เครือซีพี รับสมัครผู้ตกงาน จากผลกระทบโควิด-19 ร่วมงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครือซีพี รับสมัครผู้ตกงาน จากผลกระทบโควิด-19 ร่วมงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าฯ

เครือซีพี รับสมัครผู้ตกงาน จากผลกระทบโควิด-19 ร่วมงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าฯ6 กรกฎาคม 2563 – 12:56 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) รับผู้ตกงานจากผลกระทบโควิด-19 จ้างงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

วันที่ 6 กค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) วิกฤต COVID-19 จะทำให้แรงงานมีความเสี่ยงถูกเลิกจ้างทั้งสิ้น 8.4 ล้านคน ทั้งแรงงานในภาคการท่องเที่ยว แรงงานในภาคอุตสาหกรรม และการจ้างงานในภาคบริการอื่น โดยแรงงานที่ตกงานบางส่วนจะเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาของตนเอง ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ตระหนักถึงปัญหาของผู้ถูกเลิกจ้างงานที่แม้กลับภูมิลำเนาก็จะยังไม่มีรายได้ เนื่องจากมีแรงงานภาคการเกษตรรอทำงานเต็มตามฤดูกาลอยู่

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จึงจัดตั้ง “ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว” ขึ้นที่ บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อรับสมัครผู้ตกงานจากผลกระทบโควิด-19 เข้ามาทำงานเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฯ นี้ประกอบไปด้วยโรงเรือนเพาะชำกล้าพันธุ์ไม้จำนวน 4 โรงเรือน สามารถเพาะชำกล้าไม้ระยะสั้นและระยะยาวรวม 102,500 กล้า/รอบ ประกอบด้วยการเพาะกล้าพืชผักระยะสั้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ไม้เพื่อการฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไม้ผลและพืชเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เป็นต้น ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ในอนาคตกล้าไม้ที่เกิดจากการเพาะนี้สมบูรณ์ จะถูกแจกจ่ายไปยัง 7 ชุมชนของทุกตำบลใน อ.แม่แจ่ม  และหากโครงการฯนี้แล้วเสร็จ “ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว” แห่งนี้ จะถูกส่งมอบต่อให้กับศูนย์วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นจุดเพาะชำกล้าผักเกษตรอินทรีย์ของชุมชนต่อไป

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน  ผู้สื่อข่าวภุูมิภาค จ.เชียงใหม่

คร.แจงผ่อนปรนต่างชาติเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คร.แจงผ่อนปรนต่างชาติเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด19

คร.แจงผ่อนปรนต่างชาติเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด196 กรกฎาคม 2563 – 11:59 น.

กรมควบคุมโรค แจงผ่อนปรนรับชาวต่างชาติเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย เป็นการผ่อนปรนเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด 19 พร้อมคงมาตรการคุมเข้ม

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยประเทศไทยเริ่มอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลโรคต่างๆ ที่ไม่ใช่รักษาโรคโควิด 19 ตามคำสั่ง ศบค. ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยต้องผ่านการตรวจหาเชื้อก่อโรคโควิด 19 ก่อนการเดินทางภายใน 72 ชั่วโมง และตรวจซ้ำ 3 ครั้งขณะอยู่ในประเทศไทย และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการด้านสาธารณสุขและมาตรการควบคุมโรคของไทย

วันนี้ 6 กรกฎาคม 2563 นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ภายหลังจากที่สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายและไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมานานมากกว่า 1 เดือน และมีประกาศข้อกำหนด ฉบับที่ 12 ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และ คำสั่ง ศบค. ฉบับที่ 6 อนุญาตให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว

แต่ต้องไม่เป็นกรณีที่เข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาล โรคโควิด 19 ทั้งนี้ รวมถึงผู้ป่วยเดิมที่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล หรือผู้ป่วยใหม่ที่จำเป็นต้องมารับการรักษาในประเทศไทย ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีผลตรวจปลอดโรคโควิด 19 และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยอย่างเข้มงวด

ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2563 พบว่า มีผู้เดินทางเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ราย โดยทั้งสามรายเป็นผู้ป่วยเก่าที่เคยมารับการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว (มาจากประเทศเมียนมา มัลดีฟส์ และกาตาร์ ประเทศละ 1 ราย และมีญาติผู้ดูแลติดตามมาด้วยจากประเทศเมียนมา 1 คนและมัลดีฟส์ 1 คน)

ซึ่งทั้งผู้ป่วยและผู้ติดตามต้องผ่านการตรวจ ซึ่งไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด 19 ที่ประเทศต้นทาง และมีเอกสารสำคัญครบถ้วนก่อนได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ได้แก่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

– เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลจากประเทศต้นทางที่ระบุความจำเป็นในการเข้ามารักษาพยาบาล

– เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลในประเทศไทยที่ยืนยันการรับผู้เดินทางเข้ามารักษาพยาบาลและการจัดสถานที่กักกันในสถานพยาบาล เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน

– ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางมีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate) หรือตามสภาพการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางการแพทย์ และใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าตรวจไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด 19 ภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทาง

– เอกสารหลักฐานซึ่งแสดงถึงหลักประกันที่ผู้เดินทางสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในประเทศ และกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

– หนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry – COE)

โดยเมื่อชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเดินทางมาถึงประเทศไทย จะมีการคัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ ต้องเดินทางโดยยานพาหนะของสถานพยาบาลเท่านั้น และมีระบบติดตามตัวหรือติดตั้งแอปพลิเคชันตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและติดตามอาการในระหว่างที่เข้ารับการกักกัน

และที่สำคัญจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด 19 อีก 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 เมื่อเดินทางมาถึงสถานพยาบาล ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 5-7 และ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13-14 ของระยะเวลาที่ถูกกักกัน

ทั้งนี้ ในกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่ถึง 14 วัน ทางสถานพยาบาลจะดำเนินการให้ผู้ป่วยอยู่กักกันจนครบ 14 วัน รวมทั้งญาติและผู้ติดตาม จะถูกกักกันให้อยู่ในโรงพยาบาลเดียวกันกับผู้ป่วยเป็นระยะเวลา 14 วัน หลังจากตรวจไม่พบเชื้อ

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 ที่เข้มงวดของประเทศไทย เพื่อป้องกันและจำกัดการแพร่ระบาดของโรค แม้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล แต่เป็นการบริหารจัดการในโรงพยาบาลที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค

ทำบุญตักบาตรครบรอบ 2 ปีถ้ำหลวง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทำบุญตักบาตรครบรอบ 2 ปีถ้ำหลวง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม

ทำบุญตักบาตรครบรอบ 2 ปีถ้ำหลวง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม6 กรกฎาคม 2563 – 11:47 น.

ทำบุญตักบาตรครบรอบ 2 ปีถ้ำหลวง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม ณ อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

เวลา 06.00 น.วันที่ 6 ก.ค. 63 ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 พร้อมด้วย นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย นำส่วนราชการการและประชาชนในอำเภอแม่สายและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงทั้งชาวไทยพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์นับพันคน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และจตุปัจจัย แด่พระสงฆ์ 108 รูป  เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงศาลเจ้าแม่นางนอน เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี เหตุการณ์ ช่วยนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต 

โดยการทำบุญครั้งนี้เนื่องจากเป็นการครบรอบ 2 ปี ในช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมี่แม่สายติดถ้ำหลวง และอุทิศส่วนกุศลครบรอบการเสียชีวิต จ่าแซม นาวาตรีสมาน กุนัน วีรบุรุษถ้ำหลวง ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ขณะเข้าไปช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง โดยมีนางวลีพร กุนัน ภรรยาของนาวาตรีสมาน  กุนัน นักฟุตบอลทีมหมูป่าอาคาเดมี่ โค้ชเอก รวม 13 คน เดินทางมาร่วมตักบาตรและประกอบพิธีในครั้งนี้ด้วยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ณัฐวัตร ลาพิงค์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

นายตำรวจจิตอาสา ใช้เวลาว่างทำเก้าอี้จากเศษไม้ขาย เพื่อระดมทุนซ่อมแซมอาคารเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นายตำรวจจิตอาสา ใช้เวลาว่างทำเก้าอี้จากเศษไม้ขาย เพื่อระดมทุนซ่อมแซมอาคารเรียน

นายตำรวจจิตอาสา ใช้เวลาว่างทำเก้าอี้จากเศษไม้ขาย เพื่อระดมทุนซ่อมแซมอาคารเรียน6 กรกฎาคม 2563 – 09:42 น.

นายตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ใช้เวลาว่างทำเก้าอี้ตั่งนั่งจากเศษไม้ ออกวางจำหน่ายเพื่อหาทุนซ่อมแซมอาคารเรียนให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีนายตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน จ.เพชรบูรณ์ นายหนึ่ง ใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน มาทำเก้าอี้ตั่งนั่งจากเศษไม้ที่ไม่ใช้แล้วเพื่อนำไปขาย ส่วนเงินที่ได้มาก็นำไปสมทบทุนซ่อมแซมหลังคาให้โรงเรียนที่อยู่ถิ่นทุรกันดาร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบ พ.ต.ท.อดีต เพียรเจริญ อายุ 52 ปี สารวัตรกองพิสูจน์หลักฐาน จ.เพชรบูรณ์ กำลังลงมือทำเก้าอี้ตั่งนั่งอย่าง ขะมักเขม้น โดยเปิดเผยว่า ตนมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ และได้พบว่าที่โรงเรียนบ้านฟองใต้ ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร อาคารเรียนค่อนข้างทรุดโทรม หลังคารั่ว ปัจจุบันมีนักเรียน 40 คน ฐานะยากจน

โดยปีที่ผ่านมา ได้มีผู้ใจบุญได้บริจาคเงินซื้อสังกะสีหลังคามาเปลี่ยนให้ แต่มุงได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เนื่องจากเงินบริจาคไม่เพียงพอ เมื่อตนไปเห็นจึงมีความตั้งใจที่จะมาบอกบุญเพื่อนๆ และผู้ใจบุญร่วมกันบริจาค โดยตั้งงบประมาณไว้ ประมาณ 50,000 บาท

ส่วนไอเดียมาจากที่พี่สาว ได้ให้ตนทำเก้าอี้ตั่งสำหรับนั่งล้างจานให้ เมื่อทำเสร็จพี่สาวบอกว่าแบบนี้นำมาขายได้ ตนจึงได้เริ่มทำขายแล้วเอาเงินไปสมทบซื้อสังกะสีมุงหลังคาให้โรงเรียนบ้านฟองใต้ จึงได้ไปขอโรลสายไฟฟ้าแรงสูงจาก สนง.ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.เพชรบูรณ์ ที่ไม่ใช้แล้ว จากนั้นนำมาแยกสิ้นส่วน ถอดตะปู และเลือกส่วนที่สามารถใช้ได้นำมาประกอบเป็นเก้าอี้ตั่งนั่งขายในราคาตัวละ 60 บาท รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายจะรวบรวมไว้เพื่อนำไปซื้อสังกะสีให้แก่โรงเรียนดังกล่าว

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยตนจะฝากวางขายไว้ที่ร้านค้าหน้าสำนักงานกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ ตรงข้ามกับสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ ถ.สระบุรี – หล่มสัก  ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ หรือท่านที่สนใจจะเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนหรือจะเข้าร่วมกิจกรรมในการระดมทุนซื้อสังกะสีให้โรงเรียนดังกล่าวสามารถเข้าไปพูดคุยได้ในเฟสบุค “Adeet Pain”

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สาวก “หงส์แดง” พะเยาฉลองยิ่งใหญ่ 30 ปี ที่รอคอย แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สาวก “หงส์แดง” พะเยาฉลองยิ่งใหญ่ 30 ปี ที่รอคอย แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020

5 กรกฎาคม 2563 – 18:50 น.

