ม.รามคำแหงถวายความอาลัย’พ่อหลวง’ ‘อ.ธนิสร์’ร่วมบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์รำลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240549

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.37 น.

17 ต.ค.59 ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง นำคณะผู้บริหาร บุคลากร ศิษย์เก่า และนักศึกษา ร่วมพิธีถวายราชสักการะและลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีถวายความอาลัยเป็นจำนวนมาก

โดย ผศ.วุฒิศักดิ์ อธิการบดี ม.ร. ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสดุดีพระเกียรติคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โอกาสนี้ ผศ.วุฒิศักดิ์ อธิการบดี ม.ร. กล่าวในนามผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ศิษย์เก่า นักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ และสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสดุดีพระเกียรติคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใจความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ในพระราชพิธีบรมราชภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ตลอดเวลาได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อความผาสุกของอาณาประชาราษฎร์ รวมเวลาที่ทรงดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติได้ 70 ปี

ในรัชสมัยแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมชาวรามคำแหงมาตลอด 45 ปี เริ่มจากพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามพ่อขุนรามคำแหงมหาราชมาเป็นชื่อของมหาวิทยาลัย ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อพุทธศักราช 2514 และเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2514

เมื่อมหาวิทยาลัยรามคำแหงนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่าได้ผลิตบัณฑิตรุ่นแรกสำเร็จแล้ว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ พลับพลาพิธีหน้าสำนักหอสมุดกลาง เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2518 และทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชในโอกาสนั้นด้วย มหาวิทยาลัยจึงได้ถือเอาวันมหามงคลนี้เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย นับแต่นั้นมา

แม้ต่อมาจะมิได้เสด็จฯมาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทุกๆปีจนถึงปัจจุบัน รวมบัณฑิตที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรไปแล้ว จำนวน 41 รุ่น

ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯชาวรามคำแหงมายาวนาน จนกระทั่ง สำนักพระราชวังได้ประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ยังความโศกเศร้าโทมนัสยิ่งของชาวรามคำแหงทั้งมวล

บัดนี้ หัวใจคนไทยทั้งชาติวิปโยค หัวใจชาวรามคำแหงก็ยังความวิปโยคมิผิดกัน แต่พระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ที่มีต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น ยังคงสถิตอยู่ในใจของชาวรามคำแหงทั้งมวลตราบนิจนิรันดร์

จากนั้น อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินชั้นครูด้านดนตรีไทย ร่วมบรรเลงเพลงถวายความร่วมบรรเลงเพลงถวายความอาลัยในบทเพลง “แสงเทียน” และ “ความฝันอันสูงสุด” ต่อด้วย อธิการบดี ม.ร. นำบุคลากรและผู้เข้าร่วมงาน ลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดให้บุคลากร นักศึกษา และประชาชนได้ถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.ณ บริเวณห้องโถง ชั้น1 อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยได้เตรียมพานไว้สำหรับผู้นำพวงมาลัย พวงดอกไม้มาถวายด้วย

อาชีวะเชียงรายรวมพลังทำขนม-ริบบิ้น แจกปชช.ณ ศาลากลางถวาย’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240538

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.07 น.

17 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย คณะครูและนักศึกษาจำนวนกว่า 350 คน ได้ช่วยกันนำผ้าสีดำมาตัดทำเป็นริบบิ้นเพื่อนำออกไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ตลอดพระชนชีพของพระองค์ท่าน โดยตั้งเป้าจัดทั้งหมดประมาณ 5,000 ชิ้น เพื่อให้ประชาชนนำไปติดกับเสื้อเพื่อร่วมไว้อาลัยภายหลังจากพบว่าเสื้อผ้าสีดำนั้นขาดตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ยังได้ร่วมกันจัดทำเบเกอรี่ ขนมต่างๆ จำนวน 8,000 ชิ้น พร้อมน้ำดื่มบรรจุเพื่อไปแจกจ่ายให้กับประชาชนและข้าราชการที่จะเดินทางมาร่วมพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในช่วงค่ำคืนของวันนี้ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ด้วย

 

กกต.มีมติให้สนง.กกต.ทั่วปท. จัดสถานที่ลงนามแสดงความไว้อาลัย1ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240536

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.03 น.

17 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 15.20 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง แถลงว่าที่ประชุมกกต. มีมติให้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด และศูนย์การเรียนรู้การเมืองระบอบประชาธิปไตยที่ 1-5   ทั่วประเทศ จัดสถานที่ลงนามแสดงความไว้อาลัยถวายพระบรมศพ เพื่อให้พนักงานของสำนักงานกกต.ทุกจังหวัด ตลอดทั้งประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมลงนามแสดงความอาลัย ตั้งแต่วันที่17 ต.ค.2559-13 ต.ค. 2560  โดยประชาชนสามารถร่วมลงนามแสดงความอาลัยได้ตลอดทั้งปี และออกหนังสือเวียนให้เจ้าหน้าที่ พนักงานกกต. แต่งกายไว้ทุกข์   โดยเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน กรณีมีปัญหาเรื่องเครื่องแต่งกาย  จึงกำหนดให้พนักงาน ลูกจ้างของสำนักงาน กกต. แต่งกายสุภาพ โดยใช้เสื้อผ้าสีดำ สีขาว หรือสีเทา ที่ไม่มีลวดลาย รวมทั้งเนคไทสีดำ สวมใส่สูทสีดำ หรือสูทของสำนักงานกกต. ติดปลอกแขน หรือโบว์ดำ หรือสวมชุดเครื่องแบบสีกากีได้ตามปกติ ส่วนในวันหยุดราชการขอความร่วมมือให้แต่งกายสุภาพ ด้วยเสื้อผ้าสีดำ สีขาว หรือสีเทา ไม่มีลวดลาย
 นอกจากนี้สำหรับพนักงาน เจ้าหน้าที่ของกกต.ที่ประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์กับหน่วยงานอื่นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสมโดยไม่ให้ถือเป็นวันลา  แต่ให้สลับสับเปลี่ยนกันโดยไม่ให้กระทบกับการปฏิบัติราชการ  และสำนักงานกกต.จะร่วมกับ สมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อแจกจ่ายสิ่งของให้กับประชาชนที่เดินทางไปร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งในเบื้องต้นกำลังดำเนินการประสานงานกับสำนักพระราชวังและกองบัญชาการตำรวจนครบาล  และกรุงเทพมหานคร ขอใช้พื้นที่เพื่อตั้งจุดให้บริการทุกวันเป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่เวลา08.00-16.00 น.  คาดว่าจะมีการดำเนินการได้ภายใน 2-3 วันนี้  พร้อมกันนี้ทางสำนักงานจะมีการจัดให้ผู้บริหารและพนักงานของ สำนักงาน กกต. จำนวน 5 คน เข้าร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตลอด 100 วัน ของการบำเพ็ญพระราชกุศลโดยเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ( 18 ต.ค.)

 

ดูอีกครั้งน้ำตาก็ไหล’ผ่านภพ’ร้องเพลง ใช้หัวพ่นไฟเชื่อมแก๊สวาดรูป’ในหลวง’ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240533

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.49 น.

17 ต.ค. 59 นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ยังครองใจประชาชนชาวไทยมาจวบจนทุกวันนี้ สำหรับ นายผ่านภพ เฉลิมบัวทิพย์  ผู้เข้าแข่งขันรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 2 ซึ่งออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2555 หลังจากสร้างความปลาบปลื้มใจแก่กรรมการและผู้ชม โดยการใช้หัวพ่นไฟเชื่อมแก๊ส วาดพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พร้อมกับร้องเพลงล้นเกล้าเผ่าไทย ซึ่งการแสดงดังกล่าวทำให้หลายคนที่ได้รับชมต่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ และส่งผลให้เขาผ่านเข้ารอบต่อไป
โดยนายผ่านภพ กล่าวว่า เมื่อตอนที่ตนอายุ 20 ปี ได้เขียนจดหมายขอความช่วยเหลือถึงพระองค์ท่าน เนื่องจากมีฐานนะยากจน เช้าบ้านอยู่ในสลัม ซึ่งในเวลาต่อมาก็ได้รับพระเมตตาในการช่วยเหลือ จนเวลาผ่านไปไม่มีโอกาสได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ จึงใช้เวทีนี้มาวาดพระบรมฉายาลักษณ์ ตอบแทนพระองค์และจะนำไปถวายที่โรงพยาบาลศิริราช

ที่มา!!!’พระโกศทองใหญ่’ ประกอบพระราชอิสริยยศพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240531

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.44 น.

17 ต.ค.59 นายอวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลล้มละลายกลาง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Awiruth Chanchai” ถึงพระโกศทองใหญ่ ประกอบพระราชอิสริยยศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร

นายอวิรุทธ์ โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค ดังนี้

พระโกศทองใหญ่ประกอบพระราชอิสริยยศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ตั้งประดับเป็นพระเกียรติยศเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดลภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องสูงสำหรับพระบรมศพ เบื้องหน้าตั้งเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์รวมทั้งเครื่องราชูปโภคพระมหากษัตริย์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พระโกศทองใหญ่องค์ที่ใช้ประกอบพระราชอิสริยยศครั้งนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยรัชกาชที่ 9 นี้เอง ซึ่งใช้ประกอบพระเกียรติยศในงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เป็นคราวแรก ส่วนพระองค์พระบรมศพนั้นไม่ได้ประทับในพระโกศทองใหญ่นี้ โดยได้ประทับในพระอิริยาบถบรรทมในหีบพระบรมศพที่ตั้งเหนือพระแท่นแว่นฟ้ากั้นด้วยพระฉากอยู่ด้านหลังพระแท่นสุวรรณเบญจดลนี้

 

ความรู้!!!เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240528

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.34 น.

17 ต.ค.59 นายอวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลล้มละลายกลาง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Awiruth Chanchai” ถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อวิรุทธ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กไว้ดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ทอดอยู่บนโต๊ะหมู่ปิดทองทางด้านขวา เบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ลำดับจาก ซ้ายไปขวา
แถวบนสุด
๑. เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์
๒. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์
๓. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์

แถวกลาง
๑. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นเสนางคะบดี
๒. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
๓. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

แถวล่างสุด
๑. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ
๒. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นปฐมดิเรกคุณาภรณ์
๓. เหรียญราชอิสริยาภรณ์
ขอบคุณภาพจาก ไทยพีบีเอส
ที่มา เครื่องราชอิสริยภรณ์ไทย

 

‘วิษณุ’ระบุ5ธ.ค.เป็นวันชาติตามมติครม. แจงอาจประกาศออกทุกข์เป็นครั้งคราว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240526

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.29 น.

17 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อย่าเพิ่งไปพูดถึง แต่การจัดวันชาติของสถานทูตไทยในต่างประเทศสามารถทำได้ แต่ต้องจัดให้เล็กลง เนื่องจากเป็นภาวะทุกข์โศก
ทั้งนี้ ระยะเวลาการไว้ทุกข์ 1 ปี จะมีบางวัน หรือบางโอกาส ที่ประกาศให้ออกทุกข์ ตามสมควร และประเพณีนิยม ซึ่งจะมีการดูเป็นครั้งคราวไป โดยขณะนี้กำลังรอดูประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องไว้ทุกข์ยาวเท่ากับที่ราชการประกาศ เพราะการประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนักมีความสำคัญ พระบรมวงศานุวงศ์ และในเขตพระราชสำนักจะต้องไว้ทุกข์ทั้งหมด ถ้าไม่มีประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก ใครก็ตามจะแต่งดำ เข้าไปในเขตพระราชสำนักไม่ได้ แต่โอกาสนี้เป็นเรื่องของความโศกเศร้าของคนทั้งประเทศ ในพระราชสำนักจึงเข้าใจ แต่อีกหน่อยจะมีประกาศออกมา และหากมีพิธีสำคัญจะมีประกาศในพระราชสำนักให้งดการไว้ทุกข์เฉพาะวัน

ชาวสุรินทร์แห่ขอรับริบบิ้นสีดำ เพื่อร่วมถวายความอาลัย’พ่อหลวง’ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240523

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.22 น.

ประชาชนสุรินทร์ แห่ขอรับริบบิ้นสีดำฟรีที่ข้างตลาดสดอำเภอบัวเชดคึกคักตลอดทั้งวัน เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

17 ต.ค. 59 ที่ข้างตลาดสดอำเภอบัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์  เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน กศน.อำเภอบัวเชด ได้ตั้งโต๊ะให้บริการประชาชนเข้ามาลงชื่อ เพื่อขอรับริบบิ้นสีดำฟรี ทั้งนี้เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่รัฐบาลโดย กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้ กศน.ทั่วประเทศ เปิดรับย้อมผ้าดำและทำริบบิ้นฟรีให้แก่ประชาชน เนื่องจากเสื้อสีดำขาดตลาด และมีราคาแพงขึ้น

โดยบรรยากาศตลอดทั้งวันพบว่า มีประชาชนให้ความสนใจทยอยเดินทางมาลงชื่อเพื่อขอรับริบบิ้นฟรีจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ กศน.อำเภอบัวเชด ต่างเร่งช่วยกันทำริบบิ้น เพื่อให้ทันกับความต้องการของประชาชน ส่วนการย้อมผ้าดำนั้นประชาชนชาว อ.บัวเชด สามารถนำผ้ามาย้อมได้ฟรีที่สำนักงาน กศน.อำเภอบัวเชด ซึ่งจะเปิดบริการตั้งแต่วันที่ 17-18 ต.ค.2559 นี้

ทั้งนี้ สำนักงาน กศน.อำเภอบัวเชด ฝากประชาสัมพันธ์เชิญชวน ชาวอำเภอบัวเชด ร่วมด้วยช่วยกัน จัดทำริบบิ้น เพื่อแจกจ่าย และ ย้อมผ้าดำ และทำริบบิ้นจ่ายแจก ร่วมกัน โดยในวันพรุ่งนี้ (18 ต.ค.59) แจกให้บริการประชาชนที่ กศน.ตำบลทุกแห่งในพื้นที่ และ บริเวณตลาดนัด (หน้าร้านจำปา) 509 อัน ย้อมผ้าดำ 509 ชิ้น ทั้งนี้ หากท่านใดมีจิตร่วมลงมือประดิษฐ์ หรือสมทบ วัสดุ สามารถติดต่อมาได้ที่ กศน.อำเภอและตำบลได้ทุกแห่ง

 

‘วิษณุ’แจงคำราชาศัพท์เรียกพระบรมศพ วอนอย่าตำหนิคนใช้ผิด-ไม่แต่งดำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240518

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.16 น.

17 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการใช้คำราชาศัพท์ที่เกี่ยวกับพระบรมศพว่า ตนเองชอบใจในกรณีที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรมว.วัฒนธรรม บอกว่าภาวะนี้เป็นภาวะที่ประชาชนทุกข์โศก และจงรักภักดี ใจคิดอย่างไรก็ให้พูดออกมา อยากใช้คำอะไรก็ใช้แต่ต้องระวัง อย่าให้เป็นการลดทอนพระบรมเดชานุภาพ แต่ถ้าทำได้ถูกตามระเบียบแบบแผนจะเป็นการดี เพราะถือว่าเป็นการสืบความรู้ต่อไป อาทิเช่น คำว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งคำนี้เป็นคำโบราณที่ผู้ใหญ่รุ่นเก่าใช้เรียก แปลว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เสด็จสวรรคตแล้ว ไม่ว่าจะทรงสถิตอยู่ในพระบรมโกศหรือไม่ โดยบางครั้งเรียกไปนานจนกระทั่งบางทีถวายพระเพลิงไปแล้วก็ยังเรียก เนื่องจากธรรมเนียมสมัยก่อนไม่นิยมออกชื่อคน ซึ่งคำว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ มีอยู่ในกฎหมาย เขียนอยู่ในกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ มาตรา 6 บัญญัติไว้ว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เสด็จสวรรคตก็เป็นเรื่องที่จะต้องดูว่า ทรงตั้งรัชทายาทไว้หรือไม่ แล้วจึงอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ สนองพระองค์ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยทันที ซึ่งยังใช้อยู่จนปัจจุบันนี้

นายวิษณุ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อสำนักพระราชวังได้ออกคำชี้แจงมาก็ถือว่าถูกต้องและเป็นการดี เพราะวันนี้สื่อโทรทัศน์ใช้คำว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศบ่อยเกินไป บางครั้งใช้โดยที่ไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นบางทีอาจจะเรียกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้ เพราะเรายังไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ส่วนคำแนะนำของสำนักพระราชวังที่ถูกต้องตามแบบแผนอาจจะทำให้คนที่อ่านเกิดความรู้สึกตะกุกตะกัก แต่ใครสะดวกที่จะใช้แบบไหนก็สามารถใช้ได้ไม่ผิด

นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับคำอื่น ๆ เวลาที่จะ “อาลัย” เราไม่เคยพูดคำว่า “ให้อาลัย” แต่จะบอกเพียงว่า “ไว้อาลัย” เพราะฉะนั้นความอาลัยไม่ได้มีไว้ให้ผู้ตาย แต่เป็นสิ่งที่จะต้องเก็บไว้ในใจของเรา เพราะฉะนั้นจึงใช้คำว่า “ถวายอาลัย” ไม่ได้ เพราะคำว่า “ถวาย” แปลว่า “ให้” จึงใช้แค่คำว่า “ไว้อาลัย” หรือ “แสดงความไว้อาลัย” ส่วนอีกคำที่มีการออกมาแนะนำจากสำนักพระราชวัง และสำนักนายกรัฐมนตรี คือเวลาไปกราบพระบรมศพ ถ้าไปงานศพอื่นก็ใช้คำว่า “ไหว้ศพ” แต่กรณีพระบรมศพควรใช้คำว่า “ถวายสักการะพระบรมศพ” หรือ “ถวายบังคมพระบรมศพ”

“วันนี้ขออย่ามาตำหนิว่าใครใช้คำศัพท์ผิด ใครอยากใช้อะไรก็ใช้ไป แล้วอย่ามาตำหนิเรื่องการแต่งดำหรือแต่งขาว บางคนหาผ้าไม่ทัน ก็ให้นำโบว์สีดำมาติด เรารู้ว่าใจเขาคิดอย่างไร เขาไม่ได้คิดต่างจากที่เราคิด ถ้าเราโศกเขาก็เศร้า ของอย่างนี้อย่ามาตำหนิกัน ส่วนเรื่องการวางดอกไม้จุดเทียนรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง มันเป็นธรรมเนียมแบบฝรั่ง ผมจะแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้หาสถานที่ทำแบบธรรมเนียมฝรั่ง หาที่จุดเทียนให้ห่างไกลจากสิ่งก่อสร้างและผู้คน รัฐบาลต้องขอขอบคุณประชาชนที่เข้าแถวตากแดดตากฝนเป็นเวลายาวนาน ซึ่งเมื่อคืนผมน้ำตาคลออีกหนหนึ่ง ที่มีการไปสัมภาษณ์ประชาชนที่บอกว่า “เรารู้ว่าถึงอย่างไรก็ไม่ได้เข้าไป เรารู้ว่าฝนก็จะตก หนูก็รู้ว่าเขายังไม่เปิดโอกาสให้เข้าไป แต่อยู่บ้านไม่ได้ ต้องมา เพราะว่าอยากอยู่ใกล้ที่สุดเท่าที่จะใกล้ได้ วันนี้เขาให้ใกล้แค่นี้ก็อยู่แค่นี้ วันหน้าให้ใกล้กว่านี้ก็จะขยับไปใกล้กว่านี้ มาแค่นี้ก็ชื่นใจ” ผมว่าเป็นคำสัมภาษณ์ที่ไพเราะเหลือเกิน” นายวิษณุกล่าว

‘วินทร์ เลียววาริณ’ตอบแทนคนไทย ถึงฝรั่งที่บอกพลาดมาเที่ยวไทยช่วงนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240493

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.02 น.

17 ต.ค. 59 “วินทร์ เลียววาริณ” นักเขียนชื่อดังได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “วินทร์ เลียววาริณ” ระบุว่า “หลายวันนี้นักท่องเที่ยวฝรั่งหลายคนเขียนตามโลกโชเชียลว่า การมาเที่ยวเมืองไทยในช่วงนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดใหญ่หลวง เพราะไม่มีเหล้าให้ดื่มถึงเช้า ไม่มี ฟูลมูน ปาร์ตี้ ฯลฯ แห้งแล้งสิ้นดี

เรามีนักท่องเที่ยวพรรค์นี้มากจนล้นประเทศ ปกติผมไม่ใช่คนหยาบคาย แต่วันนี้อยากบอกตรงๆ ผมจะขอบคุณมากหากพวกคุณเลือกไปกินเหล้าเคล้านารีที่อื่น เพราะนักท่องเที่ยวสายพันธุ์คุณไม่มีวัฒนธรรม ไม่มีหัวใจ ไม่รู้กาลเทศะ ไม่มีแม้กระทั่งสามัญสำนึก

เข้าใจนะว่าผิดแผนเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวก็ควรเข้าใจหัวอกเจ้าของบ้านด้วย ถ้าจะว่าไปแล้ว นี่เป็นโอกาสพิเศษที่หายากที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพที่ไม่เกิดขึ้นทุกวันบนแผ่นดินนี้ เมืองไทยยังมีสถานที่น่าเที่ยว แต่ละที่มีเงาของพระมหากษัตริย์ทาบทาอยู่ มาเมืองไทยทั้งที ไปเที่ยวชมสถานที่เหล่านั้น ก็จะได้ชื่อว่าได้เห็นแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง

ฝรั่งบางคนยังไม่เข้าใจอีกหลายเรื่อง เช่น เห็นว่าเป็นเรื่องประหลาดที่รัฐบาลออกคำสั่งให้ข้าราชการไว้ทุกข์นานถึงหนึ่งปี ฝรั่งกลุ่มนี้คงไม่รู้ว่า ต่อให้ไม่มีคำสั่ง พสกนิกรทั้งประเทศไม่ว่าข้าราชการหรือพลเรือนก็ยินดีทำอยู่แล้ว อย่าว่าแต่หนึ่งปีเลย นานกว่านี้ก็ได้ ก็ไม่อยากต่อว่าอะไรนัก เพราะรู้ว่าฝรั่งไม่เข้าใจ”

ขอบคุณภาพประกอบจาก : วินทร์ เลียววาริณ