ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ 8 กรกฎาคม 2563 – 15:32 น.

ชาวบ้านโร่ร้องสื่อ โดนฮุบที่ทำกินกว่า 300 ไร่ สร้างอ่างเก็บน้ำ เชื่อโครงการมีเงื่อนงำ ไม่ชัดเจน บิดเบือนจากที่ประชุม จึงได้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชุมแสง เพราะชาวบ้านเห็นว่าการประชุมในครั้งนี้ได้เกิดโครงการที่ไม่ได้เป็นไปตามวาระการประชุม

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และตำบลใกล้เคียง ว่าพื้นที่ทำกินจะโดน อบต.หนองกระเจา จะเอาไปทำอ่างเก็บน้ำ ซึ่งพื้นที่ทำกินดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ ซึ่งพวกตนได้รับตกทอดมาจากรุ่นปู่ รุ่นพ่อ มาถึงรุ่นตนเอง ตั้งแต่สมัย พ.ศ. 2470 ได้ใช้พื้นที่แห่งนี้ทำนาเลี้ยงชีพมาตลอด ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ได้มีเอกสารเลขที่ นว. 0318/2884 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ส่งมาจากที่ว่าการอำเภอชุมแสง เนื้อความว่าให้ชาวบ้านไปให้ถ้อยคำว่าชาวบ้านได้เข้าไปทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ ทำให้ชาวบ้านตกใจและแปลกใจมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายทูล ดำนงค์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/2 หมู่ 11 ต.หนองกระเจา อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการจะทำโครงการอ่างเก็บน้ำ โดยโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการจัดประชุมเกิดขึ้น แต่ได้จัดการประชุมโครงการสูบน้ำ ซึ่งเป็นละโครงการกัน โดยทาง อบต.หนองกระเจา ได้จัดให้มีการประชุมโดยมีใจความสำคัญในการประชุมวันนั้นได้พูดถึงการทำโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ชาวบ้านจึงเห็นว่าเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ ชาวบ้านและตนเองจึงได้ยกมือแสดงความเห็น  แต่หลังจากการประชุมเสร็จ ตนเองและชาวบ้านได้ทราบต่อมาภายหลังว่าการร่วมแสดงความคิดเห็นและการยกมือในครั้งนั้น กลายเป็นการยกมือและมีส่วนร่วมของโครงการอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นคนละโครงการ ตนเองและชาวบ้านเห็นว่าโครงการนี้มีเงื่อนงำ ไม่แสดงเจตนาที่ชัดเจน บิดเบือนจากวันที่ประชุม จึงได้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชุมแสง เพราะตนเองและชาวบ้านเห็นว่าการประชุมในครั้งนี้ได้เกิดโครงการที่ไม่ได้เป็นไปตามวาระการประชุม ณ วันนั้นติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายทูล เปิดเผยต่อว่า เมื่อวันที่ 11 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทาง อบต.หนองกระเจา ได้ดำเนินการแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาทำการรังวัดพื้นที่ ที่จะเกิดโครงการอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ในส่วนที่ชาวบ้านได้ครอบครองทำกิน (น.ส.ล) โดยไม่มีการแจ้งให้ผู้ที่ครอบครองที่ดินบริเวณโดยรอบรับทราบ วันนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรังวัดเข้าไปในที่ดินที่มีการครอบครองที่ถูกต้องเป็นจำนวนหลายราย จึงทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถกระทำการรังวัดที่ดิน ปักเสาหลักเขตได้  จากการโครงการอ่างเก็บน้ำ ดังกล่าว ชาวบ้านจะถูกเรียกคืนที่ทำกิน โดยส่วนตัวตนเองจะโดนเรียกคืนที่ดิน (น.ส.ล) อีกทั้งยังมีชาวบ้านโดนเรียกคืนอีกในจำนวนมิใช่น้อย ซึ่งชาวบ้านและตนเองก็ยังมองไม่เห็นถึงอาชีพที่จะสามารถไปประกอบได้ เพราะชาวบ้านและตนเองเกิดจากครอบครัวชาวนา และได้เป็นชาวนามาตั้งแต่จำความได้ ซึ่งที่ดินที่ชาวบ้านได้ครอบครองนั้นล้วนแล้วแต่เป็นที่ดินที่ถูกส่งต่อมาจากทางบรรพบุรษของพวกเราทั้งนั้น หามิได้ทำการบุกรุกไม่ ความคิดเห็นจากชาวบ้านและตนเองอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และได้ทำกินบนพื้นที่แห่งนี้ ชาวบ้านและตนเองเข้าใจดีว่าพื้นที่ดินแห่งนี้เป็นที่ดอน และไม่มีแหล่งน้ำจากธรรมชาติไหลผ่านหรือใกล้เคียงแล้วจะมาทำโครงการอ่างเก็บน้ำได้อย่างไร

