มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าภาพกลุ่มราชภัฏ จัดงาน124ปีการสถาปนาฝึกหัดครูไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236585

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏร่วมกับมูลนิธิมหาวิทยาลัยราชภัฏจัดงาน “ครบรอบ 124 ปี การสถาปนาการฝึกหัดครูไทยและวันคล้ายวันสถาปนากรมการฝึกหัดครู” โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ในวันที่ 29 กันยายน 2559 ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาโดย พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายผลิตครูในศตวรรษที่ 21” และมอบรางวัลอาจารย์ดีเด่นมหาวิทยาลัยราชภัฏประจำปี 2558 นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “บทบาทของครูในการสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่เยาวชนตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” โดยหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และการบรรยายพิเศษเรื่อง “บทบาทของครูในการพัฒนาคุณลักษณะการเรียนรู้ของเยาวชนในศตวรรษที่ 21” โดยศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และกิจกรรมวิชาการเพื่อการพัฒนาการผลิตครู ซึ่งงาน “ครบรอบ 124 ปีการสถาปนาการฝึกหัดครูไทยและวันคล้าย
วันสถาปนากรมการฝึกหัดครู” จัดขึ้นเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ในปี พ.ศ.2435 รวมทั้งเพื่อรำลึกถึงประวัติและสืบสานวัฒนธรรมของชาวการฝึกหัดครูไทย

พระราชทานเพลิงศพ’หลวงพ่อปัญญา’5พ.ย.60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236672

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 20.05 น.

22 ก.ย.59 พระปัญญานันทมุนี (สง่า สุภโร) เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสมากว่า 2 ปี งานที่สำคัญของวัดที่ต้องเตรียมดำเนินการ คือ 1.งานพระราชทานเพลิงศพ พระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานฯ และ 2.เตรียมปรับภูมิทัศน์ภายในวัดและเตรียมก่อสร้างอาคารปัญญานันทานุสรณ์ จำนวน 5 ชั้น โดยอาคารดังกล่าวไว้ใช้งานเอนกประสงค์ต่างๆ รวมถึงจัดนิทรรศการภายใต้แนวคิด “มนุษย์รู้จักคำว่าผลิต มากกว่าบริโภค” และบางส่วนเป็นสำนักงาน และแบ่งเป็นโซนจัดแสดงอัตชีวประวัติและผลงานของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ โดยชั้นที่ 5 จะประดิษฐานเจดีย์ที่จำลองมาจากพระบรมธาตุเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช ไว้สำหรับบรรจุอัฐิธาตุของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ รวมถึงอัตชีวประวัติอดีตบูรพาจารย์ของวัด และพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าด้วย

พระปัญญานันทมุนี กล่าวต่อว่า ส่วนงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ นั้น ทางวัดได้ขอพระราชทานเพลิงแล้ว และได้กำหนด วันที่ 5 พ.ย.60 เป็นวันพระราชทานเพลิงศพ โดยเบื้องต้นจะจัดพิธีตามโบราณราชประเพณี สร้างเมรุลอยกลางลานวัด โดยจะให้พระสงฆ์และประชาชนมาร่วมส่งด้วยใจ โดยไม่ต้องขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์ นอกจากนี้ ทางวัดจะเริ่มกิจกรรมเพื่อบูชาธรรมหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ภายใต้ชื่อ “แม่ทัพธรรม แม่ทัพโลก” ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันมรณภาพ ครบ 9 ปี ไปจนถึงวันที่ 10 ต.ค.60 เป็นเวลา 1 ปี มีกิจกรรม 111 โครงการ ซึ่ง 1 ในกิจกรรม คือ การผลิตหนังสือ “ดอกไม้ใจ แทนดอกไม้ธรรม” เป็นหนังสือที่รวบรวมคำสอนของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ไว้สำหรับแจกประชาชนที่มาร่วมทำบุญ โดยในวันที่ 10 ต.ค.นี้ พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺจิตฺโต) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จะแสดงปาฐกถาธรรมเปิดงาน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ทางวัดจะประชุมหารือเกี่ยวกับการเตรียมงานดังกล่าวอีกครั้ง

ฟังทรรศนะ“อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” เอ็มวี“ทศกัณฐ์”อนุรักษ์หรือทำลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236654

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 19.22 น.

22 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงราย ว่า จากกรณีที่คนบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการนำ “ทศกัณฐ์” มาประชาสัมพันธ์ทางสื่อ “ท่องเที่ยวไทยมีเฮ” โดยมีทศกัณฐ์ไปอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ด้วยท่าทางที่ไม่เหมือนในรูปแบบเดิม เช่น ทำขนมครก ปั่นจักรยาน ชมสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงวัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไทย โดยมีอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติที่สร้างศิลปะวัดร่องขุ่นไปอยู่ในเอ็มวีดังกล่าวด้วยนั้น พบว่า ที่วัดร่องขุ่นยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางไปเยือนอย่างคับคั่งเช่นเดิม

ด้าน อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ศิลปะนั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ ศิลปะอนุรักษ์นิยมและศิลปะร่วมสมัย ซึ่งพวกเราจะต้องอนุรักษ์เอาไว้ทั้ง 2 อย่างให้คู่กัน ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วเขาทำกันอย่างนี้ แต่ต้องยอมรับว่าพวกเราต่างไม่รู้เรื่องศิลปะแล้วพากันดื้อดึงไปด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยคนอนุรักษ์ที่จะเอาแต่อนุรักษ์ ถามว่าอย่างนี้จะพัฒนาไปได้อย่างไร ส่วนคนรุ่นใหม่จะทำสิ่งใดก็ต้องระวังอย่าเกินเลย

“แต่กรณีของยักษ์ทศกัณฐ์ในเอ็มวี ผมกลับเห็นว่าไม่ได้เกินเลย ถือว่าเป็นการพัฒนาการงานศิลปะของชาติไปสู่ความเป็นศิลปะร่วมสมัย ทันกับคนรุ่นใหม่ ถือเป็นสิ่งที่ดี เอ็มวีนี้ถือเป็นของใหม่ที่อาจดูสนุกสนาน แต่อาจไม่ถูกใจคนรุ่นเก่า ทศกัณฐ์ขี่รถ ขูดขนมครก ทั้งๆที่ทศกัณฐ์ไม่ใช่ของเล่น แต่มีอุดมคติ ทรงพลังอำนาจ มีความงดงาม อยู่ในโรงละครไม่ใช่เอาออกมาเล่น กระนั้นผมก็เห็นว่าไม่น่าเสียหาย เพราะทำให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักทศกัณฐ์ และไม่ได้ดูถูกเพราะไม่ได้เอาทศกัณฐ์ไปอยู่ในที่ไม่ดี หรือถ่ายกับสิ่งอนาจารแต่อย่างใด” อาจารย์เฉลิมชัย กล่าว

อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องของเก่าเป็นปัญหาของโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยยิ่งต้องเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะการจะไปเปลี่ยนแปลงจากสิ่งโบราณที่ดีไปสู่สิ่งใหม่ที่ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนั้นถือว่ายากยิ่ง เพราะครูบาอาจารย์โขนแสดงนั้น เขาจะถือว่ามีครูบาอาจารย์และมีความขลัง มีอุดมคติ มีจิตนาการที่ยิ่งใหญ่และมีความอลังการ ตนจึงขอยืนยันว่าพวกเรายังรักศิลปะของคนรุ่นเก่าอยู่โดยยังรักเคารพไม่ได้ดูถูกใดๆ ทั้งสิ้น แต่คนรุ่นเก่าก็ควรยินดีกับของใหม่ด้วยเช่นกัน

 

วัฒนธรรมตามรสนิยม!อ่านเรื่อง“ทศกัณฐ์”จาก อ.จุฬาฯ-เมื่อ“ราชาแห่งยักษ์”ทิ้งหัวไปขับรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236638

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 18.36 น.

22 ก.ย.59 ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กรณี “อ๊อด-บัณฑิต ทองดี” นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “บัณฑิต ทองดี” เปิดเผยกรณีถูก น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ถึงความเหมาะสมของมิวสิควิดีโอเพลง “เที่ยวไทยมีเฮ” ที่ “อ๊อด บัณทิต” ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมผลิตเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนำตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ มาร่วมแสดง ซึ่งที่ประชุมผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ให้เหตุผลว่า ติดใจที่นำ “ทศกัณฐ์” ราชาแห่งยักษ์ทั้งปวง และเป็นตัวละครในวรรณคดีที่สง่างาม น่าเกรงขาม มาทำกิจกรรมที่ดูไม่เหมาะสม อาทิ หยอดขนมครก ขับโกคาร์ท ถ่ายเซลฟี่ เป็นต้น

ล่าสุด มีการแชร์บทความจากเพจ สาขาวิชาภาษาเอเชียใต้ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนโดย ผศ.ดร.ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาเอเชียใต้ ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับ“ทศกัณฐ์” ระบุว่า…

มีดราม่าอีกแล้ว จากเรื่อง “โขน” มาถึงเรื่อง “ทศกัณฐ์” ในสื่อที่กำลังเป็นประเด็นร้อน สาขาวิชาของเราไม่อาจเอื้อมไปตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก ขอให้เป็นเรื่องอภิปรายกันในสังคมไทยของผู้รู้นักวิชาการด้านนาฏศิลป์ วัฒนธรรมและคนในสังคมเอง

ข้างหนึ่งก็หัวอกผู้ “อนุรักษ์” อีกข้างก็หัวอกผู้ “รัก” ที่ชื่นชมและอยากให้ตัวละคอนโขนมีชีวิตโลดเล่นในสื่อร่วมสมัย ท่านผู้อ่านจะนิยมอย่างไรก็สุดแต่ใจตนเถิด ที่จะเขียนนี้จะเล่าเรื่องทศกัณฐ์ ในข้างสันสกฤตให้ฟังเป็นเกร็ดความรู้ก็เท่านั้น

ทศกัณฐ์ ในรามเกียรติ์ของเรา มีชื่อจริงๆว่า “ราวณะ” หรือเรียกแบบไทยๆว่า “ราพณ์” เป็นลูกครึ่ง ที่ว่าครึ่งก็ คือ ในทางสันสกฤต ราวณะเป็นโอรสของมุนี “วิศรวัส” (วิ-ศฺระ-วัส) บุตรของฤษี “ปุลัสตยะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในฤษี ๗ ตน ที่พระพรหมสร้างขึ้นจากความคิด ที่เรียกว่า มานัสบุตร กับ “นางไกกสี” หรือ “นางไกเกสี” ธิดาจอมรากษส “สุมาลี” หรือ “มาลยวาน” หรือ “มาลี” ราวณะจึงเป็นลูกครึ่ง ข้างหนึ่งเป็นวงศ์พรหม วรรณะพราหมณ์ เป็นครึ่งเทพกับครึ่งรากษส มีพี่น้องร่วมอุทร ได้แก่ กุมภกรฺณะ “มีหูดั่งหม้อ” วิภีษณะ “มีความน่าเกรงขาม น่ากริ่งเกรงอย่างยิ่ง” (ไทยเรียกพิเภก) ทูษณะ “มีการปองร้าย การทำร้ายหมายขวัญ” ขระ “หยาบ คม ดุร้าย” (นอกจากนี้เรามีตรีเศียรด้วย) น้องสาวคนสุดท้อง ชื่อ ศูรปณขา “นางเล็บกระด้ง” (ไทยเรียกสำมนักขา)

นอกจากนี้ ราวณะ หรือ ทศกัณฐ์ ยังมีพี่ชายต่างแม่อีกคนที่สำคัญ คือ กุเพระ (ท้าวกุเวร) หรือเรียกว่า ไวศวณะ (ท้าวเวสสุวรรณ) เป็นโอรสของมุนีวิศรวัสกับนางอิฑาวิฑา ข้างกุเพระนั้นเป็นวงศ์ยักษ์ เดิมครองกรุงลงกามาอยู่ก่อน มีของสำคัญคือ บุษบก (เป็นยานรูปดอกไม้ เหาะได้) แต่โดนราวณะ น้องชายต่างแม่ แย่งไปทั้งเมือง ทั้งบุษบก ตนเองต้องหนี ไปสร้างเมืองใหม่ชื่อ “อลกา” อยู่ทางเหนือแถบหิมาลัย กุเพระนั้นเป็นจอมยักษ์ และเป็นเทวดารักษาทิศ (โลกบาล) ทางทิศเหนือ

เมื่อลองมาไล่วงศ์กัน

ข้างอินเดีย
พระพรหม > ฤษีปุลัสตยะ > ฤษี หรือ มุนีวิศรวัส + นางไกกสี (ธิดารากษส สุมาลี หรือ มาลี) > ราวณะ แอนด์น้องๆ

ข้างไทย
ท้าวจตุรพักตร์ หรือธาดา (เป็นผู้ครองกรุงลงกาองค์แรก มีน้องชื่อ มาลีวรราช หรือ มาลีวัคคพรหม) + นางมลิกา > ท้าวลัสเตียน + รัชฎา > ราพณ์ (ทศกัณฐ์) แอนด์น้องๆ

จะเห็นว่าที่น่าสนใจอยู่ตรงที่

๑. จตุรพักตร์ (ปู่ของทศกัณฐ์) เป็นพรหมพงศ์ เป็นราชาครองกรุงลงกาองค์แรก ที่จริง ชื่อ จตุรพักตร์ (มีสี่หน้า) หรือ ธาดา (ส. ธาตฤ ผู้สร้าง) ต่างก็เป็นพระนามของพระพรหมทั้งสิ้น ข้างอินเดียพระพรหมเป็นต้นวงศ์จริง ถือเป็นทวดของราวณะ

๒. ข้างอินเดีย “ปุลัสตยะ” เป็นฤษีในคณะสัปตรฺษี (ฤษี ๗ ตน) เป็น “ปู่” ของราวณะ แต่ข้างไทย บอกว่าเป็นพ่อของทศกัณฐ์ เราเรียกว่า ท้าวลัสเตียน เป็นจอมอสูร จอมยักษ์ครองกรุงลงกา เป็นเจเนอเรชั่นที่ ๒ ไปแล้ว

๓. ฤษี หรือ มุนีวิศรวัส พ่อของราวณะข้างอินเดีย ข้างไทยไม่รู้จัก ลูกใครหว่า? ไทยลดหายไปเจเนอเรชั่นหนึ่ง

๔. พี่ต่างแม่ของทศกัณฐ์ ชื่อ กุเปรัน เกิดจากท้าวลัสเตียนกับนางศรีสุนันทา อันนี้เฉียดๆ กับข้างอินเดีย ชื่อ กุเปรัน ฟังดูเป็นสำเนียงทมิฬมาก สันสกฤตเรียก กุเพระ (Kubera) ไม่ใช่ลูกของปุลัสตยะ แต่เป็นลูกของวิศรวัส ลูกของปุลัสตยะอีกที ดังนั้นข้างอินเดีย ปุลัสตยะ จึงเป็นปู่ของทั้งท้าวกุเวรและทศกัณฐ์ ลังกาบดี

๕. ความพ้องแปลกๆ อีกประการคือ ชื่อ สุมาลี หรือ มาลี ที่เป็น “ตา” ของราวณะ มาข้างไทย กลายเป็นว่า เป็น ปู่น้อย คือ เป็นน้องชายของท้าวจตุรพักตร์ ปู่ของทศกัณฐ์ แถมเป็นพรหมอยู่เมืองฟ้าอีกด้วย

เรื่องรามเกียรติ์ของเรา คงเป็นวรรณคดีมุขปาฐะเล่าสืบต่อกันมาหลายข้าง เลยมีเรื่องหลายเรื่องต่างจากฉบับของวาลมีกิ หาที่มายังไม่ได้ก็มาก อาจจะมาจากอินเดียหลายสำนวน หรืออาจจะไม่ได้รับมาตรงๆ แต่รับผ่านวัฒนธรรมอื่นมาก็ได้ และมีการแต่งเติมเรื่องราวเอง ดัดแปลงให้สนุกดังใจเรา ตามรสนิยมของไทยเรา

วัฒนธรรม อะไรๆ ก็ตาม เช่น วรรณกรรม ภาษา ประเพณี ดนตรี นาฏศิลป์ เป็นต้น ย่อมปรับเปลี่ยนไปตามรสนิยมผู้เสพ ตามยุคตามสมัย รามายณะเองก็มีหลายสำนวน การแสดงก็มีหลายแบบ ทำเป็นละครโทรทัศน์ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ฯลฯ แถมตัวละครยังถูกนำไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น การรณรงค์ การโฆษณาเชิงพาณิชย์ เมื่อรามายณะยังมีการผลิตซ้ำ มีพลวัตร รามายณะจึงยังเป็นเรื่องราวประทับใจของชาวอินเดียเสมอมา และจะเป็นอมตะต่อไป เพราะมีผู้เสพและรักที่จะเรียนรู้เรื่องราวอยู่ตลอด

เครดิตภาพประกอบ จาก indicreative.com/wp-contenthttp://static.naewna.com/uploads/2012/01/jetta_ravan.preview.jpg เป็นภาพทศกัณฐ์ หรือ ราวณะ ยอมทิ้งหัวตัวเองลงตะกร้า ให้หัวพอดีที่จะเข้าไปนั่งขับรถยี่ห้อนี้ได้

‘ดาว์พงษ์’ยกเหตุนร.ถูกลวงข่มขืน ชี้เด็กอยู่ในรั้วรร.ห้ามปัดความรับผิดชอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236609

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 17.02 น.

22 ก.ย. 59 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.5 วัย 11 ปี โรงเรียนย่านคลอง 13 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ใน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ร้องเรียนว่า นักเรียนถูกวัยรุ่นชายล่อลวงออกไปจากโรงเรียนหลังเคารพธงชาติในช่วงเช้าและพาไปข่มขืนในซอยเปลี่ยว พร้อมขู่ฆ่าก่อนที่จะนำกลับมาส่งที่โรงเรียนนั้น ตนได้สั่งการให้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ไปตรวจสอบว่า ครูปล่อยให้นักเรียน ออกจากโรงเรียนไปได้อย่างไร พร้อมทั้งให้กำชับไปยังสถานศึกษาทุกแห่ง ว่า เมื่อเด็กเข้าไปอยู่ในเขตรั้วโรงเรียนแล้ว ผู้บริหารและครูจะต้องดูแล ผู้บริหารสถานศึกษาจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ถ้าไม่ใช้เหตุสุดวิสัยจริงๆ ซึ่งในกรณีนี้จะต้องมีการสอบสวนผู้บริหารสถานศึกษาด้วย

ด้าน นายการุณ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้มอบหมายให้ นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ลงไปสืบหาข้อเท็จจริงในสถานศึกษาดังกล่าวแล้ว เพื่อสอบถามว่าเด็กนักเรียนชั้นป.5 และวัยรุ่นที่มารับออกไปจากโรงเรียนนั้นเป็นญาติกันหรือไม่ หรือเคยรู้จักและมีความเกี่ยวข้องกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ และถูกหลอกให้ออกไปจากสถานศึกษาได้อย่างไร

“เบื้องต้น นายเสริมปัญญา เทียมวัน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 ได้รายงานมาที่ผมแล้ว โดยทางโรงเรียนได้ชี้แจง ว่า เมื่อเวลา 07.45 น.ของวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา นักเรียนมาขออนุญาตออกไปนอกโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน โดยผู้ปกครองให้พี่มารับซึ่งเด็กบอกว่าเป็นญาติ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนและคุ้นเคยกับเด็กและครอบครัวเป็นอย่างดี ซึ่งครูเวรประจำวันก็ได้สอบถามกับผู้ที่มารับ และสอบถามเด็กแล้วว่ารู้จักคุ้นเคยดี ซึ่งบอกว่าแม่มีธุระ แม่ให้มารับ ครูจึงอนุญาตให้ออกไป จากนั้น ในเวลา 09.20 น.ครูประจำชั้นได้โทรศัพท์ไปหาผู้ปกครองจึงรู้ว่าเด็กไม่ได้กลับบ้าน ผู้ปกครองจึงโทรศัพท์ไปหานักเรียน จึงพบนักเรียนพร้อมผู้ก่อเหตุ และได้มีการแจ้งความกับตำรวจเพื่อจับกุมดำเนินคดี จากนั้น ครูเวรประจำวันและครูประจำชั้น ก็ได้เดินทางไปพบผู้ปกครองและนักเรียนที่บ้าน พร้อมทั้งพานักเรียนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหนองเสือ อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับรายงานจาก ฉก.ชน. สพฐ. อย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะมีการสอบสวนผู้บริหารสถานศึกษาอีกครั้ง” นายการุณ กล่าว

คณะปรึกษาทหารประจำนิวยอร์ค เข้าลงนามถวายพระพร’ในหลวง’ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236608

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 16.58 น.

22 ก.ย. 59 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30น. โดยตลอดวันนี้ได้มีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด  เดินทางนำพานพุ่มดอกไม้ แจกันดอกไม้ และสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบนานเท่านาน อาทิ ชมรมอาสาสมัคร บ่อไฟไหม้ อ.แก่งทางแมว จ.จันทบุรี, ชมรมลูกเสือชาวบ้าน กลุ่ม 1 กรุงเทพกลาง พหลโยธิน, คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธร เมืองพัทยา, ศูนย์ดูแลครู และบุคลากรทางการศึกษาผู้สูงอายุ จ.ชุมพร, บุคลากรโรงเรียนผู้สูงอายุ จ.เลย, ผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาลและพนักงานเทศบาล อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ, อบต.หลุมข้าว จ.ลพบุรี, อบต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ, พระครูพิมลกาญจนธรรม เจ้าอาวาสวัดหนองฝ้าย จ.กาญจนบุรี, ชาวบ้านวัดผึ้ง จ.ศรีสะเกษ, พระครูประโชติธรรมรักษ์ เจ้าอาวาสวัดละไม พร้อมคณะลูกศิษย์ จ.สุราษฎธานี, สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ, ชมรมคนรักในหลวง จ.ฉะเชิงเทรา, นักกีฬาเยาวชนชิงแชมป์เอเซีย ณ ประเทศอิหร่าน สมาคมกีฬาปีนหน้าผาแห่งประเทศไทย, สำนักงานสาธารณสุข จ.สมุทรสงคราม,กรมเสมียนตรา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม,โรงเรียนกสินธรอาคาเดมี่,
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม, กรมจเรทหารบก, ชุมชนปลอดเหล้า บันเทิง และคลินิกแสงตะวัน ร.พ.โชคชัย จ.นครราชสีมา, ศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ จ.ราชบุรี, สถาบันสิริกิตต์ สวนจิตรลดา, กรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม, ชมรมผู้สูงอายุและจิตอาสาโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ หนองแขม กทม., นางปรางรัชนี ส่งเสริม, บริษัทไทยซาร์โก้ จำกัด, คณะคนดีศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา, มูลนิธิอาสาบรรเทาสาธารณภัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ข้าราชการกองพลาธิการส่งกำลังทางอากาศ จ.ลพบุรี, ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 จ.เพชรบุรี, ครอบครัวรุ่งธนเกียรติ์, พล.ต.ณัฏฐพัชร สกุลรังสฤษฏ์ และเยาวชนสัมพันธ์ นทพ,  คณะเทศบาลตำบลพังโคน จ.สกลนคร, อบต.คอกควาย อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี, สมาชิกสภาเทศบาล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ, นักศึกษาวิชาทหาร (รด) โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก, คณะผู้บริหารและครู โรงเรียนอยุธยานุสรณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา, คณะที่ปรึกษาทางทหารประจำคณะผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ค คณะผู้ช่วยทูตทหารเหล่าทัพ และรองผู้ช่วยทูตเหล่าทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ, คณะนักเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เป็นต้น

‘เพลงผ้า’หยิกเจ็บ’เที่ยวไทยมีเฮ’ ‘ทศกัณฐ์’เซ็งผันกายไปหาผัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236591

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.55 น.

22 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุทิน วรรณบวร นักข่าวการเมืองอาวุโสฉายา ‘นักข่าวสายโจร’ คอลัมนิสต์ประจำนสพ. “แนวหน้า” คอลัมน์ “วิภาคสื่อเทศ วิเทศสื่อไทย” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Sutin Wannabovorn” โดยแชร์ข้อความมาจากเฟซบุ๊คเพจชื่อ “ชโลธร ควรหาเวช” ซึ่งเนื้อหาเป็นร้อยกรอง แสดงความคิดเห็นกรณี น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร และอดีตผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ถึงความเหมาะสมในภาพยนตร์โฆษณาชุด“เที่ยวไทยมีเฮ” โดยอ้างผลประชุมผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ระบุว่า การนำทศกัณฐ์ที่น่าเกรงขามและนับว่าเป็นราชาแห่งยักษ์ทั้งปวง มาเสนอในภาพกิจกรรม เช่น หยอดขนมครก ขับโกคาร์ท ถ่ายเซลฟี เป็นสิ่งไม่สมควรโดยเนื้อหาดังกล่าวในเฟซบุ๊ค “ชโลธร ควรหาเวช” ที่เป็นร้อยกรองระบุว่า

1.

กูเคยกํายําลํ่าสัน                          นามว่าทศกัณฐ์ยักษา
ปกครองยังกรุงลงกา                    กฤษดาเลิศฤทธิ์เกรียงไกร
กูมาเที่ยวท่องถิ่นมนุษย์               หมายชมพิศุทธิ์ สมัย
หวังชูถิ่นแคว้นแดนไทย               กลับถูกผลักไสขึ้นหิ้ง
กูหมายขี่ม้าชมเมือง                    ก็ยังเป็นเรื่องหนุงหนิง
ขี่รถ ขี่เรือ ขี่ลิง                             เขาห้ามกูวิ่งสัญจร
กูแคะหนมครก ก็ผิด                    เขาบอกเสียฤทธิ์อดิศร
ไม่ให้กูยักสักกร                           กูถูกบันทอนฤทธี
พาเพื่อนไปเที่ยวฮาเฮ                 เขาบอกทั้งเพบัดสี
เขาบอกไม่สมประดี                      เขาว่าราวีวัฒนธรรม

2.

เหม่ เหม่ กูแสนปวดเศียรเวียนเฮด                    จึงขอร่ายเวทย์แปลงหํา
แปลงเปลี่ยนกายากํายํา                                   เป็นร่างเร้ารํ่า นารี
ไปโชว์เนินเนื้อนูนโหนก                                   อวดนม ตะโพก เซ็กซี่
แปรพักตร์เป็นยักขินี                                         เดินตามเวที กามา

3.

เขาคงไม่ปรี่มาฟ้องร้อง                            ไม่กล่าวหาว่าทําหมอง หมดคุณค่า
เขาคงไม่หุนหันลั่นโลกกะลา                    ไม่มองว่า วัฒนธรรม ถูกทําลาย
เกลื่อนหอยน้อยห่ม นมนํา                        ไม่เห็นบอกวัฒนธรรมจะฉิบหาย
เกลื่อนเมืองอล่างฉ่าง ไร้ยางอาย             เสือกเงียบเป็นควายอมสากกะเบือ

 

ปลดล็อก กยศ.!เด็กเรียนไม่เก่งเฮ เกรดไม่ถึง2กู้ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236587

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.34 น.

22 ก.ย. 59 นายสุภัทร จำปาทอง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าที่เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ. เสนอ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ขอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงิน กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่กำหนดว่าผู้กู้ทั้งรายเก่าและรายใหม่ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 ว่า ทราบว่า รมว.ศธ.ได้หารือเรื่องนี้กับนายอภิศักดิ์ ในเบื้องต้นแล้ว เข้าใจว่า รมว.คลังเห็นด้วยในหลักการ ที่ต้องการให้ กยศ. เป็นกองทุนที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา แต่ที่เป็นปัญหาคือ มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้ยืม ข้อหนึ่งว่าเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีหรือผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมาการบัญชีจ่ายที่ 2 ซึ่งดูแลระดับอุดมศึกษา มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดรายละเอียดดังกล่าวเอง ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็จะกำหนดเกรดขั้นต่ำอยู่ที่ 2.00 แต่ก็สามารถผ่อนปรนได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ที่ต้องการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า กยศ. เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้กู้ทั้งรายเก่าและรายใหม่ ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 ซึ่ง รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ. และน.ส.อาภรณ์ แก่นวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ก็คัดค้าน ขณะที่ รมว.ศธ. ก็พูดชัดเจนว่า กยศ. ไม่ใช่ทุนเรียนดี แต่เป็นกองทุนกู้ยืมที่ต้องการให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และเด็กที่เรียนไม่เก่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช้หนี้เมื่อเรียนจบ ดังนั้น เมื่อตนได้เข้าไปรับตำแหน่งเป็นเลขาธิการ กกอ. และเป็นประธานคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 2 โดนตำแหน่งแล้ว ก็จะเสนอขอให้คณะกรรมการ กยศ. ข้อยกเว้นให้แก่ผู้กู้ที่มีเกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.00 ให้สามารถกู้ยืมเรียนได้ด้วย โดยข้อเสนอดังกล่าวคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกองทุน กยศ. ซึ่งมีหลายแนวทาง อาทิ  ผู้กู้รายเก่า ที่ได้เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1.95 แต่เหลือหน่วยกิตที่เรียนไม่เกิน 20 หน่วยกิต ให้มีโอกาสกู้ต่อได้ หรือเด็กที่เพิ่งเข้าเรียนปี 1 อยู่ในช่วงปรับตัว อาจจะให้โอกาสอีก 1 เทอม เป็นต้น ทั้งนี้ การเสนอขอยกเว้นดังกล่าวเพื่อให้ทันสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่กู้ยืมในปีการศึกษา 2559 เนื่องจากได้ประกาศหลักเกณฑ์ไปก่อนหน้านี้แล้ว และ กยศ.ได้จัดสรรเงินให้สถานศึกษาเพื่อส่งเงินให้นักศึกษาที่มีคุณสมบัติการกู้ยืมครบในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 ไปบ้างแล้ว ส่วนปีการศึกษา 2560 จะขอให้ กยศ.ยกเลิกหลักเกณฑ์ เกรดเฉลี่ย 2.00 ไปเลย

“ตามปกติการจัดสรรเงิน กยศ.ให้แก่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทางมหาวิทยาลัย จะยังมีเงินเหลือหลังจากอนุมัติให้นักศึกษากู้ยืมในรอบแรกไปแล้ว และสามารถนำโควตาที่เหลือมาจัดสรรเพิ่มเติมให้แก่นักศึกษาในรอบที่ 2 ผมจึงเห็นว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะนำโควตาส่วนที่เหลือเหล่านี้มาพิจารณาจัดสรรให้กับผู้กู้ทั้งรายเก่าและรายใหม่ ที่เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.00 โดยให้กู้ยืมเรียนได้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 หรือเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้กู้ย้อนหลังในภาคเรียน โดยได้รับเงินในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 ด้วย” นายสุภัทร กล่าว

‘ป้าแจ๋ว’ติงเอ็มวี’เที่ยวไทยมีเฮ’ ใช้ของดีไม่เป็น-ไร้รสนิยมศิลปะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236571

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.13 น.

22 ก.ย. 59 จากกรณีมิวสิควิดีโอเพลง “เที่ยวไทยมีเฮ” ที่ “อ๊อด บัณทิต” นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย  ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมผลิตเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีการนำตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ มาร่วมแสดง นั้นถูกน.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปกากร เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ถึงความเหมาะสมของมิวสิควิดีโอเพลงดังกล่าว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างชวางทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นั้นด้าน “ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” ผู้กำกับละครชื่อดัง โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว @paajaewระบุว่า  “เพิ่งได้ชม MV ที่แชร์กันมากมาย ขอบบอกว่า การเอาเรื่องคลาสสิค มาทำเป็นป๊อปคัลเจอรัลนั้น ทำได้ไม่ผิดหรอก แต่ถ้าจะมีอะไรที่ไม่เข้าท่า ก็คือการ ออกแบบ MV และการถ่ายทำ ที่ดู ไม่ค่อยมีรสนิยม ทำให้ของคลาสสิคที่นำมาบูรณาการ ดูไม่สวยงามเท่าที่ควรจะเป็น รวมทั้งวิวเมืองไทย ก็เลือกมาไม่สวย คอสตูมไพร่พล ก็ดูลวกๆหยาบๆ จังหวะจะโคนของดนตรีก็ยังไม่น่าฟัง ถ้าคิดภาพรวม เลือกโลเคชั่นเมืองไทยที่สวยๆ วางแผนการถ่ายให้ดูมีเรื่องราวมากกว่านี้ ทำเพลงที่มีกลิ่นอายของดนตรีไทยในแบบโขนลงไปในเพลง MVชุดนี้อาจจะไม่มีชะตากรรมที่โดนวิพากษ์วิจารณ์ขนาดนี้ ดูแล้วเข้าใจนะว่าไม่ได้เอามาปู้ยี่ปู้ยำ แต่น่าจะเรียกว่า ทำไม่เป็น ใช้ของดีๆมาประยุกต์ไม่เป็นจะดีกว่า ขาดรสนิยมทางศิลปะ ในการนำเสนอ”

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า “ของคลาสสิค ใช่ว่าจะต้องอยู่บนหิ้งเสมอไป ไม่ใช่ว่าแตะต้องไม่ได้ เลือกมาใช้เพื่อเผยแพร่ไปสู่คนยุคใหม่ได้ โดยวิธีการใหม่ๆที่เป็นสากลได้ แต่ต้องใช้ให้เป็น ทำให้เป็น ที่ทำไปน่ะเข้าใจว่าไม่ได้เอามาปู้ยี่ปู้ยำ แต่มันขาดรสนิยม ขาดความสวยงามทางศิลปะ และขาดความคิดสร้างสรรค์ มันถูกทำขึ้นมาแบบลวกๆ คิดตื้นไปหน่อย เลยออกมาไม่น่าชมนั่นเอง”

ข่าวที่เกี่ยวข้องฟังคนดังวิพากษ์!! เอ็มวี’ทศกัณฑ์หยอดขนมครก’ ‘สร้างสรรค์’หรือ’ทำลาย’ ??

‘บุ๋ม ปนัดดา’จวกแรงปัญญาอ่อน! ล่าชื่อค้านเอาผิด’เที่ยวไทยมีเฮ’

 

‘บุ๋ม ปนัดดา’จวกแรงปัญญาอ่อน! ล่าชื่อค้านเอาผิด’เที่ยวไทยมีเฮ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236570

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.10 น.

22 ก.ย.59 จากกรณีดราม่าเกี่ยวกับมิวสิกวิดีโอ “เที่ยวไทยมีเฮ” ของผู้กำกับ “อ๊อด บัณฑิต ทองดี”ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนำตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ อย่าง ทศกัณฐ์ มาร่วมแสดง จนทำให้ น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร ได้เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ถึงความไม่เหมาะสมของมิวสิกวิดีโอ จนทำให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นมากมายผ่านโลกโซเชียลฯ

ล่าสุด ด้านสาว “บุ๋ม ปนัดดา” ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยที่จะเอาผิดมิวสิกวิดีโอเที่ยวไทยมีเฮ เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์กว่าพวกแต่งชุดไทยโป๊ และ “เก่ง ธชย” ก็สามารถคว้ารางวัลจากอเมริกาได้ จึงเชิญชวนให้ร่วมลงชื่อ คัดค้านการเอาผิดมิวสิกวิดีโอเที่ยวไทยมีเฮ อีกด้วย

กแต่งชุดไทยโป๊ๆตั้งเยอะ ทีแบบนั้นไม่เห็นจะจับ! แล้วน้องเก่งก็ไปอเมริกา คว้ารางวัลกลับมาแบบที่คนไทยคนไหนก็ไม่เคยทำได้มาก่อน ด้วยเงินส่วนตัว!! ทีตอนนั้น ช่วยเค้าบ้างไหม?? ว่างนักก็ไปจับไอ้พวกเอาความเป็นไทยไปโป๊เปลือยนู่น!!! ปัญญาอ่อน!!