8 เหตุผลที่บอกว่าคนควรทานโปรตีนจากพืช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676133

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 12:20 น.8 เหตุผลที่บอกว่าคนควรทานโปรตีนจากพืช

ชีวิตที่เลือกได้ของสายวีแกน มารู้ให้ชัด 8 เหตุผลที่ควรทานโปรตีนจากพืช

เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นเหมือนด่านแรกในการดูแลตัวเองที่ตรงจุด โดยปัจจุบันคนไทยหันมาศึกษาและสนใจสูตรอาหาร “วีแกน” มากขึ้น ซึ่งเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ นอกจากผักและผลไม้ที่เลือกรับประทานได้แล้ว  โปรตีนที่ได้จากพืชนั้นยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงต่อร่างกาย โดยมีเกร็ดความรู้ 8 เหตุผลที่ควรทานโปรตีนจากพืชมาบอกต่อ เพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรง และได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ

1. เพราะวัตถุดิบที่เลือกทานอย่างพืชตระกูลถั่ว เช่น ถัวเหลือง และถั่วลันเตา ให้ปริมาณโปรตีนเข้มข้นสูง ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุดเทียบเท่าโปรตีนจากไข่ขาวและนม ซึ่งเป็นโปรตีนจากสัตว์ โดยการทานโปรตีนจากพืชในชนิดไอโซเลทเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่แยกไขมันและน้ำตาลออก แตกต่างจากน้ำเต้าหู้ทั่วไปทำให้มีโปรตีนเข้มข้นสูง ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. สามารถดูดซึมและย่อยง่าย ซึ่งระบบการย่อยอาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย เพื่อให้อวัยวะต่างๆ ภายในระบบย่อยอาหารทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และดูดซึมสารอาหารให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน ควรคำนึงถึงการทานอาหารที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารไม่ทำงานหนักเกินไป ทำให้คนรักสุขภาพหันมาเลือกทานโปรตีนจากพืชแทนที่จะทานโปรตีนจากสัตว์ที่ย่อยยากเพราะเมื่อยิ่งอายุมากขึ้นอาจกระตุ้นให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้

3. โปรตีนจากพืชมีไขมันน้อย ใยอาหารสูง จึงมีแคลอรี่น้อยกว่าโปรตีนจากสัตว์

4. ไขมันดีมากกว่า

5. ไม่มีคอเลสเตอรอล

6. อุดมด้วยคุณค่าของพฤกษเคมี ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบในพืช มีส่วนช่วยหลายด้านทั้งการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

7. มีงานวิจัยว่าโปรตีนจากพืชมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้

8. สามารถทานได้ทุกกลุ่ม ทุกวัยทั้งเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์

การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ ยิ่ง “โปรตีน” เป็นสิ่งที่สำคัญต่อร่างกาย ยิ่งควรใส่ใจโดยโปรตีนช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ แต่หากร่างกายได้รับ

โปรตีนไม่เพียงพอจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยข้อมูลจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า การขาดโปรตีนจะทำให้ทั้งร่างกายอ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันต่ำ ผิวหนังไม่แข็งแรง ระบบฮอร์โมน เอนไซม์ทำงานผิดปกติ เสี่ยงที่จะเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ชีวิตใหม่ไร้พุง!! มากกว่าความมั่นใจ คือการมีสุขภาพที่ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676134

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 09:55 น.ชีวิตใหม่ไร้พุง!! มากกว่าความมั่นใจ คือการมีสุขภาพที่ดี

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคอ้วนมากถึงประมาณ 9% ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 6 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน แพทย์เผยผลเสียของโรคอ้วน พร้อมบอกวิธีการลดน้ำหนักที่ทำได้จริงตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงขั้นผ่าตัดกระเพาะอาหาร

รู้หรือไม่ว่า โรคอ้วนเป็นโรคอย่างหนึ่ง เป็นโรคเหมือนกับโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคเอดส์หรือ โรคอื่น ๆ แต่ที่น่าเห็นใจคือ คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยยังไม่เห็นว่าผู้ป่วยโรคอ้วนเป็นโรค ดังนั้น เราจะมารู้จักกับโรคอ้วนกันค่ะ

พญ.ขวัญนรา เกตุวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศูนย์ศัลยกรรมผ่าตัดผ่านกล้อง โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ อธิบายว่า โรคอ้วน หมายถึง สภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไป จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ สำหรับในคนเอเชียนั้น เราจะถือว่าอ้วน เมื่อมีค่าดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 25 ขึ้นไป และถ้าสูงกว่า 30 จะถือว่าเป็นโรคอ้วนอันตราย โดยค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI สามารถคํานวณได้จากอินเทอร์เน็ต โรคที่สัมพันธ์กับความอ้วน ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ ข้อเข่าเสื่อม โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง เสี่ยงต่อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย อัมพฤกษ์อัมพาต และอาจเสียชีวิตได้ โดยผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ทุก ๆ ค่าดัชนีมวลกายที่เพิ่มขึ้นครั้งละหนึ่ง จะทําให้ผู้ป่วยมีอายุขัยเฉลี่ยลดลง 8-10 ปีเทียบกับคนน้ำหนักปกติ

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคอ้วนมากถึงประมาณ 9% ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 6 ล้านคน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากมาเลเซีย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยสาเหตุนั้นมาจากลักษณะการใช้ชีวิตที่มีการขยับตัวน้อย ไม่ค่อยได้ออกกําลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันสูง

สำหรับการรักษาโรคอ้วน ได้แก่

  • การคุมอาหาร โดยเน้นการทานโปรตีนเป็นหลัก หลีกเลี่ยง แป้ง น้ำตาล น้ำหวาน ของทอด และของมัน
  • การออกกําลังกายแบบการ์ดมากกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือการเดินให้เกิน 10,000 ก้าวต่อวัน
  • การใช้ยาลดน้ำหนัก ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

อันตรายของโรคอ้วน

สำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนอันตรายนั้น จะมีฮอร์โมน สารเคมีและระบบการควบคุมความหิวอิ่มในร่างกายแตกต่างจากคนน้ำหนักปกติ  ทําให้การลดน้ำหนักด้วยการปรับลักษณะการใช้ชีวิต เช่น การออกกําลังกายและคุมอาหาร มีโอกาสสำเร็จเพียงแค่ 3% เท่านั้น สำเร็จในที่นี้หมายถึง คนที่น้ำหนัก 150 กิโลกรัม จะลดลงเหลือ 75 กิโลกรัมได้ในระยะเวลาหนึ่งปีนั้นทําได้ยากเพราะน้ำหนักเยอะ หัวเข่ามีปัญหาไม่สามารถออกกําลังกายหนัก ๆ ได้ แค่เดินก็เหนื่อยแล้วและระบบควบคุมความหิวอิ่มของร่างกาย เป็นต้น

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ผลการศึกษาชัดเจนว่าคนที่เป็นโรคอ้วนอันตรายที่มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 32.5 ขึ้นไป ร่วมกับมีโรคประจําตัว หรือผู้ที่ไม่มีโรคประจําตัว แต่มีค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 37.5 ขึ้นไป ที่ได้พยายามออกกําลังกายและคุมอาหารแล้ว แต่ว่าน้ำหนักไม่ลดลงหรือลงเพียงเล็กน้อย จะสามารถลดน้ำหนักส่วนเกินลงได้ 50 – 60% จากการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วนอันตราย

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วนอันตราย

เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารและหรือลดการดูดซึมสารอาหาร และยังมีการตัดกระเพาะอาหารส่วนที่คอยสร้างฮอร์โมนหิวออกไปด้วย ทําให้หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะรับประทานอาหารได้น้อยลง โดยที่ไม่รู้สึกหิวหรือรู้สึกหิวน้อยลง ทําให้น้ำหนักลดลงได้ด้วยการ  การผ่าตัดแบบส่องกล้อง แผลเล็กและฟื้นตัวไว

อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดก็ต้องอาศัยนิสัยของผู้ป่วยในการเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์และออกกําลังกายเป็นประจํา เพื่อให้น้ำหนักลดลงได้เป็นอย่างดีจนกลายเป็นน้ำหนักของคนปกติและสุขภาพดี โดยการผ่าตัดจะสามารถรักษาโรคร่วมต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับโรคอ้วนได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเกาท์ โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นต้น ทําให้หลังการผ่าตัดผู้ป่วยส่วนใหญ่ สามารถหยุดยาโรคประจําตัวหรือลดยาที่รับประทานลงได้  สุดท้ายนี้การเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การออกกําลังกายเป็นประจําและการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก และทําให้มีสุขภาพดีแบบยั่งยืน

เปิด 10 จุดแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปัง โพสท่ายังไงก็ดูไฮแฟชั่น ที่เซ็นทรัล วิลเลจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676118

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 18:40 น.เปิด 10 จุดแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปัง โพสท่ายังไงก็ดูไฮแฟชั่น ที่เซ็นทรัล วิลเลจ

สายไหนก็ถูกใจ! เช็คอิน 10 จุดแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปังที่ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชัวรีเอาต์เล็ตสวรรค์ของนักช้อปแบรนด์เนม

กลายเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวสุดฮิตและสุดชิลของคนเมืองไปแล้ว กับ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชัวรีเอาต์เล็ตแห่งแรกของไทย สวรรค์ของขาช้อปแบรนด์เนม! ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนมาใช้ชีวิตสุดชิคทั้งช้อป กิน เที่ยว พบปะสังสรรค์ หรือพาสัตว์เลี้ยงแสนรักมาเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว เซ็นทรัล วิลเลจ ยังมี 10 ไฮไลต์แลนด์มาร์คจุดถ่ายภาพ แสงสวย มุมปัง ที่คนรักการถ่ายรูปต้องไม่พลาด จะสายมินิมอล, สาย Portrait สวยๆ, สาย Fashion Blogger เก๋ๆ หรือจะสายสตรีทคูลๆ ก็ได้รูปสวยถูกใจไว้โพสต์ลงโซเชียลกันรัวๆ เลย

1. สายสตรีทสุดฮิป ต้องที่หน้า FOOD VILLAGE โลเคชั่นสุดชิคที่ต้องถ่ายแบบมุมเสย เพียงโพสท่าเบาๆ วางมือถือลงบนพื้น ปรับมุมให้ได้ Compose เพียงเท่านี้ก็จะได้ถ่ายภาพมุมเสยที่เราดู ผอม เพียว หน้าไม่บานแล้ว

2. สายสวยแพง ต้องที่ผนังหมู่บ้านช่างเงินช่างทอง อีกหนึ่งเทรนด์มาแรง ที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด คือ Sun Kissed Style เพียงรอจังหวะให้แสงอาทิตย์ยามบ่ายตกกระทบกับ Texture บนผนังของหมู่บ้านช่างเงิน ช่างทอง จากนั้นโพสต์ท่าบังแดดเก๋ๆ จะได้ภาพโทนวอร์ม ๆ และเงาสะท้อนอารมณ์สุดอาร์ต

3. สายจัดจ้าน ต้องย่านหมู่บ้านช่างทอ หากคุณเป็นอีกคนที่แต่งตัวเริ่ดเต็มสิบ แมตช์เสื้อผ้าที่ตัดกันออกมาได้เก๋ชิคคูลสุดๆ เราขอแนะนำมุมนี้เลยเพราะภาพที่ออกมาให้มุมเผลอๆ แบบไม่ได้ตั้งใจ แถมยังได้รูปร่างที่เรียว แขน-ขายาวอีกด้วยเพียงแค่ ตั้งกล้องมุมเสย ยืนขาห่างกันนิดหน่อย และจัดองค์ประกอบภาพตามความเหมาะสม ก็จะได้ภาพปังๆไว้โพสต์ลงโซเชี่ยลแล้ว

4. สายมินิมอล ต้องที่กำแพง (ลับ) สำหรับใครที่อยากได้รูปเรียบง่ายแต่ดูดี สไตล์เกาหลี เราขอแนะนำ กำแพง (ลับ) สุดเท่ โดยตั้งกล้องจัดองค์ประกอบภาพให้มินิมอลที่สุด ให้เส้นกราฟิกของสีผนัง ตัดกับสีท้องฟ้า โพสท่านิ่งๆ เท่ๆ เดินเผลอๆ จะเพิ่มมูฟเม้นต์ให้ภาพมีความเท่ๆ ที่ลงตัวพอดี

5. สายแฟชั่น ต้องที่มุมเขามอสีสันสดใส รูปนี้สวยชนะขาดด้วยเทคนิคการเล่นสีส้มของเขามอ ฉากหลังที่สดใส โดยเลือกคู่สีเสื้อที่เรียบตัดกันกับพื้นหลัง จัดองค์ประกอบภาพให้ท่าโพสมีเส้นนำสายตา ก็จะได้ภาพแฟชั่นช็อตที่ลงตัว

6. สายเท่ ต้องที่จอดรถหน้าทางเข้าประตู H ใครที่เน้นถ่าย Outdoor ให้เห็นแบ็กกราวนด์เรียบๆเท่ๆ บอกเลยว่าต้องชอบมุมนี้ตอนบ่ายสามแน่นอน เพราะรูปถ่ายจะได้แสงตั้งแต่สีเหลืองอ่อน ๆ ไปจนถึงโทนสีส้มอมแดงในตอนเย็น บวกกับมุมของแสงเงา ทำให้รูปที่ออกมาดูสมบูรณ์แบบและลงตัวมาก

7. สายชิล ต้องที่ลานน้ำพุตรงประติมากรรมปลากัด ถ้าอยากถ่ายรูปให้ดูชิลๆแต่ยังคงลุคคูลอยู่ ลองเปลี่ยนมาโพสท่าพิงปลากัดชิลๆ แอคหน้าคูลๆ ก็จะได้ลุคบอยๆ เรียกยอดไลค์ได้รัวๆ

8. สายซิกเนเจอร์ ต้องที่ทางเข้าประตู H มา เซ็นทรัล วิลเลจ ทั้งที ก็ต้องมีทั้งรูปซิกเนเจอร์โพสต์สักหน่อย ตรงทางเข้าประตูโซนใหม่ (ประตู H) บอกเลยว่าปังมาก เหมือนอยู่เอาต์เลตเมืองนอกเลย

9. สายคิ้วท์ ต้องที่ Playground โซนหมู่บ้านช่างทอ เอาใจคนชอบถ่ายรูปเล่นด้วย PLAYGROUND สีสันสดใส จุดไฮไลต์อยู่ที่บริเวณบันไดสไลเดอร์นก Magpie ที่มีความโค้งบวกกับสีสันที่สดใส ทำให้รูปที่ออกมาดูมีความสดใส น่ารัก

10. สายฮิปสเตอร์ ต้องที่ตู้ไปรษณีย์ ซอยข้างร้าน Pasaya อีกหนึ่งมุมฮิตที่ไม่เน้นพร๊อพ แต่เน้นความสวยแบบโมเดิร์น โพสท่าคูลๆนิดๆ ด้วยการยื่นขาออกมาเพื่อให้ดูเรียวยาว และปรับมุมกล้องให้เสยนิดๆ ก็จะได้รูปโพสต์เก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร

มาถ่ายรูปเช็คอินแลนด์มาร์กแล้ว ก็ห้ามพลาดโปรโมชั่นเด็ดจากแบรนด์เนมดังที่ลดทุกวัน โปรปังตลอดทั้งปี NEW VIBES ลดสูงสุดถึง 90% จัดเต็มทุกสไตล์กว่า 300 แบรนด์ดังระดับโลก จัดเต็มครบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมช้อปสุดคุ้มกับโปรโมชั่นบัตรเครดิตมากมาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Central Village

คนรัก Black Truffle ห้ามพลาด เทสติ้งเมนูใหม่ฝีมือการรังสรรค์ของเชฟคริสเตียน แฮม @Red Sky Bangkok

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676119

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 19:10 น.คนรัก Black Truffle ห้ามพลาด เทสติ้งเมนูใหม่ฝีมือการรังสรรค์ของเชฟคริสเตียน แฮม @Red Sky Bangkok

ห้องอาหาร Red Sky Bangkok โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนลิ้มรสเทสติ้งเมนูราชาแห่งเห็ด สัมผัสกลิ่นหอมละมุนซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ของ Black Truffle เต็มคำ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2565

เชฟคริสเตียน แฮม หัวหน้าพ่อครัวชาวฝรั่งเศส ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ยกขุมทรัพย์ความอร่อย หนึ่งในวัตถุดิบอันล้ำค่าจากเห็ดทรัฟเฟิลดำในฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลก ด้วยกลิ่นหอมละมุนซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ จนทุกคนยกให้เป็นราชาแห่งเห็ด

ครั้งนี้เชฟคริสเตียน แฮมได้นำเอาแรงบันดาลใจและประสบการณ์ในการทำอาหาร มาเนรมิตความอร่อยเป็นเมนูชั้นเลิศให้คุณได้ลิ้มลองหลากหลายเมนู ในราคาเริ่มต้นเพียง 950 บาท++ อาทิ สลัดทรัฟเฟิลดำ, มะเขือเทศอบและทรัฟเฟิลดำราดซอสบัลซามิค, หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างเสิร์ฟพร้อมต้นหอมญี่ปุ่นและเพสโตทรัฟเฟิลดำ, เนื้อฮิตาชิวากิวเซอร์ลอยด์ A4 เสิร์ฟพร้อมกับคาปาชิโอทรัฟเฟิลดำกระเทียม, พาสลีย์, บีทรูทบดและมันฝรั่งทอด, ทรัฟเฟิลดำเสิร์ฟพร้อมกับชีสบรี และไอศกรีมทรัฟเฟิลดำ

มาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งความอร่อยของการรับประทานอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเห็ดทรัฟเฟิลดำ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2565 mujห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.00 – 24.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 23:00 น.)

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02-100-6255 หรือ E-mail: diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเรดสกายได้ที่เว็บไซต์: https://www.bangkokredsky.com/ เฟซบุ๊ก: Red Sky Bangkok และอินสตาแกรม: redskybkk_centara

‘ปลาทะร้อน’ เปปเปอร์ ลันช์ เปิดประสบการณ์ใหม่ท้าให้ลอง ‘ทาโรกระทะร้อน’ สัมผัสเหนียวนุ่มชุ่มซอสอร่อยไม่เหมือนใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676091

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 11:55 น.'ปลาทะร้อน' เปปเปอร์ ลันช์ เปิดประสบการณ์ใหม่ท้าให้ลอง 'ทาโรกระทะร้อน' สัมผัสเหนียวนุ่มชุ่มซอสอร่อยไม่เหมือนใคร

รวมร่างสองอย่างได้อย่างลงตัว อร่อยสุดขั้วกับเมนูใหม่ Pepper Lunch X Taro รังสรรค์ความฟินสไตล์ญี่ปุ่น ทั้งทาโรเส้นปลาซีฟู้ดกระทะร้อน ทาโรเส้นปลากิมจิหมูนาเบะกระทะร้อน พร้อม 2 เมนูทานเล่น นาโชส์เนื้อ นาโชส์ไก่นุ่ม เฉพาะวันนี้-8 เม.ย.นี้เท่านั้น

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ร่างกายเรียกร้องอยากให้ลอง “ปลาทะ” กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่อีกครั้ง เมื่อ เปปเปอร์ ลันช์ สุดยอดร้านสเต๊กสไตล์ญี่ปุ่น หนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) ตอกย้ำกลยุทธ์ Collaboration ผนึกกำลัง ทาโร  เจ้าแห่งสแน็คสไตล์ญี่ปุ่น ร่วมกันรังสรรค์ความอร่อยสุดว้าว พร้อมขยายฐานลูกค้าระหว่างกันให้ครอบคลุมมากขึ้น

ซึ่งความพิเศษครั้งนี้ คือการผสานความอร่อยของปลาเส้นทาโร ที่เหนียวนุ่มพร้อมอุดมด้วยโปรตีน ผสมผสานเครื่องปรุงสูตรพิเศษจนเข้าเส้นอร่อยเข้าที่ และจัดเสิร์ฟบนกระทะร้อนของ เปปเปอร์ ลันช์ โดยมีเมนูใหม่ให้คุณลิ้มลองถึง 2 เมนู เริ่มด้วย ทาโรเส้นปลาซีฟู้ดกระทะร้อน  ที่ยกมาเสิร์ฟทั้งกุ้ง ปลาหมึก และหอยลาย ยกก๊วนกันมาบนกระทะร้อนเสิร์ฟพร้อมกับทาโรก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ที่เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี  ได้รสชาติที่กลมกล่อมเข้ากัน จานเดี่ยว 199 บาท / เมนูเซ็ต 239 บาท (จากปกติ 274 บาท)

ทาโรเส้นปลากิมจิหมูนาเบะกระทะร้อน (เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น) ลิ้มรสหมูชิ้นใหญ่เต็มคำผสานความอร่อยของรสชาติกิมจิแท้ ที่เข้ากันดีกับความกลมกล่อมของทาโรก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา เสิร์ฟมาในกระทะร้อนๆ ราดซุปกิมจิเข้มข้นสายเกาไม่ควรพลาด  เลือกอร่อยแบบเซ็ตพร้อมเครื่องดื่ม และซุปมิโซะ (สามารถเปลี่ยนจากซุปมิโซะ เป็น สลัด/ มันบด/ ไอศกรีม) จานเดี่ยว 229 บาท / เมนูเซ็ต 269 บาท (จากปกติ 304 บาท)

มาพร้อมอีก 2 เมนูทานเล่นที่ไม่ธรรมดาอย่าง นาโชส์เนื้อ (75 บาท) และนาโชส์ไก่นุ่ม (69 บาท) เนื้อย่างหั่นเต๋า หรือไก่นุ่ม เสิร์ฟพร้อมทาโรอบกรอบและพริกหวาน ทานคู่กับซอสซอส Chili Green Mayo รสเข้มข้นกลมกล่อมสไตล์เม็กซิกัน

พบกับโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสั่งเมนูทาโรกระทะร้อนเมนูหลักเมนูใดก็ได้ (เฉพาะรับประทานที่ร้าน) รับฟรี ทาโรก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา มูลค่า 39 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ตามมาลิ้มลองความอร่อยใหม่ได้แล้ว ตั้งแต่ วันนี้ –  8 เม.ย. 65 ที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์  ทุกสาขา (ยกเว้น ฟู้ดพาทีโอ้ เซ็นทรัลพลาซา บางนา) หรือสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ชั้นนำ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : PepperlunchThailand , Line@ : pepperlunchth หรือ CRG Call Center โทร. 1312

#PepperLunch

#PepperLunchThailand

#กระทะร้อนอร่อยสไตล์คุณ

#SimplyIrresistible

#PepperluchxTARO

#TARO

#ทาโรท้าให้มาปลาทะ

คอลลาบอเรชั่นพิเศษ JIMMY CHOO / MUGLER

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675958

วันที่ 18 ก.พ. 2565 เวลา 07:30 น.คอลลาบอเรชั่นพิเศษ JIMMY CHOO / MUGLER

เฉลิมฉลองสดุดีพลังแห่งสตรี JIMMY CHOO / MUGLER ร่วมเปิดตัวแคมเปญการคอลลาบอเรชั่นพิเศษ

การจับมือกันระหว่าง JIMMY CHOO และ MUGLER เพื่อร่วมเฉลิมฉลองสดุดีพลังแห่งสตรี เสริมสร้างความมั่นใจ ปลุกเร้าพลัง และความเย้ายวน ด้วยแคมเปญคอลลาบอเรชั่น JIMMY CHOO / MUGLER ภาพถ่ายโดย ฮาร์ลีย์ เวียร์ เต็มเปี่ยมด้วยพลัง สะท้อน ความแข็งแกร่งผ่านซิลลูเอทแบบบอดี้คอนเชียส เน้นสัดส่วนของเรือนร่าง และเครื่องประดับรูปทรงเรขาคณิต เน้นขอบมุม สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของพวกเธอ ในทุกอิริยาบถ ยามเคลื่อนไหว ถ่ายทอดท่วงท่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดการผสมสาน เอกลักษณ์ แห่งมรดกของทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้ง ยังเป็นการค้นพบอัตลักษณ์และสิ่งที่ทั้งคู่ยึดถือร่วมกัน และเป็นการเสริมสร้างพลังให้แก่ผู้หญิงซึ่งถือเป็นดีเอ็นเอของทั้งสองแบรนด์

MUGLER และ JIMMY CHOO ต่างก็เน้นย้ำเรื่องความแข็งแกร่ง ผู้หญิงของเราต้องมีพลัง มีเสน่ห์ เย้ายวน และเป็นผู้ควบคุมทุกอย่าง แคมเปญของเรามีผู้หญิงเป็นศูนย์กลางในทุก ๆ ซีน พวกเธอคือ ดาวเจิดจรัส และการใช้ช่างภาพผู้หญิงเป็นผู้จับภาพทุกโมเมนต์ช่วยทำให้การ นำเสนอในมิตินี้เด่นชัดยิ่งขึ้น ผลงานของฮาร์ลี่ย์ยกย่องความเป็นผู้หญิงอยู่เสมอ เป็นมุมมองในแบบ ผู้หญิงเพื่อผู้หญิงโดยแท้จริง ความแข็งแกร่งโดยธรรมชาติคือภาพสะท้อน MUGLER เป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นหัวใจสำคัญของ JIMMY CHOO ด้วยเช่นเดียวกัน” แซนดร้า ชอย ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ JIMMY CHOO

“รองเท้าช่วยคอมพลีทลุค ส่งเสริมคาแรคเตอร์ และสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ ผมประทับใจรองเท้าของ JIMMY CHOO ที่ออกแบบอย่างงดงามราวกับ ประติมากรรม ด้วยความสมดุลระหว่างลายเส้นอันเฉียบคม และสัดส่วนโค้งเว้า ทั้ง MUGLER และ JIMMY CHOO ต่างมุ่งนำเสนอความเย้ายวนให้ผู้หญิงได้สวมใส่ รองเท้ารุ่นพิเศษนี้ ด้วยความมั่นใจ ถือเป็นการ โคจรมาพบกันที่ลงตัวเป็นอย่างมาก ทั้งผมและแซนดรา ต่างก็มองภาพไปในทิศทางเดียวกัน” เคซีย์ แคดวัลลาเดอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ MUGLER

ในโอกาสนี้ แซนดรา ชอย ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ JIMMY CHOO และ เคซีย์ แคดวัลลาเดอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ MUGLER ร่วมกันจัดปาร์ตี้ ณ Terminal 27 ย่านเวสต์ฮอลลิวูด ในนครลอสแอนเจลิส เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวคอลลาบอเรชั่นพิเศษ JIMMY CHOO / MUGLER ในค่ำคืนสำคัญมีแขกผู้มีเกียรติ และเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ โคลอี้ ไบลี่ย์ , เอิร์ธเธียเตอร์ , เมแกน ฟ็อกซ์ , แอนิตตา , นิโคล อาริ พาร์คเกอร์ , ดิกซี่ย์ ดอาเมลิโอ , ชาลเทล แจ็ฟฟรีย์ , คาร์รูชี แทรน , เอมิลีย์ ซิลเบอร์ , อนาสตาเซีย คารานิโคเลา , ดีวอน ลี , ชิดนีย์ คาร์ลสัน , ซามี มิโร และอีกมากมาย

มาร่วมเปิดตัวแคมเปญ JIMMY CHOO / MUGLER ท่ามกลางบรรยากาศเสียงดนตรีโดย คิตตี้ แครช พร้อมการฉายภาพยนตร์บนกำแพงของสถานที่จัดงาน แสดงถึงความมาดมั่น และความหลงใหลในพลังของผู้หญิง และสามารถชมภาพยนตร์แคมเปญได้ที่ https://youtu.be/M-cDsa5g3WU

ปักหมุดจุดอร่อย HuoGuo Mala Shabu คนรักหม่าล่าตามมาเผ็ดชาได้เลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/675961

วันที่ 18 ก.พ. 2565 เวลา 08:35 น.ปักหมุดจุดอร่อย HuoGuo Mala Shabu คนรักหม่าล่าตามมาเผ็ดชาได้เลย

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ชวนเผ็ดร้อนแบบชาลิ้นกินชาบูหม่าล่าราคาน่ารัก ที่ร้าน HuoGuo Mala Shabu (หั่วกัว หมาล่า ชาบู) ย่านวังหิน

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

สำหรับคนที่ชอบความเผ็ดชาของรสชาติหม่าล่า แนะนำร้านเปิดใหม่ย่านวังหิน ชื่อร้าน HuoGuo Mala Shabu (หั่วกัว หมาล่า ชาบู) ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าววังหิน 48 มีที่จอดรถพร้อม แม้หน้าร้านจะมองดูเป็นคาเฟ่ แต่ด้านในแอบซ่อนความอร่อยสไตล์จีนด้วยหม่าล่าชาบูที่มีทั้งแบบชุดชาบูเนื้อสไลซ์-หมูสไลซ์ และแบบเสียบไม้ ให้ได้เลือกเอร็ดอร่อยกันตามชอบ

บอกเลยว่าที่นี่น้ำซุปเข้มข้นปรุงสดใหม่ทุกหม้อ ไฮไลท์ชองร้านเป็นหม้อไฟสไตล์จีนแท้ๆ มีน้ำซุปให้เลือก 3 แบบ คือซุปหม่าล่า  ซุปไก่ตุ๋นยาจีน และซุปน้ำดำแบบจีน โดยสามารถเลือกระดับความเผ็ดมาก เผ็ดน้อยได้ตามต้องการ ในส่วนของหม่าล่ามีให้เลือก 2 เซ็ต คือเซ็ตหม่าล่าหม้อไฟแบบถัง ที่เลือกน้ำซุป 1 อย่าง ตามด้วยเมนูเสียบไม้อีก 10 ไม้ ในราคาเพียง 199 บาท!! เลือกได้ทั้งเต้าหู้ชีส เต้าหู้ทอด สาหร่ายพันไก่ โบโลน่า  รากบัว เห็ดหอม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งเมนูผักหรือเนื้อสัตว์เพิ่มได้ ในราคาเริ่มต้นจานละ 20 บาท

ถ้ามาหลายคนอยากได้น้ำซุปแบบจุใจ แนะนำให้สั่งแบบเซ็ตหยินหยางหม่าล่า เซ็ตเนื้อหมู 399 บาท และเซ็ตเนื้อวัว 499 บาท ในชุดจะได้เนี้อหมูหรือเนื้อวัว (ออสเตรเลีย) สไลซ์ พร้อมเครื่องเคียงต่างๆ อีก 9 อย่าง ทั้งผักกาดขาว เต้าหู้ชีส เต้าหู้ทอด สาหร่ายพันไก่ ชิกูว่า เห็ดชิเมจิ รากบัว เห็ดหอม และข้าวโพด

ทางด้านเครื่องดื่มที่ร้าน HuoGuo Mala Shabu มีให้ลือกหลายอย่าง ใครอยากดับร้อนก็สั่งชามะนาวน้ำผึ้ง กาแฟส้มยูสุ ส่วนใครอยากกินแก้เผ็ด แนะนำเป็นเมนูนมน้ำผึ้ง หรือชาเขียวเย็น ที่รสชาติหอมหวานและกลมกล่อมแบบว่าดับเผ็ดได้ดีเลยทีเดียว

อยากมาลิ้มรสหม่าล่าเผ็ดชาแบบนี้ มากันได้ที่ที่ร้าน HuoGuo Mala Shabu อยู่ในซอยลาดพร้าววังหิน 48 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก  Huo Guo Mala Shabu หั่วกัว หม่าล่า ชาบู สอบถามโทร. 082-945-2290

ปลุกความเป็นเชฟในตัวเอง Gaabor ชวนรังสรรค์ 2 เมนูเด็ดแต่ง่ายทำได้ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675930

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 18:45 น.ปลุกความเป็นเชฟในตัวเอง Gaabor ชวนรังสรรค์ 2 เมนูเด็ดแต่ง่ายทำได้ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน

ทำง่ายอร่อยด้วย!! กับ 2 เมนูแสนอร่อยที่ทำเองได้ที่บ้านผ่านตัวช่วยอันชาญฉลาดอย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor

ถึงเวลาแล้วที่จะปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ วันนี้ชวนมารังสรรค์ 2 เมนูแสนอร่อยด้วยตัวช่วยอันแสนชาญฉลาด หม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor (กาบอร์) กับเมนูไก่อบโรสแมรี่ และพายกรอบผลไม้ หากพร้อมแล้วมาดูกันเลย

เมนูไก่อบโรสแมรี่

เริ่มที่เมนูอาหารงานเลี้ยงสุดฮิต สำหรับงานปาร์ตี้ หอม อร่อย และทำได้ไม่ยาก

วัตถุดิบ : ไก่ทั้งตัว, น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ, โรสแมรี่สด 1 กำ, ออริกาโน่ ½ ช้อนโต๊ะ, ผงปาปริก้า ½ ช้อนโต๊ะ, สมุนไพรแห้งป่น ½ ช้อนโต๊ะ, กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ, เกลือ และพริกไทย (ตามชอบ)

วิธีทำ

· นำไก่ทั้งตัวล้างให้สะอาด แช่ด้วยน้ำเกลือ ผสมออริกาโน่และโรสแมรี่สด พักไว้ 30 นาที ถึง 1 คืน (แล้วแต่ความสะดวก)

· ผสมซอสหมัก ด้วยส่วนผสมทั้งหมด คนให้เข้ากัน และทาซอสที่ตัวไก่ให้ทั่ว ใส่กระเทียมและโรสแมรี่สดเข้าไปในตัวไก่ หมักทิ้งไว้จนซอสเข้าเนื้อ 20 – 30 นาที

· นำไก่วางในกระดาษฟอยล์ ใส่หม้อทอดไร้น้ำมัน ตั้งความร้อนที่อุณหภูมิ 200°c เวลา 20 นาที

· กลับด้านไก่ อบอีกประมาณ 20 นาที จัดวางลงจานตกแต่งด้วยโรสแมรี่สด พร้อมเสิร์ฟทันที

เมนูของหวานพายกรอบผลไม้

วัตถุดิบ : แป้งพายสำเร็จรูป, แยมผลไม้, วิปครีม, นูเทลล่า, ผลไม้ต่างๆ ตามใจชอบ เช่น สตอร์เบอรี่, บลูเบอร์รี่, ส้ม และ แป้งสาลีเอนกประสงค์

วิธีทำ

· นำแป้งสาลีเอนกประสงค์โรยบนถาด ก่อนนำแป้งพายสำเร็จรูปวางลงไป ใช้แม่พิมพ์กดตัดแป้งพาย และใช้พิมพ์ขนาดเล็กกว่าตัดตรงกลางของแป้งพายอีกที ก็จะได้แป้งพาย 2 ชิ้น

· ทาน้ำเปล่าที่แป้งพายและนำขอบแป้งพายมาประกบกัน กดๆ เล็กน้อยให้แป้งพายติดกัน ใช้ส้อมจิ้มตรงกลางของแป้งพายเบาๆ และนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน โดยวางห่างกันเล็กน้อยเผื่อแป้งพายฟูขึ้น ใช้

· อุณหภูมิ 180°c เวลา 10 นาที และวางพักให้แป้งพายหายร้อน

· ตกแต่งแป้งพายด้วยแยมผลไม้ต่างๆ บีบวิปครีม นูเทลล่า และใส่ผลไม้ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ

พบกับตัวช่วยที่แสนดี Gaabor (กาบอร์) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำอันทรงพลังคุณภาพเยอรมนี ที่มาพร้อมสไตล์มินิมอล ในราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งหม้อทอดไร้น้ำมัน Air Fryer รุ่น GA-M35A, รุ่น GA-M6A, GA-E45A01 และ GA-E45A02 ได้แล้ววันนี้ที่ช่องทางออนไลน์ Shopee สอบถามหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ gaaborthailand

MIDO เปิดตัวเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675925

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 18:14 น.MIDO เปิดตัวเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

ยลโฉมเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น MIDO All Dial จากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture คอลเลกชั่นครบรอบ 20 ปี เรือนเวลาที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมชื่อดังก้องโลก พร้อมเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

งดงามเหนือกาลเวลากับนาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษจาก MIDO แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ที่ครั้งนี้ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุดยอดสถาปัตยกรรมชั้นสูง ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลารุ่นพิเศษ All Dial นาฬิกาเรือนแรกจากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ซึ่งเป็นการออกแบบนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อเป็นการรำลึกถึงสถาปัตยกรรมชื่อดังที่ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกาของ MIDO ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับเรือนเวลาหรูที่เหล่าคนรักนาฬิกาจะได้ยลโฉมเป็นรุ่นแรกจากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ได้แก่ All Dial ซึ่งถูกผลิตขึ้นมาเพียง 2,022 เรือนเท่านั้น และนอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งแรงแห่งแรงบันดาลใจทางสถาปัตยกรรมแล้ว ในปีนี้ยังเป็นปีครบรอบ 20 ปีของการกำเนิดคอลเลกชั่น All Dial อีกด้วย โดย All Dial เป็นนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจจากอัฒจันทร์โคลอสเซียม สิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมัน ได้ถูกถ่ายทอดสู่นาฬิกาที่มีความสวยงามเหนือกาลเวลา พร้อมกลไกที่ทนทานต่อการใช้งาน ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์จากการออกแบบหน้าปัดทรงกลม พร้อมตกแต่งด้วยเส้นสายวงกลมหลากหลายระดับที่ทำให้นึกถึงอัฒจันทร์เมื่อมองจากด้านบน พร้อมเทคนิคการทำสีแอนทราไซต์ ให้พื้นผิวบริเวณหน้าปัดมีสัมผัสเหมือนเนื้อทรายชวนให้นึกถึงหินอายุนับพันปีของอัฒจันทร์ โดยตัวเรือนนั้นทำจากเหล็กขนาด 42 มิลลิเมตร และหน้าปัดทำจากคริสตัลแซฟไฟร์ที่มีระบบป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน พร้อมสายรัดเหล็กเคลือบซาตินที่ทำทำให้นึกถึงส่วนโค้งของอัฒจันทร์ และบริเวณด้านหลังตัวเรือนยังถูกสลักด้วยภาพวาดของ โคลอสเซียม และชื่อแบรนด์ ‘MIDO’ เอาไว้อีกด้วย

สำหรับด้านการใช้งาน All Dial มาพร้อมฟังก์ชั่นการอ่านค่าเวลาที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำสูงด้วยกลไกโครโนมิเตอร์ที่รับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Official Swiss Chronometer Testing Institute หรือ COSC) และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 38 ชั่วโมง โดยชิ้นโรเตอร์ขึ้นลานยังได้รับการตกแต่งด้วยลายโกตส์ เดอ เฌอแนฟ  และเพื่อให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายในตอนกลางคืน เข็มนาฬิกาและช่องวันที่ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ 3 นาฬิกา ได้ถูกเคลือบด้วยสารสะท้อนแสงซูเปอร์ ลูมิโนวา พร้อมฟังก์ชั่นการกันน้ำได้สูงสุดถึง 100 เมตร

ในคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ยังมีเรือนเวลาหรูอีก 4 รุ่นพิเศษ ได้แก่ (Baroncelli , Ocean Star, Multifort และ Commander ซึ่งทุกรุ่นล้วนได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากความงดงามของสถาปัตยกรรมชื่อดังระดับโลก ผสมผสานกับนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงและทันสมัย สู่เรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพด้านฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่เตรียมเผยโฉมให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้เก็บสะสมกันตลอดทั้งปี 2022 นี้

