ตรอกสลักหิน ถิ่นรองเมือง เสน่ห์ที่รอให้ไปสัมผัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/616229

วันที่ 28 ก.พ. 2563 เวลา 17:30 น.

ตรอกสลักหิน ถิ่นรองเมือง เสน่ห์ที่รอให้ไปสัมผัส

เที่ยวฟิน กินอิ่ม ที่ตรอกสลักหิน หนึ่งในแหล่งเที่ยวสุดมีเสน่ห์ที่สายแชะ สายสตรีท สายศิลปะ ต้องอยากไปเยือน

ชุมชนตรอกสลักหิน ย่านรองเมือง ใกล้กับสถานีรถไฟหัวลำโพง พร้อมเปิดประตูชุมชน เชิญชวนนักท่องเที่ยวสายอาร์ท สายฮิป ร่วมกิจกรรม “เที่ยวฟิน กินอิ่ม ที่ตรอกสลักหิน” ทุกวันเสาร์ เพื่อเรียนรู้และสัมผัสวิถีชุมชน พร้อมถ่ายภาพแนวสตรีทอาร์ทสุดเท่ และกิจกรรมประดิษฐ์กระดุมจีน เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชองชุมชน ซึ่งจะมีมัคคุเทศก์เยาวชนจากไฟ-ฟ้า โครงการแห่งการให้ที่ยั่งยืน โดยทีเอ็มบี ร่วมให้ความรู้ และแนะนำชุมชน

กิจกรรม “เที่ยวฟิน กินอิ่ม ที่ตรอกสลักหิน” ในทุกวันเสาร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนชุมชนและสร้างความยั่งยืน โดยนำเสนอเอกลักษณ์วัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมและทำกิจกรรมภายในชุมชน สร้างอาชีพรายได้ และส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ถือเป็นการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

ชุมชนตรอกสลักหิน เป็นชุมชนเล็กที่แฝงตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ย่านรองเมือง แม้ภายนอกถูกโอบล้อมด้วยตึกอาคารพาณิชย์ แต่ภายในเป็นชุมชนที่มีเสน่ห์ ด้วยการผสาน 2 วัฒนธรรมไทยและจีนไว้อย่างลงตัว พร้อมด้วยเรื่องเล่าวิถีชิวิตของผู้คน ผ่านสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่แสดงอยู่ในมุมต่างๆ เป็นสตรีทอาร์ทบนกำแพง ผนัง ประตู และหน้าต่างบ้าน รวมไปถึงศิลปะการประดิษฐ์กระดุมจีน งานฝีมือที่หาชมได้ยาก และเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนตรอกสลักหินแห่งนี้ ซึ่งเป็นชุมชนที่อาสาสมัครทีเอ็มบีเคยได้ช่วยพัฒนาระบบการท่องเที่ยว ฝึกสอนมัคคุเทศก์น้อย และปรับปรุงทัศนียภาพของเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อทำให้เกิดการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน

โดยกิจกรรม “เที่ยวฟิน กินอิ่ม ที่ตรอกสลักหิน” จัดขึ้นทุกวันเสาร์ พร้อมเปิดประตูให้นักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และถ่ายภาพแนวสตรีทอาร์ท ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน โดยมีมัคคุเทศก์เยาวชนอาสาสมัครพานักท่องเที่ยวเข้าชม

เก็บภาพสตรีทอาร์ท ร่องรอยอารยธรรมของไทยกับจีน ที่ถ่ายทอดจินตนาการ วิถีชีวิต อาทิ ภาพปลาคราฟ สัญลักษณ์ของผลกำไรและการทำธุรกิจตามความเชื่อของชาวจีน และภาพเรือสำเภา ที่มาของการเดินทางของบรรพบุรุษ อากง อาม่า จากเมืองจีนที่มายังประเทศไทย และตั้งถิ่นฐานที่ชุมชนตรอกสลักหิน เป็นต้น

ปิดท้ายด้วยการไปสักการะ ศาลเจ้าทีกง ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนตรอกสลักหินที่มีความเก่าแก่กว่า 100 ปี และบูชาแปะกง เจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าไฉ่ซิงเอีย เจียงตีเอีย ที่ประดิษฐานอยู่ พร้อมชมกระถางธูปศักดิ์สิทธิ์อายุ 100 ปี และร่วมกิจกรรม ประดิษฐ์กระดุมจีน สานต่อวัฒนธรรมทรงคุณค่า

ชี้เป้าจุดหมายปลายทางสุดฮิปสำหรับผู้หญิง ไปคนเดียวก็เที่ยวได้! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/615949

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 13:30 น.

ชี้เป้าจุดหมายปลายทางสุดฮิปสำหรับผู้หญิง ไปคนเดียวก็เที่ยวได้!

แนะนำ 3 จุดหมายปลายทางสุดฮิปตั้งแต่เมืองแห่งประวัติศาสตร์อย่างโคลัมโบ ไปจนถึงอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีสของจอร์จทาวน์ เพอร์เฟ็คสำหรับสาวๆ ที่กำลังวางแผนออกสำรวจโลกในสไตล์ของตนเอง

สถิติการท่องเที่ยวในช่วงปีที่ผ่านมา จำนวนผู้หญิงที่ออกเดินทางคนเดียวพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยส่วนมากเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนไปมากนัก กล่าวได้ว่าการเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยรวมถึงการเอาตัวรอดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยไม่มีเพื่อนหรือคนรอบข้างคอยช่วยเหลือ ถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเรารู้สึกมีพลังและความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน การเดินทางคนเดียวยังเปิดโอกาสให้เราสามารถวางแผนการเดินทางโดยไม่ต้องตามใจใครนอกจากตัวเราเอง จึงนับเป็นการปลดปล่อยและให้ความรู้สึกอิสระอย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับมือใหม่ การเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวอาจจะฟังดูน่ากลัวอยู่บ้าง แต่ถ้าเราหาข้อมูล วางแผน และรู้จักระมัดระวังตัวแล้วละก็ การออกเดินทางคนเดียวอาจจะกลายเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราไปตลอดเลยก็ได้ เมื่อกล่าวถึงจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้หญิง ก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกา ในอย่างไรก็ตาม ยังมีจุดหมายปลายทางในเอเชียอีกหลายแห่งที่รอให้สาวๆที่มีใจรักการผจญภัยค้นพบ วันนี้เราได้คัดเลือกจุดหมายปลายทางเก๋ๆ 3 แห่ง ในเอเชียที่เหมาะแก่สาวๆ ที่อยากจะออกไปเปิดประสบการณ์และสัมผัสโลกในสไตล์ของตนเอง

โคลัมโบ และแคนดี้ ศรีลังกา

หลายคนอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจกับการไปเที่ยวศรีลังกาในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นับเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสนับสนุนประเทศอันทรงเสน่ห์อย่างศรีลังกาซึ่งกำลังอยู่ในระยะเวลาแห่งการฟื้นตัว จำนวนคนไปเที่ยวอาจจะลดลง แต่ผู้คนและสถานที่ท่องเที่ยงก็ยังคงมีเสน่ห์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ลองใช้เวลาสองสามวันสำรวจโคลัมโบ เมืองท่า  ทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา พร้อมสัมผัสบรรยากาศสบายๆที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายจากอดีต ผสมผสานกับสีสันอันทรงเสน่ห์ของเมืองสมัยใหม่อย่างกลมกล่อม สำหรับสาวๆที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางอันเงียบสงบ แคนดี้ น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสม แคนดี้เคยเป็นเมืองหลวงของเหล่าราชาในอดีต และนับเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางวัฒธรรมและศาสนาที่สุดของศรีลังกาในปัจจุบัน สาวๆ อาจจะแวะไปเก็บใบชาพร้อมเรียนรู้ศิลปะเกี่ยวกับชาที่ไร่ชา เดินทางไปสักการะองค์พระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว หรือออกสำรวจเทือกเขาอันเขียวชอุ่ม เพื่อสูดอากาศให้เต็มปอดก่อนจะผ่อนลมหายใจ และสัมผัสประสบการณ์อันเป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติและตัวเอง ท่ามกลางเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีขาวนวลตา

ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ห่างจากถนนกอลล์และตัวเมืองเพียง 5 นาทีและ 15 นาทีตามลำดับ ทำให้โอโซ่ โคลัมโบ นับเป็นตัวเลือกด้านที่พักที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะออกสำรวจเมืองโคลัมโบอันเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมอบวิวทะเลแบบสวยๆ แบบพาโนรามาให้แก่ผู้เข้าพักอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจสำรวจเทือกเขาอันเขียวชะอุ่ม ไร่ชา และศิลปะวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเมืองแคนดี้ โอโซ่ แคนดี้ นับเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเพราะมีทำเลที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ณ ใจกลางเมืองแคนดี้ ค้นพบมนต์เสน่ห์ของศรีลังกา ที่โอโซ่ โคลัมโบ และโอโซ่ แคนดี้ ดูห้องพักและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ozohotels

ภูเก็ต ไทย

หากคุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่เหมาะแก่การเดินทางมาเพื่อผ่อนคลายและผจญภัยในเวลาเดียวกัน ภูเก็ตก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว เพราะไม่ว่าคุณจะมองหาวันหยุดริมทะเลที่คุณจะได่เดินทอดน่องบนหาดทรายขาวสะอาด และนั่งชิลล์ที่คาเฟ่ริมหาด หรือวันหยุดสุดมันส์ที่อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมสนุกๆริมทะเลทั้งในช่วงกลางวันและยามค่ำคืน   ภูเก็ตสามารถตอบได้ทั้งสองโจทย์ เริ่มจากการออกสำรวจหาดทรายและท้องทะเลอันงดงามทางฝั่งตะวันตกของเกาะ ที่ซึ่งเวลาดูจะเคลื่อนช้าและพระอาทิตย์ส่องแสงตลอดวัน ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการข้ามไปยังฝั่งตะวันออกของเกาะเพื่อสำรวจคาเฟ่เก๋ๆ และบาร์ฮิปๆ ที่คนท้องถื่นชื่นชอบ การเดินทางในภูเก็ตนับว่าง่ายกว่าที่คิด คุณสามารถกระโดดขึ้นตุ๊กตุ๊กหรือเรียกแท๊กซี่เพื่อเดินทางไปไหนมาไหนได้โดยสะดวก หรือแม้แต่เช่ามอเตอร์ไซค์พร้อมหมวกกันน็อคแล้วออกสำรวจเกาะด้วยตนเอง

หาดกะตะเป็นหนึ่งในหาดของที่สวยที่สุดของภูเก็ต ที่รอให้คุณมาเที่ยวและตกหลุมรัก นอกจากความงดงามของแสงแดด ท้องทะเล และหาดทรายขาวละเอียดแล้ว การท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองกะตะก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าค้นหา เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้เติมเต็มช่วงเวลาของวันหยุดพักผ่อนอันแสนประทับใจ ด้วยสถานที่ตั้งซึ่งอยู่บนถนนสายหลักใจกลางกะตะ ทำให้โอโซ่ ภูเก็ต นับเป็นตัวเลือกด้านที่พักอันเหมาะสมสำหรับการออกสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะภูเก็ต ดูห้องพักและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ozohotels

ปีนัง มาเลเซีย

ปีนังนับว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนสีสันสดใส สตรีทฟู้ดแสนอร่อย เส้นทางเดินชมธรรมชาติอันเขียวขจี และหาดทรายสีทอง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ปีนังได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งดินแดนภาคตะวันออก” หากพูดถึงจอร์จทาวน์ เมืองหลวงของเกาะปีนัง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก หลายคนคงจะนึกถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามที่หลงเหลือมาจากยุคการปกครองของอังกฤษ ร้านค้าโบราณและวัดเก่าแก่ รวมไปถึงแกลลอรี่เก๋ๆ และคาเฟ่สมัยใหม่  อย่าลืมแวะชิมอาหารยอดนิยมของเมือง อาทิ อัสสัม ลักซา และฉ่าก๋วยเตี๋ยว จากรถขายอาหารริมถนน ก่อนจะเดินย่อยอาหารด้วยการออกสำรวจจิตรกรรมฝาผนังอันเลื่องชื่อ ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบก็ทำได้ง่ายๆ แค่กระโดดขึ้นรถบัสออกจากตัวเมืองมาไม่นาน คุณก็สามารถเลือกได้ว่าอยากจะไปเดินทอดน่องริมทะเล เยี่ยมชมสวนเครื่องเทศเขตร้อน หรือชมวิวอันงดงามบนปีนังฮิลล์

เดินเตร็ตเตร่ไปตามถนนอันทรงเสน่ห์ของปีนัง เพลิดเพลินไปกับการสำรวจสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน สตรีทอาร์ตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา คาเฟ่เก๋ๆ และรถขายอาหารที่ส่งกลิ่นหอมหวลชวนกิน โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2563 พร้อมต้อนรับนักเดินทางที่ชาญฉลาดและชอบออกแบบการเดินทางด้วยตนเอง ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ติดกับเขตพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ส่งผลให้แขกผู้เข้าพักสามารถเดินสำรวจสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ อาคารบ้านเรือนอันมีสีสันสดใส และสตรีทฟู้ดชื่อดังของจอร์จทาวน์ได้โดยสะดวก บนชั้น 22 ของโรงแรมจะเป็นที่ตั้งของสกาย ล็อบบี้ ที่ซึ่งแขกสามารถมาใช้เวลาผ่อนคลาย ระหว่างชมวิวทิวทัศน์อันงดงาม พร้อมศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจอร์จทาวน์ในมุมสูงจากสกายล็อบบี้ที่สูงที่สุดในปีนัง ติดต่อข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ozohotels

พระนคร on the Move ก้าวย่างบนเส้นทางอย่างตะวันตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/615726

วันที่ 24 ก.พ. 2563 เวลา 15:58 น.

