เซ็นทารา ชวนสัมผัสความมหัศจรรย์ของเกาะสวรรค์กลางทะเล ไปกับข้อเสนอ “Maldives Summer Escape”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/683364

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 10:10 น.เซ็นทารา ชวนสัมผัสความมหัศจรรย์ของเกาะสวรรค์กลางทะเล ไปกับข้อเสนอ “Maldives Summer Escape”

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความมหัศจรรย์ของเกาะสวรรค์กลางทะเล ไปกับข้อเสนอ “Maldives Summer Escape” ด้วยส่วนลดมากกว่า 35% ที่รีสอร์ทหรูสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัวอย่าง “เซ็นทารา แกรนด์ ไอส์แลนด์ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์” และรีสอร์ทสุดโรแมนติกสำหรับคู่รักอย่าง “เซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์”

เซ็นทารา นำเสนอโปรโมชั่น “Maldives Summer Escape” ที่มอบส่วนลดสุดคุ้มมากกว่า 25% ที่สองรีสอร์ทยอดนิยมของเซ็นทาราในมัลดีฟส์ โดยลูกค้าสามารถจองโปรโมชั่นนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 กรกฎาคม 2565 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันนี้ จนถึง 20 ธันวาคม 2565 และพิเศษสุด! เซ็นทารามอบส่วนลดเพิ่มอีก 15% สำหรับสมาชิกเซ็นทาราเดอะวัน (CentaraThe1) สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถสมัครสมาชิกฟรี โดยไม่มีค่าสมัครใดๆ ได้ที่ http://www.CentaraThe1.com

นอกจากนั้น เซ็นทารายังมอบประสบการณ์พักผ่อนอันน่าประทับใจให้แก่ผู้เข้าพักด้วยบริการและข้อเสนอสุดพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ ส่วนลด 20% สำหรับบริการสปา และบริการอาหารเช้าในรูปแบบพิเศษต่างๆ

สำหรับผู้เข้าพักตั้งแต่ 4 คืนขึ้นไป โดยเซ็นทารามอบบริการอาหารเช้าลอยน้ำ สำหรับผู้เข้าพักในห้องแบบพูลวิลล่า และบริการอาหารเช้าส่วนตัวแบบวิลล่า สำหรับผู้เข้าพักในห้องที่ไม่ใช่ประเภทห้องพูลวิลล่า

เซ็นทารา แกรนด์ ไอส์แลนด์ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์

เซ็นทารา แกรนด์ ไอส์แลนด์ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ ล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทรสีฟ้า ท่ามกลางทะเลที่ส่องแสงระยิบระยับ พร้อมหาดทรายละเอียดสีขาวที่เต็มไปด้วยต้นปาล์ม รีสอร์ทสำหรับครอบครัวแห่งนี้มีวิลล่าขนาดกว้างขวางให้เลือกสรรหลากหลายแบบ อาทิ ห้องแฟมิลี่วอเตอร์วิลล่า ซึ่งเป็นวิลล่าริมทะเลขนาด 93 ตารางเมตร ที่มาพร้อมลานอาบแดด มีทางเดินไปยังทะเลสาบโดยตรง และอ่างจากุซซี่ส่วนตัว รวมถึงเตียงสองชั้นและวิดีโอเกมเพลย์สเตชันสำหรับเด็กเล็ก นอกจากนี้ ยังมี ห้องดีลักซ์ซันเซ็ทวอเตอร์วิลลา ขนาด 114 ตารางเมตร มอบที่สุดแห่งความหรูหราเหนือผืนน้ำที่ผสมผสานความสดใสของท้องทะเลสีฟ้าเข้ากับโทนสีสะอาดตาที่ดูทันสมัย มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ลานอาบแดดขนาดกว้างขวาง และห้องนอนวิวสีฟ้าคราม

เซ็นทารา แกรนด์ ไอส์แลนด์ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ พร้อมมอบความประทับใจให้แก่ทุกครอบครัวด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมมากมาย อาทิ สระว่ายน้ำริมทะเล กีฬาเทนนิส วอลเลย์บอล การดำน้ำตื้น การดำน้ำลึก และกีฬาทางน้ำต่างๆ โดยผู้ใหญ่สามารถผ่อนคลายที่สปาเซ็นวารีหรือออกกำลังกายที่ศูนย์ ฟิตเนส ในขณะที่คุณหนูๆ สนุกสนานที่คิดส์คลับ นอกจากนั้น แขกผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสประสบการณ์อาหารเลิศรสได้ที่ห้องอาหารและบาร์หลากหลายสัญชาติภายในรีสอร์ทได้

เพื่อมอบความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูงสุดให้แก่แขกผู้เข้าพักทุกคน โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ เซ็นทาราทุกแห่งให้บริการลูกค้าภายใต้โปรแกรม “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) อันเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สอดคล้องกับการเดินทางท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน

เซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์

เซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ ตั้งอยู่ทางเหนือของมาเล่ เป็นรีสอร์ทพักผ่อนสำหรับผู้ใหญ่ เหมาะสำหรับคู่รักและคู่ฮันนีมูน ทะเลสีฟ้าใส หาดทรายสีขาวบริสุทธิ์ และทะเลสาบอันเป็นประกาย ทำให้ รีสอร์ทแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่ยากจะลืมเลือน

เซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ ให้บริการห้องพักแบบวิลล่าบนผิวน้ำ ลูกค้าสามารถเดินไปตามทางเดินไม้กระดานริมทะเลเพื่อไปยังห้องดีลักซ์สปาโอเวอร์วอเตอร์วิลล่าได้ โดยห้องวิลล่าประเภทนี้จะมีขนาดกว้างขวาง ตกแต่งอย่างหรูหรา มาพร้อมอ่างสปากลางแจ้ง ซึ่งลูกค้าสามารถว่ายน้ำหรือดำน้ำตื้นเพื่อชมแนวปะการังอันสวยงามได้โดยตรงจากห้องพัก นอกจากนั้น ยังมีห้องพรีเมียมดีลักซ์ซันเซ็ทวอเตอร์ วิลล่า ที่ลูกค้าสามารถดื่มด่ำกับวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามของมัลดีฟส์ พักผ่อนอย่างใกล้ชิดเหนือทะเลสาบอันเงียบสงบ พร้อมบันไดที่ทอดลงสู่ทะเลโดยตรง และผ่อนคลายในอ่างสปากลางแจ้งได้ตลอดทั้งวันอย่างไม่รู้เบื่อ

รีสอร์ทแห่งนี้เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่อย่างครบครัน อาทิ ห้องอาหารและบาร์ 7 แห่ง กีฬาทางน้ำ และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ พร้อมการผ่อนคลายอย่างเหนือระดับที่สปาเซ็นวารี

สามารถจองหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่น Maldives Summer Escape ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/maldives-summer-escape

และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่ www.centarahotelsresorts.com

How to วิธีกระตุ้นระบบเผาผลาญด้วยสารอาหารที่ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/683915

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 09:55 น.How to วิธีกระตุ้นระบบเผาผลาญด้วยสารอาหารที่ดี

จริงหรือไม่? ที่การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนเหมาะสม ช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานต่อวันได้ดีกว่าการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเพียงอย่างเดียว

กว่าหลายปีที่ผ่านมา การเผาผลาญพลังงานนับเป็นเป้าหมายหลักของผู้บริโภค เนื่องจากมีผลต่อน้ำหนัก ความอยากอาหาร และระดับไขมันในร่างกาย ยิ่งการเผาผลาญของคุณสูงขึ้นเท่าใด พลังงานที่คุณเผาผลาญได้ก็สูงขึ้นด้วยแม้จะอยู่ในขณะพักผ่อน อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังคงไม่ทราบว่าการที่ร่างกายเผาผลาญได้ดีหมายความว่าคุณอาจต้องรับประทานมากขึ้น และหรือปรับช่วงเวลาของมื้ออาหารเพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ โดย มิเชล ริกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและการอบรมด้านโภชนาการทั่วโลก บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญในที่นี้คือ การเข้าใจว่าร่างกายของคุณจัดการกับอาหารอย่างไร และอาหารประเภทใดที่คุณจำเป็นต้องรับประทานเพื่อให้ร่างกายของคุณทำงานได้อย่างเหมาะสม”

มิเชล ริกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและการอบรมด้านโภชนาการทั่วโลก บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น

ร่างกายสร้างพลังงานได้อย่างไร

แม้ว่าอาหารทุกชนิดจะช่วยเพิ่มพลังงานได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าอาหารประเภทใดที่เหมาะแก่การรับประทานเพื่อรักษาระดับพลังงาน โดยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไขมันดี (อะโวคาโดและถั่ว) และโปรตีน (ปลา ไก่ เทมเป้ ไข่ และอื่น ๆ) จะใช้เวลาในการย่อยนาน ช่วยตอบสนองต่อความหิว และค่อย ๆ ให้พลังงานอย่างสม่ำเสมอ จึงมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำ ซึ่งค่าดัชนีน้ำตาลต่ำถือเป็นสิ่งที่ดีด้วยเหตุผลต่อไปนี้

