6 นวัตกรรมตัวช่วยด้านไลฟ์สไตล์สุดคูลสำหรับคนยุค 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614283

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 11:06 น.

6 นวัตกรรมตัวช่วยด้านไลฟ์สไตล์สุดคูลสำหรับคนยุค 2020

แนะนำ 6 แอปพลิเคชั่นติดเครื่องไว้ไม่ชวด!! โดย NIA อวดโฉม 6 นวัตกรรมตัวช่วยด้านไลฟ์สไตล์สุดคูลที่ถูกคิดค้นพัฒนาโดยสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ตอบโจทย์มนุษย์ยุคใหม่…ไม่มีไม่ได้แล้ว

เพื่อให้ไลฟ์สไตล์ของทุกคน “ไม่ชวด” และเจอแต่เรื่อง “ชิลชิล” วันนี้จะพาไปพบกับนวัตกรรมที่จะทำให้ชีวิตง่ายด้วยปลายนิ้วสัมผัส โดยนวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และถูกคิดค้นพัฒนาโดยสตาร์ทอัพสัญชาติไทย แนะนำว่าให้รีบไปตามหาไปดาวน์โหลดกันให้ไว

KOOUP

เริ่มกันที่แอปฯ สำหรับคนที่เชื่อเรื่องดวง KOOUP : คูอัพ ซึ่งพัฒนาขึ้นมาสำหรับคนที่อยากลองตามหาความรักในชีวิต โดยระบบนี้จะช่วยค้นหาคนโดนใจตามสเปคในฝัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูง รูปร่าง สีผิว ตำแหน่งหน้าที่การงาน ระดับการศึกษา รายได้ ฯลฯ ตามแต่ที่สมาชิกต้องการจะเจาะจงลงไปในการค้นหา เพื่อให้ได้คนที่ตรงใจและสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกระดับ นอกจากนี้ ยังมีระบบค้นหาคู่แบบฟันธงดวงสมพงษ์ โดยคณาจารย์โหราศาสตร์ในศาสตร์ต่างๆ ที่จะร่วมไขกุญแจปริศนาดวงวันกำเนิดของผู้ใช้ พร้อมรวบรวมคำนวณวิเคราะห์หาความเหมาะสมของดวงที่สมพงษ์ของสมาชิก โดยออกเป็นคำทำนายว่าเมื่อคบหากันแล้วจะเป็นคู่ลัษณะใดได้บ้าง เช่น แบบคู่ครอง เป็นคู่เป็นแฟนแบบผู้อุปถัมภ์ มีดวงสมพงษ์มากน้อยต่อกันวัดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งระบบนี้จะสามารถช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในการตัดสินใจได้อีกทางหนึ่ง

Pharmasafe

ต่อกันที่อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เกิดมาสำหรับคนที่ขี้หลงขี้ลืม โดยเฉพาะการลืม “รับประทานยา” แอปฯ นี้มีชื่อว่า Pharmasafe : ฟาร์มาเซฟ นวัตกรรมนี้จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแนะนำการทานยาของผู้ป่วยสำหรับการรักษาโรค โดยจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของโรงพยาบาล ด้วยเทคโนโลยี Data Management System บน ระบบคลาวน์ที่ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบของสถานพยาบาล โดยจะส่งข้อมูลและแนะนำการใช้ยาให้ผู้ป่วยอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานของผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามผลการใช้งานของผู้ป่วย เพื่อประเมินประสิทธิภาพการควบคุมการทานยาที่ถูกต้องและให้คำแนะนำที่เหมาะสมอีกด้วย

OOCA

ข้ามมาที่อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อหนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่มีความเคร่งเครียดหรือคับข้องใจจากปัญหาในที่ทำงานกับ OOCA : อูก้า ระบบปรึกษาจิตวิทยาสำหรับองค์กร โดยแพลตฟอร์มนี้จะทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ที่เริ่มมีปัญหาสุขภาพทางจิตกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เพื่อให้บริการคำปรึกษา โดยประกอบด้วยระบบนัดหมาย ระบบจับคู่ระหว่างผู้เข้ารับบริการกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ระบบติดต่อสื่อสารด้วยภาพและเสียง (Video Call) ด้วยเทคโนโลยี WebRTC ซึ่งทำการส่งข้อมูลระหว่างผู้เข้ารับบริการและผู้ให้บริการได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูลและประวัติทางการแพทย์ (E-PHR) และระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิต อย่างไรก็ตาม อูก้าได้มีการออกแบบและพัฒนาขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงการให้บริการสำหรับปรึกษาด้านสุขภาพจิตแบบออนไลน์ซึ่งมีความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อพบแพทย์ รวมทั้งลดปัญหาการขาดแคลนจิตแพทย์และนักจิตวิทยาในบางพื้นที่

Ontrack Studyplan

เอาใจกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่กำลังคร่ำเคร่งกับการเตรียมตัวสอบกันบ้าง กับ Ontrack Studyplan ระบบวางแผนเตรียมสอบ โดยนวัตกรรมนี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถวางแผนการเรียน การทบทวนบทเรียนที่เหมาะสมกับตนเองได้ ผ่านการใช้งานแอปพลิเคชั่นประกอบกับการใช้หนังสือเป็นสื่อการเรียน และการแสกน QR Code จากหนังสือ เพื่อให้นักเรียนเก็บข้อมูลของตนเอง โดยจะแสดงการวิเคราะห์ความสามารถด้วยหลักการทางสถิติ “Correlation” ในการหาความสัมพันธ์ของบทเรียนที่นักเรียนแต่ละคนมีแนวโน้มจะทำได้ ทั้งนี้ Ontrack Studyplan จะช่วยลดปัญหาที่สำคัญของกลุ่มนักเรียนใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การไม่ทราบจุดแข็งจุดอ่อนของทักษะและความสามารถของตนเอง 2. แผนการอ่านหนังสือที่เหมาะสมกับตนเอง และ 3. ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการอ่านหนังสือและทำข้อสอบให้มากกว่าเดิม

FINSTREET

อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ “เรื่องเงินและการบริหารจัดการหนี้” ปัญหาดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป เพราะเรามีตัวช่วยที่ชื่อว่า FINSTREET : ฟินสตรีท บริการให้คำปรึกษาทางการเงินในรูปแบบของ chatbot ช่วยให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีคำถามในการบริหารหนี้สินให้สามารถปลดหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยถูกออกแบบมาภายใต้ แนวคิด เข้าถึงง่าย ใช้สะดวก แนะนําการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและนําไปใช้ได้จริง การให้บริการของ FINSTREET Chatbot อยู่บนโปรแกรมแชท Facebook Messenger ซึ่งเป็น Chat Application ที่คนไทยใช้งานมากที่สุดกว่า 47 ล้านบัญชี การเข้าถึงเพื่อขอคําปรึกษาจึงเป็นเรื่องง่าย ไม่จําเป็นต้องโหลด แอปพลิเคชั่นเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมี ระบบจับคู่ระหว่างผู้มีความรู้ด้านการเงินและผู้ต้องการคำปรึกษาเชิงลึก (Matching) ซึ่งเป็นการให้คำปรึกษาด้านการเงินแบบ 1:1 รวมถึงมีการพัฒนาระบบ Smart Credit Score เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการวิเคราะห์หาความสามารถทางการเงินของบุคคลของสถาบันการเงินได้อีกด้วย

MUVMI

ปิดท้ายกันที่ MUVMI : มูฟมี แอปพลิเคชั่นด้านการเดินทางที่กำลังมาแรง และมีไว้ตอบโจทย์สายรักษ์โลก โดยแอปฯ ดังกล่าว เป็นช่องทางสำหรับการจองบริการรถตุ๊กตุ๊กระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับกลุ่มคนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก และผู้ที่มีการเดินทางไปใช้บริการรถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่รถโดยสารเช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ในตรอกซอกซอย หรือสถานที่ที่ไม่ได้อยู่บนถนนเส้นหลักได้ โดยที่รถยังมีการใช้นวัตกรรมไฟฟ้าแทนน้ำมัน มีระบบสำหรับความปลอดภัย เช่น เข็มขัดนิรภัย ระบบแจ้งเตือนการพลิกคว่ำ ระบบควบคุมความเร็วและความสมดุลของรถ ส่งผลให้มีความปลอดภัยสูงกว่ารถตุ๊กตุ๊กที่ขับขี่อยู่บนท้องถนนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังกดเรียกง่ายใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 นาที ก็ได้รถมารับถึงที่ (ปัจจุบันให้บริการอยู่ในพื้นที่อารีย์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เรียกว่าทำให้ผู้โดยสารได้รถที่มีความปลอดภัย เดินทางสะดวกสบาย ที่สำคัญยังช่วยลดมลพิษได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าเป็น 6 นวัตกรรมสุดเจ๋งที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด ซึ่งตัวช่วยเหล่านี้จะทำให้ไลฟ์สไตล์และการแก้ปัญหาชีวิต    มีความสนุก จัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญพกติดตัวไปได้ทุกที่ ยังไงก็ไม่มีเอาท์แน่นอน

Creativity. Passion. Self. ความเท่และความทันสมัยของคนยุคใหม่ @CPS CHAPS The New Flagship Store #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614194

วันที่ 08 ก.พ. 2563 เวลา 08:43 น.

Creativity. Passion. Self. ความเท่และความทันสมัยของคนยุคใหม่ @CPS CHAPS The New Flagship Store

CPS CHAPS ชวนเป้-อารักษ์ และคิมเบอร์ลี ร่วมสัมผัส CPS CHAPS The New Flagship Store แฟล็กชิพสโตร์โฉมใหมที่ใส่ความเท่และความทันสมัยของคนยุคใหม่ไว้อย่างครบถ้วน

CPS CHAPS แบรนด์เสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีชั้นนำของประเทศไทย นำโดย อภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผู้อำนวยการแบรนด์ซีพีเอส แชปส์ บริษัท ยัสปาล จำกัดจัดงานฉลองเปิดตัวร้านแฟล็กชิพ สโตร์โฉมใหม่ The New look of CPS CHAPS Flagship Store ตอกย้ำความเป็นแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยด้วย Tagline ใหม่ Creativity. Passion. Self.  พร้อมนำเสนออัตลักษณ์ของแบรนด์ที่สื่อถึงความเท่และความทันสมัยของคนยุคใหม่อย่างครบถ้วน ณ ร้าน CPS CHAPS The New Flagship Store (ซีพีเอส แชปส์ เดอะ นิว แฟล็กชิพ สโตร์) สาขาศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ชั้น G

อภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ เผยถึงการปรับภาพลักษณ์ในครั้งนี้ว่า “CPS CHAPS เป็นแบรนด์แฟชั่นที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 40 ปี ท่ามกลางกระแสความนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ วัน เราจึงต้องการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์และมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น การตอกย้ำความเป็นแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย ด้วยการนำเสนอ Tagline ใหม่ “Creativity. Passion. Self.” ซึ่งทางแบรนด์นำมาจาก CPS ชื่อแบรนด์ ของเรานั่นเอง อัตลักษณ์ใหม่นี้ได้สะท้อนถึงความเท่ ความทันสมัย ความเป็นตัวของตัวเองของคนยุคใหม่ออกมาได้อย่างครบถ้วน เราจึงได้มีการปรับรูปโฉมร้านใหม่ที่สาขานี้ให้แตกต่างจากเดิม พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์ CPS CHAPS อย่างเป็นทางการ ร้าน CPS CHAPS The New Flagship Store ร้านนี้มีพื้นที่กว่า 470 ตารางเมตร เป็นแฟล็กชิพ สโตร์ที่ดูสวยงามและทันสมัย มีเซอร์วิสบริการอย่างครบครัน ช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง โดยแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน สะดวกต่อการใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น THE ICONIC ROOM โซนจัดแสดงกางเกงยีนส์, โซนเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีได้จำลองเป็น Locker Room, จัดวางในรูปแบบ Display Room สร้างความสวยงามและสบายตา, CPS Lounge โซนสำหรับนั่งพักผ่อนระหว่างเลือกซื้อสินค้าพร้อมบริการกาแฟจาก CPS Coffee ฟรี นอกจากนี้ยังมีเคาท์เตอร์แคชเชียร์บริการถึง 5 จุดทั่วร้าน และเป็นครั้งแรกของการนำจออัจฉริยะ Interactive Screen มารองรับลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการสั่งซื้อสินค้า โดยสามารถสั่งสินค้าออนไลน์เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสสินค้าก็จะถูกจัดส่งไปที่บ้านก็สามารถทำได้อย่างสบายๆ เลยครับ” อภิสิทธิ์ กล่าวด้วยรอยยิ้ม

งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก Tim Kobe ผู้ออกแบบร้าน CPS CHAPS The New Flagship Store บินตรงจากต่างประเทศมาร่วมเปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำงาน และ แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ว่า “ตั้งแต่ได้เริ่มทำงานร่วมกันกับทาง CPS CHAPS เราเริ่มจากการกลับไปดูสิ่งที่เป็นตำนาน (Legacy) ของแบรนด์มาตั้งแต่ต้น เราพบว่าคุณภาพกับสไตล์ที่แตกต่างของสินค้าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์อยู่ในใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน จึงสามารถสรุปแก่นของแบรนด์ออกมาได้ 2 ด้าน คือ Raw และ Real กลุ่มลูกค้าของแบรนด์ต้องการความเป็นเนื้อแท้ (Authentic) และสไตล์ที่เฉพาะตัวมากกว่าที่จะแต่งตัวตามกัน ดังนั้น คอนเซ็ปต์ของการรีโนเวทร้านในครั้งนี้จึงต้องการทำให้ทุกประสบการณ์ที่จะเกิดขึ้นจาก CPS CHAPS ประสานเป็นหนึ่งเดียว เราเชื่อว่างานออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ไปในทิศทางเดียวกันกับค่านิยมหลักของแบรนด์ (Core value) จะทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงคุณค่าและตัวตนของแบรนด์ได้ดีที่สุด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นถูกรังสรรค์ออกมาเป็น CPS CHAPS The New Flagship Store สาขาศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์แห่งนี้ให้ทุกท่านได้สัมผัสกันครับ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังพบกับแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ ที่ได้นางเอกสาวสวย คิม-คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ และหนุ่มมาดเท่ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ มาร่วมเดินปิดรันเวย์ และส่งท้ายด้วย มินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรีสัญชาติไทยอย่าง My Life As Ali Thomas เอาใจแฟน CPS CHAPS แบบสุดมันส์ โดยได้รับเกียรติจากบรรดาผู้หลงใหลในแฟชั่นตบเท้าร่วมงานอัพเดทเทรนด์แฟชั่นสุดเท่อย่างคับคั่ง อาทิ แบงค์-อนุสิทธิ แสงนิ่มนวล และ ซาบีน่า-อจิรภา ไมซิงเกอร์ เป็นต้น โดยมี แมทธิว ดีน ฉันทวานิช รับหน้าที่เป็นพิธีกร

ร่วมสัมผัสดีเอ็นเอความเท่ในแบบฉบับ CPS CHAPS ได้แล้ววันนี้ที่ CPS CHAPS The New Flagship Store ชั้น G ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ และ CPS CHAPS ทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ www.cpschaps.com

Organic Beauty Inspired! แรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/614058

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 17:33 น.

Organic Beauty Inspired! แรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

ALL ABOUT YOU ร้านผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิก สานแนวคิด Organic Beauty Inspired! ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าและเส้นผม เพื่อความสวยแบบสุขภาพดีตลอดปี 2020

ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิกและธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลกเท่านั้น สำหรับ ALL ABOUT YOU แต่ในปี 2020 ALL ABOUT YOU ยังขอเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนมีพลังในการทำสิ่งที่ดีเพื่อเปลี่ยนแปลงทั้งตัวเอง โดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว ไปจนถึงโลกและสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิด Organic Beauty Inspired!

ALL ABOUT YOU ยังคงมุ่งมั่นในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อผิว มีประสิทธิภาพสูง ปราศจากสารอันตราย (Non Toxic Beauty) อีกทั้งไม่มีการทดลองกับสัตว์ เป็นที่ยอมรับระดับสากลในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญและใส่ใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติอย่างแท้จริง จึงเน้นแนวคิดหลักด้าน Eco-Beauty อย่างชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ เพื่อความงามที่ยั่งยืนทั้งต่อโลกและตัวเรา

ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผิวหน้าและเส้นผม

The 28 : Anti-Darkness Set ผลิตภัณฑ์ความงามจากแบรนด์ The 28 เซ็ทเพื่อผิวขาวกระจ่างใส เรียบเนียน ดูสุขภาพดี อย่างแท้จริง

  • 3 ขั้นตอนเพื่อผิวกระจ่าง เรียบเนียน ดูสุขภาพดี

NOAH (โนอาห์) : NOAH for your natural beauty ดูแลผมสวยด้วยพลังธรรมชาติ

แบรนด์สัญชาติอิตาลี ที่ก่อตั้งในปี 2006 มีความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม โดยให้ความสำคัญในการคัดสรรวัตถุดิบเกรดดี คุณภาพสูงและสกัดจากธรรมชาติ 100 % นำมาวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและมีผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ อีกทั้งมีสูตรเฉพาะเพื่อตอบโจทย์แต่ละปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ NOAH ยังเป็นแบรนด์ที่เป็นมิตรกับโลกและสิ่งแวดล้อม เพราะเชื่อในการให้ความเคารพต่อทุกสิ่งรอบตัว ไม่เบียดเบียนและไม่ทำลายกัน

พบกับผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิกและธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลก ได้ที่ร้าน ALL ABOUT YOU ทั้ง 34 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงช่องทางออนไลน์ ที่ www.allaboutyou.co.th และ Facebook : All About You Organics

Another Story กับไอเดียสื่อรักไม่ซ้ำใคร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/613935

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 16:56 น.

Another Story กับไอเดียสื่อรักไม่ซ้ำใคร

ส่งมอบความรู้สึกให้คนที่คุณรัก กับของขวัญวาเลนไทน์สุดประทับใจในแบบไม่ซ้ำใคร @Another Story

เวียนมาเมื่อไหร่ก็ทำให้ทุกคนหัวใจพองโต สำหรับวันวาเลนไทน์ ครั้งนี้ Another Story ไลฟ์สไตล์คอนเซ็ปต์สโตร์สุดฮิปที่รวบรวมแบรนด์สุดชิคซึ่งคัดสรรจากทั่วโลกมาไว้ที่เดียว เสนอไอเท็มสุดเซอร์ไพรส์ภายใต้ธีม Love is in the air เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกแห่งความรักที่สามารถสัมผัสได้รอบๆ ตัว ซึ่งใครที่กำลังมองหาของขวัญสุดฮิปสำหรับคนรักในวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ หากก้าวเข้ามาที่ Another Story รับรองได้เลยว่าทุกไอเท็มจะสะกดใจคุณได้อย่างอยู่หมัด พร้อมนำความรู้สึกดีๆ ของคุณให้ส่งไปถึงคนรักได้ประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน

หากพูดถึงความรักก็เปรียบเสมือนอากาศที่ทุกคนขาดไปไม่ได้และพลังแห่งความรักก็แฝงตัวอยู่ในทุกๆ ที่ ซึ่งความรักของแต่ละคนนั้นอยู่เหนือคำนิยามที่ตายตัวและไร้ข้อจำกัดทั้งเรื่องเพศ เชื้อชาติ หรือสีผิว และทุกคนควรจะมีอิสระในการเลือกรักใครก็ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่ไร้พรมแดน ไม่ขึ้นอยู่กับเหตุผลหรือระยะทาง โดยความรักที่สวยงามเป็นดั่งสิ่งที่หล่อหลอมจิตใจให้เต็มไปด้วยความสุขและความรู้สึกดีๆที่ทุกคนสามารถมอบให้กันและกันได้ตลอดเวลา ซึ่งความรักนั้นก็ไม่ได้จำกัดเพียงความสัมพันธ์ระหว่างคนรักเท่านั้นแต่ยังหมายถึงการรักและให้คุณค่ากับตัวเอง สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ตลอดจนมิตรภาพกับเพื่อนๆและคนสำคัญรอบๆตัวอีกด้วย และไม่เพียงการส่งมอบความรู้สึกให้สื่อถึงกันเท่านั้นที่จะรักษาความสัมพันธ์ให้คงอยู่ยาวนาน แต่ยังรวมไปถึงการมอบของขวัญสุดพิเศษในวันแห่งความรักอย่างวาเลนไทน์ที่ทุกคนมีโอกาสถ่ายทอดความรักให้กับคนที่คุณรักได้อย่างเต็มที่

ปัญหาสำหรับการเลือกของขวัญวาเลนไทน์จะหมดไปกับ Love Hamper เซอร์ไพรส์บ็อกซ์จาก ANOTHER STORY ที่คัดสรรไอเท็มเจ๋งๆ หลากหลายสไตล์และยังเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย สามารถใช้งานและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของทุกคนได้ทุกชิ้น พร้อมเลือกสรรมาอย่างใส่ใจเพื่อให้คุณได้ส่งต่อความรู้สึกอันลึกซึ้งที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นจากการเปิดกล่องของขวัญสุดพิเศษที่คนรักของคุณจะคาดเดาไม่ได้ว่าภายในกล่องลึกลับนี้จะมีอะไรอยู่บ้าง

โดย Love Hamper มาในกล่องกำมะหยี่รูปทรงหกเหลี่ยมดีไซน์น่ารัก ซึ่งบรรจุผลิตภัณฑ์มากมายที่จะทำให้คุณหัวใจเต้นแรงจนหยุดไม่อยู่ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Blush Pink, Hunter Green และ Ink Blue พร้อมมีขนาดให้เลือกถึง 3 ขนาด 3 ราคา

ส่วนใครที่มองหาของฝากติดไม้ติดมือไปให้คนสำคัญก็ยังมีกระเป๋าผ้าสุดชิคที่สกรีนภาพวาดที่ออกแบบใหม่สำหรับธีมนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นลวดลายที่ใช้การผสมผสานระหว่างรูปหนูที่เป็นสัตว์ปีนักษัตรของปี 2020 กับเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยหางของหนูสองตัวที่ไขว้กันเป็นรูปหัวใจ พร้อมให้คุณอิ่มเอมในห้วงเวลาแห่งความรักกับคนพิเศษได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ Another Story

‘ณิชา’ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นสาวแลนด์มี่ ผ่านแฟชั่นกลิ่นอายวินเทจในเทศกาลแห่งความรัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/613918

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 15:27 น.

'ณิชา' บอกเล่าเรื่องราวความเป็นสาวแลนด์มี่ ผ่านแฟชั่นกลิ่นอายวินเทจในเทศกาลแห่งความรัก

Landmee’ (แลนด์มี่) ชวนสาวสวย ‘ณิชา’ เป็นตัวแทนสาวยุคใหม่ บอกเล่าความเป็นสาวแลนด์มี่ พร้อมนำเสนอแฟชั่นกลิ่นอายวินเทจในช่วงเทศกาลแห่งความรัก

ไม่ต้องรอให้ถึงวันแห่งความรักอย่างวันวาเลนไทน์ ก็มีช็อตโมเม้นต์หวานๆ กับพี่ชายคนสนิทให้แฟนๆ ได้จิ้นอยู่ตลอดสำหรับสาว ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ กับนักร้องหนุ่มมาดเท่ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ จนความน่ารักสดใสเข้าตาดีไซเนอร์แบรนด์ Landmee’ (แลนด์มี่) เนตรดาว วัฒนะสิมากร พร้อมชักชวนสาวณิชามาเป็นตัวแทนของสาวยุคใหม่ที่บอกเล่าความเป็นสาวแลนด์มี่ นำเสนอแฟชั่นกลิ่นอายวินเทจในช่วงเทศกาลแห่งความรัก

“…มุมมองของสาวแลนด์มี่ คือความซุกซน ที่ซ่อนไปด้วยความเซ็กซี่ ไม่เพียงแต่สร้างความสดใส แต่ผสมความสนุกและเสน่ห์อันน่าหลงใหล ที่ทำให้วาเลนไทน์นี้มีความสนุกขึ้น”

นิยามดังกล่าวของดีไซเนอร์ก่อเกิดเป็นคอลเลกชั่นต้อนรับวันวาเลนไทน์ที่ดึงแรงบันดาลใจจากสีสันของดอกกุหลาบอย่างสีแดงและชมพู แถมเพิ่มดีเทลการปักรูปหัวใจด้วยมือที่ซับซ้อน บ่งบอกถึงความสดใสในแบบ Naughty Girl สไตล์สาวแลนด์มี่ ที่มีดีกรีความเซ็กซี่ ซุกซน ดั่งหญิงสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลและมักทำให้หนุ่มๆ โดยเฉพาะพี่ชายคนสนิทของสาวณิชา ใจเต้นแรง ด้วยแน่นอน

พบกัน Landmee’ คอลเลกชั่นพิเศษต้อนรับวันวาเลนไทน์ ได้แล้ววันนี้ที่ Landmee’ Shop ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน ชั้น 2 หรืออัพเดตข้อมูลได้ทางอินสตาแกรม @landmee_officel ผ่าน #LandmeeValentines #LandmeeGIRLS

เช็ก 8 คุณสมบัติพึงมีของพลเมืองดิจิทัล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/613723

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 10:27 น.

เช็ก 8 คุณสมบัติพึงมีของพลเมืองดิจิทัล

“พลเมืองดิจิทัล” กับทักษะที่สำคัญ 8 ประการ เพื่อการเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม เห็นอกเห็นใจและเคารพผู้อื่น มีส่วนร่วม และมุ่งเน้นความเป็นธรรมในสังคม

พลเมืองดิจิทัล คือพลเมืองผู้ใช้งานสื่อดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าใจบรรทัดฐานของการปฏิบัติตัวให้เหมาะสมและมีความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารในยุคดิจิทัลเป็นการสื่อสารที่ไร้พรมแดน

สมาชิกของโลกออนไลน์ คือทุกคนที่ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนโลกใบนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ อายุ ภาษา และวัฒนธรรม พลเมืองดิจิทัลจึงต้องเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม เห็นอกเห็นใจและเคารพผู้อื่น มีส่วนร่วม และมุ่งเน้นความเป็นธรรมในสังคม การเป็นพลเมืองในยุคดิจิทัลนั้นมีทักษะที่สำคัญ 8 ประการ

1.ทักษะในการรักษาอัตลักษณ์ที่ดีของตนเอง (Digital Citizen Identity) ความสามารถในการสร้างและบริหารจัดการอัตลักษณ์ที่ดีของตนเองไว้ได้อย่างดีทั้งในโลกออนไลน์และโลกความจริง

2.ทักษะในการรักษาข้อมูลส่วนตัว (Privacy Management) มีดุลพินิจในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะการแชร์ข้อมูลออนไลน์เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวทั้งของตนเองและผู้อื่น

3.ทักษะในการคิดวิเคราะห์มีวิจารณญาณที่ดี (Critical Thinking) ความสามารถในการวิเคราะห์แยกแยะระหว่างข้อมูลที่ถูกต้อง และข้อมูลที่ผิด ข้อมูลที่มีเนื้อหาดีและข้อมูลที่เข้าข่ายอันตราย ข้อมูลติดต่อทางออนไลน์ที่น่าตั้งข้อสงสัยและน่าเชื่อถือได้

4.ทักษะในการจัดสรรเวลาหน้าจอ (Screen Time Management) ความสามารถในการบริหารเวลาในการใช้อุปกรณ์ยุคดิจิทัล รวมไปถึงการควบคุมเพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างโลกออนไลน์ และโลกภายนอก

5.ทักษะในการรับมือกับการคุกคามทางโลกออนไลน์ (Cyberbullying Management) ความสามารถในการรับรู้ และรับมือการคุกคามข่มขู่บนโลกออนไลน์ได้อย่างชาญฉลาด

6.ทักษะในการบริหารจัดการข้อมูล ที่ผู้ใช้งานมีการทิ้งไว้บนโลกออนไลน์ (Digital Footprints) ความสามารถในการเข้าใจธรรมชาติของการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล ว่าจะหลงเหลือร่อยรอยข้อมูลทิ้งไว้เสมอ รวมไปถึงเข้าใจพลลัพธ์ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อการดูแลสิ่งเหล่านี้อย่างมีความรับผิดชอบ

7.ทักษะในการรักษาความปลอดภัยของตนเองในโลกออนไลน์ (Cybersecurity Management) ความสามารถในการป้องกันข้อมูลด้วยการสร้างระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็ง และป้องกันการโจรกรรมข้อมูลหรือการโจมตีทางออนไลน์ได้

8.ทักษะในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม (Digital Empathy) ความสามารถในการเห็นอกเห็นใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นบนโลกออนไลน์

ยิ่งทำงาน ยิ่งยากจน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/613722

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 06:07 น.

ยิ่งทำงาน ยิ่งยากจน

ยุคนี้ “ยิ่งทำงาน ยิ่งยากจน” ทั่วโลกกว่า 470 ล้านคนเลือกว่างงาน ขณะที่วัยรุ่น 267 ล้านคนเลือกไม่ทำงาน ไม่เรียน เพราะความอดทนต่ำลง

ใครได้เห็นเป็นต้องตกใจกับตัวเลขขณะนี้ที่มีประชากร 470 ล้านคนทั่วโลกอยู่ในสถานะว่างงาน หรือเลือกทำงานแบบ Part-time มากขึ้น ซึ่งจากการคาดการณ์ในปี 2020 ตัวเลขของผู้ลงทะเบียนคนตกงานน่าจะเพิ่มขึ้นจาก 188 ล้านคน ในปี 2019 มาเป็น 190.5 ล้านคน โดยสาเหตุหลักมาจากเรื่องจริงที่ยิ่งกว่านิยายว่า “ยิ่งทำงาน ยิ่งยากจน”

องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เปิด เผยข้อมูลว่า ปัจจุบันมีคนประมาณ 13% จากทั้งหมดของแรงงานทั่วโลกออกมาประท้วงด้วยการหยุดงานถี่ขึ้น รวมถึงร้อยละ 60 ของแรงงานทั่วโลกกำลังทำงานนอกระบบ ซึ่งมักจะเป็นงานที่หนักแต่กลับได้ค่าตอบแทนต่ำกว่ามาตรฐาน และไม่มีสวัสดิการคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐาน และในปี 2020 นี้เองผู้คนกว่า 63 ล้านคน หรือเทียบเท่า 1 ใน 5 ของประชากรแรงงานที่ทำงานอยู่ทั่วโลกนั้นจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า “ยิ่งทำงาน ยิ่งยากจน” หมายความว่าพวกเขาได้รายรับน้อยกว่ากำลังซื้อ เฉลี่ยแล้ว 3.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 99.40 บาทต่อวัน (เทียบกับอัตราการแลกเงินวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563)

วัยรุ่น 267 ล้านคน เลือกไม่ทำงาน ไม่เรียน เพราะความอดทนต่ำลง

เรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ยกให้ความไม่เท่าเทียมของการเข้าถึงงานซึ่งอาจมีเงื่อนไขบางอย่าง เช่น เพศ อายุ และสถานที่ โดยเฉพาะกับวัยรุ่นที่อายุระหว่าง 17-24 ปี ที่ตอนนี้มีจำนวนกว่า 267 ล้านคนเลือกที่จะไม่ทำงาน ไม่เรียน หรือไม่ไปฝึกงาน เพราะมีความอดทนต่อการทำงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน

เมื่องานน้อยลง แต่คนเยอะขึ้น 285 ล้านคนทั่วโลกตัดสินใจเป็นคนว่างงาน

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ กล่าวในรายงานประจำปีของการจ้างงานทั่วโลก และ Social Outlook พร้อมกับข้อมูลของสหประชาชาติว่า ผู้คนกว่า 285 ล้านคนทั่วโลกตัดสินใจที่จะเป็นคนว่างงาน และจำนวนงานมีน้อยลงมากกว่าที่ประชากรต้องการ นั่นหมายความว่าพวกเขาเลือกที่จะเลิกหางาน หรือไม่ก็ขาดโอกาสเข้าถึงวิธีการหางานนั่นเอง

เศรษฐกิจขาลงสวนทางกับผู้ลงทะเบียนว่างงานที่เพิ่มขึ้น

สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเสริมให้การตกงานเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจเติบโตช้าลง โดยอัตราการว่างงานคงอยู่ที่ 5.4% เมื่อปีที่แล้ว ถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ แต่โดยรวมแล้วตัวเลขการตกงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจที่มีการชะลอตัวลง ซึ่งสวนทางกับประชากรที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้ผู้ลงทะเบียนว่างงานคาดว่าเพิ่มขึ้นสูงถึง 190.5 ล้านคน จาก 188 ล้านคนเมื่อปี 2019

ที่มา www.thehindubusinessline.com

ภาพ freepik

BURNOUT IN THE CITY งานวิจัยชี้ชาวกรุงวัยทำงานเกินครึ่งเสี่ยงหมดไฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/613654

วันที่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 12:18 น.

BURNOUT IN THE CITY งานวิจัยชี้ชาวกรุงวัยทำงานเกินครึ่งเสี่ยงหมดไฟ

CMMU เผยผู้บริโภควัยทำงานในเมืองกรุง 12% อยู่ในภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) 57% อยู่ในภาวะความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ ขณะที่ Gen Z กำลังตกอยู่ในภาวะหมดไฟมากที่สุดถึง 17%

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยผลข้อมูลงานวิจัยหัวข้อการตลาดเติมพลัง “BURNOUT IN THE CITY” พบว่า ผู้บริโภควัยทำงานในกรุงเทพฯ จำนวน 12% อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือเบิร์นเอาท์ ซินโดรม (Burnout Syndrome) และมีจำนวนมากถึง 57% ที่อยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ

เมื่อปี 2562 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้ Burnout Syndrome เป็นภาวะทางสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลรักษา และเป็นภาวะที่กำลังจะเกิดในสังคมคนเมืองและคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งภาวะหมดไฟหรือหมดแรงบันดาลใจในการทำงานนี้ งานวิจัยของต่างประเทศระบุว่าอาจส่งผลให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ในระยะยาว และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 2 ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากต่อปี วันนี้ภาวะหมดไฟจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงศึกษาพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ในภาวะหมดไฟ เสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ และผู้ที่มีพลังใจในการทำงานสูง ว่ากลุ่มผู้บริโภควัยทำงานเหล่านี้ทำกิจกรรมอะไร เพื่อที่จะคลายความเครียดที่กำลังเผชิญ หรือเพิ่มพลังใจที่หดหายให้กลับมาและสู้กับสถานการณ์ที่เจอ เพื่อที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

วิทยาลัยการจัดการมหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ริเริ่มจัดงานสัมมนาการตลาด ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และได้รับความสนใจจากบรรดาผู้ประกอบการ นักการตลาด รวมถึงสื่อมวลชนแขนงต่างๆ โดยหยิบยกประเด็นสำคัญที่กำลังถูกพูดถึงในสังคมหรือควรค่าแก่การศึกษาเพื่อต่อยอดความคิดทางการตลาด ส่งต่อให้เกิดกลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ ทีมผู้จัดงานเห็นว่าปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นภายในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสังคมเมือง หรือที่กำลังลุกลามไปทั่วโลก อาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ เราจึงจำเป็นที่ต้องเตรียมรับมือกับปัญหา และเยียวยาผู้คนในสังคม เพื่อให้อาการที่เกิดขึ้นนั้นบรรเทาเบาบางลงจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ

จากการเก็บผลสำรวจผู้บริโภควัยทำงานในกรุงเทพมหานครในช่วงปลายปี 2562 จำนวน 1,280 คน เป็นผู้หญิง 66% ผู้ชาย 34% พบว่า

  • 12% อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน
  • 57% อยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ
  • 31% อยู่ในภาวะไฟแรง

เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของประชากรในกรุงเทพมหานคร มากกว่า 3.7 ล้านคน* อยู่ในภาวะเครียดจนน่าเป็นห่วง (*จำนวนประชากรวัยทำงานในกรุงเทพจำนวน 5.3 ล้านคน)

ภาวะหมดไฟกับช่วงวัย

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ช่วงอายุที่น้อยลงกลับมีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟได้มากกว่า โดยกลุ่ม Gen Z หรือช่วงอายุต่ำว่า 22 ปี กำลังตกอยู่ในภาวะหมดไฟมากที่สุดถึง 17% ขณะที่กลุ่ม Gen Y หรือช่วงอายุ 23–38 ปี ก็ตกอยู่ในสภาวะใกล้เคียงกันที่ 13% แต่กลับกันในกลุ่ม Baby boomer หรือช่วงอายุ อายุ 55 – 73 ปี กลับอยู่ในภาวะหมดไฟเพียง 7%

ภาวะหมดไฟกับอาชีพ

เมื่อดูตามกลุ่มอาชีพพบว่า พนักงานรัฐวิสาหกิจ คือกลุ่มที่อยู่ในภาวะหมดไฟ และกำลังเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟมากเป็นอันดับแรกที่ 77% รองลงมาคือ พนักงานเอกชน 73% และข้าราชการที่ 58% และธุรกิจส่วนตัว 48% ซึ่งมี 3 สาเหตุหลักที่ทำให้อยู่ในภาวะหมดไฟ

  1. งาน OVERLOAD : ภาระงานที่เยอะและไม่สมดุลกับปริมาณคนทำงาน
  2. NO MODE สนับสนุน : ไม่ใช้เครื่องมือหรือระบบที่เหมาะสมทำให้ไม่สามารถลดเวลาและกระบวนการทำงานได้
  3. โครงสร้างวุ่นๆ กับเจ้านายเย็นชา : หัวหน้างานที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่รับฟังความคิดเห็นรวมถึงโครงสร้างองค์กรที่ไม่มีความยืดหยุ่น

เมื่อภาวะหมดไฟไม่ใช่เรื่องไกลตัวอักต่อไป จึงต้องมีกิจกรรมที่จะมาช่วยคลายความเครียดจากการทำงานในแต่ละวัน กลุ่มกิจกรรมที่ช่วยคลายความเครียด ได้แก่ การใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับครอบครัว การพูดคุยกับเพื่อน การฟังเพลง การออกกำลังกาย การเล่นเกมส์ รับประทานอาหารที่อร่อย การทำบุญ การชมภาพยนตร์

กิจกรรมที่คนเลือกทำเพื่อคลายเครียด

  • “ผู้ชาย” เลือกใช้เพื่อคลายเครียด 3 ลำดับแรก คือ การเล่นเกมส์ การออกกำลังกาย การใช้โซเชียลมีเดีย
  • “ผู้หญิง” เลือกทำเพื่อคลายเครียด 3 ลำดับแรก ได้แก่ การพูดคุยกับเพื่อน การใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับครอบครัว
  • กลุ่ม Baby Boomer เลือกที่จะการออกกำลังกาย การสวดมนต์ การพูดคุยกับครอบครัว
  • กลุ่ม Gen X เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับเพื่อน การพูดคุยกับครอบครัว
  • กลุ่ม Gen Y เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับเพื่อน การพูดคุยกับครอบครัว
  • กลุ่ม Gen Z เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย การฟังเพลง การพูดคุยกับครอบครัว

ส่วนกิจกรรมที่กลุ่มคนไฟแรงเลือกใช้คือ การพูดคุยกับครอบครัว การออกกำลังกาย การใช้โซเชียลมีเดีย ดังนั้น หากคุณคิดว่า ตัวเองกำลังทรมานจากความเหนื่อยหน่าย การลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหมดไฟคือการเลือกใช้กิจกรรมที่เหมาะสม และไม่มากจนเกินไป ก็จะมีส่วนช่วยผ่อนคลายความเครียดและเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กลับมามีไฟกันอีกครั้ง

FRESH Strategy กลยุทย์ทางการตลาดช่วยเติมไฟ

กลยุทย์การตลาดที่จะมาช่วยเติมไฟ เพิ่มความสดชื่น สดใจ ลดภาวะหมดไฟ ที่นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ หรือ ผู้ประกอบแต่ละขนาดจะสามารถนำไอเดียไปพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังเผชิญกับความเครียด และเติมพลังไฟให้ได้ คือ FRESH Strategy

F – Fulfill Friend and Family จากผลงานวิจัยพบว่าการพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวมาเป็น 2 อันดับแรก ในมุมมองของนักการตลาด อาจเริ่มจากกิจกรรมที่ใกล้ตัวก่อนเช่นการพูดคุย เพิ่มไอเดียทางธุรกิจจากการสร้างแอปพลิเคชั่นสำหรับการพูดคุยของครอบครัวขึ้นมาโดยเฉพาะให้มากขึ้น หลังจากนั้นพัฒนากิจกรรมที่มีขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น เช่น ร่วมกันทำอาหาร ออกไปท่องเที่ยวกับครอบครัว ดูหนัง หรือแม้กระทั่งกิจกรรมยอดนิยมของวัยรุ่นในปัจจุบัน เช่น การเล่นบอร์ดเกม โดยผู้ผลิตหรือทางร้านอาจออกแบบกิจกรรมให้เน้นรูปแบบของครอบครัวมากขึ้น

R – Recharge your energy ความต้องการอย่างเร่งด่วนของคนหมดไฟ คือ พลังงานที่ช่วยให้กลับมามีพลังได้อีก จากผลการวิจัยในต่างประเทศระบุว่า สัตว์เลี้ยง มีผลช่วยเยียวยาจิตใจของคนที่มีอาการเครียดหรือซึมเศร้าได้

E – Entertain ความบันเทิง เพราะเป็นตัวช่วยที่ง่ายที่สุดที่บรรเทาความเครียดลงได้ และยิ่งในปัจจุบันความบันเทิงมีหลายรูปแบบ ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง โซเชียล มีเดีย ที่หาได้ง่ายๆผ่านสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มต่างๆ แต่ในความธรรมดาเหล่านี้ นักการตลาดควรสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตัวเอง และสร้างความเฉพาะเจาะจงเพื่อให้ตรงกับกลุ่มลูกค้ามากที่สุด

S – Start something new เพราะการต้องติดอยู่กับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบเดิมๆ งานที่หนัก ไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่สามารถออกไปไหนได้เพราะติดพันกับงาน ความคิด หรือสถานการณ์แบบเดิมๆ จนเกิดเป็นความเครียดสะสม ทางออกที่เราสามารถช่วยได้คือ การออกไปยังสถานที่ใหม่ๆ หรือเริ่มต้นทำกิจกรรมที่แปลกแตกต่างออกไปจากเดิม ให้ได้เจอสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ไม่ต้องจมกับเรื่องน่าปวดหัวสักระยะ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นความสงบให้ธรรมชาติมาช่วยบำบัดจิตใจ หรือแบบแอดเวนเจอร์ ที่ไม่เน้นพักผ่อนร่างกาย แต่หัวใจได้ปลดปล่อยอย่างเต็มที่ ใช้ชีวิตให้สุดขีด เพราะการหยุดพักทำให้ไม่ต้องโฟกัสกับปัญหาที่ทำให้เราหมดไฟกับมันอยุ่ แล้วเมื่อเรามองกลับมาอาจค้นพบวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆ ออกมาได้เช่นกัน

H – Heal your health สุดท้ายแล้วปัญหาความเครียดสะสมเป็นปัญหาเรื่องสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลไปต่อสุขจิตและสุขภาพกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชาว Burnout ทุกคนปรารถนาจะมีสุขภาพที่ดี ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้ช่วยพัฒนาให้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือให้เราสุขภาพดีขึ้น อาทิ Chatbot ที่จะช่วยคุยกับคุณเพื่อระบายความเครียด คอยแนะนำเสมือนคนใกล้ตัวให้คุณวางใจได้

เลือกประกันให้ตรงวัย 20-30-40-50 ความคุ้มครองแบบไหนใช่ที่สุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/613537

วันที่ 02 ก.พ. 2563 เวลา 08:08 น.

เลือกประกันให้ตรงวัย 20-30-40-50 ความคุ้มครองแบบไหนใช่ที่สุด

การทำประกัน นับเป็นตัวช่วยในการรับมือปัญหาที่เราอาจต้องเผชิญในทุกช่วงชีวิต มาดูเทคนิคการเลือกทำประกันให้ตรงความต้องการเพื่อความสบายใจยามภัยมากันดีกว่า

ตลอดชีวิตของเรา ในแต่ละช่วงวัยเราต้องเผชิญกับสิ่งที่แตกต่างกัน ปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องเตรียมรับมือกับเรื่องที่ต่างกันออกไป และนี่คือหนึ่งในวิธีการเตรียมตัวที่ดีที่ทุกคนควรรู้

“20” ประกันสะสมทรัพย์ และประกันสุขภาพ

ในช่วงอายุ 20 ปี นับเป็นช่วงเวลาแห่งมีอิสระที่สุด ยังไม่ค่อยมีภาระมากมายนัก และ เริ่มมีกำลังจับจ่ายมากขึ้น พอจะมีเงินซื้อของให้กับตัวเอง หรือพาตัวเองออกไปเที่ยว แต่ในขณะเดียวกันช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่เราต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น และรายได้ที่เข้ามาก็ยังหมายถึงการเริ่มต้นจ่ายภาษีของเรา ในช่วงวัยนี้อาจไม่ห่วงเรื่องการเสียชีวิตมากนัก แต่ห่วงเรื่องความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุมากกว่า

ประกันสะสมทรัพย์ เป็นประกันที่เหมาะกับช่วงผู้ที่ยังไม่ห่วงเรื่องการเสียชีวิต ทั้งยังช่วยให้ผู้ทำประกันมีเงินเก็บอย่างสม่ำเสมอ ยังได้เงินคืนทั้งในตอนมีชีวิต และเสียชีวิต นอกจากนี้ หากความคุ้มครองเกิน 10 ปีขึ้นไป ยังสามารถนำเบี้ยประกันนำมาลดหย่อนภาษีได้

ประกันสุขภาพ เรื่องการเจ็บป่วยและเรื่องอุบัติเหตุก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องป้องกันไว้เช่นกัน คนในช่วงอายุ 20 ปี ก็ควรจะมีประกันสุขภาพไว้เพื่อคุ้มครองเมื่อมีปัญาเรื่องสุขภาพ ประสบอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต ประกันสุขภาพจะสามารถช่วยได้ทั้งในการดูแล และเรื่องค่าใช้จ่าย

“30” ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

ช่วงอายุ 30 เป็นช่วงของการเริ่มต้นสร้างครอบครัว หรือไม่ก็เป็นช่วงของการมีที่อยู่ของตัวเอง คนในช่วงวัยนี้ส่วนมากมีการเติบโตในอาชีพที่ทำระดับหนึ่งแล้ว และมีภาระความรับผิดชอบมากขึ้น ในช่วงวัยนี้เราอาจต้องห่วงเผื่อคนรอบตัวเรามากขึ้น เป็นที่พึ่งพิงของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นที่พึ่งพิงของพ่อแม่ หรือการมีครอบครัวของตัวเอง

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ หรือประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา เป็นตัวช่วยที่สามารถรับประกันความคุ่มครองไปถึงคนรอบตัว และคนที่ต้องพึ่งพิงเราเมื่อเกิดเหตุขึ้นกับตัวเรา

“40” ประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MRTA)

อายุเข้าเลข 4 น่าจะเป็นช่วงที่มีที่อยู่ของตัวเองกันแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงอยู่ในภาระหน้าที่ที่ต้องผ่อนค่าบ้าน ค่ารถ ค่าใช้จ่ายต่างๆ จะผูกอยู่กับตัวเรา และหัวหน้าครอบครัวมากขึ้น ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ผู้หารายได้ให้ครอบครัวต้องกังวลเรื่องของการขาดรายได้มากขึ้น ดังนั้น ประกันสำหรับคนในช่วงอายุนี้ คือสิ่งที่จะต้องช่วยรับประกันว่าแม้จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา บ้านและที่อยู่อาศัยจะยังคงอยู่ ให้ลูก ลูกคนอื่นในครอบครัว

ประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MRTA) จึงเป็นสิ่งที่ควรมี เพื่อเป็นตัวช่วยในการคุ้มครอง และรับประกันว่าแม้อะไรจะเกิดขึ้นกับเรา แต่คนรอบตัวเรายังมีที่อยู่อาศัย

“50” ประกันชีวิตแบบบำนาญ

เข้าสู่ช่วงอายุ 50 เป็นต้นไป ภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัวเราจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ เพราะหากมีลูกในช่วงเวลานี้ลูกก็เริ่มสามารถหารายได้ของตัวเองได้แล้ว และหน้าที่การงานก็น่าจะอยู่ในระดับที่มีรายได้พียงพอต่อการใช้จ่าย สิ่งสำคัญสำหรับช่วงวัยนี้เป็นอย่างยิ่งคือการเตรียมตัวเพื่อวัยเกษียณ ทั้งการเก็บออมเพื่อเตรียมตัวหลังวัยทำงาน และการลงทุนต่างๆเพื่อให้มีรายได้ปันผลกลับมาใช้จ่ายได้ในอนาคต การเตรียมตัวไว้ให้ดีในช่วงวัยนี้คือการช่วยให้เราไม่ต้องเป็นภาระของผู้อื่น และสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเต็มที่

ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้มั่นใจว่าเราจะมีเงินใช้อย่างสม่ำเสมอหลังวัยเกษียณ ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะมีตัวเลือกดูแลตั้งแต่อายุ 55 ปี จนถึง 90 ปีเลยทีเดียว

แน่นอนว่าความเหมาะสมในเรื่องการทำประกันอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และประกันบางตัวก็อาจไม่ต้องรอให้ถึงช่วงอายุนั้น แต่ทำก่อนและอาจได้ความคุ้มครองก่อน ได้เบี้ยประกันทที่ถูกลง เราก็เลือกที่จะทำประกันไว้ก่อนได้ สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณว่าอยากจะมีตัวช่วยให้ความคุ้มครองกับคุณและคนรอบตัวไว้ในเรื่องไหน

ภาพ freepik

จัดการบาลานซ์ทั้ง 6 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/613533

วันที่ 02 ก.พ. 2563 เวลา 06:07 น.

จัดการบาลานซ์ทั้ง 6 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ชีวิตเราล้วนมีองค์ประกอบและปัจจัยต่างๆ แต่สิ่งสำคัญก็คือการบาลานซ์ทุกอย่างให้ลงตัว และต่อไปนี้คือ “สมดุลชีวิต 6 ด้าน” องค์ประกอบสำคัญที่นำมาจัดระเบียบให้ชีวิตดีกว่าที่เคย

Iconic Women Alliance แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้หญิงที่อยากประสบความสำเร็จอย่างมีความสุข เผยสิ่งที่ทำให้สาวๆ มีชีวิตที่สมดุลพร้อมวิธีการนำแต่ละองค์ประกอบมาใช้ในการจัดระเบียบในชีวิต ดังนี้

1.การงานและการเงิน

หลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตไปกับการทำงาน บางคนใช้ชีวิตในที่ทำงานมากกว่าที่บ้านซะอีก ชีวิตในด้านนี้จึงเป็นส่วนสำคัญที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้ วิธีการสร้างสมดุลที่ดีในด้านนี้คือการค้นหาอาชีพที่เรารักและสามารถดูแลชีวิตเราได้อย่างมั่นคง ควรเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทนที่ช่วยดูแลภาระต่างๆที่เรามีได้อย่างครอบคลุม ไม่เดือดร้อนคนรอบข้างและไม่สร้างหนี้ให้ตัวเองในอนาคต นอกจากนั้นควรเช็คด้วยว่างานที่ทำนั้นช่วยให้เราจัดการเวลาในการทำงานให้ไม่เบียดเบียนชีวิตในด้านอื่นๆ ได้หรือไม่

2.สุขภาพและร่างกาย

ประโยคที่ว่า “ความไม่มีโรค คือลาภอันประเสริฐ” มีความหมายชัดเจนถึงสุขภาพของเรา การที่เรามีสุขภาพดีย่อมนำพามาซึ่งความสุขมาให้เราอย่างแน่นอนจริงไหมคะ เราจึงต้องรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ดี จะได้แข็งแรงไม่มีโรคภัยมาแพ้วพาน

3.ความรักและความสัมพันธ์

ความรักในที่นี้ หมายถึงความรักทั้งในรูปแบบครอบครัว พ่อแม่ ลูก คนรัก เพื่อน หรือคนรอบตัว เพราะคงไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวหรอกใช่ไหม เราทุกคนล้วนอยากมีใครสักคนที่อยู่เคียงข้างเรากันทั้งนั้น ดังนั้น อย่าลืมที่จะรักษาความรักและความสัมพันธ์คนใกล้ตัวไว้ให้ดีด้วยนะ

4.สิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่

การกินดีอยู่ดี ได้อยู่ในสถานที่ที่ดีก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรละเลย ไม่จำเป็นต้องหรูหรา ราคาแพง แต่ให้เราอยู่แล้วรู้สึกดีก็พอ ดังนั้น อย่าลืมหาเวลาใส่ใจปรับสิ่งแวดล้อมให้สะอาด เป็นระเบียบ จะได้ทั้งสบายใจและก็สบายกายด้วยยังไงล่ะ

5.จิตใจ หรือจิตวิญญาณ

ในด้านของจิตใจ หรือด้านจิตวิญญาณ เป็นด้านที่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล เป็นการเติมเต็มภายในจิตใจส่วนลึกของตนเองว่าเราทำสิ่งใดแล้วมีความสุข เป็นงานอดิเรก หรือกิจกรรมที่เราชื่นชอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่เราทำแล้ว เติมเต็มจิตใจและทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง

6.สังคม

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ชีวิตเราก็จะมีความสุขไปด้วยดังนั้นนอกจากการดูแลตัวเองแล้วเราจึงควรได้การที่เราได้ช่วยเหลือสังคม หรือการช่วยให้ผู้อื่นด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้ความสามารถที่เรามีในการช่วยเหลือพวกเขา เช่น แบ่งปันความรู้ที่เรามีให้ผู้อื่น หรือจะเป็นการนำสิ่งของที่เราไม่ใช้แล้ว ไปบริจาคให้แก่ผู้ที่ขาดแคลน เป็นต้น

โดยแต่ละบุคคลนั้นจะให้ความสำคัญกับในแต่ละหัวข้อไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความต้องการและเป้าหมายในชีวิต ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญและมุ่งมั่นทุ่มเทไปกับเพียงด้านใดด้านหนึ่งของชีวิตและหลงลืมหรือละเลยด้านอื่นๆ ในชีวิตที่สำคัญมากพอๆ กันไป ยกตัวอย่างเช่น นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจะทุ่มเทและทำงานหนักมากเพื่อที่จะประสบความสำเร็จทางหน้าที่การงานและการเงินแต่ไม่มีเวลาที่จะออกกำลังกายและดูแลสุขภาพตัวเองจนอาจนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ หรือสุขภาพที่ย่ำแย่ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นก็อาจจะสายเกินไปเสียแล้วจริงไหมล่ะ

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะให้ความสำคัญด้านไหนก็ตาม เราก็ต้องไม่หลงลืมดูแลด้านอื่นๆ ในชีวิตไม่ให้เสียสมดุลไปด้วยเพราะทุกด้านล้วนสำคัญกับเราทั้งนั้น หากเสียด้านใดด้านหนึ่งไปก็เหมือนล้อรถยนต์ที่ซี่ล้อรถซี่ใดซี่หนึ่งเกิดหัก บิดเบี้ยว หรือชำรุดเสียหาย ทำให้ไม่สามารถหมุนหรือขับเคลื่อนได้อีกต่อไปได้ยังไงล่ะคะทางที่ดีที่สุด เราจึงต้องดูแลรักษามันให้สมดุลเอาไว้อยู่เสมอเพื่อชีวิตที่ดีของเรา

ภาพ freepik