แปรอักษรภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241028

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมดวงใจแปรอักษรภาพหัวใจล้อม ๙ MSU แสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยมหาสารคาม เวลา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2559 เวลา 16.30 น. โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และนักเรียน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน 9,999 คน พร้อมใจแปรอักษรภาพเป็นรูปหัวใจ ล้อมเลข ๙ ซึ่งอยู่ตรงกลาง บนอักษร MSU

โดยในพิธีอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้กล่าวแสดงความอาลัย ผู้เข้าร่วมแปรอักษรยืนสงบนิ่ง 1 นาที และร่วมกัน
ขับร้องสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ หาที่สุดมิได้ โดยอักษรภาพที่ปรากฏนี้ แสดงสัญลักษณ์มีความหมายที่สำคัญคือ เลข ๙ : ในหลวงรัชกาลที่ ๙ (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร) โดยให้คณะผู้บริหาร อาจารย์และบุคลากรในชุดแต่งกายสีดำแปรอักษรภาพเป็นเลข 9 เพื่อแสดงจุดยืนความจงรักภักดีและการเป็น “คนของพระราชา หรือการเป็นข้ารองบาท” เพื่อการรับใช้แผ่นดิน หรือประเทศไทยสืบต่อไป หัวใจ : แสดงสัญลักษณ์ของการรวมใจแสดงความอาลัย และหัวใจแห่งความรักและการเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยดวงใจอันใสพิสุทธิ์ และความเป็นในหลวงรัชกาลที่ 9 จะยังคงสถิตมั่นในดวงใจตราบนานนิรันดร์ โดยใช้สีขาวจากการแต่งกายของนิสิตและนักเรียน เพื่อแสดงถึงดวงใจอันพิสุทธิ์ใสของการอาลัยและพร้อมที่จะเดินหน้าอย่างมีพลัง

การแปรอักษรภาพในครั้งนี้ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร แต่งด้วยชุดสีดำ แสดงเป็นเลข ๙ สำหรับในส่วนของพื้นสีขาวนั้น เป็นชุดนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งทุกคนที่ได้เข้ามาร่วมแปรอักษรภาพ
ในครั้งนี้ ต่างนำพาหัวใจที่บริสุทธิ์ เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่านในครั้งนี้ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปเคารพพระบรมศพที่กรุงเทพฯ จึงได้พร้อมใจ รวมกายเป็นหนึ่งเดียว แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

รายงานพิเศษ : เด็กไทยหัวใจจิตอาสา ตามรอยพ่อหลวงภูมิพล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241029

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพราะความยากจนเป็นปัญหาสำคัญที่สังคมไทยเผชิญมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะชุมชนในต่างจังหวัดที่มักจะได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม และส่งผลให้มีเด็กๆ จำนวนมากต้องเผชิญการขาดแคลนโอกาสทางการศึกษา เป็นต้นว่า โรงเรียนในชนบทมักจะขาดแคลนครู ขาดแคลนอุปกรณ์การศึกษา และที่สำคัญคือขาดแคลนในเรื่องของโภชนาการ เนื่องจากโรงเรียนประเภทนี้จะไม่มีงบประมาณพอสำหรับอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน จึงเป็นที่มาของเยาวชนยุคใหม่หัวใจจิตอาสาเกิดแนวความคิดที่จะแบ่งปันโอกาสดีๆ แก่เด็กผู้ยากไร้ ให้มีโอกาสทางการศึกษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการจัดทำโครงการกลุ่มเยาวชนยุคใหม่หัวใจจิตอาสา LIONHEART ที่มีแนวคิดแบ่งปันโอกาสดีๆ ที่ตัวเองเคยได้รับส่งต่อแก่ผู้ยากไร้ให้มีโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายอรณ ยนตรรักษ์ หัวหน้ากลุ่มกล่าวว่า The Lionheart Society เป็นกลุ่มงานพัฒนาจิตอาสากลุ่มแรกที่จัดตั้งขึ้นด้วยความริเริ่มของนักเรียนโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรวเพียงแปดคนเมื่อเดือนตุลาคม 2553 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตามรอยพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ให้ช่วยกันช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทั้งในกรุงเทพฯและชุมชนห่างไกลในชนบท ด้วยการยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” โดยชมรมได้มุ่งในการส่งเสริมการศึกษา การยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาส และการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นในประเด็นปัญหาที่นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมในการรับรู้และแก้ไขได้ และที่สำคัญที่สุดคือเป็นองค์กรที่สมาชิกขององค์กรเป็นผู้วางแนวนโยบาย วางแผนการจัดการบริหารทั้งด้านการระดมทุนในการบริหารโครงการต่างๆ ปัจจุบันทางองค์กรมีสมาชิกและอาสาสมัครในสังกัดมากกว่า 100 คน

นางสาวโปรดปราน สุขเจริญ หัวหน้ากลุ่มร่วมของชมรมได้กล่าวเสริมว่า เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์หลัก จึงได้มีการแบ่งโครงการเป็น 5 โครงการใหญ่ๆได้แก่ โครงการปลูกพืชผักปลอดสารเพื่อนำมาจำหน่าย หารายได้ไปใช้จ่ายในโครงการอื่นๆ โครงการให้ความช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่ยากไร้  โดยมีโครงการย่อยหลายประเภท เช่น ส่งเสริมการศึกษาในโรงเรียนยากจน ในรูปแบบของห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด อุปกรณ์การเรียนการสอน ริเริ่มโครงการเศรษฐกิจพอเพียงโดยการเลี้ยงปลาดุก กบ ไก่ไข่ เพาะเห็ด ปลูกพืชผักสวนครัว  ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยโรงเรียนลดต้นทุนในการประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียนได้ทุกๆ วัน นอกจากนี้ผลผลิตส่วนที่เหลือทางโรงเรียนในพื้นที่กันดารนั้นสามารถนำไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในการเลี้ยงและเพาะปลูกต่อๆ ไปได้ ชุมชนสามารถช่วยเหลือและยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ทำได้ด้วยตนเอง เช่น การเก็บรวบรวมหลอดไฟฟ้า แบตเตอรี่ กล่องนม ขวดน้ำพลาสติก ฯลฯ โดยประสานกับโครงการเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ส่งกล่องนมใช้แล้วไปโรงงาน Tetra Pack เพื่อรีไซเคิลเป็นกระเบื้องมุงหลังคาและเรือบริจาคให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งในครั้งน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมาทาง The Lionheart Society ได้บริจาคกล่องนมทำเรือได้ประมาณ 30 ลำ โครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ขาดเงินค่ารักษาพยาบาล เช่น ช่วยเหลือผู้ป่วยฟอกไต การอุปถัมภ์ช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อเอดส์แต่กำเนิด ให้ได้รับการศึกษา วิชาชีพ และดำรงชีวิตเช่นคนปกติทั่วไปได้ โครงการสอนหนังสือเด็กในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่มีปัญหายาเสพติดขั้นรุนแรง

นายอรณ ยนตรรักษ์ กล่าวสรุปว่าตลอด 6 ปีที่ผ่านมา The Lionheart Society ช่วยยืดอายุผู้ป่วยไตวายขั้นสุดท้ายที่เคยเกือบเสียชีวิตเมื่อสี่ปีที่แล้ว ให้ยังได้มีชีวิตอยู่ได้เห็นลูกสองคนโตขึ้นมาจวบจนวันนี้ช่วยเหลือเด็กผู้ป่วยเอดส์สามคนได้เข้าเรียนเหมือนคนอื่นๆ ให้มีอนาคตเหมือนคนทั่วไป เราบริจาคกล่องนมมากพอผลิตกระเบื้องมุงหลังคามากกว่า 1,000 แผ่น และเรือมากกว่า 60 ลำ นอกจากนั้นเราทำให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ยากไร้ได้มีน้ำสะอาดดื่มมากกว่า 850,000 แก้ว มีอาหารกลางวันได้ทานกันมากกว่า 625,000 มื้อ จากผลิตผล ที่ชมรมไปช่วยส่งเสริมให้ปลูกและเพาะเลี้ยงตามโรงเรียนต่างๆ

ความสำเร็จทั้งหมดนี้สมาชิกในกลุ่มทุกคนมีแรงบันดาลใจและกำลังใจจากความใฝ่ฝันที่จะสืบสานคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นแบบอย่างให้ประชาชนคนไทยทุกเพศทุกวัยได้เห็นตลอดระยะเวลา 89 พรรษา ที่ทรงพระชนม์อยู่นั่นเอง

‘พระบรมวงศานุวงศ์’เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร ‘พระบรมศพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241080

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.08 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 20 ต.ค. 59 ซึ่งเป็นวันที่เจ็ดของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และวันที่สองของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร เนื่องในครบรอบวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ครบ 7 วัน
เมื่อเวลา 07.17 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นวันที่ 7 ของการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 19 ต.ค. ในการนี้ ม.ล.สราลี กิติยากร ร่วมพระราชพิธีด้วย
ต่อในเวลา 11.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะตุลาการ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าละอองธุลีพระบาท เฝ้าฯ รับเสด็จ
ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเเละเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่ิองนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน สวดถวายพรพระจบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์พระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล
จากนั้น สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร แสดงพระธรรมเทศนา “ธัมมิกราชกถา” ถวายวิสัชนา ความว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงยึดมั่นอยู่ในพระปฐมบรมราชโอการ ตามที่ทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐานเพื่อประโยชน์สุขของปวงอาณาประชาราษฎร์และชาติบ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุข ทรงนำประเทศผ่านพ้นวิกฤตการณ์ปัญหาต่างๆ ด้วยพระอัจริยภาพ เป็นที่ประจักษ์ทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก ทรงเป็นนักพัฒนาผู้บำเพ็ญทศพิธราชธรรม เป็นพระราชจริยาวัตร เป็นลำดับมา นับเป็นมิ่งมหามงคลของปวงชนชาวไทย ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ที่มีพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณธรรมันประเสริฐทางเป็น “ธรรมิกราชา” สมดั่งประฑันธ์พุทธภาษิตที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ถ้าพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข เมื่อสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร แสดงพระธรรมเทศนา ถวายพระธรรมเทศนา จบ   พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา
ต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูขากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา แล้วทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์อีก 89 รูป เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สดับปกรณ์ถวายอนุโมทนา ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ
เวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ต่อมาเวลา 18.48 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหารสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
ส่วนที่ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันนี้ ได้มีคณะทูตานุทูตจากนานาประเทศ อาทิ มอลต้า ตูนีเซีย สเปน มาดากัสการ์ คูเวต นามิเบีย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ จำนวนมาก อาทิ ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ผู้แทนธนาคารโลกภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้แทนสำนักงานบริการโครงการแห่งสหประชาชาติ เดินทางมาลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ส่วนบรรยากาศลงนามถวายความอาลัย ตั้งแต่เช้ามือที่บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วสารทิศได้เดินทางหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมาก เพื่อต่อแถวรอคิวเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมราชวัง เป็นวันที่ 6 โดยแถวเริ่มต้นแยกหน้าประตูวิเศษไชยศรี ผ่านหน้ากรมศิลปากร วันมหาธาตุฯ ต่อเลียบถนนรอบสนามหลวง ไปจรดฝั่งตรงข้ามศาลหลักเมือง ถึงแม้แดดจะร้อนอบอ้าวพสกนิกรก็ตั้งใจรอด้วยความจงรักภักดีต่อองค์พ่อหลวงพระผู้ทรงมีเมตตา ด้วยความรักและเทิดทูน
โดยในวันนี้สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายความอาลัยตั้งแต่เวลา 08.00 น. และปิดการถวายสักการะเวลาในเวลา 11.00 น. เพื่อในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะถวายความอาลัยอีกครั้งในเวลา 15.00 น. และขยายเวลาเพิ่มถึง 17.00 น. ส่วนวันถัดไปจะเปิดตามปกติ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
กระทั่งเวลา 17.00 น. สำนักพระราชวัง ได้ปิดให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัย โดยในวันนี้มีประชาชนเข้าถวายสักการะถวายความอาลัย รวมจำนวนทั้งสิ้น 26,709 ราย สำหรับยอดเงินที่ประชาชนถวายเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวนทั้งสิ้น 468,360 บาท
นายยินดี ปั้นแววงาม ผู้แทนสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร กว่า 10 แห่ง ๆ ละ 15-40 คน อาทิ โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนสตรีวิทยา 3 พุทธมณฑล โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนผดุงศิลย์พิทยา โรงเรียนวัดราชาธิวาส เป็นต้น เดินทางร่วมกิจกรรมกิจตรอาสา ในการช่วยเก็บขยะ แจกอาหาร และเข็นรถนั่งให้บริการผู้สูงอายุ เข้ามาสักการะถวายความอาลัย ที่ศาลาสหทัยฯ
โดยนายยินดี กล่าวว่า กิจกรรมนี้ได้เริ่มเป็นวันแรก และจะพานักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดหมุนเวียนกันมาร่วมจิตอาสาทุกวัน จนงานพระราชพิธีเสร็จสิ้น เริ่มตั้งแต่ 09.00-16.00 น.
“กิจกรรมนี้เป็นการสร้างจิตสำนึกของนักเรียนให้เข้มข้นขึ้น ในการเป็นพลเมืองดี มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อวงการศึกษา ที่สำคัญพระองค์ทรงเป็นองค์พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ลูกเสือจะยึดมั่นคำสอนของพระองค์ทั้งเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน 36 คำสอนของพ่อสู่แผนที่ชีวิต ซึ่งในข้อ 30 ที่ว่า ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อไปก็ผิดหมด ดังนั่น การให้นักเรียนได้สมัครเป็นจิตอาสาถือว่ามาถูกทาง” นายยินดี กล่าว
ด้าน น.ส.วรวรรณ ชูช้อย นักเรียนชั้น ม.5/5 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย กล่าวว่า ช่วงนี้ปิดเทอมจึงได้สมัครมาร่วมเป็นจิตอาสากับเพื่อน รวม 20 คน โดยเข็นรถเข็นให้ผู้สูงอายุ เนื่องจากเดินไม่ค่อยไหวเพราะแดดร้อนมาก และช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และช่วยแจกอาหารให้ประชาชนที่มารอเข้าสักการะถวายความอาลัย ซึ่งพวกเราอยากมาทำความดีเพื่อถวายในหลวงที่ทรงงานหนักจนมีโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ช่วยเหลือประชาชน ถึงแม้วันนี้แดดจะร้อนแต่พวกเราก็จะสู้เพื่อถวายในหลวง นอกจากนี้ยังนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันในเรื่องการประหยัดและอดออมด้วย
นอกจากนี้ นายวิทิต ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จัดกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้นำคณะผู้บริหารกลุ่มอินทัชเข้าสักการะถวายความอาลัยด้วย
ด้านนายลี ฟอร์ด ชาวอเมริกัน วัย 65 ปี เดินทางมาจากมลรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมภรรยาชาวไทย กล่าวถึงความรู้สึกว่า มาประเทศไทยหลายครั้ง สิ่งที่เห็นบ่อยและรู้สึกประทับใจมาก คือโครงการพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ ส่วนตัวมองว่า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีแต่ให้ ไม่ใช่ให้แค่ประชาชนคนไทย แต่รวมถึงคน ทุกชาติ ทุกศาสนา ที่อาศัยในประเทศนี้ ถือได้ว่าท่านเป็นบุคคลที่ประเสริฐ เป็นบุคคลที่มวลมนุษยชาติในโลกนี้ต้องการมาก วันนี้ได้มาร่วมในเหตุการณ์ที่สำคัญของประเทศไทย ที่ศาลาสหทัยสมาคม พร้อมกับคนไทยอีกจำนวนมาก รู้สึกยกย่องคนไทย ที่รวมจิตใจแสดงออกถึงความโศกเศร้าอาลัยอย่างพร้อมเพรียง  ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันยากที่จะหาใดเหมือนนี้ จะจดจำไว้และบอกเล่าให้คนต่างชาติ ที่รู้จักได้รับทราบกันต่อๆ ไป
นางพรทิพย์ ตั้งประดิษฐ์ อายุ 62 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดกระแจะ ต.ท่างาม อ.เมืองปราจีน เดินทางมาพร้อมสามี คือ พ.ท.มนัส ตั้งประดิษฐ์ อายุ 64 ปี อดีตทหารักษาพระองค์ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ กับลูกชายและหลาน เดินทางมารอสักการะถวายความอาลัย ว่าในวันที่ 13 ต.ค. พอทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จสวรรคตก็รู้สึกเสียใจมากไม่มีคำไหนมาอธิบายได้ วันที่ 14 ต.ค. จึงเดินทางจาก จ.ปราจีนบุรี มาที่แยกถนนอรุณอมรินทร์เพื่อรอถวายความอาลัยขณะขบวนเคลื่อนพระบรมศพออกจาก รพ.ศิริราช ผ่านไปในพระบรมมหาราชวัง เห็นก็ร้องไห้เพราะรู้สึกเรารักพระองค์รักแบบตายแทนได้ ก็ขอให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย อยากให้พระองค์ท่านได้พักผ่อนสบาย ไม่เช่นนั้นท่านก็เหนื่อย เพราะทรงงานตลอดไม่เคยหยุด เพราะท่านรักประชาชนของท่าน
นางพรทิพย์ กล่าวทั้งน้ำตาต่อว่า ที่ผ่านมาตนได้น้อมนำคำสอนและพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์มาเป็นแนวทางในการสอนลูกหลานในครอบครัว และถือว่าโชคดีที่เป็นข้าราชการครู จึงได้มีโอกาสนำคำสอนของพระองค์มาอบรมนักเรียนให้มีความจงรักภักดีต่อพระองค์ และให้ระลึกถึงคุณของแผ่นดิน รวมถึงเรื่องเศษรฐกิจพอเพียงเพื่อให้นักเรียนรู้จักอดออม
ด้าน พ.ท.มนัส ตั้งประดิษฐ์ กล่าวว่า ตนเป็นทหารรักษาพระองค์ได้เคยผลัดเปลี่ยเมื่อปี 2540 , 2543 และ 2545 ในฐานะทหารรักษาพระองค์เคยมาเดินสวนสนามหน้าพระพักต์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเคยถวายงานขณะที่พระองค์เสด็จฯ จ.ปราจีนบุรี รู้สึกปลาบปลื้มและภูมิใจมาก รวมถึงได้เคยถวายงานเป็นทหารยามยืนเฝ้าพระศพสมเด็ญพระศรีนครินทราบรมราชชนนี บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกภูมิใจมากที่สุดในชีวิตทหารรักษาพระองค์
ขณะที่นางวนิดา เดชรักษา อายุ 53 ปี อาชีพเสริมสวย ชาว ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ กล่าวภายหลังลงนามถวายความอาลัย ว่าหลังรู้ข่าวว่าในหลวงเสด็จสวรรคตแล้วเหมือนขาดที่พึ่ง ท่านเหมือนพระโพธิสัตว์ คอยช่วยเหลือคนทุกข์ยาก สมัยตนยังเด็กจำไม่ได้ว่า พ.ศ. อะไร แม่พาไปรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเคย เสด็จฯไปแก้ปัญหาน้ำแล้ง ขุดลอกคลอง ทำฝายชลอน้ำ ที่ อ.อ่าวลึกใต้ จ.กระบี่ หลังจากนั้นที่นั่่นน้ำก็ไม่เคยแห้งอีกเลย และช่วยสร้างถนนทำให้เดินทางสะดวกขึ้น ก็ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย พวกเราในฐานะพสกนิกรของพระองค์ก็จะขอเดินตามรอยที่พ่อสอนไว้ โดยเฉพาะเรื่องความมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นที่เราสามารถช่วยได้ และนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงโดยใช้จ่ายอย่างประหยัด รู้จักพอ รู้จักเก็บออม คือได้ 7 เก็บ 2 ใช้ 5
นางวนิดา กล่าวต่อว่า ตนมีบุญที่ได้พาพ่อแม่และลูก มาสักการะถวายความอาลัยวันนี้ เพราะบนขอให้ถูกหวย จะได้เดินทางมา โชคดีถูก 98 จึงได้พาครอบครัวนั่งรถไฟมาวันนี้ หลังวันที่ 28 ต.ค.ก็จะหาโอกาสเดินทางมาอีก อยากมาส่งเสด็จพระองค์ท่าน
นายเชอริงค์ เปนโจ นักธุรกิจชาวภูฎาน สวมชุดประจำชาติภูฎาน เดินทางมาร่วมลงนามถวายอาลัยพระบรมศพ กล่าวว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เสด็จฯ เยือนประเทศไทย ในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อ 10 ปีก่อน ทำให้ชาวภูฎานได้รู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 ของไทย รู้ว่าทรงมีพระเมตตา มีพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทำเพื่อประชาชนของพระองค์ ตนเป็นนักธุรกิจเดินทางมาไทยบ่อยๆ แต่ที่มาครั้งนี้ มาเป็นกรณีพิเศษเพราะอยากร่วมถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งสิ่งที่เห็นตลอดหลายวันที่ผ่านมาคือความเศร้าโศกเสียใจของคนไทย ทุกคนมายืนต่อแถวเข้าถวายอาลัยพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ แม้อากาศจะร้อนก็อดทน นั่นแสดงให้เห็นว่าพระองค์ ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของคนไทยเป็นอย่างมาก
นางนิโคล เทริโอ นักร้องลูกครึ่งไทยอเมริกัน กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นพ่อหลวงมาตั้งแต่จำความได้ ท่านทรงเป็นเสาหลักของพสกนิกรคนไทยมาตลอด ในวันที่พระองค์จากไป จึงเสียใจที่สุดในชีวิต ไม่ต่างกับคนไทยทุกคนในประเทศ เหมือนเมื่อไม่มีท่านแล้วคนไทยไม่มีจุดหมาย วันนี้ตั้งใจอย่างมากที่จะมาร่วมถวายความอาลัยองค์พ่อหลวง มาถึงตอนแรกก็เห็นคนที่มาร่วมจำนวนมากคิดว่าต้องใช้เวลารอนาน แต่พอต่อแถวแล้วใช้เวลารอไม่มากวันนี้ ถือว่าบรรลุความตั้งใจที่วางไว้ แต่วันหน้าเมื่อเปิดให้ประชาชนสามารถขึ้นไปสักการะพระบรมศพ จะกลับมาที่พระบรมมหาราชวัง เพื่อส่ง เสด็จฯพระองค์อีกครั้ง
ทั้งนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) บริจาครถเข็นนั่ง 100 คัน เพื่อให้ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก นั่งเข้ามาลงนามถวายความอาลัย

 

‘พุทธมณฑล’เปิดที่พัก-อาหารฟรี รองรับปชช.ถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241079

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.02 น.

20 ต.ค.59 ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายประดับ โพธิกาญจนวัตร รองโฆษก พศ.กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า จากการที่ พศ.ได้จัดตั้งศูนย์บริการประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น พศ.ได้เปิดศูนย์บริการเป็นจุดบริการที่ 17 ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้พร้อมเปิดให้บริการฟรีในทุกด้านแล้ว อาทิ สถานที่จอดรถ ในพุทธมณฑลรองรับได้ 1,000 คัน และบริเวณโดยรอบถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนอุทยาน จอดได้ประมาณ 4,000 คัน รวมถึงสถานที่พักผ่อนสามรถรองรับได้ 800 ที่ แบ่งเป็นชาย 400 ที่ หญิง 400 ที่ และมีรถขนส่งมวลชนรับส่งจากพุทธมณฑล ไปกองสลากกินแบ่งเก่า ถนนราชดำเนินนอก ในทุก 30 นาที พร้อมยังมีอาหารและน้ำคอยให้บริการ โดยศูนย์แห่งนี้ยังไม่มีระยะเวลากำหนดปิดให้บริการ

นายประดับ กล่าวต่อว่า มส.ได้รับทราบเรื่องที่วัดในต่างประเทศจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ในทวีปยุโรป 23 วัด สหรัฐอเมริกา 17 วัด และทวีปเอเชีย 9 วัด นอกจากนี้ มส.ยังรับทราบโครงการที่ พศ.ร่วมกับวัดทั่วประเทศดำเนินโครงการสวนสมุนไพรแพทย์แผนไทยในวัด ซึ่งมีวัดที่ร่วมโครงการทั้งหมด 327 วัด ทั้งนี้ พศ.ยังได้ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ร่วมมือกันทำฐานข้อมูลแถลงการณ์ของคณะสงฆ์ รวมถึงประกาศและมติต่างๆ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการบริหารกิจการคณะสงฆ์ เพื่อทำการอนุรักษ์และจัดทำข้อมูลเตรียมเผยแพร่ เป็นภาษาอังกฤษ โดยเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุ 100 กว่าปี

ด้าน นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ มส.และรองโฆษก พศ.กล่าวว่า พศ.ยังได้ร่วมกับวัดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดเป็นศูนย์กลางบริการสถานที่จอดรถและบริการถโดยสารมวลชน สำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ โดยประชาชนที่เดินทางมาจากภาคตะวันออก สามารถใช้บริการสถานที่จอดรถได้ที่วัดศรีเอี่ยม วัดวชิรธรรมสาธิต วัดธาตุทอง ส่วนภาคตะวันตก ภาคใต้ ภาคกลาง อาทิ วัดไร่ขิง วัดดอนหวาย วัดลาดพร้าว วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดนครชื่นชุ่ม วัดท่าพูด เป็นต้น สำหรับภาคเหนือ และภาคอีสาน อาทิ วัดพระศรีมหาธาตุ วัดดอนเมือง วัดเทวสุนทร วัดเสมียนนารี เป็นต้น

ทั้งนี้ สามารถโทรสอบถามผู้ประสานงานกับวัดได้ที่ นายฉัตรชัย ชูเชื้อ โทร 089-204-9065 นายบรรหาร เมตไตรพันธ์ุ โทร 087-902-3081 นายศักดิ์ดนัย วรเดช โทร 081-939-5435 นายเฉลา แท่งทอง โทร 090-441-7635 เป็นต้น และสอบถามผู้ประสานงานพุทธมณฑลได้ที่ นายชาตรี เอี่ยมอ่อน โทร 097-124-2558 และนายมงคล หุ่นกลอย โทร 092-253-3253

มส.จัดพิธีบวชหมู่ทั่วประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241078

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.00 น.

20 ต.ค.59 นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เห็นชอบให้เจ้าคณะกรุงเทพฯ และเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศ ประสานยังผู้ว่าราชการจังหวัด จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลทั่วประเทศ โดยกำหนดให้จัดในโอกาสครบรอบ 50 วันสวรรคต และ 100 วันสวรรคต บรรพชาอุปสมบทคราวละไม่ต่ำกว่า 9 วัน และครั้งละไม่ต่ำกว่า 89 รูป

‘บิ๊กป้อม-บิ๊กโด่ง’เผย ยังไม่มีหารือ ถวายนาม’มหาราช’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241068

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.17 น.

20 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 17.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการหารือถึงการเสนอคำว่าถวายมหาราชแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ว่าที่ประชุมมีการหารือถึงการทูลเกล้าฯ “มหาราช” ต่อท้ายพระนามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชหรือไม่ ว่าไม่มีการหารือในที่ประชุม ศตส.

เนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่หารือถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่จะเดินทางมาแสดงความอาลัยพระบรมศพ

เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวหากจะขอทูลเกล้าฯ ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า นายกฯได้ทำความเข้าใจกับประชาชนไปแล้วว่า คงเป็นไปในอีกระยะหนึ่งที่จะต้องพูดคุยกันเรื่องดังกล่าวตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดกัน

‘กลุ่มธนชาต’ถวายอาลัย’ในหลวง’ พร้อมร่วมแปรขบวนรูปริบบิ้น!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241018

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.01 น.

20 ต.ค.59 ที่ลานหน้าอาคารสวนมะลิ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กลุ่มธนชาต นำโดย นายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการและคณะผู้บริหารของบริษัทในกลุ่มธนชาต ประกอบด้วย บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ราชธานี ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนชาตกรุ๊ป ลิสซิ่ง จำกัด บริษัท ธนชาต โบรกเกอร์ จำกัด บริษัทบริหารสินทรัพย์ ที เอส จำกัด บริษัท ธนชาต แมเนจเม้นท์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด บริษัท ธนชาต เทรนนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และบริษัท รักษาความปลอดภัย สคิบ เซอร์วิส จำกัด ร่วมกันทำพิธีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยและความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน

พิธีเริ่มด้วย นายบันเทิง ตันติวิท เป็นผู้นำกล่าวคำไว้อาลัย จากนั้นทุกคนร่วมกันยืนแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ เป็นเวลา 99 วินาที (1 นาที 39 วินาที) และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ปิดท้ายด้วยการร่วมกันแปรขบวนเป็นรูปริบบิ้นสีดำขนาดใหญ่ โดยพนักงานกว่า 500 คน เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเหนื่อยยากพระวรกายประกอบพระกรณียกิจใหญ่น้อยนานัปการเพื่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ จนทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองจนถึงทุกวันนี้

ภาคต่อ!คุณยายแจกยาหม่องสนามหลวง มาด้วยใจแม้ใส่เหล็กดามขา (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241017

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.00 น.

20 ต.ค. 59 จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Chaweewan Khewcharad” ได้โพสต์คลิปวิดิโอที่เผยให้เห็นคุณยายท่านหนึ่ง กำลังยืนแจกยาดม ยาหม่อง และแอมโมเนีย ให้แก่ประชาชนที่เดินทางไปร่วมพิธีถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระบรมมหาราชวัง วานนี้ (19 ต.ค.) สร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Baifern Kankamol” ได้โพสต์คลิปวิดิโอขณะเจอคุณยายคนดังกล่าวที่ร้านขายยาแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังซื้อยาหม่องเพื่อเตรียมไปแจงประชาชนเหมือนเดิม โดยระบุว่า “คุณยายที่แจกแอมโมเนียและยาหม่องเมื่อวาน วันนี้มีโอกาสได้เจอคุณยายที่คลังยา บางประกอก  เลยเข้าไปหาคุณยาย คุณยายน่ารักมาก มาซื้อยาหม่องไปแจกอีก แต่วันนี้คุณยายบอกว่า แอมโมเนียหมดเสียดายมาก เลยซื้อยาหม่องไป 25 กล่อง วันนี้คุณยายจะไปแจกที่สนามหลวง เราจึงช่วยหิ้วข้ามสะพานลอยมาส่งที่ป้ายรถเมลล์

คุณยายขาไม่ดี ใส่เหล็กดามขาไว้ข้างหนึ่ง เดินขากะเพก ถุงยาหม่องที่ถือไปก็หนักอยู่สำหรับคนมีอายุ คุณยายบอกไม่หนักเลย ใครเจอคุณยายช่วยกันรับยาหม่องคุณยายทีน้า คุณยายจะได้ชื่นใจ วันนี้คุณยายรีบไปแจกเลยเพราะเมื่อวานดีใจแจกหมดเร็ว”

ข่าวที่เกี่ยวข้องตื้นตันใจ!คุณยายลุยเดี่ยวหิ้วถุงยาดม แจกปชช.ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ (ชมคลิป)

ขอบคุณ : Baifern Kankamol

กกต.แจกลองกองใต้ให้ปชช.ร่วมถวายอาลัย’ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241006

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.19 น.

20 ต.ค.59 ที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง ร่วมกับสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้แจกผลไม้ (ลองกอง) ซึ่งเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรชาวภาคใต้ และในถุงยังมีกระทงสำหรับใส่เปลือกผลไม้ ซึ่งมารดาของนายสมชัย มีอายุ 99 ปี เป็นผู้พับเพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณท้องสนามหลวง เต็นท์ที่ 32  เยื้องประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยจะแจกจ่ายลองกองให้กับประชาชนที่มาร่วมถวายอาลัย เป็นเวลา 30 วัน ทั้งนี้ ถือว่าเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จากนั้น นายสมชัย ให้สัมภาษณ์ว่า กิจกรรมวันนี้เป็นดำริของ กกต.ร่วมกับสำนักงาน กกต.และสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง หรือหลักสูตร พตส.ทั้ง 7 รุ่น ซึ่งทุกคนเห็นว่าช่วงนี้เป็นโอกาสสำคัญที่สุดในการแสดงความจงรักภักดีด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ร่วมบริการให้กับพี่น้องประชาชนที่ท้องสนามหลวง ซึ่งขณะนี้ได้มีหน่วยงานหลายภาคส่วนได้แจกน้ำดื่มและอาหารไปแล้ว ทาง กกต.จึงไปรับลองกองจากภาคใต้มาแจก เพราะนอกจากประชาชนจะได้ทานผลไม้ที่อร่อยแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรภาคใต้ด้วย ถือว่าได้ผลประโยชน์สองต่อ สำหรับเจ้าหน้าที่ กกต.ที่สนใจร่วมงาน ก็สามารถขออนุญาตผู้บังคับบัญชามาเป็น กกต.จิตอาสาได้ โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา ทั้งนี้ เราจะดำเนินการแจกสิ่งของอย่างต่อเนื่อง 30 วัน โดยใช้เงินที่ได้รับบริจาคจาก พตส.หรือถ้าประชาชนท่านใดสนใจร่วมบริจาคของช่วยเหลือ ก็สามารถมาร่วมกันแจกจ่ายได้ที่เต็นท์หมายเลข 32 ของ กกต.ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีบทบาทต่อการพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งอย่างไรบ้าง นายสมชัย กล่าวว่า ถ้าสังเกตประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จะพบว่าโดยหลักของรัฐธรรมนูญแล้ว พระองค์ท่านทรงอยู่เหนือการเมือง แต่ทุกครั้งที่มีวิกฤติการณ์ทางการเมืองของประเทศชาติ เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ พฤษภาทมิฬ 2535 พระองค์ท่านก็ทำให้บ้านเมืองสงบ ซึ่งท่านติดตามสถานการณ์ต่างๆ และลงมาในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด เพื่อทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ตนถือว่าสิ่งที่พระองค์ท่านได้ดำเนินการ เป็นการช่วยให้ประเทศไทยคงความสามัคคี และสามารถทำให้ประเทศไทยดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแกร่งเช่นปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันได้มีประชาชนทยอยเข้ามาถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมาหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดทั้งวัน ซึ่งหางแถวได้ยาวถึงบริเวณท้องสนามหลวง โดยบรรยาการโดยรอบมีจิตอาสาจำนวนมากมาคอยให้บริการประชาชน และมีการแจกจ่ายอาหารทั่วรอบสนามหลวง

 

เปิดคลิป!’ในหลวง’ทรงตอบ นักข่าวฝรั่ง ถามสร้างเขื่อนแล้วจะชนะคอมมิวนิสต์?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241005

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.17 น.

20 ต.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปชื่อ “คลิปที่หาดูยาก พระสุรเสียงของในหลวง” ความยาว 1.37 นาที เป็นเหตุการณ์ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ได้พระราชทานสัมภาษณ์กับนักข่าวต่างประเทศ ที่กราบทูลถามเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์และการสร้างเขื่อน โดยมีคำบรรยายประกอบใต้คลิประบุว่า

“เป็นคลิปที่หาดูยาก นับเป็นบุญที่ได้ยินพระสุรเสียงที่บ่งบอกถึง น้ำพระราชหฤทัยอันกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่ามหานทีของพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่พสกนิกรปวงชนชาวไทยทุกฝ่าย
นักข่าวต่างชาติ กราบทูลถามว่า

“พระองค์ท่าน ทรงคิดว่าพวกคอมมิวนิสต์จะคิดอย่างไรเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนที่พระองค์ท่าน ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนี้ ในแง่ว่า ถ้าไม่มีคอมมิวนิสต์ ทางรัฐบาลและพระองค์ท่านก็คงไม่มาทำโครงการนี้?”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า “ท่านนี่ก็ชอบถามแบบนี้ แต่เรื่องนี้ มันเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว บางคนก็อาจจะพูดว่าพวกเขาคือ สาเหตุที่ทำให้เราต้องมาสร้างเขื่อน ถ้าไม่มีพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่เป็นคอมมิวนิสต์ เราก็คงไม่มา บางคนก็อาจจะพูดว่า โครงการสร้างเขื่อนนี้คือ โครงการปีศาจ ก็แล้วแต่ใครจะพูด ความจริงแล้ว ถ้าไม่มีพวกเขา (คอมมิวนิสต์) ประเทศเราก็จะไม่มีปัญหา และเขื่อนนี้ก็อาจจะทำการก่อสร้างเสร็จไปตั้งนานแล้ว แต่ในเมื่อมีพวกเขา อยู่ที่นั่น เราก็ต้องยอมลำบากมาเยี่ยมเยือน เพราะคนที่ทำงานสร้างเขื่อนนี้ต้องการการสนับสนุนต้องการขวัญกำลังใจ”

นักข่าวต่างชาติ กราบทูลถามต่อว่า “สร้างเขื่อนแล้ว พระองค์ท่านคิดว่าจะชนะในการต่อสู้ใช่ไหม?”

นักข่าวต่างชาติ กราบทูลทรงมีรับสั่งถามกลับว่า “ชนะใคร? ต่อสู้กับใคร?”

นักข่าวต่างชาติ กราบทูลตอบว่า “ก็พวกที่กระด้างกระเดื่องและฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์น่ะ”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระดำรัสตอบนักข่าวต่างชาติด้วยพระปรีชาสามารถ และด้วยพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าและด้วยความมั่นในพระราชหฤทัยว่า “เราชนะความอดอยากหิวโหยน่ะสิ เราไม่ได้ต่อสู้กับประชาชน เราต่อสู้กับความอดอยากหิวโหยของประชาชน เราปรารถนาให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าประชาชนเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น พวกประชาชนอีกฝ่ายที่ท่านเรียกว่า ‘พวกที่กระด้างกระเดื่อง พวกคอมมิวนิสต์’ ก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน ทุกๆ คนไม่ว่าฝ่ายใดต่างก็จะมีความสุขทั้งหมด”