สาวก “หงส์แดง” พะเยาฉลองยิ่งใหญ่ 30 ปี ที่รอคอย แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020 จัดรถแห่รอบเมือง

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประบริวเณปั๊ม ESSO แม่ต๋ำ  ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา สมาชิกทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จังหวัดพะเยา นำโดยนายก้องเกียรติ อินทรีย์สังวร นักธุรกิจหนุ่มทางการเกษตรเจ้าไซโล สาวกทีมหงศ์แดงตัวพ่อของจังหวัดพะเยา ได้นำรถบรรทุกพ่วงจำนวน 3 คัน ซึ่งตกแต่งด้วยสีแสดงพร้อมรูปโลโก้หงส์แดง และข้อความ “You’ll Never Walk Alone” และขบวนรถของสาวกหงส์แดงของจังหวัดพะเยา โดยมีรถตำรวจนำทาง จากนั้นเคลื่อนขบวนไปตามถนนพหลโยธิน แล้วเลี้ยวซ้ายตรงแยกชายกว๊านพะเยา ผ่านสำนักเทศบาลเมืองพะเยา – กว๊านพะเยา แล้วชะลอร้องเพลงประจำทีมที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยาเพื่อร้องเพลงประจำสโมสร You’ll Never Walk Alone และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

ในขณะเดียวกันทางสาวกหงส์แดง ได้มีการตั้งบูธกิจกรรมฉลองแชมป์ที่บริเวณตลาดนัดหอการค้าแฟร์ โดยจะมีดนตรีสดและการพบปะพูดคุยของทีมแอดมินและสมาชิกหงส์พะเยา สำหรับการจัดกิจกรรมฉลองแชมป์ฯ ในครั้งนี้ ทางทีมงานขอให้สมาชิกหงส์พะเยาและผู้เข้าร่วมขบวนแห่ ปฏิบัติตามมาตรการของทางราชการที่ประกาศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 อย่างเคร่งครัดติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายก้องเกียรติ  เปิดเผยว่า จนเองรักทีมหงส์แดงมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ชมทุกแมทซ์ที่มีการแข่งขัน รู้สึกมีความสุขที่ได้ชม เชียร์ทีมหงส์แดง ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ แต่ในฤดูกาลนี้ ทีมสงห์แดงเล่นได้ดีมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล  จึงคาดหมายไว้ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต้องได้แชมป์แน่นอน จึงตัดสินใจสั่งต่อรถบรรทุกพ่วงและตบแต่ง เพื่อใช้สำหรับการเฉลิมฉลองชัยชนะในรอบ 30 ปีของลิเวอร์พูล

สำหรับรถบรรทุกที่นำมาตกแต่งเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2019- 2020 ทีมลิเวอร์พูล ในครั้งนี้ ใช้งบการรังสรรค์งานให้สวยงาม สง่าได้ดังใจที่ต้องการต้องควักเงินไปถึง 10 ล้านบาท 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

พุทธศาสนิกชนฉะเชิงเทราทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พุทธศาสนิกชนฉะเชิงเทราทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

5 กรกฎาคม 2563 – 18:00 น.

พุทธศาสนิกชนชาวฉะเชิงเทรา ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2563

เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ (5 ก.ค.63 ) ที่พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานในพิธี ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประจำปี 2563 ร่วมด้วย พันเอกเฉลิม เนียมช่วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง ร่วมรับศีลจากพระธรรมมังคลาจารย์. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร และกล่าวคำถวายสังฆทาน ถวายไทยธรรม และรับพรจากพระสงฆ์ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

จากนั้นนายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว 

สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา

พาชิมปลาแม่น้ำหลากเมนู อร่อยจนต้องบอกต่อลูกค้าติดใจ สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พาชิมปลาแม่น้ำหลากเมนู อร่อยจนต้องบอกต่อลูกค้าติดใจ สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน

พาชิมปลาแม่น้ำหลากเมนู อร่อยจนต้องบอกต่อลูกค้าติดใจ สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน5 กรกฎาคม 2563 – 11:13 น.

พาชิมเมนูปลาแม่น้ำหลากหลายเมนูสำหรับเซียนกินปลาโดยเฉพาะ อร่อยจนต้องบอกต่อลูกค้าติดใจ ลูกค้าติดใจสร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน

ร้านครัวน้องเบนซ์ตั้งอยู่บริเวณบ้านทัพม้า ถนนด่านขุนทด-สีคิ้ว ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้วจังหวัดนครราชสีมา ร้านอาหารที่แนะนำเมนูปลาแม่น้ำต่างๆ ที่สรรหามาจากหลายๆที่ มาประกอบอาหารให้กินกันที่มีมากกว่า 20 เมนู โดยทีเด็ดของร้านที่แนะนำสั่งเลยก็จะเป็นผัดฉ่าปลาบึกที่หารับประทานได้ยากหากไม่ใช่ปลาจากแหล่งน้ำจริงๆ รสชาติลูกค้าติดใจเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการกินปลาเป็นอย่างมาก แถมบรรยากาศภายในร้านก็เป็นครัวบ้านทุ่งบรรยากาศดีเป็นการพักผ่อนไปในตัวอีกด้วย

คุณองุ่น จันทร์จันทึก เจ้าของร้านครัวน้องเบนซ์ เปิดเผยว่า ร้านเปิดมาได้ประมาณ 5 ปี โดยบรรยากาศภายในร้านตนจะจัดเป็นแบบครัวบ้านทุ่ง ส่วนอาหารภายในร้านก็จะเน้นเป็นเมนูปลาส่วนใหญ่ โดยแต่ละเมนูจะเป็นเมนู ปลานิลเผาเกลือ ปลาคังลวกจิ้ม ผัดฉ่าปลาบึก ห่อหมกทะเล ทอดมันปลากราย นอกจากเมนูปลาแล้วก็จะเป็นเมนูกุ้งเผาที่เป็นกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ กิโลกรัมละ 350 บาท ในส่วนของเมนูปลาเริ่มที่ราคา 40-150 บาท ส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มกรุ๊ปทัวร์และลูกค้าที่สัญจรผ่านไปมาถ้าได้ยินชื่อก็จะแวะเข้ามารับประทานทุกครั้ง รายได้เฉลี่ยแต่วันก็อยู่วันละ 8 พันถึง 1 หมื่นถ้าเป็นหน้าเทศกาลท่องเที่ยวก็ได้เยอะพิเศษหน่อย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ถ้าใครสนใจก็สามารถเดินทางมาได้ที่ร้านครัวน้องเบนซ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา07.00-20.00น. รับจัดคณะเดินทางทั่วไปก็แวะมารับประทานได้ รับจัดเลี้ยงทั้งในเเละนอกสถานที่ ลูกค้าที่จะจัดสัมนาหรือจัดเลี้ยงเป็นหมู่คณะมีส่วนลดพิเศษรสำหรับนักเดินทางและกรุ๊ปทัวร์ สถานที่จอดกว้างขวางหรือติดต่อจองโต๊ะได้ที่เบอร์โทร 081-0721707 – 093-5053596เพจเฟสบุ๊ค-ครัวน้องเบนซ์ lineid- vicky2719

ภาพ/ชำนิ กุลโคกกรวด ข่าว/ณัฐพง์ อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา

รับบุญวันพระใหญ่ ทุกชีวิตมีค่า! เด็กสตูล มุดท่อช่วย 2 ชีวิตส่งคืนแม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รับบุญวันพระใหญ่ ทุกชีวิตมีค่า! เด็กสตูล มุดท่อช่วย 2 ชีวิตส่งคืนแม่

5 กรกฎาคม 2563 – 11:12 น.

