6 จุดเที่ยวห้ามพลาดเมื่อเยือน “ไต้หวัน” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/604230

  • วันที่ 30 ธ.ค. 2562 เวลา 14:30 น.

6 จุดเที่ยวห้ามพลาดเมื่อเยือน "ไต้หวัน"

Travel Destination การท่องเที่ยวไต้หวันแนะนำ 6 จุดเที่ยวห้ามพลาดเมื่อเยือนไต้หวัน

“ไต้หวัน” ถือเป็นอีกหนึ่ง Travel Destination ที่หลายคนฝันว่าจะต้องไปสักครั้ง เพราะเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม มีอารยธรรม มีอาหารการกินเลิศรสที่ถูกปากคนไทย รวมถึงมีธรรมชาติที่คงความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ประเทศไต้หวันเป็นที่รักและเป็นหนึ่งในแผนท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของนักเดินทาง ดังนั้น ใครที่เตรียมตัววางแผนจะไปลุยประเทศไต้หวันต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทางการท่องเที่ยวไต้หวันประจำประเทศไทย  แนะนำ 6 สถานที่เที่ยวห้ามพลาดเมื่อเยือนไต้หวัน

เริ่มต้นที่ “ตึกไทเป 101” แลนด์มารค์จุดแรกที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงไต้หวัน เพราะตึกไทเป 101 ถือเป็นตึกที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าใจกลางเมืองไทเป และเป็นศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้งสุดหรู จำหน่ายของที่ระลึก สินค้าแบรนด์เนมต่างๆ มากมาย ไฮไลท์เด็ดของที่นี่คือ จุดชมวิวบนยอดตึก สามารถขึ้นไปชมความสวยงามของเมืองไทเปแบบ 360 องศา เรียกได้ว่าไปเที่ยวถึงไทเปทั้งที ไม่เช็คอินที่ตึกนี้เหมือนมาไม่ถึงเลยก็ว่าได้

ต่อด้วย “อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก” อีกสถานที่แนะนำสัญลักษณ์ของเมืองไทเป แหล่งรวบรวมความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบจีน ตั้งอยู่ตรงกลางจตุรัสเสรีภาพ ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ มีสวนที่ตกแต่งและออกแบบให้มีกลิ่นอายสไตล์แดนมังกร อาคารประดิษฐานรูปปั้นของท่านเจียง ไคเชก บุคคลสำคัญที่นำพาไต้หวันมาถึงทุกวันนี้ แถมที่นี่ยังมีมุมให้นักท่องเที่ยวเดินชิลๆ ชมธรรมชาติ และถ่ายรูปบันทึกความทรงจำไว้หลายจุดอีกด้วย

“หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น” สถานที่เที่ยวยอดฮิต เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนภูเขาที่อยู่ริมทะเลในเขตเมืองนิวไทเป โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามที่ต้องไปสัมผัสด้วยสายตาของตัวเอง บรรยากาศจะมีความคล้ายกับหมู่บ้านชนบทของประเทศญี่ปุ่น แต่เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้คือ อาคารไม้โบราณ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส อีกทั้งตลอดทางเดินถูกตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟจีนสีแดง มีร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงโรงน้ำชาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชิล จะมาช่วงกลางวันหรือช่วงเย็นก็ได้ความสวยงามที่แตกต่างกัน

ส่วนสายกินห้ามพลาด “ตลาดกลางคืนซื่อหลิน” ตลาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองไทเป สามารถออกมาเดินเล่นสบายๆ ได้ในยามค่ำคืน ที่สำคัญคือมีอาหารแนวสตรีทฟู้ดสไตล์ไต้หวันให้เลือกอิ่มท้องกว่า 100 ร้านค้า ในราคาเบาๆ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านรวงจิปาถะ ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของฝากต่างๆ

ปิดท้ายเอาใจสายมูที่ “วัดหลงซาน” วัดเก่าแก่ชื่อดังของไต้หวันที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีชื่อเสียงในเรื่องการขอคู่ครอง และยังได้รับความนิยมด้านเครื่องรางต่างๆ อีกด้วย ภายในมีเทพเจ้าหลายพระองค์ รวมถึงเทพเจ้าเฒ่าจันทรา ซึ่งตามความเชื่อของชาวจีน หากคนโสดได้มากราบไหว้ขอพรในเรื่องความรักด้วยการบูชาด้ายแดงจะประสบความสำเร็จพบกับรักแท้ที่ตั้งใจไว้

 “วัดหนานคุนเซินไต้เทียน” วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไต้หวัน ทางเข้าวัดมีซุ้มประตูสวยงามยิ่งใหญ่ ภายในอาคารมีการตกแต่งอย่างสวยงามและเป็นที่ประทับของ “เทพเจ้า 5 พระองค์” หรือที่เรียกรวมกันว่า “อู่ฟู่เซียนสุ้ย” (โหงวหวังเอี้ย) เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไต้หวัน ได้แก่ เทพเจ้าหลี่หู่เซียนสุ้ย เทพเจ้าฉือหู่เซียนสุ้ย เทพเจ้าอู๋หู่เซียนสุ้ย เทพเจ้าจิวหู่เซียนสุ้ย และเทพเจ้าฟางหู่เซียนสุ้ย ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวไต้หวัน เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ทั้ง การงาน การเงิน ความเจริญรุ่งเรือง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น

สำหรับใครกำลังมีแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน ทางศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ได้ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำประเทศไทย จัดงาน “All around Taiwan 2019” เอาใจคนรักประเทศไต้หวัน รวมความเป็นไต้หวันครบจบในที่เดียว ภายในงานได้จำลองบรรยากาศ “เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น” แลนด์มาร์คยอดฮิตมาให้ได้แชะแอนด์แชร์ รวมถึงได้อันเชิญเทพเจ้า 5 พระองค์ “อู่ฟู่เซียนสุ้ย” มาให้สักการะขอพร พร้อมบูธร้านอาหารและของฝากจากไต้หวันให้เลือกช้อป ชิม กว่า 30 ร้านค้า และสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช็อปทำของที่ระลึกสไตล์ไต้หวัน พลาดไม่ได้กับแพคเกจทัวร์ไต้หวันราคาสุดคุ้ม ราคาเริ่มต้นเพียง 11,999 บาท จากบริษัททัวร์ชั้นนำ ผู้ที่สนใจร่วมงานได้ฟรี  ตั้งแต่วันที่ 25-31 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ลานกิจกรรมโอโซนสแควร์ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/thanyapark

“ปูขี่พริก” แซ่บซี๊ดกับซีฟู้ดสูตรปลาร้า ปาร์ตี้ไหนๆ ก็เอาอยู่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/610367

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2562 เวลา 11:11 น.

"ปูขี่พริก" แซ่บซี๊ดกับซีฟู้ดสูตรปลาร้า ปาร์ตี้ไหนๆ ก็เอาอยู่

อยากอร่อยฟินกินของแซ่บๆ ซีฟู้ดสดๆ กดสั่ง “ปูขี่พริก” เดลิเวอรี่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด #ซีฟู้ดสูตรปลาร้านัวเจ้าแรกในประเทศไทย

 

วันหยุดอยู่บ้าน ฉลองปีใหม่จัดใหญ่จัดเต็มกับเมนูซีฟู้ด พูดเลยว่าแซ่บมาก สำหรับร้าน “ปูขี่พริก” โลโก้ปูขี่บนเม็ดพริกสื่อถึงความเผ็ด รสชาติแซ่บที่มาควบคู่กับปูสด รสหวาน การันตีคุณภาพคับกระดองทั้งความสดใหม่ ความสะอาด เอร็ดอร่อยกับมันปูธรรมชาติแบบไม่ปรุงแต่ง มีให้เลือกทั้งปูไข่ ปูเนื้อ ปูม้า ที่เฟ้นหามาจากทุกน่านน้ำทะเลไทย คัดไซส์อย่างพิถีพิถัน ส่งสดทุกวันจากทะเล

ทีเด็ดของร้านนี้นอกจากอาหารทะเลสด ไซส์ใหญ่ เสิร์ฟร้อน ส่งเร็วกว่าใครแล้ว ที่โด่งดังในโซเชียลก็คือ #ซีฟู้ดสูตรปลาร้านัวเจ้าแรกในประเทศไทย น้ำจิ้มซิกเนเจอร์ของร้านรสชาติแซ่บนัวถึงใจไม่เหมือนใคร กินคู่กับอะไรก็อร่อย

ส่วนเมนูที่ต้องลองคือ ปูไข่ดอง ปูทะเลก้ามโต เนื้อแน่น ไข่เยอะ แช่ในน้ำปลาดอง เติมพริก กระเทียมดับคาว พักไว้ 6 ชม. แล้วฟรีซพร้อมส่ง ไม่ต้องต้องกังวลเรื่องสารกันบูด ชอบความสดแนะนำ กุ้งแช่น้ำปลา ที่มาพร้อมกระเทียมสไลซ์ได้ใจคนรักกับแกล้ม

ไม่เก่งจานสด สั่งปูไข่นึ่ง ปูเนื้อนึ่ง ปูม้าแกะกรรเชียงใหญ่กัดเต็มคำ ตามด้วยหอยแครงลวก ยำหอยแครง ยำปู่ขี่พริก ยำปูม้าสด ยำไข่ปูม้า ยำแซลมอน ปิดท้ายที่ เมนูย่างอย่างปลาหมึกหอม (เริ่มต้น 210 บาท) หมึกหอมสดๆ ตัวใหญ่ๆ เนื้อหนานุ่ม ย่างบนเตาถ่านไฟแรง กินคู่น้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน จัดมากี่จานก็หมด ยังมี หอยแครงเผา กุ้งแม่น้ำเผามันเยิ้มๆ ยั่วน้ำลายตั้งแต่แรกเห็น

ร้านปูขี่พริกพร้อมจัดเสิร์ฟเมนูอร่อยถึงประตูบ้านแล้ววันนี้ เพียงกดสั่งที่ Line@pukeepick หรือโทร. 098-5194189, 02-102-9310 ส่วนใครที่อยากไปกินถึงถิ่นปูขี่พริก ไปกันได้ที่ร้านสาขาแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ 11.00-21.00 น. สอบถามโทร. 098-7736424 , 02-102-9457 ตามดูรีวิวเด็ดๆ ได้ที่   IG: pukeepick   FB: https://www.facebook.com/pukeepick/

Bangkok Countdown 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/610310

  • วันที่ 28 ธ.ค. 2562 เวลา 14:40 น.

Bangkok Countdown 2020

Countdown in Bangkok นับถอยหลังต้อนรับศักราชใหม่ที่ไหนดี

Central World – AIS Bangkok Countdown 2020

ร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2020 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ไปกับ AIS Bangkok Countdown 2020 เอ็นเตอร์เทนเมนต์เคาท์ดาวน์ระดับโลกที่ยกคอนเสิร์ตมาอยู่ในงานแบบจัดเต็ม อาทิ เวทีไฮโดรลิก 4 ชั้นพร้อมด้วยลิฟท์ 4 จุด เวทียาว 220 เมตร ซึ่งยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อลังการกับทะเลบอลลูนและซีนแสงสีเสียงสุดตระการตา พร้อมการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง ไฮไลท์การแสดงจากจากศิลปินระดับท็อป อาทิ The Toys, เป๊ก ผลิตโชค, ปาล์มมี่, Getsunova, Slot Matchine, โจอี้บอย, Thaitanium, Twopee และโชว์สุดน่ารักจาก เจมส์ จิรายุ, เกรท วรินทร, มะปราง กัญญ์ณรัณ, TRINITY บอยแบนด์ทีมชาติไทย ที่จะส่งมอบความสุขก่อนการเริ่มต้นปีใหม่ให้กับทุกคน ทั้งหมดนี้พบกันในค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ICONSIAM – Amazing Thailand Countdown 2020

ICONSIAM จัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2020” โชว์ดอกไม้ไฟรักษ์สิ่งแวดล้อมความยาว 1,400 เมตร มองเห็นไกลได้ถึง 2 กิโลเมตร ภายใต้แนวคิด ‘มหัศจรรย์พร 7 ประการ’

ASIATIQUE The Riverfront – Chang Music Connection presents ASIATIQUE Thailand Countdown 2020

ร่วมสนุกข้ามปีกับเอเชียทีคในงาน ‘ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น พรีเซนต์ส เอเชียทีค ไทยแลนด์ เคาท์ดาวน์ 2020 ซึ่งปีนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Boost Your Energy Up รีชาร์จพลังชีวิตให้เต็มที่รับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง สนุกสุดเหวี่ยงไปกับมหกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ดา เอ็นโดรฟิน, Mild, Scrubb, UrboyTJ, แสตมป์ อภิวัชร์, อะตอม ชนกันต์, แบล็กเฮด, DJ Gail Werner (EDM) และ DJ Foamberry พิเศษกับเพลงพรปีใหม่ที่ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์เฉพาะสำหรับเอเชียทีค

Megabangna – The Forestias by MQDC Presents Mega Countdown 2020

ร่วมนับถอยหลังข้ามปีกับงาน เดอะ ฟอเรสเทียส์ บาย เอ็มคิวดีซี พรีเซ้นต์ เมกา เคาท์ดาวน์ 2020 มันข้ามปีกับคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบจากศิลปินดังที่เคาท์ดาวน์กรุงเทพ 2020 ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพตะวันออก พบกับศิลปินดัง อาทิ นนท์-ธนนท์, Getsunova, โปเตโต้, สล็อต แมชชีน, Poly Cat, UR Boy TJ และ กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่

Magnolias Ratchadamri Boulevard – Beautiful Bangkok 2020

MQDC ร่วมกับ ททท. และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดงาน “Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness” ปักหมุดแลนด์มาร์คเคาท์ดาวน์แห่งใหม่ใจกลางเมือง ตื่นตาไปกับปรากฏการณ์การแสดงแสงสีเสียงส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ ด้วยแสงไฟหลากโทนสี ที่ออกแบบให้แสงไฟพลิ้วไหวไปตามเส้นสายโค้งเว้าของตัวตึก โดยสามารถรับชมได้ทุกต้นชั่วโมง และยังสะท้อนความงดงามแห่งกรุงเทพฯ ด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ บนโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด สูงกว่า 60 ชั้น พลาดไม่ได้กับ “The Wonder Flower Land” ที่มาในรูปแบบ Interactive Installation Art สุดล้ำด้วยเทคโนโลยี AI จากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ถ่ายภาพออกมาได้มุมสวยที่ไม่เหมือนใคร พร้อมให้คุณเพลิดเพลินกับการครีเอทดอกไม้ช่อแรกแห่งปีจากการเต้นของชีพจร และร่วมเก็บภาพความประทับใจแบบไม่ซ้ำใคร

Seacon Square – COUNTDOWN CONCERT 2020

ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ จัดงาน COUNTDOWN CONCERT 2020 มหกรรมฟรีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจากศิลปินดังต้อนรับปีใหม่ 2020 ตลอด 3 คืนเต็ม 29-31 ธันวาคม 2019 ตั้งแต่ 20.30 น. จนถึงเที่ยงคืน ณ ลานหน้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ พบกับวง Cocktail, ปาล์มมี่ สนุกไปกับดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก Paradox และวงร็อกระดับตำนาน Clash พร้อมส่งท้ายในคืนข้ามปีไปกับ ETC และ Mild

Future Park & Zpell – Future Park & Zpell Countdown 2020

ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค-สเปลล์ ร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Future Park & Zpell Countdown 2020 ร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ข้ามปี ระเบิดความสนุกให้ทุกคน ได้มาร่วมส่งท้ายปีเก่า และนับถอยหลังรับปี 2020 ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลอง และคอนเสิร์ตจัดเต็ม แสง สี เสียง จากเหล่าศิลปินชื่อดัง อาทิ Youngohm, LAZYLOXY & OG-ANIC, 25 hours, Modern Dog และ Cocktail พร้อมเสริมทัพด้วย พระเอกหน้าหล่อ แชมป์ ชนาธิป และ ภณ ณวัสน์ พิธีกรคู่หูสุดฮา ซาร่า และ แท็ค ภรัญญู ก้าวสู่ศักราชใหม่ด้วยความสุขไปพร้อมๆ กันที่ลานจอดรถ Short Stay ด้านข้างศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

‘สีฟ้า’ คิดถึงทุกคราเวลาหิว ส่ง 3 โปรโดนใจตอบโจทย์ทุกวัย กินได้ทุกคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/610288

  • วันที่ 27 ธ.ค. 2562 เวลา 17:00 น.

'สีฟ้า' คิดถึงทุกคราเวลาหิว ส่ง 3 โปรโดนใจตอบโจทย์ทุกวัย กินได้ทุกคน

“อย่าลืม สีฟ้า เวลาหิว” …Happy Moment กับ Happiness Set ที่ร้านอาหารสีฟ้า อิ่มอร่อยทุกวัน คิดถึงทุกครั้งที่หิว

ช่วงเวลาสุดหรรษาในเทศกาลแห่งความสุขปีนี้ มาทำให้ชีวิตแฮปปี้ด้วยมื้ออร่อยจากร้านอาหารที่คุ้นเคย “สีฟ้า” ที่มาพร้อมโปรโมชั่นดีๆ Happiness Set ซึ่งมีให้เลือกกันถึง 3 รูปแบบ ครั้งนี้ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือยกครอบครัวมาเป็นหมู่ก็รับไหว

เริ่มกันที่โปรโมชั่น Happiness Begins เพียงสั่งเมนู บะหมี่แห้งอัศวิน หรือข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว ก็รับสิทธิ์แลกซื้อเมนูทานเล่น 1 จาน (ขนมจีบ, ปอเปี๊ยะสด, เกี๊ยวกรอบ) จับคู่กับเครื่องดื่มสมุนไพร 1 แก้ว (ตะไคร้, กระเจี๊ยบ, เก๊กฮวย) ในราคาพิเศษเพียง 99 บาท จากปกติ 165 บาท

มาเป็นคู่แนะนำโปรโมชั่น Happy Together Set (สำหรับ 2-3 ท่าน) เลือกจับคู่ความอร่อยได้ด้วยตัวคุณเอง (เลือกได้ 1 เมนูในแต่ละหมวด) ในราคาพิเศษเพียง 450 บาท จากปกติ 550 บาท ได้ครบทั้งของทานเล่น (ขนมจีบนึ่ง, ปอเปี๊ยะสด, ขนมเบื้องญวน) บะหมี่แห้ง (บะหมี่แห้งราชวงศ์, บะหมี่แห้งเป็ดย่างสีฟ้า, บะหมี่แห้งเกี๊ยวหมูแดง) เมนูข้าว (ข้าวคลุกกะปิ, ข้าวไข่ข้นกุ้ง, ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ) ตามด้วยเมนูประเภทยำ (ยำถั่วพู, ยำวุ้นเส้น, ลาบเป็ดย่างสีฟ้า)

อัพความพิเศษเพิ่มขึ้น เมื่อสั่งเมนู Happy Together Set เพิ่มเพียง 99 บาท เลือกรับเครื่องดื่มสมุนไพร 2 แก้ว หรือรับสิทธิ์แลกซื้อไอศกรีม ในราคา Half Price ไม่ว่าจะไอศกรีมทุเรียนเยลลี่ ไอศกรีมรสกาแฟ ช็อกโกแลต วานิลลา ก็ราคาหั่นครึ่ง!!

ปิดท้ายด้วยโปรชุดใหญ่ไฟกะพริบ Happy Family Set อิ่มฟินได้ทั้งครอบครัวกับเซ็ตกับข้าวที่เลือกจับคู่ความอร่อยได้ตามใจในทุกหมวด (เลือก 1 เมนู/หมวด) ในราคาพิเศษ 850 บาท (สำหรับ 4-6 ท่าน) เริ่มที่จานกลาง (หมูสะเต๊ะ, เป็ดย่าง, ปีกไก่ทอดสมุนไพร) กับข้าวคลาสสิก (คะน้าไฟแดงปลากุเลาเค็ม, ตำลึงผัดหมูสับ, ไก่ผัดพริกแห้งเมล็ดมะม่วงหิมพานต์) พลาดไม่ได้กับยำ (ยำวุ้นเส้น, ยำถั่วพู, ลาบเป็ดย่าง) หมวดทะเล (ไข่ฟูปูทะเล, กุ้งอบวุ้นเส้น, เนื้อปลากะพงผัดขึ้นฉ่าย) และแกงไฮไลท์ของสีฟ้า (แกงเลียงกุ้งสด, แกงเผ็ดเป็ดย่าง, แกงพริกขี้หนูเนื้อน่อง)

พิเศษ! เมื่อสั่งเมนู Happy Family Set รับฟรี Happiness Bag มลูค่า 250 บาท วัสดุกระสอบรีไซเคิลช่วยลดปริมาณขยะ

Recommended Menu

หมวดทานเล่น

เกี๊ยวกรอบ ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ ใช้แป้งชนิดเดียวกับแป้งบะหมี่ของสีฟ้าซึ่งทำมาจากไข่ล้วนๆ ได้แป้งที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ ได้กลิ่นหอมของไข่ เหมือนบังคับให้หยิบชิ้นต่อไปอย่างปฏิเสธไม่ได้

ปอเปี๊ยะสด ความอร่อยของไส้ที่ประกอบด้วย หมูตั้ง เต้าหู้ กุนเชียง ผักต่างๆ ราดด้วยน้ำราดที่ปรุงรสจนหอมอร่อย ดัดแปลงโดยนำเป็ดย่างตำรับสีฟ้าเพิ่มเข้าไป รับรองว่าเมนูนี้ถูกใจคนชอบกินปอเปี๊ยะสดแน่นอน

ขนมเบื้องญวน อาหารไทยสำรับชาววังที่ปัจจุบันหาทานได้ยาก ขนมเบื้องสีเหลืองทองเนียนบางดูน่ารับประทาน เกิดจากเทคนิคการละเลงแป้งบนกระทะร้อนจนบางและเหลืองกรอบ สอดไส้ที่ปรุงจากกุ้งสับ เนื้อมะพร้าว หัวไชโป๊ว ถั่วงอก และเต้าหู้เหลือง เสิร์ฟกับน้ำอาจาดรสเปรี้ยว หวาน เค็ม บวกกับแตงกวา ทำให้รสชาติเข้ากันอย่างดี

หมวดอาหารจานเดียว

ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว เมนูโด่งดังและขายดีที่สุดของร้านอาหารสีฟ้า ที่สุดของความกลมกล่อมหอมหวาน กินคู่กุนเชียงเข้าไป ยั่วใจสุดๆ เสิร์ฟมาพร้อมไข่ดาวทอดขอบกรอบๆ เลือกใช้ไข่ไก่สดคุณภาพดีจาก S-pure ช่วยเพิ่ม Texture กรุบกรอบ เมื่อตักพร้อมกันทั้งเนื้อไก่ ข้าวสวยร้อนๆ กุนเชียง และไข่ดาว บอกเลยว่าเด็ด

บะหมี่เป็ดย่าง บะหมี่เส้นเล็กๆ แบน ๆ เหมือนกับเส้นทั่วไป แต่แตกต่างคือใช้ไข่เยอะและใส่ด่างน้อยกว่า ทำให้เวลารับประทานจะได้กลิ่นความหอมของไข่ ในเส้นบะหมี่ ส่วนเทคนิคกินบะหมี่ให้อร่อยแนะนำให้กินแบบแห้งมากกว่าแบบน้ำ เพราะจะเหนียวนุ่มกว่าที่ใครๆ เคยกินมา

ข้าวไข่ข้นกุ้ง เมนูที่เริ่มแนะนำในยุคสีฟ้าสยาม ช่วงปี พ.ศ. 2527-2529 ซึ่งผู้บริหารท่านหนึ่งเป็นผู้ริเริ่มโดยเป็นการผสมผสานระหว่างไข่เจียวของ ไทยกับ Omelet ของฝรั่ง แต่ของสีฟ้าใช้สูตรผสมเป็นแบบฉบับของสีฟ้าเอง โดยมีไข่เจียวเป็น base ผสมกับเครื่องปรุงพิเศษ ประกอบกับเทคนิคการทอดที่ต้องใช้ความชำนาญในการให้ไฟให้ความร้อน จึงจะได้หน้าตาและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสีฟ้า จนเป็นเมนูยอดนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

หมวดกับข้าว

เป็ดย่างหนึ่งในเมนูที่ “ต้องสั่ง” ไม่ใช่เพราะแค่ความอร่อย แต่นี่คือเป็ดย่างตำรับกวางตุ้งแท้ หมักและย่างด้วยสูตรเด็ดจนหนังเป็นสีแดงน้ำตาล ส่วนเนื้อเป็ดให้ความนุ่มกลมกล่อม ความพิเศษอยู่ที่น้ำราด รสชาติกำลังดี หอมเครื่องเทศแต่ไม่กลบรสชาติของเป็ดย่าง ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มสูตรกวางตุ้ง รสชาติความอร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสีฟ้า

ลาบเป็ดย่าง อาหารฟิวชั่นยุคดั้งเดิมของประเทศไทย ในยุคสีฟ้าสยามที่พัฒนามากจากการผสมผสานเป็ดย่างสีฟ้า อาหารจีนที่ปรุงมาอย่างดี ที่มีทั้งความหอม ชุ่มฉ่ำ หวานมัน กับวิธีการลาบแบบไทยไทย ที่มีทั้ง หอมแดง ผักชีฝรั่ง ต้นหอม ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา มะนาว และน้ำตาลปี๊บ ความลงตัวของสองคุณภาพไทย-จีนที่ทำให้ทั้งลูกค้าชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อยมาเป็นระยะเวลายาวนาน

ไก่ผัดพริกแห้งเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมนูนี้จัดให้เป็นเมนูอาหารจีนขั้นเทพที่ทุกภัตตาคารจีนจะต้องมีและต้องทำให้เป็นเมนูเด่นประจำร้านและเป็นเมนูที่ชาวต่างชาติคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีสำหรับเมนูนี้มีเคล็ดลับที่ไม่ลับนั่นคือ ต้องผัดไก่ให้กรอบนอก แต่ภายในต้องงนิ่ม ชุ่มฉ่ำ และยังมีรสหวานธรรมชาติของเนื้อไก่อยู่ ผัดกับพริกแห้งทอดกรอบและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ พอให้มีน้ำซอสขลุกขลิกรสชาติเข้มข้นอมเค็ม รสหวานและเผ็ดติดปลายๆ

ยำถั่วพู ถั่วพูฝักอ่อนหั่นซอยบางๆ ลวกพอให้สุกกรอบ นำมาคลุกเคล้ากับหมูสับและกุ้งสับ ปรุงด้วยน้ำยำรสเข้มข้นอมหวานอมเปรี้ยวด้วยน้ำมะขาม ตัดรสเผ็ดเล็กน้อยด้วยพริกทอด ก่อนเสิร์ฟตกแต่งด้วยไข่ต้มโรยด้วยมะพร้าวคั่ว ถั่วลิสงคั่ว หยอดด้วยหัวกะทิ เป็นอาหารทานเล่นเรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว ตรงตามหลักสูตรกับข้าวไทยโบราณและสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

แกงพริกขี้หนูเนื้อน่อง เนื้อเอ็นจากน่องของวัวพันแท้ที่นำมาเคี่ยวกับเนื้อติดมันจนเปื่อยนุ่มนำมาผัดกับเครื่องแกงเขียวหวานของสีฟ้าที่ได้ผสมเองเพื่อให้ได้รสชาติ และความหอมของพริกเครื่องแกงที่เพิ่มพริกขี้หนูเขียว เพื่อความเผ็ด หอม และเคี่ยวในกะทิคั้นสดทุก ๆ ครั้งในการทำแกงกะทิของสีฟ้า แกงพริกขี้หนูเนื้อน่องจึงมีรสชาติเผ็ดหอมเค็มหวานตามตำรับอาหารไทยชาววัง ดั้งเดิมของไทย ที่สีฟ้ามีความภูมิใจที่ได้สามารถรักษาเอกลักษณ์ไว้กว่า 80 กว่าปี จนทุกวันนี้

แกงเลียงกุ้งสด หากจะกล่าวถึงเมนูที่เป็นแกงตำรับอาหารไทยโบราณแล้ว แกงเลียงกุ้งสดเป็นหนึ่งในเมนูอาหารไทยที่หาทานได้ค่อนข้างยาก น่าจะเป็นเพราะเป็นเมนูที่มีวิธีปรุงด้วยความซับซ้อนมากพอควร แต่สำหรับที่ร้านสีฟ้าแล้ว แกงเลียงกุ้งสดเป็นเมนูที่ทำให้ลูกค้าติดอกติดใจตั้งแต่สมัยยุคต้นๆ ของสีฟ้าสยามสแควร์มาแล้ว ด้วยเพราะเป็นสูตรอาหารดั้งเดิมจากคุณตา คุณยาย ได้สอนไว้ให้ ประกอบกับการที่ได้คัดสรรเครื่องปรุงส่วนผสมที่ดีมาใช้ อาทิ กะปิจากคลองโคลน กุ้งแห้งจากมหาชัย เม็ดพริกไทยจากจันทบุรี ทำให้เครื่องแกงเลียงตำรับสีฟ้าจึงมีกลิ่นหอมเย้ายวนชวนชิม มีรสชาติกลมกล่อมผสมความเผ็ดร้อนของเม็ดพริกไทย เมื่อนำมาแกงกับผักนานาชนิด และกุ้งแชบ๊วย จึงทำให้แกงเลียงกุ้งสดตำรับสีฟ้ายังทรงคุณค่ามาอย่างต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน

หมวดของหวาน

ข้าวเหนียวทุเรียน มีให้กินตลอดปี ด้วยความชำนาญในเรื่องผลไม้เป็นทุนเดิมและด้วยความรู้รอบในเรื่องทุเรียนของคุณแม่อรุณศรี รัชไชบุญ ทำให้สีฟ้าสามารถเก็บทุเรียนไว้ในสต็อกได้ตลอดปี โดยยังคงสภาพสดใหม่เหมือนเก็บจากต้นทุกวัน เนื้อทุเรียนหั่นชิ้นโตวางมาบนข้าวเหนียวมูนหอมนุ่มราดหน้าด้วยน้ำกะทิหวานมันโดยมีน้ำตาลเมืองเพชรเป็นตัวชูโรง คงพอจะช่วยลดอาการอยากทานทุเรียนนอกฤดูได้อย่างสบายๆ อัพเวลเวลความฟินของคนชอบกินทุเรียนด้วยการกินคู่กับไอศกรีมทุเรียนสูตรโฮมเมด ที่หอม หวาน รสละมุน กรุ่นกลิ่นทุเรียนเหมือนกำลังกัดเนื้อทุเรียนจากลูกสดๆ

ติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นดีๆ ของร้านอาหารสีฟ้า ได้ที่ https://www.facebook.com/seefahfanpage

Gram แพนเค้กเด้งดึ๋งรังสรรค์เมนูใหม่เอาใจคาเฟ่ฮอปเปอร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/610177

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 10:05 น.

Gram แพนเค้กเด้งดึ๋งรังสรรค์เมนูใหม่เอาใจคาเฟ่ฮอปเปอร์

Gram Pancakes Thailand เปิดสาขาใหม่ใจกลางทองหล่อ พร้อมเพิ่มความฟินด้วยเมนูใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ Premium To Go Ice Cream

ครองใจคนรักแพนเค้กมาเป็นเวลานาน สำหรับ Gram Pancakes Thailand (แกรม แพนเค้ก ไทยแลนด์) นำโดย วีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารแกรม แพนเค้ก ประเทศไทย จัดงานเปิดตัว Gram Pancakes Thailand สาขาใหม่ล่าสุด J Avenue Thonglo (เจ อเวนิว ทองหล่อ) ซึ่งนับว่าเป็นสาขาที่ 8 ของประเทศไทย

พร้อมเปิดตัว Premium To Go Ice Cream (พรีเมียม ทู โก ไอศกรีม) เมนูพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อสาขานี้โดยเฉพาะ แพนเค้กเด้งดึ๋ง เนื้อเนียนนุ่ม ผสานเข้ากับความหอมละมุนของนามะครีม และความเข้มข้นของไอศกรีมโฮมเมดคุณภาพเต็มสกู๊ป มีให้เลือกถึง 3 รสชาติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Bora Bora Vanilla (155 บาท), Very Dark Chocolate (155 บาท) และ Ichigo & Cream (165 บาท)

 

วีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ กล่าวว่า “ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แกรม แพนเค้ก ไทยแลนด์ ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ ผู้ชื่นชอบการรับประทานแพนเค้กมาโดยตลอด จนเกิดเป็นปรากฏการณ์การเข้าคิวต่อแถวให้ได้เห็นกัน ด้วยเหตุนี้ทำให้เรามีความต้องการที่จะขยายพื้นที่ให้เพียงพอ และเข้าถึงลูกค้าทุกท่านอย่างมากที่สุด Gram Pancakes Thailand สาขาที่ 8 เราจึงเลือกเจ อเวนิว ทองหล่อ เป็นที่ตั้งด้วยทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง และเดินทางสะดวก เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งย่านยอดฮิตของสายคาเฟ่เลยทีเดียว สาขานี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ใหม่ gram Premium ทำให้เราเลือกตกแต่งร้านด้วยโทนสีขาว สบายตา และเพิ่มมุมสำหรับถ่ายภาพให้มากขึ้น พร้อมทั้งยังเปิดตัวเมนูใหม่เอาใจบรรดาคาเฟ่ฮอปเปอร์ทั้งหลายด้วย Premium To Go Ice Cream แพนเค้กเด้งดึ๋ง เนื้อเนียนนุ่มที่เราตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อสาขานี้โดยเฉพาะ และยังมีเมนู signature ทั้งแพนเค้กสามชั้น และเครื่องดื่มพิเศษอีกหลากหลายครับ”

 

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ทาเคชิ ทาคาตะ ซีอีโอ และผู้ก่อตั้งแบรนด์แกรม แพนเค้ก ประเทศญี่ปุ่น บินตรงร่วมตัดริบบิ้นเปิดร้าน โดยมี ปีติภัทร คุตระกูล มาร่วมแสดงความยินดี และทีมบริหารแกรม แพนเค้ก ประเทศไทย ให้การต้อนรับ

ร่วมสัมผัสความอร่อยของแพนเค้กเด้งดึ๋งได้แล้ววันนี้ ที่ Gram Pancakes Thailand สาขา เจ อเวนิว ทองหล่อ, ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 7 โซน A ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 อาคาร 2 ผู้โดยสารขาออกในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง, สามเสน ถนนพระรามที่ 6 (ซอยเศรษฐศิริ), ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว, ชั้น 2 เดอะ พรอมานาด (บริเวณทางเชื่อมระหว่างศูนย์การค้าเดอะ พรอมานาด และแฟชั่นไอส์แลนด์) และชั้น 2 โครงการ ViPlaza โรงพยาบาลวิภาวดี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 094 – 419 – 1696 หรือติดตามกิจกรรมดีๆ ของ แกรม แพนเค้ก ได้ที่ https://www.facebook.com/grampancakesthailand และทางอินสตราแกรม @gram_pancakes_thailand

CENTRAL@centralwOrld รวมร้านมิชลินไกด์มาอยู่ใกล้แค่เอื้อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609793

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 14:20 น.

CENTRAL@centralwOrld รวมร้านมิชลินไกด์มาอยู่ใกล้แค่เอื้อม

แปลงโฉมจาก ZEN มาเป็น CENTRAL@centralwOrld สร้างความต่างด้วยการเป็นไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งเรียกไลค์จากคนรุ่นใหม่แล้ว ยังเอาใจนักชิมด้วยการรวมร้านอร่อยระดับมิชลินไกด์มาให้นักช้อปได้อิ่มเอมเปรมใจมีเรี่ยวแรงไปเดินช้อปกันยาวๆ

สำหรับโซนใหม่ Thai Street Food Deck มุมอาหารไทยระดับมิชลินไกด์ ที่ชั้น 7 CENTRAL@centralwOrld ได้รวบรวมร้านเด็ดทั้งอาหารคาว หวาน เครื่องดื่ม มาบริการแบบจัดเต็ม รองรับนักชิมด้วยที่นั่งมากกว่า 100 ที่นั่ง แถมมีเพลงฟังเพลินๆ

ประเดิมเมนูแรกด้วยอาหารเหนือลำขนาดจากร้านอาหารเหนือชื่อน่ารัก “อองตอง ข้าวซอย” ข้าวซอยไก่ ต้นตำหรับจากเชียงใหม่ที่การันตีว่าเด็ด เส้นเหนียวหนึบ น้ำแกงเข้มข้น เทคนิคอยู่ที่การนำเครื่องแกงไปผัดจนหอมแล้วนำมาตุ๋นกับน่องไก่ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงเพิ่มมิติความอร่อย ส่วนเมนูใหม่แนะนำ ข้าวซอยผัดแห้งเนื้อน่องลาย มีกลิ่นหอมของกระทะ ฟินกับเนื้อน่องลาย ข้าวซอยฟิวชั่นที่กินได้ในกรุงไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่

ต่อที่ “ร้านลิ้มเหล่าโหงว บิสโทร” ตำนานบะหมี่ลูกชิ้นปลากระโดดได้ สร้างสรรค์ความอร่อยมากว่า 80 ปี มีลูกชิ้นปลาขึ้นชื่อ รสชาติดี ไร้แป้งและสารปรุงแต่ง ผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันจนออกมาเป็นลูกชิ้นปลาที่มีความอร่อย เนื้อเหนียว สัมผัสนุ่ม ลงตัวกับเส้นบะหมี่ไข่และน้ำซุปหวานหอมกลมกล่อม ยังมี ก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นกุ้งแม่น้ำเผา เพิ่มรสชาติจัดจ้านถึงใจไปอีกสเต็ป ถือว่าเป็นอีกเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดรองจากก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

“ร้านสว่างบะหมี่ก้ามปู” ร้านนี้ต้องบอกเลยว่าได้การการันตีความอร่อยจากมิชลินโดยการคว้ารางวัลมาหลายปี โดยจุดเด่นก็คือเป็นสูตรกวางตุ้งเก่าแก่ที่เปิดขายมานานกว่า 60 ปี เอกลักษณ์คือบะหมี่ไข่ที่ทำมาจากไข่เป็ดใช้มือนวดทำให้เส้นบะหมี่มีเส้นเล็กและความเหนียวนุ่มกว่าใคร เกี๊ยวทำมาจากกุ้งและหมูสับเต็มคำกำลังพอดี หมูแดงหมักเข้าเนื้อจนได้รสอร่อย ที่ขาดไม่ได้คือก้ามปูชิ้นใหญ่ สดใหม่ทุกวัน ด้านน้ำซุปหวานหอมกลิ่นพริกไทยชัดเจน สั่ง บะหมี่เกี๊ยวกุ้งก้ามปู ได้กินทั้งหมูแดง เกี๊ยวกุ้งผสมหมูสับ รวมถึงก้ามปูชิ้นโต อร่อยจบในจานเดียว

ถึงคิวสาวกข้าวเหนียวไก่ทอด ห้ามพลาด “ร้านไก่ทอดเจ๊กี ซอยโปโล” ร้านไก่ทอดชื่อดังซอยโปโลที่มีอายุอานามกว่า 5 ทศวรรษ เป็นที่นิยมในหมู่พนักงานออฟฟิศรวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนและญี่ปุ่น ร้านแรกในไทยที่ทำให้ไก่ทอดส้มตำเป็นเมนูยอดนิยม ยกความดีความชอบให้เมนูชูโรงอย่าง ไก่ทอด ที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจ เนื้อไก่กรอบนอกนุ่มใน มีความชุ่มฉ่ำ โรยด้วยกระเทียมเจียวหอมๆ กรอบๆ เค็มๆ กินคู่ข้าวเหนียวร้อนๆ อร่อยเกินคำบรรยายจริงๆ อยากอร่อยครบสูตรที่นี่จัดเซ็ตเมนู เสิร์ฟทั้งส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ทอด ราคาเบาๆ เอาใจคนเมือง

แก้เผ็ดด้วยของทอดที่สุดยอดครีเอทจาก “ร้านปาท่องโก๋เสวย” ปาท่องโก๋เจ้าดังจากเยาวราชสูตรเมืองจีนแท้ๆ รังสรรค์ปาท่องโก๋สไตล์ใหม่ๆ ให้คนไทยได้ลิ้มลองทั้ง ปาท่องโก๋ย่างกับสังขยากะทิสด ปาท่องโก๋ย่างกับสังขยาใบเตย ปาท่องโก๋ย่างกับนมข้น ปาท่องโก๋ย่างกับช็อกโกแลต ส่วนที่ไม่เหมือนใครในโลกต้อง ปาท่องโก๋ย่างกับพริกเผาหมูเส้นกรอบ ที่ครีเอทด้วยการมิกซ์แอนด์แมตช์จากของเด็ดของดีที่ใกล้ตัวทั้งปาท่องโก๋และหมูเส้นกรอบ ทีเด็ดคือความบางกรอบแต่ยังคงเป็นเนื้อสัมผัสเหมือนปาท่องโก๋ทอดที่ไม่อมน้ำมัน กินกันได้เพลินๆ แบบไม่รู้สึกผิดเลยทีเดียว

ปิดท้ายมื้อนี้ที่ “ร้านหวานใจคาเฟ่” ร้านขนมหวานและเครื่องดื่มสไตล์ไทยฟิวชั่นที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมประจำชาติอันละเอียดอ่อนและประณีต เมนูที่ต้องลอง บิงซูสายไหมกะทิอัญชันทับทิมกรอบ บิงซูสีฟ้าทำมาจากสีอัญชันทานคู่ทับทิมกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำกะทิหอมกลิ่นควันเทียนเบาๆ และมะพร้าวกะทิ เมนูถัดมา บิงซูไข่เค็ม เป็นเมนู Special บิงซูผสมเนื้อไข่เค็มรสชาติก็จะออกหวานมันเค็ม มีกลิ่นไข่เค็มเป็นเอกลักษณ์ เสิร์ฟมาพร้อมกับบัวลอยเผือกเนื้อหนุบหนับ ยังมีขนมไทยน้ำกะทิ ไอศกรีมไทยๆ ปังปิ้งหมูหยองพริกเผาไข่เค็ม ข้าวเปียกดำกับไอศกรีม ขนมปังสังขยา ข้าวเหนียวมะม่วง และเครื่องดื่มอีกมากมาย

ช้อปปิ้งครั้งหน้าแวะมา CENTRAL@centralwOrld แล้วตามไปอร่อยแบบนี้ได้ที่มุมอาหารไทยมิชลินไกด์ ชั้น 7 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ห้างเปิดยันห้างปิด

The Coffee Academics 1 ใน 25 ร้านกาแฟในโลกที่ต้องไปเห็นก่อนตาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609798

  • วันที่ 22 ธ.ค. 2562 เวลา 13:14 น.

The Coffee Academics  1 ใน 25 ร้านกาแฟในโลกที่ต้องไปเห็นก่อนตาย

The Coffee Academics ร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก Specialty Coffee ชื่อดังจากเกาะฮ่องกง เปิดสาขาแรกในไทยแล้ว ที่โครงการ สินธร วิลเลจ หลังสวน

เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ (The Coffee Academïcs) ร้าน Specialty Coffee ชื่อดังจากเกาะฮ่องกง หนึ่งในร้านที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “25 ร้านกาแฟในโลกที่จะต้องไปเห็นก่อนตาย” (25 Coffee Shops Around The World You Have to See Before You Die) โดย BuzzFeed ทั้งยังเป็นหนึ่งใน “ร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก” (The World’s Best Coffee Shops) โดย The Telegraph ในปี 2559 ได้รับการแนะนำโดย Michelin Guide ในปี 2560 แถมถูกจัดให้เป็นอันดับหนึ่งด้านกาแฟพิเศษ โดยองค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก Frost and Sullivan Report ปี 2560 ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 20 สาขาใน 7 เมืองทั่วเอเชีย และสุดพิเศษกับสาขาแรกในไทยที่โครงการ สินธร วิลเลจ หลังสวน

ร้านนี้เกิดขึ้นจากสตูดิโอแห่งหนึ่งในย่านคอสเวย์ เบย์ ฮ่องกง เมื่อปี 2553 โดย Jannifer W.F.Liu เพื่อการเรียนรู้และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดสำหรับคนที่รักและชื่นชอบในกาแฟ พร้อมยกระดับคุณภาพของกาแฟด้วยความพิถีพิถันในการคัดเลือกเมล็ด ใส่ใจในการการคั่ว และการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีแค่ที่ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ เท่านั้น

กาแฟเมนูซิกเนเจอร์ที่คอกาแฟห้ามพลาด JWF Kenya Cold Brew (200 บาท) ใช้ชื่อย่อของผู้ก่อตั้งมาเป็นชื่อเมนู ไอซ์ดริปสุดชิคที่เสริฟ์มาในแก้วไวน์ ดื่มด่ำรสชาติของ Kenyan Caracoli เมล็ดกาแฟหายากที่พิเศษตรงความละมุนและกลิ่นหอมแบบฟรุตตี้ มีรสชาติขมอมหวานกำลังดี เหมาะสำหรับคนชอบความสดชื่น ทางเลือกดีๆ ที่มีเบสหลักเป็นเอสเพรสโซ่

Jawa (220 บาท) กาแฟลาเต้มัคคิอาโต้ที่ใช้น้ำตาลโตนดจากอินโดนีเซีย สัมผัสถึงความหอมหวานของน้ำตาลโตนดผสานกลิ่นและรสชาติของใบเตยอย่างลงตัว

Thailand Blend Hot Latte (140 บาท) ไทยแลนด์เบลนด์ที่โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์เฉพาะ พร้อมเมเปิ้ลไซรัป และกลิ่นหอมของคาราเมล ที่รับรองได้เลยว่าคอกาแฟต้องประทับใจ

เมนูร้อนแนะนำ Okinawa (200) คาปูชิโน่ที่ใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นเมนูทานง่าย ที่ให้ความนุ่มกับกลิ่นหอมกรุ่นไม่เหมือนใคร

นอกจากนี้ ยังมีอาหาร ขนม และเมนูสุขภาพไว้คอยบริการ อาทิ Homemade Potato Rosti (320 บาท) Crab & Avocado Salad (360 บาท) ตามไปพิสูจน์รสชาติที่ใครๆ ต่างร่ำลือกันได้ทุกวัน ที่โครงการ สินธร วิลเลจ หลังสวน เวลา 07:00 – 21:00 น. ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/TheCoffeeAcademicsTH/

รีเฟรชความสดชื่นด้วยคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ @Jamba Juice #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605457

  • วันที่ 22 ธ.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

รีเฟรชความสดชื่นด้วยคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ @Jamba Juice

เอาใจคนเฮลท์ตี้กับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจาก Jamba Juice รวมของดีแคลอรีต่ำกับประโยชน์ที่ร่างกายต้องการ ผสมผสานแต่สิ่งที่ดี “Blend In The Good”

สำหรับคนรักสุขภาพ บ่ายๆ แบบนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนมาดูดดื่มเมนูเครื่องดื่มที่มีตัวเลือกและลูกเล่นในการมิกซ์แอนด์แมทช์ของดีกับของอร่อยซึ่งตอบโจทย์คนห่วงใยในสุขภาพ และหนุ่มสาวที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ กันที่ร้าน Jamba Juice (แจมบาร์ จูซ) สาขาสยาม พารากอน สัมผัสรสชาติเครื่องดื่มแบรนด์ดังที่มีถิ่นกำเนิดจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มาในคอนเซ็ปต์ “Blend In The Good”

สำหรับ Jamba Juice ก่อตั้งขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ในปี 1990 มีสาขามากกว่า 1,000 สาขาทั่วโลก จำหน่ายเครื่องดื่มผลไม้สด และสมูทตี้ 100% ผสานส่วนผสมอื่นๆ จากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน ปราศจากสารปรุงแต่งทุกชนิด ไร้ไขมัน ไม่ใส่น้ำตาล โดยในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเลือกคัดสรรวัตถุดิบ ผ่านมาตรฐานความสะอาดและปลอดภัยจาก GFSI ( Global Food Safety Initiative) อีกทั้งยังมีนวัตกรรมที่เรียกว่า IQF (Individual Quick Freezing ) หรือกระบวนการแช่เยือกแข็งที่นำผลไม้ผ่านกระบวนการแช่เยือกแข็งอย่างรวดเร็ว ถือเป็นการถนอมผลไม้ที่ดีที่สุด และคงความสดไว้ได้ดีที่สุด เพื่อการควบคุมคุณภาพและรักษาคุณประโยชน์ของผลไม้ไว้อย่างดีที่สุด