ด้านนายบัณฑูร ประดิษฐสุวรรณ์ ปลัด อาวุโส กล่าวว่า ไม่ขอพูดอะไรทั้งนั้น  ไม่มีอำนาจหน้าที่ให้สัมภาษณ์  ชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า โครงการนี้มันมีเงื่อนงำ เพราะว่าพื้นที่ที่พวกตนเองทำกินอยู่นี้เป็นที่ดอนสูง และไม่มีตาน้ำไหลผ่านยังสงสัยว่าจะเอาพื้นที่ไปทำอ่างเก็บน้ำได้อย่างไร แต่ที่ทราบมามีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ และผลักดันมาหลายปีแล้ว  ซึ่งถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นมาได้ก็จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล แว่วมาว่ามีนายทุนจะเข้ามาหาผลประโยชน์อีกมากมาผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านข้องใจมาก ที่ชาวบ้านได้รับเอกสารว่าพวกตนเป็นผู้บุกรุกตามที่เอกสารแจ้ง และได้สอบถามปลัดว่าพวกตนไปบุกรุกตอนไหน แต่ปลัดไม่สามารถตอบกับชาวบ้านได้ ทั้งที่ปลัดเป็นผู้ลงนามในเอกสารเองว่าพวกชาวบ้านเป็นผู้บุกรุก และชาวบ้านถามว่าโครงการอ่างเก็บน้ำนี้เป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถตอบอะไรได้เลย ได้แต่พูดว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ให้คำตอบ.

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช แบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง เลขเด็ดในงานเกลี้ยงแผง8 กรกฎาคม 2563 – 08:53 น.

รำบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช วัฒนธรรมความเชื่อคนลุ่มน้ำโขง ในรูปแบบ new normal กะทัดรัดแต่เข้มขลัง คอหวยกว้านซื้อ 77 เกลี้ยงแผง

วันที่ 7 กรกฎาคม 2563  เวลา 17.00 น. บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  จัดงานบวงสรวงพญาศรีสัตนาคราช  แลนด์มาร์คอันศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำโขง เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ตลอดจนสืบสานประเพณีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ที่คอยดูแลปกปักษ์รักษาผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงและองค์พระธาตุพนมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

รวมไปถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขโดยองค์พญาศรีสัตตนาคราช มีการประกอบพิธีเชิญมาประดิษฐาน ตั้งแต่ปี 2559 ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบสักการะขอพรไม่ขาดสาย

อีกทั้งยังดึงดูดนักเสี่ยงโชคที่มีความเชื่อศรัทธา เนื่องจากมีคนโชคดีถูกรางวัลใหญ่มานับไม่ถ้วน รวมถึงลูกหลานชาวนครพนม เคยถูกรางวัลจากการอธิษฐานขอพร ได้เงินรวมแล้วมากกว่า 500 ล้านบาท จึงได้มีการจัดงานบรวงสรวงขึ้นทุกปี เพื่อเป็นสิริมงคล ในปีนี้จัดระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2563 รวม 7 วัน 7 คืน หลังประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตโควิด จึงมีการคลายล็อกอนุญาตจัดงานประเพณีวัฒนธรรมได้ตามปกติ แต่เป็นในรูป new normal การเว้นระยะห่างทางสัมคม และต้องมีการคัดกรองก่อนเข้าภายในบริเวณงานติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับการประกอบพิธีบวงสรวง มีรำบวงสรวงจากนางรำประมาณ 500 ชีวิต จาก 8 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ แต่เดิมทุกปีจะมีนางรำเกือบ 2,000  คน ปีนี้ได้ลดจำนวนลงตามมาตรฐานของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนดไว้

โดยมี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดร.สมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.ฯ นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม ฯลฯ ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย

อดีตเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 พิธีบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช มีแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวร้านดัง นำพานบายศรีไปถวายพร้อมอธิษฐานขอโชคลาภ จากนั้นได้เดินไปยังแผงลอตเตอรี่ที่ตั้งเรียงรายบริเวณนั้น ก่อนจะหลับตาขอจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช แล้วหยิบลอตเตอรี่มา 1 ชุด จำนวน 5 ใบ ถึงวันหวยออกถูกรางวัลที่ 1 คว้าเงิน 30 ล้านบาทไปครอง ปีนี้จึงลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้โชคดีรายต่อไป ขณะที่แผงลอตเตอรี่นักท่องเที่ยว และคอหวยกว้านซื้อเลข 77 จนเกลี้ยงแผง

ข่าว/ภาพ ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครพนม

เป็นงงกลางไฟแดง จู่ๆ มีหญิงสาวสะพายกีต้าร์ ลงจากจยย.มานั่งรำเดินแอ๊คท่าเหมือนนางแบบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เป็นงงกลางไฟแดง จู่ๆ มีหญิงสาวสะพายกีต้าร์ ลงจากจยย.มานั่งรำเดินแอ๊คท่าเหมือนนางแบบ

7 กรกฎาคม 2563 – 18:17 น.