ร่างกายใช้พลังงานน้อยกว่าการย่อยอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลที่สูงหรืออาหาร “ขยะ” เนื่องจากมีส่วนผสมของวัตถุดิบที่ผ่านการขัดสี การย่อยที่เร็วทำให้หิวบ่อย และจะส่งความรู้สึกความอยากอาหารไปที่สมอง ในทำนองเดียวกันกับการอดอาหาร สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้ “การอดอาหาร” ส่งผลเสียในระยะยาวคือ ทุกครั้งที่คุณอดอาหาร หรือร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลงและมีการปล่อยฮอร์โมนชนิดหนึ่งในร่างกายที่กระตุ้นให้เกิดการสลายกล้ามเนื้อ ซึ่งไม่ใช่การเผาผลาญไขมัน ปฏิกิริยานี้ทำให้คุณมีความอยากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตมากขึ้นเพื่อรักษาระดับพลังงาน แม้ว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนสำคัญของมื้ออาหารที่สมดุลเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน แต่การมุ่งเน้นให้ร่างกายได้รับโปรตีนต่อวันอย่างเพียงพอต่อความต้องการจะทำให้คุณสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าการรับประทานอาหารที่เน้นแต่คาร์โบไฮเดรตสูง การรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันอย่างสมดุลจะให้พลังงานแก่ร่างกายเพื่อใช้ในการออกกำลังกายและเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย

พลังของไมโทคอนเดรีย

ไมโทคอนเดรียสร้างพลังงานที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดและการทำงานของเซลล์ทั้งหมดในร่างกาย รวมถึงส่งเสริมให้ต่อมหมวกไตทำงานเป็นปกติ ต่อมหมวกไตทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมกระบวนการเผาผลาญ

ระบบภูมิคุ้มกัน ความดันโลหิต การตอบสนองต่อความเครียด และการทำงานที่จำเป็นอื่น ๆ ของร่างกาย บางคนบอกว่า “อาหารเป็นยา” และเมื่อคุณพิจารณาถึงพลังงานที่ผลิตโดยไมโทคอนเดรียและผลของพลังงานต่อฮอร์โมนเหล่านี้ การดูแลต่อมหมวกไตให้ทำงานเป็นปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก ให้พลังงาน และสุขภาพดีแบบองค์รวม

ด้วยปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ ไมโทคอนเดรียจะสลายกลูโคสเป็นโมเลกุลที่ให้พลังงานที่เรียกว่า อะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP) ซึ่งใช้เป็นพลังงานสำหรับกระบวนการต่าง ๆ ระดับเซลล์ โดยพื้นฐานไมโทคอนเดรียจะช่วยเปลี่ยนพลังงานจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปเป็นพลังงานที่เซลล์สามารถนำไปใช้ได้

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มจำนวนไมโทคอนเดรียทำให้ร่างกายมีความสามารถในการสร้างพลังงานได้ดีขึ้น

สองวิธีที่ช่วยให้พลังงานแก่ไมโทคอนเดรีย ได้แก่ แอลคาร์นิทีนและครีเอทีนจากแหล่งอาหารธรรมชาติ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ทั้งสองยังมีส่วนสำคัญในการสร้างมวลกล้ามเนื้อ เราสามารถรับสารอาหารเหล่านี้จากโปรตีนจากสัตว์ เช่น เนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า เนื้อกระบือไบสัน ไข่ และสัตว์ปีก และยังพบในโปรตีนจากพืช เช่น เมล็ดถั่ว ถั่ว และเมล็ดพืช ด้วยเช่นกัน

อาหารเสริมเพิ่มพลังงาน

หากคุณต้องการเพิ่มพลังงาน วิตามินบีนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี วิตามินบีสามารถละลายน้ำได้ ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้มากตามความต้องการ และส่วนเกินที่เหลือจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ หากเราเคลื่อนไหวร่างกายมาก ไม่ได้รับประทานอาหารที่สมดุล ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือใช้ยาหลายชนิด เราอาจจะขาดวิตามินบี

วิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังงานจากการเปลี่ยนอาหารที่เรารับประทานเข้าไปเป็นพลังงานที่เซลล์สามารถนำไปใช้ได้ ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงที่จำเป็นสำหรับการทำงานของปอด และเปลี่ยนไขมันและโปรตีนเป็นพลังงาน

· วิตามินบี 1 (ไทอามีน) ช่วยการทำงานของสมองและระบบประสาท

· วิตามินบี 2 (ไรโบเฟลวิน) ป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระและออกซิเดทีฟสเตรส

· วิตามินบี 3 (ไนอะซิน) เสริมสร้างการทำงานพื้นฐานของสมอง

· วิตามินบี 5 (กรดแพนโทเทนิก) เสริมสร้างการทำงานของสารสื่อประสาท (สารเคมีในสมอง)

ผักโขมปรุงสุก บรอกโคลี ผักเคล คะน้าฝรั่ง ผักกาดเขียว ผักจำพวกชาร์ด กวางตุ้ง ผักจำพวกบีท ผักคะน้า ล้วนเป็นอาหารเพิ่มพลังงานที่มีคลอโรฟิลล์ แมกนีเซียม และวิตามินบี

นอกจากวิตามินบีแล้ว มิเชล ริกเกอร์ แนะนำว่า โคคิวเทน (หรือยูบิควินอล) ก็กระตุ้นการทำงานของแหล่งผลิตพลังงานของเซลล์ (เช่น ไมโทคอนเดรีย) ทำให้สร้างพลังงานมากขึ้นเช่นกัน ยูบิควินอลสามารถพบได้ในทุกเซลล์ของร่างกาย และเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมียูบิควินอลลดลง

ธาตุเหล็ก มีบทบาทในการสร้างพลังงานจากสารอาหาร และยังมีส่วนช่วยในการส่งกระแสประสาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อให้เกิดการทำงาน

การมีพลังงานมากมักเป็นเป้าหมายสุดท้ายของเราและทำให้เรารู้สึกดี แต่การเข้าใจถึงวิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้มีความรู้สึกที่ดีนั้นจะให้ประโยชน์กับคุณและสุขภาพโดยรวมได้มากขึ้น การเพิ่มการเผาผลาญของคุณจะเกิดขึ้นได้เมื่อคนมีความเข้าใจว่าร่างกายของคุณผลิตพลังงานอย่างไร และอาหารต่าง ๆ ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอย่างไร มิเชล ริกเกอร์ สรุปไว้อย่างน่าสนใจ

7 พฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/683907

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 08:50 น.7 พฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลัง

รู้แล้วเลิกด่วน!! 7 พฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลัง

กระดูกในร่างกายมนุษย์มีทั้งหมด 206 ชิ้นที่เป็นโครงสร้างของร่างกาย และทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะภายในต่างๆ ไขกระดูกบางชนิดจะช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดขาว และเส้นเอ็นจะเป็นตัวเชื่อมโยงเนื้อเยื่อต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ทุกส่วนล้วนทำงานอย่างสัมพันธ์กัน ซึ่งเมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดบกพร่อง ย่อมกระทบส่วนอื่นๆ ไปด้วยค่ะ

สำหรับกระดูกสันหลัง นอกจากเป็นโครงสร้างแข็งแรงที่ปกป้องแกนของไขสันหลังแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อของหลัง และยังเชื่อมต่อกับกะโหลกศีรษะ กระดูกสะบัก กระดูกเชิงกราน และกระดูกซี่โครง อีกด้วย

สำคัญขนาดนี้จึงอยากจะชวนทุกคนมาดูแลกระดูกสันหลังกันซักหน่อย เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชินที่จะทำร้ายกระดูกสันหลังของเราอย่างไม่รู้ตัว มาดูกันว่าอะไรบ้าง ที่เราควรจะเลิกเพื่อช่วยถนอมรักษากระดูกสันหลังของเรา

1. นั่งไขว่ห้าง

ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คุณสาวๆ อย่านั่งไข่วห้างเลยค่ะ ถึงนั่งแล้วจะได้สรีระรูปตัวเอส ( s ) ดึงดูดสายตาชวนให้เหลียวมอง แต่สังเกตซักนิดว่าเวลาเรานั่งไขว่ห้างนานๆ เท้าอาจจะเริ่มชาจนต้องสลับข้าง เพราะเลือดเดินไม่สะดวก เวลานั่ง ตัวก็จะตะแคงบิดมาอีกด้านหนึ่ง ยิ่งถ้านั่งเป็นประจำน้ำหนักตัวก็จะทิ้งไปด้านเดียว กระดูกก็จะถูดบิดเป็นประจำทำให้หลังเสียโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้นั่งวางเท้าชิดกันเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง แล้วหันไหล่ตรงก็เป็นท่านั่งที่ทำให้หุ่นดูสวยไม่แพ้กันเลย

2. การกอดอก

ถึงมีเรื่องที่ต้องขบคิด เครียด หรือมีเรื่องหนักอก แนะนำว่าอย่าเอามากอดไว้กับอกเลย เพราะเวลาที่เรากอดอกนั้น สรีระช่วงบน อย่างสะบัก และหัวไหล่ต้องยืดยาว และค้อมไปด้านหน้า แถมคอก็ยังยืดออกเหมือนเต่า ทำให้ปวดหลังได้แบบไม่รู้ตัว อีกทั้งจะทำให้เลือดยังไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดี เกิดอาการปวดหัวได้อีก กอดอก อีกท่วงที่เคยชินแต่อาจทำร้ายหลังแบบไม่รู้ตัวเลย

3. ท่ายืนพักขา

การยืนพักขาแม้จะจะเป็นท่าที่สบาย แต่ทราบไหมคะว่าการพักขาจะเป็นการทิ้งน้ำหนักให้เป็นภาระด้านกับร่างกายด้านหนึ่ง สะโพกก็จะเอียง กระดูกสันหลังก็โค้งตามไปด้วย ไม่ดีต่อสมดุลของร่างกายอย่างแน่นนอน การยืนที่ดีที่สุดก็เพียงแค่ทิ้งน้ำหนักลงที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน ง่ายๆ แค่นี้เองคะ

4. นั่งหลังงอ

จำไว้ค่ะว่าหลังต้องตรง เหมือนตุ๊กตาหุ่นที่มีใครมาดึงเชือกด้านบนไว้ตลอด บางครั้งการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เราอาจเผลอก้มหน้าไปจนติดจอ หลังค่อม งอ โค้ง ไม่น่าดู ยิ่งนานวันเข้ากระดูกก็จะงอคดตามจนผิดรูป ทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง แก้ไขได้ยาก ทางที่ดีควรปรับระดับความสูงและความเอียงของจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม และเตือนตัวเองไว้เสมอๆ ให้นั่งหลังตรงตลอดเวลา

5. นั่งเก้าอี้หมิ่นๆ

จะเพราะกระโปรงสั้น หรือเก้าอี้สูงนั่งไม่สบาย ทำให้สาวๆ บางคนต้องนั่งหมิ่นๆ แต่รู้ไหมคะว่ากล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักขนาดไหนในการรับน้ำหนัก ลองนึกภาพก็จะเหมือนกับการวางของหนักๆ ไว้บนฐานที่แคบๆ เวลานั่งเก้าอี้จึงควรนั่งแบบเต็มก้นจะดีกว่า

6. นอนขดเป็นดักแด้

เวลานอนถือเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะพักผ่อนอย่างจริงจัง กล้ามเนื้อทุกส่วนต้องสบาย และการนอนแต่ละครั้ง ร่างกายจะอยู่ในท่าเดิมๆ นั้นๆ  นานหลายชั่วโมง การนอนขดตัวจะทำให้กระดูกงอโค้ง กล้ามเนื้อบางส่วนเกร็งไม่ได้พักผ่อน คนที่นอนอาจตื่นมาไม่สดชื่นนัก เพราะร่างกายไม่ได้ผ่อนคลายจริงๆ นั่นเอง ท่านอนที่ดีท่าหนึ่ง คือการนอนตะแคงขวา โดยมีหมอนข้างใบน้อยช่วยรับน้ำหนักของร่างกายบางส่วน ท่านอนท่านี้นอกจากจะช่วยป้องกันอาการปวดหลังแล้ว ยังจะทำให้หัวใจทำงานได้สะดวกอีกด้วย

7. ส้นสูง

ทราบกันดีอยู่แล้วว่ารองเท้าส้นสูง ถึงใส่แล้วจะดูขายาว หุ่นเพรียวสวย แต่ก็เป็นภัยร้ายแรง ทำให้กระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ อาการปวดหลังก็ตามมา แนะนำว่า ถ้าเลี่ยงได้ ลองมองหารองเท้าส้นเตี้ยที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับรูปเท้า และรองรับน้ำหนักจากการเดินได้ดีจะดีกว่า

รู้จักพฤติกรรมที่เป็นภัยร้ายกับกระดูกสันหลังกันแล้ว มาปรับพฤติกรรมของเราตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า เพราะนอกจากจะเป็นการป้องการอาการบาดเจ็บ แล้ว ยังช่วยให้มีบุคลิกภาพที่ดีอีกด้วยฃ

ขอบคุณข้อมูลจาก ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก

ภาพจาก www.freepik.com

TURN LIFE ON WITH PIAGET POSSESSION : ความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดาของคอลเลคชั่น POSSESSION

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683394

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 13:05 น.TURN LIFE ON WITH PIAGET POSSESSION : ความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดาของคอลเลคชั่น POSSESSION

ร่วมเฉลิมฉลองและบันทึกความทรงจำอันล้ำค่า ถึงเวลา TURN LIFE ON ไปกับ POSSESSION คอลเลคชั่นที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ การเฉลิมฉลอง และถ้อยแถลงแห่งคำสัญญา

จุดเริ่มต้นความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดาของ Possession ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1990 จนกลายเป็นไอคอนนิคไอเท็มของใครหลาย ๆ คน ที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากไอเดียการหมุนแหวนแบบเรียบง่าย ซึ่งปัจจุบันไลน์อัพของคอลเลคชั่นก็ครบครันตั้งแต่ แหวน กำไลข้อมือ ตุ้มหู ไปจนถึงสร้อยคอ ที่สำคัญแม้ดีเอ็นเอหลักยังคงอยู่ในซีซั่นนี้ แต่เมซงก็เลือกนำเสนอชิ้นงานในคอลเลคชั่นล่าสุดให้แปลกใหม่มากขึ้น มาซูมดูไปพร้อมกันได้เลย

Possession – คอลเลคชั่นที่โฟกัสไปที่ Movement, Shape และ Spin ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ก็แฝงไปด้วยความขี้เล่น ทั้งยังสอดแทรกดีเทลตามองค์ประกอบต่าง ๆ ไว้อย่างพอดิบพอดี ช่วยเติมเต็มชีวิตให้มีสีสันและมอบความสดใสให้กับฤดูใบไม้ผลินี้อย่างแท้จริง

มากกว่าการเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น ชื่อของ Possession ยังเหมือนเป็นเทียบเชิญที่ให้เราข้ามผ่านกฏเกณฑ์ กล้าที่จะสนุกและปลดปล่อยตัวตนไปกับนิยามบทใหม่

มากกว่าแหวน เพราะมันคือท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยสไตล์, มากกว่ากำไล เพราะมันคือปณิธานที่ย้ำเตือน, มากกว่าสร้อยคอ เพราะมันคือสิ่งที่เชื่อมโยงและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของผู้สวมใส่และแบรนด์ไว้ด้วยกัน

เหมือนจะเรียบง่ายแต่ก็ดูซับซ้อนน่าค้นหา ผลลัพธ์ที่ทุกคนเห็นจึงสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ขอบเขตใหม่ของความคิดสร้างสรรค์ที่ผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้า เป็นดั่งหมุดหมายในการพบปะ ที่รวบรวมเอาเหล่าผู้กล้าที่ไม่เลือกเดินตามใคร และพร้อมเต็มที่ไปกับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

หากถามว่าที่สุดของไอเดียสร้างสรรค์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอิสระของโลกแฟชั่น และให้คุณได้อัพเลเวลการมิกซ์แอนด์แมตช์แบบสุดขั้วคืออะไร นาทีนี้ต้องยกให้เครื่องประดับจากคอลเลคชั่น Possession นั่นเอง อาทิ คอมพลีตลุคด้วยสร้อยคอหลายเลเยอร์ การฉีกกรอบเดิม ๆ ด้วยการหยิบจับสิ่งที่ดูเป็นคู่ตรงข้ามมาไว้ด้วยกัน อย่างการเลือกแมตช์แหวนทองประดับหินสีน้ำเงินสดกับตุ้มหูหินโทนสีเขียว ซึ่งถือเป็นสไตล์ที่เมซงชื่นชอบมาโดยตลอด

สำหรับซีซั่นนี้ แบรนด์ยังคงไม่ละทิ้งสไตล์เดิมแต่อย่างใด แต่มาพร้อมวิธีแบบใหม่ในการนำเสนอ ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การแต่งตัว โดยแซฟไฟร์ มรกต และทับทิม (ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันตามมาตรฐานสูงสุดที่เมซงกำหนด) คือ 3 อัญมณีหลักที่ถูกนำเสนอในคอลเลคชั่น Possession ล่าสุดนี้ นอกจากนี้ ยังมีตุ้มหู 3 ดีไซน์ใหม่ที่เปล่งประกายด้วยเพชร มีให้เลือกทั้งแบบตัวเรือนไวท์โกลด์ และ โรสโกลด์ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถช็อปได้ตามชอบใจ เพราะแบรนด์จำหน่ายแบบแยกคู่ จะเลือกซื้อแบบเดี่ยว สอง หรือสี่! ที่ให้คุณสนุกกับการครีเอทลุคแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

ร่วมเฉลิมฉลองและบันทึกความทรงจำอันล้ำค่า ถึงเวลา TURN LIFE ON ไปกับ Possession – คอลเลคชั่นที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ การเฉลิมฉลอง และถ้อยแถลงแห่งคำสัญญา

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร . 02-610-9678

สุขภาพดีต้องมาก่อนหุ่นที่ใช่!! ชาริช เฮลท์ เปิดตัว SharisMeta เอาใจสายเฮลตี้ไดเอท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683391

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 12:23 น.สุขภาพดีต้องมาก่อนหุ่นที่ใช่!! ชาริช เฮลท์ เปิดตัว SharisMeta  เอาใจสายเฮลตี้ไดเอท

สองผู้บริหารคนเก่งแห่งชาริช เฮลท์ ได้ฤกษ์เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้องใหม่ในชื่อ SharisMeta ตอบโจทย์ความสุขด้านสุขภาพ

Sharich Health (ชาริช เฮลท์) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อมุ่งเน้นให้คนไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพดีระดับโลก นำโดย ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ Founder / Chief Happiness Officer และ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ Co-Founder / Chief Executive Officer บริษัท ชาริช เฮลท์ จำกัด จัดงาน “Into The Meta By Sharisma พบกับการดูแลสุขภาพและรูปร่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” ต่อยอดความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่กับการเปิดตัว “SharisMeta” (ชาริชเมทา) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับพรีเมียมที่เน้นการดูแลสุขภาพและการเผาผลาญระดับเซลล์ โดยนับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประเทศไทยกับการรวบรวมสารสกัดธรรมชาติสุดเข้มข้นที่ดีที่สุดและมีผลวิจัยรองรับโดยตรงจากทั่วโลกมาไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ซึ่งนอกจากแขกผู้มีเกียรติและเหล่า คนรักสุขภาพจะได้ร่วมเซอร์ไพรส์ไปกับความยิ่งใหญ่ของผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมกันแล้ว ยังได้พบกับเรื่องราวความสำเร็จของ Super Supplement อย่าง Sharisma ผ่านการนำเสนอในรูปแบบเอ็กซิบิชั่น พร้อม Session สุดพิเศษโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาให้ความรู้ในเรื่องระบบเผาผลาญซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดี แล้วไปฟินส่งท้ายกันให้สุดกับสองนักแสดงหนุ่มชื่อดัง นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์ และ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี ที่ควงคู่กันมาร้องเพลงสร้างสีสัน โดยภายในงานมีแขกคนสำคัญและเหล่า เซเลบริตี้ร่วมงานคับคั่ง อาทิ ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์, ดนัย -ดิษยา สรไกรกิติกูล, เมลนีย์ อยู่วิทยา, นที มาเสถียรวงศ์, ภชสร ลีนุตพงษ์ และ ภูริ หิรัญพฤกษ์ 

ชาริช เฮลท์ ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจที่จะแบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดที่คัดสรรแล้วเพื่อคุณ ครอบครัว และคนที่คุณรัก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ลํ้าหน้าของโลกวันนี้ เพื่อให้ทุกคนมีความสุขกับการมีชีวิตที่ยืนยาวและการแบ่งปันที่ไม่รู้จบ โดยหลังจากประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายกับ Sharisma ที่สุดแห่ง Super Supplement ชะลอวัย ซึ่งเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่มีสารสกัดหลักโดดเด่นอย่าง Telos95 ที่มาพร้อมนวัตกรรม ลดอายุระดับเซลล์ ซึ่งมีงานวิจัยรองรับศาสตร์แห่งรางวัลโนเบล ที่สามารถคืนความยาวให้กับเทโลเมียร์ ส่วนประกอบสำคัญที่คอยปกป้องดีเอ็นเอ ตัวแปรที่บ่งบอกอายุเซลล์ ซึ่งช่วยลดอายุเซลล์และคืนความอ่อนเยาว์ทั้งสุขภาพและผิวพรรณได้ในระยะยาว

ล่าสุดสองผู้บริหารคนเก่งจึงได้ฤกษ์เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้องใหม่แกะกล่องชนิดแคปซูล ในชื่อ SharisMeta (ชาริชเมทา) ตอบโจทย์ความสุขด้านสุขภาพของทุกคนอีกครั้ง โดยยังคงเริ่มต้นจากแนวคิดและแรงบันดาลใจของการ อยากมีชีวิตอยู่กับคนที่รักไปนานๆ ซึ่งคงเป็นคำตอบอื่นไปไม่ได้นอกจากการมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง โดยผลิตภัณฑ์ SharisMeta จะเข้ามาช่วยฟื้นสมดุลระบบเผาผลาญระดับเซลล์ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะทางการแพทย์เชื่อมั่นว่าระบบเผาผลาญหรือ Metabolism (เมทาบอลิซึม) คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่างที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยตรงซึ่งจะเสื่อมลงตามอายุขัยและการใช้ชีวิต อีกทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญในการลดหรือควบคุมน้ำหนักอีกด้วย โดยผสาน 6 สารสกัดจากธรรมชาติ จากผู้ผลิต 4 ประเทศ โดย 5 ผู้ผลิตชั้นนำ ซึ่งประกอบไปด้วย SelectSIEVE Libra (สารสกัดจาก ใบหม่อนและใบเสจนำเข้าจากอิตาลี), Actiponin (สารสกัดจากเจียวกู่หลานนำเข้าจากเกาหลี), Afperfit (สารสกัดจากเมล็ดพริกไทยนำเข้าจากอินเดีย), Capzfuel (สารสกัดจากพริกนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา) และ Morosil (สารสกัดจากส้มสีแดงนำเข้าจากอิตาลี) มาเป็น Active Ingredients (สารออกฤทธิ์หลัก) ที่ทำงานร่วมกันในการจัดการปัญหาสุขภาพและสัดส่วนจากต้นตอที่ลึกที่สุด ซึ่งถือเป็น Dietary Supplement แรกของประเทศไทยที่มีสารสกัด SelectSIEVE Libra และ CapZfuel อีกด้วย

โดยภายในงานได้เนรมิตบริเวณแฟชั่น ฮอลล์ สยามพารากอน ให้กลายเป็นจุดนัดพบของเหล่าคนรักสุขภาพที่ อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย โดดเด่นแต่ไกลด้วยการตกแต่งสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนตัวตนของทั้งสองผลิตภัณฑ์อย่าง Sharisma และ SharisMeta ได้เป็นอย่างดี สะดุดตากับกล่อง SharisMeta ขนาดยักษ์ที่ตั้งเด่นอยู่กึ่งกลาง รายล้อมไปด้วยการจัดแสดงในรูปแบบกึ่งห้องทดลองเพื่อบอกเล่าประวัติความเป็นมา, ไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์, นวัตกรรม รวมไปถึงความเลอค่าของสารสกัดไว้อย่างน่าสนใจและลงตัว ซึ่งหากใครเดินชมแล้วอยากมีผลิตภัณฑ์ไว้ในครอบครองก็สามารถเลือกช้อปได้ทันทีกับโปรโมชั่นพิเศษภายในโซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และพบ กับโซนตรวจเช็คสุขภาพที่นำเครื่องวัดมวลกายสุดไฮเทค พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับความสมดุลของมวลกาย จากนั้นพักลิ้มรสเพิ่มความสดชื่นกับ 6 เมนูซุปเปอร์ดริงค์สูตรพิเศษเพื่อสุขภาพที่ชาริช เฮลท์ร่วมกับแบรนด์น้ำแร่ระดับโลกอย่าง San Pellegrino และ Acqua Panna รังสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะได้ที่บริเวณบาร์ แล้วมาเพลิดเพลินต่อกันที่โซน Photo Booth สนุกกับกิมมิคการถ่ายภาพในรูปแบบใหม่ ก่อนเข้าสู่งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ SharisMeta อย่างเป็นทางการ โดยมีสองผู้บริหารคนสำคัญต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เติมเต็มความรู้ใหม่ๆ พร้อมกันไปกับ Talk Session โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย แพทย์หญิง อัจจิมา สุวรรณจินดา ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ผสมผสานเพื่อสุขภาพและความงามเมดดิไซน์ ที่มาให้ความรู้ พร้อมเผยถึงจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดีระดับเซลล์ รวมทั้งต้นตอของปัญหาสุขภาพที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แล้วมาปิดท้ายความฟินกับการแสดงสุดเอ็กซ์คลูซีฟของสองซุปตาร์สายเฮลตี้ นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์ และ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี ที่ควงคู่มาโชว์บทเพลงเอาใจแฟนๆ พร้อมเรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่นฮอลล์จากเหล่าเอฟซี

The PARQ Life ปลุกความสดชื่นต้อนรับหน้าฝนด้วยแคมเปญ RAINY REFRESH

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/683381

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 11:55 น.The PARQ Life ปลุกความสดชื่นต้อนรับหน้าฝนด้วยแคมเปญ RAINY REFRESH

ช้อป ชิม ชิลล์ เมนูใหม่และโปรโมชั่นไฮไลท์สุดพิเศษมากมายจากร้านค้าใน เดอะ ปาร์ค ไลฟ์ (The PARQ Life) ต้อนรับบรรยากาศแสนสดชื่นของหน้าฝนด้วยแคมเปญ “RAINY REFRESH” พบโปรโมชั่นพิเศษ พร้อมสะสมใบเสร็จรับหมวกสุดเท่และร่มสุดชิค วันนี้-30 มิ.ย. 2565

หน้าฝนปีนี้ เดอะ ปาร์ค ไลฟ์ (The PARQ Life) รีเทลไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด “Life Well Balanced” จับมือร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการด้านไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ต้อนรับบรรยากาศแสนสดชื่นของหน้าฝนที่จะมาถึงด้วยแคมเปญ RAINY REFRESH กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียงสะสมใบเสร็จจากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในศูนย์ฯ และมีการใช้จ่ายวันเดียวกันให้ครบ 1,000 บาท รับไปเลย หมวกสุดเท่ หรือใช้จ่ายตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป รับฟรี ร่ม Rainy PARQER สุดชิค ไว้ปกป้องคุณจากสายฝนอย่างมีสไตล์ ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2565

เพลิดเพลินกับประสบการณ์ช้อป ชิม ชิลล์ กับร้านอาหาร และบริการพิเศษต่าง ๆ ที่ เดอะ ปาร์ค ไลฟ์ ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ พร้อมเพลิดเพลินไปกับมุมถ่ายภาพกับผลงานศิลปะจาก เดอะ ปาร์ค คอลเลคชัน รังสรรค์จากศิลปินระดับโลกอย่าง Studio Drift และศิลปินไทยระดับแนวหน้า ที่จะพบได้ที่เดอะ ปาร์คเท่านั้น

ให้หน้าฝนปีนี้ของทุกคนไม่เงียบเหงา ด้วยเมนูใหม่และโปรโมชั่นไฮไลท์สุดพิเศษมากมายจากร้านค้าในเดอะปาร์ค ไลฟ์ ดังนี้

· KFC ‘Lifestyle Store’ KFC คาเฟ่สาขาแรกในประเทศไทยโดดเด่นด้วยการออกแบบภายในร้านสุดพิเศษ เติมเต็มโมเมนต์สุดชิลล์ได้ฟีลสังสรรค์หลังเลิกงาน พร้อมเติมประสบการณ์ความสุข ด้วยเมนูโปรดที่จับคู่กับ ‘Signature Drink’

· CHEAT DAY By Modish กินให้จุใจแก้เหงาหน้าฝนกับเมนูใหม่ที่ไม่ธรรมดาเอาใจสาย Fusion Healthy กับ พาสต้าน้ำพริกปลาสลิดไข่กุ้ง แซลมอนย่าง และซุปกุ้ง ที่มีน้ำตาลไม่เกิน 3 กรัม ไม่มีไขมันทรานส์ และอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงหัวใจและสมอง

· Peace Oriental Teahouse พบกับเมนูใหม่อย่าง The all-new Clear Sencha และ The all-new Clear Matcha ที่เหมือนพาทุกคนไปดื่มชาแท้ ๆ ในหน้าฝนกันที่ประเทศญี่ปุ่น

· TONIC มาเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงสู้หน้าฝนนี้กับแพ็คเกจสุดพิเศษ 5 Days Subscription Package ที่รวบรวมอาหารสุขภาพทางเลือกและมาพร้อมความอร่อย ประกอบไปด้วย 5 TONIC Box or Bowl, 5 TONIC Juices, 5 TONIC Snacks ในราคา 1,000 บาท จากปกติ 1,600 บาท

· MAMA PASTA ขอเอาใจ Pasta Lovers จัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 กับทุกเมนูพาสต้า ที่ยกขบวนเส้นโฮมเมดมาให้แบบจัดเต็มทั้งสปาเก็ตตี้, เฟตตูชินี่ และริกาโตนี ชวนเพื่อนสายเส้นมาช่วยกันเลือกเมนูได้เฉพาะที่สาขา The PARQ เท่านั้น

· BUYA Salon รับส่วนลดทรีตเมนต์บำรุงผม 20% เมื่อเปลี่ยนสีผมต้อนรับหน้าฝน ด้วยผลิตภัณฑ์ทำสีแบบออแกนิคในราคาสุดพิเศษ

พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษเรียกความสดชื่นอีกครั้งในช่วงหน้าฝน กับร้านค้าและบริการที่ร่วมรายการ ภายในเดอะ ปาร์ค ไลฟ์

· ร้านอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ mx cakes & bakery, Peace Oriental Teahouse, Sanyod WOK, TONIC, Shari Shari, Brave Roasters, MAMA PASTA, CHEAT DAY by Modish, Ekkamai Macchiato, BAB Café, BAIMIANG Natural and Organic

· บริการด้านความงามและสุขภาพ อาทิ Jetts Black Fitness, Nanitcha Clinic, BUYA Salon

เริ่มสะสมพร้อมแลกของพรีเมียมไอเท็มต้องมีหน้าฝนได้แล้ววันนี้ – 30 มิถุนายน 2565 นี้ เฉพาะที่เดอะ ปาร์ค ไลฟ์เท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) สามารถตรวจสอบรายละเอียดของร้านค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.theparq.com/highlights/promotions หรือ https://www.facebook.com/theparqbkk

บรรยากาศสุดชิล “ร้านอาหารบ้านเบียร์” เชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/683377

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 11:15 น.บรรยากาศสุดชิล “ร้านอาหารบ้านเบียร์” เชียงราย

เปิดปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารในยุคโควิด 19 พร้อมชิมอาหารอร่อยท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ที่ “ร้านอาหารบ้านเบียร์” เชียงราย

ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 ธุรกิจด้านร้านอาหารถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากธุรกิจหนึ่ง เนื่องด้วยทางร้านต้องทำตามมาตรกาการควบคุมโรคของรัฐอย่างเข้มงวด เช่นมาตรการลดการสัมผัสและเว้นระยะห่างทางสังคม การตรวจเช็ควัคซีนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ส่งผลให้จำนวนลูกค้าลดลงเป็นอย่างมาก จนถึงความซบเซาของธุรกิจการท่องเที่ยว ทั้งหมดนี้มีผลส่งต่อกันเป็นลูกโซ่ซึ่งกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารสาหัสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ร้านอาหารบ้านเบียร์เป็นร้านอาหารที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานจนกลายมาเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักกันดีของชาวเชียงราย หากนึกถึงร้านอาหารในจังหวัดเชียงรายที่สามารถ นั่งรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศดีๆ อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ รวมไปถึงการบริการดูแลท่านดุจครอบครัว อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลายคงหนีไม่พ้น “ร้านอาหารบ้านเบียร์” ถึงอย่างไรก็ตาม ทางร้านก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 เช่นกัน เพื่อที่จะยืดหยัดต่อสู้ให้อยู่รอดในสภาวะวิกฤตรอบด้านเช่นนี้

คุณอภิสรา เตชนกันต์กุล อายุ 25 ปี ผู้จัดการร้านบ้านเบียร์ เปิดเผยว่า “ร้านอาหารบ้านเบียร์ถือว่าเป็นร้านอาหารแนวนั่งชิลที่สามารถนั่งรับประทานอาหารอร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ โดยมีแนวคิดที่ว่า อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ เครื่องดื่มหลากหลาย  และการดูแลด้วยความอบอุ่นอย่างเป็นกันเอง ซึ่งด้วยแนวคิดที่มั่นคงนี้ทำให้ร้านอาหารของเราสามารถเปิดดำเนินกิจการมายาวนานกว่า 16 ปี”

ช่วงระหว่างวิกฤตโควิด-19 คุณศรันย์ เนมหาวรรณ์ และทีมงานบ้านเบียร์ของเราทุกคนพยายามประคับประคองร้านอาหารในตำนานแห่งนี้ ด้วยหลักการ 3 ข้อคือ

หลักการที่ 1 ลูกค้าต้องได้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่สดใหม่ ปลอดภัย ราคาเป็นกันเอง โดยทางเรายังยึดเอาราคาเดิมก่อนวิกฤตโควิดมาเป็นบรรทัดฐานของราคาอาหารและเครื่องดื่ม ถึงแม้เราจะมีภาระเพิ่มเติม ทั้งราคาวัตถุดิบ และต้นทุนอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้น แต่เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า สร้างฐานลูกค้าใหม่ และยังต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้าที่มีอุปการะคุณ เราจึงยังคงยึดหลักการนี้

หลักการที่ 2 การดูแลอย่างอบอุ่น และรวดเร็วทั่วถึง ทางเราคอยอบรมเน้นย้ำให้พนักงานทุกคนในร้านเข้าใจและตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ให้พนักงานทุกคนทำงานในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด ทำงานด้วยความรักใน 4 รัก 3 มี  1.รักงานที่ทำ 2.รักเพื่อนร่วมงาน 3.รักเครื่องมือ 4.รักสถานที่

หลักการที่ 3 มีคือ 1.มีความรับผิดชอบ 2.มีความเป็นระเบียบ 3.มีความตรงต่อเวลาหลักการที่ 3 บรรยากาศที่ดี บรรยากาศในที่นี้ 1 หมายถึงบรรยากาศภายนอกภายในร้าน โดยบริเวณด้านหน้า มีลานจอดรถที่กว้างขวาง ในส่วนของบรรยากาศในร้านจะเน้นแบบโล่ง โปร่ง สบาย สไตล์ Open Air ตกแต่งภายในเรียบง่ายอย่างเป็นกันเอง เน้นสีเขียวตัดกับสีเหลืองที่มองดูแล้วเย็นสดชื่น สบายตา ทางร้านจะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนด้านในที่เป็นพื้นที่ที่มีหลังคาปกคลุม กับโซนด้านนอกที่เปิดโล่งรับลม

บรรยากาศที่ 2 หมายถึงบรรยากาศของเสียงเพลง ว่ากันว่าการนั่งรับประทานอาหารหรือดื่มสังสรรค์ คงจะสนุกไม่เต็มร้อยอย่างแน่นอน หากขาดซึ่งเสียงเพลงและเสียงดนตรีอันไพเราะ ในทุกค่ำคืนทางร้านจะจัดแสดงดนตรีสด โดยวงดนตรีคุณภาพ น้ำเสียงไพเพราะถูกใจผู้ฟัง เพื่อให้ท่านเพลิดเพลินกับการนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างมีความสุข

ภาวะวิกฤติเช่นนี้ถึงแม้ว่าธุรกิจร้านอาหารยังไม่ฟื้นฟูเต็มตัว แต่ทางเรา เจ้าของกิจการ รวมถึงทีมผู้บริหาร มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ทางร้านเรา ยังคงยืนหยัดและมั่นคงในแนวคิดของเรา เราถือว่าวิกฤตินี้ สร้างโอกาสในแง่ทางหนึ่งอีกทั้งยังทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เราใส่ใจมากๆในทุกกระบวนการเพื่อแสดงว่าเราคือตำนานของจริง เราจะไม่ยอมแพ้ต่อวิกฤตต่างๆและตั้งใจสร้างตำนานร้านอาหารบ้านเบียร์ให้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 17-18-19-20 ต่อไป

ในวันที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน ร้านอาหารบ้านเบียร์เชิญชวนให้ท่านได้มานั่งผ่อนคลาย นั่งสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนฟังดนตรีสด เครื่องดื่มเย็นๆสักแก้ว พร้อมกับรับประทานอาหารอร่อยๆ ที่ทางร้านเราคัดสรรค์มาเป็นอย่างดี สดใหม่สะอาด

เมนูซิกเนเจอร์

พลาดไม่ได้เลยกับเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านนั่นคือเมนู “ยำสาวบ้านเบียร์” ซึ่งประกอบไปด้วยหมึกแห้ง กุ้งแห้ง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ คลุกเคล้ากับน้ำปรุงสูตรพิเศษของทางร้าน นอกจากนี้ยังมีเมนู กะพรุนน้ำมันงา, ปลาทับทิมนึ่งซีอิ้ว, กุ้งเผาสดๆ หากจะถามถึงอาหารจานเด็ดๆทานคู่กับเครื่องดื่มก็มีเมนูให้เลือกสรรมากมายเลยทีเดียว อย่าง หมูกรอบน้ำจิ้มแจ่ว, หมึกทอดกระเทียม, เอ็นไก่ทอดงา ฯลฯ

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ท่านจะได้รับการดูแลอย่างเป็นกันเองจากพนักงานเสิร์ฟสุดเป็นมิตร คอยเทคแคร์และบริการท่านตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาจวบจนก้าวสุดท้ายที่ท่านเดินออกไป เรียกได้ว่าท่านทั้งหลายจะได้ทั้งความอิ่มท้อง ไปพร้อมๆ กับบรรยากาศดีๆ เคล้าเสียงเพลงที่เพิ่มอรรถรสในการรับประทาน

จากที่กล่าวมาข้างต้น ร้านอาหารบ้านเบียร์ถือว่าเป็นร้านอาหารที่คู่ควรให้ท่านเปิดใจ เข้ามาลิ้มลองดูสักครั้ง โดยร้านตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน บ้านเลขที่ 392/14 หมู่ 13  ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17:00 น. – 24:00 น.  สามารถสรองที่นั่งได้ที่ Line add : Baanbeer

เบอร์โทรศัพท์ 096-9902280 หรือ 096-9198189

Meals Me Thai Cuisine ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นริมแม่น้ำเจ้าพระยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/683154

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 10:30 น.Meals Me Thai Cuisine ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม พร้อมเสิร์ฟสุดยอดเมนูความอร่อย จากร้าน Meals Me Thai Cuisine ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น รสชาติสุดจี๊ดโดนใจ พร้อมสัมผัสบรรยากาศผ่อนคลายริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ณ แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม มีความอร่อยใหม่จากร้าน Meals Me Thai Cuisine มาแนะนำ เป็นร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นที่มีรสชาติเปรี้ยว เผ็ด จี๊ดจ๊าด จัดจ้านถึงใจ เน้นอาหารไทยภาคกลาง ผสานอาหารจากภาคเหนือและใต้บางเมนู ขึ้นชื่อเรื่องของแกงที่มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แกงรัญจวน แกงเลียง แกงเขียวหวาน ต้มข่า แกงคั่วสับปะรด แกงมัสมั่นเนื้อ เสิร์ฟคู่กับโรตีมะตะบะ หรือจะเป็นแกงกะหรี่ไก่ เสิร์ฟพร้อมแป้งโรตี ซึ่งมาเปิดขายความอร่อยที่ไอคอนสยามเป็นที่แรก โดยได้เชฟฝีมือดีผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารภัตตาคารโรงแรม 5 ดาว ที่มีประสบการณ์กว่า 22 ปี มาปรุงรสอาหารสุดพิเศษให้ได้ลิ้มลองกัน

พูดถึงความอร่อยของร้าน Meals Me Thai Cuisine ก็พลาดไม่ได้เลยกับเมนูไฮไลท์สุดพิเศษที่มาแล้วต้องลอง เมนูแรก ได้แก่ เมนูกุ้งอยุธยาซอสมะขาม ซึ่งทางร้านใช้กุ้งแม่น้ำอยุธยาตัวโตๆ เนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำ สั่งตรงจากอยุธยาแบบวันต่อวัน และนำน้ำมะขามเปียกที่คั้นสดๆ มาราดบนตัวกุ้ง ทำให้ได้รสชาติจี๊ดจ๊าดถึงใจมาก และตอนนี้ทางร้านยังจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเมนูกุ้งอยุธยาซอสมะขาม จากปกติราคา 1,200 บาท เหลือเพียง 790 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พ.ค. 65 เท่านั้น !!

ไฮไลท์ต่อมาคือ เมนูหอยเชลล์ผัดใบโหระพา ซึ่งทางร้านคัดสรรหอยเชลล์เกรด USA ตัวใหญ่ๆ เนื้อแน่นๆ สีขาวนวล นำมาทอดกรอบ ผัดกับใบโหระพาให้กลิ่นหอมโชย ชวนกินที่สุด

นอกเหนือจากเมนูไฮไลท์แล้วทางร้านยังมีเมนูสุดอร่อยไม่แพ้กันให้ลองทานอีกด้วย อย่างเช่น เมนูเมี่ยงกลีบบัว อาหารทานเล่นโบราณ เสิร์ฟบนกลีบบัวสีชมพูงามตา ทางร้านนำเนื้อส้มโอมาใส่ในเมี่ยง เพราะเนื้อส้มโอเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน ทำให้ทานกับเมี่ยงแล้วมีความเข้ากันที่สุด จากนั้นนำมะพร้าวคั่วและเครื่องเทศไทยมาใส่เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เป็นสูตรโบราณเฉพาะของทางร้าน ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มฉ่ำ เป็นอย่างมาก

ต่อมาคือเมนูปลากะพงนึ่งมะนาว ทางร้านเสิร์ฟปลากะพงสดตัวใหญ่ เนื้อนุ่ม ละมุนลิ้น ที่เน้นย้ำความสดเป็นอย่างมาก ไม่ใช้ปลาค้างคืน และใช้มะนาวแท้มาคั้นสดๆ เท่านั้น วัตถุดิบมีการปรุงที่พิถีพิถัน เพื่อให้ได้สัมผัสถึงรสชาติจากความสดของวัตถุดิบ ได้ทานแล้วรับรองว่าถูกใจแน่นอน และตอนนี้ทางร้านยังจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเมนูปลากะพงนึ่งมะนาว จากปกติราคา 1,200 บาท ลดเหลือเพียง 790 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 65 เท่านั้น !!

ทานอาหารคาวอิ่มแล้วก็มาต่อด้วยของหวานสุดอร่อยจากทางร้าน เมนูแรกคือ เมนูไอศกรีมกะทิ เป็นไอศกรีมกะทิสไตล์ไทย โดยเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน น้ำกะทิทำจากกะทิสด คั้นเองกับมือ โรยด้วยมันเชื่อม ลูกชิด ถั่วแดง รสชาติหวานมันถูกปากที่สุด ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ ได้แก่ เมนูน้ำลำไยซินนามอน (น้ำลำไยอบเชย) เพิ่มรสชาติแปลกใหม่ไม่เหมือนใครด้วยไซรัปเพิ่มความหอมหวานด้วยกลิ่นคาราเมล พร้อมกับตกแต่งก้านอบเชยและใบโรสแมรี่ ทำให้น้ำลำไยมีความหอมของลำไย คาราเมลและกลิ่นอบเชยเบาๆ ได้รสชาติของน้ำสมุนไพรที่หอมสดชื่น ถัดมากับเครื่องดื่ม เมนูน้ำอัญชันมะนาว Forget Me Not น้ำอัญชันสีม่วงละมุนตา รสชาติละมุนลิ้น เปรี้ยวหวานกำลังดี ดื่มแล้วสดชื่น ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูที่รสชาติอร่อยโดนใจ อีกมากมายหลายเมนูให้เลือกทานกันอีกด้วย

ตามมาสัมผัสรสชาติอาหารไทยที่อร่อยไม่แพ้ชาติใดในโลกได้ที่ ร้าน Meals Me Thai Cuisine ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นสุดพิเศษ ที่ชั้น G ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟฟ้าสายสีทอง ลงสถานีเจริญนคร G2 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com

ทุกเรื่องต้องรู้!! ก่อนรักษา ‘โรคหัวใจ’ ด้วยการผ่าตัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/683145

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 07:03 น.ทุกเรื่องต้องรู้!! ก่อนรักษา ‘โรคหัวใจ’ ด้วยการผ่าตัด

คุยกับศัลยศาสตร์ทรวงอก ศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก ไขความสงสัยการผ่าตัดหัวใจเหมาะกับใคร? การผ่าตัดหัวใจมีวิธีอย่างไร? พร้อมฟังแนวทางการเตรียมตัว ตลอดจนวิธีการดูแลร่างกาย รวมไปถึงความเสี่ยงในการผ่าตัดหัวใจ ช่วยคลายความกังวลให้กับผู้ป่วยในเบื้องต้น

ในแต่ละปีประเทศไทยมีอัตราการสูญเสียประชากรอันมีสาเหตุมาจาก “โรคหัวใจ” เป็นจำนวนไม่น้อย การรักษาด้วย “การผ่าตัด” จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญ ที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจให้กับคนไทย เนื่องจากในปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ประกอบกับการมีแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจที่มีประสบการณ์มาก ทำให้การผ่าตัดหัวใจมีความปลอดภัยสูงและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

นพ.บุลวัชร์ หอมวิเศษ

นพ.บุลวัชร์ หอมวิเศษ ศัลยศาสตร์ทรวงอก ศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงการรักษาโรคหัวใจด้วยการผ่าตัดไว้อย่างละเอียด ตั้งแต่การผ่าตัดหัวใจเหมาะกับใคร รูปแบบการผ่าตัดหัวใจเป็นอย่างไร การเตรียมตัว วิธีการดูแลร่างกาย รวมไปถึงความเสี่ยงในการผ่าตัดหัวใจ เพื่อให้เข้าใจและเห็นถึงความปลอดภัยในการผ่าตัด พร้อมทั้งช่วยคลายความกังวลให้กับผู้ป่วยในเบื้องต้น

โดยปกติการรักษาหัวใจจะแบ่งออกเป็น 3 วิธี คือ การใช้ยา การทำหัตถการพิเศษผ่านสายสวน และสุดท้ายคือ การผ่าตัด โดยปกติการใช้ยาถือเป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยทุกราย แต่ก็จะมีข้อจำกัดว่าถ้าเส้นเลือดตีบรุนแรง ตีบจำนวนหลายเส้น หรือ ผู้ป่วยมีอาการมาก ก็ไม่สามารถใช้ยาอย่างเดียวได้และต้องมาพิจารณาถึงหัตถการหรือการผ่าตัดเพิ่มเติม

การผ่าตัดหัวใจมีหลักการเป็นอย่างไร?

สำหรับการผ่าตัดจะแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ

1.การผ่าตัดเปิดแบบปกติ

ศัลยแพทย์จำเป็นต้องตัดแยกกระดูกหน้าอกออก เพื่อที่จะสามารถทำการผ่าตัดได้ง่ายขึ้น ซึ่งวิธีนี้คือ แผลผ่าตัดมีขนาดใหญ่ ถือเป็นการผ่าตัดมาตรฐาน ข้อดีของวิธีนี้สามารถผ่าตัดหัวใจได้ทุกชนิด แต่มีข้อจำกัดคือ กระดูกจะต้องถูกตัด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดได้

2.การผ่าตัดแบบแผลเล็ก

ปัจจุบันมีการพัฒนาการผ่าตัดมากขึ้น เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กลงมาก แค่ 6-8 ซม. และมักจะอยู่บริเวณด้านข้างของผนังทรวงอก ทำให้ผู้ป่วยมีรอยแผลเป็นที่สวยงามมากขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ยังมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก สามารถทำได้กับผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพเฉพาะ และไม่รุนแรงจนเกินไปเท่านั้น ประกอบกับยังต้องอาศัย

ศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญการ ทีมแพทย์ รวมถึงโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือครบ วิธีการผ่าตัดแบบแผลเล็กจึงไม่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยทุกราย ต้องให้ศัลยแพทย์เป็นผู้ตัดสินใจเลือกวิธีการผ่าตัดเฉพาะให้แก่ผู้ป่วยแต่ละราย

การผ่าตัดหัวใจ มีวิธีอย่างไร?

การผ่าตัดหัวใจทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับโรคของคนไข้ ซึ่งโรคที่เราพบบ่อยในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 1 ก็คือ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจของคนไข้ได้ ซึ่งหลักการผ่าตัดคือ เราจะนำเส้นเลือดแดงหรือเส้นเลือดดำจากบริเวณอวัยวะอื่น เช่น ใต้กระดูกหน้าอก ขา หรือ แขน มาทำเป็นทางเบี่ยง เพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงหัวใจให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น

โรคกลุ่มที่ 2 คือ โรคลิ้นหัวใจ จะแบ่งได้เป็น ลิ้นหัวใจตีบ และ ลิ้นหัวใจรั่ว ซึ่งการผ่าตัดจะมี 2 วิธี คือ การซ่อมลิ้นหัวใจ และ การเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยปกติแล้วการซ่อมลิ้นหัวใจ เราถือว่าจะมีผลในการรักษาระยะยาวที่ดีกว่า จึงแนะนำเป็นทางเลือกแรกของการรักษา แต่ในบางกรณีศัลยแพทย์ก็ไม่สามารถซ่อมลิ้นหัวใจให้คนไข้ได้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจแทน

การเตรียมตัว เมื่อต้องผ่าตัดหัวใจ

ผู้ป่วยต้องเตรียมตัวทั้งทางร่างกาย คือ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่ดี และรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง นอกจากนั้นผู้ป่วยยังต้องเตรียมตัวทางด้านจิตใจด้วย คือ การทำจิตใจให้สบาย ไม่จำเป็นต้องเครียด หรือ วิตกกังวล เนื่องจากการผ่าตัดหัวใจมีความปลอดภัยสูงและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

การดูแลร่างกาย เมื่อผ่าตัดหัวใจ

หลังจากการผ่าตัดจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง

• ช่วงแรก คือ หลังผ่าตัดทันที ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 7 วัน โดยปกติหลังจากการผ่าตัดเสร็จ ภายใน 1-2 วันแรกคนไข้จะได้รับการรักษาอยู่ในห้องไอซียู หรือ หอผู้ป่วยวิกฤตหัวใจ โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดเพราะถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนก็สามารถที่จะรักษาและแก้ไขได้ทันที โดยในระยะเวลานี้คนไข้จะมีการใส่ท่อช่วยหายใจ การใช้เครื่องช่วยหายใจ การใส่สายวัดความดันในหัวใจ สายสวนปัสสาวะ และ สายระบายเลือดที่ค้างจากการผ่าตัด เมื่ออาการผู้ป่วยคงที่ก็จะนำสายทั้งหมดออกและย้ายผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วยปกติ เพื่อทำกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถนะของร่างกาย เมื่อผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระดับหนึ่ง ก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้

• ช่วงที่ 2 คือ หลังจากผู้ป่วยกลับบ้าน โดยปกติจะแนะนำให้มีคนช่วยดูแลผู้ป่วยอีก 1-2 สัปดาห์ที่บ้าน โดยผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการผ่าตัดเป็นระยะเวลา 1 เดือน และเมื่อถึงเวลา 3 เดือน ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 100 เปอร์เซ็นต์

ความเสี่ยงในการผ่าตัดหัวใจ

ความเสี่ยงที่ผ่าตัดแล้ว จะเสียชีวิต หรือ ไม่ตื่น เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยและญาติส่วนใหญ่มักจะกังวลอย่างมาก ก่อนที่จะมารับการผ่าตัดหัวใจ แต่ในความเป็นจริง การผ่าตัดหัวใจเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยมาก ศัลยแพทย์จะประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยแต่ละราย โดยอาศัยการพิจารณาจากประวัติ โรคประจำตัว การตรวจร่างกาย และผลตรวจทางห้องปฎิบัติการ

ซึ่งโดยปกติแล้ว ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่เข้ามารับการผ่าตัด จะถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยจะมีโอกาสเสียชีวิตจากการผ่าตัดเพียงแค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น อัมพาต ไตวาย ปอดติดเชื้อ หรือ แผลติดเชื้อรุนแรง รวมกันไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น จะมีเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยที่อาจจะมีความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงกว่าปกติ ซึ่งมักจะพบในผู้ป่วยที่สูงอายุมาก ๆ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน

โดยศัลยแพทย์จะนำความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการผ่าตัด มาเปรียบเทียบกับความเสี่ยงของโรคที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา แล้วนำมาปรึกษาร่วมกันพร้อมกับผู้ป่วยและญาติ เพื่อพิจารณาหาแนวทางการรักษาที่ดีสุดให้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ

5 คอร์สเมนู BRAND’s นำเสนอคุณค่าสิ่งดีๆ จากธรรมชาติ สู่ความพิเศษแบบ Fine Dinning

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/683153

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 10:10 น.5 คอร์สเมนู BRAND’s นำเสนอคุณค่าสิ่งดีๆ จากธรรมชาติ สู่ความพิเศษแบบ Fine Dinning

“ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด” จับมือร้านดัง MICHELIN GUIDE Selection “วอเตอร์ ไลบรารี่ จามจุรี” รังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากผลิตภัณฑ์ “แบรนด์” นำเสนอคุณค่าสิ่งดีๆจากธรรมชาติ สู่ความพิเศษแบบ Fine Dinning

กินเที่ยวนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ เมื่อ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ตอกย้ำการเป็น King of Essence ผ่านการนำเสนอคุณค่าสิ่งดีๆ จากธรรมชาติด้วยเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์จากผลิตภัณฑ์ แบรนด์ (BRAND’s) ภายใต้ความร่วมมือกับ วอเตอร์ ไลบรารี่ จามจุรี ร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำที่ได้รับคัดเลือกเป็นร้านอาหารใน MICHELIN GUIDE Selection ประจำปี 2022 โดยเชฟเจ้าของรางวัลมิชลิน เป็นผู้นำทีมสร้างสรรค์ 5 เมนูอาหารสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์อาหาร Fine Dinning ที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ร่วมเปิดประสบการณ์การรับประทานผลิตภัณฑ์แบรนด์ในรูปแบบใหม่ที่พิเศษยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ณ ร้านวอเตอร์ ไลบรารี่ สาขาจามจุรี สแควร์

นายอัชวิน ราชโกปาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และอินโดไชน่า กล่าวว่า “การร่วมมือกับ วอเตอร์ ไลบรารี่ จามจุรี ภายใต้โปรเจกต์ “Immunity Boosting by Water Library X BRAND’s” ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำจุดยืนการเป็น King of Essence ด้วยการนำเสนอคุณค่าสิ่งดีๆ จากธรรมชาติให้กับผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์ “แบรนด์” ในประสบการณ์รูปแบบใหม่ ผ่านเมนูสุดพิเศษที่เชฟของ Water Library ได้รังสรรค์ขึ้น จากการผสานรสชาติและคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ ‘แบรนด์’ ใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัด ที่สกัดจากไก่คุณภาพดีนานกว่า 8 ชั่วโมง กลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์รังนกแท้ ที่ผลิตจากรังนกแท้เกรดคุณภาพ มีนานะ (NANA) และกรดอะมิโน 16 ชนิด และกลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์แพลนท์เบสท์สกัด ประกอบด้วย แบรนด์ ไฟโตดริ๊งค์ น้ำผลไม้มีส่วนผสมของไฟโตนิวเทรียนท์ และแบรนด์จินเซนโนไซด์ โปร สกัดจากโสมอเมริกาและ โสมเอเชีย อุดมด้วยวิตามินบีที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง มาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการรังสรรค์ เมนูพิเศษในครั้งนี้”

“วอเตอร์ ไลบรารี่ จามจุรี เป็นร้านอาหารระดับ Fine Dinning สไตล์ยุโรปสมัยใหม่ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์ เมนูด้วยวัตถุดิบชั้นยอด และเครื่องดื่มเลิศรส เมื่อผสานกับความเชี่ยวชาญของซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ที่มีผลิตภัณฑ์ ที่ถือว่าเป็น King of Essence เราจึงมั่นใจว่าเมนูพิเศษที่นำเสนอในครั้งนี้จะมอบประสบการณ์การลิ้มรสผลิตภัณฑ์แบรนด์ ในรูปแบบอาหารระดับ Fine Dinning ได้อย่างน่าประทับใจ และถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพผลิตโดยใช้เทคโนโลยีการบำรุงสุขภาพให้กับผู้บริโภคในรูปแบบที่แปลกใหม่ ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการทั้งคุณภาพและประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับมื้ออาหารสุดพิเศษ”

เชฟเติ้ล – ภูวเดช เตชจิรัชกาล หัวหน้าเชฟร้านวอเตอร์ ไลบรารี่ จามจุรี กล่าวว่า “ร้านวอเตอร์ ไลบรารี่ จามจุรี ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 โดยคุณพจน์ ลี นักธุรกิจสิ่งพิมพ์ระดับนานาชาติและเจ้าของบริษัทนำเข้าเครื่องดื่มชั้นนำมากมาย ด้วยระยะเวลาที่มากกว่า 10 ปี ทำให้วอเตอร์ ไลบรารี่ เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่บุกเบิกการรับประทานอาหารแบบ Fine Dinning ในประเทศไทย โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ “ห้องสมุดน้ำแร่” จากการคัดสรรน้ำแร่จากทั่วโลกมาให้ได้ลิ้มลอง รวมถึงการนำเสนออาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์น การจับมือกับ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย เพื่อรังสรรค์เมนูคอร์สพิเศษในครั้งนี้จึงเน้นไปที่การคงไว้ซึ่งรสชาติของวัตถุดิบหลักที่ทางร้านคัดสรรมาผสานกับผลิตภัณฑ์แบรนด์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด จึงตั้งใจทำแต่ละเมนูออกมาให้ยังมีรสชาติที่คุ้นเคย สดชื่น และรับประทานง่าย

ซึ่งทั้ง 5 เมนูประจำคอร์สนี้ เริ่มที่ Hamaji ใช้วัตถุดิบหลัก คือ ปลาฮามาจิ และแบรนด์จินเซนโนไซด์ โปร โดยเสิร์ฟปลาฮามาจิพร้อมหัวไชเท้าญี่ปุ่นดอง วาซาบิ และคาเวียร์ ผสานกับซอสรสกลมกล่อมที่ทำมาจากแบรนด์จินเซนโนไซด์ โปร สกัดจากโสมอเมริกาและโสมเอเชีย อุดมไปด้วยวิตามินบี ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง

ต่ด้วย Madagascar Prawn วัตถุดิบหลักคือกุ้งมาดากัสการ์ และแบรนด์ ไฟโตดริ้งค์ รสเสาวรส โดยเสิร์ฟกุ้งมาดากัสการ์ย่างพร้อมหน่อไม้ฝรั่งขาว และซอสเสาวรสจากผลิตภัณฑ์แบรนด์ไฟโตดริ้งค์ รสเสาวรส เสริมรสเปรี้ยวตัดกับความหวานหอมของเนื้อกุ้งมาดากัสการ์ย่าง อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและไฟโตนิวเทรียนท์

สำหรับจานที่ 3 Barbary Duck ใช้อกเป็ดเป็นวัตถุดิบหลัก และแบรนด์ไฟโตดริ้งค์ รสทับทิม โดยเสิร์ฟอกเป็ดพร้อมบรอคโคลี มะม่วง และซอสทับทิมจากผลิตภัณฑ์ แบรนด์ไฟโตดริ้งค์ รสทับทิม เติมรสชาติให้ครบรสทั้งความเปรี้ยวหวานคู่กับอกเป็ดชั้นดี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและอุดมไปด้วยวิตามิน

ถัดมาเป็น Coral Grouper ใช้วัตถุดิบหลักคือ ปลากุดสลาด และแบรนด์ซุปไก่สกัด โดยเสิร์ฟปลากุดสลาดพร้อมอาร์ติโชค กระเทียมต้น และซอสซุปไก่สกัดจาก แบรนด์ซุปไก่สกัดเข้มข้นจากไก่คุณภาพดีช่วยเติมเต็มรสชาติให้เข้มข้นและ เสริมรสชาติที่เผ็ดร้อน เสริมความสดชื่นให้กับสมองและคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

ปิดท้ายที่ Bird Nest ใช้วัตถุดิบหลักคือ รังนก โดยนำรังนกแท้ชั้นดีจากแบรนด์รังนกแท้ มาทำในรูปแบบเหมือนรังนก เสิร์ฟพร้อมเค้กชิฟฟอนมะพร้าวอ่อนเสิร์ฟพร้อมครีมมะพร้าวรสละมุน ตัดกับซอสซอล์ตเต็ดคาราเมล เป็นของหวานที่ปิดท้ายคอร์สได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“การสร้างสรรค์เมนูพิเศษจากผลิตภัณฑ์แบรนด์ในครั้งนี้นับเป็นความพิเศษที่ท้าทายมากเพราะเป็นครั้งแรกของทาง วอเตอร์ ไลบรารี่ ที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่น โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ ที่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่คนไทยรู้จักและไว้วางใจมานาน ทำให้เราพยายามคิดและออกแบบรสชาติของผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับอาหารสไตล์ของเราให้ได้มากที่สุด พร้อมกับคัดสรรวัตถุดิบที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความอร่อยเพื่อสุขภาพ” เชฟเติ้ล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจลิ้มรสเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ สามารถจองคอร์สอาหารนี้ได้ที่ร้านวอเตอร์ ไลบรารี่ สาขาจามจุรี สแควร์ ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2565 ในราคา 3,900++ บาทต่อท่าน สำหรับเซ็ทเมนู อาหารกลางวัน และอาหารเย็น ณ ร้านวอเตอร์ ไลบรารี่ สาขาจามจุรี สแควร์ เท่านั้น ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 095-085-7777 และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/waterlibrary