นอกจากนี้ MIDO ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม เพื่อมอบให้กับคนพิเศษว่า สำหรับการเลือกนาฬิกาให้กับคนพิเศษนั้น อันดับแรกเลยควรเลือกให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นด้านดีไซน์ และด้านฟังก์ชั่น อย่างถ้าเป็นหนุ่มนักธุรกิจก็ควรเลือกนาฬิกาที่ดีไซน์มีความเรียบหรูเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส แต่ถ้าเป็นหนุ่มนักกิจกรรมอาจจะเลือกเรือนที่ดีไซน์มีความสปอร์ตมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ด้านการใช้งาน หรือถ้าเป็นหนุ่มสายอาร์ตทิสต์ก็ควรเลือกนาฬิกาที่ดีไซน์มีความเรียบโก้ มีเรื่องราวการออกแบบที่สอดคล้องกับงานศิลปะ หรือสถาปัตยกรรม ก็จะทำให้มีความหมายทางใจต่อผู้รับมากขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้น นอกจากจะเลือกตามคาแรคเตอร์เพื่อสวมใส่แล้ว คงจะดีไม่น้อยหากนาฬิกาเรือนนั้นสามารถเก็บสะสมไว้ได้ในระยะยาว ซึ่งการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การสะสมนั้นควรเลือกจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีประวัติศาสตร์การออกแบบมาอย่างยาวนาน และควรเป็นคอลเลกชั่นที่เปิดตัวออกมาในวาระพิเศษ หรือเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ก็จะทำให้นาฬิกามีมูลค่าเพิ่มและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

พบกับ 20 Years Inspired by Architecture รุ่น All Dial นาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ Mido เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0299

เตรียมเฮ! Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบจับมือ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษ ‘HAPPINESS’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675882

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 13:28 น.เตรียมเฮ! Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบจับมือ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษ ‘HAPPINESS’

เซเลบริตี้ไทยรอช้อป เมื่อ Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบเตรียมเยือนไทยผ่านการคอลลาบอเรชันกับแบรนด์ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า ‘HAPPINESS’

วงการแฟชั่นไทยได้เตรียมกรี๊ดสนั่นเมืองอีกครั้ง เพราะดีไซเนอร์ตัวท็อปของวงการแฟชั่นโลก พร้อมควบตำแหน่งผู้ที่มีแฟนคลับเป็นเซเลบริตี้ชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Beyonce, Rihanna, Olivia Palermo ไปจนถึง Duchess of Cambridge อย่าง Markus Lupfer หรือ มาร์คัส ลุปเฟอร์ ได้ลงมือสเก็ตช์ชุดสวยๆ เพื่อส่งตรงให้เหล่าเอฟซีเมืองไทยได้อัพเดทแฟชั่นเก๋ๆ ต้อนรับซัมเมอร์นี้

โดยงานนี้ข่าววงในฟันธงมาแล้วจ้าว่าการคอลลาบอเรชันกับแบรนด์ไทยครั้งนี้ มาร์คัส ลุปเฟอร์ จะจับมือกับ Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยที่พยายามรังสรรค์และสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับวงการแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยพลาดในการคอลแลปกับดีไซเนอร์ระดับโลก ผ่านคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า ‘HAPPINESS’ โดยงานนี้ มาร์คัส งัดทุกกลเม็ด ทุกฝีมือที่มีมาถ่ายทอดพลังงานบวก และส่งต่อความรู้สึกที่ดีผ่านเสื้อผ้า ที่เน้นลายวาดในสไตล์ contemporary ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ดอกไม้ และความรัก มาเป็นเสื้อผ้าและแอกเซสซอรี

สำหรับ มาร์คัส ลุปเฟอร์ เป็นชาวเยอรมันและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Markus Lupfer ในปี 2542 หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ในลอนดอน และ ได้พัฒนาแบรนด์ของตนเองจนกลายเป็นฃแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าแฟชั่นหรูหราระดับโลก ซึ่งจุดเด่นของมาร์คัสคือ เขาจะกำหนด ‘บรรทัดฐาน’ ใหม่และกำหนด ‘เทรนด์ใหม่’ อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเสื้อผ้าและสินค้าของ  มาร์คัสจะถูกออกแบบให้คนรู้สึกถึงความ ‘feel good’ ที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความเฉลียวฉลาด ความมีเสน่ห์ที่น่าค้นหา มากไปกว่าการออกแบบ Markus Lupfer มีแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ในด้านงานฝีมือ และนวัตกรรมทั้งการเลือกใช้วัสดุ และเทคนิคการออกแบบ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และด้วยประสบการณ์กับผลงานของมาร์คัสทำให้เขาได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆมากมาย อาทิ New Generation Award ของ British Fashion Council ในปี 2544 และ รางวัลนักออกแบบยอดเยี่ยมแห่งปีจากงาน Prix de la Mode Awards ในประเทศสเปนในปี 2551 รวมถึงในปี 2010 เขาได้รับรางวัลนักออกแบบระดับนานาชาติแห่งปี จากรางวัลแฟชั่นสกอตแลนด์

หากจะว่าไปเอกลักษณ์และความโดดเด่นในการออกแบบ การใช้วัสดุ รวมถึงเทคนิคในการตัดเย็บต่างๆของ Markus Lupfer ก็มีความคล้ายคลึงกับ Jaspal ดังนั้นคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า HAPPINESS ที่พร้อมเปิดคอลเลกชันวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ เราคงได้เห็นเสื้อผ้าสวยๆ ออกสู่ตลาดแฟชั่นอย่างแน่นอน งานนี้เอฟซี Markus Lupfer และ Jaspal เตรียมชาร์ตแบตให้เต็มพร้อมรอชม LIVE ผ่าน Facebook Jaspal Official และเตรียมซีเอฟกันได้เลย … ได้ข่าวว่าสวยเจิดจรัสทุกแบบ ทั้งของผู้หญิง-ผู้ชาย และเด็กเลยทีเดียว