มึนกันทั้งสี่แยก เมื่อหญิงสาวแต่งชุดเดรสกระโปรงยาวสะพายกีต้า ขับรถจักรยานยนต์มาจอดติดไฟแดงตรงสี่แยกกลางเมืองหาดใหญ่ ลงมานั่งรำบนทางม้าลาย และลุกขึ้นยืนแอ๊คท่าเหมือนนางแบบก่อนเดินสะพัดเหมือนนางแบบบนแคทวอล์คไปขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขับออกไป

วันนี้ (7 ก.ค. 2563) ที่บริเวณสี่แยกสะพานดำ ถนนเพชรเกษมตัดถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ซึ่งเป็นสี่แยกใหญ่ที่เข้าออกตัวเมืองหาดใหญ่และมีการจราจรหนาแน่นตลอดทั้งวันปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณบ่าย 2 โมงวันนี้ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมแปลกๆ ขณะขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงมาจอดติดไฟแดงอยู่ตรงสี่แยกฝั่งถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้าเมืองหาดใหญ่

โดยหญิงสาวคนนี้ซึ่งมีอายุประมาณ 30 ปี และสวมชุดเดรสหรือชุดกระโปรงยาวสีฟ้า และสะพายกีต้าอยู่ข้างหลังได้ลงจากรถจักรยานยนต์เดินมานั่งรำอยู่ตรงทางม้าลาย และลุกขึ้นยืนแอ๊คท่าเหมือนกับนางแบบ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ก่อนที่จะเดินเหมือนกับนางแบบเดินบนแคดวอร์คไปขึ้นรถจักรยานยนต์ และยังคงเล่นหน้าเล่นตาอยู่บนรถ ก่อนที่จะค่อยๆ ขับรถออกมาอยู่หน้าคนอื่นและทำท่าเบิ้ลเครื่องยนต์และขับออกไปคันแรกทันทีที่มีสัญญาไฟเขียว

แต่ขณะที่ขับออกไปก็ไปปาดหน้ารถเก๋งคันหนึ่งจนเกือบจะถูกรถเก๋งพุ่งชนท้าย ซึ่งเหตุการณ์นี้ผู้ทำให้ผู้ที่จอดรถติดไฟแดงทั้งรถจักรยายนต์และรถยนต์ถึงกับงงกับพฤติกรรมของหญิงสาวคนนี้ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้ออกอาการแบบนี้ตรงไฟแดง ซึ่งหลายคนมองว่าอาจจะเป็นการเรียกร้องความสนใจหรือไม่ก็มีอาการผิดปกติทางจิต

นภาลัย ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสงขลา

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยันการฝึกและเลี้ยงดูไม่มีการทารุณกรรม7 กรกฎาคม 2563 – 15:37 น.

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตร ยืนยัน ขั้นตอนการฝึกและเลี้ยงดู ไม่มีการทารุณกรรม ตรงกันข้ามกลับให้ความรักความเอ็นดูเหมือนลูกมากกว่า ซึ่งลิงที่นำมาฝึกขึ้นมะพร้าวก็เป็นลิงบ้านคือลิงที่เกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีอยู่เดิมไม่ใช่ลิงป่า

เมื่อช้าวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีห้างสรรสินค้าที่อังกฤษสั่งเก็บผลิต ภัณฑ์เกี่ยวกับมะพร้าวจากประเทศไทย โดยมองว่าใช้แรงงานลิง นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์สาธิตการฝึกลิงเพื่อการเกษตรของ นายนิรันดร์ วงศ์วานิช อายุ 52 ปี เลขที่ 52/3 หมู่ 1 ต.คลองน้อย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ซึ่งพบว่าใช้ลิงขึ้นมะพร้าวเป็นวิถีชีวิตการประกอบอาชีพของเกษตรกรมากว่า 100 ปีแล้ว โดยมีการเพาะพันธุ์ลิง การอนุบาลและการเลี้ยงดูที่เอาใจใส่เหมือนบุคคลในครอบ ครัวให้อาหารวันละ 3 มื้อ เสริมด้วยขนมนมและผลไม้ไม่ได้ไปจับลิงจากในป่าหรือทารุณกรรมสัตว์ตามที่มีการกล่าวหา

นายวิชวุทย์ ชี้แจงว่า มาให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและศูนย์ฝึกลิงได้ประกอบอาชีพ ซึ่งอาจเป็นความไม่เข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกร ขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ฑูตพาณิชย์ที่อังกฤษไปชี้แจง และจะมีการเชิญฑูตประเทศต่างๆ มาดูการทำอาชีพสวนมะพร้าวและการเลี้ยงดูลิงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้านนายนิรันดร์ กล่าวว่า ได้เปิดฝึกลิงมากว่า 30 ปีแล้ว สืบทอดตั้งแต่รุ่นพ่อถึงปัจจุบันมีลิง 38 ตัว ซึ่งการเลี้ยงลิงจะดูแลอย่างดีให้อาหารครบ 3 มื้อพร้อมของว่างบ้างบางเวลาที่อยู่จะล่ามไว้กับต้นมะพร้าวใช้ล้อยางรถยนต์เก่าเป็นที่บังแดดบังฝนตามธรรมชาติในป่าที่ลิงต้องอาศัยต้นไม้ใบหญ้าหลบแดดหลบฝน ซึ่งมีความผูกพันธ์เหมือนคนในครอบครัวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

“ชาวสวนจะไม่ได้ผลผลิตจากต้นมะพร้าวเลยหากไม่มีลิงเพราะคนไม่สามารถขึ้นต้นมะพร้าวได้หลายต้นต่อวัน และทำให้การเก็บมะพร้าวตรงเวลาในแต่ละรอบ โดยส่วนตัวมองว่าไม่มีอะไรมาทดแทนลิงขึ้นมะพร้าวได้ และไม่มีการทำให้ทรมานสัตว์ตรงกันข้ามกลับให้ความรักความเอ็นดูเหมือนลูกมากกว่า ซึ่งลิงที่นำมาฝึกขึ้นมะพร้าวก็เป็นลิงบ้านคือลิงที่เกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีอยู่เดิมไม่ใช่ลิงป่า” นายนิรันดร์ กล่าว

เจนจิรา ศรีวิรักษ์ ผสข.สุราษฎร์ธานี

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง7 กรกฎาคม 2563 – 13:20 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิดได้คุณค่าทางโภชนาการ ช่วยให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ลดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงพุง

เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2563 แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาด โรคโควิด 19 ประชาชนให้ความร่วมมือในการป้องกันการแพร่ระบาดด้วยการอยู่บ้าน ซึ่งอาจทำให้กินอาหารในปริมาณมากเกินไป ไม่ถูกหลักโภชนาการ และไม่มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดภาวะ น้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงพุงตามมาได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน ศบค.รายงานยอดติดเชื้อโควิด ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 

กรมอนามัยจึงขอแนะนำการสร้างสุขภาพดีให้กับตนเอง หลังมีมาตรการผ่อนคลายต่าง ๆ ด้วยการนำหลักพอเพียงมาใช้ในการกินอาหารแต่ละมื้อ เพื่อให้ได้สารอาหารและพลังงานที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

โดยหากรู้สึกอิ่มให้ลดหรืองดการกินเพราะความอยาก หรือลดกินอาหารหวาน มัน เค็มมากเกินไป ซึ่งการสร้างพฤติกรรมการกินอย่างง่าย

ภายใต้หลัก 10 วิธีกินแบบพอเพียง มีดังนี้ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

1) กินพออิ่มในแต่ละมื้อ โดยตักอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป

2) ดัดแปลงอาหารที่เหลือเป็นอาหารจานใหม่ เช่น ผัดคะน้า นำมาต้มจับฉ่ายผสมกับผักอื่น ๆ น้ำแกงส้ม ที่เหลือสามารถเติมถั่วฝักยาว มะละกอ แครอท ผักบุ้ง ส่วนผลไม้ที่เหลือหลายชนิดนำมาทำเป็นสลัดผลไม้

3) เรียนรู้วิธีการเก็บรักษาอาหารแต่ละประเภท เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัตถุดิบต่าง ๆ และยังคงคุณค่า ทางโภชนาการโดยไม่เน่าเสียไปก่อนที่จะนำมาปรุงประกอบอาหาร

4) หุงข้าวผสมข้าวโพด ถั่ว เผือก มัน เพื่อเพิ่มวิตามินและยังได้สารอาหารอื่นๆ เพิ่มด้วย

5) เลือกวัตถุดิบคุณภาพดีราคาถูกในการทำเมนูอาหาร เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาจใช้ ไข่ เต้าหู้ และถั่วเมล็ดแห้ง สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกับเนื้อหมู/ไก่ เลือกผักพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาลที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง 

6) ลดการกินจุบกินจิบ กินอาหารให้เป็นเวลา ซึ่งอาหารหลัก 3 มื้อก็เพียงพอแล้ว หรือ อาหารว่างเลือกเป็นผลไม้ ถั่ว นม 

7) งดการกินอาหารมื้อดึก เพราะถ้ากินอาหารมื้อดึกเข้าไป แล้วในช่วง เวลานั้นไม่มีการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายใด ๆ มีแต่การนอน ทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหาร ที่กินไปน้อยมาก และจะสะสมเป็นไขมันแทนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้

กรมอนามัย แนะ 10 วิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด สร้างร่างกายแข็งแรง ไร้พุง

8) เคี้ยวอาหารช้า ๆ อย่ารีบร้อน จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่า เพราะร่างกายคนเราจะเริ่มรู้สึกอิ่มเมื่อกินอาหารไปประมาณ 20 นาที 

9) ไม่กิน ทิ้งขว้าง มีวินัยในการซื้อและการกินที่ดี เพราะปัจจุบันอาหารเกือบทุกชนิดมีราคาสูง ต้องคำนวณให้ดี ในการซื้อแต่ละครั้ง เพราะหากซื้อมากเกินไปแล้วกินอาหารไม่หมด ก็ทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ และ

 10) เน้นกินเมนูที่หลากหลาย เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน และที่สำคัญควรหมั่นออกกำลังกาย เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันด้วย

CR: กรมอนามย ศูนย์สื่อสารสาธารณะ

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว

7 กรกฎาคม 2563 – 13:08 น.

“บ้านหุ่นเหล็ก” แลนด์มาร์คอ่างทอง บรรยากาศสุดคึกคักรับหยุดยาว ถ่ายรูปทรานส์ฟอร์เมอร์ส สตาร์วอร์ส เอเลี่ยน หุ่นยนต์ การ์ตูน ที่ผลิตจากเศษเหล็กกันอย่างสนุกสนาน

วันที่ 7 ก.ค. 2563  ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านหุ่นเหล็ก แลนด์มาร์คอ่างทอง ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32)  ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 55+500 เลขที่ 41/2  หมู่ที่ 6  ตำบลตลาดกรวด  อำเภอเมือง  จังหวัดอ่างทอง  พบว่าบรรยากาศประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างพาลูกหลานเข้าชมถ่ายรูป ทรานส์ฟอร์เมอร์ส สตาร์วอร์ส เอเลี่ยน หุ่นยนต์ การ์ตูน และสัตว์ต่างๆ ที่ผลิตจาก เศษเหล็กในบ้านหุ่นเหล็กกันคึกคัก ในช่วงวันหยุดยาว

โดยที่บ้านหุ่นเหล็กเป็นแลนด์มาร์คอ่างทอง ที่นักท่องเที่ยวไม่พลาดเข้าชมกินเที่ยว ซื้อของฝาก  ถ่ายรูป  ส่งขึ้นสังคมออนไลน์กันอย่างอย่างสนุกสนาน โดยจะพบความสร้างสรรค์หุ่นยนต์ที่ผลิตจากเศษอะไหล่รถยนต์เก่าๆ นำมาประกอบเป็น ยอดมนุษย์ในดวงใจ เหล่าสัตว์ประหลาดตัวร้าย รถยนต์ จัดยืนเรียงตัวกันต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ถ่ายรูปกันอย่างจุใจติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ซึ่งที่นี่จะมีมุมให้มาแชะภาพมากมายอยู่ทุกซอกทุกมุม  และเป็นที่รวบรวมเหล่าฮีโร่จากภาพยนตร์หลายเรื่อง ใครชอบตัวไหนก็ถ่ายรูปแอคชั่นท่าทางกับหุ่นยนต์กันอย่างสนุกสนาน โดยได้ใกล้ชิดกับยอดมนุษย์ตัวโปรด รวมทั้งยังมีของกินของฝากที่เป็นสัญลักษณ์จากบ้านหุ่นเหล็ก อาทิเช่น ช็อกโกแลตเครื่องมือช่าง และก๋วยเตี๋ยวรถที่แสนอร่อยเป็นเสน่ห์ของฝากของจากบ้านหุ่นเหล็กต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์ แสงตระการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อ่างทอง

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/436264/37226/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/436264/37227/news

ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ

ผู้ตรวจกระทรวง วธ. ลงพื้นที่ติดตามโครงการ "บวร On Tour" ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ7 กรกฎาคม 2563 – 09:52 น.

ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการ “บวร On Tour” ของชุมชนบ้านกู่ จ.ศรีสะเกษ

วันที่ 7 ก.ค. 63  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ  เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค.63 ตนได้ร่วมกับ นางประนอม คลังทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เขตตรวจราชการภาคอีสาน ได้เดินทางไปที่ชุมชนคุณธรรมบ้านกู่ ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการ “บวร On Tour” โดยมีนายประหยัด ถิลา วัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ  พร้อมด้วยนางอุบล โรจนวัน  ผอ.กลุ่มกิจการพิเศษ นางกาญจนา ไพรวัน หัวหน้าฝ่ายบริหาร นางวัชรี ธนบูลพิพัฒน์ ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์ฯ นายทะนงศักดิ์ นรดี กำนัน ต.กู่ นายธนากร พรมลิ ปราชญ์ชุมชน ชาวบ้านกู่ และผู้นำชาวบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

นางประนอม คลังทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เขตตรวจราชการภาคอีสาน กล่าวว่า โครงการ  “บวร  On  Tour”  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี เคารพเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  มีการน้อมนำศาสตร์พระราชา  และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนคุณธรรมต้นแบบและสร้างการรับรู้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์พระราชาและสร้างกระแสของการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนและยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้นำพลังบวรในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเศรษฐกิจชุมชนอย่างยังยืนให้เกิดเครือข่ายการดำเนินงานชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวรของจังหวัดด้วย 

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า โครงการ  “บวร On Tour” ของกระทรวงวัฒนธรรม ได้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นโครงการที่ทำให้คนในชุมชนมีอาชีพและมีรายได้  เพราะมีการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นทั้งภูมิสังคม  ภูมิปัญญา  และภูมิทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าอย่างสร้างสรรค์  ซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่ในครั้งนี้  ได้เห็นความเข้มแข็งและ ความตั้งใจของชุมชนที่แสดงออกถึงความรักความสามัคคี  ร่วมด้วยช่วยกัน  เวลามีทัวร์มาก็จัดการแสดงของชุดผู้สูงอายุให้ชม  และสอดแทรกวัฒนธรรมการบายศรีสู่ขวัญ  เด็กนักเรียนในหมู่บ้านก็มาร่วมต้อนรับด้วยการฟ้อนรำที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม  ไม่ต้องแต่งหน้าโดยปล่อยตามธรรมชาติก็ดูสวยบริสุทธิ์มาก  ที่ชุมชนบ้านกู่นอกจากจะมีปราสาทปรางค์กู่ให้ชมแล้ว  ยังมีศูนย์เรียนรู้ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม  ทั้งการสาธิตทำขนมพื้นถิ่น  การทอผ้าไหม  การเลี้ยงกบ  ฯลฯ  เป็นพลัง  “บวร  On  Tour”  จริง ๆ

นายประหยัด  ถิลา  วัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  ชุมชนคุณธรรม  บ้านกู่  ต.กู่  อ.ปรางค์กู่  ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ขับเคลื่อนตามรอยศาสตร์พระราชา  ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง  ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  ได้ดำเนินการตามโครงการดังกล่าวในระยะที่  3  และระยะที่  2  ไปแล้ว  ซึ่งแต่ละบ้านได้ร่วมกันจัดสินค้าตามความถนัด  บางคนจัดบ้านเป็นโฮมสเตย์  บางคนจัดจำหน่ายสินค้าตามอาชีพความถนัดของตนเอง เช่น  ใช้ใบตาลสานหมวกวาง  วางขายหน้าบ้าน  ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรม  จ.ศรีสะเกษ  จะได้ชี้แนะแนวทางเพิ่มเติมให้กับชุมชนได้สานต่อ  เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล  ในการฟื้นฟูและสร้างโอกาสสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนได้อีกด้วย

ศิริเกษ  หมายสุข  ผู้สื่อข่าว  จ.ศรีสะเกษ

วันหยุดสุดท้าย ชัยนาทยังคึกคัก นทท.แห่ขึ้นเขาสารพัดดีฯ กราบรอยพระพุทธบาทและชมถ้ำหินจำลอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วันหยุดสุดท้าย ชัยนาทยังคึกคัก นทท.แห่ขึ้นเขาสารพัดดีฯ กราบรอยพระพุทธบาทและชมถ้ำหินจำลอง

วันหยุดสุดท้าย ชัยนาทยังคึกคัก นทท.แห่ขึ้นเขาสารพัดดีฯ กราบรอยพระพุทธบาทและชมถ้ำหินจำลอง7 กรกฎาคม 2563 – 09:52 น.

วันหยุดสุดท้าย ชัยนาทยังคึกคัก นักท่องเที่ยวกว่า 3 พันคน แห่ขึ้นเขาสารพัดดีศรีเจริญธรรม เพื่อกราบรอยพระพุทธบาท และชมความสวยของถ้ำหินจำลอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยว ในวันหยุดชดเชย เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา แม้วันนี้จะเป็นวันหยุดสุดท้าย แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ยังคงเดินทางไปทำบุญไหว้พระ และท่องเที่ยวตามวัดต่างๆในรูปแบบ New Normal กันอย่างเนืองแน่น

อย่างเช่นที่ วัดไกลกังวล อ.หันคา จ.ชัยนาท ประชาชนและนักท่องเที่ยว จำนวนกว่า 3,000 คน ทยอยเดินทางขึ้นไปบนยอดเขาสารพัดดีศรีเจริญธรรม ที่ตั้งอยู่ภายในวัด เพื่อกราบสักการะ รอยพระพุทธบาทสี่รอย ที่มีขนาดความยาว 6 เมตร กว้าง 4 เมตร เพื่อความเป็นสิริมงคล และชมความสวยงามของถ้ำหินงอกหินย้อยจำลอง ที่ทางวัดสร้างขึ้นมาครอบรอยพระพุทธบาทไว้ได้อย่างสวยงามวิจิตรตระการตา 