พระนคร on the Move ก้าวย่างบนเส้นทางอย่างตะวันตก

เรียนรู้อดีตของศูนย์กลางความเจริญช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสังคมจารีตสู่โลกสมัยใหม่แบบตะวันตก ผ่าน 7 โซนนิทรรศการ “พระนคร on the Move: สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” นิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่จากมิวเซียมสยาม

ปลุกกระแสพื้นที่ย่าน “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” เรียนรู้อดีตของศูนย์กลางความเจริญของกรุงเทพฯ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสังคมจารีต สู่โลกสมัยใหม่แบบตะวันตก มิวเซียมสยาม ชวนชมนิทรรศการหมุนเวียนชุด พระนคร on the Move: “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” ก้าวย่างบนเส้นทางอย่างตะวันตก นิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่จาก มิวเซียมสยาม ที่พาทุกคนไปรู้จักกับย่าน “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” ที่ในอดีต ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น “ศูนย์กลาง” แห่งใหม่ของพระนคร ในช่วงที่อาณาจักรสยามต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามจากโลกตะวันตก พื้นที่แห่งนี้จึงเปรียบเหมือนสถานบ่มเพาะการปรับตัวสู่โลกสมัยใหม่ ให้สยามอยู่รอดและผสานรอยต่อ พร้อมเข้าสู่สังคมตะวันตกอย่างเต็มตัวเช่นในปัจจุบัน โดยนิทรรศการดังกล่าวมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ในวันนี้-1 มีนาคม 2563 ณ อาคารอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ

ในช่วงเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา รถไฟฟ้ามหานคร (MRT) ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนรถไฟใต้ดินได้เปิดให้บริการในส่วนต่อขยายของสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ซึ่งเริ่มจากสถานีหัวลำโพง เข้ามายังพื้นที่เมืองเก่า โดยมีสถานีที่ให้บริการในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ 2 สถานี คือ สถานีสามยอด และสถานีสนามไชย ซึ่งสถานีสามยอด ก็เป็นอีกสถานีหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในย่านเมืองเก่าเช่นกัน โดยมักเรียกบริเวณนั้นโดยรวมว่าย่าน “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” ถือเป็นย่านการค้าสำคัญในอดีต เป็นศูนย์กลางความเจริญของกรุงเทพฯ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสังคมจารีต สู่โลกสมัยใหม่แบบตะวันตก

“ย่าน “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” นี้ เริ่มมีบทบาทมาตั้งแต่สมัย ร.4 ที่ ทรงให้ตัดถนนเจริญกรุงขึ้นมา เกิดการก่อสร้างสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่และผังเมืองที่ขยายตัวอย่างมาก นิทรรศการ “พระนคร on the Move”: “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” ก้าวย่างบนเส้นทางอย่างตะวันตก จึงเป็นการคลี่ให้เห็นความรุ่งเรืองหลากหลายของชุมชนเก่าแห่งหนึ่งในพระนคร ที่ปัจจุบันอาจจะโรยราไปด้วยความเจริญย้ายออกไปยังถิ่นอื่น แต่นับจากสถานีรถไฟฟ้ามาเยือน ความเปลี่ยนแปลงในย่านนี้ จะเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ปลุกย่านการค้าเก่าให้คนไทยหวนคิดถึงกัน”

ภายในนิทรรศการชุดนี้แบ่งออกเป็น 7 โซนด้วยกันประกอบด้วย

โซนที่ 1 มีอะไรในแผนที่ บอกเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของย่านการค้าแห่งนี้ นับตั้งแต่ถนนเจริญกรุงตัดขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ความเปลี่ยนแปลงของเมืองบางกอกที่เชื่อมโยงถนนสายต่าง ๆ เชื่อมผู้คนจากต่างถิ่นให้เข้ามาหากัน ผ่านเทคนิคการ Mapping

โซนที่ 2 ช่างฝรั่ง กับวังสยาม โซนที่จะพาผู้ชมไปรู้จักกับ “ช่างฝรั่ง” นายโจอาคิม แกรซี เบื้องหลังงานออกแบบของสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างในย่านนี้ ที่พลิกพระนครให้เป็นฝรั่งได้ด้วยสายตา

โซนที่ 3 ช่างฝรั่ง โรงชักรูป การเข้ามาของช่างชักรูปชาวต่างชาติ ที่หมุนเวียนกันเข้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ก่อให้เกิดกระแสของการบันทึกภาพของชนชั้นนำชาวสยามและการถือกำเนิดขึ้นของสตูดิโอชักภาพในตำนานห้างโรเบิร์ต เลนซ์

โซนที่ 4 หมอยาฝรั่ง ห้างบีกริม บอกเล่าเรื่องราวของห้างสุดโอ่อ่า ที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมย่านประตูสามยอด ภายใต้การดูแลหมอยาฝรั่ง นายอดอล์ฟ ลิงค์ ได้นำพาสินค้านานาชนิดมาสู่พระนคร พร้อมการเกิดขึ้นของ “ร้านขายยาสยาม” และต้นกำเนิดของย่านขายเครื่องจักร, กล้อง และปืน

โซนที่ 5 ห้างสรรพสินค้า พ่อค้านานาชาติ จุดเริ่มต้นของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้น ราวปลายรัชกาลที่ 6 คือ ช่วงเวลาเดียวกันของกระแส “เห่อของนอก” จากการหลั่งไหลเข้ามาของสินค้านานาชาติทั้งจีน, ฝรั่ง, แขกมุสลิมดาวูดี โบห์รา และแขกสิกข์ขายผ้า เข้ามาขายในพระนครจนติดอกติดใจชาวสยาม

โซนที่ 6 มหรสพฝรั่ง โรงหนังนำสมัย เรื่องราวของรูปแบบความบันเทิงจากตะวันตก ที่เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของชาวพระนคร ให้เรียนรู้เรื่องฝรั่ง และความเป็นไปของโลกผ่านภาพยนตร์

โซนที่ 7 ก้าวย่างอย่าง “สามยอด” การมาถึงของรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) กับเรื่องราวบทต่อไปของย่านนี้ กับความเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้ง “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด”

โดยความพิเศษของนิทรรศการชุดนี้ นอกจากผู้เข้าชมจะได้เพลิดเพลินกับนิทรรศการแล้ว ยังสามารถร่วมกิจกรรมพิเศษในชื่อกิจกรรม “พระนคร On Foot” คู่มือท่องย่านชุดพิเศษที่ชวนผู้ชมร่วมก้าวย่างบนเส้นทางการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้า กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) จากสถานี “สนามไชย” เดินทางสู่สถานี “สามยอด”ท่องย่าน “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” ที่ให้ผู้ชมได้ได้ แชะ ชิม ช้อป พร้อมสร้างประสบการณ์จริงผ่าน 34 จุด และ 36 Hashtag แบ่งปันประสบการณ์กันต่อบนโลกออนไลน์ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างไม่รู้จบ ซึ่งผู้ชมทุกท่านที่ได้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแผนที่ “พระนคร On Foot” หลังจากชมนิทรรศการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับนิทรรศการ “พระนคร on the Move”: “สามยอด-วังบูรพา-พาหุรัด” ก้าวย่างบนเส้นทางอย่างตะวันตก เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ วันนี้ ถึง 1 มีนาคม 2563 วันอังคาร – วันอาทิตย์ (พิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการวันจันทร์) เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษา ที่มีความประสงค์จะนำนักเรียน นักศึกษาเข้าชมนิทรรศการ เป็นหมู่คณะสามารถทำหนังสือแสดงความจำนงขอเข้าใช้บริการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 หรือ www.MuseumSiam.org และ www.facebook.com/MuseumSiamFan

OMG! ร้านนี้ Feel Good No Guilt อร่อยสุขภาพดีเริ่มต้นที่ 0 kcal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/615344

วันที่ 20 ก.พ. 2563 เวลา 08:30 น.

OMG! ร้านนี้ Feel Good No Guilt อร่อยสุขภาพดีเริ่มต้นที่ 0 kcal

OH MY GOODNESS! คาเฟ่สีส้มจุดรวมพลคนเฮลท์ตี้ ชิมเมนูโลว์แคลอรีที่อร่อย! ไม่อ้วน! สูตรลับเฉพาะจากการคิดค้นโดย Food Scientist รู้ได้ทันที…แก้วนี้กี่ kcal

จะดื่มกินแต่ละทียังห่วงเรื่องแคลอรีแถมรู้สึกผิด เพราะกลัวอ้วน กลัวเบาหวาน ทรมานใช่มั้ยล่ะ!! ตอนนี้เลิกคิดคำนวณแล้วชวนเพื่อนที่กำลังไดเอทมาเอ็นจอยอีทติ้งกันแบบจัดหนักได้แล้ว ที่ร้าน OH MY GOODNESS! (OMG BKK) คาเฟ่สีส้มที่อุดมด้วยขนมหวาน เครื่องดื่ม และอาหาร ในร้านที่เกิดมาจากคนรักสุขภาพ เพื่อคนที่ห่วงใยในสุขภาพโดยเฉพาะ

ร้านนี้เริ่มต้นจากการเป็นร้านอาหารคลีนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก่อนผันตัวเข้าสู่วงการเครื่องดื่ม เอาใจวัยรุ่น คนทำงาน และสาวออฟฟิศที่คิดอยากกินของอร่อยแต่กลัวอ้วน ด้วยการคิดคำนวณสูตรเครื่องดื่ม ของหวาน ที่กินแล้วดีต่อใจ ให้ความอร่อยมาก ทว่าให้พลังงานต่ำ เพื่อทุกคำที่กินแล้วไม่รู้สึกผิด ซึ่งเป็นคีย์หลักของ OH MY GOODNESS! ที่สำคัญคือต้องมาจากวัตถุดิบชั้นดีผสานกรรมวิธีที่เหมาะสม ทุกเมนูของร้านนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากหลักความรู้ด้านโภชนาการ โดย Food Scientist ผู้มีประสบการณ์พร้อมบอกปริมาณแคลอรีที่ได้รับมาให้เสร็จสรรพ

ความลับของร้านนี้คือความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี อาทิ มัทฉะที่ส่งตรงจากเมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โกโก้จากเบลเยียม บวกเทคนิคการ Blend ให้ออกมาเป็นเครื่องดื่มรสเข้มข้นแต่ยังคงให้แคลอรีที่น้อยกว่าปกติ ส่วนความหวานที่ใช้มาจากไซรัปสูตรลับเฉพาะที่คิดค้นขึ้นเองจากหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งที่เป็น Food Scientist ซึ่งได้รับการรับรองว่าปลอดภัยและให้พลังงาน 0 kcal ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในกระแสเลือด อีกทั้งยังผ่านการรับรอง FDA ระดับสากล โดยส่วนประกอบหลักของความหวาน OMG! Syrup มาจาก Erythritol เกรดพรีเมียมนำเข้าจากยุโรป ให้ความหวานและรสชาติที่อร่อยเหมือนน้ำตาล แต่ไม่ทิ้ง After Taste หลังทานเหมือนกับหญ้าหวาน

ส่วนเมนูเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ ชานมไข่มุก หอมหวานกลมกล่อมจากนมโลว์แฟต ท็อปปิ้งด้วยบุกโลว์แคลอรีจากบุกชั้นดีที่นำเข้าจากไต้หวัน ที่แปลกตาและอยากให้ลองคือ ไข่มุก Brown Caviar เจ้าคาเวียร์เม็ดเล็กใสเหมือนวุ้น ทำจาก Brown Sugar ผสมกับผง Alginate (สาหร่าย) ผ่านกรรมวิธีสุดครีเอทด้วย Dropper ที่บรรจงหยดมาทีละเม็ด เสร็จแล้วพักไว้ในตู้เย็น 1 วันเพื่อให้ได้ที่ สัมผัสเวลาเคี้ยวหนุบหนับกำลังพอดี มีรสหวานจากบราวน์ชูการ์ไซรัปต้นตำรับ OMG!

เมนูขายดียกให้ Shizuoka Matcha Cappu (40 kcal) มัทฉะแท้รสเข้มจากเมืองชิซึโอกะ Yuzu Espresso Sparkling Soda (50 kcal) กาแฟเอสเปรสโซ่ซาบซ่าด้วยสปาร์กลิ้งโซดา เพิ่มมิติด้วยความเปรี้ยวหวานของส้มยูสุ Sweet Orang Cocoa (150 kcal) Fresh Yuzu Thai Tea (30 kcal) OMG! Signature Cocoa (90 kcal) Black Cocoa (80 kcal) Yuzu Sparkling Soda (30 kcal) และ Bubble Gum Soda (0 kcal!!)

ยังมี Brunch & Bowl อย่าง Acai Nutty Bowl และ  Acai Fruity Berry Bowl อาซาอิโบลว์ขุมพลังงานรสชาติอร่อย อัดแน่นด้วยซูเปอร์ฟู้ด กินแล้วสดชื่น อยู่ท้อง

ปิดท้ายกันที่ Classy Cpoissant ครัวซองต์กรอบนอกนุ่มในทำจากแป้งออร์แกนิกและเนยสดแท้ 100% บ่มด้วยยีสธรรมชาติ ไม่ใช้สารเติมแต่ง ไม่มีส่วนผสมของ Transfat กินแล้วปลอดภัยต่อสุขภาพ แถมยังให้ความอร่อยแบบไม่อ้วน

ตามไปสัมผัสความอร่อยที่ดีต่อใจ กันได้ที่ร้าน OH MY GOODNESS! สาขาซอยอารีย์ 1 ร้านเปิดทุกวัน วันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 07.00–20.00 น. วันเสาร์–วันอาทิตย์ เวลา 08.00–20.00 น. โทร : 092-929-5616 หรือไปกันได้ที่สาขา B2S เซ็นทรัลพระราม 9 และสาขา B2S เซ็นทรัลลาดพร้าว มีบริการจัดส่งผ่านแอพลิเคชั่น ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : OMG BKK

The Allium Bangkok จัด Lunch Set Menu หรูหราในราคาเอื้อมถึง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/615245

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 10:30 น.

The Allium Bangkok จัด Lunch Set Menu หรูหราในราคาเอื้อมถึง

เอร็ดอร่อยมื้อกลางวันกับเซ็ตเมนูใหม่ในสไตล์ฝรั่งเศส ที่ห้องอาหาร The Allium Bangkok เสน่ห์การปรุงอาหารในนิยามใหม่ของเชฟสาวมากประสบการณ์ ‘ร็อกแซนน์ แลงจ์’

ได้เห็นกับตาแล้วจะรู้ว่าความงดงามที่ถูกรังสรรค์มาในจานช่วยเพิ่มอรรถรสให้มื้ออาหารมากแค่ไหน ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ มีโอกาสมาละเมียดละไมในการชิมอาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ ที่ห้องอาหาร The Allium Bangkok (ดิ อัลเลียม แบงค็อก) ภายในโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

The Allium Bangkok ถูกตกแต่งในโทนแดง-ขาวราวกับมีมนต์ขลัง รายรอบด้วยผนังกระจกใสที่ให้ความรู้สึกสุดหรูหรา เหมาะกับการเจรจาพูดคุยธุรกิจ หรือชวนคนรู้ใจคนใกล้ชิดมาเนรมิตมื้ออาหารสุดแสนประทับใจไปด้วยกัน พร้อมนำเสนออาหารชั้นสูงจากฝั่งตะวันตกในรูปแบบร่วมสมัย ด้วยความรักและความใส่ใจของเชฟร็อกแซนน์ แลงจ์ เชฟสาวสัญชาติเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในเชฟระดับหัวหน้าที่อายุน้อยที่สุดในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ส่วนด้านวัตถุดิบที่ใช้ในห้องอาหารนี้จะถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ผสานกับผลิตผลเกษตรอินทรีย์และพืชในสวนสมุนไพรที่ปลูกไว้ใช้เองภายในโรงแรม

ด้วยบรรยากาศและความพิเศษของอาหาร ทำให้หลายคนต่างเข้าใจไปว่า The Allium Bangkok สนนราคาค่าอาหารสูงติดเพดาน แต่เชื่อไหมถ้าเราจะบอกว่าอาหารฝรั่งเศสที่รังสรรค์มาจากวัตถุดิบชั้นเลิศนี้มาในราคาสุดคุ้มเพียง 650 บาท++ เท่านั้น สำหรับ 2 คอร์ส และราคา 750 บาท++ สำหรับ 3 คอร์ส

ทางด้านเมนู Lunch Set ครั้งนี้ มีให้เลือกลิ้มรสกันหลายอย่าง เริ่มที่ Starter สุดเฮลทตี้อย่าง Cucumber, Celery & Cucumber Broth สลัดแตงกวากับผักขึ้นฉ่าย เสิร์ฟมาพร้อมบร็อธแตงกวา Thai Mud Crab & Cucumber สลัดปูทะเลกินคู่สปาเก็ตตี้แตงกวาและคาเวียร์สาเก ตามด้วย Chiang Mai Tomato Salad สลัดมะเขือเทศเชียงใหม่ เมนูที่สร้างความตื่นตาโดยการเนรมิตมะเขือเทศให้ออกมาในหลากหลายรูปแบบ มาพร้อมกับไอศกรีมมะเขือเทศ เรียกว่าเป็นเมนูสุดอร่อยแถมสีสันสดใส ดีต่อใจเป็นที่สุด ไม่หมดเท่านี้ ยังมีเมนูปลาแซลมอนหมักพร้อมบร็อธเฟนเนล และซุปฟักทอง ให้เลือกตามชอบ

ต่อด้วยเมนูจานหลักอย่าง Seabass Truffle & Cepes Sauce ปลากะพงนึ่งเสิร์ฟพร้อมทรัฟเฟิลและซอสเห็ด Red Snapper, Sun Choke & Chorizo ปลากะพงแดงนึ่งพร้อมแก่นตะวัน ราดด้วยซอสเนยไวน์ขาว เมนูนี้กรุ่นกลิ่นหอมแถมรสชาติสุดกลมกล่อม ต่อด้วย Tomato Risotto Fresh Tomato Parmesan Crisp รีซอตโตมะเขือเทศ พลาดไม่ได้กับ Australian Lamp Rack ซี่โครงแกะออสเตรเลียย่าง เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งพูเร หน่อไม้ฝรั่ง และซอสจูส  ปิดท้ายด้วยเนื้อสันนอกดรายเอจย่าง และซูวีดซี่โครงเนื้อวากิวโคราช เสิร์ฟพร้อมแครอทและซอสจูส นอกจากนี้ ยังสามารถอัพความอร่อยเพิ่มด้วย Sides อย่างมันฝรั่งพูเร และน้ำมันทรัฟเฟิล หน่อไม้ฝรั่งย่าง หรือสลัดคูสคูส ซูเปอร์ฟู้ดสุดอร่อย

ตบท้ายมื้อกลางวันด้วยของหวานอย่าง Milk & Organic Honey & Hazelnut ไอศกรีมนมและน้ำผึ้งออแกนิกโรยด้วยเฮเซลนัท Pineapple Granite สดชื่นกับสัปปะรดเกล็ดหิมะ สัปปะรดเชื่อม และไลม์พอทสิท พร้อมโฟมนมนุ่มๆ ฟินๆ หรือจะลองเป็น Calamansi from our garden with Madagascan Vanilla  มูสส้มและไอศกรีมวานิลลามาดากัสการ์ ที่มาพร้อมกับเลมอนเคิร์ด ก็อร่อยไม่แพ้กัน

ตามไปลองลิ้มชิมรสอาหารมื้อกลางวันสุดประทับใจกันได้ที่ ห้องอาหาร The Allium Bangkok (ดิ อัลเลียม แบงค็อก) ภายในโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ มื้อกลางวัน เวลา 12:00-14:30 น. ส่วนมื้อค่ำ The Allium Bangkok ให้บริการเวลา 18:00-22:30 น.

สอบถามโทร. 02 650 8800  เว็บไซต์ www.theatheneehotel.com และ theluxurycollection.com/theatheneehotel

Bake Brothers กาแฟดี เบเกอรีโดน ในคาเฟ่สุดอบอุ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614326

วันที่ 16 ก.พ. 2563 เวลา 09:35 น.

Bake Brothers กาแฟดี เบเกอรีโดน ในคาเฟ่สุดอบอุ่น

เพราะเชื่อว่าขนมอบรสอร่อยทำสดใหม่ กับเครื่องดื่มดีๆ เป็นของคู่กัน นี่แหละสวรรค์ของคาเฟ่เลิฟเวอร์ @Bake Brothers ร้านที่อบอุ่นที่สุดย่านอโศก

Bake Brothers คาเฟ่ขวัญใจคนเมืองที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มาเช็กอินร้านนี้ที่เดียวก็ได้กินครบทั้งคาว หวาน อาหารทานง่าย เครื่องดื่มตัวเลือกเยอะ กาแฟดี เบเกอรีอร่อย แถมมาบ่อยๆ ก็ได้เพราะบรรยากาศดีแสนดี มีที่นั่งสบาย ที่ชาร์จก็พร้อม และที่สำคัญคือราคามิตรภาพ

  • Recommended Menu

Pizza Bread พิซซ่าชิ้นพอเหมาะอบใหม่ๆ เสริฟ์ร้อนๆ ชีสเยิ้มๆ กับ Double cheese (100 บาท) ฟินกับแซลมอนใน Smoke salmon (125 บาท) ขวัญใจเด็กๆ ต้อง Chicken sausage (100 บาท) พิซซ่าหน้าไส้กรอกไก่ สาวเล็กสาวใหญ่ถูกใจ Spinach & cheese (100 บาท) พิซซ่าหน้าผักโขมและชีส นอกจากนี้ยังมี พิซซ่าหน้าเห็ด และฮาวายเอี้ยน ให้เลือกอร่อยกันอีก

เอาใจคนรักเส้นด้วยเมนูทานง่ายอย่าง spaghetti และ macaroni เริ่มที่ cream sauce with chicken ham spaghetti (135 บาท) สปาเก็ตตี้ครีมซอสแฮมไก่แสนละมุน ตามด้วย Tomato sauce with chicken spaghetti (135 บาท) สปาเก็ตตี้ไก่ในซอสมะเขือเทศเข้มข้น และ chicken macaroni (135 บาท) มักกะโรนีไก่โรยหน้ายั่วใจด้วยชีส

  • Signature Drink

Iced Baked Brothers (90 บาท) กาแฟเย็นเข้มข้นสูตรเฉพาะ เพิ่มนมและฟองนมหอมนุ่ม ผสานเอสเปรสโซช็อตรสเข้ม หอมนมสุดกลมกล่อม ต่อที่เมนูร้อน green tea latte (85 บาท) กรีนทีเข้มข้น หอมกลิ่นมัทฉะ รสหวานมันกำลังดี มีหน้าน้องหมีสุดน่ารัก  Hot chocolate และ mocha  เพิ่มความสดชื่นด้วย mango juicy blended (105 บาท) Yuzu cold brew coffee (118 บาท) และ coconut cold brew coffee (118 บาท)

  • Sweet Dishes

ถึงคิวของโปรดกับโหมดเบเกอรีขนมอบใหม่ทุกวัน มีทั้งพัฟฟ์นุ่มๆ พายสุดอร่อย ครัวซองต์ตำรับฝรั่งเศสสอดไส้ช็อกโกแลตชั้นดี หอมเนยสดแท้ อบจนแป้งกรอบนอกนุ่มใน โรลล์ แซนด์วิช เดนิชหลากหลายไส้ และมัฟฟินชื่อดังของทางร้าน ที่แป้งนุ่มฟู เนื้อรสอร่อยเข้มข้นจนอยากให้ทุกคนไปลอง

มองหาคาเฟ่เสิร์ฟคาวหวานครบรส บริการดี Free Wifi แวะมาได้ที่ร้าน Bake Brothers สาขา Terminal 21 ชั้น 5 โซน San Francisco ร้านเปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ติดตามโปรโมชั่นและเมนูใหม่ พร้อมทั้งสาขาของร้านได้ที่ www.facebook.com/bakebrothers

ชี้เป้า 5 สิ่งน่าสนใจใน LHONG 1919 ART FAIR 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614946

วันที่ 16 ก.พ. 2563 เวลา 08:20 น.

ชี้เป้า 5 สิ่งน่าสนใจใน LHONG 1919 ART FAIR 2020

เดินทอดน่องเสพงานศิลป์ให้เต็มอิ่มที่ LHONG 1919 ชม ART FAIR เทศกาลแสดงผลงานศิลปะและงานดีไซน์หลากหลายรูปแบบ

ฉลองเดือนแห่งความรักเตรียมเสพศิลป์ให้เต็มอิ่ม สำหรับใครที่เป็นนักสะสมศิลปะตัวยงต้องไม่พลาดมางาน LHONG 1919 ART FAIR 2020 เทศกาลแสดงผลงานศิลปะและงานดีไซน์หลากหลายรูปแบบ ภายใน ล้ง 1919 ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน แหล่งศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอายุกว่า 170 ปี ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก! โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ศิลปินและนักออกแบบได้มีพื้นที่แสดงผลงาน กลายเป็นจุดหมายปลายทางศูนย์รวมแสดงผลงานของคนรักศิลปะ ยกระดับวงการศิลปะในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีความสามารถด้านศิลปะมีพื้นที่แสดงผลงานต่อสาธารณชน ซึ่งจะมีถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้

งานนี้เลยไม่พลาดที่จะนำ 5 สิ่งน่าสนใจ ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาดมาฝากกัน

1.เนรมิตทุกพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์รวมแสดงผลงานของคนรักศิลปะ    

นอกจาก “ล้ง 1919” จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสถานที่สุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยา ของนักท่องเที่ยวที่จะต้องมาเชคอินแวะมาขอพรเสริมความเฮง ยังมีความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมจีนแบบโบราณให้คนที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์ ศิลปะ ได้มาศึกษาเรียนรู้กัน แถมยังมีมุมสวยๆ มากมายให้ได้ถ่ายรูปกันแล้ว

คุณเปี๊ยะ-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหาร ล้ง 1919 ที่มีความชื่นชอบและรักในผลงานศิลปะ จึงจัดงาน “LHONG 1919 ART FAIR 2020” (ล้ง 1919 อาร์ตแฟร์ 2020) ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ศิลปินและนักออกแบบได้มีพื้นที่แสดงผลงาน และยังให้คนที่มีความชื่นชอบในผลงานศิลปะได้มาพบปะพูดคุยกัน

2.รวบรวมผลงานศิลปินหลากหลายแขนงมาไว้ในที่เดียว

มางาน “LHONG 1919 ART FAIR 2020” (ล้ง 1919 อาร์ตแฟร์ 2020) ที่เดียวไม่มีผิดหวัง เพราะนอกจากจะได้ดื่มด่ำชมผลงานศิลปะของศิลปินนักศึกษาหลากหลายแขนง ที่ “คุณบี -สุชาย พรศิริกุล” อาร์ต ออแกไนซ์เซอร์ ได้คัดเลือกนำผลงานเด็ดๆ มาให้ชมกันแล้ว

ยังได้ชมนิทรรศการศิลปะอีกหลากหลายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “LHONG 1919 ART FAIR 2020” (ล้ง 1919 อาร์ตแฟร์ 2020) ในครั้งนี้ด้วย เช่น นิทรรศการ  Love @First Sight รักแรกพบ ห้วงเวลาแห่งความรักของคนรักศิลปะ การตีความที่แตกต่างผ่านการถ่ายทอดผลงานแสดงมุมมองแตกต่างกันไป, Art Exhibition Yuyuan art and antique บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต เรื่องราวประทับใจ ผ่านการแสดงผลงานด้วยเทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้, ภาพสีน้ำมัน โดยทั้ง 2 นิทรรศการนี้จะจัดแสดงให้แฟนๆ ได้ชมผลงานตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2563

3.ดื่มด่ำโลกแห่งศิลป์สุดฮิปกับ สุวิทย์ มาประจวบ Young Thai Artist ประจำปี 2547

ศิลปินมากฝีมือ ดีกรีเหรียญทอง(ประติมากรรม)จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 52และยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยม Young Thai Artist ประจำปี 2547 ที่จะนำผลงานมาร่วมจัดแสดงในครั้งนี้ อาทิ “SURVIVORS” ศิลปะถังน้ำมัน ที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมรูปทรงของสัตว์เล็กๆ ตามชายฝั่งทะเลจากเศษของถังบรรจุภัณฑ์ทางเคมี สีสันต่างๆ จากการมองเห็นการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล กระตุ้นเตือนให้เห็นถึงภาวะของการปรับตัวของสัตว์ตามชายฝั่งทะเล เพื่อเป็นสื่อสะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์มีส่วนในการส่งผลกระทบถึงสิ่งแวดล้อมรวมถึงโลกทั้งใบ

4.ช้อปงานฝีมือศิลปะส่งเสริมศิลปินไทย

ภายในงานมีจำหน่ายสินค้าสินค้างานแฮนด์เมด งานศิลปะ ให้แฟนๆ ได้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ นอกจากนี้แฟนๆ ก็ยังสามารถเลือกช้อปสินค้าแฮนด์เมดที่ “Yuyuan Art Gallery” ได้อีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากจะได้ชื่นชมผลงานศิลปะ เลือกซื้องานฝีมือที่ถูกใจกลับบ้านแล้ว คุณยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินไทยให้พัฒนาต่อไปอีกด้วย

5.อิ่มอร่อยจุใจกับคาราวานฟู้ดทรัครสเลิศ

พบกับคาราวานฟู้ดทรัคที่คัดสรรความอร่อย พร้อมเสิร์ฟร้านเด็ดให้ทุกคนได้ชิมกันในงาน  “LHONG 1919 ART FAIR 2020” (ล้ง 1919 อาร์ตแฟร์ 2020)

วันนี้ล็อกคิวไปงาน “LHONG 1919 ART FAIR 2020” เทศกาลแสดงผลงานศิลปะและงานดีไซน์หลากหลายรูปแบบ จุดหมายปลายทางศูนย์รวมแสดงผลงานของคนรักศิลปะ ได้ที่ LHONG 1919 ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/lhong1919

ไทยเบรค เฟสติวัล ชูประสบการณ์เทศกาลดนตรีสไตล์บูทีค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614905

วันที่ 15 ก.พ. 2563 เวลา 15:38 น.

 ไทยเบรค เฟสติวัล ชูประสบการณ์เทศกาลดนตรีสไตล์บูทีค

เทศกาล ไทยเบรค เฟสติวัล กลับมาเป็นครั้งที่สาม พร้อมชูประสบการณ์เทศกาลดนตรีสไตล์บูทีค โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ผู้จัดงาน ไทยเบรค เฟสติวัล (Thaibreak Festival) และ Partysan ทีมงานจัดทริป “Thaibreak” จากประเทศเยอรมันนี เปิดตัว “สิงห์มิวสิค พรีเซ้นท์ ไทยเบรค เฟสติวัล 2020” (Singha Music Presents Thaibreak Festival 2020) ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19-23 มีนาคมนี้ ที่เกาะหมาก จังหวัดตราด โดยความสนับสนุนจาก”สิงห์” สามารถหาซื้อบัตรเข้างานและที่พักได้ทาง https://megatix.in.th/events/thaibreak-festival-2020 ในราคา 3,900 บาท (บัตรทั่วไป) สำหรับการเข้าร่วมงานเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน สำหรับผู้ที่สนใจแพ็คเกจที่รวมค่าเดินทางด้วย สามารถหาซื้อได้ที่ https://thaibreak-festival.com/ โดยแพ็คเกจราคาเริ่มต้นที่ 5,800 บาท

เทศกาลดนตรี ไทยเบรค เฟสติวัล นับเป็นเทศกาลให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์อันมีเอกลักษณ์และควรค่าแก่การจดจำอย่างแท้จริงที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของทีมผู้จัดที่มีความรักให้แก่ตนเอง และมีจุดมุ่งหมายในการทำงานร่วมกันเพื่อผสมผสานดนตรีอิเลกทรอนิกส์ สถานที่จัดงานที่ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด วัฒนธรรมท้องถิ่นของเกาะหมากและประเทศไทย และผู้ร่วมงานที่เดินทางมาจากทั่วโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหลงไหลคลั่งไคล้ในไลฟ์สไตล์แบบบูทีค เข้าด้วยกัน หลักจากการเปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคมปี 2018 เทศกาลดนตรี ไทยเบรค เฟสติวัล กลับมาอีกเป็นครั้งที่ 3 โดยยังคงคอนเซ็ปต์ที่เน้นมอบประสบการณ์เทศกาลสไตล์บูทีคที่มีขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี เทศกาล Thaibreak จะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน รองรับผู้ร่วมงานทั้งหมด 600 ชีวิตเท่านั้น

โดยงานนี้จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างแขกทั่วไปที่มาร่วมงานจากประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง กับผู้ร่วมงานจำนวนร้อยชีวิตจากยุโรป อาทิ เยอรมันนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี และโปแลนด์ ซึ่งร่วมเดินทางมากับทริป “Thaibreak” ซึ่งเป็นกิจกรรมการรวมกลุ่มกันเพื่อเดินทางมายังประเทศไทยเป็นเวลาทั้งหมด 14 วันเพื่อพบกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอันมีเสน่ห์ และผสมผสานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกันในช่วงเวลา 4 วันของ ไทยเบรค เฟสติวัล ทริปนี้เริ่มจากประสบการณ์สุดพิเศษทั้งล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา งานกิจกรรมปาร์ตี้บนดาดฟ้าและมุ่งตรงไปยังเกาะหมากต่อ ทริป “Thaibreak” จัดขึ้นเพื่อนำนักเดินทางจากยุโรปมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนับเป็นปีที่ 22 แล้ว! เทศกาลดนตรี ไทยเบรค เฟสติวัล ถือเป็นเทศกาลที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นดนตรีอิเลกทรอนิกส์, ปาร์ตี้เรือและชายหาด, ทริปเดินทางไปยังเกาะต่างๆ, กีฬา, ทรีทเมนต์นวดผ่อนคลาย และอาหารที่นำเสนอโดยผู้ขายท้องถิ่น ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงความรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทุกองค์ประกอบซึ่งทุกปัจจัยตรงกันกับทิศทางของเป้าหมายของสิงห์ มิวสิค

ทีมผู้จัดประกาศรายชื่อศิลปินจากต่างประเทศที่จะมามอบเสียงเพลงคุณภาพในสไตล์เฮาส์และเทคโน โดยศิลปินเหล่านี้นับเป็นศิลปินแถวหน้าที่มักจะขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ซึ่งมีผู้ชมหลายพันคน แต่สำหรับผู้ที่เดินทางมาร่วมงานเทศกาล Thaibreak จะได้สัมผัสประสบการณ์ดนตรีจากศิลปินชื่อดังในบรรยากาศใกล้ชิด เป็นกันเองสุดๆ อาทิ Oliver Koletzki, Felix Kröcher, Township Rebellion, Tobi Neumann. Niko Schwind, Marco Resmann, Hidden Empire, Annett Gapstream, Sam Shure, Domenic D’agnelli, Meat, Chris Di Perri, และ Christian Prommer

นอกจากนี้ ทีมผู้จัดยังเชิญศิลปินจากท้องถิ่น ซึ่งล้วนแต่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันวงการดนตรีอิเลกทรอนิกส์นอกกระแสในประเทศไทย มาร่วมงานด้วย อาทิ Chamapoo, DOTT, IYY, Jirus, Junesis, Koish, Marmosets, และ Superstar Panda โดย Superstar Panda ยังรับหน้าที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการร่วมมือกันระหว่างศิลปินต่างชาติและศิลปินท้องถิ่นอีกด้วย

กิจกรรมภายใต้ชื่อ “Thaibreak” ได้กลายเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ผู้คนตั้งตารอคอยมากที่สุดสำหรับกิจกรรมบนเกาะ ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการดนตรีอีกด้วย ซึ่งงานครบรอบครั้งที่ 20 ของเทศกาลเมื่อปี 2018 ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานของเกาะหมากและผู้คนด้วยความเคารพ เพื่อให้เกาะยังคงอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด รวมถึงการมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขณะที่เกาะหมากได้ถูกนำไปไว้บนแผนที่ระดับสากลในขณะเดียวกัน

Sakura Spring Afternoon Tea จากแรงบันดาลใจในช่วงฤดูกาลดอกซากุระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614763

วันที่ 15 ก.พ. 2563 เวลา 13:05 น.

Sakura Spring Afternoon Tea จากแรงบันดาลใจในช่วงฤดูกาลดอกซากุระ

Sakura Spring Afternoon Tea ชุดน้ำชายามบ่ายต้อนรับฤดูซากุระผลิบาน ที่ห้องอาหาร เคิร์ฟ 55 โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ

ทีมเบเกอรี่ที่โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ ได้แรงบันดาลใจจากช่วงฤดูกาลที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งทั่วประเทศญี่ปุ่นซึ่งกำลังจะมาถึงนี้ ในการรังสรรค์ชุดน้ำชายามบ่ายที่สีสันสวยงาม มีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย ในธีม Sakura Spring Afternoon Tea เสิร์ฟคุณที่ห้องอาหาร เคิร์ฟ 55 บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม

ชุดน้ำชายามบ่าย Sakura Spring Afternoon Tea ประกอบด้วย ของคาว 3 ชนิด และของหวาน 5 ชนิด ชนิดละ 2 ชิ้น โดยของคาว ได้แก่ มินิเบอร์เกอร์ไก่เทอริยากิ (Mini teriyaki chicken burger), โรลปูยักษ์สไปซี่ (Spicy king crab roll) และ สลัดแตงโมและกุ้ง (Compressed watermelon and prawn salad)

ส่วนของหวาน ได้แก่ ขนมหวานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมรูปทรงดอกซากุระ (Wagashi Sakura), โคนสตรอเบอร์รี่มูส (Strawberry mousse in cone), ขนมมองต์บลังก์ซากุระ (Sakura Mont Blanc), โมจิซากุระ (Sakura mochi), มาการองกุหลาบ (Roses macaron) และ สตรอเบอร์รี่สโคน พร้อมครีมและแยมสตรอเบอร์รี่ (Freshly baked strawberry scones slathered with cream and strawberry jam) ซึ่งเสิร์ฟมาในบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม เหมาะสำหรับการพบปะสังสรรค์ในช่วงบ่ายของวัน

ชุดน้ำชายามบ่าย Sakura Spring Afternoon Tea ราคาชุดละ 1,090++ บาท รวมชาหรือกาแฟ หรือจะเลือกแบบรวม สปาร์กลิ้งไวน์หรือสปาร์กกลิ้งค็อกเทล 2 แก้วแทน (เลือกได้ระหว่าง โพรเซ็กโก้ Cuvee Stella จากอิตาลี หรือเบลลินี หรือมิโมซา) ในราคา 1,290++ บาท

มาเพลิดเพลินกับชุดน้ำชายามบ่าย Sakura Spring Afternoon Tea ได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึง 31 พฤษภาคม 2563ระหว่างเวลา 12.00-17.00 น. สมาชิกบัตร วัน ฮาร์โมนี รับส่วนลด 10% (สนใจเป็นสมาชิกบัตร สมัครได้ฟรีที่ห้องอาหาร)

โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ ณ 27 สุขุมวิท ซอย 55 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ สามารถเดินไปกลับได้อย่างสะดวกรวดเร็วเพียงไม่กี่นาที สอบถามข้อมูลเพิ่มหรือสำรองที่นั่ง ที่ โทร 02-080-2111, อีเมล asst.admin.fb@nikkobangkok.com

ELLE CAFE เบลนด์ความเป็นไทยลงในดีเอ็นเอฝรั่งเศส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614684

วันที่ 14 ก.พ. 2563 เวลา 07:00 น.

ELLE CAFE เบลนด์ความเป็นไทยลงในดีเอ็นเอฝรั่งเศส

โพสต์ทูเดย์ ชวนสัมผัสเสน่ห์กลิ่นอายความเป็นไทยในดีเอ็นเอฝรั่งเศส ที่ ELLE CAFE @ไอคอนสยาม โมเดิร์นไลฟ์สไตล์คาเฟ่สุดมินิมอลจากนิตยสารแฟชั่นชื่อดังระดับโลก

รีวิวครั้งนี้เป็นอีกร้านดีๆ ที่ทำให้หลายคนรู้สึกอิจฉาคนฝั่งธนฯ ขึ้นมา เพราะนอกจากจะมีแหล่งช้อปปิ้งที่เป็นแลนด์มาร์คริมแม่น้ำเจ้าพระยา อย่าง ICONSIAM แล้ว ในสถานที่แห่งนี้ยังมีร้าน ELLE CAFE ไลฟ์สไตล์คาเฟ่สุดเก๋ของนิตยสารแฟชั่นชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศส

ร้าน ELLE CAFE เปิดสาขาแรกและสาขาเดียวในประเทศไทยราวปลายปี 2018 มองจากหน้าร้านสัมผัสถึงความโมเดิร์นหรูหราทันสมัยด้วย DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ ELLE คุมโทนร้านด้วยสีเทาอ่อน บรรยากาศด้านในสอดแทรกความเป็นไทยด้วยศิลปะงานจักสานทั้งเก้าอี้ โคมไฟ และผนังต่างบรรจงสรรค์สร้างให้เข้ากับ Mood and Tone นับเป็นโมเดิร์นไลฟ์สไตล์และคาเฟ่ที่บรรจบกันอย่างลงตัว

ทางด้านเมนูความอร่อยทางร้านใส่ใจในสุขภาพผู้บริโภค ทุกเมนูจึงถูกสร้างขึ้นมาจากแพชชั่นและความรัก ด้วยแนวคิดที่ว่า “…สุขภาพที่ดีและความงามนั้นเป็นสิ่งคู่กันที่ไม่สามารถแยกขาดจากกันได้ และการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเปรียบเป็นการมอบความสุขให้แก่ชีวิต…” 

Recommended Menu

French Onion Gratinee Soup และ White Truffle Bisque Soup ซุปเห็ดทรัฟเฟิลเพสต์แท้และครีมสดเนื้อเนียนนุ่ม รสชาติกลมกล่อมหอมมัน เสิร์ฟพร้อมขนมปังกรอบ

Avocado Quinoa Jewel Salad ตอบโจทย์สาวๆ ด้วยสลัดจานโตปรุงรสชาติด้วยซอสบัลซามิกรีดักชัน และฮันนีดิจองมัสตาร์ดวินิแกรต ได้รสหวานอมเปรี้ยว ขาดไม่ได้กับอะโวคาโดฮัมมุสเนื้อละมุนสกู๊ปโต พร้อมด้วยซูเปอร์ฟู้ดอย่างคีนัวสีสันสดใส ดีต่อใจดีต่อสุขภาพ

Burger Duck Confit Special เมนูเบอร์เกอร์เป็ดตุ๋นตำหรับฝรั่งเศสที่ใช้เทคนิคเฉพาะและต้องทำต่อเนื่องนานถึง 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้เท็กซ์เจอร์เนื้อเป็ดที่นุ่มชุ่มฉ่ำ กรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศและสมุนไพร ได้ใจตรงชีสที่ไหลเยิ้ม เพิ่มเติมความฟินเมื่อกินคู่กับมันฝรั่งที่มาคู่กัน ยังมี Cheese and Truffle Fries มันฝรั่งแท่งทอดกรอบกับความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ White Truffle โรย Finest quality parmesan cheese รสเข้มข้นและเบคอนกรุบกรอบ ต่อด้วย Crisp & crunch rosemary wings

Spaghetti Bacon Chilli Gralic สปาเก็ตตี้เบคอนผัดพริกแห้ง ฟิวชั่นเมนูฝรั่งคู่ไทย กินเมื่อไหร่ก็อร่อย Portobello Mushroom Confit & White Truffle Penne อีกเมนูโปรดของหลายๆ คน ต่อที่  Ham & Cheese Quesadilla พิซซ่าแป้ง tortilla กับรสสัมผัสที่คุ้นเคยอย่าง ham & cheese โรยหน้าด้วย Parmagiano reggiano และเพิ่ม texture ด้วย Shredded ham

Signature Drink

ELLE Coffee Every day, Every time. เริ่มต้นวันดีๆ ด้วยกาแฟโรบัสต้าผสมกาแฟอราบิก้าแท้

Iced Yuzu Esso กาแฟเอสเพรสโซ่สูตรพรีเมี่ยมเพิ่มความเปรี้ยวหวานหอมด้วยส้มยูซุส่งตรงจากญี่ปุ่น เรียกความสดชื่นมีชีวิตชีวาได้เป็นอย่างดี และ Sparkling Tomyum หนึ่งเดียวในไทยกับเครื่องดื่มน้ำผสมไม้ที่มีกลิ่นหอมๆ ของเครื่องต้มยำ เมนูสร้างชื่อให้อาหารไทยดังไปทั่วโลก รสหวานเปรี้ยวซ่าหอมกลิ่นสมุนไพรไทยที่คุ้นเคย ทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด พริกแดง

อยากลองชิมเมนูฟิวชั่นในร้านที่มีครบครันทุกด้านทั้ง Healthy / Beauty / Innovative / Delicious แบบนี้มากันได้ที่ร้าน ELLE Café ชั้น 4 Siam Takashimaya, ICONSIAM ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแจ่เวลา 10.00-22.00 น.

LINE : @ellecafe

Facebook : ellecafethailand

Instagram : ellecafethailand

Tel. 02 288 0725