‘บุญช่วย แอมมิวเลท’ จากความเชื่อและศรัทธา กลายมาเป็นธุรกิจเครื่องประดับมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684304

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 17:17 น.'บุญช่วย แอมมิวเลท' จากความเชื่อและศรัทธา กลายมาเป็นธุรกิจเครื่องประดับมงคล

ที่ยึดเหนี่ยวทางใจสายแฟชั่น เปิดใจคุยกับพระเอกหล่อมาดเข้ม “บอม-ธนกฤต คล้ายสังข์” จากความเชื่อและศรัทธากลายมาเป็นธุรกิจเครื่องประดับมงคล บุญช่วย แอมมิวเลท ( Boonchuay Amulets)

บอม-ธนกฤต คล้ายสังข์

คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับพระเอกใหม่กระแสดีจากละครไทยรัฐ บอม-ธนกฤต คล้ายสังข์ ซึ่งมีผลงานละครให้ได้ชมกันไปแล้ว 2 เรื่อง ที่สำคัญช่วงนี้ละครที่เค้าได้รับบทพระเอกเต็มตัวเรื่องแรก “ผีกะ” ก็กำลังกลับมารีรันให้ได้ชมกันอีกครั้งในทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 อีกด้วย

แต่เชื่อว่าหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า บอม ธนกฤต เริ่มทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่กันไปกับงานแสดงมากว่า 2 เดือนแล้ว แต่จะเป็นธุรกิจประเภทไหน? มีที่มาที่ไปของแรงบันดาลใจอย่างไร? วันนี้ต้องมาล้วงแคะแกะเกาเอากับเจ้าตัว

“คล้ายๆ กับว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่คิดอีกทีก็น่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่ในใจอยู่แล้วครับ” คุณบอม หน่มหล่อมาดเข้มเกริ่น

หากย้อนไปในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนๆ ชวนบอมไปถ้ำนาคา ซึ่งตัวเราศรัทธามาก แต่ไปไม่ได้ เพราะช่วงนั้นทีมงานเริ่มมีการเชคคิวถ่ายละครเรื่อง บ้านโชคดี เดอะซีรี่ส์ ซีซั่น 2 จะด้วยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใดมาดลใจก็ไม่ทราบได้ บอมก็โพล่งกับเพื่อนออกไปว่า “ฝากบูชาวัตถุมงคลจากถ้ำนาคากลับมาให้หน่อยได้ไหม”

คืนนั้นทำเอานอนไม่ค่อยหลับเลยครับ คิดวนไปวนมากับเรื่องนี้ แล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาว่า ถ้าเรานำเอาวัตถุมงคลมาเรียงร้อยกับหินสีต่างๆ เพื่อทำเป็นเครื่องประดับน่าจะดีกว่า เพราะใครๆ จะได้ใส่ติดตัวไปตลอด อีกอย่างความเชื่อกับคนไทยก็เป็นสิ่งที่คู่กันอยู่แล้ว การนำเอาแฟชั่นมาผสมผสานกับความเชื่อและศรัทธาน่าจะทำให้เกิดความนิยมชมชอบในวงกว้างมากขึ้น

หลังจากนั้นบอมก็เริ่มแสวงหาตะกรุดและหินสีที่มีความหมายดีๆ ต่างๆ นานา จนมั่นใจว่าลงตัวแล้ว ก็เริ่มวางแผนเรื่องการตั้งชื่อแบรนด์ และการเปิดช่องทางการขายในตลาดออนไลน์ โดยเซ็ตแรกๆ จะมีตะกรุดให้เลือก 4 แบบคือ พญานาค, ท้าวเวสสุวรรณ, พระแม่ลักษมี และพระพิฆเนศ แน่นอนว่าองค์ท้าวเวสสุวรรณคนนิยมมากที่สุดเลยครับ

“ต้องบอกก่อนว่าสร้อยข้อมือแต่ละเส้นบอมเป็นคนเรียงร้อยเองกับมือทุกชิ้นเลยนะครับ ด้วยความที่เราต้องเป็นคนให้คำปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับลูกค้าตั้งแต่ต้น ลูกค้าต้องการเสริมในเรื่องไหน ชอบตะกรุดองค์เทพใด สีสันของหินที่อยากได้ อะไรประมาณนี้ครับ โดยเฉพาะในเรื่องของหินแต่ละชนิดที่เลือกใช้ก็จะต้องมีความหมายที่สอดคล้องและส่งเสริมกับความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังต้องเป็นสีที่ถูกโฉลกกับวันเกิดของแต่ละท่านด้วย แต่บอมทำงานเร็วนะครับ (หัวเราะ) ทั้งกระบวนการจนส่งถึงมือลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 3-4 วันครับ นอกจากว่าบังเอิญช่วงนั้นติดคิวถ่ายละครก็อาจจะช้าหน่อย แต่บอมก็จะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนล่วงหน้าครับ

ส่วนที่มาของชื่อแบรนด์ “บุญช่วย แอมมิวเลท” ( Boonchuay Amulets) มาจากชื่อคุณยายของบอมเอง ท่านเพิ่งเสียชีวิตไปราวปีกว่าๆ ที่ผ่านมา บอมเชื่อว่า คุณยายผู้ซึ่งเลี้ยงดูบอมมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบหลังคุณแม่เสียชีวิต ผู้คอยสั่งสอนให้บอมรู้จักปาบบุญคุณโทษ ผู้ชักชวนให้บอมสวดมนต์ไหว้พระ ทำบุญสุนทานอยู่เป็นนิจ ฉะนั้น เมื่อท่านเสียชีวิตกุศลผลบุญน่าจะส่งผลให้คุณยายไปเกิดเป็นเทวดาอยู่บนฟ้า ซึ่งเทวดาก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราควรเคารพสักการะอยู่แล้วใช่ไหมครับ อีกทั้งคำว่า “บุญช่วย” ก็ตรงกับแนวคิดการทำธุรกิจเครื่องประดับมงคลที่บอมตั้งใจให้ลูกค้าใช้เป็นเครื่องเตือนใจให้หมั่นเติมบุญให้ตนเอง เพื่อที่ว่าบุญนั้นจะมาหนุนนำให้สมประสงค์ดังใจปรารถนาผ่านการเคารพบูชาตะกรุดองค์เทพที่เรียงร้อยเป็นสร้อยประดับข้อมือนั่นเองครับ” บอม กล่าว

จุดเด่นที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์บุญช่วย แอมมิวเลท คือเน้นเสริมจำเพาะพุทธคุณสายขาวเท่านั้น! แล้วตะกรุดทุกชิ้นผ่านการเข้าพิธีปลุกเสกโดยพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ บอม ธนกฤต นับถือเป็นการส่วนตัว บอมคอนเฟิร์ม!

“กว่า 2 เดือนที่ผ่านมาการตอบรับดีมากครับ ช่วงนี้บอมเลยมีตะกรุดมาให้ได้เลือกสรรกันเพิ่มเติมอีกหลายแบบเลย อาทิ ตะกรุดราชาโชค ตะกรุดเทพภมรจำแลง ตะกรุดเงินสะพัด ตะกรุดร่ายมนต์หลง ตะกรุดนางรับและสีผึ้งหัวใจ ใครใคร่เชื่อและศรัทธาสิ่งใดของครูบาอาจารย์ท่านไหนก็เข้าไปดูรายละเอียดด้านพุทธคุณของแต่ละตะกรุดในอินสตาแกรมและแฟนเพจ Boonchuay_Amulets ได้เลยนะครับ สนนราคาจับต้องได้แน่นอน ทั้งนี้ในหนึ่งเซทนอกจากสร้อยข้อมือที่แต่ละท่านจะได้ตามที่สั่งแล้ว บอมยังมีแผ่นทองและผ้ายันต์ แถมฟรี! ให้อีกด้วยนะครับ” บอมกล่าวทิ้งท้าย

ติดตามความเคลื่อนไหวทั้งในเรื่องธุรกิจส่วนตัวและผลงานการแสดงใดๆ ของบอม ธนกฤต คล้ายสังข์ได้ทางอินสตาแกรม bomxbom

 

Tips เสริมพุทธคุณ

คนเกิดวันอาทิตย์

  • ควรหลีกเลี่ยงหินสีโทนฟ้า-น้ำเงิน
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีดำ-ม่วง เช่น นิล, หินลาวา, อเมทิสต์และพลอยสีม่วง

คนเกิดวันจันทร์

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีแดง
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีส้ม เช่น ซันสโตน, ไหมทอง, ไทเกอร์อายและพลอยสีส้ม

คนเกิดวันอังคาร

  • ควรหลีกเลี่ยงสีโทนขาว-เหลือง
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีเทา เช่น ไหมเงิน, แก้วขนเหล็ก, สโมกกีย์ควอตซ์และคริสตัล

คนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีชมพู
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีฟ้า-น้ำเงิน เช่น ลาพิส ลาซูรี, เทอร์ควอยส์, พลอยสีฟ้าและไพลิน

คนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีส้ม
  • การเงินให้ใช้โทนสีชมพู เช่น โรสควอตซ์, โรโดไนต์และพลอยสีชมพู

คนเกิดวันพฤหัสบดี

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีม่วง-ดำ
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีขาว-เหลือง เช่น ฮาวไลท์, ไข่มุก, ไหมทองและซิทริน

คนเกิดวันศุกร์

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีเทา
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีเขียว เช่น หยก, มาลาไคต์, พลอยสีเขียวและมรกต

คนเกิดวันเสาร์

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีเขียว
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีแดง เช่น แจสเปอร์, พลอยสีแดง, โกเมนและทับทิม

Plantnery ส่งตัวช่วยดีๆ สู้กลับ 7 ปัญหาผิวที่คนไทยต้องเผชิญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684280

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 13:30 น.Plantnery ส่งตัวช่วยดีๆ สู้กลับ 7 ปัญหาผิวที่คนไทยต้องเผชิญ

เจอปัญหาผิวมาต้องสู้กลับ Plantnery ส่งตัวช่วยสู้กลับขจัด 7 ปัญหา ด้วยไอเทมเติมคุณค่าฟื้นฟูความงามของผิวที่มาพร้อมโปรดียืน 1 ในมหกรรม Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration

เรื่องปัญหาผิว ไม่ว่าใครก็นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะอาจลุกลามปานปลายกลายเป็น “ปัญหาใหญ่” แบบไม่รู้ตัว! คงจะดีไม่น้อยถ้าเรารู้เท่าทันปัญหาและสามารถจัดการได้อย่างตรงจุด แพลนท์เนอรี่ (Plantnery) แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและความงามจากสารสกัดของพืชธรรมชาติสัญชาติไทย แนะเคล็ดลับเด็ดสู้กลับเพื่อขจัด 7 ปัญหาผิว ให้ทุกคนสามารถกลับมามีผิวสวยสุขภาพดีได้อย่างเห็นผล      

คุณดวงกมล อัศวณิชย์ชากร

คุณดวงกมล อัศวณิชย์ชากร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Plantnery เปิดเผยว่า ในฐานะแบรนด์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องผิวพรรณ เราได้จัดทำ Research เกี่ยวกับปัญหาผิวของคนไทยอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากที่สุด โดยพบว่า คนไทยเผชิญอยู่กับ 7 ปัญหาผิว ดังนี้

• ปัญหาสิว และผิวมัน บนใบหน้า

จะอายุเท่าไหร่ “สิว” ก็สามารถตามรังควานให้รำคาญใจได้อยู่เสมอ เพราะต้นตอของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะคนที่ผิวหน้ามีความมัน รูขุมขนกว้าง ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย และมีโอกาสเป็นสิวเรื้อรังสูง นอกจากนี้อีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้ “สิว” ผุดไม่หยุด เกิดจากฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดความมันบนผิวมากกว่าปกติ จนบางรายเกิดการอุดตันในรูขุมขนถึงขั้นอักเสบ วิธีการสยบปัญหา คือ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมที่ช่วยลดปัญหาสิวและผิวมัน โดยเฉพาะ สารสกัดจาก Tea Tree Oil ที่จะช่วยในการลดปัญหาสิว ซึ่ง แพลนท์เนอรี่ ได้นำสารสกัดดังกล่าวมาไว้ใน Plantnery Tea Tree Intense Serum เซรั่มที่มีสารสกัดหลักช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวและลดความมันบนผิวหน้าอย่างอ่อนโยน

• ปัญหาสิวทิ้งร่องรอย 

หัวสิวหายไป ใช่ว่าจะจบ!!! ปัญหาต่อเนื่องที่พบ นั่นคือ รอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิว ที่มักเกิดขึ้นจากการอักเสบของสิวบนผิวหนัง ยิ่งหลายคนพลั้งมือไปแคะ แกะ เกา หรือจัดการแบบผิดวิธีด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความรุนแรงในการรักษา กลายเป็นยิ่งทำร้ายผิวให้อ่อนแอลงไปอีก ทิ้งรอยให้ดูต่างหน้าเป็นเวลาหลายเดือน โดยปกติแล้วรอยสิวและจุดด่างดำจะสามารถจางหายไปได้เมื่อผิวหนังทำการผลัดเซลล์ผิว ซึ่งผิวหนังคนเราจะผลัดเซลล์ทุกๆ 28 วัน ดังนั้น การแก้ปัญหาสิวทิ้งร่องรอยให้ต้องหมองใจ คือ การหาตัวช่วยที่จะกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้นโดยที่ไม่รบกวนผิวจนเกินไป ด้วยการใช้สารสกัดจากธรรมชาติอย่าง “ทับทิม” ที่อุดมไปด้วยสารจำพวก Polyphenol ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างดีเยี่ยมและมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นถึง 3 เท่า รวมไปถึง Anti-Oxidant ที่มีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ Plantnery Pomegranate Intense Serum เซรั่มสารสกัดทับทิมเข้มข้นพิเศษ แต่อ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม สารกันเสีย พาราเบน สีสังเคราะห์ ซิลิโคน ที่จะมีส่วนไปรบกวนผิวหนัง หรือทำให้เกิดการระคายเคือง

• ปัญหาหน้าโทรม ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

ต้นเหตุเกิดจาก “รังสียูวี” ที่เข้าไปกระตุ้นกลไกการผลิตเม็ดสีเมลานินให้ผลิตมากขึ้น ทำให้ผิวมีสีเข้มขึ้น ดูหมองคล้ำ         ผิวแห้งกร้าน ผิวไม่สดใส และจะจัดการอย่างไรกับปัญหานี้? คำตอบอยู่ที่ การใช้ “วิตามินซี” เข้ามาฟื้นฟูผิวให้กลับมากระจ่างใส โดยต้องรู้จักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความอ่อนโยนต่อผิวหนัง         อย่างเซรั่มบำรุงผิวหน้า Plantnery Yuzu Orange Intense Serum ที่อุดมด้วยสารสกัดจากวิตามินซีที่ได้จากธรรมชาติจากผลส้มยูซุ ที่ช่วยฟื้นฟูผิวหมองคล้ำและมีประสิทธิภาพในการคืนความกระจ่างใสให้ผิวหน้า ปรับสีผิวให้แลดูสม่ำเสมอและเรียบเนียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

• ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึกบนใบหน้า

ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะมีความสามารถในการผลิตสารสำคัญต่างๆ อย่าง คอลลาเจน อิลาสติน หรือกรดไฮยาลูรอน ได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น นอกจากนี้ ท่าทางทางอารมณ์ที่แสดงออกผ่านสีหน้า ไม่ว่าจะยิ้มหรือหัวเราะก็สามารถก่อให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน ถ้าไม่อยากให้รอยตีนกา ริ้วร้อย และร่องลึก มาสร้างปัญหากวนใจ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วย “สารสกัดโสม” ที่มีอยู่ใน Plantnery Ginseng Intense Serum ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการเสริมคอลลาเจนและอีลาสตินให้ชั้นผิวได้แล้ว ยังสามารถลดการอักเสบผิวจากกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระในชั้นผิวได้อีกด้วย เพราะริ้วรอย เป็นปัญหาที่ต้องฟื้นฟูและป้องกันไปพร้อมๆ กัน

• ปัญหาฝ้า กระ ที่ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย 

ในผิวหนังของเราจะมีเมลานิน ซึ่งผลิตมาจากเมลาโนไซต์ และเม็ดสีเหล่านี้จะมีสีเข้มขึ้นโดยเอนไซน์ไทโรซิเนส หากถูกกระตุ้นจาก UV มากๆ จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นสีคล้ำกว่าปกติ จนเกิดเป็น “ฝ้า” ในที่สุด ส่วน “กระ” เกิดจากการที่ เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติ ทำให้ผิวบริเวณนั้นๆ มีสีเข้มขึ้น หรืออาจจจะกล่าวได้ว่าสาเหตุของปัญหา “ฝ้า” และ “กระ” มาจากเม็ดสีเมลานินที่มีมากเกินความจำเป็น ซึ่งเราควรหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถยับยั้งหรือลดการผลิตเม็ดสีเมลานินในผิวหนังอีกทั้งยังต้องมีความสามารถในการยับยั้งการขนส่งเม็ดสีเมลานินขึ้นสู่ผิวชั้นนอกได้ดีอีกด้วยอย่าง Plantnery Grape Seed Intense Serum ที่มี Alpha Arbutin ซึ่งสามารถช่วยลดความเข้มของฝ้าและกระได้

• ปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน

ต้นตอของปัญหานี้ อยู่ที่ต่อมผลิตไขมันใต้ผิวหนังขยายขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากผิวต้องการขับความมัน              ออกมามาก รวมถึงผิวที่มีการผลิตน้ำมันมากเกินไปก็เป็นสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้าง และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาสิวตามมา ซึ่งการแก้ปัญหา คือ ต้องควบคุมปริมาณการผลิตน้ำมันใต้ชั้นผิวให้สมดุล รวมถึงทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อไม่ให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน โดยสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Plantnery Green Tea Intense Serum ที่มีสารสำคัญอย่าง Witch Hazel, L-Carnitine, Vitamin B6 และ Zinc PCA นอกจากนี้ ยังมี BHA ในรูปแบบแคปซูล (Encapsulate) ที่ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิวและทำความสะอาดรูขุมขน

• ปัญหาผิวติดสาร บอบบาง แพ้ง่าย ระคายเคือง

สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต มีส่วนสำคัญต่อความแข็งแรงของปราการผิว (Skin Barrier)  โดยเฉพาะ         เมื่อภูมิคุ้มกันของผิวลดลง จะทำให้เกิดการระคายเคือง ลามไปถึงอาการผิวติดสาร ที่ผุดทุกปัญหาบนผิวหน้า ในเมื่อเราไม่อาจสามารถหลีกเลี่ยงมลภาวะต่างๆ ได้ทั้งหมด ก็ควรลดผลกระทบจากมลภาวะที่ทำร้ายผิวให้น้อยที่สุด วิธีการหนึ่งก็คือ ลดการอักเสบผิว ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเสริมภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ผิวที่ยังไม่แข็งแรง เช่น Centella Asiatica หรือ ใบบัวบก และเสริมด้วย เซราไมด์ หรือ ลิปิด น้ำมันที่พบได้ในผิวตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวปกป้องผิวจากสิ่งเร้าภายนอก เนื่องจากเป็นส่วนประกอบหลักของผิวชั้นนอก หรือ Stratum Corneum ทำหน้าที่เป็นปราการผิว ป้องกันผิวหนังจากสารระคายเคือง สารก่อภูมิแพ้ สารพิษ และจุลินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดโรคและป้องกันการระเหยของน้ำที่อยู่ระหว่างเซลล์แต่ละเซลล์ ซึ่งแพลนท์เนอรี่ ได้รังสรรค์สารสกัดเหล่านี้ไว้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ภายใต้ชื่อ Plantnery Cica Centella Ceramide Recover Cream เพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวอักเสบของคนไทยในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ แพลนท์เนอรี่ตระหนักดีว่าปัญหาผิวที่เกิดขึ้นของคนไทย เราต้องใส่ใจที่จะแก้ไขให้ได้ทันท่วงทีและตรงจุดที่สุด ดังนั้น เราจึงได้พิถีพิถันและใส่ใจทุกรายละเอียดในการรังสรรค์ไอเทมต่างๆ ด้วยเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ และในราคาที่เข้าถึงได้ภายใต้แนวคิด “Cost-Effective Beauty” โดยใช้สารสกัดและส่วนประกอบสำคัญจากพืชที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อส่งมอบพลังความงามแห่งธรรมชาติสู่การปรนนิบัติฟื้นฟูคืนผิวสุขภาพดีให้กับผู้คน

พิเศษ! สำหรับช่วงมหกรรม Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration แบรนด์ดัง ดีลปังทะลุโลก ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน 2565 แพลนท์เนอรี่ จัดเต็มกับดีลสุดพิเศษและโปรดียืน 1 ให้คนไทยได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสูงสุดถึงกว่า 90% โค้ดรับเงินคืนจากทางร้าน 10% สูงสุดถึง 60 Coins พร้อมด้วยโค้ดลดเพิ่มจาก Shopee 10% สูงสุด 1,666 บาท และรับสินค้าสมนาคุณพิเศษอีกมากมาย พร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมายเมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay ทั้งหมดนี้ สามารถติดตามได้ที่ Plantnery Official ร้านค้าอย่างเป็นทางการบน Shopee Mall หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/plantnery

เปิดแล้ว Coach ดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองของเอเชีย @สยามพารากอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684255

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 10:35 น.เปิดแล้ว Coach ดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองของเอเชีย @สยามพารากอน

Coach เฉลิมฉลองการเปิดตัวดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองของเอเชีย ณ สยามพารากอน! พร้อมเผยโฉมป๊อปอัพใหม่ล่าสุดในธีม Signature Denim

Coach (โค้ช) แบรนด์ผู้นำด้านเครื่องหนังจากนิวยอร์ก ประกาศเปิดตัวดิจิทัลลสโตร์แห่งที่สองของเอเชีย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมเฉลิมฉลองความพิเศษด้วยป็อปอัพที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานีรถไฟใต้ดินส่งตรงจากมหานครนิวยอร์ก ในธีม ‘Signature Denim’ คอลเลคชั่นเปิดสำหรับซีซั่นนี้!

ร้านโฉมใหม่ล่าสุดนี้ นับเป็นดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้ความร่วมมือจากของ Stuart Vevers ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ และ Giovanni Zaccariello รองประธานฝ่าย Global Visual Experience ของ Coach โดยดีไซน์ของร้านมาในคอนเซ็ปต์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ ที่ด้านในประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเครื่องหนังและไม้ที่ให้กลิ่นอายของความอบอุ่น แฝงไปด้วยความซับซ้อนน่าค้นหา แทรกความขี้เล่นตามแบบฉบับชาวนิวยอร์ก ที่ที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘บ้าน’

นอกจากดีไซน์ชวนน่าค้นหา ร้านแห่งนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับลูกค้าในการเยี่ยมชมไอเทมหลากหลายสไตล์ของ Coach ด้วยจอ LED ขนาดใหญ่จำนวน 3 จุด พิเศษสุดที่จอ LED สุดสะดุดตากลางร้าน ที่สามารถขยับได้ด้วยตัวจับเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว เพียงเดินเข้าไปใกล้ หน้าจอตรงหน้าจะเปลี่ยนเป็นภาพอื่นๆ ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินระหว่างเดินชมสินค้า และแน่นอนว่า Coach ยังคงยึดแนวทางการบริการให้กับลูกค้าอย่างดีเยี่ยมมาเสมอ ลูกค้าจะได้พบกับจุดบริการที่จะมอบประสบการณ์การดูแลหลังการขายจากพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญของเรา

 “เรารู้สึกยินดีมากสำหรับครั้งแรกในการเปิดตัว Interactive Store ที่สยามพารากอน ร้านนี้ถือเป็นดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองในภูมิภาคเอเชีย และเราเชื่อว่าดีไซน์และบรรยากาศในร้านที่ผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและอบอุ่น จะมอบประสบการณ์การเยี่ยมชมสินค้าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้” Campbell O’Shea VP General Manager Tapestry Southeast Asia and Oceania กล่าว

คุณโศภนา เลวิจันทร์ ผู้อำนวยการกลุ่ม บริษัท แปซิฟิกา จำกัด

สำหรับการเฉลิมฉลองความพิเศษนี้ Coach ได้รับความร่วมมือจากนักแสดงสายแฟมากมายมาร่วมสนุก และแสดงความยินดี ไม่ว่าจะเป็น โบว์-เมลดา สุศรี, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน, บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล, ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร และสกาย-วงศ์รวี นทีธร

นอกจากนี้ Coach ยังเตรียมต้อนรับแฟนๆ เข้าสู่ป๊อปอัพใหม่ล่าสุด ในธีม ‘Signature Denim’ (ซีซั่น Summer 2022) ที่ Coach เนรมิตให้กลายเป็นสถานีรถไฟใต้ดินในมหานครนิวยอร์ก โดดเด่นด้วยลาย Signature C สุดไอคอนิคสีเดนิมที่ห่อหุ้มสถานีรถไฟแห่งนี้ไว้ทั้งหมด พร้อมแล้วให้แฟนๆ เข้ามาเยี่ยมชมและสนุกสนานไปกับการถ่ายรูป และร่วมกิจกรรม อาทิ ตู้เกมดิจิทัลลุ้นรางวัลสุดพิเศษจาก Coach ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัด Rexy หรือจิบกาแฟแบบชิคๆ ที่โซน Coach Café รวมถึงการได้รับบัตร Rabbit ลาย Signature Denim ง่ายๆ เพียงแค่ช้อปสินค้าใดก็ได้จากคอลเลคชั่น Signature Denim นอกจากนี้ ภายในป๊อปอัพยังจัดแสดงสินค้าจากคอลเลคชั่นล่าสุด อย่าง Signature Denim ที่มีวางจำหน่ายที่สโตร์สาขาสยามพารากอนที่แรกและที่เดียว หลังจากนั้นจะมีวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในเว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดตัวไปเท่านั้น

แวะมาเยี่ยมชม Coach Pop-up ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 5 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 โซน Fashion Gallery

เซ็นทารา พาเที่ยวทะเล มอบโปร COSI Celebration ข้อเสนอห้องพักฟรี! ที่สมุย-กระบี่-พัทยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/684251

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 10:17 น.เซ็นทารา พาเที่ยวทะเล มอบโปร COSI Celebration ข้อเสนอห้องพักฟรี! ที่สมุย-กระบี่-พัทยา

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ชวนนักท่องเที่ยวผู้รักอิสระร่วมเดินทางไปกับโรงแรมโคซี่ ด้วยโปรโมชั่น “COSI Celebration ข้อเสนอห้องพักฟรี!” พัก 2 คืน จ่าย 1 คืน / พัก 4 คืน จ่าย 2 คืน / พัก 6 คืน จ่าย 3 คืน ที่โรงแรมโคซี่สมุย กระบี่ และพัทยา

โอกาสได้เที่ยวฟรีมาถึงแล้ว เมื่อโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ชวนนักท่องเที่ยวผู้รักอิสระร่วมเดินทางไปกับโรงแรมโคซี่ ด้วยโปรโมชั่น “COSI Celebration ข้อเสนอห้องพักฟรี!” เมื่อเข้าพัก 2 คืน จ่าย 1 คืน / พัก 4 คืน จ่าย 2 คืน / พัก 6 คืน จ่าย 3 คืน ที่โรงแรมโคซี่สมุย กระบี่ และพัทยา

โดยลูกค้าสามารถสำรองห้องพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2565 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2565 ในราคาเริ่มต้นที่ 900 บาท++ ต่อ 2 คืน สำหรับการเข้าพักต่อเนื่อง

โรงแรมโคซี่ สมุย เฉวงบีช

ตั้งอยู่บนถนนเฉวง ศูนย์กลางของสีสันยามค่ำคืนของเกาะสมุย รายล้อมด้วยร้านอาหารต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังอยู่ใกล้หาดเฉวง และห่างจากสนามบินนานาชาติสมุยเพียง 15 นาที มีพื้นที่สังสรรค์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และพลาดไม่ได้กับสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ที่ดีไซน์ขอบสระเป็นกระจกใส มอบมุมถ่ายรูปสุดเก๋สำหรับชาวโซเซียล

โรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช

โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นในพัทยาเหนือ ห่างจากหาดวงศ์อํามาตย์เพียง 5 นาที ภายในโรงแรมมอบเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตคุณสะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น รวมถึงความสนุกในการว่ายน้ำพร้อมเสียงเพลง ด้วยลำโพงใต้น้ำที่สระว่ายน้ำกลางแจ้งของโรงแรม นอกจากนั้น ยังมีโซเชียลฮับที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้ลูกค้าสามารถนั่งเล่น ดูหนัง ชมกีฬาถ่ายทอดสด และสังสรรค์กับเพื่อน อีกทั้งสามารถใช้เครดิตเงินสดที่คาเฟ่ 247 ที่บริการอาหารและเครื่องดื่มได้ตลอดเวลา

โรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช

โรงแรมอันทันสมัย ตั้งอยู่ใจกลางอ่าวนาง และห่างจากหาดอ่าวนางเพียงเล็กน้อย มอบความสะดวกสบายให้กับการพักผ่อนในช่วงวันหยุดของคุณ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของสมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่อกับสมาร์ททีวี เครดิตเงินสดสำหรับอาหารและเครื่องดื่มฟรีทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำซีทรูบนชั้นดาดฟ้าที่มาพร้อมวิวภูเขาเป็นฉากหลัง พบความอิสระที่คุณตามหาและการพักผ่อนแบบสบายๆ ได้ที่โรงแรมแห่งนี้

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

  • ข้อเสนอพิเศษนี้สำหรับการจองใหม่เท่านั้น
  • เด็กๆ อายุไม่เกิน12 ปี 2 คน พักฟรีโดยแชร์เตียงร่วมกับผู้ปกครอง และไม่มีเตียงเสริม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักด้วย
  • ข้อเสนอนี้สำหรับการเข้าพักต่อเนื่องขั้นต่ำ 2 คืนขึ้นไปเท่านั้น
  • โรงแรมโคซี่ สมุย เฉวงบีชเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2565*
  • อาจมี surcharge สำหรับการเข้าพักในคืนวันเสาร์
  • สงวนสิทธิ์การเข้าพักสำหรับบางช่วง
  • ราคาห้องพักที่แสดงเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ
  • การจองห้องพัก จะต้องใช้หมายเลขบัตรเครดิตที่ถูกต้องและยังไม่หมดอายุการันตีค่าใช้จ่ายตลอดการเข้าพัก
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆได้ และไม่สามารถใช้ส่วนลดสมาชิก CentaraThe1 เพิ่มเติมได้
  • ข้อเสนอพิเศษนี้ต้องชำระเงินเต็มจำนวนก่อนเข้าพักและไม่สามารถยกเลิกการจองได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการความช่วยเหลือในการสำรองห้องพัก กรุณาติดต่อ แผนกสำรองห้องพักเซ็นทารา อีเมล: ccc@chr.co.th หรือ โทร.(02) 102 1234 หรือใช้บริการ Live Chat สนทนาสดกับเจ้าหน้าที่

สามารถจองหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่น COSI Celebration ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/cosi-celebration

ติดตามข่าวสารของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ที่ www.centarahotelsresorts.com

Facebook : https://www.facebook.com/centarahotelsresorts

Instagram : https://www.instagram.com/explorecentara/

Twitter : https://twitter.com/ExploreCentara

LinkedIn : https://www.linkedin.com/company/centara-hotels-&-resorts

‘มะเร็งปอด’ เสี่ยงทุกคนแม้ไม่เคยสูบบุหรี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/684308

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 17:12 น.'มะเร็งปอด' เสี่ยงทุกคนแม้ไม่เคยสูบบุหรี่

รู้หรือไม่ คุณอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด แม้ไม่เคยสูบบุหรี่ หรือหยุดสูบบุหรี่มานานแล้ว? #วันงดสูบบุหรี่โลก ตรวจไว รู้เร็ว มะเร็งปอดรักษาได้

ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด จึงจัดงานแถลงข่าวในหัวข้อ “รู้หรือไม่ คุณอาจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด แม้ไม่เคยสูบบุหรี่หรือหยุดสูบบุหรี่มานานแล้ว?” เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงอันตรายและความสูญเสียทางสุขภาพที่เกิดจากควันบุหรี่ และเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการป้องกัน การคัดกรอง และการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นด้วยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ (Low Dose Computerized Tomography Scan)

นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และ นายแพทย์นรินทร สุรสินธน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและป้องกัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รวมถึงผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นที่เคยมีประวัติสูบบุหรี่จัดต่อเนื่องเป็นเวลานาน และผู้ดูแลผู้ป่วยมะร็งปอดซึ่งไม่เคยมีประวัติสัมผัสกับบุหรี่มาก่อน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตรวจคัดกรองและการรักษามะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น

ตัวเลขตามสถิติ [1] เผยว่าในปี พ.ศ. 2563 โรคมะเร็งปอดมีอุบัติการณ์และอัตราการเสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ ในประเทศไทย โดยพบจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่สูงถึง 23,717 ราย หรือคิดเป็น 65 รายต่อวันโดยเฉลี่ย นอกจากนี้ ประชาชนไทยอีกกว่า 20,395 ราย หรือคิดเป็น 56 รายต่อวัน โดยเฉลี่ยยังเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปอด

สถานการณ์ความรุนแรงของโรคดังกล่าวในประเทศไทยถือว่าอยู่อันดับที่ 18 ของโลก เนื่องจากระยะของมะเร็งปอดที่เข้ารับการรักษามีผลโดยตรงต่อโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วย อนึ่ง สัดส่วนการตรวจพบผู้ป่วยมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นในประเทศไทยยังคงต่ำอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น เป็นต้น [2]  ซึ่งกำหนดให้การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ (Low dose CT scan) เป็นแนวทางมาตรฐานในการคัดกรองมะเร็งปอด ดังนั้น ความท้าทายในการลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดในประเทศไทยจึงอยู่ที่การคัดกรองผู้มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด โดยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมากยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มที่ผลลัพธ์การรักษาจะออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ

นายแพทย์นรินทร สุรสินธน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและป้องกัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ประชาชนไทยจำนวนมากยังคงขาดความตระหนักรู้ด้านการคัดกรองโรคมะเร็งปอด ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดในระยะสุดท้ายซึ่งมักมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “หากเจอมะเร็งปอดในระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจาย ผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี เพียง 0-10% เท่านั้น ระยะที่ 3 หรือระยะลุกลามเฉพาะที่ ผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี อยู่ที่ 13-36% แต่ถ้าเราเจอมะเร็งปอดระยะ 1 หรือ 2 ซึ่งก็คือ ‘ระยะเริ่มต้น’ ผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตประมาณ 5 ปี สูงถึง 53-92% แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยตรวจพบมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นเพียงแค่ 15% เท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด ได้แก่ สัมผัสกับควันบุหรี่หรือสารเคมีก่อมะเร็ง มีคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งปอด เคยมีประวัติเป็นมะเร็งชนิดอื่นหรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับปอดมาก่อน จึงควรใส่ใจสัญญาณเตือนด้านสุขภาพ หากสังเกตว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับตรวจคัดกรองมะเร็งปอด เช่น เสียงแหบ เสียงเปลี่ยน ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด หายใจมีเสียงหวีด เจ็บหน้าอกตลอกเวลา รู้สึกปวดเมื่อกลืน ปอดติดเชื้อบ่อย เป็นต้น”

ในผู้ที่มีสุขภาพดีก็อาจมีแนวโน้มว่ที่จะเกิดโรคมะเร็งปอดได้ เนื่องจากสาเหตุที่นำไปสู่โรคนี้มีหลายประการ ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม เช่น ผู้ที่มีประวัติโรคปอดเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งซึ่งอาจมีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม นอกจากนี้ การกลายพันธุ์ที่ผิดปกติของยีน (gene) ในร่างกายของแต่ละคนก็ส่งผลให้เกิดมะเร็งปอดได้เช่นกัน โดยปัจจัยทางพันธุกรรมที่กล่าวมานี้มีส่วนให้เกิดมะเร็งปอดราว 20% เท่านั้น แต่ปัจจัยหลักอีก 80% กลับมาจากปัจจัยด้านพฤติกรรมและสภาพแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่จัดเกินกว่า 20 packs-year การประกอบอาชีพที่ต้องสัมผัสกับสารก่อมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมผลิตฉนวนกันความร้อน ย่อมมีโอกาสที่จะสูดดมแร่ใยหินหรือสารแอสเบสตอส (Asbestos) นิเกิล โครเมียม เข้าไปในปริมาณมาก รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องสัมผัสกับฝุ่นละออง PM 2.5 ขับขี่มอเตอร์ไซค์ จุดธูปไหว้พระ เป็นต้น ดังนั้น หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญความเสี่ยงอยู่ ควรหมั่นตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ และปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ

ภายในงาน ยังมีผู้ป่วยมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตรวจคัดกรองและการรักษามะเร็งปอดระยะเริ่มต้นถึง 2 ท่าน ได้แก่ คุณอรุณ เทพแก้ว ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 2 เพศชาย อายุ 68 ปี ซึ่งมีประวัติเสี่ยงสูงที่จะเกิดมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่ต่อเนื่อง 2 ซองต่อวัน เป็นเวลา 13 ปี และดื่มเหล้าตั้งแต่สมัยวัยรุ่น แต่ก็เลิกมาแล้วถึง 35 ปี จนกระทั่งทราบว่าเป็นมะเร็งปอดเมื่อปีที่แล้ว “ผมไปพบแพทย์ด้วยอาการไอเรื้อรัง ต่อมาจึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น ทำให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงทีและผลการรักษาก็ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ ทุกวันนี้สามารถกลับใช้ชีวิตและช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ ผมตั้งใจว่าต่อจากนี้ไปจะปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงลดพฤติกรรมเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การลุกลามของโรค”

คุณอรุณ เทพแก้ว สมัยยังเป็นวัยรุ่นจนถึงปัจจุบัน

ส่วนอีกท่านหนึ่งคือ คุณยศ กุศลมโนสุข ซึ่งเป็นผู้ดูแลคุณแม่ คุณคิ่มเตียง กุศลมโนสุข ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 1 เพศหญิง อายุ 72 ปี ซึ่งไม่เคยมีประวัติสูบบุหรี่หรือสัมผัสกับควันบุหรี่มือสองมาก่อน แต่มีโอกาสตรวจพบโรคดังกล่าวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น “แม้จะไม่เคยสูบบุหรี่และไม่มีสัญญาณอันตรายใด ๆ มาก่อนเลย แต่สมัยสาว ๆ คุณแม่ของผมชอบไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำ นอกจากนี้ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ท่านยังเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ระยะลุกลาม จนกระทั่งเมื่อปี 2564 ท่านก็ไปตรวจสุขภาพประจำปีตามปกติ สิ่งที่ต่างจากทุกครั้งก็คือ คราวนี้แพทย์แนะนำให้ลองตรวจคัดกรองด้วยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ หรือที่เรียกว่า Low dose CT Scan ด้วย เพราะท่านมีปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่บ่งชี้ว่า ท่านอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด จากนั้น เมื่อได้รับคำวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอด ท่านก็เข้าสู่กระบวนการรักษาทันที พอมองย้อนกลับไปผมรู้สึกว่าโชคดีมาก ๆ ที่ไม่นิ่งนอนใจและแนะนำให้คุณแม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะเมื่อเทียบกับตอนที่รักษามะเร็งลำไส้ระยะลุกลามเมื่อสิบกว่าปีก่อน คราวนี้ทั้งผมและท่านรู้สึกเบาใจมากกับการรับมือมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น เนื่องจากมีโอกาสรักษาหายขาดสูง”

ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดแบบต่างๆ อยู่ 3 วิธี ได้แก่

1) การเอกซเรย์ทรวงอก หรือ Chest x-ray

2) การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan

และ 3) การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ หรือ Low dose CT Scan

ทั้งนี้ นายแพทย์นรินทร สุรสินธน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและป้องกัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละวิธี “การเอกซเรย์ทรวงอก หรือ Chest x-ray ซึ่งมักรวมอยู่ในรายการตรวจสุขภาพประจำปี ทำได้ง่ายและรวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะคัดกรองเซลล์มะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นที่มีขนาดเล็ก ส่วนการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan จะมีความแม่นยำสูงกว่ามาก แต่เป็นวิธีที่ต้องรอคิวนาน ในบางโรงพยาบาล บุคลากรด้านรังสีแพทย์และเครื่องมือยังมีอยู่จำกัด นอกจากนี้ ผู้เข้าตรวจได้รับรังสีในปริมาณสูงและอาจรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่างกายจากการฉีดสารทึบรังสีเข้าทางหลอดเลือดดํา ส่วนวิธีการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ หรือ Low dose CT Scan นั้น มีความแม่นยำกว่าการเอกซเรย์ทรวงอกถึง 6 เท่า ส่งผลให้พบมะเร็งปอดได้รวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดลงได้ 20%[3]  ดังนั้น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำจึงเป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ”

แนวปฏิบัติของ National Comprehensive Cancer Network (NCCN)[4]  ระบุว่ากลุ่มเสี่ยงสูงที่จะเกิดมะเร็งปอด ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และมีประวัติการสูบบุหรี่มากกว่า 20 packs-year ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดประจำปีด้วยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ ในขณะที่ผู้ที่อาจมีปัจจัยเสี่ยงหรือผู้ที่ใส่ใจสุขภาพก็สามารถปรึกษาแพทย์ เพื่อขอเข้ารับตรวจคัดกรองด้วยวิธีดังกล่าวได้เช่นกัน เพราะมะเร็งปอดถือเป็นภัยสุขภาพที่คุกคามร่างกายอย่างเงียบ ๆ และอาจพรากคนที่คุณรักไปอย่างไม่มีวันกลับ ดังนั้น การตรวจพบมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะผู้ป่วยมีโอกาสสูงที่ผลลัพธ์การรักษาจะเป็นไปในทางที่น่าพึงพอใจ และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้

[1] The Global Cancer Observatory, International Agency for Research on Cancer, WHO (March, 2021) https://gco.iarc.fr/today/data/factsheets/populations/764-thailand-fact-sheets.pdf

[2] EpiCast report: NSCLC Epidemiology Forecast to 2025. GlobalData. 2016

[3] The National Lung Screening Trial Research Team. Reduced lung-cancer mortality with low-dose computed  tomographic screening. N Engl J Med. 2011;365(5): 395-409.

[4] NCCN VERSION1.2022

ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ความเหมือนที่แตกต่างจากโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/683796

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 07:17 น.ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ความเหมือนที่แตกต่างจากโควิด-19

สำรวจความเหมือนและความต่าง ระหว่าง “ไข้หวัดใหญ่รุ่นพี่” vs “เพื่อนรุ่นน้องอย่างโควิด-19”

จากหัวข้อด้านบนหลายคนอาจสงสัย ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น เพราะทั้งไข้หวัดใหญ่รุ่นพี่ และเพื่อนรุ่นน้องอย่างโควิด-19 เป็นโรคติดต่อจากระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันตรงไวรัสที่เป็นสาเหตุการติดเชื้อมาจากไวรัสคนละชนิดกัน สำหรับไข้หวัดใหญ่เกิดมาจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ส่วนโควิด-19 เกิดมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่พบในปี 2019 และเป็นที่ทราบกันดีอีกว่าโรคโควิด-19 นั้น สามารถแพร่กระจายและติดต่อได้ง่ายกว่าไข้หวัดใหญ่

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วภาษีความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยบางส่วนจะมากกว่าเยอะ และแน่นอนว่าการจะวินิจฉัยแยกโรคการติดเชื้อทั้ง 2 ชนิดออกจากกัน ลำพังการดูจากประวัติ และอาการ หากการแสดงอาการไม่เพียงพอที่บอกได้ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมจะต้องทำการตรวจ การทดสอบโรคทุกครั้งหากมีอาการที่ชวนสงสัย โดยในวันนี้จะกล่าวถึงข้อมูลพื้นฐานของโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อนรุ่นพี่ซึ่งอินเทรนด์ในช่วงหน้าฝนที่กำลังจะเข้ามาในประเทศไทย

นพ.ณฐนัท ช่างเงินชญช์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช

นพ.ณฐนัท ช่างเงินชญช์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยรวบรวมไว้ในบทความให้ความรู้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการติดต่อ สาเหตุ อาการ กลุ่มเสี่ยง รวมไปถึงวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่รู้จักกันดี และเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากสำหรับคนไทย เมื่อเป็นแล้วสามารถเป็นซ้ำได้อีก สามารถติดต่อได้ง่าย จึงทำให้มีการระบาดของโรคเกิดขึ้น ถึงแม้ไข้หวัดใหญ่จะไม่มีความรุนแรงสำหรับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง แต่ก็มีผลทำให้ไม่สบาย ไม่สามารถไปทำงานหรือไปโรงเรียนได้ อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ ในผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือภูมิต้านทานต่ำ โรคอาจจะเกิดความรุนแรงได้

สำหรับประเทศไทยสามารถพบไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบมากในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งจะตรงกับกับระยะเวลาการเปิดภาคเรียนแรก ส่งผลให้มีการระบาดมากในสถานศึกษา หลังจากนั้นจะพบมากอีกครั้งในช่วงฤดูหนาวหลังปีใหม่จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่การระบาดในช่วงนี้มักจะไม่สูงเท่ากับกับการระบาดในช่วงฤดูฝน

โดยในช่วง 2 ปีที่มีระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19 ทำให้พบว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่ และโรคไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ลดลงอย่างมาก ถึงแม้จะยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าน่าจะมีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น การเดินทางท่องเที่ยวที่ลดลง การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การดูแลทำความสะอาดมือ และการเว้นระยะห่างมากขึ้น

การติดต่อ

การติดต่อโรคของไข้หวัดใหญ่ จะเป็นการติดต่อจากละลองฝอยขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็กจากผู้ที่ติดเชื้อแล้ว และมีการไปสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ แล้วไปสัมผัสโดนเนื้อเยื่อบุตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ตา จมูก ปาก หรือการหายใจเข้าไป โดยระยะเวลาการฟักตัวของเชื้อไวรัสอยู่ที่ 1-4 วัน หลังจากสัมผัสโรค (โดยเฉลี่ยประมาณ 2 วัน) เชื้ออาจจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และสามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้ตั้งแต่วันแรกก่อนมีอาการ จนถึงช่วง 24-48 ชั่วโมงหลังการติดเชื้อ หลังจากนั้นประมาณ 5-10 วัน ปริมาณเชื้อจะลดลงจนไม่สามารถตรวจพบเชื้อได้ แต่ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่อ้วน หรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ อาจตรวจพบเชื้อได้นานเป็นหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

สาเหตุ

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ก่อนที่จะกลายมาเป็นโรคในคน มีสาเหตุมาจากเชื้อ Human Influenza Virus A, B, C โดยชนิด C พบได้น้อยจึงไม่ได้กล่าวถึง เริ่มต้นจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะพบอยู่ 2 ชนิดย่อยที่สำคัญคือ ชนิด H1N1 และอีกชนิดคือ H2N3 ที่ยังวนเวียนก่อโรคไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์มาตลอด ส่วนที่เหลือมากกว่า 130 สายพันธุ์ จะก่อโรคในสัตว์ เช่น นก หมู และอื่น ๆ ในอนาคตยังพยากรณ์ไม่ได้ว่าจะมีการติดต่อมาแพร่ระบาดสู่คนได้เมื่อไหร่ โดยจากประวัติการระบาดในอดีตที่ผ่านมาพบว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A นั้น ได้มีการระบาดใหญ่มาแล้ว 5 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด เมื่อปี ค.ศ. 2009 เป็นที่รู้จักกันดีคือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 2009 ซึ่งสายพันธุ์นี้ยังคงมีการระบาดมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ โดยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A สามารถกลายพันธุ์ได้ทีละเล็กทีละน้อย จึงทำให้สามารถหลบหลีกภูมิต้านทานที่มีอยู่ได้ เป็นที่มาของการทำให้ติดเชื้อซ้ำ ส่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่ในคนเท่านั้น และยังไม่พบการระบาดใหญ่ โดยมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Victoria และสายพันธุ์ Yamagata

ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการจับไข้เฉียบพลัน วัดไข้ได้ตั้งแต่ 37.8 จนสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอแห้ง ๆ และอาจพบอาการร่วมอื่น ๆ เพิ่ม เช่น อาการอ่อนเพลีย คัดจมูก เจ็บคอ ปวดศีรษะ ในผู้ป่วยเด็กบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ซึ่งอาการดังกล่าวไม่ค่อยพบในผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ โดยอาการและความรุนแรงของโรคจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ยกอย่างเช่น ในผู้ป่วยสูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี หรือ ผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ อาจจะตามมาด้วยอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไม่มีแรง รู้สึกโคลงเคลง โดยมีอาการทางระบบทางเดินหายใจเล็กน้อย ไม่มีไข้ แต่จะมีอาการเซื่องซึมลงได้

กลุ่มเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคไข้หวัดใหญ่

• เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี

• ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี

• สตรีตั้งครรภ์

• ผู้ที่มีภาวะอ้วน ดัชนีมวลกายมากกว่า 30 kg/m2

• ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหืด โรคถุงลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน

• ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น กินยากดภูมิต้านทาน เคมีบำบัด รังสีบำบัด หรือโรคที่ทำให้ระบบภูมิต้านทานต่ำ เช่น โรคมะเร็ง และ โรคติดเชื้อเอชไอวี

หากสงสัยว่าผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจ swab เข้าทางจมูก หรือโพรงจมูกด้านหลัง เพื่อยืนยันการวินิจฉัย หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา โดยทั่วไปถ้าเป็นผู้ป่วยที่สุขภาพแข็งแรงดี แพทย์จะให้รักษาตามอาการ ประคับประคองรอเวลาให้ร่างกายกำจัดเชื้อไวรัสให้หมด ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน สำหรับในผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น การดูแลจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนโดยเฉพาะภาวะปอดอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ หากมีความจำเป็นในกรณีที่เข้าสู่วันที่ 2-3 แล้วอาการไม่ดีขึ้น ไข้ ไอหอบ ที่จะบ่งบอกถึงอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ในบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจำเป็นต้องให้ยาต้านไวรัส เพื่อลดจำนวนของไวรัสในการที่จะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจภายใน 48 ชั่วโมงแรก

สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ไม่แตกต่างไปจากการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่เราทราบกันเป็นอย่างดี คือผู้ป่วยควรพักอยู่ที่บ้าน รักษาระยะห่างทางสังคม ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น หมั่นล้างมือ ใช้แอลกอฮอล์เจล เวลาไอ หรือจาม ต้องปิดปากและจมูกเสมอ

การป้องกัน

• ในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่จะต้องดูแลสุขอนามัย และทำร่างกายให้แข็งแรง หมั่นล้างมือก่อนสัมผัสใบหน้า รับประทานอาหารที่สะอาด หรือที่เรียกว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ โดยล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ในกรณีที่ไม่มีน้ำ เพราะแอลกอฮอล์สามารถทำลายเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

• ไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน การให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่จำเป็นต้องให้ทุกปี ปีละ 1 ครั้ง สำหรับประเทศไทยควรให้วัคซีนก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ประมาณช่วงปลายเดือนเมษายน จนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยสายพันธุ์ของไวรัสที่อยู่ในวัคซีนจะใช้สายพันธุ์ของวัคซีนซีกโลกใต้เป็นหลัก

คงจะได้ทราบข้อมูลพื้นฐานของโรคไข้หวัดใหญ่กันแล้ว และสามารถมองภาพไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากในสังคมปัจจุบันเราคงหลีกเลี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิด-19 แทบไม่ได้ เพราะทั้งคู่เป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวท่านผู้อ่านทุกคนมาก ดังนั้น การป้องกันความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด นอกจากเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย และการรักษาระยะห่างทางสังคมแล้ว อย่าลืมรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปีกันด้วยนะครับ เพราะการรับวัคซีนจะช่วยบรรเทาอาการป่วยได้มาก หากท่านมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ หรือในบางรายที่ติดเชื้อไม่มากอาจจะไม่มีอาการเลยก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคงไม่มีท่านผู้อ่านคนไหน อยากติดเชื้อไวรัสของทั้งสองโรคพร้อม ๆ กัน เพราะนั่นอาจจะเป็นหายนะทางด้านสุขภาพของท่านได้ ฉะนั้น ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ครับ

เลี้ยงเด็ก Gen Alpha ไม่ง่ายจริงหรือ!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684037

วันที่ 25 พ.ค. 2565 เวลา 15:40 น.เลี้ยงเด็ก Gen Alpha ไม่ง่ายจริงหรือ!!

เปิดมุมมองคุณแม่รุ่นใหม่ ผ่าน “โบ-พัทธมน เมฆะวรากุล” ไขความลับแบบฉบับคนรักลูก “เลี้ยงเด็ก Gen Alpha ไม่ง่าย แต่ทำได้หากเข้าใจถึงแก่นแท้ของตัวตน พร้อมเติบโตทางจิตวิญญาณไปด้วยกันกับลูก”

“การยอมรับในความเห็นต่าง การสร้างสันติ การรู้จักรักเป็น สามารถรักตัวเองและผู้อื่นได้”

คีย์เวิร์ดหลักในชีวิตที่อยากปลูกฝังให้กับพ่อแม่และเด็กใน gen นี้ ทั้งหมดนี้คือใจความหลักที่ได้จากการตกผลึกในชีวิต การผ่านพ้นประสบการณ์ทั้งดีและร้าย การผ่านจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตที่ทำให้ได้มองมนุษย์ในมุมมองใหม่ ราวกับก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักธรรมชาติของมนุษย์มาก่อนเลย จนสุดท้ายค้นพบว่าสิ่งที่มนุษย์ทุกคน จะยากดีมีจน มีปมมีเปลือก ต้องการที่สุดคือ ‘ความสุข’ ทว่า พวกเรากลับใช้ชีวิตเหมือนกับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงิน ความสำเร็จทางหน้าที่การงานและสังคม เราผ่านความน่าเสียดายและความรู้งี้มาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ในวันนี้คุณโบ-พัทธมน เมฆะวรากุล ผู้บริหารเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา และเจ้าของ Instill Agency จึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ด้วยความคิดที่อยากจะสร้างประชากรโลกที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์อย่างเต็มสมบูรณ์ มีความสุข มีความรับผิดชอบ และสามารถใช้ศักยภาพที่มีได้อย่างเต็มที่

คุณโบ-พัทธมน เมฆะวรากุล

“ช่วง 0-6 ปีแรก เป็นช่วงทองของการสร้างตัวตนที่เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ตัวตนและจิตใจเราเป็นอย่างไรในทุกวันนี้นั้น โดยมากคือถูกสร้างเสร็จตั้งแต่เราอายุ 6 ขวบแล้ว หลังจากนั้นเป็นการเรียนรู้เรื่องทักษะและความรู้ใหม่ๆ เพื่อประกอบวิชาชีพ ตนเคยคิดว่าเด็กเล็กไปโรงเรียนก็ไปเล่น เรียนรู้สังคม ไปเรียนโรงเรียนอะไรก็ได้แต่เมื่อได้ศึกษาเพิ่มเติมจึงรู้ว่าไปโรงเรียนเพื่อไปเล่นก็จริงเพราะเด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการเล่น แต่ในเมื่อช่วงนี้เป็นช่วงทองของพัฒนาการ จึงจำเป็นมากๆ ที่จะพาลูกไปสู่สังคมโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีความสามารถในการวิเคราะห์ความแตกต่างของเด็ก และช่วยฟื้นฟูในสิ่งที่เด็กคนนั้นๆ พร่องไป สามารถพัฒนาให้เด็กเล็กมีศักยภาพมากที่สุดในความสามารถของเค้า เพื่อให้เค้าพร้อมจะโตไปรับ skill / knowledge ใหม่ๆ และรับมือกับภาวะการณ์ที่แตกต่างในอนาคต จึงอยากสร้างโรงเรียนที่มีบุคลากรที่มุ่งเน้นในเรื่องนี้ พร้อมไปกับการสร้างเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ กล่าวคือมีหัวใจที่สามารถรักตัวเอง และเผื่อแผ่ความรักไปยังผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมได้คุณโบจึงศึกษาและเรียนรู้อย่างจริงจังและได้ก่อตั้ง Lovell International School (เปิดสอนระดับอนุบาล 2-6 ขวบ) โรงเรียนที่สร้างด้วยความรัก เพื่อให้คนที่เรารัก รู้จักรักเป็น” คุณโบ กล่าว

โรงเรียนนานาชาติเลิฟเวลล์ วางแนวทางการเรียนรู้ภายใต้แนวคิดของการ ‘รู้จักรักตนเอง’ โรงเรียนเลือกใช้หลักสูตร EYFS (Early Years Foundation Stage) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่แพร่หลายของประเทศอังกฤษ จุดเด่นของหลักสูตรนี้คือการให้ความสำคัญกับความแตกต่างของเด็กทุกคนเพื่อที่จะสามารถช่วยปรับปรุงจุดด้อยได้ทันเวลาในช่วงทองของการเติบโตนี้ เด็กจะได้โตไปเป็นผู้นำแถวหน้าของสังคมได้อย่างมั่นใจและมีความสุข EYFS ยังเป็นหลักสูตรที่มีการค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาตลอดทุกปีเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตในโลกปัจจุบันและอนาคตของเด็กโรงเรียนตั้งอยู่ที่ถนนพัทยา-นาเกลือ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ด้วยอาคารมีการออกแบบและตกแต่งในคอนเซ็ปต์บ้านต้นไม้ นอกจากความสวยงามและสบายใจที่ผู้มาเรียนจะสัมผัสได้แล้ว ยังซ่อนรายละเอียดสำคัญในการออกแบบอีก คือทุกส่วนของการเรียนรู้ทั้งในและนอกอาคารถูกออกแบบโดยใช้หลักในการเสริมสร้าง EF (executive functions) ทั้ง 9 ข้อ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดของเด็กใน Gen alpha

ทั้งบ้านต้นไม้ที่สามารถให้เด็กๆ ปีนป่ายได้ บ่อบอล สระว่ายน้ำ splash pool สวนผักและสวนดอกไม้ออแกนิค bug school สวน key hole เพื่อเรียนรู้การรีไซเคิล musical wall ห้องเรียนศิลปะ และ cooking school โรงเรียนมีกำหนดเปิดทำการในปีการศึกษา 2022-2023 ที่จะถึงนี้ (ช่วงปลายเดือนสิงหาคม)

สำหรับใครที่สนใจหรือต้องการจะสมัครเรียน สามารถลงทะเบียนสมัครหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ website www.lovellschool.ac.th ทางโรงเรียนจัด open house ทุกเดือน เพื่อให้ข้อมูลและตอบคำถามผู้ปกครองที่สนใจในปี 2022 นี้ และสำหรับการเข้าชมโรงเรียนจะเปิดให้เข้าชมได้ในเดือนกรกฎาคม 2022 เป็นต้นไปหากท่านใดสนใจสามารถติดต่อนัดหมายเพื่อทำการพูดคุยและ school tour ได้ที่เบอร์ 089-8322878

วาร์ปไปช้อปตอบรับกระแส Metaverse ‘GUESS’ เปิดตัว GUESS Virtual Store

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684033

วันที่ 25 พ.ค. 2565 เวลา 09:50 น.วาร์ปไปช้อปตอบรับกระแส Metaverse 'GUESS' เปิดตัว GUESS Virtual Store

GUESS เปิดตัว GUESS Virtual Store ตอบรับกระแส Metaverse เปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งผ่านออนไลน์เสมือนวาร์ปไปช้อปด้วยตัวเองที่ร้าน

ช่วงนี้กระแส Metaverse กลายเป็นที่พูดถึงของคนทั่วโลก และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะในวงการเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากหลากหลายแวดวงการ โดยล่าสุด GUESS แบรนด์แฟชั่นไฮสตรีทสัญชาติอเมริกัน พร้อมเปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่เอาใจขาช้อปยุคใหม่ผ่าน “GUESS Virtual Store” ตอบรับเทรนด์เมตาเวิร์ส เพื่อให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าสนุกกับการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เสมือนวาร์ปไปช้อปด้วยตัวเองถึงที่ร้าน

สำหรับ GUESS เป็นแบรนด์แฟชั่นไฮสตรีทสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1981 เริ่มต้นจากธุรกิจยีนส์ จนกระทั่งเติบโตพัฒนากลายเป็นแบรนด์ไอคอนิคระดับโลก เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวทั้งเสื้อผ้า ready-to-wear สำหรับผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก ตลอดจนกระเป๋า นาฬิกา และจิวเวลรี่ ภายใต้ดีเอ็นเอแบรนด์อย่าง Young, Sexy, Timeless ในขณะที่กลุ่มเดนิมก็ยังคงเป็นสินค้าซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล โดยปัจจุบันมีร้านค้าถึง 945 ร้านในอเมริกา ยุโรป และ เอเชียและมีร้านค้าภายใต้ผู้แทนจำหน่ายอีก 735 ร้านค้าทั่วโลก และมีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 101 ประเทศทั่วโลก

โดย GUESS ในประเทศไทย มีการเปิดตัวเว็บไซต์ www.guess.co.th เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา และล่าสุดเพื่อตอบรับเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงเปิดตัว GUESS Virtual Store จำลอง GUESS Flagship Store สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดของ GUESS ในประเทศไทยมาสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าสนุกกับการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้มาช้อปถึงที่ร้านด้วยตัวเอง

ภายใน GUESS Virtual Store ประกอบด้วยสินค้าทุกชิ้นที่มีวางจำหน่ายใน GUESS Flagship Store สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสำหรับสตรีและบุรุษ เสื้อผ้าสำหรับเด็ก รวมไปถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ตั้งแต่กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา และเครื่องประดับ โดยสามารถคลิกเลือกดูสินค้าที่ชื่นชอบได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แล้วช้อปได้ทันทีผ่านลิงก์ในเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อไปยัง www.guess.co.th และ Line Official : GUESS Thailand ซึ่งมีทั้งบริการชำระเงินแบบออนไลน์ ชำระเงินปลายทาง และช้อปก่อนจ่ายทีหลังผ่าน Atome บริการจัดส่งภายใน 3-5 วัน นอกจากนี้ยังมีระบบหลังบ้านที่คอยดูแลบริการรับเปลี่ยน-คืน หรือหากซื้อไปแล้วไม่ถูกใจยังสามารถนำคืนที่หน้าร้านด้วยตัวเองได้อีกด้วย

สนุกกับการเลือกช้อปเสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์จากแบรนด์แฟชั่นไฮสตรีทสัญชาติอเมริกัน บนเทคโนโลยีเสมือนจริงได้แล้วทาง https://takealook360.com/vrtour/guess/

#GUESSVirtualStore

#LoveGuessThailand

TOMMY HILFIGER คอลเลกชั่นใหม่ ความหรูหราคลาสสิกที่ใส่ได้จริง ประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683847

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 15:30 น.TOMMY HILFIGER คอลเลกชั่นใหม่ ความหรูหราคลาสสิกที่ใส่ได้จริง ประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

ร่วมออกแบบชีวิตแบบไร้ขีดจำกัดไปกับนาฬิกา TOMMY HILFIGER SPRING/SUMMER 2022 COLLECTION

ต้อนรับคอลเลกชั่นใหม่ประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 จากนาฬิกา TOMMY HILFIGER ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ความหรูหรา คลาสสิกที่ใส่ได้จริง ภายใต้การออกแบบที่โดดเด่นมีองค์ประกอบที่สดใหม่มากกว่าเดิม โดยโทนสีหลักของคอลเลกชั่นนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความเรียบง่ายในโทนสีทอง น้ำเงิน และชมพู ซึ่งเป็นสีสันที่อยู่เหนือกาลเวลาพร้อมที่จะคอมพลีทให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ

โดยจุดเด่นของคอลเลกชั่นนี้คือการผสมผสานความแฟชั่นที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนได้หลายลุคทั้งหรูหรา สตรีท สปอร์ต วินเทจ เพื่อสื่อถึงความสนุกและเป็นตัวเองในการแต่งตัวให้ตรงใจทุกคน และครอบคลุมทุกความชอบให้ได้มากที่สุดตามแนวคิดนาฬิกาที่ทุกคนใส่ได้จริงจากแบรนด์ TOMMY HILFIGER

พบกับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 30% จาก TOMMY HILFIGER ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน TIMEDECO, WATCH ELSE SHOP และแผนกนาฬิกาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทาง LINE Official Account @timedecowatchclub

#TommyHilfiger #TommyHilfigerWatch @TimeDecoWatchClub

เทสติ้งเมนูใหม่ล่าสุด Stage Menu 7.0 ชิมรสชาติอาหารจากทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/683795

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 06:50 น.เทสติ้งเมนูใหม่ล่าสุด Stage Menu 7.0 ชิมรสชาติอาหารจากทั่วโลก

Stage (สตาช) เปิดตัวเมนูใหม่ ‘Stage Menu 7.0’ กับวัตถุดิบและการนำเสนอที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ผสานกับลูกเล่นเฉพาะตัว ความโมเดิร์น และความสนุกสนานที่สอดแทรกลงไปในอาหารทุกจาน

นับเป็นการกลับมาอีกครั้งของเมนูใหม่จาก Stage (สตาช) ร้านอาหาร casual fine dining สไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผสมผสานเทคนิคการทำอาหารจากทั่วทุกมุมโลก โดย เชฟเจย์ – สายนิสา แสงสิงแก้ว (chef / owner) และทีม ครั้งนี้ได้เปิดตัวเทสติ้งเมนูใหม่ล่าสุดอย่าง ‘Stage Menu 7.0’ ซึ้งเป็นการกลับมาอีกครั้งของเมนูใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นการได้สั่งสมประสบการณ์และเติบโตขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งแน่นอนว่าเราจะได้เห็นความหลากหลายในเทคนิคการทำอาหารมากยิ่งขึ้น รังสรรค์ผ่าน Modern European Culinary Techniques จากหลากหลายประเทศ อีกทั้งยังเน้นการใช้วัตถุดิบอันดีเยี่ยมภายในประเทศไทยเอง (Local ingredients) ผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วทุกมุมโลก

สำหรับ Stage Menu 7.0 นำเสนอและ explore รสชาติอาหารอันหลากหลายจากทั่วโลก ผสานกับลูกเล่นเฉพาะตัว ความโมเดิร์น และความสนุกสนานที่สอดแทรกลงไปในอาหารทุกจาน ยังคงเน้นการใช้เทคนิคอันซับซ้อนและชูวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมชั้นยอดให้มีความโดดเด่น ถือเป็นเสน่ห์ในแบบของ Stage ที่ยากจะมีใครเหมือน อาหารแต่ละจานจึงถูกถ่ายทอดอย่างสวยงามและแฝงไว้ด้วยรายละเอียดมากมาย ซึ่งมีเมนูไฮไลท์ประจำซีซั่น อาทิ

White Asparagus เมนูที่เน้นการใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบหลักให้ได้ประโยชน์สูงสุด อย่างไวท์แอสพารากัสจากประเทศฝรั่งเศสที่กำลังอยู่ในฤดูกาล เสิร์ฟพร้อมหอยเรเซอร์แคลมและคาเวียร์

Ox & Bone เทอร์รีนที่ทำจากหางวัว ทานคู่กับโครเกต์โบนแมร์โรว ต่อกันที่ Suratthani River Prawn กุ้งแม่น้ำจากสุราษฎร์ธานีย่างถ่าน เสิร์ฟคู่กับริโซผัดมันกุ้ง และ summer truffle

Soft-Shell Crab ปูนิ่มชุปแป้งบรั่นดีทอด เสิร์ฟคู่กับเกี๊ยวใบชะครามไส้เนื้อปูม้า ตัดเลี่ยนด้วยน้ำซุปดาชิที่ผสานความเผ็ดจากขิงได้อย่างกลมกล่อมลงตัว Milk-Fed Veal เนื้อลูกวัวพันรอบด้วยลิ้นวัว เสิร์ฟพร้อมไวท์และกรีนแอสพารากัส และซอสเห็ดมอเรล

Texture Of Pear ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานที่ได้ไอเดียจากการนำลูกแพร์มาเสิร์ฟในหลากหลายรูปแบบ ทั้ง poached pear, pear pudding, pear sphere, pear chips, pear espuma, และ pear granita

และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับประทาน Stage ยังได้คัดสรรไวน์และแชมเปญชั้นเลิศมาเสิร์ฟคู่กับเทสติ้งเมนูใหม่ อีกทั้งยังมีวิสกี้และค็อกเทลไว้คอยให้บริการแบบ table side service รวมไปถึงกิมมิคสนุกๆ กับ Champagne Trolley ที่พร้อมเข็นมาบริการเสิร์ฟแชมเปญชั้นเลิศให้กับลูกค้าถึงโต๊ะอีกด้วย นอกจากนี้ Dessert Trolley ก็ยังคงเป็นซิกเนเจอร์ไฮไลท์ห้ามพลาดสำหรับขนมหวานปิดท้ายมื้ออาหารที่ทุกคนต่างหลงใหลและติดใจ โดยนำเสนอขนมหวานหลากหลายเมนูมาดัดแปลงและนำเสนอในรูปแบบและรสชาติที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้น

Stage Menu 7.0 เสิร์ฟเป็น Tasting Menu 7 คอร์ส ราคา 2,900++ บาท (ไวน์แพริ่ง 4 แก้ว 1,700++) และ STAGE Experience 10 คอร์ส ราคา 4,500++ บาท (ไวน์แพริ่ง 6 แก้ว 2,500++) โดยคอนเซ็ปต์เมนูของ Stage (สตาช) จะมีการเปลี่ยนแปลงทุก 2 – 3 เดือนตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ

Stage (สตาช) ตกแต่งภายในโดยได้แรงบันดาลใจจากสไตล์ Scandinavian Minimalism ผสมผสานกับ Parisian Chic สามารถรองรับได้ 30 ที่นั่ง พร้อมโซนกึ่ง Private Chef’s Table ที่สามารถมองเห็นทีมเชฟทำงานในครัวเปิดอันสวยงามได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส

ตามไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ได้ที่ถนนเอกมัย (ระหว่างซอยเอกมัย 19 และ เอกมัย 21) เปิดให้บริการทุกวัน โดยในช่วงกลางวันเปิดให้บริการ เวลา 12:00 – 14:30 น. สำหรับ 4 ท่านขึ้นไป และกรุณาจองโต๊ะล่วงหน้า 1 วัน สำหรับดินเนอร์เปิดให้บริการเวลา 18:00 – 00:00 น. (เปิดรับจองโต๊ะรอบสุดท้ายถึงเวลา 20:30 น.) 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Website: https://www.restaurant-stage.co/

Facebook & Instagram: @stagebkk

โทร 02-002-5253, 083-623-4444

อีเมล: info@restaurant-stage.co Line ID: stagebkk