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ทั้งนี้ ทางวัดเปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุด 4 วันนี้  มีนักท่องเที่ยว เข้ามาทำบุญและเที่ยวชมความสวยงามภายในถ้ำหินจำลอง วันละไม่ต่ำกว่า 3,000 คน   โดยส่วนใหญ่ยังคงให้ความร่วมมือในมาตรการป้องกันโรคโควิค-19  มีการปฏิบัติตามแบบ New Normal คือ มีการสวมหน้ากากผ้า สวมหน้ากากอนามัย  ยอมให้ตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ก่อนจะเข้าไปภายในถ้ำจำลอง เพื่อชมความสวยงามและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงานต่อในวันพรุ่งนี้

ขณะที่ นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี  ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 40 คน เดินทางไปกราบรอยพระพุทธบาท และชมความสวยงามของถ้ำหินจำลอง ด้วยเช่นกัน  โดยนางจิรารัตน์ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท ได้จัดกิจกรรม “ไหว้พระสุขกายสุขใจ สไตล์ New Normal @ จังหวัดชัยนาท” เพื่อเสริมสิริมงคลเนื่องในวันเข้าพรรษา และกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาท ช่วงวันหยุดสำคัญทางพระพุทธศาสนา อีกทั้งเป็นการฟื้นฟูการท่องเที่ยว หลังผ่านวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบ New Normal           

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิริจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท

ชาวพุทธนับพัน แห่ร่วมพิธีขอขมากรรมวัดไผ่ล้อม ขอนับหนึ่งหลังโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวพุทธนับพัน แห่ร่วมพิธีขอขมากรรมวัดไผ่ล้อม ขอนับหนึ่งหลังโควิด-19

ชาวพุทธนับพัน แห่ร่วมพิธีขอขมากรรมวัดไผ่ล้อม ขอนับหนึ่งหลังโควิด-197 กรกฎาคม 2563 – 09:51 น.

หลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม จัดพิธีขอขมากรรม ถอนคำสาบาน สาปแช่ง โดยมีประชาชนนับพันแห่เข้าร่วมงานคึกคึก โดยผู้ร่วมงานบอกหวังปลดกรรมี่ที่เคยมี สร้างกำลังใจใหม่ ภาวนาให้วิกฤติโควิด-19 ผ่านพ้นไปโดยเร็วและขอนับหนึ่งอีกครั้งกับชีวิตหลังเจอปัญหาในช่วงที่ผ่านมา

วันนี้ 6 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.09 น. ที่หน้าเมรุปลอดควันพิษ วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ๆได้มีการจัดพิธีขอขมากรรม ถอนคำสาบาน ถอนคำสาปแช่ง “ตั้งสัจจะ ลด ละ เลิก สิ่งไม่ดีทั้งปวง ปฏิญาณตนเริ่มต้นชีวิตใหม่ รับพรมงคลวันเข้าพรรษา” โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นประธานในพิธีซึ่งบรรยากาศในพิธีมีพุทธศาสนิกชน ประชาชนจากทั่วสารทิศนับพันคนได้เดินทางเข้ามาร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวซึ่งหลังจากได้ทำบุญในเทศกาลเข้าพรรษา ส่วนหนึ่งได้หาพิธีกรรมที่กำลังใจและอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับและเจ้ากรรมนายเวรหลังจากผ่านวิกฤตโควิด-19 ซึ่งอยู่ในช่วงผ่อนคลายเฟสที่สี่

