พญ.รพีพรรณ ย้อนไทม์ไลน์และวิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/613205

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 15:59 น.

พญ.รพีพรรณ ย้อนไทม์ไลน์และวิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พาไปย้อนไทม์ไลน์ความน่ากลัวพร้อมวิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” ที่กำลังระบาดหนักอยู่ขณะนี้อย่างแน่นอน กลุ่มไวรัสโคโรนานั้น ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1960 ทำให้เกิดไข้หวัดทั่วไป แต่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก ล่าสุดพบที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ต่างจากที่เคยเจอมาก่อน มีอาการตั้งแต่เล็กน้อย ปานกลาง ถึงรุนแรง และมีการแพร่กระจายเชื้อได้

โดยวันนี้จะพาไปย้อนไทม์ไลน์ความน่ากลัวพร้อมวิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จาก อ. พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

โคโรนาคืออะไร?

โคโรนาคือเชื้อไวรัสที่มีรูปร่างคล้ายมงกุฎ พบครั้งแรกกลางทศวรรษที่ 1960 โดยมีเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่ 4 สายพันธุ์ใหญ่ ๆ ด้วยกัน แต่ตัวที่ระบาดมากที่สุดคือ SARS-CoV พบครั้งแรกที่ประเทศจีน ปี ค.ศ. 2002-2003 ซึ่งได้ระบาดไปทั่วโลกและมีอัตราการเสียชีวิตสูง ต่อมาพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ MERS-CoV เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศซาอุดิอาระเบีย ในแถบตะวันออกกลาง

จนกระทั่งล่าสุดพบ “เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” ที่เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน โดยบริเวณที่พบผู้ป่วยมากที่สุดและคาดว่าน่าจะเป็นรังของโรค คือ ตลาดอาหารทะเลและสัตว์หายากในเมือง ซึ่งได้แพร่กระจายไปในหลายเมืองในประเทศจีน และหลายประเทศ เช่น ไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

โดยเฉพาะในประเทศไทยเอง ผู้ป่วยรายแรกที่พบนั้นเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 61 ปี จากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะและเจ็บคอ สามวันก่อนเดินทางมาที่ประเทศไทย ต่อมาได้เดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อท่องเที่ยว เมื่อเดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อนที่สนามบิน (Thermo scan) จึงพบว่ามีไข้ และถูกส่งตัวไปนอนรักษาที่โรงพยาบาลทันที อีกสองวันต่อมา ทางโรงพยาบาลสามารถแยกเชื้อโดยวิธีการทางโมเลกุลได้ว่าเป็นเชื้อ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” จึงรายงานไปที่องค์การอนามัยโลก และประเทศไทยได้ประกาศว่าเป็นประเทศแรกนอกเหนือจากประเทศจีน ที่มีผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

วิธีสังเกตอาการ

หากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการออกมาภายใน 1 วัน ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากได้รับเชื้อ โดยอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้น ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการมีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจหอบเหนื่อย ถ่ายเหลวท้องเสีย หากผู้ป่วยมีร่างกายไม่แข็งแรงหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ จะทำให้มีความรุนแรงถึงขั้นวิกฤตและเสียชีวิตได้

วิธีป้องกัน

เบื้องต้นทุกคนสามารถป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้ดังนี้

– เลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ เจ็บคอ

– เลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่นที่เป็นรังโรค และเมืองอื่น ๆ ในประเทศจีนที่มีการระบาด

– ระวังการสัมผัสพื้นผิวที่ไม่สะอาด และอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่

– ควรล้างมือให้สม่ำเสมอด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างน้อย 20 วินาที

– งดจับตา จมูก ปากขณะที่ไม่ได้ล้างมือ

– เลี่ยงการใกล้ชิด สัมผัสสัตว์ต่างๆ โดยที่ไม่มีการป้องกัน

– ทานอาหารสุก สะอาด ใช้ช้อนกลาง ไม่ทานอาหารที่ทำจากสัตว์หายาก

– สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยตรง ควรใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันเชื้อในละอองฝอยจากเสมหะหรือสารคัดหลั่งเข้าตา

สุดท้ายขอฝากไว้ว่า อย่าตื่นตระหนกจนเกินไปและอย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนจะเชื่อในทันที

7 ตัวช่วยกินเพิ่มระบบเผาผลาญ อาหารของคนฉลาดเลือก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/590294

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 06:01 น.

7 ตัวช่วยกินเพิ่มระบบเผาผลาญ อาหารของคนฉลาดเลือก

7 สิ่งนี้จำไว้ให้ดี เพราะมันจะช่วยให้เรามีระบบเผาผลาญที่ดีขึ้นและมีหุ่นที่สวยสมใจ

เพราะใครๆ ก็อยากมีหุ่นดี แต่การลดน้ำหนักก็ไม่ใช่เพียงแค่การอดอาหารอย่างเดียว เราต้องเลือกกินอาหารให้ถูกด้วย แล้วอาหารประเภทไหนที่จะช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายเราทำงานดีขึ้นบ้าง

โปรตีน

พบได้ในเนื้อ นม ไข่ ถั่ว เมล็ดพืชต่างๆ เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนลดความอ้วน เพราะว่าโปรตีนจะช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ และยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น แถมยังทำให้อิ่มนานอีกต่างหาก

กาแฟ

ใครว่าการดื่มกาแฟจะเป็นผลเสียต่อร่างกายอย่างเดียว กาแฟก็มีข้อดีคือช่วยเพิ่มการเผาผลาญ เครื่องดื่มประเภทที่มีกาเฟอีนจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ถึง 11% ตามการศึกษาวิจัยผู้ที่บริโภคกาเฟอีนอย่างน้อย 270 มก.ต่อวัน หรือเทียบเท่ากาแฟ 3 แก้ว จะเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 100 แคลอรี

ชา

ชาทั่วไปมีส่วนผสมของกาเฟอีน และคาเทชิน สองสารประกอบนี้ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ โดยเฉพาะชาเขียวและชาอู่หลงจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญถึง 4-10% อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายทำไขมันมาใช้เป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

โกโก้

สารสกัดจากต้นโกโก้ จะไปส่งเสริมยีนที่กระตุ้นการใช้ประโยชน์ไขมันให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน และโกโก้ยังป้องกันการทำงานของเอนไซม์ที่ไปดูดซึมไขมันและคาร์โบไฮเดรตระหว่างการย่อยอาหารได้ แถมยังช่วยการดูดซึมแคลอรีบางส่วนอีก

น้ำมันมะพร้าว

มีไตรกลีเซอไรด์ กรดไขมันเหล่านี้จะดูดซึมไปที่ตับและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญมากกว่าไขมันชนิดเดี่ยว นอกจากนี้ นักวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าการบริโภคน้ำมันมะพร้าว 30 มก. ในแต่ละวัน จะทำให้คนอ้วนน้ำหนักลดลงอีกด้วย

พืชตระกูลถั่ว

ไม่ว่าจะเป็นถั่วอัลมอนด์ ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถั่วพวกนี้เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงเมื่อเทียบกับอาหารจากพืชอื่นๆ ดังนั้น หนุ่มๆ สาวๆ ที่อยากมีหุ่นดี ก็ต้องเลือกกินพืชตระกูลนี้ที่นอกจากช่วยให้ร่างกายเผาผลาญดีแล้วยังช่วยย่อยอาหารได้ดีอีกด้วย

เครื่องเทศ

เผ็ดร้อนนิดๆ ดีต่อสุขภาพ ดีต่อระบบการเผาผลาญ ยกตัวอย่างเช่น การกินชาขิงร้อนจะช่วยเผาผลาญแคลอรีไปมากกว่า 43 แคลอรี ขณะที่น้ำร้อนธรรมดาเผาผลาญ 26 แคลอรี แถมตัวชาขิงร้อนยังช่วยลดความหิวและกระตุ้นให้อิ่มไวขึ้นได้อีกด้วย

 

ภาพ : freepik

สรุปเทรนด์ฮอต TikTok ประจำปี 2019 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612868

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 14:36 น.

สรุปเทรนด์ฮอต TikTok ประจำปี 2019

TikTok สรุปเทรนด์สุดฮอตของไทยในปี 2019 “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ครองอันดับ 1 ครีเอเตอร์ไทยที่มียอดวิวสูงสุด “ธารารัตน์” YOUNGOHM รั้งอันดับเพลงใหม่ยอดนิยม

TikTok แพลตฟอร์มสร้างสรรค์วิดีโอสั้นชั้นนำระดับโลก สรุปเทรนด์สุดฮอตของไทยประจำปี 2019 พบสถิติผู้ใช้มากกว่า 50% มีอายุระหว่าง 18-34 ปี โดยส่วนใหญ่เป็น “ผู้หญิง” อยู่ในพื้นที่ “กรุงเทพฯ” และกระจายอยู่ในหัวเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วประเทศ ใช้เวลาเฉลี่ยบนแพลตฟอร์มอยู่ที่  26 นาทีต่อวัน

สำหรับเทรนด์สุดฮอตแห่งปี 2019 นั้น มาเริ่มต้นกันที่

ครีเอเตอร์ไทยที่มียอดวิวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

รัชนก สุวรรณเกตุ (ID: @2153414416) นักร้องวัยรุ่นชื่อดังเจ้าของฉายา เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โดยในปีที่ผ่านมามียอดวิว รวมสูงถึง 1.17 พันล้านวิว

อันดับสองที่ตามมาติดๆ คือ เกรซ (ID: @grace_2557) ครีเอเตอร์เน็ตไอดอลที่มาพร้อมยอดวิวที่สูงถึง 1.16 พันล้านวิว

อันดับ 3 คืออีกหนึ่งครีเอเตอร์เน็ตไอดอลที่ใช้ชื่อ กนกพร ศรีปากดี (ID: @pondkanokporn) มียอดวิวรวมอยู่ที่ 8.14 แสนวิว

อันดับ 4  คือ ไอซ์ซี่ กินยั่ว (ID : @irich.65) ครีเอเตอร์สายชิมที่โชว์เมนูอาหารพร้อมการกินแบบยั่วๆ

และ 5  กิ๊ก (ID: @kik0404) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งครีเอเตอร์ที่แจ้งเกิดบน TikTok แบบปังๆ ด้วยคลิปไอเดียเก๋ๆ มียอดวิว รวม 5.15 แสนวิว และ 4.14 แสนวิว ตามลำดับ

แคมเปญปังๆ ประจำปี 2019

“สาดไม่กลัว กลัวไม่สวย!” กับแคมเปญท้าทายการแต่งหน้า รับเทศกาลสงกรานต์ สาดยังไงหน้าก็ไม่หลุด สงกรานต์เมคอัพ คือแคมเปญที่มีคนเข้าร่วมเล่นมากที่สุดในไทย สำหรับปี 2019 ที่ผ่านมา

ตามมาด้วยแคมเปญ “ส่งต่อความรัก” ที่มีผู้เข้าร่วมแบ่งปันความรักให้แก่กันและกัน

ธีมต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2019 “สวัสดีปีหมู” ติดอันดับ 3 ของแคมเปญที่มีคนเล่นมากที่สุดในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญยอดฮิตที่มีคนร่วมเล่นสูงสุดในปีที่ผ่านมาทั้งในประเทศไทยไทยและทั่วโลก อย่าง “tiktoktravel” แคมเปญที่ชวนให้ทุกคนร่วมแชร์สถานที่ที่สวยงาม ผ่านประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก

“halloween2019” แคมเปญที่ชวนเหล่าครีเอเตอร์มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งหน้าผีชวนให้ขนลุกในช่วงเทศกาลฮาโลวีน อีกด้วย

เพลงฮิตติดชาร์ต

สำหรับวงการเพลงแล้ว TikTok ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่ของการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ ของบรรดานักร้องจากทั่วโลกและประสบความสำเร็จในการสร้างกระแสติดชาร์ต มาแล้วทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ซึ่งเพลงยอดนิยมฮิตติดชาร์ตบน TikTok ในปี 2019 นั้น ได้แก่

ธารารัตน์ โดย YOUNGOHM

รักติดไซเรน โดย ไอซ์ พาริส และ แพรวา ณิชาภัทร

เจ็บจนพอ โดยแว่นใหญ่

อาวรณ์ โดย POLYCAT ตามลำดับ

แฮชแท็กชาเลนจ์

ปิดท้ายเทรนด์ประจำปี 2019 กันที่ แฮชแท็กชาเลนจ์ ที่ถูกเล่นมากที่สุดในไทย ได้แก่

#เป็นคนแบดๆ ชื่อแฮชแท็กที่ดูเหมือนจะแสดงออกในลุคของแบดบอย ผ่านการใช้สติกเกอร์บน TikTok แต่ถูกสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่ารัก ทำให้มียอดวิวสูงสุดถึง 189.3 ล้านวิว

อันดับถัดมาคือ #สงกรานต์งานดี ที่ท้าทายให้ครีเอเตอร์คนไทยร่วมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ สนุกในช่วง เทศกาลสงกรานต์ให้กับผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ ที่มียอดวิวมากถึง 160.1 ล้านวิว

#โพกาดอท ที่มาพร้อมกับการใช้สติกเกอร์ โพกาดอทในรูปแบบต่างๆ กับยอดวิว 77.4 ล้านวิว

#หน้าตาที่เปลี่ยนไป ที่ชวนให้ทุกคนมาร่วมแบ่งปันพัฒนาการของตนเองทั้งรูปร่างและหน้าตา ซึ่งต่างก็มีผู้คนมาเข้าร่วมเล่นมากมายจนกลายเป็นกระแสนิยม

#meowdance ที่มาพร้อมกับการชวนให้เหล่าครีเอเตอร์ มาร่วมสนุกกับการใช้สติกเกอร์แมวเหมียวและเต้นท่าแมวสุดคิ้วท์ เป็นแฮชแท็กชาเลนจ์ ที่มียอดวิวมากที่สุดถึง 424.7 ล้านวิว ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

สำหรับคอนเทนท์หรือเนื้อหาที่คนไทยนิยมนั้นจะมีความหลากหลายครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น “ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle)” ที่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง, ความรัก, Vlog และครอบครัว, “เพอร์ฟอร์มแมนซ์ (Performance)” เนื้อหาที่เกี่ยวกับความสามารถและตลก “เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Entertainment)” ที่เน้นเกม, ป๊อปคัลเจอร์, คอสเพลย์ และกลุ่มแฟนคลับ “กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง (Sport & Outdoor)” สำหรับหัวข้อกีฬาและการออกกำลังกาย “ท่องเที่ยวและพักผ่อน (Travel & Leisure)” เน้นอาหารเครื่องดื่มและสถานที่ท่องเที่ยว “บิวตี้ (Beauty)” ประกอบด้วยเรื่องของความงามและแฟชั่น รวมถึง “ความรู้ (Learning)” “ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)” และ อื่นๆ

ส่วนคอนเทนท์ยอดนิยมที่มียอดไลค์สูงสุด ก็คือ ตลก (Comedy) และความสามารถพิเศษ (Talent) ส่วนประเภทของคอนเทนท์ที่มีคนติดตามมากที่สุดยังคงเป็น ตลก (Comedy) และอีกประเภท คือ อาหาร (Food) แสดงให้เห็นถึงค่านิยมคนไทย ที่ให้ความสำคัญกับความบันเทิง สนุกสนาน และอาหารการกิน โดยรูปแบบ ของคอนเทนท์ที่ครีเอเตอร์คนไทยนิยมเล่นมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แรนดอม ชูท, ลิปซิงค์, Vlog, เซลฟี และ ดูเอท

ในปี 2019 ที่ผ่านมา TikTok เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่กำลังโด่งดังและมาแรงที่สุดทั่วโลกและในประเทศไทย ที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้งานสร้างสรรค์และแบ่งปันวิดีโอกับผู้คนทั่วโลก มีผู้ใช้ส่วนใหญ่มากกว่า 50% อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 18 – 34 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นสัดส่วน 75% และอีก 25% เป็นเพศชาย ผู้ใช้ TikTok ในประเทศไทย ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ อาทิ นครราชสีมา พัทยา ขอนแก่น และเชียงใหม่

นอกจากนี้ คนไทยยังนิยมเล่น TikTok ในช่วงเทศกาลมากที่สุด อาทิ เทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ รวมถึงวันหยุดยาว ส่วนช่วงเวลาที่เล่นมากที่สุดจะเป็นช่วงเวลาพักผ่อนก่อนเข้านอน คือ ประมาณ 22.00 น. และช่วงที่มีเวลาว่างจากการทำงาน และการเรียน คือ 12.00 น. ไปจนถึง 18.00 น. และมีอัตราการใช้เวลาบนแพลตฟอร์ม โดยเฉลี่ยนานถึง 26 นาทีต่อวัน

ทั้งนี้ ในปี 2019 ที่ผ่านมา TikTok ยังคงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้คนทั่วโลกได้แสดงออกถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์และแบ่งปันประสบการณ์ในรูปแบบวิดีโอขนาดสั้น ซึ่งมีเครื่องมือการใช้งานทีง่ายพร้อมลูกเล่นที่เข้ามาช่วยเพิ่มสีสันและความสนุกสนานให้กับการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ของเหล่าครีเอเตอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม ส่วนเทรนด์ในประเทศไทย ประจำปี 2020 นี้ จะเป็นอย่างไรนั้น TikTok ได้เปิดพื้นที่ให้เป็นเวทีสำหรับคนไทย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และแสดงออกกันอย่างเต็มที่เพื่อแบ่งปันให้กับผู้คนทั่วโลกได้รับรู้

Top 5 ความเสี่ยงที่มนุษย์ต้องเจอและโลกต้องเผชิญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612848

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 09:37 น.

Top 5 ความเสี่ยงที่มนุษย์ต้องเจอและโลกต้องเผชิญ

ไม่ใช่แค่ฝุ่น PM2.5 โรคระบาด เศรษฐกิจทรุด World Economic Forum เผยความเสี่ยงที่โลกต้องเผชิญและมนุษย์ต้องรับมือในปี 2020 พร้อมมุมมองความเสี่ยงเรื่องสิ่งแวดล้อม 5 อันดับแรกในอีก 10 ปีข้างหน้า

รายงานความเสี่ยงที่โลกต้องเผชิญจาก World Economic Forum (WEF) เผยแพร่ความเสี่ยงที่โลกต้องเผชิญ Global Risks Report 2020 พบว่า การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ และนโยบายทางการเมืองที่ดุเดือดในปีนี้อาจนำพาปัญหามาสู่มนุษย์ได้ ดังนั้น ผู้นำโลก ธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบายต่างต้องร่วมมือเพื่อยับยั้งภัยคุกคาม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเทคโนโลยี ที่อาจส่งผลกระทบกับตนเอง

ตามรายงานคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะชะลอตัวและความวุ่นวายทางรัฐศาสตร์จะนำไปสู่ความไม่แน่นอนจากการแข่งขัน ซึ่งรัฐบาลแต่ละประเทศต้องโฟกัสไปที่การทำงานร่วมกัน เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีอำนาจตัดสินใจมากกว่า 750 ราย มีความกังวลอย่างมากในเรื่องการเผชิญทางเศรษฐกิจ และการเมืองที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2020

ครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกของรายงาน Global Risks Report 2020 ที่มุมมองความเสี่ยงในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเข้ามาติด 5 อันดับแรกในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งแบ่งประเด็นออกดังต่อไปนี้

  1. สภาพอากาศแปรปรวนขั้นรุนแรงที่ส่งผลกระทบคุณภาพชีวิตของมนุษย์
  2. ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของรัฐบาล และธุรกิจ
  3. มนุษย์เป็นผู้ทำลายสิ่งแวดล้อม และก่อให้เกิดภัยพิบัติ
  4. การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการพังทลายของระบบนิเวศ ที่ไม่สามารถสร้างกลับคืนได้
  5. ภัยธรรมชาติที่รุนแรง เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และพายุ

ทางด้าน Borge Brende ประธาน World Economic Forum กล่าวว่า ภูมิทัศน์ทางการเมือง ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และไฟป่าที่กำลังไหม้ลุกลาม เหล่านี้จึงทำให้ผู้นำโลกต้องทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูให้กลับมาอีกครั้ง โดยไม่ใช่เพียงแค่ผลประโยชน์ระยะสั้น แต่เป็นการแก้ไขความเสี่ยงไปยังรากลึก

4 สิ่งที่ควรมีก่อนอายุ 40 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612842

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 07:57 น.

4 สิ่งที่ควรมีก่อนอายุ 40

ใครที่เริ่มเข้าสู่เลข 4 หรือวัย 40 กันอย่างเต็มตัว ก็คงถึงเวลาที่เราต้องเริ่มใส่ใจกับรายละเอียดในชีวิตอย่างจริงจัง ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วัยกลางคนโดยสมบูรณ์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเลขอายุคือสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนเครียด อายุที่เพิ่มขึ้นทุกปีก็เป็นเหมือนสัญญาณที่บ่งบอกว่าเวลากำลังผ่านพ้นไป ใครที่เริ่มเข้าสู่เลข 4 หรือวัย 40 กันอย่างเต็มตัว ก็คงถึงเวลาที่เราต้องเริ่มใส่ใจกับรายละเอียดในชีวิตอย่างจริงจัง ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วัยกลางคนโดยสมบูรณ์

วันนี้เรามีคำแนะนำสิ่งที่ควรมีในชีวิตก่อนอายุ 40 มาฝากกัน

1. ทักษะภาษาใหม่ๆ

การมีทักษะ 2 ภาษา Thai-English ติดตัวกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วสำหรับทุกคน ดังนั้น อย่าปล่อยให้เรื่องของทักษะภาษาเป็นเรื่องของเด็กอย่างเดียว ผู้ใหญ่และวัยกลางคนทุกคนก็สามารถที่จะเรียนรู้ทักษะภาษาใหม่ๆเช่นเดียวกัน เพิ่มความสามารถให้เราในการติดต่อสื่อสารกับประเทศอื่นๆได้มากยิ่งขึ้น อาจเริ่มจากภาษาที่ตัวเองมีความสนใจหรือคุ้นชินเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ได้ ก็จะทำให้เรียนรู้ได้ไวยิ่งขึ้น

ที่สำคัญการเรียนรู้ภาษาหรือทักษะอะไรใหม่ๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานแบบใหม่ๆแล้ว ยังเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมด้วย เนื่องจากเรากระตุ้นให้สมองมีการทำงานตลอดเวลานั่นเอง

2. สุขภาพที่ดี

ข้อนี้ไม่พูดไม่ได้จริงๆ เพราะ “สุขภาพที่ดี” เป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้าง เหมือนกับจะสร้างตึกที่มั่นคงได้ เราก็ต้องสร้างรากฐานที่แข็งแรงก่อน ดังนั้นเราจึงควรเริ่มให้ไวและรักษาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยของร่างกายและจิตใจในวันข้างหน้า

อายุที่มากขึ้นก็เหมาะกับกิจกรรมการออกกำลังกายที่แตกต่างกันไป ลองหาเวลาทบทวนสุขภาพของตัวเองสักนิดว่าเรายังเหมาะกับกิจกรรมที่ลงแรงตามไขข้อต่างๆ หรือกิจกรรมที่เกิดอาการบาดเจ็บได้ง่ายๆอยู่มั้ย จากนั้นปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม หากเราดูและสุขภาพได้เป็นอย่างดีแล้วอายุจะเป็นเพียงตัวเลขที่ไม่สามารถขัดขวางเราจากการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป

3. เป้าหมายในชีวิต

ใครบอกว่าอายุเยอะแล้วเป้าหมายไม่จำเป็น เป้าหมายนี่แหละจะเป็นสิ่งที่ช่วยชุบชูใจและผลักดันให้เราก้าวเข้าสู่ปีต่อๆไปอย่างเข้มแข็งทั้งสุขภาพกายใจ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายทางอาชีพ เป้าหมายในชีวิต หรือแม้กระทั่งเป้าหมายทางการเงินก็สำคัญทั้งนั้น ขอเพียงตั้งเป้าหมายและมีแนวทางที่แน่ชัดในการพิชิตมันก็พอ

สำหรับคนที่มักจะล้มเลิกกลางครันอยู่บ่อยๆ ลองหา Habit Tracking แอปพลิเคชันต่างๆ มาลองใช้งานดู นี่ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้เราปรับนิสัยและพุ่งสู่เป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น มาลองสัญญากับตัวเองกันว่า 40 แล้วเราจะไม่ท้อถอยง่ายๆ เหมือนเดิม

4. ความสุข

ชีวิตจะสมบูรณ์แค่ไหน หากไม่รู้สึกแฮปปี้ก็ไร้ความหมาย ใครที่กำลังรู้สึกว่าการเป็นวัยกลางคนนั้นแสนจะเต็มไปด้วยความเครียดและภาระ ก็ต้องไม่ลืมที่จะหาจังหวะผ่อนคลาย วิ่งเข้าหาความสุขในชีวิตของตัวเองกันด้วย

ไม่ว่าจะเป็นการให้เวลากับการทำงานอดิเรก การให้รางวัลตัวเองด้วยการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงการจัดทริปท่องเที่ยวเพื่อเติมพลังให้ชีวิตให้ตัวเอง ก็ล้วนเป็นสิ่งที่เพิ่มขีดความสุขในใจเราให้สดใสไม่แพ้วัยรุ่น และเต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

ภาพ freepik

เช็กอินไรซ์บาร์ที่แรกของไทย @สีสด บาย บานาน่าลีฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/612871

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 14:56 น.

เช็กอินไรซ์บาร์ที่แรกของไทย @สีสด บาย บานาน่าลีฟ

หมอโอ๊ค ชวนลิ้มรสความหอมกรุ่นของข้าวสีสดใหม่ คู่กับอาหารไทยรสชาติต้นตำรับที่ “สีสด บาย บานาน่าลีฟ”

กระแสรักสุขภาพยังมาแรงไม่มีตก ด้านคุณพ่อคนเก่งที่ขึ้นชื่อเรื่องดูแลสุขภาพอย่าง หมอโอ๊ค-นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล และภรรยาสาวสุดแซ่บ โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล ก็ไม่พลาดที่มาร่วมแชร์เคล็ดลับสุขภาพดี พร้อมเปิดประสบการณ์  ไรซ์บาร์ (Rice bar) ในงานเปิดตัว “สีสด บาย บานาน่าลีฟ” ร้านอาหารไทยรสชาติต้นตำรับแนวใหม่พร้อมไรซ์บาร์ มอบประสบการณ์ ลิ้มรสข้าวออร์แกนิคสีสดใหม่หลากหลายสูตร จัดโดย วัชรา ลี้โกมลชัย กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ซีแอลพี ร่วมกับ ปวันรัตน์ ธนสารศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการ บริษัท จิตต์ธนา จำกัด ทายาทรุ่นที่ 2 แห่งร้านอาหารไทยบานาน่าลีฟ ณ เดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์

งานนนี้คุณพ่อสุดหล่อ หมอโอ๊ค กล่าวว่า ผมและภรรยาให้ความสำคัญกับการเลือกกินอาหารเป็นพิเศษ เพราะเชื่อในหลัก You are what you eat กินอะไรก็จะได้อย่างนั้น  วันนี้ได้มาร่วมงานเปิดตัวร้าน สีสด บาย บานาน่าลีฟ และ ไรซ์บาร์ ถือว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดีมาก เป็นอีกทางเลือกของคนเมืองในการดูแลสุขภาพ แต่ไม่เสียอรรถรสความอร่อย ได้กินข้าวที่รสชาติดี นุ่ม เหนียว หนึบ แถมคุณประโยชน์ยังอยู่ครบ

พูดถึงข้าว สายลดน้ำหนักอาจส่ายหน้า เพราะต้องการจำกัดคาร์โบไฮเดรต ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่านี่ไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน  ทางที่ดีกว่าคือการบาลานซ์ไดเอท กินอาหารให้ครบหมู่ เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อคาร์โบไฮเดรตไม่ใช่ผู้ร้ายหากเลือกรับประทานอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยสูง สารอาหารครบถ้วน เช่น ข้าวสดใหม่ ที่ยังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุเฉพาะตัว กินแล้วดีต่อสุขภาพ ซึ่งที่นี่ก็มีข้าวสูตรควบคุมน้ำหนัก ซึ่งมีกากใยสูงเป็นประโยชน์ต่อร่างกายทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนที่กำลังลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแต่ก็ต้องอย่าลืมดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน  และออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้เผาพลาญพลังงานส่วนเกิน และเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงครับ”

ตามไปดื่มด่ำกับรสชาติของข้าวสีสดใหม่และอาหารไทยต้นตำรับ พร้อมเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนกับไรซ์บาร์ ณ ร้านสีสด บาย บานาน่าลีฟ สาขา เดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : สีสด Si-Sod by Banana Leaf

host x AMBER ดื่มด่ำ Specialty Coffee ดีกรีแชมป์โลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/612778

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 09:09 น.

host x AMBER ดื่มด่ำ Specialty Coffee ดีกรีแชมป์โลก

ร้าน host x AMBER กาแฟดีกรีแชมป์โลก เปิดสาขาแรกและสาขาเดียวใจกลางกรุง สนองนีดคอกาแฟชาวไทยไม่ต้องบินไปไกลถึงฮ่องกง

host x AMBER หนึ่งในร้าน Specialty Coffee ชื่อดังที่นักดื่มกาแฟลิสต์ไว้ในรายชื่อร้านที่ต้องสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต ด้วยเหตุผลที่มีกาแฟดีๆ ให้เลือกสรรจากหลากสายพันธุ์ หลายแหล่งที่มา พร้อมด้วยเทคนิคการชงและการเนรมิตของบาริสต้าที่คว้าแชมป์บาริสต้าฮ่องกงถึง 2 สมัย แถมยังได้อันดับที่ 4 จากการแข่งขันระดับโลก World Barista Championship ปี 2015 การันตีความสามารถ บวกความความเชี่ยวชาญ ผสานความหลงใหลในกาแฟขนาดนี้ ก็ไม่แปลกใจที่ host x AMBER จะมีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่รสชาติไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเนรมิตออกมาแปลกตาน่าลิ้มลอง

ซึ่งครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ก็มีโอกาสเปิดประสบการณ์การดื่มรูปแบบใหม่อย่างตื่นตาตื่นใจ ในห้างสรรพสิพค้าใจกลางกรุงเทพฯ ที่ CENTRAL@centralwOrld

RECOMMENDED MENU

Yunnan Anaerobic HoneyDrip

Yunnan Anaerobic HoneyDrip

Iced Latte

Strawberry Soda (115 บาท)

Citrus Green (130 บาท)

Sparkling Lychee  (120 บาท)

Sweet Dishes

Orange Pound Cake (80 บาท)

Carrot Cake  (125 บาท)

นอกจากที่ร้านจะเด่นเรื่องกาแฟและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีครัวซองต์และเบเกอรี่หลายอย่างให้เลือก ส่วนที่อยากแนะนำคือOrange Pound Cake (80 บาท) และ Carrot Cake  (125 บาท) เค้กแครอทที่เสิร์ฟมาพร้อมหน้าตาที่อาจดูธรรมดา แต่รสชาติหวือหวาอร่อยถูกใจมาก ตัวเค้กเนื้อนุ่ม ครีมชีสละมุนรสอร่อย ได้กลิ่นของชินนามอนอ่อนๆ รับรองว่าใครที่ชอบเค้กแครอทลองมาชิมของร้านนี้แล้วจะติดใจ

แวะมาเอ็นจอยกับเครื่องดื่มแก้วโปรดในร้านสไตล์มินิมอลบรรยากาศอบอุ่น เคล้ากลิ่นกาแฟ มากันได้ที่ร้าน høst x AMBER อยู่ที่ CENTRAL@centralwOrld ชั้น 1 เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 08.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00-22.00 น.

โทร. 080-837-8878

Facebook https://www.facebook.com/hostxamber/

รู้รักษาตัวรอดสู้วิกฤตฝุ่น ฉบับมนุษย์เงินเดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612649

  • วันที่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 09:45 น.

รู้รักษาตัวรอดสู้วิกฤตฝุ่น ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพและจังหวัดปริมณฑลถือว่าเข้าขั้นวิกฤต jobsDB แนะนำวิธีการดูแลตัวเองด้วย 5 วิธีสู้วิกฤตฝุ่นฉบับมนุษย์เงินเดือน

1. สวมหน้ากากอนามัย N95

ปัจจุบันมีหน้ากากอนามัยหลายประเภทที่จำหน่ายตามท้องตลาด แต่ละแบบก็ใช้งานไม่เหมือนกัน ซึ่งหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้มีประสิทธิภาาพที่สุดคือหน้ากากอนามัย N95 สามารถกรองฝุ่นอนุภาคเล็กตั้งแต่ 2.5 ไมครอนลงมาได้ รวมทั้งเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียต่างๆ หากสถานการณ์ฝุ่นคลี่คลายลง ก็ยังสวมหน้ากากนี้ได้ถ้ามีอาการป่วย ไอ หรือจาม จะได้ไม่เป็นการแพร่เชื้อให้คนอื่น หน้ากากประเภทนี้มีอายุการใข้งานประมาณ 3 สัปดาห์ สามารถใช้ซ้ำได้ แต่ควรเปลี่ยนทุกๆ 2 วัน ข้อเสียคือหน้ากาก N 95 มีราคาค่อนข้างสูง บางชนิดจะมาพร้อมระบบวาล์วระบายอากาศ และมีขนาดให้เลือกเพื่อให้สวมใส่สบาย ถ้าไม่ใช้หน้ากาก N95 อาจใช้หน้ากากอนามัยที่มีฟิลเตอร์ 3 ชั้นแทน

2. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศมีคุณสมบัติกำจัดเชื้อโรค ฝุ่น แบคทีเรีย และกลิ่นอับภายในห้อง แผ่นตัวกรองอากาศในเครื่องจะดักจับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้แล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมา และยังช่วยป้องกันโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากฝุ่นได้ ควรเลือกซื้อขนาดเครื่องฟอกอากาศให้สัมพันธ์กับขนาดของห้อง ถ้าห้องใหญ่ก็เลือกเครื่องรุ่นใหญ่ และเลือกรุ่นที่มีแผ่นกรองแบบที่อากาศไหลผ่านได้ดี จะได้ไม่กินไฟมาก

เครื่องฟอกอากาศสำหรับติดตั้งในรถยนต์ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน สามารถป้องกันฝุ่นควันจากรถยนต์ ให้คนขับรถใช้ชีวิตบนท้องถนนอย่างปลอดภัย รวมถึงมีแบบพกพาขนาดเล็ก มาพร้อมกับสายคล้องคอ พกติดตัวง่ายเมื่อเราต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน สามารถดักจับฝุ่นให้ตกสู่พื้นก่อนที่เราจะหายใจเอาอากาศเข้าไป นอกจากนี้เครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นในสถานที่หรือห้อง แล้วจะแสดงผลบนหน้าจอได้ทันที

3. กินอาหารต้านฝุ่นเสริมเกราะป้องกัน

ถึงแม้จะเรามีอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น PM 2.5  แต่ต้องไม่ลืมการดูแลตัวเองจากภายใน โดยเฉพาะเรื่องอาหารและน้ำดื่ม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว คะน้า บลอกโคลี ฯลฯ เพราะมีสารช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ส่วนผลไม้ก็เน้นที่มีวิตามินสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม มะนาว มะลอกอ ฯลฯ นอกจากจะช่วยบำรุงผิวแล้ว ยังช่วยลดอาการภูมิแพ้ด้วย การเลือกดื่มน้ำสะอาดก็สำคัญมากเช่นกัน

4. งดออกกำลังกายกล้างแจ้ง

ใส่ใจเรื่องอาหารอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน แต่ใครที่ชอบวิ่งในสวนสาธารณะตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น ช่วงนี้ควรงดออกกำลังกายกล้างแจ้งทุกรูปแบบก่อนนะคะ และไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยขณะออกกำลัง เพราะจะทำให้ร่างกายหายใจแรงและเร็วขึ้น หัวใจก็จะทำงานหนักกว่าปกติ ช่วงนี้ควรเลือกออกกำลังกายในฟิตเนสที่มีระบบฟอกอากาศดีกว่า

5. Work From Home

ปัจจุบันรูปแบบการทำงานของพนักงานประจำมีความยืดหยุ่นสูง ไม่จำเป็นต้องทำงานเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 5 วัน บางบริษัทมีนโยบายให้พนักงาน Work from home สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ขอแค่ส่งงานให้ครบตามกำหนด ซึ่งนโยบายนี้เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันมาก ทำให้พนักงานไม่ต้องเสี่ยงกับภัยฝุ่น PM 2.5 และช่วยลดปัญหาการจราจรได้ด้วย เพราะส่วนหนึ่งของสาเหตุฝุ่นก็มาจากเครื่องยนต์บนท้องถนน ใครที่กำลังมองหางานใหม่อยู่พอดี รูปแบบการทำงาน Work from home ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

Cover Letter และ Resume สองเรื่องต้องรู้ก่อนก้าวสู่การทำงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612614

  • วันที่ 23 ม.ค. 2563 เวลา 15:49 น.

Cover Letter และ Resume สองเรื่องต้องรู้ก่อนก้าวสู่การทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ หรือคนที่กำลังอยากหางานทำใหม่ ยังไงการแนะนำตัวผ่านจดหมายและเรซูเม่สมัครงานก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ดี

ซึ่งสองนี้จะช่วยสร้างความประทับใจแต่แรกแก่นายจ้าง เสมือนคุณได้ขายตัวเองและบอกผ่านตัวอักษร ดังนั้นคุณจึงควรแสดงโชว์จุดเด่นด้านการจัดการด้านอารมณ์ (soft skill) อย่างเช่นการสื่อสาร ความเป็นผู้นำ การจัดการปัญหา การจัดการความขัดแย้งและการทำงานเป็นทีม การเขียนเชิงโน้มน้าวเพื่อที่จะสามารถชักจูงให้นายข้างคล้อยตามในสิ่งที่คุณกำลังจะสื่อว่าคุณเหมาะสมกับบริษัทมากแค่ไหน ถึงแม้คุณจะยังไม่มีประสบการณ์ก็ตามที

 

Cover Letter

คือจดหมายสมัครงาน มีจุดประสงค์เพื่อแนะนำตัวให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลรู้จักประวัติเบื้องต้นของผู้สมัครและทราบเหตุผลที่ต้องการสมัครตำแหน่งงานนี้ ยิ่งเขียนได้น่าสนใจเท่าไหร่ก็ยิ่งดึงดูดให้คนสนใจอ่าน Resume ต่อ และอยากนัดสัมภาษณ์ในที่สุด ควรใช้ภาษาที่เป็นทางการ โดยปกติแล้วการเขียน Cover Letter จะเเบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

ส่วนแนะนำ (Introduction) เริ่มด้วยการเขียนแนะนำตัวประวัติสั้นๆ และระบุตำแหน่งที่ต้องการสมัคร

เนื้อหาหลัก (Body) เป็นส่วนที่เปิดโอกาสให้คุณบอกเล่าคุณสมบัติของตัวเอง ทัศนคติในการทำงาน พร้อมด้วยการบอกเหตุผลว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ยิ่งถ้าคุณไม่ได้ร่ำเรียนมาโดยตรง ก็ควรเขียนอธิบายให้ผู้อ่านเห็นถึงมุ่งมั่นของคุณอย่างชัดเจน ควรระบุถึงผลงานที่โดดเด่น ประสบการณ์ฝึกงาน เวิร์กชอป หรืองานอดิเรกที่ส่งเสริมกับตำแหน่งที่สมัคร มีการยกตัวอย่างการเขียนที่ถนัดซึ่งตรงกับความต้องการของบริษัท แต่ ไม่ควรเขียนเยิ่นเย้อหรือบรรยายความสามารถเกินจริง เพราะส่วนของเนื้อหาเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณถูกคัดเลือกสัมภาษณ์

ส่วนปิดท้าย (Closing) ควรเขียนถึงเหตุผลว่าทำไมถึงอยากร่วมงานกับบริษัทนี้ และถ้าได้ร่วมงานกันในอนาคต คุณจะมีส่วนช่วยผลักดันองค์กรได้อย่างไร

 

Resume

Resume มีไว้เพื่อบอกข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ ทั้งด้านการศึกษา ความสามารถพิเศษ ทักษะที่เชี่ยวชาญ ที่จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ทักษะทางภาษา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การถ่ายภาพ ฯลฯ รวมทั้งจุดมุ่งหมายในอาชีพ หรือ Career Objective ที่ควรอยู่ในย่อหน้าแรกของ Resume เพราะเป็นการสรุปให้บริษัททราบว่าคุณมีดีอะไร ทำไมถึงเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ควรเขียนด้วยประโยคที่เรียบง่าย ความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด ระบุเงินเดือนที่คาดหวังไปด้วย

ทั้งนี้ Resume ไม่ควรยาวเกิน 1 หน้ากระดาษ สิ่งสำคัญคือควรแยกแต่ละหัวข้อให้ชัดเจน เรียงลำดับข้อมูลการศึกษาและฝึกงานตามลำดับเวลา จัดหน้ากระดาษให้ดูอ่านง่าย ใช้คำที่กระชับ เพราะ Resume ที่มีรายละเอียดเยอะจนเกินไป อ่านแล้วไม่สบายตา จะเสี่ยงต่อการถูกคัดทิ้ง

จะเห็นได้ว่า Resume และ Cover Letter นั้นมีจุดประสงค์แตกต่างกัน โดยสรุปก็คือ Resume มีไว้เพื่อบอกข้อมูลเบื้องต้นของผู้สมัคร ส่วน Cover Letter มีไว้เพื่อแนะนำตัวและโน้มน้าวให้ฝ่าย HR ทราบว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมกับตำแหน่งงาน  ขอแนะนำให้คุณยื่นทั้งสองอย่างในการสมัครงาน ในบางสาขาอาชีพอาจจะต้องมี Portfolio เพื่อประกอบการพิจารณา เช่น สายงานดีไซน์และครีเอทีฟ ให้คุณคัดเลือกผลงานเด่นๆ หรือจะสร้างผลงานใหม่ขึ้นมาเลยก็ได้

7 งานยุคใหม่ที่จะเติบโตไปพร้อมกับการมาของปัญญาประดิษฐ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/600727

  • วันที่ 23 ม.ค. 2563 เวลา 07:08 น.

7 งานยุคใหม่ที่จะเติบโตไปพร้อมกับการมาของปัญญาประดิษฐ์

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก งานยุคเก่าค่อยๆ หายไป ส่งงานยุคใหม่ๆ เข้ามาแทน! มาดูกันว่า 7 อาชีพที่น่าสนใจและจะเติบโตไปพร้อมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีงานไหนน่าจับตาเป็นพิเศษบ้าง

เรารู้กันดีว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้น ทั้งทำให้เกิดเป็นอาชีพใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาชีพทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล งานด้านวิทยาศาสตร์ งานด้านการเก็บรวบรวมข้อมูล และงานด้านวิจัย ฯลฯ

แม้จะมีกระแสความหวาดกลัวว่า “AI” (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ จะทำให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก แต่แท้จริงแล้ว AI จะทำให้เกิดงานใหม่ๆ ขึ้น และช่วยให้งานของมนุษย์สบายขึ้น เพียงแต่เราต้องมีการปรับตัวและพัฒนาทักษะของตนเอง เรียนรู้การใช้เทคโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมาให้ทัน ทางด้านผู้ประกอบการก็ต้องสนับสนุนให้แรงงานได้เรียนรู้พัฒนาความสามารถ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่นเดียวกัน

มีข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานของ Gartner ที่ระบุว่า ในปี 2020 แม้ว่า AI จะลดการจ้างงานไป 1.8 ล้านตำแหน่ง แต่ก็จะสร้างงานใหม่ได้ 2.3 ล้านตำแหน่ง ซึ่ง Peter Sondergaard หัวหน้านักวิจัยของ Gartner ได้คาดการณ์ว่า AI จะเพิ่มความสามารถของแรงงานและอาจเป็นผู้สร้างงานทั้งหมด

7 อาชีพที่จะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แม้จะมีการนำ AI มาใช้ ได้แก่

1.ตำรวจไซเบอร์/นักรบไซเบอร์

เนื่องจากในปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องที่ง่าย หากมีการนำข้อมูลไปบิดเบือนและนำออกมาเผยแพร่อย่างไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้รักษาความปลอดภัยด้านระบบดิจิทัล เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และคอยอุดช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝีมือของเหล่าแฮกเกอร์ ที่จะเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับระบบขององค์กร

2.วิศวกรพัฒนายานยนต์

เมื่อโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความประหยัดควบคู่กันไป จึงทำให้การผลิตยานยนต์ในอนาคตที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ก็ได้เริ่มเข้ามามีความสำคัญและมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตของมุนษย์ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย จึงไม่แปลกเลยที่อาชีพด้านวิศวกรพัฒนายานยนต์กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานโลก

3.นักเทคโนโลยีชีวภาพ

เมื่อคำว่า เกษตรกรรม ไม่ใช่เพียงแค่การทำงานด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ว่าในระหว่างกระบวนการผลิตเรายังสามารถนำกากเหลือทางการเกษตรมาพัฒนามาเป็นพลังงานทดแทนได้อีกด้วย จึงถือได้ว่าอาชีพนักเทคโนโลยีชีวภาพมีความจำเป็นอย่างมากในอนาคต

4.นักวิจัยอาหาร

ถือได้ว่าคนในยุคปัจจุบันได้หันมาให้ความสำคัญในเรื่องของการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยไม่ได้รับประทานอาหารเพื่อความอร่อยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมด้านอาหารต้องทำการปรับตัวตาให้ตามทันเทรนด์การทานอาหารเพื่อสุขภาพของคนในรุ่นต่างๆ อีกด้วย โดยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าไปเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านั้น

5.นักวิจัย Big Data

สำหรับในวงการธุรกิจการมีข้อมูลเก็บเอาไว้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และในปัจจุบันก็มีข้อมูลอยู่มากมาย แต่ก่อนที่เราจะนำข้อมูลเหล่านั้นออกมาใช้ประโยชน์ได้นั้น จะต้องผ่านการวิเคราะห์จากนักวิจัยเสียก่อน เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นมีความถูกต้องและมีความคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อนำออกมาใช้นั่นเอง

6.ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักตามอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในยุคที่ AI กำลังเข้ามา เช่น การผลิต GPU chips ที่มีรูปแบบเฉพาะของบริษัทด้านเทคโนโลยี ฯลฯ จากความต้องการในการใช้ชิพและฮาร์ดแวร์ของ AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจด้านนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้อาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานตามไปด้วย

7.วิศวกร ML : Machine Learning Engineers

สำหรับคนที่จะมาเป็นวิศวกรด้าน ML ได้นั้น จะต้องมีความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีทักษะที่ดีเยี่ยมในการเขียน Code และต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆ เป็นอย่างดี ซึ่งในบางครั้งเรายังจะต้องทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอีกด้วย

 

ภาพ : Freepik