สำนักพระราชวังประกาศ เคลื่อนพระบรมศพช่วงบ่ายพรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240009

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 21.08 น.

13 ต.ค.59 บรรยากาศ ใต้อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ศิริราช เมื่อเวลา 19.45 น. ได้มีประชาชนจำนวนมาก เข้าไปนั่งเฝ้ารอรับเสด็จฯภายในห้องโถงชั้นล่างของอาคารเฉลิมพระเกียรติ กันอย่างเนืองแน่น จนเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้มาขอร้องให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อน แล้วให้กลับใหม่ในวันรุ่งขึ้น (14 ต.ค.59) เนื่องจากจะมีพระราชพิธีเคลื่อนขบวนพระบรมศพในช่วงบ่าย ทำให้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับกันบ้างแล้ว

นายกฯเผยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ยังทรงเฝ้าทอดพระเนตรคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240008

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 21.07 น.

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 13 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อ่านสารจากใจนายกรัฐมนตรีผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า วันนี้สิ่งที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีทุกคนเป็นห่วงกังวลคือ เรื่องความเศร้าโศกเสียใจ อาลัยของคนไทยทั้งประเทศ ทุกคนอยู่ในสภาวะเดียวกันทั้งหมด จึงอยากให้กำลังใจกับทุกคนและทุกภาคส่วน ช่วยกันอดทนอดกลั้น ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศนั้น จะยังทรงเฝ้าทอดพระเนตรคนไทยทั้งประเทศอยู่ตลอดไป ขอให้ทุกคนช่วยกันทำความดีถวายอย่างไม่หยุดยั้ง ในส่วนเรื่องที่ยังต้องช่วยกันอยู่คือคนดี ต้องช่วยทำให้คนไม่ดี เป็นคนดีให้ได้ กลับมาเป็นพลังอันสำคัญในการพัฒนาชาติและบ้านเมือง ภายใต้กรอบของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ส่วนด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น การค้าการลงทุน ภาคธุรกิจต่างๆ อย่าหยุดชะงัก อย่าพยายามทำให้ประเทศขาดความน่าเชื่อถือในกรณีเช่น การทุบหุ้นและช้อนหุ้น แต่ขอให้ทุกคนช่วยรักษาสถานะด้านการเงินและการคลังของประเทศไว้ อย่าผลีผลามจนตกเป็นเหยื่อให้คนแสวงหาประโยชน์บนความวิกฤตในเวลานี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ด้านความมั่นคงปลอดภัย ความเสถียรภาพทางการเมืองและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ที่ทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวังให้พื้นที่ทั่วประเทศมีความปลอดภัย มีการประสานงาน จัดชุดเฝ้าระวังเวรยาม และเพิ่มมาตรการความเข้มงวด หากมีเหตุต้องสงสัยก็ให้แจ้งเหตุได้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งพลเรือน ตำรวจและทหาร ที่ตนได้สั่งการให้เข้าประจำการจุดต่างๆ ทั่วทั้งราชอาณาจักร ทั้งนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ตำรวจและทหารในการปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ด้วยความเสียสละอดทน เพื่อให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ผ่านช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกอาลัยและการสูญเสียนี้ไปให้ได้ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่ทรงพระราชทานไว้ให้คนไทย ประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 70 ปีและขอให้ช่วยกันทำต่อไป

เจริญรอยตามพระยุคลบาท นายกฯขอคนไทยเข้มแข็ง-อย่าให้พระราชปณิธานหยุดชะงัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239998

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.51 น.

13 ต.ค.59 แถลงการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยู่ในราชอาณาจักร และในต่างประเทศทั่วโลกทุกท่าน วันที่ชาวไทยทั้งปวง ไม่ต้องการแม้แต่จะนึกคิด และไม่ปรารถนาแม้แต่จะได้ยิน ก็มาถึง เมื่อสำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตแล้ว ในวันนี้ ณ โรงพยาบาลศิริราช ถือว่าเป็นการสูญเสีย และความวิปโยคยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของปวงชนชาวไทย ทั้งประเทศ นับแต่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489

พี่น้องประชาชนชาวไทย ทุกคนได้ติดตามข่าวสาร และรับทราบมาเป็นลำดับว่า ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร และได้เสด็จ ไปประทับที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นระยะ เมื่อพระอาการบรรเทาลงก็จะทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจ ตามปกติด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อความผาสุกของพสกนิกร

ตลอดเวลาที่ผ่านมา คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด พระอาการดีขึ้น เป็นลำดับ ยังความปลาบปลื้ม แก่ประชาชนคนไทย ทั้งชาติ แต่ในที่สุด พระอาการประชวร หาคลายไม่ ประกอบกับ พระชนมพรรษามาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา ปีที่ 89 เสด็จดำรงสิริราชสมบัติ 70 พรรษา วันที่ 13 ตุลาคม จะเป็นวันที่อยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวไทยตลอดไปนานแสนนาน ดุจวัน “ปิยมหาราช” 23 ตุลาคม

พี่น้องที่เคารพทั้งหลาย ระยะเวลา 70 ปี ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช เริ่มต้นขึ้น ภายหลังจากที่มหาสงครามโลกเพิ่งสิ้นสุดลง ประเทศชาติกำลังฟื้นตัว จากภัยสงคราม ประชาชนเปี่ยมด้วยความหวัง เมื่อประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ครองราชย์ เป็นผู้นำ เปลี่ยนความท้อแท้ของผู้คน กลายเป็นความแน่วแน่ มั่นคง องอาจที่จะยืนหยัดต่อสู้ กับอุปสรรคต่างๆ

ตลอดรัชสมัยเป็นช่วงเวลาที่มีการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ทรงเป็นกษัตริย์ ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน ทรงเป็นศูนย์รวมใจ ของคนไทยทั้งชาติ นับเป็น 70 ปี ที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชนชาวสยาม โดยแท้

บัดนี้ 70 ปี ในรัชสมัย ของ “สมเด็จพระภัทรมหาราช” พระมหากษัตริย์ ผู้ประเสริฐยิ่ง ของปวงชนชาวไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว พระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมากมาย ล้นพ้นหาที่สุดมิได้ มากเพียงใด ความวิปโยคอาลัยของพสกนิกรชาวไทย ก็มากมายท่วมท้นหาที่สุดมิได้ เพียงนั้น

รัฐบาล ขอเชิญชวนให้เราทุกคนร่วมกันตั้งจิตภาวนาตามศาสนา ที่ทุกท่านนับถือ ดังที่เราเคยร่วมกัน ภาวนาถวายพระพร และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ทุกท่านเคารพนับถือให้อภิบาลคุ้มครองตลอดเวลาที่ทรงพระประชวร  เพื่ออธิษฐานภาวนา ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สถิตในสรวงสวรรค์ และทรงอภิบาลคุ้มครองราชอาณาจักรไทย ประชาชนชาวไทย ผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ ให้มีความสงบสุข และความสันติสุข ดุจดังที่ประเทศไทย และประชาชนชาวไทย มีมาโดยตลอด ภายใต้ร่มพระบารมียาวนาน 70 ปี

พี่น้องประชาชนที่เคารพ ถึงแม้เราจะอยู่ในยามทุกข์โศกน้ำตานองหน้าทั่วกันเพียงใด ประเทศไทย อันเป็นที่รักของพวกเราและ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศต้องดำรงต่อไป อย่าให้การเสด็จสวรรคตครั้งนี้ ทำให้พระราชปณิธาน ที่จะเห็นราชอาณาจักรของพระองค์ มีความเจริญรุ่งเรือง พสกนิกรมีความผาสุกสวัสดี มีเมตตาและไมตรีต่อกัน ต้องหยุดชะงักลง

การจะแสดงความจงรักภักดี และความอาลัยที่ดีที่สุด คือ เจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน ที่จะรักษาเอกราช อธิปไตย ความสมบูรณ์พูนสุข และความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ตลอดจน การปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทพระราชดำรัส ที่เคยพระราชทานไว้

ภารกิจสำคัญ ที่จะต้องดำเนินการ ในบัดนี้มี 2 ประการ คือ การดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วย การสืบราชสันตติวงศ์ พุทธศักราช 2467 ตลอดจนตามราชประเพณีในส่วนของการสืบราชสันตติวงศ์ซึ่งสอดคล้องต้องกัน เพื่อให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดำเนินต่อไป อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะแจ้งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนาพระรัชทายาทตามกฎมณเฑียรบาลไว้แล้ว เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2515 จากนั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

อีกประการหนึ่ง คือการเตรียมงานพระบรมศพในส่วนของรัฐบาล และประชาชนให้สมพระเกียรติยศ และสมกับความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทย ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ  ทั้งนี้การดำเนินการ ทั้ง 2 ประการนี้ รัฐบาลจะแจ้งให้ พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะ ต่อไป

ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาล และผู้เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย และราชประเพณี รัฐบาลจึงขอให้พี่น้องประชาชนทั้งหลายรับฟังข่าวสารอย่างเป็นทางการ จากหน่วยงานราชการ อย่าเชื่อข่าวที่ลือ ที่ไม่ปรากฏแหล่งอ้างอิง พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนไทย ที่รักทุกท่านแต่งกายถวายความอาลัย เป็นเวลาหนึ่งปี สถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน และทุกภาคส่วน ควรพิจารณางดการจัดงานรื่นเริงต่างๆ เป็นเวลา       30 วัน

ทั้งนี้ ท่านทั้งหลายอาจเข้าร่วมพิธีหรือ จัดกิจกรรมทางศาสนาของตน ถวายเป็นพระราชกุศล หรือ จัดเป็นพระบรมราชานุสรณ์ อีกทั้งควรใช้โอกาสนี้ ให้กำลังใจแก่กันและกัน เพราะเราทุกคนต่างก็มีหัวอกเดียวกัน  เพราะมีพ่อของแผ่นดินร่วมกัน และโปรดช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง มิให้ผู้ใด   ฉวยโอกาส แทรกเข้ามาก่อความขัดแย้ง จนกลายเป็นความวุ่นวาย

ขอพี่น้องประชาชนทุกคน ร่วมส่งเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ด้วยการรักษาแผ่นดินของพ่อ ด้วยความรัก และความสามัคคี ตลอดไป

พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหลาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตแล้ว ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลใหม่ทรงพระเจริญ

น้ำตานอง’ศิริราช’ หลังแถลงฯ’ในหลวง’สวรรคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239997

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.47 น.

13 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ภายหลังสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 39

โดยพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศต่างร่วมกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องทั่วบริเวณ โดยหันหน้าไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติชั้น 16 ที่ประทับด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา พร้อมทั้งส่งเสียงร้องไห้ไปทั่วศาลาศิริราช 100 ปี

 

พสกนิกรร่วมสวดมนต์บท’โพชฌังคปริตร’ ดังกึกก้องโรงพยาบาลศิริราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239949

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.53 น.

13 ต.ค.59 พสกนิกรชาวไทย ร่วมสวดมนต์บท “โพชฌังคปริตร” ดังกึกก้องโรงพยาบาลศิริราช

 

สำนักพระราชวังปิดลงนามถวายพระพร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239923

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.37 น.

13 ต.ค.59 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังได้เปิดให้คณะบุคคลและประชาชนลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนจำนวนมาก เดินทางนำแจกันดอกไม้ พานพุ่มดอกไม้ และสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าฯ ถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และหายจากพระอาการประชวรโดยไว อาทิ พลเอกหัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะ , คณะศิษย์พระโพธิกาณมุณี วัดป่า มัชฌิมา , ชมรมลูกเสือชาวบ้าน จ.ตาก , คณะผู้บริหาร ครู และอาจารย์ วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจพิษณุโลก

คณะข้าราชการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กทม. , คณะอาสาสมัครสาธารณสุข บ้านโต๊ะ ต.ตำนาน อ.เมือง จ.พัทลุง , คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและปลัดกระทรวงมหาดไทย , สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ , สมาคมสตรีไทยแห่งประเทศไทยและสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ , พลโทวิชัย แชจอหอ แม่ทัพทหารภาคที่ 2 จ.นครราชสีมา , คณะลูกเสือชาวบ้านกรุงเทพมหานคร , โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการอุดรธานี , คณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และตัวแทนนักเรียนโรงเรียนท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี , คณะผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานคร , คณะผู้แทนสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ , สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ , คณะผู้บริหาร และครูโรงเรียนนครราชสีมาปัญญานุกูล จ.นครราชสีมา , กรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ , บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นนทบุรี , สำนักงานอัยการสูงสุดกรุงเทพมหานคร , มูลนิธิร่วมจิตรน้อมเกล้า เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะผู้แทนหลักสูตรนักวิเคราะห์นโยบายและแผน รุ่นที่ 64/1 กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ , สมาคมภรรยาแม่บ้านกองทัพเรือ , คณะ อสม.เทศบาลเทพกษัตรี จ.ภูเก็ต , กรมราชองครักษ์ สวนจิตรลดา , มูลนิธิส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ , สถาบันคุ้มครองเงินฝากกรุงเทพมหานคร , สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ , พลตรีสมชาติ แน่นอุดร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา และคณะ , นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบทพร้อมคณะ, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , สารินี แสงประสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ประธานบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด , บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กทม.

จนกระทั่งเวลา 14.20 น.ทางเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ประกาศให้ประชาชนออกจากศาลาสหทัยฯ และปิดประตู โดยมีประชาชนกว่า 100 คน ที่รอเข้าลงนามถวายพระพร ได้เดินทางกลับบ้านทันที

‘บิ๊กป้อม’ลงนามร่วมกระทรวงแรงงาน ฝึกอาชีพทหารชี้มีงานทำหลังปลด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239889

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.47 น.

13 ต.ค. 59 เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ. ศิริชัย  ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นสักขีพยานการลงนามใน “บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมการมีงานทำให้กับทหารกองประจำการระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงแรงงาน” โดยมี ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพ อธิบดีกรมการจัดหางาน ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และทหารกองประจำการ ร่วมในพิธี

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทหารกองประจำการ ถือเป็นกำลังพลที่มีคุณภาพ ที่ผ่านการฝึกมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญได้รับการปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัย เพื่อให้พร้อมเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ และการลงนามดังกล่าว ถือเป็นโอกาสดีให้ทหารกองประจำการ ได้รับการฝึกอาชีพ พัฒนาทักษะ นำไปประกอบอาชีพภายหลังปลดประจำการไปแล้ว โดยในส่วนของผู้บังคับบัญชาต้องให้การดูแลเพื่อผลักดันให้โครงการดังกล่าว สำเร็จเป็นรูปธรรม ยั่งยืนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ด้านพล.อ.ศิริชัย กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเพื่อจัดหางานให้กับประชาชน พัฒนาฝีมือแรงงานให้คนทำงานก่อนออกสู่ตลาดแรงงาน ทั้งนี้ทหารกองประจำการ ที่ได้รับการฝึกมาจากกองทัพ มีระเบียบวินัยและเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นที่ต้องการตลาดแรงงาน กระทรวงแรงงานจึงฝึกทักษะให้ทหารกองประจำการ ให้เป็นกำลังสำคัญเพื่อพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมากรมจัดหางานและเหล่าทัพ มีข้อตกลงเฉพาะที่แยกเป็นส่วน ไม่ครอบคลุมการดำเนินการ กระทรวงแรงงานจึงต้องการบูรณาการในระดับกระทรวงตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานในภาครัฐเพื่อครบวงจร โดยโครงการดังกล่าวยังทำให้ทหารกองประจำการสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอยครัวได้เมื่อปลดประจำการไปแล้ว พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงนามครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ได้แรงงานที่มีทักษะ ฝีมือ มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อเกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

ทั้งนี้สำหรับ การจัดทำบันทึกข้อตกลง ดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 กระทรวง ที่จะส่งเสริม  การฝึกอาชีพ โดยการพัฒนาทักษะฝีมือตามความถนัด และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงการจัดหางานให้แก่ทหารกองประจำการภายหลังจากปลดประจำการไปแล้วให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้กำหนดกรอบการดำเนินการของแต่ละฝ่าย โดยกระทรวงกลาโหมรับผิดชอบในการสำรวจสาขาวิชาชีพ  ที่เป็นความต้องการของทหารกองประจำการ ในส่วนของกระทรวงแรงงานจะรับผิดชอบในการพัฒนาทักษะฝีมือการฝึกอาชีพ การแนะแนวอาชีพ รวมถึงประสานงานกับสถานประกอบการ เพื่อจัดหางานให้แก่ทหาร กองประจำการก่อนปลดจากกองประจำการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ​สำหรับการดำเนินการในวันนี้ นอกจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแล้ว กระทรวงกลาโหมยังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงาน โดย กรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการฝึกทักษะฝีมือแรงงาน พร้อมทั้งได้เชิญสถานประกอบการต่าง ๆ จำนวน 20แห่ง มาเปิดรับสมัครทหารกองประจำการในงานนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามทหารกองประจำการถือว่าเป็นกำลังพลที่มีคุณภาพได้รับการฝึกให้มีความพร้อม ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญคือได้รับการปลูกฝังให้มีระเบียบวินัย มีความประพฤติดี เป็นกำลังหลักที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งการดำเนินโครงการฯ ให้แก่ทหารกองประจำการในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดีของ    ทหารกองประจำการที่จะได้รับการฝึกอาชีพ การพัฒนาทักษะ เพื่อนำไปประกอบอาชีพภายหลังจากปลด    จากกองประจำการต่อไป

เลขาสภาฯนำสวดโพชฌังคปริตร ถวาย’ในหลวง’ให้ทรงหายประชวร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239888

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.42 น.

13 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น.ที่ห้องโถง อาคารรัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำคณะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก ร่วมกันสวดมนต์บทสวดโพชฌังคปริตร เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง

 

‘พระบรมวงศานุวงศ์’เสด็จฯ’รพ.ศิริราช’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239877

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 12.43 น.

13 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จฯมายังโรงพยาบาลศิริราช ตามลำดับ ดังนี้

เมื่อเวลา 10.27 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มายัง รพ.ศิริราช

เวลา 10.52 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ มายัง รพ.ศิริราช

จากนั้น เมื่อเวลา 11.44 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จฯ ถึง รพ.ศิริราช

เวลา 12.42 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ ถึง รพ.ศิริราช

เวลา 12.42 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จฯยัง รพ.ศิริราช

สำหรับบรรยากาศช่วงสาย ที่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ ศาลาศิริราช 100 ปี ได้มีประชาชนส่วนใหญ่สวมเสื้อสีชมพูและสีเหลืองเดินทางมาเฝ้าติดตามพระอาการประชวรอย่างใกล้ชิดด้วยวามห่วงใย และร่วมกันสวดมนต์ บท “โพชฌังคปริตร” เพื่อตั้งจิตอธิษฐานส่งไปยังชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่พระองค์ประทับอยู่เพื่อถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยไว ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ฟังบทเพลง “เหตุผลของพ่อ” กึกก้อง..ทั่วพสุธา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239876

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 12.00 น.

13 ต.ค.59  ‘จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’ เชิญชวนชาวไทยร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กับบทเพลงพิเศษ“เหตุผลของพ่อ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวรโรกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชสมบัติครบ 70 ปี

ทั้งนี้บทเพลงดังกล่าว ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทูปเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2559 มียอดเข้าชมแล้วกว่า 3 แสนวิว ซึ่งขับร้องโดย ธงไชย แมคอินไตย์ เนื้อร้อง/ทำนอง กมลศักดิ์ สุทธานนท์/ปิติ ลิ้มเจริญ เรียบเรียง เจษฏา สุขทรามร/ธิติรัตน์ รวงทอง

ด้วยเนื้อหาที่ทำให้คนไทยทั่วทุกพื้นที่รู้สึกอบอุ่นหัวใจไปกับเหตุผลของพ่อ กับ 70 ปี ที่ยืนยันแล้วว่า ‘พ่อหลวง’ ทรงห่วงใยและไม่เคยละทิ้งประชาชน ผ่านมิวสิควีดีโอเพลง “เหตุผลของพ่อ”