‘ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป’กลุ่มวัยรุ่นร่วมตกแต่งกำแพงสุดฝีมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240205

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.34 น.

15 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ขณะนี้ได้มีการแชร์โพสต์จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก “Thiti Klinsmal” ที่ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ขณะที่ตนเองกำลังกลับบ้านวานนี้ (14 ต.ค.) ซึ่งขณะนั้นได้พบเห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังตกแต่งกำแพงบริเวณใกล้กับอาคารโมเดอร์นฟอร์ม ทาวเวอร์ ถนนศรีนครินทร์ ซึ่งลายที่วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวทำการแต่งเติมนั้นเป็นตัวหนังสือที่ระบุว่า “ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป พวกเราเกิดในสมัยรัชกาลที่ ๙” โดยทาพื้นหลังเป็นสีดำตัดกับตัวหนังสือสีขาว จากเดิมที่กำแพงดังกล่าวถูกพ่นสีด้วยสีสันสวยงาม เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ระบุว่า “เมื่อตอนเย็นขับรถกลับบ้าน กำแพงที่เคยเป็นสีสันกราฟฟิตี้ สดใส วันนี้มีเด็กกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคิดว่าเป็นกลุ่มเดิมกับที่สร้างสรรค์ผลงานสีสดใสไว้ก่อนหน้านี้ มาทำผลงานใหม่ ผมรีบจอดรถในปั้มใกล้ๆแล้วเดินไปถ่ายรูป ผลงานที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาก็เสียใจมากๆไม่แพ้เรา การแสดงออกของคนเราไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนรู้สึกเหมือนกันครับ”

 

พระองค์หญิง’หัวใจแตกสลาย’ ตามเสด็จ’ทูลกระหม่อมปู่’วันสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240203

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.11 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2559 เครือข่ายสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพจากอินสตาแกรม @siri918 ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายจากรถคันที่ขับตามหลังรถอัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ขณะเคลื่อนขบวนออกจาก รพ.ศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง พร้อมคำบรรยายระบุว่า

“ตามเสด็จทูลกระหม่อมปู่เป็นวันสุดท้าย และเป็นครั้งสุดท้ายที่ตามหลังรถพระที่นั่งคันแรกแล้วสินะ จำความได้ว่าเราตามเสด็จครั้งแรกตอน 9 ขวบ จนถึงวันนี้ จบแล้ว หัวใจแตกสลาย…”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอินสตาแกรม @siri918 นั้น เป็นที่ทราบกันดีในเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่าเป็นของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

นศ.ม.กวางสีจีนร่วมแสดงความไว้อาลัย จุดเทียน-แปรอักษรเลข๙

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240201

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.58 น.

15 ต.ค. 59 โลกออนไลน์พากันแชร์ภาพที่ระบุว่า เป็นบรรดานักศึกษา ในมหาวิทยาลัยกวางสี นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ร่วมแสดงความไว้อาลัยร่วมกับพสกนิกรชาวไทย ต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ โดยเหล่านักศึกษาทั้งชายหญิงจำนวนมาก ได้จุดเทียนขาว พร้อมแปรอักษรเป็นตัวเลข ๙ ไทย และยืนสงบนิ่งกลาง เพื่อไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

 

พระบรมฯรับสั่งให้อยู่เป็นปกติ เหมือนในหลวงยังทรงสถิตย์อยู่ อย่าให้บ้านเมืองว่างเปล่า (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240198

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.39 น.

15 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนพระราชพิธีราชาภิเษกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลถามสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารว่า การพระบรมศพจะใช้เวลานานเท่าไหร่ เพราะเกี่ยวกับการสร้างพระเมรุ จะต้องใช้เวลาสักระยะในการดำเนินการตามธรรมเนียมราชประเพณีการถวายพระเพลิง และโดยปกติจะไม่ทำกันในหน้าฝน จากการเทียบกับโบราณประเพณีในอดีต ท่านได้มีพระราชบัณฑูรว่า เรื่องหน้าฝนอะไรนั้นก็เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของช่างไปว่ากันเอง แต่น่าจะมีการบำเพ็ญพระราชกุศล กว่าจะถึงเวลาออกพระเมรุก็คงใช้เวลาประมาณ 1 ปีเป็นอย่างน้อย ตรงนี้ถือเป็นพระราโชบายที่รัฐบาลต้องทราบ เพื่อจะได้มาดำเนินการถูก ถ้าเร็วงานสร้างพระเมรุก็ต้องเร็ว