รับบุญวันพระใหญ่ ทุกชีวิตมีค่า! เด็กสตูล มุดท่อช่วยลูกเจี๊ยบ 2 ตัวที่ตกท่อน้ำ ส่งคืนแม่ไก่หลังพบแม่ไก่ร้องเรียกลูกบริเวณใกล้ๆ

วันที่ 5 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณถนนคอนกรีตในพื้นที่หมู่ที่ 7 เทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล มีแม่ไก่ 1 ตัว ที่เดินวนไปวนมาร้องเรียกลูกเอง อยู่พักครู่ใหญ่ และได้ยินเสียงแว่วๆ มีลูกเจี๊ยบร้องเสียงดัง จึงทำให้ชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมาต่างสงสัยว่า แม่ไก่ตัวน้องกำลังหาลูกตนเอง โดยมีชาวบ้านในระแวกต่างมาช่วยกันหา และพบว่าลูกเจี้ยบตัวเล็ก ตกลงไปในท่อน้ำที่มีฝาปิดแน่นเลยทีเดียว ซึ่งก็ทำให้ชาวบ้าน ผู้ใหญ่และแม้กระทั้งเด็กชายณัฐวุฒิ บัวลอย อายุ 17 ปี ก็มาช่วยกันงัดเปิดฝาท่อน้ำที่ปิดแน่น

โดยกว่าจะงัดเปิดได้ใช้เวลาเกือบชั่วโมง ก็สามารถเปิดได้ จากนั้นเด็กชายณัฐวุฒิ บัวลอย อายุ 17 ปี ลงมุดท่อน้ำทันที ลอดเข้าไปช่วยชีวิตลูกเจี๊ยบ และก็พบว่ามีถึงตั้ง 2 ตัวที่ร่วงจากท่อน้ำนี้ไป ไปเอาออกมาหยิบยื่นคืนสู่แม่ไก่ และมองเห็นได้ว่าแม่ไก่ตัวนี้เห็นลูกตนเอง ดีใจ วิ่งเข้ากกลูกทันทีติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เด็กชายณัฐวุฒิ บัวลอย อายุ 17 ปี บอกว่า ลูกเจี๊ยบ 2 ตัวแม้เป็นสัตว์ตัวเล็กๆ แต่เขามีชีวิตเหมือนกัน และสงสารที่ร้องเรียกแม่ ส่วนแม่ไก่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกมันได้ เราเป็นมนุษย์หยิบยื่นช่วยเขาก็ช่วยกัน

เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกจังหวัดสตูลรายงาน 

นักท่องเที่ยวสุดฟิน ร้านอาหาร จ.ระนอง ใช้ตุ๊กตาหมีในการรักษาระยะห่าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักท่องเที่ยวสุดฟิน ร้านอาหาร จ.ระนอง ใช้ตุ๊กตาหมีในการรักษาระยะห่าง

นักท่องเที่ยวสุดฟิน ร้านอาหาร จ.ระนอง ใช้ตุ๊กตาหมีในการรักษาระยะห่าง5 กรกฎาคม 2563 – 10:51 น.

นักท่องเที่ยวสุดฟิน ร้านอาหาร จ.ระนอง ใช้ตุ๊กตาหมีในการรักษาระยะห่าง บรรยากาศการท่องเที่ยวของ จ.ระนองคึกคักเป็นพิเศษ และนักท่องเที่ยวฮือฮา การใช้ตุ๊กตาหมีในการรักษาระยะห่างในร้านอาหาร

เมื่อวันที่  5 กรกฎาคม 2563  ที่ท่าอากาศยานระนอง มีนักท่องเที่ยวได้จองที่นั่งเดินทางด้วยสายการบิน เต็มทั้งสองเที่ยวบินต่อวันสองต่อวัน ส่งผลให้บรรยากาศการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดระนอง คึกคักต่อเนื่องเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว 4 วันนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้จังหวัดระนองเป็นพื้นที่สีขาวปลอดจากเชื้อ โควิด-19 และเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่มีทั้งระบบธรรมชาติที่สมบูรณ์ และเรื่องราวของอาหารอร่อย การเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองระนอง ทุกอย่างก็เป็น วิถีชีวิตใหม่ของนักท่องเที่ยว หรือ New Normal

รวมทั้งที่ร้านอาหารคุ้นลิ้นระนอง ร้านอาหารชื่อดังภายในสวนรุกขชาติรักษะวาริน หรือแหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนจังหวัดระนอง  ที่มีนักท่องที่ยวเดินทางรับประทานอาหาร กันต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยทางร้านมีมาตรการ การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์, ทั้งตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย, การสแกนแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” ในการตรวจสอบประวัติบุคคลในแต่ละสถานที่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

และที่ฮือฮาและเป็นที่ชื่นชอบสำหรับลูกค้าที่เดินทางมาคือ การนำตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ มาสร้างมาตราการรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมารับประทานอาหาร เป็นที่ชื่นชอบและถูกใจผู้มาเยือนเป็อย่างมาก ไม่ว่าทั้งมาคู่ หรือมาเดี่ยว จะมีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่จากราชบุรีมานั่งเป็นเพื่อนเพื่อเว้นระยะห่างโดยปริยาย ซึ่งปกติจะมีเพียงเครื่องหมายกากบาทสีแดงทำเครื่องหมายบนโต๊ะไว้ แต่เพื่อการรักษาระยะห่างที่แท้จริงก็จะมีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ร่วม 20 ตัว นั่งกระจายกันอยู่เต็มร้าน นักท่องเที่ยวสาวก็ทราบดีว่าเค้าให้หมีนั่งไม่ได้ให้คนนั่ง

ด้าน นายสมโชค วงศ์ภิวัฒนา หรือ “โกหัว” อายุ 43 ปี เจ้าของร้านอาหารคุ้นลิ้น กล่าวว่า การนำน้องหมีตัวใหญ่มาตั้งกั้นกลางระหว่างที่นั่ง เป็นการปฎิบัติตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing เพราะขนาดตัวหมีนั่งเก้าอี้ก็จะได้ระยะห่างประมาณ 1 เมตร อีกอย่างหนึ่งเราก็สามารถสร้างความสนุกกับเค้าได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูป หรือเซลฟี่กับเจ้าตุ๊กตา ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่แม้จะมาช่วยรักษาระยะห่างบนโต๊ะอาหาร  อาจจะทำท่าป้อนอาหารเค้าบ้าง ทำให้ระยะเวลาในการรับประทานอาหารหรือระหว่างรออาหารมีความสุขมากขึ้น 

กฤษดา เอกวานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ระนอง

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

พุทธศาสนิกชนชาวยะลา ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ท่ามกลางจนท.ดูแลเข้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พุทธศาสนิกชนชาวยะลา ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ท่ามกลางจนท.ดูแลเข้ม

พุทธศาสนิกชนชาวยะลา ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ท่ามกลางจนท.ดูแลเข้ม5 กรกฎาคม 2563 – 09:12 น.

พุทธศาสนิกชนชาวยะลา ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ดูแลเข้ม

วันนี้ 5 ก.ค.63 เวลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ วัดเมืองยะลา (พระอารามหลวง) เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้นำ ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง นักเรียน นักศึกษา และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ เขตเทศบาลนครยะลา ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร จำนวน 40 รูป เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2563 ซึ่งในพิธีมีพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพียง ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว และต่างสวมเสื้อสีขาวมาร่วมพิธี

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เพื่อความเป็นสิริมงคล สืบทอดประเพณีการทำบุญในวันสำคัญทางศาสนาโดยในปีนี้พี่น้องประชาชนมาร่วมทำบุญบางตา เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.ยะลา เดินทางออกไปยังต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ได้ทำบุญในชุมชนของตนเอง ขณะที่การดูแลรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง (ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง) เข้ามาดูแลอย่างเข้มงวดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา รวมถึงตลอดทั้งวันนี้

สำหรับในพื้นที่ จ.ยะลา ก็ยังคงมีพิธีเวียนเทียนในทุกวัด ซึ่งจะมีการแบ่งในการเวียนเทียนออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ เวียนเทียนเวลา 11.00 น. ที่วัดเวฬุวัน และวัดหลักห้า อ.เมืองเมือง จ.ยะลา ส่วนวัดอื่นๆ ในเขต อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ก็จะมีพิธีเวียนเทียน เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

ภาพ-ข่าว นายมาวันดี รามันห์สิริวงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำ จ.ยะลา