กล่าวมาแล้ว อาการปวดประจำเดือนแบบปฐมภูมิอาการมักไม่รุนแรง ในกรณีที่มีอาการปวดรุนแรงหรือเรื้อรัง ส่วนใหญ่มักเป็นอาการปวดประจำเดือนทุติยภูมิ ซึ่งสาเหตุการเกิดได้แก่ 

1. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

เป็นโรคหรือภาวะที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกเกิดขึ้นที่อวัยวะอื่นหรือบริเวณอื่นที่ไม่ใช่ภายในโพรงมดลูก โดยเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนในร่างกายตามรอบประจำเดือนเหมือนเซลล์ที่อยู่ในโพรงมดลูกที่จะมีประจำเดือนออกมาทุกรอบเดือน ดังนั้น หากมีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะที่รังไข่ หรือเยื่อบุช่องท้องน้อย ก็จะทำให้มีเลือดคั่ง กลายเป็นถุงน้ำที่เรียกว่าถุงน้ำช็อกโกแลต (chocolate cyst) หรือ มีเลือดออกในช่องท้อง ก็จะมีอาการปวด ระคายเคืองในท้องน้อย ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น และเซลล์ดังกล่าวสามารถก่อให้เกิดพังผืดในช่องท้องได้ ทำให้มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดท้องน้อยขณะตรวจภายใน และปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยากในอนาคตด้วย

ในกรณีที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตเข้ากล้ามเนื้อมดลูก เรียกว่า Adenomyosis ยังทำให้เกิดมดลูกโต ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อยมากขณะมีประจำเดือน บางรายมีอาการท้องโตขึ้นหรือบวมมากขึ้นก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากมีเลือดออกในกล้ามเนื้อมดลูก 

2. เนื้องอกมดลูก โดยเฉพาะเนื้องอกมดลูกชนิดใต้เยื่อบุโพรงมดลูก (Submucous myoma)

เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายของมดลูกที่พบได้บ่อย จากการรายงานผลทางพยาธิวิทยาพบเนื้องอกในมดลูกที่ได้รับการผ่าตัดมากถึง ร้อยละ 80 แต่สำหรับเนื้องอกที่ก่อให้เกิดอาการพบประมาณ 12-25 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น โดยเนื้องอกชนิดใต้เยื่อบุโพรงมดลูกพบได้ร้อยละ 5-10 ของโรคนี้ เนื้องอกชนิดนี้จะทำให้มดลูกบีบตัวมากขึ้น เพื่อขจัดสิ่งที่ขัดขวางการหดรัดตัวภายในโพรงมดลูก จึงเป็นสาเหตุให้มีอาการปวดประจำเดือนมากขึ้น

3. ห่วงอนามัย

เนื่องจากห่วงอนามัยจำเป็นต้องใส่ไว้ภายในโพรงมดลูก จึงเป็นสาเหตุให้มดลูกบีบตัวมากขึ้น นอกจากนี้อาจทำให้เกิดพังผืดในมดลูกได้ด้วย

4. การมีพังผืดในช่องท้อง

พังผืดนี้อาจเกิดจากผลของการผ่าตัดคลอด หรือประวัติการผ่าตัดเข้าช่องท้องมาก่อน หรือการอักเสบในอุ้งเชิงกรานและช่องท้อง ก่อให้เกิดพังผืดที่มีการดึงรั้งมดลูก ขณะที่มดลูกบีบตัวในขณะมีประจำเดือน ก็ทำให้อาการปวดประจำเดือนเป็นมากขึ้น หรือบางครั้งอาจปวดท้องน้อยเรื้อรังโดยไม่สัมพันธ์กับประจำเดือนก็ได้

5. ปากมดลูกตีบ (Cervical stenosis)

เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลือดประจำเดือนไหลออกจากโพรงมดลูกได้ไม่สะดวก ทำให้มดลูกบีบตัวมากขึ้น ทำให้ปวดประจำเดือนมากขึ้นได้

6. ความผิดปกติของโครงสร้างทางกายภาพในอวัยวะสืบพันธุ์ (Obstructive malformation of the genital tract)

โครงสร้างที่ผิดปกติอาจทำให้ประจำเดือนไหลออกมาไม่ได้ ทำให้ปวดประจำเดือนมากขึ้นได้

นอกจากนี้ ยังพบสาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรงเรื้อรัง ได้แก่ ภาวะเนื้องอกรังไข่ Ovarian  neoplasm, ภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis), การตั้งครรภ์, เนื้องอกมดลูกชนิดต่างๆ, Adrenal Insufficency and Adrenal Crisis, การติดเชื้ัอในทางเดินปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ท้องนอกมดลูก ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease, Irritable Bowel Syndrome), อุ้งเชิงกรานอักเสบ เป็นต้น

วิธีแก้อาการปวดประจำเดือน ทำอย่างไรได้บ้าง?

เมื่อปวดประจำเดือน มีวิธีการรักษาและดูแลผู้ป่วย 4 วิธี ดังนี้

  1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา สำหรับผู้ที่มีอาการน้อย  ได้แก่ การออกกำลังกาย  การฝังเข็ม และการกระตุ้นเส้นประสาท หรือใช้การประคบร้อน
  2. การรักษาด้วยยา (Medical therapeutic options) การรักษาด้วยยาแบ่งเป็น ยากลุ่มที่ไม่ใช่ฮอร์โมน และยากลุ่มฮอร์โมน
  3. การรักษาด้วยการผ่าตัด
  4. การรักษาด้วยการแพทย์ผสมผสานและแพทย์ทางเลือก 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ปวดประจำเดือน

อาการปวดประจำเดือนเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและเกิดขึ้นได้ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ทุกคน อาการมากบ้างน้อยบ้าง แต่ในกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคต่างๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเฉพาะ ดังนั้น สตรีที่มีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางเพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

สัมผัสมื้ออร่อยง่ายได้ทุกวันกับ ‘เปปเปอร์ ลันช์’ เมนูเสิร์ฟร้อนเสียงซู่ซ่าสไตล์เจแปนีส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630810

วันที่ 16 ส.ค. 2563 เวลา 13:30 น.สัมผัสมื้ออร่อยง่ายได้ทุกวันกับ 'เปปเปอร์ ลันช์' เมนูเสิร์ฟร้อนเสียงซู่ซ่าสไตล์เจแปนีสมากกว่ารีวิว รู้จักแบรนด์ Pepper Lunch (เปปเปอร์ ลันช์) อีกร้านคุณภาพในเครือเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป สัมผัสเสน่ห์เมนูจานร้อนลิขสิทธิ์จากแดนอาทิตย์อุทัยที่ครองใจวัยรุ่นไทยมาตั้งแต่ปี 2007

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เผลอแปบเดียว Pepper Lunch (เปปเปอร์ ลันช์) สุดยอดแบรนด์เมนูจานร้อนลิขสิทธิ์เฉพาะจากญี่ปุ่น หนึ่งเดียวในประเทศไทย ก็เข้ามาปักหมุดในบ้านเรานานกว่าทศวรรษแล้ว โดยเริ่มจากการที่ บริษัท เซ็นทรัลเรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ซึ่งถือเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารยักษ์ใหญ่ได้เล็งเห็นคุณลักษณะโดดเด่นเฉพาะของเปปเปอร์ ลันช์ จึงได้นำเข้าแบรนด์นี้มาในปี 2007 พร้อมเปิดสาขาแรกปฐมฤกษ์ที่ Central World ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน จนปัจจุบันผุดสาขาขยายโลเคชั่นส่งต่อความอร่อยไปแล้วมากถึง 46 แห่ง

สำหรับแบรนด์เปปเปอร์ ลันช์ กำเนิดขึ้นโดย นายคูนิ โอ อิชิโนเซะ ในปี 1994 ได้รับความนิยมมากในประเทศญี่ปุ่น และอีกกว่า 12 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และประเทศไทย ความพิเศษของเปปเปอร์ ลันช์ นอกจากลิขสิทธิ์เฉพาะจากญี่ปุ่นของจานร้อนๆ ที่รักษาที่อุณหภูมิพอเหมาะได้นานถึง 20 นาที จนสามารถทำให้อาหารอุ่นร้อนอร่อยนานได้จนถึงคำสุดท้าย ก็คือรสชาติความอร่อยที่มาพร้อมเสียงฉ่าาา..สุดซู่ซ่า ที่เรียกได้ว่าครบสัมผัสทั้ง 5 ไม่ว่าจะ SOUND เสียงซู่ซ่าของกระทะ SMELL กลิ่นหอมของอาหาร VISUAL สีสันของเนื้อที่เปลี่ยนไปจากสดจนสุกดูน่าทาน FEEL FUN ความสนุกจากการปรุงแต่งตามใจชอบ และ TASTEร สชาติความอร่อยที่ไม่มีใครเหมือน และไม่มีใครเหมือน

กระซิบเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้ คือที่เปปเปอร์ ลันช์ ไม่ได้มีแค่เมนูข้าวญี่ปุ่นที่คุ้นเคย แต่มีเมนูมากถึง 7 ประเภท กว่า 40 รายการให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Pepper Rice เป็นเมนูข้าวญี่ปุ่นคลุกเคล้ากับเนยสูตรพิเศษ ผสานพริกไทยนำเข้าบดสดใหม่ให้กลิ่นหอมกว่า ทานคู่กับเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือแซลมอน หวานกรุบเคี้ยวเพลินกับข้าวโพดอบหวาน เพิ่มอรรถรสด้วยรสชาติที่ถูกปากพร้อมสนุกกับการปรุงรสชาติที่ใช่ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะชอบเค็มหรือชอบหวาน ก็สุขสราญไม่ต่างกัน

เมนูข้าวเปปเปอร์เนื้อ (165 บาท) และเปปเปอร์จัมโบ้เนื้อ (230 บาท)

เมนู Premium Steak สเต๊กเนื้อลายหินอ่อนระดับพรีเมี่ยมนำเข้าจาก U.S. เนื้อนุ่มละมุนลิ้น มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เพราะเลี้ยงด้วยข้าวโพด เสิร์ฟพร้อมผักปลอดสารพิษ ส่วนคนที่อยากกินหลายอย่างแนะนำให้เลือกเป็นเมนู Combo Delux  เมนูสเต๊ก 2 in 1 ที่มีเนื้อสัตว์ให้เลือก 2 ชนิดในจานร้อนเดียวกัน เหมาะกับคนที่ชอบ 2 แบบ 2 สไตล์ เมนูนี้ขอบอกว่าอิ่มคุ้มจริงๆ

พลาดไม่ได้ ช่วงเทศกาลคุโรบุตะ KUROBUTA FESTIVAL ครั้งที่ 8 ตั้งแต่วันนี้-30 ก.ย. 63 พบกับ 2 เมนูพรีเมี่ยมทุกคำ…หอมฉ่ำทุกชิ้น ไม่ว่าจะ สเต็กหมูคุโรบูตะซอสบราวน์ (จานเดี่ยว 249 บาท/ เซต 289 บาท) และสเต๊กหมูคุโรบูตะชีสบาร์บีคิว (จานเดี่ยว 249 บาท/ เซต 289 บาท)

ส่วนคนรักเส้นต้องลอง Tappan Pasta เมนูพาสต้าฟิวชั่นสไตล์อิตาเลียนผสมกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นลงไป เสิร์ฟบนจานร้อน ก่อนคลุกเคล้าให้เข้ากัน ฟินกับพาสต้าแบบอัลเดนเต้ที่เข้ากันดีกับซีฟู้ดสดใหม่ ทั้งกุ้ง หมึก อร่อยถูกใจสุดๆ 

อีกเมนูยอดฮิตจากแดงอาทิตย์อุทัย ยกให้ Sizzling Cheese Curry Rice เมนูข้าวแกงกะหรี่และชีสที่ถูกบรรจงจัดวางเสิร์ฟบนจานร้อน ก่อนราดตามด้วยซอสแกงกะหรี่สูตรญี่ปุ่น เพิ่มความละมุนลิ้นกับชีสทั้งมอสซาเรลล่าและเชดด้าชีสที่พร้อมยืดเยิ้มตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย ต่อที่ Cheesy Omelette เมนูออมเล็ตเนื้อนุ่มกับชีสแบบเต็มๆ สัมผัสกับเมนูออมเล็ตบนจานที่สามารถเลือกความอร่อยได้เอง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหรือซอสที่จะทานคู่กัน 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูคลาสสิก อาทิ เมนูสุกี้ยากี้เนื้อ (255 บาท) สุกี้น้ำดำรสอร่อยกลมกล่อมเดือดปุดๆ บนกระทะร้อน ทานคู่เต้าหู้ เห็ดหอม บร็อกโคลี่ และไข่ดาวเยิ้มๆ ตามด้วยเมนู เทริยากิ และยากินิกุ ที่สาวกแดนซากุระต่างหลงใหลได้ปลื้มจนลืมตัว

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยเมนูใหม่เอาสายหวานอย่าง Coffee Jelly ความอร่อยที่ผสมผสานกันอย่างพอดีของเจลลี่คอฟฟี่รสเข้มข้น หอมกลิ่นกาแฟ ทานพร้อมกับครีมโฟมผสมคาราเมลรสนุ่ม พิเศษเพียงสั่งเมนูเซตใดก็ได้ ตั้งแต่ 1 ส.ค.–30 ก.ย.นี้  รับสิทธิ์แลกซื้อคอฟฟี่เจลลี่ในราคาเพียง 39 บาทเท่านั้น (จากปกติ 59 บาท) 

ตามไปสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยที่ไม่เหมือนใครบนจานร้อนลิขสิทธิ์เฉพาะสไลต์  “เปปเปอร์ ลันช์” ได้ทุกวัน ที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์ ทั้ง 46 สาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Facebook & Instagram : PepperlunchThailand  , Twitter & Line @ : pepperlunchth  หรือ CRG Call Center โทร. 1312

4 สาวเซเลบเผยเทคนิคอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/630792

วันที่ 16 ส.ค. 2563 เวลา 07:40 น.4 สาวเซเลบเผยเทคนิคอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป4 สาวแซบ ทั้งบล็อกเกอร์ด้านความงาม ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และเซเลบริตี้สาวสวย เผยเทคนิคอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริปการเดินทาง

หลังจากที่ผ่านช่วงเวลากักตัวและทำงานที่บ้านมาหลายเดือน ทำให้เริ่มอยากออกไปเที่ยวพักผ่อน ล่าสุดหลังจากการคลายล็อกดาวน์ (Lockdown) เชื่อว่าหลายๆ คนคงมีการวางแผนมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศกับคนในครอบครับและเพื่อนสนิท รีเฟรชตัวเองและดื่มด่ำกับธรรมชาติพร้อมถ่ายรูปอวดผิวสวยลงโซเชียล

แต่เราอาจหลีกเลี่ยงปัญหาผิวที่มาพร้อมกับการเดินทางไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง การดื่มน้ำหรือรับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวอ่อนล้า หมองคล้ำ ไม่สดใส  แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ธัญ (THANN) ร่วมกับบล็อกเกอร์สาวด้านความงาม ไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น ที่รู้จักกันในนาม GANDAGANDA หรือ กานดา สายทุ้ม จัดเวิร์คช็อป แพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกัน เผยเทคนิคอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริปการเดินทาง

เริ่มกันที่กูรูด้านความสวยงามและท่องเที่ยว กานดา สายทุ้ม แนะทริคท่องเที่ยวอวดผิวสวย พร้อมแนะไอเทมสำหรับการดูแลผิวตนเองขณะเดินทางท่องเที่ยว ว่า ‘การเดินทางท่องเที่ยวนั้นก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนอีกทางหนึ่ง ทำให้เราได้สัมผัสประสบการณ์และได้เปิดมุมมองใหม่ให้กับชีวิต การเดินทางท่องเที่ยวนำพาเราให้ได้เจอกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเราได้อีกทางหนึ่ง การเลือกที่พักก็เป็นสิ่งสำคัญ เน้นความรู้สึกแบบอยู่สบายตรงตามสไตล์ที่เราชอบที่สุด ซึ่งอาจพิจารณาจากบรรยากาศ วิวห้องพัก อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  รวมถึงพิจารณาสภาพอากาศด้วย เพราะแต่ละสถานที่ก็มีสภาพอากาศที่ต่างกัน การแต่งกายก็ย่อมต่างกัน ล้วนมีผลต่อการจัดเตรียมเสื้อผ้ารวมรวมถึงเครื่องสำอาง เพื่อดูแลผิวพรรณขณะท่องเที่ยวอีกด้วย

ส่วนการดูแลผิวพรรณนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่เราต้องดูแลผิวเราให้มีสุขภาพดีที่สุดก่อน เมื่อผิวแข็งแรงก็จะง่ายต่อการดูแล ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวก็สามารถดูแลผิวเพิ่มเติมมากขึ้นได้ เช่น หากไปทริปที่เจอแสงแดดมากๆ ก็ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสียูวีและผิวคล้ำเสียจากแสงแดด หากเป็นประเภทกันน้ำ (Water Resistant) ได้จะดีมาก เพราะไม่ต้องกังวลว่าครีมกันแดดที่ทาจะละลายไปกับน้ำหรือเหงื่อ ระหว่างวันก็สามารถใช้สเปรย์น้ำแร่ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และคลายความอ่อนล้าให้กับผิว  นอกจากนี้ เรายังสามารถคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางท่องเที่ยวได้ระหว่างการอาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ เพื่อคืนความสดชื่นได้ทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย

เรื่องการแต่งกายเราควรคำนึงถึงสถานที่ที่จะไปเป็นหลัก อย่างเช่น หากไปทะเลก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบางเบา แห้งง่าย ถ้าไปภูเขาก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่เน้นความคล่องตัวสูง หรืออาจจะมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าพื้นเมืองให้มีความกลมกลืนกับสถานที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นของเมืองนั้นๆ นอกจากนี้เราควรให้ความสำคัญกับรองเท้าที่สวมใส่ด้วย เพราะระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวนั้น ส่วนใหญ่เรามักจะมีกิจกรรมและสถานที่ให้เราได้ออกไปสำรวจหลายแห่ง อาจต้องเดินมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการเลือกใส่รองเท้าที่สวมใส่สบายนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแค่ใส่แล้วดูดี แต่ต้องมาพร้อมกับความสบายด้วย

ด้านเทคนิคการถ่ายรูปนั้นนอกจากแสงที่ดีจะช่วยให้รูปออกมาสวยดูดีแล้ว การจัดองค์ประกอบของร่างกาย และท่าทางก็สามารถช่วยให้รูปออกมาสวยได้เช่นกัน อย่างเช่น การโพสท่าถ่ายรูปไม่ควรห่อตัวหรือทำหลังค่อม หรือยืนตรงๆลำตัวแข็งทื่อ เพราะจะทำให้รูปเราถ่ายออกไม่สวย ควรปล่อยตัวตามสบาย อย่าเกร็ง อาจจะมีการพอยท์เท้า มองซ้ายบ้าง มองขวาบ้าง เอียงตัวไปด้านใดด้านนึ่ง หรือถ้าใครที่รู้ว่ามุมไหนตัวเองที่ถ่ายรูปออกมาสวยก็สามารถใช้ได้เหมือนกันเพียง และใช้มุมกล้องช่วยในการชูจุดเด่น อำพรางจุดด้อยของเรานอกจากนี้กิจกรรมที่เราทำขณะท่องเที่ยวก็มีส่วนช่วยให้ทริปนั้นสนุกสนาน และได้รูปที่สวยงามด้วยเช่นกัน อย่างไปทะเลก็อาจจะมีกิจกรรมดำน้ำ พายเรือคายัก ไปภูเขาก็อาจจะมีกิจกรรมเดินป่า เดินชมเมืองสวยๆ หรือไม่ก็อาจจะหาคาเฟ่เก๋ๆ ไว้นั่งพัก กิจกรรมเหล่านี้ล้วนช่วยเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้มีรูปสวยๆ ไว้คอยโพสในโซเชียล สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศที่ชอบไป คือ จังหวัดเชียงใหม่ ไปขึ้นภูเขาเข้าป่า เพราะอากาศดี มีลำธาร น้ำใส ต้นไม้สีเขียวๆ ที่พักก็เรียบง่าย สะอาด อาหารอร่อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน’

สำหรับบรรยากาศในการเวิร์คช็อปเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยให้เกียรติมาร่วมเผยไอเท็มเด็ดและเคล็ดลับการดูแลผิวตนเองขณะเดินทางท่องเที่ยว เริ่มที่สาวยิ้มสวย ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า ‘ช่วงที่ล็อกดาวน์ก็ไม่ได้ไปไหนเลย แต่พอหลังจากคลายล็อกดาวน์แล้ว ทริปแรกที่มีโอกาสได้ไป คือ เกาะสมุย ซึ่งไปกับเพื่อนๆ อยากบอกว่าทะเลที่สมุยสวยมาก สวยไม่แพ้ทะเลในต่างประเทศเลย และมีสถานที่สวยๆ ให้ถ่ายรูปหลายที่ เวลาถ่ายรูปจะมีเทคนิคการถ่ายรูปแบบมุมเสย ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าการถ่ายรูปมุมเสยนั้นจะทำให้หน้าบานหรือหน้าใหญ่ แต่จริงๆแล้วการถ่ายรูปมุมเสยนั้นช่วยให้ช่วงลำตัวเราดูยาว สูง ทำให้ภาพที่ได้ออกมาดูสวย และที่สำคัญเราต้องมีความมั่นใจในรูปร่างและชุดที่สวมใส่แบบที่เป็นตัวเรา การเตรียมตัวไปเที่ยวทริปนี้ก็จะมีไอเทมที่จะขาดไม่ได้อย่างอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดดเช่น แว่นตากันแดด หมวก และครีมกันแดด เวลาส่วนใหญ่เอยมักใช้ไปกับกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้ผิวแห้งขาดน้ำได้ง่าย บวกกับเอยเป็นคนที่ผิวค่อนข้างแห้ง จึงต้องเตรียมครีมทาผิวและสเปรย์น้ำแร่ติดไปด้วย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่ลืมที่จะดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายเราเสียไป’

ถัดมาที่สาวเวิร์กกิ้งวูเมน อภินรา ศรีกาญจนา เล่าว่า ‘เวลาไปเที่ยวหากไปกับครอบครัวก็มักจะเลือกไปเที่ยวสถานที่ที่เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ แต่ถ้าไปกับเพื่อนก็จะเน้นที่มีกิจกรรมเยอะๆ หรือถ้าไปกับพี่น้องที่มีแต่ผู้หญิงก็จะยิ่งสนุกไปใหญ่ เพราะเราจะได้ช่วยกันเลือกชุด จัดกระเป๋า เตรียมเครื่องประดับ รวมถึงเลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับแต่ละสถานที่ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละที่ที่จะไปก็ค่อนข้างแตกต่างกัน ส่วนตัวเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายมากเลยยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนไอเทมที่ขาดไม่ได้และต้องมีติดกระเป๋าไว้ทุกทริป คือ มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยจะใช้หลังจากทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือก่อนนอน เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวให้พร้อมสำหรับวันต่อไป ที่สำคัญแผ่นมาส์กนี้ยังสามารถย่อยสลายได้เองอีกด้วย นอกจากจะไม่เป็นการสร้างขยะแล้วยังเป็นแผ่นมาส์กรักโลกอีกด้วย  หลังจากคลาย ล็อกดาวน์ก็มีโอกาสไปเที่ยวเกาะช้างกับเพื่อนๆ ทริปนี้ถือว่าสนุกมาก เพราะมีกิจกรรมที่หลากหลาย ได้ไปดำน้ำตื้นดูปะการัง (Snorkeling) พายคายัก ว่ายน้ำ ทานอาหารทะเล นอกจากสนุกแล้วการเที่ยวในประเทศยังถือว่ามีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศด้วย ส่วนทริคการถ่ายรูปให้สวยสำหรับเราคือควรรู้มุมสวยของตัวเองและมุมที่สวยที่สุดของสถานที่นั้นๆ ด้วย’

ปิดท้ายที่สาวผิวสวย ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ เผยว่า ‘ทุกครั้งเมื่อถึงเวลาที่จะต้องออกทริปก็จะให้ความสำคัญกับลุคและไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลัก ส่วนตัวจะมีแบบแผนในการเตรียมตัวและจัดกระเป๋าที่ค่อนข้างเป๊ะมาก เริ่มตั้งแต่การเลือกสถานที่ที่เราจะไป พักที่ใด โรงแรมสไตล์ไหน ไปกี่วัน เราก็จะเสิร์ชหาข้อมูลที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวเตรียมไว้ก่อนที่จะเดินทาง ดูมุมถ่ายรูป ดูสีสันของเมือง ดูสภาพอากาศ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเตรียมชุดให้ตัวเองได้สวยที่สุด โดยจะจัดเตรียมชุดไล่เรียงไปตามจำนวนวันที่จะต้องไป วันนี้ไปสถานที่ไหนบ้าง ชุดที่จะต้องใส่ ต้องลุคไหน สีไหน ธีมแบบไหน อาจจะเตรียมไปห้าชุด สิบชุด หากเรามีการเตรียมตัวที่ดีก็จะทำให้การท่องเที่ยวนั้นสนุกสนานมากขึ้น และที่สำคัญเราควรคำนึงถึงสภาพอากาศของสถานที่ที่เราจะไปด้วยว่าเป็นแบบไหน อย่างไปทะเลแน่นอนว่าต้องเจอกับแสงแดด ดังนั้นก็ไม่ลืมที่จะต้องเตรียมครีมกันแดด สเปรย์น้ำแร่  รวมทั้งเจลอาบน้ำ ครีมบำรุงผิวก็มีส่วนช่วยให้ผิวสวยได้ สามารถสร้างความมั่นใจได้ตลอดทริป ส่วนการถ่ายรูปเราก็ชอบถ่ายรูปคู่กับวิวสวยๆ ไม่ค่อยชอบการถ่ายแบบพอร์ทเทรต ช่วงหลังจากที่คลายล็อกดาวน์ก็ได้ไปเที่ยวในประเทศมา 2-3 ที่ สถานที่ที่ชอบมากที่สุดก็คือทะเลที่จังหวัดกระบี่ ถือว่ามีความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม น้ำทะเลสวยใสมาก ขอบอกเลยว่าอยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวทะเลกระบี่กันค่ะ’

รวมไอเดียค้นหาแรงบันดาลใจใน 9 เรียลลิตี้โชว์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/630739

วันที่ 15 ส.ค. 2563 เวลา 08:35 น.รวมไอเดียค้นหาแรงบันดาลใจใน 9 เรียลลิตี้โชว์ใช้วันหยุดให้คุ้มค่า เปิดจักรวาลรายการเรียลลิตี้โชว์แข่งขันใน Netflix หลากรูปแบบ จุดประกายไอเดียสร้างสรรค์

นอกจากรายการเรียลลิตี้โชว์แข่งขันทำอาหารและประกวดร้องเพลงแล้ว ในจักรวาลรายการเรียลลิตี้ ยังมีการแข่งขันอีกมากมายที่สร้างสรรค์มาให้รับชม โดยดึงเสน่ห์ของรายการรูปแบบนี้ไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์รายการที่ออกแบบมาให้ชวนติดตาม ความเข้มข้นของการแข่งขันจากโจทย์สุดท้าทาย ไปจนถึงความทุ่มเทและคาแรคเตอร์ที่หลากหลายของผู้เข้าร่วมแข่งขัน 

โพสต์ทูเดย์ เปิดลิสต์รายการเรียลลิตี้โชว์รูปแบบการแข่งขันใน Netflix คัดมาให้ครบรส รวมทุกการแข่งขันหลากสไตล์ สำหรับมือใหม่และแฟนตัวจริงของรายการเรียลลิตี้รูปแบบนี้ ดูจบครบเมื่อไหร่ ต้อนรับสู่การเป็นเนิร์ดรายการเรียลลิตี้แข่งขันด้วยกัน

Glow up ค้นหาดาวดวงเด่นในวงการเมคอัพอาร์ทติส

เริ่มต้นด้วยรายการเรียลลิตี้โชว์แข่งขันค้นหาสุดยอดช่างแต่งหน้า ที่ซีซั่นสองสามารถรับชมได้ในวันที่ 14 สิงหาคม  จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดจำนวน 10 คน คัดออกอาทิตย์ละคน จนเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว โดยในแต่ละอาทิตย์จะมีโจทย์ให้ผู้เข้าแข่งขันได้แสดงความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น การแต่งหน้าขึ้นปกนิตยสาร การแต่งหน้าเอฟเฟค หรือลุคสำหรับเดินพรมแดง เป็นต้น ผู้ที่ทำผลงานได้ดีน้อยที่สุด 2 คน จะต้องมาแข่งกันอีกครั้งในรอบคัดออก รอบนี้จะเป็นการทดสอบทักษะการแต่งหน้า เช่นการทาปากสีดำให้ไร้ที่ติ หรือ การคัดเบ้าตาให้คมกริบ โดยไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะทั้งคู่จะตัดสินกันด้วยฝีมือ เนื่องจากนางแบบของทั้งสองเป็นฝาแฝดกัน จากเมคอัพอาร์ทติสหลากหลายคาแรคเตอร์ ใครจะก้าวสู่การเป็นดาวเด่นในวงการ ติดตามได้ใน Glow up

Skin Wars เมื่อเรือนร่างกลายเป็นผืนผ้าใบ และสีสันคืออาวุธ

ศิลปะบอดี้เพนท์จะทรงพลังกว่าที่เคย เมื่อศิลปินทั้งหลาย ต้องมาแข่งขันกันอย่างดุเดือดในรายการ Skin Wars ศิลปินมากความสามารถจากทั่วโลกจำนวน 12 คน จะมาแข่งขันกันเพื่อพิสูจน์ว่าใครคือสุดยอดนักบอดี้เพนท์ ในท้ายที่สุดผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลหนึ่งแสนดอลลาร์และตำแหน่งแชมป์สกินวอร์สอันน่าภูมิใจ และ 1 ในคณะกรรมการของรายการที่เป็นสีสันและเป็นที่รู้จักอย่างดี ได้แก่ รูพอล ชาล์ส พิธีกรรายการรูพอลส์ แดร็ก เรซ และราชินีแห่งการแปลงโฉมที่แท้จริง โจทย์สุดสร้างสรรค์ในเวลาจำกัดของแต่ละอาทิตย์เช่น เพนท์เครื่องแต่งกายนักเต้นในธีมเฉลิมฉลอง เพนท์นางแบบให้กลายเป็นงานศิลปะสองมิติ หรือ การเพนท์ภาพลวงตา การแข่งขันจะมีสองรอบ ผู้ชนะในรอบแรก จะได้สิทธิพิเศษสำหรับโจทย์ในรอบต่อไป และคนที่มีผลงานแย่ที่สุดในสายตากรรมการ ก็ต้องกลับบ้านไปในแต่ละอาทิตย์ นี่คือศึกแห่งศักดิ์ศรีและสีสันของจริง

Next in Fashion  การแข่งขันเพื่ออนาคตของวงการแฟชั่น

Next in Fashion การแข่งขันที่ทุ่มเทค้นหาดาวดวงใหม่ของวงการแฟชั่น มีพิธีกรขวัญใจวงการแฟชั่น 2 คนเป็นผู้ดำเนินรายการ ได้แก่ แทน ฟรานซ์ จากเควียร์ อาย และอเล็กซ่า ชุง และผู้เข้าแข่งขันเป็นดีไซเนอร์ดาวรุ่งพุ่งแรงจำนวน 18 คน ที่มีความถนัดและสไตล์แตกต่างกัน เหล่าดีไซเนอร์จะได้เจอกับภารกิจที่หลากหลาย เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาคืออนาคตของวงการแฟชั่น และมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ในการแข่งขันช่วงแรกพวกเขาจะจับคู่กัน ช่วยกันออกแบบและตัดเย็บในเวลาที่จำกัด และทุกชุดของพวกเขา จะได้รับการสวมใส่โดยนางแบบและนายแบบ และนำไปเดินแฟชั่นโชว์ เพื่อเข้าสู่การตัดสินผู้ชนะและผู้ที่ต้องกลับบ้านในแต่ละอาทิตย์  จนมาถึงช่วงท้ายของการแข่งขัน ดีไซเนอร์จะเริ่มแข่งแบบเดี่ยว พวกเขาจะต้องฟาดฟันไอเดียกับเพื่อนสนิทที่เคยจับคู่กันเอง โจทย์ในแต่อาทิตย์ท้าทายแตกต่างกันไป มีตั้งแต่ชุดสูท สตรีทแฟชั่น ไปจนถึงชุดเดินพรมแดง แอบกระซิบนิดนึงว่าใครที่ชื่นชอบลุคของโกมุนยอง จากซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay พลาดไม่ได้กับรายการนี้ เพราะดีไซเนอร์เกาหลีใต้ เจ้าของผลงานหลายลุคของโกมุนยองในเรื่อง ได้ร่วมเข้าแข่งขันรายการนี้ด้วย

Interior Design Masters การแข่งขันที่เปลี่ยนจากความหลงใหล สู่อาชีพนักตกแต่งภายในเต็มตัว

10 ผู้เข้าแข่งขันจากสหราชอาณาจักร ที่มีใจรักการออกแบบ ทั้งแม่บ้าน ทนายความ นักค้าของเก่า และอื่นๆ สู่การแข่งขันเพื่อผลักดันตัวเองจากมือสมัครเล่น สู่การเป็นมืออาชีพ และผู้ชนะจะมีโอกาสแจ้งเกิดในสายอาชีพนักออกแบบภายใน การแข่งขันมีทั้งแบบกลุ่ม แบบคู่ และแบบเดี่ยว สู่ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ในแต่ละอาทิตย์จะได้รับโจทย์ที่ท้าทายแตกต่างกันไป เช่น การแปลงโฉมบ้านตัวอย่าง การตกแต่งโรงแรมด้วยโจทย์เซอร์ไพรส์ที่ไม่เหมือนใคร หรือ การแปลงโฉมร้านค้า โดยผู้ชมเองจะได้ความรู้และได้ไอเดียในการแต่งบ้านจากรายการไปพร้อมๆ กับความสนุกด้วย

The Big Flower Fight สวยงาม ยิ่งใหญ่ ปรากฏการณ์แห่งดอกไม้และไอเดียสร้างสรรค์

จากการแข่งขันในบ้าน ก้าวสู่โลกกว้างกับสวนสวยและดอกไม้งาม พบกับนักตกแต่งดอกไม้มือสมัครเล่น 10 คู่จากทั่วโลก ที่มีทั้งคู่เพื่อน คู่รัก คู่พ่อลูก บางคู่สไตล์และคาแรคเตอร์จัดจ้านไม่แพ้ความตระการตาของสวนดอกไม้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การจัดดอไม้ทั่วไป แต่โจทย์คือความสวยงามและยิ่งใหญ่ ลืมภาพดอกไม้เล็กๆในแจกันไปได้เลย ผู้ชนะเลิศจะได้รับสิทธิ์ในการออกแบบประติมากรรมชิ้นเฉพาะในสวนพฤกษศาสตร์หลวงของลอนดอน แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น พวกเขาต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่ ยักษ์ ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งดอกไม้ให้เป็นแมลงยักษ์ขนาดมหึมา การรังสรรค์ชุดสุดเลิศหรูจากดอกไม้นานาชนิดให้นางแบบใส่ได้จริง หรือ การสร้างสรรค์บัลลังก์ขนาดมหึมาด้วยพืช ผัก ผลไม้ เป็นต้น ใครเล่าจะคาดคิดว่าการฟาดฟันกันด้วยดอกไม้ ก็ดุเดือนและตื่นเต้นไม่แพ้การแข่งขันใดๆ

Blown Away ร้อนแรง เปราะบาง สร้างสรรค์ สู่งานศิลปะชิ้นสวย

อีกหนึ่งการแข่งขันสุดสร้างสรรค์ กับการเป่าแก้วให้เป็นผลงานศิลปะชิ้นสวย พบกับศิลปินนักเป่าแก้วผู้เก่งกาจ 10 คน สู่การแข่งขันด้วยความร้อน ความคิดสร้างสรรค์ ฝีมืออันประณีต เพื่อผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาให้กลายเป็นศิลปินผู้โด่งดังไปทั่วโลก โจทย์ที่พวกเขาจะต้องผ่านพ้นไปให้ได้มีทั้ง การนำเสนออาหารจานโปรดผ่านการเป่าแก้ว สร้างสรรค์โคมไฟประดับ หรือ ออกแบบหุ่นยนต์แก้วที่สะท้อนภาพชีวิตในอนาคต  และผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาให้กรรมการตะลึงได้น้อยที่สุดในแต่ละอาทิตย์จะต้องกลับบ้านไป

Awake the million dollar game ใครอดนอนได้เก่งที่สุด คนนั้นชนะ!!!

การแข่งขันสุดเพี้ยน แต่แสนหอมหวานด้วยเงินรางวัลหนึ่งล้านดอลลาร์ ผู้เข้าแข่งขันจำนวน 7 คนในแต่ละอาทิตย์ จะต้องมาทนทรมานกับการอดนอน พร้อมๆกับเผชิญโจทย์สุดหิน สู่การเป็นผู้ชนะและคว้าเงินรางวัลไป เริ่มต้นจากการอดนอนเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อร่างกาย สายตา และสมองอ่อนล้าเต็มที่ ผู้เข้าแข่งขันยังต้องมาเจอกับการสนเข็ม การแข่งจ้องตา การถือของให้นิ่ง และอื่นๆ ถ้าเป็นในเวลาปกติสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ยากเท่าไหร่ แต่เมื่อคุณไม่ได้นอนมา 1 วันเต็มๆ โจทย์เหล่านี้เปรียบได้กับการพิชิตยอดเขาสูง  

Floor is Lava แข่งกันออกจากห้องให้เร็วที่สุด แต่…ห้ามตกลงไปในลาวา!

การแข่งขันเอาชนะเส้นทางอุปสรรคในห้องธีมต่างๆ เช่น ห้องครัว ห้องนอน ท้องฟ้าจำลอง แต่สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันคือ พื้นที่เป็นลาวา!!! ขอเพียงผู้เข้าแข่งขันสามารถออกจากห้องไปได้ ไม่ว่าจะด้วยเส้นทางไหนก็ตาม ที่สำคัญจำไว้เพียงต้องไม่ตกไปในลาวาสีเพลิง ผู้เข้าแข่งขันจำนวน 3 ทีม แต่ละทีมมีสมาชิก 3 คน  ทีมไหนที่มีสมาชิกรอดออกจากห้องได้จำนวนมากที่สุด และทำเวลาได้เร็วที่สุด จะเป็นทีมผู้ชนะ นี่คือการแข่งขันที่ทั้งดุเดือด สนุกสนาน เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความบันเทิง

Ultimate Beastmaster ผู้กล้า ผู้แข็งแกร่งจากทั่วโลก มุ่งหน้าสู่หนทางเจ้าแห่งอสูร

หากคุณชอบการแข่งขันแนวนินจาวอริเออร์ นี่จะเป็นอีกรายการที่คุณพลาดไม่ได้ อำนวยการสร้างโดยเจ้าพ่อหนังแอ็คชั่นฮอลลีวู้ด  ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน  กับการเฟ้นหาเจ้าแห่งอสูร จากผู้เข้าแข่งจากทั่วโลก หลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจากทวีปอเมริกา ยุโรป หรือเอเชีย ผู้เข้าแข่งขันทุกล้วนมีร่างกายแข็งแกร่ง และความถนัดที่ต่างกัน เช่น นักปีนผา นักยิมนาสติก นักกีฬาครอสฟิต นักยกน้ำหนักเป็นต้น และที่พิเศษนี่คือรายการที่แข่งไม่แบ่งแยกเพศและศักยภาพ เปิดโอกาสให้ทั้งนักกีฬาผู้ชายและผู้หญิงมาร่วมแข่งขันในโจทย์เดียวกัน แบบที่ไม่มีการอ่อนข้อให้ใคร และความสนุกอีกอย่างของรายการเราจะได้เห็นพิธีกรจากหลากหลายประเทศ เชียร์ผู้เข้าแข่งขันของตัวเองในสไตล์ที่แตกต่างกัน

How to เลือกแว่นอย่างไรให้สวยได้ดุจญาญ่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/630709

วันที่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 13:10 น.How to เลือกแว่นอย่างไรให้สวยได้ดุจญาญ่าทริคการเลือกแว่นให้แมตช์กับไลฟ์สไตล์ สวยเท่ง่ายๆ แบบญาญ่า

ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนของประเทศไทย แสงแดดก็แผดเผาเราได้ทุกวัน แม้ในวันที่ฟ้าครึ้มแสงยูวีในบ้านเราก็ยังมีความเข้มเกิน 50% อยู่นั่นเอง ทำให้แว่นตาถือเป็นไอเท็มที่คนรักสุขภาพ รวมถึงเหล่าแฟชั่นนิสต้าต้องมีติดกระเป๋าอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากจะใช้ป้องกันแสงแดดและถนอมดวงตาแล้ว แว่นตาเก๋ ๆ สักคู่ยังช่วยเติมเต็มสไตล์การแต่งตัว และสื่อถึงตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย

ร้อนนี้ โบลอน (BOLON) แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากฝรั่งเศส ที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท เอสเอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จํากัด ขอจัดเต็มอวดโฉมแว่นตาคอลเลคชั่นใหม่ “Spring/Summer 2020” เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าเมืองไทย งานนี้ได้เจ้าแม่ตัวท็อปแห่งวงการแฟชั่นที่ติดโผรายชื่อบุคคลผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นระดับโลก (Business of Fashion: BoF) มาสดๆ ร้อนๆ อย่าง ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์ เจ้าของแฮชแท็ก #แว่นของญาญ่า มาแนะนำทริคการเลือกแว่นตาที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ให้เก๋ไก๋กันแบบไม่มีเอาต์ แบบนี้หนุ่มสาวสายแฟจะพลาดได้ไง!

เริ่มต้นด้วยแว่นตาเอาใจนักธุรกิจหรืออาชีพที่ต้องการความน่าเชื่อถือในการทำงาน แนะนำแว่นทรงคลาสสิกอย่างทรงกลม สี่เหลี่ยม หรือกลมรี เพราะเป็นรูปทรงแบบยูนิเซ็กส์ที่สวมใส่ได้ไม่ติดทั้งชายหญิง ถ้าต้องการดูหรูหราภูมิฐานขึ้นมาอีกหน่อย ก็ให้เลือกกรอบแว่นไทเทเนียมหรือสแตนเลสสตีลในโทนสีดำ สีทอง หรือสีน้ำตาล ส่วนผู้ที่ชอบลุคสบายๆ ไม่ทางการมาก แว่นแบบไร้กรอบก็ช่วยเสริมความมั่นใจได้ไม่น้อย

เหล่าแฟชั่นนิสต้า บล๊อกเกอร์ ยูทูปเบอร์ และคนสายบันเทิง ที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์และสไตล์ที่โดดเด่น เหมาะกับแว่นตาดีไซน์เก๋ ๆ ขนาดใหญ่แบบ Oversized ไม่ว่าจะทรงสี่เหลี่ยม ทรงกลม หรือทรงแคทอาย คุณก็สามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าได้อย่างสนุกสนาน ยิ่งใช้เลนส์สีสันสดใสก็จะเพิ่มความหลากหลายตามโทนสีชุดในแต่ละวัน ทำให้คุณกล้าหยิบไอเท็มเครื่องแต่งกายใหม่ ๆ มาลองสวมใส่เพื่อสร้างลุคที่ไม่ซ้ำใครได้มากขึ้น

สำหรับคนทำงานสายครีเอทีฟ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ นักเขียน หรือผู้ที่ทำงานสร้างสรรค์และต้องการสร้างความประทับใจให้อีกฝ่าย ควรเลือกใส่แว่นกันแดดดีไซน์แบบคูล ๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่สื่อถึงรสนิยมที่มีทั้งความทันสมัยและความคลาสสิกอย่างลงตัว กรอบพลาสติกหรือกรอบลามิเนตเป็นตัวเลือกที่ดีมาก และควรเลือกเลนส์สีอ่อนอย่างสีน้ำตาลหรือสีชาให้มองเห็นดวงตาของคุณ เพื่อสร้างบุคลิกลุ่มลึกแบบนิ่ง ๆ แต่อิมแพกต์แรงสุด ๆ ไม่ควรใช้เลนส์สีดำสนิทหรือสีปรอท เพราะจะทำให้ดูปิดกั้นและเข้าถึงยากเกินไป

สาวแว่นที่แค่อยากเพิ่มลุคคิ้วท์ๆ แต่ดาเมจแรง สามารถเปลี่ยนลุคเนิร์ดๆ ให้เป็นสาวสวยปังได้ทันที เพียงสวมแว่นดีไซน์ล้ำๆ แต่มีเส้นสายสบายตา ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยแบบไม่หนาหนัก เลือกได้ทั้งทรงตาแมวหรือทรงหลายเหลี่ยม ยิ่งถ้าเป็นกรอบแว่นที่ทำจากวัสดุเกรดพรีเมียมผิวมันวาวจะยิ่งช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงกรอบผิวด้านสีเทา สีดำ หรือสีเข้มอื่นๆ

แน่นอน สำหรับหนุ่มสาวที่รักกิจกรรมกลางแจ้งหรือแค่ต้องการเปลี่ยนลุคให้ดูเท่ แว่นตาของคุณจะต้องป้องกันรังสียูวีได้ 100 % เน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน กระชับเบาสบาย สวมใส่ได้หลายโอกาสและสามารถตอบโจทย์ทุกกิจกรรมของคุณ 

เลือกแว่นที่ใช่ ทรงที่ชอบ ในแบบที่เป็นคุณ จากคอลเลคชั่น “BOLON Spring/Summer 2020” ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายแว่นตาโบลอน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://bolon.co.th/ เฟซบุ๊ก Bolon Eyewear Thailand และอินสตาแกรม “Boloneyewearth”

แบรนด์ไลฟ์แห่งแรกในไทยใจกลางสุขุมวิท ‘lyf Sukhumvit 8 Bangkok’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630638

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 18:28 น.แบรนด์ไลฟ์แห่งแรกในไทยใจกลางสุขุมวิท ‘lyf Sukhumvit 8 Bangkok’lyf Sukhumvit 8 Bangkok ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เอาใจวัยมิลเลนเนียลด้วยคอนเซ็ปต์ Co-Living ผสานความคิดสร้างสรรค์กับพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว

โพสต์ทูเดย์ พาเช็กอินที่พักชิคๆ ที่เปิดใหม่ล่าสุดย่านสุขุมวิท ในชื่อ “ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก (lyf Sukhumvit 8 Bangkok)” โดยแคปิตาแลนด์ บิสิเนสยูนิตด้านที่พักอาศัยของ ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด (แอสคอทท์) แบรนด์ไลฟ์แห่งแรกในไทย ซึ่งนับเป็นอสังหาริมทรัพย์ลำดับที่ 23 ของแคปปิต้าแลนด์ในไทย

แบรนด์ lyf บริหารงานโดยคนยุคมิลเลนเนียลเพื่อคนวัยมิลเลนเนียลด้วยจิตใจแบบมิลเลนเนียลโดยผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ในการใช้งานพื้นที่ใช้สอยให้เข้ากับกิจกรรมประจำสัปดาห์ของไลฟ์ที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ในทุกๆด้านทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตการทำงานและพักผ่อน

สำหรับ ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศูนย์กลางของแหล่งช็อปปิ้งทันสมัยและแหล่งบันเทิง แวดล้อมด้วยคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหาร ซึ่งผู้พักอาศัยสามารถเดินไปยังแหล่งช็อปปิ้งเหล่านี้ได้ อยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีนานา และห่างจากเทอร์มินอล 21 เพียงหนึ่งสถานี หนึ่งในแหล่งช็อปปิ้งอันโด่งดังของกรุงเทพฯ เพียง 3 สถานี ก็ถึงสยาม ศูนย์รวมของแหล่งร้านค้า ร้านอาหาร และที่ทำงาน

“พวกเราตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการเปิดตัวแบรนด์ ไลฟ์ แห่งแรกในไทย และ ไลฟ์ แห่งนี้นับว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์แบรนด์ ไลฟ์ แห่งที่สองของโลก หลังจากที่เราเปิดตัว ไลฟ์ ฟูนาน สิงคโปร์ ในเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา กลุ่มมิลเลนเนียล เป็นฐานลูกค้าหนึ่งในสี่ของแอสคอทท์ และเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากการสร้างประสบการณ์เพื่อการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อนแล้ว เรายังคำนึงถึงมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความสะอาด โดยส่งมอบบริการผ่าน #AscottCares ซึ่งเราได้รับใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยวโดยนักท่องเที่ยว (Safety & Health Administration) นอกเหนือไปจากนี้แล้ว เรามีทีมงาน ไลฟ์ การ์ด และแอมบาสซาเดอร์ ที่คอยทำหน้าที่ดูแลแขกผู้มาพัก และแนะนำแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง” มิสเตอร์ไบรอัน ตัน ผู้จัดการทั่วไปแอสคอทท์อินเตอร์เนชั่นแนลแมนเนจเม้นท์ประจำประเทศไทยและลาว กล่าว

ภายในงานวันเปิดตัวยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การรังสรรค์เมนูลุยสวนดอกไม้ โดย เชฟปิง-สุรกิจ เข็มแก้ว เชฟกระทะหล่อ ที่นำดอกไม้หลากสีมาบรรจงสร้างเมนูลุยสวนดอกไม้สวยงามเลิศรส การสาธิตการทำค็อกเทลน้ำอัญชัญมะกรูด โดย เชฟตูน และกิจกรรม DIY การเพนท์กระถาง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ส่วนกลางของ LYF ร่วมกันได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง

ที่ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก มีห้องพักแบบ One of a Kind จำนวน 196 ห้อง เป็นห้องพักสำหรับผู้มาพักคนเดียวหรือแบบสองคน มีห้องน้ำในตัว พร้อมกับพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์และสวยงาม อาทิ โซน “Connect” พื้นที่ทำงานและเลาจน์ โซน “Bond” พื้นที่ทำอาหารร่วมกับผู้พักอาศัยอื่น โซน “Wash&Hang” โซนซักรีด ซึ่งมีที่รอซักผ้าทั้งพื้นที่ภายในและระเบียงให้หย่อนใจ และโซน “Burn” พื้นที่ออกกำลังกายบนดาดฟ้า

สำหรับผู้มาพักอาศัยสามารถจองห้องผ่านเว็บไซต์ พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษในช่วงเปิดตัว  lyf sukhumvit 8 หรือจองผ่านโมบายแอพ lyf by Ascott โดยสมัครเข้าเป็นสมาชิก Ascott Star Rewards ซึ่งจะสามารถจองที่พักแบบ One of a Kind ได้ในราคาพิเศษเพียง 1,105 ++ บาท ล่าสุด ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก เข้าร่วมในโครงการโปรโมชั่น “เราเที่ยวด้วยกัน” …สัมผัสประสบการณ์ที่ ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก ได้แล้ววันนี้ A New Way To Belong

7 การเปลี่ยนแปลงของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า..เช็กตัวเองว่าใช่ หรือแค่คิดไปเอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630569

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 09:45 น.7 การเปลี่ยนแปลงของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า..เช็กตัวเองว่าใช่ หรือแค่คิดไปเองการเปลี่ยนแปลงในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า และโรคอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคซึมเศร้า

หนึ่งในโรคทางจิตเวชที่กลายเป็นที่กล่าวถึงกันมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ “โรคซึมเศร้า” ซึ่งมีผู้เป็นจำนวนไม่น้อย บางคนเป็นโดยที่ตัวเองไม่ทราบ คิดว่าเป็นเพราะตนเองคิดมากไปเองก็มี ทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม และทันท่วงที

การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นเป็นคนอ่อนแอ คิดมาก หรือเป็นคนไม่สู้ปัญหา เอาแต่ท้อแท้ ซึมเซา แต่ที่เขาเป็นนั้นเป็นเพราะตัวโรค กล่าวได้ว่าถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม โรคก็จะทุเลาลง เขาก็จะกลับมาเป็นผู้ทีจิตใจแจ่มใส พร้อมจะทำกิจวัตรต่างๆ ดังเดิม

การเปลี่ยนแปลงในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก การเปลี่ยนแปลงหลักๆ จะเป็นในด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรม ร่วมกับอาการทางร่างกายต่างๆ ได้แก่ 

1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ที่พบบ่อยคือจะกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย เรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ดูเหมือนจะอ่อนไหวไปหมด บางคนอาจไม่มีอารมณ์เศร้าชัดเจนแต่จะบอกว่าจิตใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม บางคนอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เดิมตนเคยทำแล้วเพลินใจหรือสบายใจ เช่น ฟังเพลง พบปะเพื่อนฝูง เข้าวัด ก็ไม่อยากทำหรือทำแล้วก็ไม่ทำให้สบายใจขึ้น บ้างก็รู้สึกเบื่อไปหมดตั้งแต่ตื่นเช้ามา บางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่ใจเย็นเหมือนก่อน

2. ความคิดเปลี่ยนไป มองอะไรก็รู้สึกว่าแย่ไปหมด มองชีวิตที่ผ่านมาในอดีตก็เห็นแต่ความผิดพลาดความล้มเหลวของตนเอง ชีวิตตอนนี้ก็รู้สึกว่าอะไรๆ ก็ดูแย่ไปหมด ไม่มีใครช่วยอะไรได้ ไม่เห็นทางออก มองอนาคตไม่เห็น รู้สึกท้อแท้หมดหวังกับชีวิต บางคนกลายเป็นคนไม่มั่นใจตนเองไป จะตัดสินใจอะไรก็ลังเลไปหมด รู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถ ไร้คุณค่า เป็นภาระแก่คนอื่น ทั้งๆ ที่ญาติหรือเพื่อนๆ ก็ยืนยันว่ายินดีช่วยเหลือ เขาไม่เป็นภาระอะไรแต่ก็ยังคงคิดเช่นนั้นอยู่ ความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ความคับข้องใจ ทรมานจิตใจ เหล่านี้อาจทำให้เจ้าตัวคิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อยๆ แรกๆ ก็อาจคิดเพียงแค่อยากไปให้พ้นๆ จากสภาพตอนนี้ ต่อมาเริ่มคิดอยากตายแต่ก็ไม่ได้คิดถึงแผนการณ์อะไรที่แน่นอน เมื่ออารมณ์เศร้าหรือความรู้สึกหมดหวังมีมากขึ้น ก็จะเริ่มคิดเป็นเรื่องเป็นราวว่าจะทำอย่างไร ในช่วงนี้หากมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนจิตใจก็อาจเกิดการทำร้ายตนเองขึ้นได้จากอารมณ์ชั่ววูบ

3. สมาธิความจำแย่ลง จะหลงลืมง่าย โดยเฉพาะกับเรื่องใหม่ๆ วางของไว้ที่ไหนก็นึกไม่ออก ญาติเพิ่งพูดด้วยเมื่อเช้าก็นึกไม่ออกว่าเขาสั่งว่าอะไร จิตใจเหม่อลอยบ่อย ทำอะไรไม่ได้นานเนื่องจากสมาธิไม่มี ดูโทรทัศน์นานๆ จะไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือก็ได้ไม่ถึงหน้า ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดๆ ถูกๆ

4. มีอาการทางร่างกายต่างๆ ร่วม ที่พบบ่อยคือจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งเมื่อพบร่วมกับอารมณ์รู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไร ก็จะทำให้คนอื่นดูว่าเป็นคนขี้เกียจ ปัญหาด้านการนอนก็พบบ่อยเช่นกัน มักจะหลับยาก นอนไม่เต็มอิ่ม หลับๆตื่นๆ บางคนตื่นแต่เช้ามืดแล้วนอนต่อไม่ได้ ส่วนใหญ่จะรู้สึกเบื่ออาหาร ไม่เจริญอาหารเหมือนเดิม น้ำหนักลดลงมาก บางคนลดลงหลายกิโลกรัมภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการท้องผูก อืดแน่นท้อง ปากคอแห้ง บางคนอาจมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว 

5. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไป ดังกล่าวบ้างแล้วข้างต้น ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะดูซึมลง ไม่ร่าเริง แจ่มใส เหมือนก่อน จะเก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยพูดจากับใคร บางคนอาจกลายเป็นคนใจน้อย อ่อนไหวง่าย ซึ่งคนรอบข้างก็มักจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป บางคนอาจหงุดหงิดบ่อยกว่าเดิม แม่บ้านอาจทนที่ลูกๆ ซนไม่ได้ หรือมีปากเสียงระหว่างคู่ครองบ่อยๆ

6. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่อการงานก็ลดลง ถ้าเป็นแม่บ้านงานบ้านก็ไม่ได้ทำ หรือทำลวกๆ เพียงให้ผ่านๆ ไป คนที่ทำงานสำนักงานก็จะทำงานที่ละเอียดไม่ได้เพราะสมาธิไม่มี ในช่วงแรกๆ ผู้ที่เป็นอาจจะพอฝืนใจตัวเองให้ทำได้ แต่พอเป็นมากๆ ขึ้นก็จะหมดพลังที่จะต่อสู้ เริ่มลางานขาดงานบ่อยๆ ซึ่งหากไม่มีผู้เข้าใจหรือให้การช่วยเหลือก็มักจะถูกให้ออกจากงาน

7. อาการโรคจิต จะพบในรายที่เป็นรุนแรงซึ่งนอกจากผู้ที่เป็นจะมีอาการซึมเศร้ามากแล้ว จะยังพบว่ามีอาการของโรคจิตได้แก่ อาการหลงผิดหรือประสาทหลอนร่วมด้วย ที่พบบ่อยคือ จะเชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง หรือประสงค์ร้ายต่อตนเอง อาจมีหูแว่วเสียงคนมาพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อได้รับการรักษา อารมณ์เศร้าดีขึ้น อาการโรคจิตก็มักทุเลาตาม

โรคอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคซึมเศร้า

ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าจากการปรับตัวไม่ได้กับปัญหาที่มากระทบ เป็นภาวะที่เกิดจากการปรับตัวไม่ได้กับปัญหาต่างๆ ที่เข้ามากระทบ เช่น ย้ายบ้าน ตกงาน เกษียน เป็นต้น โดยจะพบอาการซึมเศร้าร่วมด้วยได้ แต่มักจะไม่รุนแรง ถ้ามีคนมาพูดคุย ปลอบใจก็จะดีขึ้นบ้าง อาจมีเบื่ออาหารแต่เป็นไม่มาก ยังพอนอนได้ เมื่อเวลาผ่านไป ค่อยๆ ปรับตัวได้กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าที่มีก็จะทุเลาลง

โรคอารมณ์สองขั้ว ในโรคอารมณ์สองขั้ว ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนกับโรคซึมเศร้าอยู่ช่วงหนึ่ง และมีอยู่บางช่วงที่มีอาการออกมาในลักษณะตรงกันข้ามกับอาการซึมเศร้า เช่น อารมณ์ดีเบิกบานมากผิดปกติ พูดมาก ขยันมาก เชื่อมั่นตัวเองมากกว่าปกติ ใช้เงินเปลือง เป็นต้น ซึ่งทางการแพทย์เรียกระยะนี้ว่า ระยะแมเนีย ผู้ที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้วบางครั้งจะมีอาการของโรคซึมเศร้า บางครั้งก็มีอาการของภาวะแมเนีย

โรควิตกกังวล พบบ่อยว่าผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะมีอาการวิตกกังวล ห่วงโน่นห่วงนี่ ซึ่งเป็นอาการหลักของโรควิตกกังวล ที่ต่างกันคือในโรควิตกกังวลนั้น จะมีอาการหายใจไม่อิ่ม ใจสั่น สะดุ้ง ตกใจง่าย ร่วมด้วย อาการเบื่ออาหารถึงมีก็เป็นไม่มาก น้ำหนักไม่ลดลงมากเหมือนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และโรคซึมเศร้านั้นนอกจากอาการวิตกกังวลแล้วก็จะพบอาการซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่ายชีวิต ร่วมด้วยโดยที่อาการอารมณ์เศร้านี้จะเห็นเด่นชัดกว่าอาการวิตกกังวล

ปัจจุบันแนวคิดเกี่ยวกับสาเหตุของโรคซึมเศร้านั้น เชื่อกันว่าสัมพันธ์กับหลายๆ ปัจจัย ทั้งจากด้านกรรมพันธุ์ การพลัดพรากจากพ่อแม่ในวัยเด็ก พัฒนาการของจิตใจ รวมถึงปัจจัยทางชีวภาพ เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองบางตัวเป็นต้น

ปัจจัยสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคซึมเศร้า ได้แก่ กรรมพันธุ์  เคมีในสมอง และลักษณะนิสัย บางคนมีแนวคิดที่ทำให้ตนเองซึมเศร้า เช่น มองตนเองในแง่ลบ มองอดีตเห็นแต่ความบกพร่องของตนเอง หรือ มองโลกในแง่ร้าย เป็นต้น บุคคลเหล่านี้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน เช่น ตกงาน หย่าร้าง ถูกทอดทิ้งก็มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการซึมเศร้าได้ง่าย ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมอาการอาจมากจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

โรคซึมเศร้านั้นไม่ได้มีสาเหตุจากแต่เพียงปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น เหมือนกับการป่วยเป็นไข้หวัด ก็มักเป็นจากร่างกายอ่อนแอ จากพักผ่อนน้อย ไม่ได้ออกกำลังกาย ขาดสารอาหาร ถูกฝน อากาศเย็น ร่วมกับการได้รับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด ถ้าเราแข็งแรงดี แม้จะได้รับเชื้อหวัดก็ไม่เป็นอะไร ในทำนองเดียวกัน ถ้าร่างกายเราอ่อนแอ แต่ไม่ได้รับเชื้อหวัดก็ไม่เกิดอาการ การเริ่มเกิดอาการของโรคซึมเศร้านั้นมักมีปัจจัยกระตุ้น มากบ้างน้อยบ้าง บางครั้งอาจไม่มีก็ได้ซึ่งพบได้น้อย อย่างไรก็ตาม การมีสาเหตุที่เห็นชัดว่าเป็นมาจากความกดดันด้านจิตใจนี้ มิได้หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนเราไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน การพิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นผิดปกติหรือไม่ เราดูจากการมีอาการต่าง ๆ และความรุนแรงของอาการเป็นหลัก ผู้ที่มีอาการเข้ากับเกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้านั้น บ่งถึงภาวะของความผิดปกติที่จำต้องได้รับการช่วยเหลือ