มาถึงร้านเลือกเมนูตามใจที่มีไว้ให้เลือกถึง 4 หมวด เริ่มกันที่ Classic Smoothie (ราคาเริ่มต้น 110 บาท) เครื่องดื่มน้ำผลไม้สมูทตี้เนื้อสมูทมากๆ จากเครื่องปั่นทรงพลัง โดยสามารถเลือกผลไม้สดตามชอบ อาทิ สตอร์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มะม่วง ส้ม กล้วยหอม เสาวรส มิกซ์รวมกับเชอร์เบท หรือกรีกโยเกิร์ต เพิ่มมิติให้เมนูคลาสสิกแบบนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

เพิ่มพลังกันต่อกับหมวด Super Food Smoothie (ราคาเริ่มต้น 130 บาท) เติมโปรตีน อัดไฟเบอร์ เน้นโภชนาการด้วยสุดยอดสมูทตี้ แนะนำ Gree Getaway ความลงตัวของรสชาติที่มาพร้อมสีเขียวธรรมชาติของสปิแนช ผสานคุณประโยชน์ของเมล็ดเจีย หอมหวานด้วยเนื้อมะม่วง เพิ่มรสเปี้ยวนิดๆ ด้วยเสาวรส เติมความกลมกล่อมด้วยกรีกโยเกิร์ต บ่ายๆ แบบนี้ได้สักแก้วคงดี ช็อกโกแลตเลิฟเว่อร์ต้องลอง PB Chocolate Love ความเข้มข้นของช็อกโกแลตแท้ ผสานพีนัทบัตเตอร์ เพิ่มคุณค่าสารอาหารด้วยกล้วยหอมและอัลมอนด์มิลค์

คนชอบแบบดื่มง่ายๆ ได้ประโยชน์แนะนำหมวด Fresh Squeezed Juice (ราคาเริ่มต้น 140 บาท) เครื่องดื่มน้ำผลไม้คั้นสดแยกกาก อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารอื่นที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานที่เหมาะในแต่ละวัน โดยสามารถเลือกผักและผลไม้ได้ตามที่อยากทาน อาทิ แตงโม สับปะรด ส่วนขายดียกให้ Tropical Greens น้ำสับปะรด สปิแนช แอปเปิ้ล และเมล็ดเจีย

อร่อยแคลอรีต่ำ พลังงานสูง กับ Energy Bowls (180 บาท) คุ้มค่าคุ้มราคากับขุมพลังรสชาติอร่อย ประโยชน์ครบเครื่อง ทั้งกล้วยหอม โยเกิร์ต กราโนล่า จัดมาเต็มที่ในถ้วยกระดาษรักษ์โลก เมนูนางเอกที่มาแล้วต้องลองคือ Berry Acai Bowl มีทั้งบลูเบอร์รี่ กล้วยหอม น้ำนมถั่วเหลือง โยเกิร์ต กราโนล่า และเมล็ดเจีย ยังมี Chunky Strawberry Bowl เปรี้ยวหวานกำลังดี ส่วนใครไม่ชอบเปรี้ยวลองเลี้ยวมาที่เมนูหอมหวานอย่าง Mango Peach Bowl สีเหลืองสวยรสชาติอร่อยไม่แพ้กัน

ไม่อยากให้พลาดกับ Coconut Soymilk Refresher น้ำมะพร้าวน้ำหอมสด 100% เบลนด์ในนมถั่วเหลือง ความหอมอร่อยลงตัวที่อุดมด้วย ไฟเบอร์ โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระ ปิดท้ายกับเมนูใหม่อย่าง Kiwi Merry ความสดชื่นของเนื้อกีวี่ปั่นที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวกับสับปะรดและมะม่วง

ตามมาลองของดีที่เลือกสรรมาวัตถุดิบอย่างดี กับประโยชน์ดีๆ จากธรรมชาติแบบนี้ได้ที่ร้าน Jamba Juice ทั้ง 4 สาขา ได้ทุกวัน ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ชั้น G, ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น B, ศูนย์การค้าเมกา บางนา ชั้น 2 โซนเมกา ซีนีเพล็กซ์ และศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา โซนบีชโรด และติดตามข้อมูลและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/jambajuicethailand

สำรวจการกินอยู่อย่างไทย ในปี 2019 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/610361

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2562 เวลา 15:02 น.

สำรวจการกินอยู่อย่างไทย ในปี 2019

เจาะพฤติกรรมการกินอยู่ของคนไทยในปี 2019 “กินรสจัด-เน้นหวาน มัน เค็ม-กินผักผลไม้ไม่เพียงพอ”

ไม่ว่าจะปีไหนๆ โรคไม่ติดต่อ (non-communicable diseases : NCDs) ก็ยังคงครองแชมป์สาเหตุการตายอันดับ 1 ของประชากรโลกและคนไทย ซึ่งสาเหตุที่สำคัญยังคงมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ทั่วโลกมีคนตายด้วยโรค NCDs ปีละกว่า 40 ล้านคน คิดเป็น 71% ของการตายทั้งหมด โดยมีประมาณค่าความสูญเสียไว้สูงถึง 47 ล้านล้านดอลลอร์ ภายในปี 2573 หากยังไม่มีการแก้ไข

เช่นเดียวกับประเทศไทย ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเกือบ 400,000 คน คิดเป็น 76% ของการตายทั้งหมด และ 50% ตายก่อนวัยอันควร คิดเป็นความสูญเสียถึง 2.2% ของ GDP ต่อปี ซึ่งสาเหตุก็มาจากพฤติกรรมการกินของคนไทย ซึ่งในปี 2019 มีเทรนด์อะไรผ่านเข้ามาในบ้านเราบ้าง มาดูกัน

วัยทำงานเน้นรสจัด วัยรุ่นเน้นรูปลักษณ์

จากการสำรวจพฤติกรรมของคนไทยบนโลกออนไลน์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2561 ผ่าน #อร่อย ไปแดก #อร่อยบอกต่อ และจาก Food Influencers จำนวน 90 accounts ซึ่งมีจำนวนข้อความทั้งหมด 5,826,452 ข้อความ พบว่า ในสื่อสังคมออนไลน์อย่าง facebook ซึ่งจากประชากร ในเฟซบุ๊ก จำนวน 48 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคน Gen Y อายุ ประมาณ 19 – 36 ปี จึงพอจะอนุมานได้ว่า ในกลุ่มคน Gen Y ให้ความสนใจและมีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ที่เป็นเมนูหรือวิธีการ ทำอาหารเมนูน่ากิน และเมนูที่มารสจัด เช่น ยำต่างๆ

ขณะที่ในทวิตเตอร์ ซึ่งมีประชากร 9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัย Gen Z อายุระหว่าง 15-24 ปี ถึง 40% ที่นิยมใช้ พบว่า คนส่วนใหญ่มีปฏิสัมพันธ์ กับอาหารที่มีเอกลักษณ์หรือโดดเด่นมาก เช่น กุ้ง ล็อบสเตอร์ ซูชิปลาไทย เมนูแปลก ๆ เช่น แยมโซดา ร้านอาหารลับต่าง ๆ เช่น ร้านลูกชิ้นที่ไม่มีคนรู้จัก และ ชานมไข่มุก ทั้งนี้โดยภาพรวมของเทรนด์อาหารซึ่งเป็นที่ นิยมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า คนไทยยังคงนิยม รสชาติอาหารที่ได้รับความนิยมสูงคือ รสเผ็ด เช่น ยำหรือต้มยำต่างๆ และรสหวาน เช่น ขนมไทย ขนมเค้ก ต่างๆ ขณะที่ส่วนประกอบอาหารที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ กระแสไข่ดอง ปูดอง กุ้ง นอกจากนี้ยังพบแนว โน้มการกินอาหารสะดวกซื้อมากขึ้น ขณะที่แนวโน้ม อาหารเพื่อสุขภาพอย่างอาหารคลีนยังคงอยู่ในภาวะ คงที่สม่ำเสมอตั้งแต่ปี 2561

กินผักไม่เพียงพอ เน้นหวาน มัน เค็ม

อีไอซี หรือ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทำการวิเคราะห์เรื่อง “คนไทยกินอะไรกัน?” จากการสำรวจอนามัย สวัสดิการ และพฤติกรรมการบริโภค อาหารของประชากร ปี 2556 และปี 2560 โดยสำนักงานสถิติ แห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำรวจ ประชากรครั้งละ 27,960 คน ในเขตเทศบาลและนอกเขต เทศบาล พบพฤติกรรมการกินของคนไทยที่น่าสนใจ ดังนี้ คนไทยเลือกซื้ออาหารจากความชอบเป็นหลัก ในปี 2560 ปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเมื่อเลือกซื้อ อาหารเป็นอันดับหนึ่ง คือ ความชอบ (มีผู้ตอบ 22.1% ของกลุ่ม ตัวอย่างจากการสำรวจตามมาด้วยรสชาติ (18.5%) ความ อยากกิน (18.2%) ความสะอาด (17.8%) คุณค่า (12.9%) ความ สะดวก (6.5%) โดย ราคาเป็นปัจจัยที่มีผู้ตอบน้อยที่สุดที่ 4% ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่า คนไทยให้ความสำคัญกับ ความสุขจากการกิน สะท้อนจากการเลือกปัจจัย ความชอบความอยากกินรสชาติ มากกว่าคุณภาพของอาหาร ซึ่งสะท้อน จากการเลือกปัจจัยความสะอาดคุณค่า โดยปัจจัยในกลุ่มที่ สะท้อนเรื่องความสุขจากการกิน มีผู้ตอบรวมกันอยู่ที่ 57.1%

ในปี 2556 และเพิ่มมาเป็น 58.8% ในปี 2560 ขณะที่คุณภาพ ของอาหารกลับมีสัดส่วนลดลงจาก 32.2% ในปี 2556 เหลือ เพียง 30.7% ในปี 2560 นอกจากนี้ ปัจจัยความชอบเพิ่ม ความสำคัญขึ้นมาอย่างมากจากสัดส่วนเพียง 17.7% หรือ เป็น ปัจจัยอันดับ 3 ในปี 2556 ขึ้นมาเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งในการ เลือกซื้ออาหารของคนไทยในปัจจุบัน แซงปัจจัยรสชาติซึ่งเป็น ปัจจัยอันดับหนึ่งในปี 2556 สะท้อนว่าสำหรับผู้บริโภคในปัจจุบัน อาหารอร่อยอย่าง เดียวอาจไม่พอ ควรมีสิ่งอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น รูปแบบ การนำเสนอ ประสบการณ์ หรือการบริการ เป็นต้น ทั้งนี้ ราคา ยังคงเป็นปัจจัยรั้งท้ายจาก 7 ปัจจัยดังกล่าวสำหรับคนไทย มาตั้งแต่ปี 2556 คนไทยกินบ่อยขึ้น กินรสหวานเค็มมากขึ้น และกิน ผักผลไม้ลดลง คนไทยกินบ่อยขึ้น ในปี 2560 คนไทยส่วนใหญ่กว่า 89.4% กินอาหาร 3 มื้อต่อวัน สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 88.0% ในปี 2556 นอกจากนี้ สัดส่วนของคนที่กินอาหาร มากกว่า 3 มื้อก็เพิ่มขึ้นจาก 3.8% ในปี 2556 มาเป็น 4.1%

ในปี 2560 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งในเพศหญิงและชาย และเพิ่มในหลายช่วงอายุ ได้แก่ เด็ก (6-14 ปีวัยรุ่น (15-24 ปีและคนวัยทำงาน (25-59 ปียกเว้นผู้สูงอายุ (60 ปี ขึ้นไปที่กลับมีสัดส่วนการกินมากกว่า 3 มื้อที่ลดลง คนไทยกินรสหวาน เค็มมากขึ้น โดยสัดส่วนของ คนที่กินรสหวานเป็นอาหารมื้อหลักเพิ่มจาก 11.2% ในปี 2556 มาเป็น 14.2% ในปี 2560 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในกลุ่ม อายุน้อยกว่า 25 ปีเป็นสำคัญ และยังพบการเพิ่มขึ้นใน ทุกภูมิภาค ขณะที่รสเค็มเพิ่มจาก 13.0% มาเป็น 13.8% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของการบริโภคในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป เป็นหลัก ทั้งนี้รสชาติอาหารมื้อหลักของคนไทยมีลักษณะ ของการกินตามช่วงอายุ เช่น การกินรสหวานจะมีสัดส่วน สูงที่สุดในวัยเด็กที่ 32.5% ขณะที่ในกลุ่มวัยรุ่นและวัย ทำงานนิยมรสเผ็ดเป็นหลัก ในสัดส่วน 31.6% และ 34%

คนไทยบริโภคผักและผลไม้สดลดลง ถึงแม้ว่าคนไทย ส่วนใหญ่กว่า 98.8% จะมีการบริโภคผักและผลไม้ อย่างน้อย 1 วันในแต่ละสัปดาห์ โดยสัดส่วนดังกล่าวไม่ เปลี่ยนแปลงจากปี 2556 แต่สัดส่วนของคนที่กินผักและ ผลไม้ทุกวันกลับลดลง จาก 54.5% เป็น 41.1% โดย เป็นการลดลงในทุกกลุ่มอายุ เพศ และภูมิภาค อย่างไรก็ตาม คนไทยอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักกัน มากขึ้น และเพิ่มการกินอาหารเสริมสะท้อนถึงความ พยายามในการดูแลตัวเองที่มากขึ้น

เด็ก คนโสด คนทำงานบริษัท’ กินผักน้อย

การกินผัก ผลไม้ให้เพียงพอช่วยลดความเสี่ยงต่อโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่คนไทยยังกินผักน้อย มีงานวิจัยกว่า 20 รายงาน ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างกว่า 10,948 คน พบว่า ผู้ที่บริโภคใยอาหารมากมีความเสี่ยงต่อการ เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ (colorectal adenoma) น้อยกว่ากลุ่มที่ บริโภคใยอาหารน้อยถึง 28% ซึ่งพบว่าการบริโภคใยอาหาร เพิ่มขึ้นวันละ 10 กรัม สามารถลดความเสี่ยงของการเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 9%3 อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาโครงการศึกษาพฤติกรรมการ กินผักและผลไม้ของคนไทยในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยการ สำรวจประชากร 3 ช่วงวัย ประกอบด้วย วัยเรียน อายุ 6-14 ปี วัยรุ่นและวัยทำงาน อายุ 15- 59 ปี และผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้น ไป ในพื้นที่ กทม.และ 4 ภูมิภาค รวม 7,957 คน พบว่า หาก ใช้เกณฑ์จากองค์การอนามัยโลก (ในแต่ละวันควรบริโภคผัก ≥ 3 ทัพพี ผลไม้ ≥ 2 ส่วน รวม ≥ 5 ส่วนพบว่า กลุ่มวัยทำงานตอน กลางและตอนปลายผ่านเกณฑ์ โดยคนไทยกินผักและผลไม้ เพิ่มขึ้นตามกลุ่มอายุ และเริ่มลดลงเมื่อเข้าสู่ผู้สูงวัย อย่างไร ก็ตามหากใช้เกณฑ์ธงโภชนาการ (ผัก 4-6 ทัพพี ผลไม้ 3-5 ส่วน รวม ≥ 7 ส่วน ) ของกรมอนามัยจะพบว่าทุกกลุ่มวัยกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญของการบริโภคผักผลไม้ที่ไม่เพียงพอได้แก่กลุ่มเด็กคนโสดคนที่มีการศึกษาน้อยคนทำงานบริษัทคนที่ไม่มีรายได้และคนที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

สำหรับการเข้าถึงผักและผลไม้ พบว่า คนที่กินผักและ ผลไม้เพียงพอ เน้นซื้อด้วยตนเองและมาจากการปลูกผัก/ผลไม้กินเองที่บ้านส่วนคนที่กินผักผลไม้ไม่เพียงพอเน้นให้คนอื่นซื้อให้โดยแหล่งซื้อผักผลไม้บ่อยที่สุดคือตลาดสดซึ่งกลุ่มที่กินผักและผลไม้เพียงพอเน้นสนับสนุนนโยบายรณรงค์ให้กินต้นไม้กินได้และนโยบายปลูกผักสวนครัวกินเองขณะที่กลุ่มที่กินผักและผลไม้ไม่เพียงพอเน้นสนับสนุนนโยบายด้านราคาและความปลอดภัยจะเห็นได้ว่าการมีความรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้คนกินผักและผลไม้เพิ่มขึ้นการส่งเสริมการปลูกผักผลไม้กินเองเป็นช่องทางสำคัญที่จะส่งเสริมให้คนหันมากินผักและผลไม้มากขึ้นรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานโรงเรียนมหาวิทยาลัยให้เอื้อต่อการเข้าถึงผักและผลไม้มากขึ้นนอกจากนี้ตลาดสดเป็นแหล่งสำคัญที่ควรสนับสนุนต่อยอดเพื่อเอื้อให้คนเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและผักผลไม้หลากหลายได้มากขึ้น

ข้อมูลจากเอกสารจับตาทิศทางสุขภาพคนไทยปี 2563 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เมื่อผู้สูงอายุในบ้านเป็น ‘โรคซึมเศร้า’ เราจะดูแลอย่างไร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/610306

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2562 เวลา 06:00 น.

เมื่อผู้สูงอายุในบ้านเป็น 'โรคซึมเศร้า' เราจะดูแลอย่างไร

อาการผิดปกติในผู้สูงอายุที่บ่งชี้ว่ามีอาการซึมเศร้า กับคำแนะนำสำหรับผู้ดูแล เพื่อแก้ปัญหาตามแต่ละพฤติกรรมอย่างตรงจุด

กินอาหารได้น้อยมาก หรือแทบไม่กินเลย จนน้ำหนักลดลง

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

  • ผู้สูงอายุที่กินอาหารได้น้อยลงหรือน้ำหนักลดลง มีโอกาสที่จะขาดสารอาหาร ควรดูแลให้ได้รับอาหารอย่างเพียงพอให้กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และต้องไม่มีผลกระทบต่อโรคประจำตัว ถ้าเบื่ออาหารมากจนไม่อยากกินเลย ควรกระตุ้นให้กินมากขึ้น เช่น กระตุ้นหรือชักชวนให้กินทีละน้อย แต่บ่อยขึ้น

เบื่อหน่ายมาก อะไรที่เคยชอบทก็ไม่อยากทำไม่ค่อยสนใจหรือไม่สนใจที่จะดูแลตัวเอง จากที่เคยเป็นคนใส่ใจดูแลตนเองมาก แต่ตอนนี้กลับไม่สนใจการแต่งตัวเลย ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง แม้แต่เรื่องง่ายๆ เช่น การแต่งตัว

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

  • พยายามกระตุ้นให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมต่างๆ เอง โดยเฉพาะกิจกรรมง่ายๆ เช่น การแต่งตัว โดยอาจชวนไปดูเสื้อผ้าในตู้แล้วช่วยกันเลือกว่าวันนี้อยากใส่ชุดไหน ช่วยให้ผู้สูงอายุแต่งตัว หวีผม แปรงฟัน กินข้าว ดื่มน้ำ เมื่อทำสิ่งง่ายๆได้ ผู้สูงอายุจะเริ่มรู้สึกว่าตนไม่ได้สร้างภาระให้กับผู้ดูแลเท่าไรนัก และเริ่มรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้น
  • ควรกระตุ้นให้ผู้สูงอายุทำความสะอาดช่องปาก เช่น ใช้แปรงสีฟันนุ่มๆ ใช้ยาสีฟันที่ไม่เผ็ดหรือใช้ยาสีฟันเด็ก ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่เผ็ดหรือน้ำยาบ้วนปากสำหรับเด็กควบคู่ไปด้วย และพบหมอฟันทุก 6 เดือน หรือบ่อยกว่านั้น
  • ควรกระตุ้นการเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจจะได้สบายขึ้น แต่ควรคำนึงด้วยว่าผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวอะไรที่ต้องระวังหรือไม่
  • หากผู้สูงอายุมีปัญหาทางการได้ยิน ควรพบแพทย์เพื่อใส่เครื่องช่วยฟัง หรือหากผู้สูงอายุมีปัญหาด้านการมองเห็นควรให้ตรวจสายตาและใส่แว่นตา

ชวนไปที่ไหนก็ไม่ค่อยอยากไป

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

  • กรณีผู้สูงอายุปลีกตัวจากผู้อื่น ใครชวนไปไหนก็ไม่อยากไป ถ้าปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้จะทำให้ผู้สูงอายุยิ่งปลีกตัวมากขึ้นอารมณ์จะยิ่งเลวร้ายลง หงุดหงิดง่ายขึ้น ควรหากิจกรรมทำโดยเริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ ในครอบครัว เช่น ชวนลูกหลานมาปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ หรือเลี้ยงสัตว์

ตอนกลางคืนนอนไม่ค่อยหลับ

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

  • ห้ามผู้สูงอายุนอนกลางวัน แต่ถ้าง่วงมาก ให้นอนได้ระหว่าง 12.00-14.00 น. แล้วปลุก เพราะถ้านอนกลางวันมากเกินไป ตอนกลางคืนย่อมมีปัญหาการนอน เช่น อาจจะหลับยากขึ้น หากตอนกลางคืนนอนไม่หลับ อาจชวนทำกิจกรรมเบาๆ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือธรรมะ หรือฟังธรรมะ แต่ถ้านอนไม่หลับติดต่อกัน 3-4 วันขึ้นไป ควรพบแพทย์

พูดคุยน้อย ผู้ดูแลไม่ทราบว่าจะพูดอย่างไรให้ถูกใจ

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

  • ควรให้ความรักแก่ผู้สูงอายุ ใส่ใจความรู้สึก อารมณ์ และความคิดของผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอ
  • ให้โอกาสผู้สูงอายุพูดสิ่งที่ต้องการ ผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้า ความคิดและการเคลื่อนไหวจะช้าลง ทำให้บางทีแม้อยากจะพูด แต่ก็พูดไม่ทัน จึงควรค่อยๆ เปิดโอกาสให้พูด ไม่ควรขัดจังหวะ ควรรับฟังอย่างตั้งใจด้วยท่าทีที่สงบไม่แสดงความรำคาญ
  • ควรเป็นฝ่ายตั้งคำถามก่อน โดยใช้คำพูดง่ายๆ เช่น วันนี้หน้าตาคุณแม่ไม่ค่อยสดชื่นเลย มีอะไรอยากจะบอกกับลูกไหม เพื่อให้ผู้สูงอายุกล้าที่จะพูดคุย
  • ไม่ควรพูดตัดบท ควรฝึกใช้เทคนิคการพูดโดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และไม่ควรพูดแทนผู้สูงอายุ ควรเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุพูดเอง ยกเว้นมีความจำเป็นที่จะต้องพูดแทนเช่น เป็นการช่วยเหลือในกรณีผู้สูงอายุนึกคำพูดไม่ออก
  • พูดคุยเรื่องที่ผู้สูงอายุสนใจ เช่น ศาสนาที่นับถือ
  • ในกรณีที่ผู้สูงอายุปฏิเสธไม่ยอมทำกิจกรรมหรือปฏิเสธคำชักชวนต่างๆ ควรรับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ควรต่อว่าหรือคะยั้นคะยอ อาจพูดว่าไม่เป็นไรและพูดให้กำลังใจ
  • ควรกระตุ้นให้ผู้สูงอายุเริ่มพูดคุยกับคนรอบข้าง ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจขึ้น หาเวลาชวนสมาชิกครอบครัวไปกินข้าวด้วยกัน เพื่อให้เกิดความผูกพัน มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และรู้สึกสุขใจ
  • พูดถึงเรื่องราวในอดีตที่มีความสุข เช่น (หากผู้ดูแลเป็นลูก)บอกว่าถ้าท่าน (ผู้ดูแล) ไม่ได้มาเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่ท่านคงไม่มีโอกาสมาอยู่ตรงนี้ และคงไม่มีครอบครัวดีๆอย่างนี้ เพื่อแสดงว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นคนสำคัญสำหรับท่าน คำพูดเหล่านี้เป็นเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจให้คุณพ่อคุณแม่มีกำลังใจมากขึ้น

มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

  • ไม่ควรโวยวายหรือโต้เถียง ถ้าโต้เถียงจะเกิดอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นได้ทั้งสองฝ่าย เป็นอุปสรรคที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ต้องรับฟังอย่างเข้าใจ ปล่อยให้ผู้สูงอายุระบายความรู้สึกออกมาก่อน จากนั้นลดสาเหตุที่ทำให้หงุดหงิด เบนความสนใจไปยังเรื่องที่มีความสุข
  • จัดให้พักผ่อนในสถานที่สงบ รับฟังอย่างตั้งใจ อาจจับมือผู้สูงอายุระหว่างพูดคุย จะทำให้สงบได้มากขึ้น การจับและนวดเบาๆ ที่หลังมือจะช่วยลดอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวการนวดและกดฝ่ามือจะช่วยลดความก้าวร้าวรุนแรง

บ่นว่าไม่สบาย ปวดนั่นปวดนี่อยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ตรวจแล้วไม่พบอะไรผิดปกติ

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

  • การบ่นว่าปวดตลอดเวลาเป็นสัญญาณหนึ่งที่แสดงว่าผู้สูงอายุต้องการความรักและความเอาใจใส่มากขึ้น และเป็นวิธีแสดงออกของผู้สูงอายุบางรายเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ดูแล หรือเพื่อเรียกร้องให้ดูแลใกล้ชิดขึ้น
  • ผู้ดูแลไม่ควรพูดตอกย้ำว่าผู้สูงอายุไม่ได้เป็นอะไร แม้แพทย์จะตรวจแล้วก็ตาม ในทางตรงข้าม ผู้ดูแลควรพูดถึงอาการที่ผู้สูงอายุบ่น เพื่อให้เขารู้สึกว่าได้รับความเอาใจใส่จากผู้ดูแล รู้สึกว่าผู้ดูแลรับฟังและให้ความสำคัญกับปัญหาของเขา เช่น เมื่อผู้สูงอายุบ่นปวดหัว แต่ตรวจแล้วไม่พบปัญหาสุขภาพที่น่าหนักใจ ผู้ดูแลอาจพูดว่า คุณแม่ปวดหัวหรือคะ ปวดมากไหม หนูนวดให้ไหม เพราะการจับมือหรือบีบมือเปรียบเหมือนการสัมผัสทางใจ และเมื่อนวดเสร็จแล้วอย่าลืมถามด้วยว่า หลังจากที่หนูนวดแล้ว คุณแม่รู้สึกอย่างไรบ้างคะ ดีขึ้นใช่ไหมคะ สบายใจขึ้นไหมคะ
  • การสื่อสารด้วยความรัก คอยสัมผัสและดูแลด้วยความใส่ใจเช่นนี้ เปรียบเหมือนการทดแทนหรือเติมเต็มสิ่งที่ผู้สูงอายุอยากได้รับ

บ่นว่าตนเองเป็นภาระของลูกหลาน เบื่อตัวเองมาก รู้สึกว่าตนไร้ค่า มีความคิดอยากตายหรืออยากทำร้ายตัวเอง

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

  • ควรสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งอาจบ่งบอกว่ามีความคิดที่จะทำร้ายตนเอง และต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดพยายามไม่ให้คลาดสายตา
  •  ระวังสิ่งของที่ใช้เป็นอาวุธได้ เช่น เชือก มีด กรรไกร ปืนยาฆ่าแมลง หรือยารักษาโรค ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะมียาหลายชนิดอยู่กับตัว บางทีเกิดความคิดอยากจะหลับไปเลย ไม่อยากตื่นขึ้นมา ก็จะกินยาทั้งหมดที่มี
  • พยายามหาคุณค่าในตัวผู้สูงอายุ แล้วบอกให้ผู้สูงอายุรับทราบการสอบถามความคิดที่อยากจะทำร้ายตนเองของผู้สูงอายุ
  • อย่ากลัวที่จะถามผู้สูงอายุว่ามีความรู้สึกหรือมีความคิดที่อยากจะทำร้ายตนเองหรือไม่ การถามคำถามนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าได้ระบายความทุกข์ใจหรือบอกเล่าปัญหา ซึ่งจะทำให้ผู้ดูแลเริ่มเข้าใจสามารถวางแผนการดูแล แก้ไข และป้องกันการทำร้ายตนเองของผู้สูงอายุได้ ที่สำคัญคือคำถามเกี่ยวกับความคิดที่จะทำร้ายตัวเองไม่ได้กระตุ้นให้ผู้สูงอายุเริ่มมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง โดยผู้ดูแลควรเลือกใช้คำพูดให้เหมือนกับมาจากความรู้สึกของตนเอง

 

ภาพ freepik