“ทั้งนี้ เมื่อไปเทียบกับคราวพระเมรุสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ปี 2527-2528 หรือเทียบกับงานพระเมรุสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในปี 2538-2539 เทียบกับงานพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อประมาณปี 2551-2552 และงานสุดท้ายพระเมรุสมเด็จพระนางเจ้าภคีนีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ปี 2554 นั้น หลังจากสวรรคตหรือสิ้นพระชมน์แล้ว การพระราชทานเพลิงพระบรมศพหรือพระศพนั้น จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วต่างกัน 5-6 เดือน 8-9 เดือนบ้าง อันนี้จำเป็นต้องขอรับพระราโชบาย ซึ่งได้พระราชทานพระราโชบายแล้วว่า น่าจะเป็นระยะเวลาที่ประชาชนชาวไทยจะต้องอาลัย และไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาบอกกันว่า จะถวายพระเพลิงช้าหรือเร็วอย่างไร เอาเป็นว่าจะอยู่ในระหว่างการบำเพ็ญพระราชกุศลอย่างนี้ ไปเป็นอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งจริงๆก็เท่ากับเวลาที่รัฐบาลได้ประกาศให้ประชาชนไว้ทุกข์  แล้วอย่างอื่นเป็นเรื่องค่อยมาพูดกัน อย่างเช่น การกำหนดถวายพระเพลิงที่แน่ชัด การบรมราชาภิเษกที่จะเกิดขึ้น และอะไรต่ออะไรที่จะต้องตามมาหลังจากนั้น”

นายวิษณุ กล่าวว่า ย้ำอีกครั้งว่า การเชิญขึ้นครองราชย์กับการบรมราชาภิเษกคนละเรื่องกัน การเชิญขึ้นครองราชย์คือการสืบราชสันตติวงศ์ แต่   บรมราชภิเษกเป็นเรื่องของพระราชพิธี พูดง่ายๆแบบฝรั่งคือการสวมมงกุฎ ในต่างประเทศเองก็ทิ้งเวลาเหมือนกันอย่างเจ้าชายจิกมี แห่งราชอาณาจักรภูฏานขึ้นรับราชสมบัติต่อจากพ่อ 1 ปี แล้วท่านขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ทันที แต่ท่านยังไม่สวมมงกุฎ เพราะโหรประเทศท่านคำนวณพระฤกษ์แล้ว ไม่มีศุภวาระดิถีมงคลในปีนั้น ก็ต้องทิ้งไป 1-2 ปี จึงจะไปถึงเวลาพระบรมราชาภิเษก ซึ่งประเทศอื่นๆไม่ว่าจะเป็นอังกฤษหรือญี่ปุ่นที่เป็นราชอาณาจักรที่มีสมเด็จพระราชาธิบดีก็ใช้หลักทำนองเดียวกัน เพียงแต่ช้าหรือเร็วต่างกัน สำหรับหลักการสร้างพระเมรุจะต้องเตรียมสถานที่ ต้องมีไม้ เตรียมราชรถ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา ถ้าจะให้ตอบต้องตอบว่าประมาณ 1 ปี ตามพระราชโชบาย

เมื่อถามว่า จะมีการโยงกำหนดระหว่างถวายพระเพลิงกับการขึ้นบรมราชภิเษก นายวิษณุ กล่าว่า ไม่โยง ไม่เกี่ยว ขอให้เอากรณีของรัชกาลที่ 9 เป็นตัวอย่าง ท่านขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยในทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จในวันที่รัชกาลที่ 8 สวรรคต พอสามทุ่มท่านก็เป็นพระมหากษัตริย์ และวันนั้นก็นับเป็นวันที่ 1 ปีที่ 1 ของรัชกาล แต่ต้องเรียกท่านว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ให้เรียกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ แล้วท่านก็กลับไปเรียนต่อ ผ่านไป 4 ปี ท่านศึกษาจบและเสด็จกลับประเทศไทย จึงมีการถวายพระเพลิง จากนั้น ตามด้วยการมีพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 หรือที่เรียกว่า วันฉัตรมงคล และถือเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่บัดนั้น ความเป็นจริงเราบอกว่า ทรงครองราชย์ 70 ปี เราไม่เคยนับจากวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 แต่เรานับจากวันที่ 1 ปีที่ 1 ซึ่งก็คือ 9 มิถุนายน 2489 เพราะฉะนั้น ในกรณีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ก็จะเกิดตามหลักเดียวกัน

นายวิษณุ กล่าวว่า  ขณะนี้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นทั้งประธานองคมนตรี และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราว และรัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานองคมนตรีไม่ได้ ซึ่งต้องทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ด้วยเหตุนี้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 25 กำหนดไว้ว่าให้คณะองคมนตรี ประชุมปรึกษาเลือกองคมนตรี 1 คน ขึ้นเป็นประธานองคมนตรี เพราะมีภารกิจที่จะต้องทำ เช่น มีเหตุเพทภัยเกิดขึ้น และเมื่อผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พ้นจากหน้าที่ก็จะมาเป็นประธานองคมนตรีเหมือนเดิม โดยที่ไม่ต้องมีพระบรมราชโองการ ทุกอย่างเป็นไปโดยกฎหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มีอำนาจลงนามในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญในอดีตก็เคยลงนามโดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เช่น นายปรีดี พนมยงค์ เจ้าพระยายมราช พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และกฎหมายต่างๆ การแต่งตั้งข้ารากชาร ผู้สำเร็จราชการสามารถลงนามได้

“ส่วนที่มีข่าวลือว่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มีอำนาจเสนอชื่อพระมหากษัตริย์ ยืนยันไม่จริง เพราะเป็นเรื่องคณะรัฐมนตรี ที่จะต้องแจ้งไปยังประธานรัฐสภา หรือประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จากนั้นจะมีการประชุม สนช. เพื่อมีมติรับทราบ จากนั้นประธาน สนช.จะเข้าเฝ้าเพื่ออัญเชิญขึ้นครองราชย์ จากนั้นจะประกาศให้ประชาชนชาวไทยรับทราบ บัดนั้นประเทศไทยจะมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยสมบูรณ์ และราชสมบัติจะไม่มีวันขาดตอนลง หมายความว่ารัชสมัยแห่งรัชกาลใหม่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ใช้ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎมณเฑียรบาล รวมทั้งโบราณราชนิติประเพณี เพราะบางเรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีคำตอบ เช่น รัชทายาทมาจากไหน เป็นใคร แต่เมื่อตั้งรัชทายาท รัชทายาทจะมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ส่วนขั้นตอนการดำเนินการจะใช้โบราณราชประเพณี

นายวิษณุ กล่าวว่า รัชทายาทไม่สามารถลงนามในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ เพราะพระรัชทายาทเป็นที่ 2 รองจากพระเจ้าอยู่หัว และไม่มีอำนาจใดๆ ยกเว้นในส่วนพระราชพิธีอย่างที่เห็นในพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และจะทรงบัญชาการในส่วนนี้ และทรงเอาพระทัยใส่อย่างมาก

ทั้งนี้ นายวิษณุ กล่าวช่วงท้ายด้วยน้ำตาคลอเบ้าและร้องไห้ว่า “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับสั่งกับนายกฯว่า ขอให้ทุกอย่างในช่วงนี้ อย่างน้อยก็ช่วงนี้ให้อยู่เป็นปกติเหมือนกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ยังทรงสถิตย์อยู่ อย่าให้เกิดความรู้สึกว่าแผ่นดินว่างเปล่าและทุกอย่าง อย่าเพิ่งให้เป็นอดีตเร็วนัก เก็บมันไว้ให้เป็นปัจจุบันเพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้เราเป็นลูก เราเป็นหลาน เราเป็นญาติ เราก็คงเคยทำอย่างนี้กับพ่อเรา แม่เรา คู่สมรส คนรักของเราที่ตาย เราอาจจะเห็นว่าบางครั้ง เรากินข้าวเรายังตั้งเก้าอี้ไว้และบอกแม่พ่อ”

 

‘ศตส.’ถกสถานการณ์ช่วงพระราชพิธี ชี้ภาพรวมประเทศอยู่ในความสงบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240194

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.17 น.

15 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรานงานว่า เมื่อเวลา 10.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งมีผู้แทนจากทุกกระทรวง ทบวง กรม เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายสังคม ฝ่ายกระบวนการยุติธรรม รวมถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลอำนวยความสะดวกพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น กทม.เป็นต้น โดยหน้าที่หลักคือติดตามสถานการณ์ความเป็นไปต่างๆในช่วงที่มีพระราชพิธี ในทุกเรื่อง ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง ทั้งการอำนวยความสะดวกประชาชน การดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศโดยรวมในส่วนกลางและต่างจังหวัด

นายสุวพันธ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุป 3-4 ประเด็น ที่จะชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ เรื่องแรกคือสถานการณ์โดยรวมของประเทศตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.จนถึงปัจจุบันเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่พบสิ่งบอกเหตุที่ผิดปกติและฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเฝ้าระวังเต็มที่อาจมีประเด็นที่เป็นปัญหาในบางพื้นที่บ้าง แต่สามารถแก้ไขได้ ขณะที่กรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่าสามารถใช้พื้นที่สนามหลวงสามารถได้ ส่วนที่ทำการเขตทั้ง 50 เขตนั้นจะเปิดเป็นสถานที่ให้ประชาชนถวายความอาลัยได้ ขณะที่การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงว่าสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความสงบทั้งนี้ศตส.จะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์เป็นสองช่วงเวลาคือศูนย์ 9.00 น. และ 16.00 น.ของทุกวัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรสำหรับประชาชนที่จะเดินทางไปถวายความอาลัย นายสุวพันธ์ กล่าวว่า มีการสั่งการเรื่องการจัดรถ เรือ เพิ่มเติมแล้ว และพื้นที่สนามหลวงจะมีจุด บริการทางการแพทย์ความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้ของภาคเอกชนที่ประสงค์จะสนับสนุนเรื่องน้ำดื่มนั้น ได้มอบหมายให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวกลางในการประสานงาน

‘มท.-ก.ป.ส.’เชิญชวนปชช.ทั่วไทย ถวายความอาลัย ณ ศาลากลาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240193

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.05 น.

กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ เชิญชวน ปชช.ทุกจังหวัด พร้อมกัน ณ ศาลากลางจังหวัด เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

15 ต.ค.59 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าไปแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในเวลา 10.00 น. วันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค.นี้ ณ ศาลากลางจังหวัด และจะบันทึกเทปเพื่อออกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ NBT

“โดยในเบื้องต้น ได้ประสานงานกับท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดใน 12 จังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ ดาวเทียม NBT ในส่วนภูมิภาค ให้เริ่มดำเนินการก่อน โดยให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดเป็นแกนกลางประสานงานกับผู้ว่าฯ ในแต่ละจังหวัด ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น จ.อุบลราชธานี จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก จ.สุราษฏร์ธานี จ.สงขลา จ.จันทบุรี จ.กาญจนบุรี จ.ภูเก็ต จ.นครศรีธรรมราช จ.ตรัง และ จ.ยะลา จากนั้นจังหวัดอื่นๆ จะทยอยดำเนินการเพื่อถวายความอาลัยเป็นลำดับ จนครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศมีความปรารถนาที่จะแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยพร้อมหน้า กรมประชาสัมพันธ์จึงมอบให้สถานีโทรทัศน์ NBT ซึ่งอยู่ภายในกำกับ เป็นช่องทางหนึ่งเพื่อร่วมในความรู้สึกกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

มท.สั่ง’ผู้ว่าฯ’ประสานจัดพิธีสวดพระอภิธรรม ย้ำงดพนันทุกชนิด1เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240192

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 12.41 น.

15 ต.ค. 59  นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือสั่งการด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีระบุว่า ตามที่สำนักพระราชวังได้มีกำหนด พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมประจำทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าวันละ 8 รูป เพลวันละ 8 รูป และประโคมยามกำหนด 100 วัน นั้น เพื่อให้ประชาชนในต่างจังหวัดได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีข้างต้นพร้อมกับส่วนกลาง จึงให้ทุกจังหวัดจัดพิธีสวดพระอภิธรรมหรือพิธีกรรมทางศาสนาของแต่ละศาสนาตามความเหมาะสม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปรึกษาหารือร่วมกับผู้นำศาสนาเพื่อจัดพิธีดังกล่าว ที่ศาสนสถานในพื้นที่

หนังสือสั่งการระบุต่อว่า ในกรณีที่มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมากให้จังหวัดพิจารณาประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เช่น จัดน้ำดื่ม รถสุขาเคลื่อนที่ การจราจร บริการตรวจและรักษาสุขภาพของประชาชน และให้ดำเนินการจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์เพิ่มเติมยังสถานที่ที่เหมาะสมและสมพระเกียรติ รวมถึงจัดกิจกรรม หรือนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ       อีกทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่จังหวัดจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและได้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง”เพื่อให้เป็นการเหมาะสมและสมควร กระทรวงมหาดไทยยังได้แจ้งให้ทุกจังหวัดงดการอนุมัติ อนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนัน ตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน เป็นเวลา 30 วันตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป ส่วนกรณีที่เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันไปแล้ว ให้ขอความร่วมมือกับผู้ได้รับใบอนุญาตข้างต้น งดจัดให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวในช่วงเวลานี้ด้วย” หนังสือสั่งการระบุ

สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชน ลงนามถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240190

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 12.27 น.

15 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ได้มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาเพื่อรอเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร

จากนั้นเวลา 11.00 น. สำนักพระราชวัง แจ้งว่าจะเปิดให้ประชาชนเข้ามาลงนามถวายความอาลัยสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร  ที่ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 12.00 -16.00 น. และจะเปิดให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัยได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.

 

 

แจ้ง 4 เส้นทางจราจรหนาแน่น แนะใช้เส้นทางเลี่ยงรถติดสะสม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240187

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 12.13 น.

15 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบังคับการตำรวจจราจร ขอประชาสัมพันธ์ ประจำวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2559  เวลา 09.30 น. เนื่องจากขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปซื้อเสื้อผ้าสีดำที่ตลาดโบ๊เบ๊และตลาดผ้าประตูน้ำ
ทำให้เกิดการจราจรหนาแน่นในถนนกรุงเกษม  ถนนจักรพรรดิพงษ์ ถนนพญาไท  ถนนเพชรบุรี  ถนนพระราม 9  ถนนอโศก-ดินแดง  ถนนพหลโยธิน มีรถสะสมในวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จำนวนมาก
จึงส่งผลให้รถบนทางด่วนที่จะลงทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยฯ และ ทางลงด่วนพหลโยธินมีท้ายสะสม ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และแนะนำให้ใช้เส้นทางหลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่น ดังนี้
1.ควรใช้ทางด่วน
– ทางลงด่วนพระราม 6
– ทางลงด่วนยมราช
– ทางลงด่วนวิชัยยุทธ
2.ควรใช้ถนน
  – ถนนพระราม 6
  – ถนนพระราม 4
  – ถนนรัชดาภิเษก
​จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ หากจำเป็นจะต้องใช้เส้นทางดังกล่าว ควรเตรียมความพร้อมและวางแผนในการเดินทาง หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุจราจร และข้อมูลสภาพจราจรเพิ่มเติมสามารถ
สอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ
WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH

เปิดภาพอัศจรรย์! จาก’หัวใจ’กลายเป็น’เลขเก้าไทย’ลอยบนฟากฟ้า (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240185

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.40 น.

15 ต.ค. 59 หลังจากที่วานนี้ (14 ต.ค.) พสกนิกรชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศ พากันหลั่งไหลเดินทางมาถวายน้ำสรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง พร้อมจับจองพื้นที่สองฝั่งถนนโดยรอบ เพื่อร่วมสักการะและถวายอาลัยในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระบรมมหาราชวัง ด้วยอาการโศกเศร้าต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคนไทยทุกคนนั้น
ในช่วงค่ำวันเดียวกัน ในโลกออนไลน์ต่างพากันแชร์รูปภาพจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก “พีรวุฒิ สกุลพาณิชย์” ซึ่งผู้ใช้งานเฟซบุ๊กคนดังกล่าวระบุว่า “คือในตอนแรกผมกะถ่ายแค่ประตูวังวัดพระแก้ว แต่สิ่งที่ผมได้กลับมาคือเลข ๙ ไทย ผมช็อคเลยจริงๆ พอเห็น ขนลุกเลยครับ สาบานได้เลยจากใจจริงว่าลูกมิได้ตกแต่งภาพนี้แต่อย่างใด นอกจากใส่เครดิตที่ลูกเป็นคนบันทึกภาพนี้
ขอพ่ออยู่หัวทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย พ่อจะอยู่ในใจลูกเสมอ ภาพนี้ผมไม่ได้มีเจตนาจะหลอกลวง หรือทำเพื่อหวังผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน ผมเคารพในความคิดของทุกคนครับ”
ขณะที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ “@SU13nn” ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งจากคลิปจะเห็นกลุ่มก้อเมฆกำลังเคลื่อนที่เข้ามาบดบังพระจันทร์ทำให้มีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ต่อจากนั้นค่อยๆ กลายเป็นเลขเก้าไทยส่งแสงสีเหลืองอร่ามอยู่บนฟากฟ้าตามลำดับ สร้างความปลาบปลื้มใจแก่ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก