รวม 10 ร้านของหวานบรรยากาศอบอุ่นไว้ชวนคนที่คุณรัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614686

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 11:30 น.

รวม 10 ร้านของหวานบรรยากาศอบอุ่นไว้ชวนคนที่คุณรัก

กุมภาฯ ไม่สนใจ แต่กุมมือใครแล้วหรือยัง? รวม 10 ร้านขนมบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในอ้อมกอดตลอดเวลา รีบพาแฟนมาหวาน พร้อมรับส่วนลดตลอดเดือนกุมภาพันธ์ และพบกับสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ อีกมากมาย “ซิตี้แบงก์”

กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก ไม่ว่ามองไปทางไหนบรรยากาศก็อบอวลเต็มไปด้วยความรัก ไม่ว่าจะรักแบบคู่รัก รักแบบเพื่อน รักแบบพี่น้อง รักครอบครัว หรือรักตัวเอง ไม่ว่าจะรักแบบไหน เชื่อว่าทุกคนก็ต่างต้องการความหวานเพื่อมาเติมเต็มหัวใจด้วยกันทั้งนั้น แน่นอนว่าเป็นเดือนแห่งความรักทั้งที ซิตี้แบงก์ ก็ไม่พลาด ที่จะพาทุกคนไปเติมความหวานให้ใจเต็มอิ่มกับ 10 ร้านขนมชื่อดัง ตลอดเดือนแห่งความรักนี้ จะมีร้านไหนให้ไปเช็คอินบ้างนั้น ไปชมกันเลย

เริ่มต้นที่ใครอยากจะพาคนที่เรารักไปจิบชา ทานขนม ต้องไม่พลาดกับร้าน Twinings Tea Boutique ร้านชาชื่อดังที่อิมพอร์ตตรงจากประเทศอังกฤษ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่สายดื่มชาต้องไม่พลาด สามารถพาคนที่รักไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษวัฒนธรรมการดื่มชาตามแบบฉบับของชาวอังกฤษ ด้วยเครื่องดื่มพิเศษที่ผ่านการคัดสรร และปรุงด้วยความพิถีพิถัน รวมถึงเบเกอรี่และอาหารว่างเลิศรสที่จะสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน โดยร้านตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Divana ForRest Cafe คาเฟ่ที่มาในธีมธรรมชาติ ท่ามกลางแมกไม้ นานาพันธุ์ พร้อมลิ้มรสอาหารไทยง่ายๆ สไตล์ลักซ์ชัวรี เพิ่มเติมลูกเล่นเข้าไปในอาหารให้มีความน่าสนใจ และน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่คอนเซ็ปต์มีความชัดเจน หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ อิ่มทั้งท้อง และยังอิ่มเอมกับความผ่อนคลายของบรรยากาศภายในร้านที่ต้องมาลองสักครั้ง โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Divana Signature Café คาเฟ่ที่ยกสวนดอกไม้นานาชนิดมาวางไว้กลางห้าง ที่รอต้อนรับลูกค้าให้ได้เข้ามาสัมผัสกลิ่นธรรมชาติและดอกไม้ ไปพร้อมการลิ้มรสเมนูอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่แสนอร่อย อีกทั้งแปลกใหม่ไม่เหมือนใครเพราะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน อีกทั้งสามารถเดินดูผลิตภัณฑ์สปาที่มีให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่าหากใครต้องการพาคนที่รักไปสัมผัสบรรยากาศอันแสนอบอุ่นต้องแวะเวียนไป โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงด้าน Crepes อย่างร้าน Crepes & Co โดยร้านนี้เป็นการผสมผสานอาหารจากหลากหลายสัญชาติ แน่นอนว่าเมนูของร้านเด่น คือเมนู Crepe ทั้งคาวและหวาน รวมถึงอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบ เป็นอีกร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะพาคนที่เรารักไปรับประทาน เพราะมีทั้งมุมโซฟาให้เลือกนั่งสบาย ๆ อีกทั้งมุมข้างนอกให้เลือกนั่งในช่วงเย็นๆ สัมผัสความร่มรื่นของต้นไม้รอบร้าน ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการทานอาหารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยมีสาขาหลังสวน และทองหล่อ ให้คุณพาคนที่รักไปเติมความหวานได้ตามสะดวก

Chu Chocolate Bar & Cafe ร้านที่เต็มไปด้วยอาหาร และขนมอร่อย ๆ รวมถึงเครื่องดื่มสุดฟินมากมาย ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะที่จะพาคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว ไปนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มให้เพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณตึก Exchange Tower อโศกนั่นเอง

อีกหนึ่งร้านอาหารและเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสในตำนานอย่างร้าน Paul ที่พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนได้พาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติ อาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ที่ผ่านการคัดสรรและนำเข้าวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันจากประเทศฝรั่งเศส ไปพร้อมกับเสน่ห์ของความคลาสสิกภายใต้บรรยากาศร้านที่ดูหรูหรา

Bar Storia Del Caffe คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความลงตัวทั้งสถานที่ รสชาติอาหาร รวมถึงสไตล์การตกแต่งที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศคลาสสิกแบบยุโรป หากใครชื่นชอบคาเฟ่สไตล์นี้ต้องไม่พลาด โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งด้านในและด้านนอก ในส่วนของเมนูก็มีทั้งอาคารคาวหวาน รวมถึงเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยที่รอต้อนรับผู้มาเยือนให้ไปลิ้มลองทั้งที่สาขาอารีย์ เพลินจิต และสุขุมวิท 57

IHOP Mega Bangna ร้านอาหารที่เสิร์ฟแพนเค้กชื่อดังจากอเมริกา โดยร้านนี้ตกแต่งในบรรยากาศแบบแคลิฟอร์เนีย ที่ให้ความรู้สึกสดใสของแสงอาทิตย์และชายหาด สามารถไปพาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติทั้งอาหารคาวหวาน และเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยได้

ร้าน Soft bee สาขาเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 เป็นร้าน soft ice cream สัญชาติเกาหลี แต่ไม่ได้ขายแค่ไอศกรีมเท่านั้น ยังมีขนมหวานยอดฮิตอย่างบิงซูหลากหลายรสชาติ รวมถึงเครื่องดื่มมากมายที่รอต้อนรับ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะจะพาคนที่เรารักไปเติมความหวานกันให้เต็มอิ่มหัวใจแถมยังอิ่มท้องอีกด้วย

Kad Kokoa (กาด โกโก้) คาเฟ่ที่คนรักโกโก้หรือช็อกโกแลตไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยร้านนี้ทุกคนจะได้ดื่มด่ำไปกับเมนูขนมหวาน เครื่องดื่มมากมาย ที่ใช้ส่วนผสมจากเมล็ดโกโก้ที่ปลูกในเมืองไทย ที่สำคัญทุกคนยังจะได้เห็นขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลตและจำหน่ายช็อกโกแลตแท่งที่ทำสดๆ ภายในร้านนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าหากใครเป็นสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ต้องไปลอง โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณซอยนราธิวาสฯ 17

และพิเศษกว่าใครสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ สามารถรับสิทธิพิเศษ อาทิ ส่วนลดค่าอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม หรือแลกรับขนม เครื่องดื่ม ฟรี ฯลฯ เป็นต้นได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ยังพบกับสิทธิประโยชน์พิเศษอื่น ๆ อีกมากมายที่คัดสรรเพื่อลูกค้าทุกคน โดยสามารถดูรายละเอียดได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “ซิตี้ โมบายล์ แอปพลิเคชัน” (Citi Mobile® Application) หรือที่ www.citibank.co.th

‘เสน่ห์ชวนชม’ เที่ยวโคราชดูชวนชมสายพันธุ์หายาก ราคาหลักล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614562

วันที่ 12 ก.พ. 2563 เวลา 09:35 น.

'เสน่ห์ชวนชม' เที่ยวโคราชดูชวนชมสายพันธุ์หายาก ราคาหลักล้าน

คนรักชวนชมไม่ควรพลาด เซ็นทรัลโคราชจัดงาน “เสน่ห์ชวนชม” โชว์ต้นชวนชม 10 สายพันธุ์เก่าแก่ที่มีมูลค่า พร้อมด้วยกิจกรรมการประกวดต้นชวนชมครั้งยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน ชิงรางวัลรวมกว่า 230,000 บาท เริ่มแล้ววันนี้-16 ก.พ.นี้

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ร่วมกับ ชมรมคนรักษ์ชวนชมเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา ชวนเที่ยวชมงาน “เสน่ห์ชวนชม” พบกับการจัดแสดงต้นชวนชม 10 สายพันธุ์หายาก ชวนชมสายพันธุ์เก่าแก่ของโคราช และชวนชมขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักล้านบาท สนุกสนานกับกิจกรรมประกวดต้นชวนชมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 230,000 บาท นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนเกษตรกรเลือกซื้อต้นชวนชมพันธุ์หายากไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป รวมถึงพันธุ์ไม้ชนิดอื่นๆ พร้อมอุปกรณ์การปลูกในราคาพิเศษมากมาย

สำหรับต้นชวนชม 10 สายพันธุ์หายากที่จะนำมาจัดแสดงภายในงาน “เสน่ห์ชวนชม” ได้แก่

ดอกไม้แห่งตำนาน ยักษ์บ้านวัด (เพชรเมืองคง) เป็นไม้สายพันธุ์ เมล็ดนำเข้าจากประเทศตะวันออกกลาง มาพัฒนาสายพันธุ์ที่อำเภอคง กิ่งก้านแข็งแรงตั้ง ใบใหญ่เรียวเป็นขน ผิวดอกเป็นสีเขียวนวล

สายพันธุ์เพชรหน้าวัง เป็นไม้สายพันธุ์ นำเข้าเมล็ดจากประเทศตะวันออกกลาง มาพัฒนาสายพันธุ์ที่อำเภอคง  กิ่งก้านสีผิวจะเป็นสีเทาอมดำ เป็นไม้ดอกสีชมพู ใบขน

สายพันธุ์เพชรสุดา เป็นไม้สายพันธุ์ ลูกผสมพัฒนาสายพันธุ์ที่อำเภอคง เป็นลูกของเพชรอีสาน  โขดใหญ่อ้วน กิ่งล่ำกระชับ มีดอกกระจายทั่วต้น

สายพันธุ์เพชรบ้านนา เป็นไม้สายพันธุ์ นำเข้าเมล็ดจากตะวันออกกลาง นำมาพัฒนาสายพันธุ์ที่อำเภอบ้านนา ให้ดอกดกสีชมพูอ่อน เมื่อดอกตูม ปลายดอกตูมจะมีเกสรแล่บออกมา ใบจะเรียวยาว

สายพันธุ์พลายแก้ว เป็นไม้สายพันธุ์ ลูกผสมระหว่างเพชรบ้านนา โตโคโซทรานั่ม เป็นไม้ทรงต้นกิ่งจะห้อย ออกดอกสีชมพูอ่อน

สายพันธุ์ราชินีเพาะเมล็ด เป็นไม้สายพันธุ์ กำเนิดที่อำเภอคง เป็นลูกของราชินีกิ่งตอน เป็นไม้ที่มีโขดและกิ่งก้านแตกแขนงเยอะ และออกดอกดก

สายพันธุ์ราชินีกิ่งตอน เป็นไม้สายพันธุ์ จากราชินีดั่งเดิม ต้นแม่จาก อำเภอคง ให้ดอกดกมาก กิ่งเยอะ และ แตกแขนงรายละเอียดเยอะ เป็นไม้ที่นำเมล็ดเข้ามาจากตะวันออกกลาง

สายพันธุ์ราชินีม่วงหิมะ เป็นไม้สายพันธุ์ ที่จดทะเบียนพันธุ์พืชจากกระทรวงเกษตร พัฒนามาจากราชินีพันดอก และ อาลาบิคัมดอกสีขาว ผสมออกมาเป็นไม้ใบมัน ดอกเป็นสีม่วงขาว

สายพันธุ์เพชรหน้าวังเตี้ย เป็นไม้ที่พัฒนามาจาก เพชรหน้าวัง กำเนิดในอำเภอคง เป็นสายพันธุ์ที่มีจุดเด่น กิ่งและโขดจะกระชับ โขดใหญ่ เตี้ย ล่ำ ดอกดก

สายพันธุ์เพชรอีสาน เป็นไม้ลูกผสมที่พัฒนามาจาก 3 สายพันธุ์ อาลาบิคัม  ต้นกำเนิดมาจาดเมืองคง ให้ลูกเป็นทั้งใบมัน และ ใบผล โขดเด่น อ้วน ล่ำ ดอกดก ออกดอกตามกิ่งก้านและปลายกิ่ง

ตามไปดูความงดงามของต้นชวนชมได้แล้ว งานเริ่มวันนี้-16 กุมภาพันธ์ 2563 บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา

Ways to love (ME) คนสำคัญที่คุณต้องบอกรักคือ ‘ตัวเอง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614391

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 19:05 น.

Ways to love (ME) คนสำคัญที่คุณต้องบอกรักคือ 'ตัวเอง'

“สามย่านมิตรทาวน์” จัดงานเอาใจคนโสด วาเลนไทน์แบบรักตัวเอง ฟังเรื่องรักจากกูรูแห่งยุค สนุกกับมินิคอนเสิร์ตศิลปินดัง 12-18 ก.พ.นี้

เทศกาลวาเลนไทน์นี้ “สามย่านมิตรทาวน์” ชวนมาบอกรักตัวเองกับงาน “Ways to love(ME)” งานวาเลนไทน์ที่จะทำให้ค้นพบเส้นทางที่จะเติมเต็มความรักให้แก่ตัวเองได้มากกว่าที่เคย ภายในงานคับคั่งไปด้วยศิลปิน ดารา ดีเจ และกูรูความรักต่าง ๆ มากมาย อาทิ ดีเจพี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล, “เอก” สุดเขต จึงเจริญ นักร้องนำวง Season Five, นักร้องหนุ่มหล่อ “รุจ” ศุภรุจ เตชะตานนท์ ที่จะมาร่วมแชร์มุมมองในเรื่องของความรัก และการรักตัวเองอย่างไรให้มีความสุข ตลอดการจัดงานทั้ง 7 วัน ระหว่างวันที่ 12 – 18 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเปิดตัว Mr. Me มาสคอตอ้วนกลมสีขาวสุดน่ารักที่มาพร้อมน้อง Mr. Me สีทอง ตัวน้อยที่จะมาเป็นสื่อกลางของการบอกรักตัวเอง ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ภายในงานสนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ต พบกับศิลปินที่จะมาให้ความบันเทิงในงาน ตลอดทั้ง 7 วัน ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ดังนี้

พุธที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 – 17.45 น. พบกับเซเลบริตี้ทอล์ค โดยกูรูความรักคนดัง ดีเจอ้อย นภาพร และเวลา 19.15 – 20.00 น. สนุกกับมินิคอนเสิร์ตจากวง Playground

ศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.15 – 19.00 น. พบกับเซเลบริตี้ทอล์ค โดย “เอก” สุดเขต จึงเจริญ นักร้องนำวง Season Five และ 19.15 – 20.00 น. มินิคอนเสิร์ตจากวง Season Five

เสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 18.15 – 20.00 น. พบกับเซเลบริตี้ทอล์ค และมินิคอนเสิร์ต จากนักร้องหนุ่มจากเวทีเดอะสตาร์ “รุจ” ศุภรุจ เตชะตานนท์

วันที่ 13, 15, 17 และ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00 – 20.00 น. สนุกกับมินิคอนเสิร์ต กับหนุ่ม ๆ วง Scarlett

นอกจากนี้ในงาน “Ways to love(ME)” ยังอบอวลไปด้วยบรรยากาศของความรัก ที่มาพร้อมสินค้า และบริการต่างๆ มากมายมายให้คนโสด และไม่โสดได้มาบอกรักตัวเองด้วยการช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ที่บัตรพักโรงแรมราคาพิเศษ แพ็คเกจทัวร์ราคาพิเศษ อุปกรณ์การเดินทางท่องเที่ยวราคาพิเศษ ร้านจำหน่ายต้นไม้มงคลราคาพิเศษ ตลอดจนร้านขนมแสนอร่อยที่พร้อมใจกันมามอบความสุขระหว่างวันที่ 12-18 กุมภาพันธ์นี้ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G หน้าร้านสตาร์บัคส์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

พักผ่อนสุดสบายในสไตล์ส่วนตัว กับเอ็กซ์ตร้าลักชัวรี่ใจกลางกรุง @Rosewood Bangkok Hotel #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614449

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 15:46 น.

พักผ่อนสุดสบายในสไตล์ส่วนตัว กับเอ็กซ์ตร้าลักชัวรี่ใจกลางกรุง @Rosewood Bangkok Hotel

วาเลนไทน์ปีนี้ ใครที่กำลังมองหาห้องพักสุดหรูหรามาเติมเต็มช่วงเวลาแสนพิเศษแบบเป็นส่วนตัว แถมการเดินทางสะดวกใจกลางกรุงเทพมหานคร ขอแนะนำ Rosewood Bangkok Hotel

หากความสะดวกสบายในใจกลางกรุงต้องแลกมากับความคับแคบ หรือต้องแลกมากับคุณภาพที่ลดลงไป นั่นไม่ใช่นิยามของ Rosewood โรงแรมระดับเอ็กซ์ตร้าลักชัวรี่เปิดใหม่ ที่มาพร้อมกับการเดินทางแสนสะดวกด้วยบีทีเอสเพลินจิตเชื่อมต่อสกายวอร์คเข้าโรงแรมได้เลย

“A SENSE OF BANGKOK” นิยามที่ Rosewood Bangkok ได้ให้กับเรา ไม่ว่าโรงแรมจะไปตั้งที่ไหน ก็จะดึงกลิ่นอายเฉพาะตัวของที่นั่นออกมา ผนวกกับการออกแบบ เพื่อสะท้อนวัฒนธรรม ตั้งแต่ภายนอกตึกจนถึงภายในตึก ไม่ว่าจะเป็นตึกรูปร่างพนมมือ และตกแต่งภายในที่เน้นงานศิลปะลงรายละเอียดตั้งแต่ทางเดิน ผนังที่บางจุดไม่ใช่แค่วอลเปเปอร์แต่เป็นภาพวาดงานฝีมือจากศิลปินชื่อดังทั้งผนัง รายละเอียดลงไปถึงของตกแต่งที่แต่ละห้องจะแตกต่างกันออกไป ให้เข้ากับบรรยากาศของห้องนั้นๆ

ห้องพักแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Rooms, Suites และ Houses ในส่วนของ Rooms จะไล่ตั้งแต่ Deluxe Room ขนาด 42 ตารางเมตร ไปจนถึงระดับ Two-Bedroom ขนาด 92 ตารางเมตร ระดับ Suites จะมีตั้งแต่แบบ Manor Suite ขนาด 79 เมตร ไปถึง Rosewood Suite ขนาด 88 ตารางเมตร และสุดท้าย Houses ที่มีให้เลือก 3 แบบนั้นก็คือ Nara House ขนาดห้อง 189 ตารางเมตร Thara House ขนาด 208 ตารางเมตร และ Bannakarn Housse ขนาดใหญ่ 291 ตารางเมตร โดยทุกห้องจะตกแต่งแตกต่างกันออกไปตามสไตล์และรายละเอียดของตกแต่งของแต่ละห้อง พร้อมเห็นวิวถนนเส้นสุขุมวิทและรถไฟฟ้า ให้ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ส่วนตัว หรูหรา และสงบท่ามกลางการอยู่ใจกลางเมือง

ทางด้านห้องอาหารประกอบไปด้วยห้องอาหาร LAKORN EUROPEAN BRASSERIE อยู่บนชั้น 7 ของโรงแรม พร้อมเสิร์ฟมื้อเช้าในแบบสไตล์ยุโรปด้วยบรรยากาศหรูหราอบอุ่น มีที่นั่งเอาท์ดอรอให้ชมวิวของกรุงเทพมหานคร ตกแต่งให้สมกับชื่อว่าละครด้วยการดึงเอกลักษณ์ของนางรำทั้งลวดลายและเครื่องแต่งกาย เปิด 2 ช่วงเวลา 06:30 โมงเช้า จนถึง10:30 โมงเช้า และช่วงเวลาจิบน้ำชายามบ่าย Afternoon Tea เวลาบ่าย 2 โมงครึ่ง จนถึง 5 โมงเย็น

ห้องอาหารถัดไปขอแนะนำ NAN BEI ตั้งอยู่บนชั้น 19 คำว่า นาน เบ่ย แปลว่า เหนือและใต้ในภาษาจีน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นไชนีส แบ่งออกเป็นฝั่ง ด้านของหนุ่มเลี้ยงวัวของตกแต่งทุกชิ้นจะได้แรงบันดาลใจมากจากเกวียนล้อลาก ส่วนฝั่งของสาวทอผ้าได้แรงบันดาลใจมาจากที่ทอผ้า แบ่งแยกด้วยดวงดาวที่คั่นกลางระหว่างชายหญิงคู่นี้ตามเรื่องเล่า ห้องอาหารจะเสิร์ฟอาหารจีนดั้งเดิม เปิดให้เข้าในช่วงมื้อเที่ยง ตั้งแต่ 11:30 น. จนถึง 14:30 น. ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ และมื้อค่ำ วันจันทร์ถึงอาทิตย์ ตั้งแต่ 18:00 น. ถึง 22 :00 น.

สุดท้ายบาร์ LENNON’S ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม ซ่อนตัวอยู่หลังห้องสะสมวิสกี้และแผ่นเสียงนับพัน เมื่อเปิดเข้าไปจะเจอบรรยากาศของสตูดิโอบันทึกเสียงของเลนนอน ที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบบาร์แห่งนี้ เปิดให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพุธ เวลา 6 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน สำหรับวันพฤหัสบดี จนถึงวันเสาร์ จะเปิดให้บริการจนถึงเวลาตี 1

โรงแรม Rosewood Bangkok ตั้งอยู่ที่ถนนเพลินจิต ติดกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเอ็มบาซซี่ สะดวกด้วยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีเพลินจิต ทางออกที่ 5 พร้อมสกายวอล์คเข้าไปในตัวของโรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย สอบถามรายละเอยดได้ที่ โทร. 02-080-0088 และ Email: bangkok@rosewoodhotels.com

Bangkok Booking Bus นอนค้างคืนบนรถบัสริมแม่น้ำเจ้าพระยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614401

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 07:07 น.

Bangkok Booking Bus นอนค้างคืนบนรถบัสริมแม่น้ำเจ้าพระยา

รถบัสพักได้หนึ่งเดียวในโลก Bangkok Booking Bus พี่พักที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็นไทย ประสบการณ์ใหม่ของการนอนในเมืองกรุงฯ ริมคุ้งน้ำเจ้าพระยา

สร้างความตื่นเต้นให้คนรักการเดินทางอีกครั้ง เมื่อ Booking.com ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเดินทางระดับโลกที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับตัวเลือกที่พักน่าทึ่งหลากหลายประเภท ได้รังสรรค์ Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้ ที่พักแปลกใหม่โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบไทย ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

จากความนิยมเข้าพักในที่พักแปลกใหม่ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรายงานล่าสุดของ Booking.com ที่ชี้ว่านักเดินทางจำนวนมากขึ้นกำลังมองหาที่พักแปลกใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยากจะลองประสบการณ์การเข้าพักในที่พักรูปแบบต่างๆ โดยนักเดินทางชาวไทยมากกว่า 2 ใน 5 (42%) วางแผนจะเข้าพักในที่พักที่มีเอกลักษณ์อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นการหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองแล้ว ผู้เดินทางยังต้องการทำให้คนรอบตัวรู้สึกประทับใจไปกับตัวเลือกของที่พักในรูปแบบแปลกใหม่ ที่สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองของผู้เข้าพักได้

Bangkok Booking Bus จะเปิดให้จองบน Booking.com ที่เดียวเท่านั้น และเข้าพักได้เพียง 1 คืน สำหรับผู้เข้าพัก 2 ท่าน นับเป็นประสบการณ์สุดพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แหล่งรวมไลฟ์สไตล์และความบันเทิงยามค่ำคืนที่หลากหลาย ทำให้การเข้าพักครั้งนี้น่าประทับใจไม่มีวันลืม

แขกที่ได้เข้าพักที่ Bangkok Booking Bus จะได้รับการต้อนรับด้วยชุดกระเช้าของขวัญ พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการตกแต่งภายในที่ไม่เหมือนใคร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนต์เสน่ห์ของสถานที่อันโดดเด่นของกรุงเทพฯ มาไว้ในที่เดียว ทำให้ทุกช่วงเวลาของการเข้าพักนี้สมบูรณ์แบบและเหมาะแก่การถ่ายรูปอวดลงโซเชียลมีเดีย พร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเพื่อการเข้าพักที่แสนสบาย

โดย Bangkok Booking Bus จะเปิดให้เข้าพักได้ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับการเข้าพัก 1 คืน ต่อผู้เข้าพัก 2 ท่าน โดยสามารถทำการสำรองที่พักได้ในวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป โดยจะให้สิทธิ์ในการเข้าพักตามลำดับของผู้ที่จองเข้าพักก่อน สามารถจองที่พักบนรถบัสพักได้ที่ Booking ที่เดียวเท่านั้น

หลังจากที่แขกผู้โชคดีได้เข้าพักที่รถบัสพักได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Booking.com จะส่งมอบรถบัสพักได้ดังกล่าวให้กับ Local Alike ซึ่งเป็นกิจการเพื่อสังคมสัญชาติไทยด้านการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาชุมชน และยังเป็นสตาร์ทอัพในโครงการ  Booking Booster ปี 2560 ซึ่ง Local Alike จะนำรถบัสพักได้ไปใช้งานเพื่อสานต่อความยั่งยืนต่อไป

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Booking Bus

Mono Sei ฟิวชั่นเมนูชูความเป็นญี่ปุ่นสไตล์โอมากาเสะสุดพรีเมี่ยม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614300

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 15:45 น.

Mono Sei ฟิวชั่นเมนูชูความเป็นญี่ปุ่นสไตล์โอมากาเสะสุดพรีเมี่ยม

ละเมียดละไมไปกับโอมากาเสะ 24 คอร์ส++ ราคา 12,000 บาท++ เปิดประสบการณ์สุดพรีเมียมที่ไม่ได้มีดีแค่ซูชิ @Mono Sei ฉีกกรอบการทานแบบดั้งเดิม เพิ่มเติมเมนูฟิวชั่นที่รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ผสานเทคนิคการปรุงด้วยศาสตร์และศิลป์เพื่อลูกค้าคนพิเศษผู้อยู่เบื้องหน้า

“Mono” หนึ่งเดียว “Sei” ดียิ่งขึ้น สองคำรวมความหมายสื่อถึง “การเป็นที่หนึ่งซึ่งจะยังคงดียิ่งๆ ขึ้นไป” นี่เป็นสิ่งที่ Mono Sei ร้านอาหารน้องใหม่ป้ายแดงอยากสื่อให้ทุกคนได้รับรู้ เมื่อกระแสการรับประทานอาหารญี่ปุ่นในสไตล์โอมากาเสะ (Omakase) หรือเมนูอาหารที่เนรมิตมาตามใจเชฟ เริ่มเป็นที่แพร่หลายในบ้านเรา แต่ความเป็นโอมากาเสะแบบพรีเมียมยังมีให้เห็นไม่มากนัก

Mono Sei เกิดมาเพื่อสร้างความต่างด้วยการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากสถานที่ต่างๆ ที่ขึ้นชื่อให้มาอยู่ในลิสต์รายการอาหาร พร้อมจัดการรังสรรค์เมนูโดยเชฟฝีมือฉมังจากฝั่งแดนอาทิตย์อุทัยผู้มากประสบการณ์ ส่วนในด้านวัตถุดิบร้านนี้เลือกใช้ของที่ดีที่สุด อาทิ  Uni  ไข่หอยเม่นราชินีแห่งท้องทะเลจากแบรนด์ฮาดาเตะซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความพรีเมี่ยม ได้รสหวานตามธรรมชาติ ไร้กลิ่นคาว Nama Kaki หอยนางรมสดจากเมืองอิวาเตะ ตัวโต เนื้อแน่น คาร์เวียร์ชั้นยอด เนื้อมัสซึทากะ ปูทาราบะ Kegani ปูขน Mushi Awabi หอยเป่าฮื้อญี่ปุ่น และเกลือหิมาลายันสีชมพู นอกความความประทับใจในเมนูอาหารที่จัดเสิร์ฟ ต้องบอกเลยว่าอีกความพิเศษที่สัมผัสได้คือการให้บริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดตามธรรมเนียมญี่ปุ่นครบสูตร

ถึงเวลาเริ่มต้นมื้อพิเศษ เชฟจะทำการแนะนำตัว พร้อมเผยวัตถุดิบสดๆ ตัวเป็นๆ ที่จะนำมารังสรรค์เป็นอาหารจานพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Kegani ปูขน Mushi Awabi หอยเป่าฮื้อ หรือล็อบสเตอร์ ระหว่างนี้มีเครื่องดื่มผสมยูสุจัดเสิร์ฟความสดชื่นเปิดปุ่มรับรส พร้อมชาร้อน/เย็นให้เลือกเฟ้นตามความต้องการ

ด้านอาหารสตาร์ทด้วย Agedashi Goma Tofu เปิดประสาทการรับรู้ด้วยเต้าหู้ทอดงาที่เสิร์ฟมาแบบอุ่นๆ เนื้อละมุนนุ่มแทบละลายในปาก ตามมาด้วย Jagaimo to Beats on Reisei soup ซุปสีชมพู เมนูที่ผสมผสานมันฝรั่งและบีทรูทรสกลมกล่อมหอมมัน และ Nanbanzuke ปลามะไดเนื้อขาวหมักซอส Vinegar สุดชุ่มฉ่ำ

ตามด้วยความสดจากมหาสมุทรอย่าง Nama Kaki หอยนางรมสดๆ จากเมืองอิวาเตะ ราดด้วยน้ำซอสพอนสึ Vinegar รสเปรี้ยวนิดๆ จากนั้นก็รันตามเชฟจะสรรค์สร้าง อาทิ Tsukuri ซาชิมิ, ซูชิ, Otoro , Uni, Anago, Aburi Nodoguro, Hotate Isobe Yaki Kodonburi,  Taraba Kani, Maki roll

ปิดท้ายด้วยของหวานน่าตาน่าทานอย่าง Tamagoyaki ไข่หวานรสชาติคล้ายคัสตาร์ดเค้ก, Fruit Daifuku ไดฟุกุองุ่นไชน์มัสแคท รสออกเปรี้ยวบวกกับถั่วแดงที่มีรสหวาน ทานคู่กับชาโฮจิฉะ และ Anmitsu ไอศกรีมวานิลลากับโมจิญี่ปุ่น โรยด้วยน้ำตาลอ้อยญี่ปุ่น ผงถั่ว เมนูหนุบหนับหวานหอม สัญลักษณ์ของความอร่อยในตอนท้ายที่เป็นเหมือนป้ายบอกการมาถึงของเวลาสิ้นสุดแห่งการดื่มด่ำมื้อค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างสมบูรณ์แบบ

อยากสัมผัสความต่างในแบบโอมากาเสะพรีเมียม ไปกันได้ที่ร้าน Mono Sei ตั้งอยู่ที่ชั้น G อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล เปิดให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ร้านนี้มีเพียง 2 ห้อง รองรับลูกค้าได้ทั้งแบบมาเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่ม กรุณาจองคิวล่วงหน้า โทร : 094-654-6326

เฟซบุ๊ก : Monosei

ไอจี : @monosei

ทวิตเตอร์ : @monosei_sushi

เว็บไซต์ :  http://monosei.com

สวีทหวานเกินต้าน วาเลนไทน์ปีนี้รักใครให้พาไป CENTRAL #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614281

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 10:39 น.

สวีทหวานเกินต้าน วาเลนไทน์ปีนี้รักใครให้พาไป CENTRAL

กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก สวีทหวานน้ำตาลเรียกพี่!! เติมความหวานกับกิจกรรมดีๆ ที่ห้างเซ็นทรัล ในแคมเปญ “CENTRAL LOVE OUT LOUD 2020”

กลับมาอีกครั้งสำหรับกิจกรรมดีๆ ที่ห้างเซ็นทรัลจัดขึ้นเพื่อเอาใจคนมีความรัก กับแคมเปญ CENTRAL LOVE OUT LOUD สวีทเกินต้าน เติมความหวานกับกิจกรรมวาเลนไทน์ โดยไฮไลท์สำหรับปีนี้ห้างเซ็นทรัลได้จับมือกับสตรีทอาร์ทติสต์เจ้าของผลงาน MillionsMonster “กอล์ฟ–ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาต” ครีเอทตัวคาแรคเตอร์ขึ้นมาใหม่สำหรับเทศกาลแห่งความรักที่ห้างเซ็นทรัลโดยเฉพาะในชื่อ LOL Peoples by MillionsMonster

ซึ่งคอนเซ็ปต์ในครั้งนี้ คุณกอล์ฟได้ใส่ความเป็น Fashion ผสมเข้ากับการใช้ชีวิตแบบ Urban Lifestyle ให้คาแรคเตอร์เด่นชัดและดูโดดเด่นกว่าที่ผ่านมา แต่ยังคงไว้ด้วยลายเส้นสนุกๆ ในแบบฉบับของมิลเลี่ยนมอนสเตอร์ที่ดูเป็น Fashionista จุดเด่นของเหล่าตัวการ์ตูนนี้อีกอย่างก็คือเครื่องแต่งกายที่มาในแบบสตรีทสีสันสดใส ว่าด้วยลวดลายแพทเทิร์นรูปหัวใจที่ดูยังไงก็เข้ากับเทศกาลแห่งความรักนี้อย่างไร้ที่ติ โดยทุกท่านสามารถร่วมสนุกพร้อมจดจำช่วงเวลาดีๆ ไปกับเหล่าคาแรคเตอร์นี้ได้ที่จุดถ่ายรูป E-Love CENTRAL LOVE OUT LOUD x MillionsMonster by AnOfficerDies พร้อมรับฟรีคูปองแทนเงินสด 100 บาท!! เมื่อแชร์ภาพกิจกรรม E-Love และติดแฮชแท็ก #centralloveoutloud2020 ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.-14 ก.พ. 2563 ที่ห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์, ชิดลม , ลาดพร้าว, บางนา และปิ่นเกล้า

สำหรับปีนี้แคมเปญ CENTRAL LOVE OUT LOUD ยังส่งมอบโมเมนต์ดีๆ ให้คู่รักได้ร่วมสนุกกับกิจกรรม และตัวคาแรคเตอร์จาก LOL Peoples by MillonsMonster ได้มากขึ้นที่ห้างเซ็นทรัลพระราม 3, เวสต์เกต, แจ้งวัฒนะ, ฟิวเจอร์พาร์ค และอีสต์วิลล์ เพียงแชร์ภาพถ่ายจากกิจกรรม E-Love พร้อมติดแฮชแท็ก #CentralLoveOutLoud2020 รับฟรีทันทีคูปองแทนเงินสด 100 บาท

นอกจากนี้ เฉพาะวันที่ 13–14 ก.พ. เพียง 2 วันเท่านั้น !! ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม และเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์ เพียงแสดงใบเสร็จที่มียอดครบ 2,000 บาท/ใบเสร็จ รับฟรีทันทีดอกกุหลาบบอกความในใจ (จำนวนจำกัด) 1 ดอก ที่จะมาพร้อมชื่อและความหมายโดนใจที่จะทำให้ผู้รับประทับใจไม่มีวันลืม

และที่ LIVING HOUSE แหล่งรวมไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ เอาใจสายขนมหวาน ให้บอกความรู้สึกผ่านเครื่องดื่มจากร้าน “WANNJAI CAFÉ” (หวานใจ คาเฟ่) ที่รังสรรค์มาเพื่อเทศกาลแห่งความรักกับ “The Season for Loving ซื้อ 1 แถม 1” (เฉพาะเมนูที่ร่วมรายการ) และรับฟรี! ปลอกสวมแก้วบอกรักลายพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.– 29 ก.พ. 2563 ที่ Living House ชั้น 6 เซ็นทรัลพระราม 3 และชั้น 7 เซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากกิจกรรมต่างๆ ที่ห้างเซ็นทรัลได้คัดสรรมาให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกแล้ว ทุกท่านยังสามารถช้อปยาวจุใจตลอดเดือนแห่งความรักนี้ ด้วยกองทัพสินค้าราคาพิเศษที่จะช่วยเติมความหวานให้ทุกคนกับส่วนลดสูงสุด 30% (สำหรับสินค้าราคาปกติ) พร้อมลดเพิ่มอีก 10% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข อีกทั้งยังสามารถลด/รับเพิ่มสูงสุดอีก 30% จากเดอะวัน และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ สำหรับลูกค้าบัตรมาสเตอร์การ์ด เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข สามารถรับบัตรกำนัลห้องพัก 1 คืนมูลค่า 26,500 บาท ที่ Cape Dara Resort Pattaya (จำกัด 50 ท่านแรก) และเฉพาะลูกค้า บัตรเครดิตซิตี้ รับเครดิตเงินคืน 10% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (เฉพาะศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์)

รายละเอียดเพิ่มรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.facebook.com/CentralDepartmentStore/

มื้อแห่งความสุขที่ ‘ห้องอาหารจีนไดนาสตี้’ เสิร์ฟความอร่อยนับเข่งไม่ถ้วนกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำคำโตๆ พร้อมโปรสุดคุ้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614193

วันที่ 08 ก.พ. 2563 เวลา 08:20 น.

มื้อแห่งความสุขที่ 'ห้องอาหารจีนไดนาสตี้' เสิร์ฟความอร่อยนับเข่งไม่ถ้วนกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำคำโตๆ พร้อมโปรสุดคุ้ม

จัดหนักมื้อกลางวัน!! อิ่มหนำพร้อมอร่อยสุดฟิน สุดคุ้ม กับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำคำโต ณ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ละลานตากับติ่มซำคุณภาพเลิศปั้นสดใหม่ทุกวัน รังสรรค์โดยเชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง

ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ เทใจมี 100 ให้ 100 กับอาหารจีนคุณภาพระดับโรงแรม 5 ดาว ณ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ที่ตั้งอยู่บนชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงที่มีแหล่งช้อปปิ้งให้ช้อปจุใจพร้อมไปเดินย่อยก่อนกลับบ้าน

ที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ มีบุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวันให้อิ่มอร่อยแบบนับเข่งไม่ถ้วน ด้วยรายการอาหารให้เลือกมากกว่า 70 รายการ พร้อมบริการสุดประทับใจที่เติมเต็มความสุขเสิร์ฟในมื้ออร่อยได้เป็นอย่างดี ด้านเมนูหลักๆ เป็นติ่มซำปั้นสดใหม่ทุกวัน รังสรรค์โดย เชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร ทุกคำทำจากวัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม สะอาด สดใหม่ แถมยังใส่ใจเรื่องสุขภาพกับเมนู Low Sodium เรียกว่าตอบโจทย์อากง อาม่า ผู้ใหญ่วัยเก๋าที่ต้องเบาเรื่องรสเค็ม ความมัน และโซเดียม

เมนูที่มาแล้วไม่อยากให้พลาด Bird’s nest and crab meat soup ซุปรังนกเนื้อปู ชูโรงด้วยความหอมหวานสไตล์รังนก ผสานความหอมและรสชาติเอกลักษณ์ของเนื้อปูที่อร่อยจนกินไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลยจริงๆ ส่วนเมนูของทานเล่นก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ไก่แช่เหล้า, แมงกะพรุนน้ำมันงา, ขาหมูแก้ว, หูหมูแก้ว , เป็ดย่างฮ่องกง, หมูแดง ถึงเวลาเลือกติ่มซำอร่อยทุกคำ ไม่ว่าจะเป็นขนมจีบ ฮะเก๋า อย่างฮะเก๋ากุ้งแป้งบางๆ กุ้งเด้งๆ มาเต็มตัว ต่อด้วยสารพันเมนูทอด ซาลาเปา ตบท้ายด้วยของหวานและผลไม้

ตามไปอิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ติ่มซำที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 850 บาท++ สามารถเลือกเมนูของทานเล่นได้ 2 อย่าง อาทิ ไก่แช่เหล้า, แมงกะพรุนน้ำมันงา, ขาหมูแก้ว, หูหมูแก้ว , เป็ดย่างฮ่องกง, หมูแดง และเลือกทานซุป 1 อย่าง อาทิ เห็ดหอมเยื่อไผ่, ซุปเสฉวน, ซุปข้นกังป๋วย, ซุปกระเพาะปลาน้ำแดง และสั่งติ่มซำแบบไม่อั้น อีกทั้งยังได้รับเมนูจานหลัก 1 จาน อาทิ ข้าวผัดเป็ดย่างไข่เค็ม, ข้าวผัดปลาเค็มไก่, โกยซีหมี่, เส้นใหญ่ราดหน้าหมู ปิดท้ายด้วยของหวาน อาทิ ผลไม้ตามฤดูกาล, บัวลอยน้ำขิง และแคนตาลูปสาคูเย็น

หรือจะเลือกเพิ่มเมนูอัพความฟินกับบุฟเฟต์ติ่มซำราคา 1,250 บาท++ เพิ่มเมนูของทานเล่น, ซุป, ของหวานพิเศษ และสั่งติ่มซำแบบไม่อั้น และยังได้รับเป็ดย่างสไตล์ปักกิ่งคนละ 4 ชิ้นอีกด้วย

และที่ยิ่งพิเศษแบบพลาดไม่ได้คือ โปรโมชั่นลด 25% ทุกการจ่ายไม่ว่าจะเป็นจ่ายด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต เพิ่มความคุ้มให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตเซ็นทรีล และกรุงศรี ลด 30% ถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2563

ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ตั้งอยู่ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.00 – 22.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 100 6255

อีเมล : diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารจีนไดนาสตี้ได้ที่ เว็บไซต์ : https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/dynasty

เฟซบุ๊ก: Centara Grand at CentralWorld และอินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

5 แบรนด์ไทย 5 เชฟดัง ร่วมสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้ร้านอาหารย่านเจริญกรุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614077

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 07:59 น.

5 แบรนด์ไทย 5 เชฟดัง ร่วมสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้ร้านอาหารย่านเจริญกรุง

ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ เคียงข้างสร้างรอยยิ้ม ยกระดับวงการอาหารและแฟชั่นไทย จับมือ CEA จัดแคมเปญ “Bangkok Design Week 2020 x World Curated by WP Energy” ดึง 5 แบรนด์ไทย และ 5 เชฟชื่อดัง ร่วมสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้ร้านอาหารย่านเจริญกรุง

ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ สานต่อการร่วมสนับสนุนวงการอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพด้านอาหารในประเทศไทยอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศผ่านความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เพื่อร่วมสนับสนุนงาน Bangkok Design Week 2020 แคมเปญ Bangkok Design Week 2020 x World Curated by WP Energy ในงาน Curated Charoen Krung (คูเรเตด เจริญกรุง)

สำหรับแคมเปญ Bangkok Design Week 2020 x World Curated by WP Energy เป็นการทำงานร่วมกันของ 5 แบรนด์ไทยชื่อดัง ได้แก่ วิคธีร์รัฐ (Vickteerut), ทีแอนด์ที (TandT), เจนสุดา (Janesuda), ปัญญา พีเจ (Panya PJ) และวิณ ภทรฤน (Vinn Patararin) ที่จะมาร่วมสร้างเอกลักษณ์ผ่านการออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้าน ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน หรือแพคเกจจิ้งต่าง ๆ ฯลฯ ของร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ในย่านเจริญกรุงจำนวน 5 ร้าน ได้แก่ ร้านวัวทอง โภชนา, Heiji (เฮจิ), JUA(จั่ว), To more(ทู มอร์) และ REI (เร) ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมกับมี 5 เชฟชื่อดังอย่าง เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล, เชฟฟาง- ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช,เชฟตาม Top Chef Thailand, เชฟชิ้ง-กนกวรรณ อัศวานุชิต และเชฟพุฒิ-พุฒิธนัตถ์ ไชยอภินันท์ฐากุล ที่จะมาร่วมพัฒนาคอนเซ็ปต์เมนูพิเศษที่สะท้อนเอกลักษณ์ของร้านค้าและคาเฟ่ทั้ง 5 ร้านเพื่อให้เป็นเมนูใหม่ที่จะถูกนำมาขายจริงตั้งแต่แคมเปญนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ ในแคมเปญนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ ฟู้ดสไตลิสต์ ชื่อดังที่ร่วมฝากผลงานการทำฟู้ดสไตลิสต์ให้กับแคมเปญในครั้งนี้ด้วย

ความร่วมมือระหว่าง 5 ร้านอาหาร 5 แบรนด์ไทยรุ่นใหม่ และ 5 เชฟชื่อดัง เกิดเป็นผลลัพธ์ที่พิเศษที่สุด ดังนี้

วัวทองโภชนา X Vickteerut X เชฟชิ้ง

เมนูหมี่พันวัวทองคำ โดยเชฟชิ้ง-กนกวรรณ อัศวานุชิต ฟู้ดบล็อกเกอร์สาวสวย เจ้าของเพจผู้หญิงทําอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย FashionOnFood ในงานนี้เชฟชิ้งได้สร้างสรรค์เมนูยั่วใจในสีสันสดใส ใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของทางร้านวัวทองโภชนา อันเป็นที่รู้จักในนามร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรชิงเต่า ในโลเคชั่นสุดลึกลับของย่านนี้ โดยมีดีไซเนอร์ไทยอย่างอรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ จากแบรนด์ Vickteerut ที่นำเอาความเรียบโก้มาถักทอไว้ด้วยรายละเอียด นำเสนอออกมาเป็น Interactive Media แบบ AR ผ่านมือถือของทุกท่านได้ ท้าทายกับประสบการณ์ใหม่ที่รอเซอร์ไพรส์ทุกคน

Heiji X TandT X เชฟพุฒิ

เมนูชาแดงเลมอนเนดใบไทม์ไซรัป / ขนมโป๊งเหน่ง เรดเวลเวท ช๊อกโกแลต ลาวา โดยเชฟพุฒิ พุฒิธนัตถ์ ชยอภินันท์ฐากุล เชฟหนุ่มหล่อไฟแรงดีกรีผู้ชนะจาก Celeb Chef Thailand ซีซั่น 1 รายการทำอาหารบนโลกออนไลน์แบบเต็มรูปแบบรายการแรกของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาร้านอาหารหลายแห่ง และเป็นเจ้าของกิจการ Catering ด้วยอายุเพียง 23 ปี ในงานนี้ เชฟพุฒิจับเอาความทรงจำของเด็กรุ่นก่อนมานำเสนอผ่านเมนูเหมือนกับร้าน Heiji คาเฟ่ที่ชุบชีวิตตึกเก่าย่านเจริญกรุงให้กลับมาสนุกสนานอีกครั้งนั่นเอง พร้อมทั้งมีดีไซเนอร์ไทยผู้เป็นที่น่าจับตามองที่สุดแห่งยุคอย่างธนาวุฒิ ธนสารวิมล จากแบรนด์ TandT มาร่วมปลุกพลังสร้างสรรค์ให้โชติช่วงกว่าเคยในย่านแห่งนี้ โดย TandT ได้เลือกภาพยนตร์เรื่อง Willy Wongka and The Chocolate Factory จากปี 1971 เพื่อมาฉายในร้าน ดึงความแตกต่างของวัฒนธรรมของงานวัดแบบไทยๆ เข้ามาผสมผสาน แต่ยิ่งนำพาทุกท่านให้ย้อนกลับไปในความทรงจำแสนหวาน

JUA X Janesuda X เชฟตาม

เมนูโพ๊คเกะปลาฮามาจิ ดอกเก็กฮวยออร์แกนนิก ยูสุ และ ดอกขิง / เจลลี่กุหลาบออร์แกนิกจากเชียงดาว ไวท์ช็อกโกแลต สาเกจุนไม และ ลิ้นจี่โดย เชฟตาม ชุดารี เทพาคำ ท็อปเชฟแห่งเมืองไทยที่มีฝีไม้ลายมือเรื่องการเนรมิตอาหารท้องถิ่นให้น่าทึ่งสู่สายตาในระดับอินเตอร์อย่างหาตัวจับได้ยากโดยได้คิดค้นเมนูนี้เพื่อมอบให้กับร้าน JUA โดยเฉพาะ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจไปกับอินสตอลเลชั่นรูปปลาหมึกยักษ์สุดอลังการที่รังสรรค์ขึ้นด้วยดอกไม้หลากสีสันสะท้อนความเป็นร้านซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นของ JUA แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความสดใสของดีไซเนอร์ไทยสาวมากรายละเอียดเจนสุดา ปานโต จากแบรนด์ Janesuda ควบคู่กับการรังสรรค์แฟชั่นคอลเลคชันสุดพิเศษเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ

To More X Panya PJ X เชฟฟาง

เมนูแคปหมูหม่าล่ากับปลาหมึกบดราดซอส / แซงเกรีย โดยเชฟฟาง-ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช พร้อมดีกรีจากสถาบัน French Culinary Institute สาขา Culinary Art แห่งมหานครนิวยอร์ก และการเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการอาหารชื่อดังที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งจากความเก่งกาจของเขา โดยในงานนี้เชฟฟางขอรับอาสาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่เพื่อร้าน To More โดยเฉพาะ โดยมีดีไซเนอร์ไทยรุ่นเก๋าผู้คร่ำหวอดในวงการมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมายอย่างปัญญา จิตรมานะศักดิ์ จากแบรนด์ Panya PJ มาร่วมสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ทุกศาสตร์สัมผัสตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เข้ามาในร้านแห่งนี้ โดยใช้เทคนิคการจับเดรปผ้าสีแดงเลือดนกที่ได้แรงบันดาลใจจากการตกแต่งโรงละครแบบ Theatre Musical มาสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้

REI X Vinn Patararin X เชฟแอนดี้

เมนูแก้มปลาบุริย่างซีอิ๊วไทยกับข้าวชาวนา / ยำแซลมอน โดย เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล (Michelin Star) เป็นการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่นกับวัตถุดิบต่างประเทศให้ใช้เอกลักษณ์รสของตนเองชูรสชาติซึ่งกันและกันได้รสกลมกล่อมเข้ากันเป็นอย่างดี รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษให้กับร้าน REI โดยมีดีไซเนอร์ไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานเทคนิคงานคราฟต์กับเทคโนโลยีอย่างวิณ โชคคติวัฒน์ และภทรฤณ พงษ์ประสิทธิ์ จากแบรนด์ Vinn Patararin มาสร้างสีสันควบคู่กับการจัดแสงแบบ Asian Light ที่ให้ความรู้สึกลึกลับ เข้ากับเทคนิคการใช้เหล็กในการตกแต่งเพื่อสะท้อนถึงอาชีพของชุมชนในแถบนั้น โดยนี่ยังถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Vinn Patararin ทำงานวิชวลอาร์ตฉาย Mapping ให้กับร้านเพื่อเล่าเรื่องราวของร้านและวัตถุดิบ เติมเต็มประสบการณ์ใหม่ในระหว่างลิ้มรสเมนูพิเศษเมนูนี้ด้วย

พิสูจน์ความอร่อยแซ่บอาหารไทย-อีสานจานโปรดที่ถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ @Have a ซี๊ดดด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/613969

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 10:30 น.

พิสูจน์ความอร่อยแซ่บอาหารไทย-อีสานจานโปรดที่ถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ @Have a ซี๊ดดด

“Have a ซี๊ดดด” แซ่บซี๊ดจี๊ดจ๊าดกับอาหารไทย-อีสานละลานตา พร้อมเมนูปลากะพงคัดไซส์จัมโบ้คุณภาพดี การันตีความอร่อย แต่ต้องรีบหน่อยกับโค้งสุดท้ายแค่ปลายเดือนนี้เท่านั้น

Have a ซิ๊ดดด ร้านอาหารไทย-อีสานที่ใครได้ลองชิมต่างต้องตกอยู่ในมนต์สะกดของรสชาติที่อร่อยจัดจ้าน แม้เมนูจะดูคุ้นตาแต่บอกเลยว่ารสชาติแซ่บนัวสะท้านจิตจนต้องลิสต์ไว้เป็นหนึ่งในร้านที่ต้องมาทานบ่อยๆ

ร้านนี้มีดีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่ดูหรูหราสไตล์โมเดิร์น ประดับประดาด้วยดอกไม้บานสะพรั่งเต็มร้าน สอดแทรกความหวานด้วยโทนสีสุดอบอุ่น มอบประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศ ส่วนเมนูอาหารก็มีให้เลือกเพียบ ทั้งเมนูทานเล่น อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารไทยทั้งต้ม ผัด แกง ทอด แต่ที่สุดยอดยกให้เมนูลูกอีสานที่ใส่ความเป็นเมนูฟิวชั่นให้ดูทันสมัย เนรมิตออกมาหน้าตาน่ารับประทาน แต่คงรสชาติตำรับอีสานถึงแก่น แถมมีของหวาน และเครื่องดื่มสารพันให้เลือกดับเผ็ดกันตามชอบ

ประเดิมความแซ่บสไตล์ Have a ซิ๊ดดด ด้วย คอหมูจิ้มแจ่วกระทะร้อน (220 บาท) คอหมูแทรกมันคัดตรงส่วนที่ดีที่สุด นำมาหมักจนเข้า ก่อนเนื้อย่างไฟอ่อนๆ ให้สุกแบบพอดี เสิร์ฟมาในกระทะร้อนราดน้ำจิ้มแจ่วเผ็ดเปรี้ยวหวานครบรส หอมกลิ่นข้าวคั่วนิดๆ เนื้อหมูติดมันหน่อย อร่อยอย่าบอกใคร

อร่อยยั่วๆ กับ ตำมั่ว (120 บาท) แซ่บนัวด้วยวัตถุดิบครบเครื่อง ทั้งขนมจีน แคบหมูกรอบ หมูยอชิ้นพอดีคำ ที่สำคัญขาดไม่ได้เลยคือน้ำปลาร้านัว หอมอร่อย สูตรพิเศษของทางร้านที่ทำให้เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ตำมะพร้าวอ่อนข้าวโพดกุ้งสด (150 บาท) อีกหนึ่งเมนูที่กินจนหมดไม่เหลือซาก ทั้งหากินยาก ทั้งอร่อยกลมกล่อม ฟินมากกับเนื้อมะพร้าวอ่อนที่หอมหวานแบบธรรมชาติ

ปีกไก่เบรกแตก (150 บาท)

ทอดมันกุ้ง (200 บาท)

เนื้อปูผัดผงกะหรี่ (420 บาท)

ความแซ่บยังไม่หมดแค่นี้ ถึงคิวเมนู ต้มแซ่บกระดูกอ่อน น้ำต้มแซ่บเข้มข้นหอมเครื่องเทศและสมุนไพรที่หลากหลาย กระดูกอ่อนเปื่อยนุ่ม ละมุนลิ้นกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ใครชอบกินกุ้งไม่ควรพลาด เพราะกุ้งตัวโตๆ มาพร้อมมันกุ้งสีส้มสวยสะดุดตา หอมกระเทียมและพริกไทย เสิร์ฟมาคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด

อีกความพิเศษเฉพาะกับเมนูอลังการงานปลากะพง ที่ทางร้านคัดไซส์ใหญ่จุใจมาให้ลูกค้าด้วยน้ำหนักตัวละ 1 กิโลกรัม สนนราคาเพียงตัวละ 450 บาทเท่านั้น แถมมีให้เลือกกันถึง 7 เมนูสุดอร่อยที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะปลากะพงลุยสวน ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพง have a ซี๊ด ปลากะพงฉู่ฉี่ ปลากะพงสามรส ปลากะพงผัดฉ่า ปลากะพงพริกไทยดำ ซึ่งทั้ง 7 เมนูจะมีความพิเศษที่ไม่เหมือนกัน โดยเมนูปลากะพง 7 เมนูจะมีให้ลิ้มลองกันถึงวันที่ 29 ก.พ.นี้เท่านั้น

ตามไปพิสูจน์ความอร่อยกันได้ที่ร้าน have a ซี๊ดดด ทุกสาขา

  • Terminal21 Asok -4th fl. โทร. 02-1080787
  • Mercury Ville@Chidlom -2nd fl. โทร. 02-6585668
  • CentralPlaza Grand RAMA9 -7th fl. โทร.  02-1603475
  • All Seasons Place -CRC Tower-2nd fl. โทร.  02-0599540
  • CentralPlaza Bangna -5th fl. โทร. 02-0055009
  • J Avenue Thonglor -1st fl. โทร. 02-1159535

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/haveazeed