โดยในช่วงเริ่มพิธีได้มีการเปิดให้ประชาชนได้มีการลงชื่อให้ของผู้ล่วงลับ บรรพบุรุษและเจ้ากรรมนายเวร รวมถึงผู้ที่เคยทำแท้งหรือติดคำสาบาน สาปแช่ง จากนั้นจะเป็นพิธีทางพราหมณ์อ่านโองการบูชาเทพยดา พร้อมบูชาถวายเครื่องสังเวยต่อเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมในพิธี และให้ญาติโยมกล่าวขอขมากรรม อุทิศบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ให้มารับผลบุญดังกล่าว โดยถ้วนหน้า จากนั้นหลวงพี่น้ำฝนพร้อมคณะสงฆ์ วัดไผ่ล้อม สวดถอนกรรม ถอนคำสาบาน ถอนคำสาปแช่ง เสร็จพิธี ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ รับพรมงคล ขอให้ทุกท่าน ร่ำรวย โชคดี มีความสุข บริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ ก่อนจะมีการทอดผ้าบังสุกุลอุทิศให้กับผู้ล่วงลับและพิธีเผารายชื่อเพื่อส่งดวงวิญญาณให้ไปสู่สุขคติเป็นเสร็จพิธีการติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายธีระพงษ์ พันธุ์เตี้ย อายุ 38 ปี ชาวกรุงเทพฯ บอกว่า ได้เข้ามาร่วมพิธีนี้เป็นครั้งแรกเพราะทราบจากคนรู้จักและเห็นจากสื่อออนไลน์ วันนี้ได้ถือว่าเป็นวันหยุดและเป็นวันสำคัญทางศาสนา จึงได้เดินทางมาเพื่อร่วมพิธีโดยเป็นการทำบุญและสร้างขวัญกำลังใจให้กับตัวเองโดยเฉพาะปีนี้เพิ่งผ่านเรื่องร้ายที่เป็นเรื่องสำคัญนั่นคือเรื่องวิกฤติโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบให้กับผู้คนเป็นวงกว้าง วันนี้ในพิธีก็รู้สึกได้ถึงความสบายใจ หลังพิธีก็รู้สึกว่าเบาตัวสบายใจขึ้นมาก โดยสิ่งที่ขอคือเรื่องให้วิกฤติโควิด-19 นั้นผ่านพ้นไปโดยเร็วและขอเรื่องสุขภาพของตนเองให้ดีมากขึ้นและยังขอให้เป็นวันที่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่นับหนึ่งผ่านเรื่องที่ไม่ดีให้ไปทั้งหมดก่อนจะที่เปิดงานไปทำงานด้วยกำลังใจมากขึ้นด้วย


ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.นครปฐม

วันหยุดยาว สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คึกคัก นทท.แห่ชมช้างว่ายน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วันหยุดยาว สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คึกคัก นทท.แห่ชมช้างว่ายน้ำ

7 กรกฎาคม 2563 – 09:51 น.

วันหยุดยาว สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คึกคัก นทท.แห่ชมช้างว่ายน้ำ แต่ก็จำกัดไม่เกินวันละ 2,000 คน พิเศษสุด สวนสัตว์เปิดเขาเขียว มอบส่วนลดค่าบัตรเข้าชม 50 % มีค่าธรรมเนียมค่าจอดรถยนต์ 80 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 กันยายน 2563

ที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี หลังจากได้ปิดบริการเที่ยวชมป้องกันตามมาตรการโควิด-19 ในส่วนการแสดงโชว์ช้างว่ายน้ำ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความน่ารักแล้ว โดยทางสวนสัตว์ ยังคงเข้มมาตรการป้องกันโควิด -19 ซึ่งต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน เว้นระยะห่างในการชมบริเวณโถงชมมุมใต้น้ำ จำกัดครั้งละ 50 คนเท่านั้น โดยนำช้างแสนรู้ ชื่อพลายเขาเขียว อายุ17 ปี ช้างเอเชียที่มีรูปร่างดี สวยงาม ลงเล่นน้ำ โชว์ทักษะธรรมชาติว่ายน้ำ ด้วยลีลาที่น่าทึ่ง ทั้งดำผุดดำว่าย และเดินสองเท้าในสระน้ำ ที่มีขนาดใหญ่สูงกว่า 4 เมตร กว้างกว่า 30 เมตร ที่ผู้ชมสามารถเข้าไปชมอิริยาบถของช้างพังเขาเขียว ขณะที่ว่ายอยู่ใต้น้ำได้อย่างใกล้ชิด สุดน่ารักผ่านกระจกใส หนึ่งเดียวในเอเชีย ที่จัดสร้างตามรูปแบบมาตรฐานสากล

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นอกจากนี้ยังมีการแสดงและกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ อาทิ พาเหรดเพนกวิน ได้นำเพนกวินฮัมโบล์ด จำนวน 40 ตัว เดินพาเหรด ออกมาตามเส้นทางจากด้านในส่วนแสดงออกมายังสระน้ำด้านหน้า อวดโฉมให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความน่ารัก เหมือนเดิม ส่วนยีราฟ ม้าลาย แรดขาว และ ฮิปโป ชมได้ทุกวัน

สำหรับบรรยากาศการเที่ยวชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียว มีนักท่องเที่ยวต่างพาบุตรหลานเข้ามาพักผ่อนวันหยุดยาวเป็นจำนวนมากแต่ก็จำกัดไม่เกินวันละ 2,000 คน พิเศษสุด สวนสัตว์เปิดเขาเขียว มอบส่วนลดค่าบัตรเข้าชม 50 % มีค่าธรรมเนียมค่าจอดรถยนต์ 80 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 กันยายน 2563 โดยจองบัตรผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 038-318444

อำนาจ ลลิตลาวัณย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดชลบุรี