สนช.เสนอแก้ พ.ร.บ.สงฆ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253774

สนช., เสนอแก้ พ.ร.บ.สงฆ์, พ.ร.บ.คณะสงฆ์, ตั้งสังฆราช, สมเด็จช่วง, มาตรา 7, การเมือง, คมชัดลึก, ลงชื่อ, สนชลงชื่อเสนอแก้, เสนอ, แก้, พรบ, สงฆ์, สนชเสนอแก้, พรบสงฆ์
สนช., เสนอแก้ พ.ร.บ.สงฆ์, พ.ร.บ.คณะสงฆ์, ตั้งสังฆราช, สมเด็จช่วง, มาตรา 7, การเมือง, คมชัดลึก, ลงชื่อ, สนชลงชื่อเสนอแก้, เสนอ, แก้, พรบ, สงฆ์, สนชเสนอแก้, พรบสงฆ์

การเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

สนช.เสนอแก้ พ.ร.บ.สงฆ์

สมาชิก สนช.ส่วนหนึ่งกำลังรวบรวมรายชื่อเพื่อแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ประเด็นการแต่ตั้งพระสังฆราช

            26 ธ.ค. 59 – รายงานข่าวจาก สนช.แจ้งว่า ขณะนี้ได้มีสมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.)จำนวนหนึ่ง นำโดย พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิก สนช. เพื่อเสนอแก้ไข พรบ.คณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติมปี 2535 ในมาตรา 7 โดยแก้ไขให้มีข้อความว่าให้เหลือใจความสำคัญคือ “การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ให้เป็นพระราชอำนาจ” ส่วนเรื่องเงื่อนไขอื่นๆ คือ ลำดับอาวุโสโดยสมณศักดิ์ให้ตัดออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหามาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปี 2535 มี 3 วรรค ดังนี้

“มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง

ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอ นามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ให้นายกรัฐมนตรีโดย ความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดย สมณศักดิ์รองลงมา ตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช”

ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 มีข้อความในวรรคหนึ่งเพียงวรรคเดียว ส่วนวรรคสอง และ วรรคสาม มีการแก้ไขเพิ่มเติมเข้าไปโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปี 2535

แหล่งข่าว กล่าวว่า ขณะนี้มีสมาชิก สนช. ร่วมลงชื่อหลายคนแล้ว ขั้นตอนต่อไปหลังจากสมาชิกลงรายชื่อครบตามที่กฎหมายกำหนดคือ 25 คน จะเสนอเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายที่ประธาน สนช.แต่งตั้งขึ้นมา เพื่อตรวจสอบว่าการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.นี้เป็น พรบ.การเงินหรือไม่ เป็นเป็น พ.รงบ.การเงิน จะต้องให้นายกฯรับรองก่อน แต่หากไม่ใช่ก็สามารถส่งเข้าวิป สนช. เพื่อพิจารณาได้เลย

จากนั้นวิป สนช.จะเสนอไปยัง ครม. เพื่อแจ้งให้ทราบว่า สนช.จะเสนอร่างกฎหมายนี้เพื่อให้ ครม.พิจารณาว่าจะเสนอร่างกฎหมายมาประกบหรือไม่ คาดว่าขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 30 วัน จากนั้นก็เข้าสู่การพิจารณาของ สนช.

“เรื่องนี้มีการเคลื่อนไหวมาช่วงต้นเดือนธันวาคม แต่ไม่ต้องการให้มีการเผยแพร่ออกไป เพราะเกรงว่าจะมีแรงต่อต้าน และมีการคาดว่าอาจจะมีการผลักดันให้ผ่าน 3 วาระรวด” แหล่งข่าวกล่าว

ปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนของการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 โดยก่อนหน้านี้มหาเถรสมาคมมีมติเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 เสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือ ‘สมเด็จช่วง‘ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช แต่ต่อมามีปัญหาถูกร้องเรียนและร้องคัดค้านในข้อกฎหมาย จนทำให้กระบวนการแต่งตั้งล่าช้าออกไป

สนช.เสนอแก้ พ.ร.บ.สงฆ์

 

“นายกฯ”ปลื้มส่งออกไทยขยายตัวสูงสุดในรอบ 9 ด.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253798

การส่งออก, มูลค่า, นายกฯ ปลื้มตัวเลข ส่งออก, โฆษกรบ.เผยนายกฯปลื้่มตัวเลข ส่งออก, ข้าวการเมือง คมชัดลึก, นายกฯ, ปลื้ม, ส่งออก, ไทย, ขยายตัว, สูงสุด, รอบ

การเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

“นายกฯ”ปลื้มส่งออกไทยขยายตัวสูงสุดในรอบ 9 ด.

“นายกฯ”ปลื้มมูลค่าการส่งออกไทยขยายตัวสูงสุดในรอบ 9 เดือน ชี้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว พร้อมเร่งผลักดันส่งออกควบคู่กระตุ้นการใช้จ่ายและลงทุนภายในประเทศ ปี 60

26 ธ.ค. 59 – พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกเดือน พ.ย.59 ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รู้สึกยินดีที่ได้รับทราบข้อมูลตัวเลขการส่งออกล่าสุดว่า ขยายตัวถึงร้อยละ 10.19 สูงสุดในรอบ 9 เดือน

“ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของการส่งออกไทย โดยตลาดส่งออกสำคัญทั้งญี่ปุ่น จีน สหภาพยุโรป เอเชียใต้ และสหรัฐฯ รวมถึงหลายประเทศในอาเซียนกลับมาขยายตัวได้ดีเกือบทุกตลาด ขณะที่สินค้าหลายประเภททั้งสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร ก็ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบกว่า 25 เดือน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

พลโท สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ผลักดันการส่งออกอย่างเต็มที่ แต่ด้วยปัจจัยภายนอกทำให้ตัวเลขการส่งออกไม่เป็นไปตามเป้า แต่นับจากนี้เมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ไทยก็จะได้รับประโยชน์ตามไปด้วย โดยคาดว่า GDP ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้น่าจะอยู่ที่ร้อยละ 3.0-3.5 ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้สอดรับกัน

“ปลายปีนี้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยในโครงการช้อปช่วยชาติกันอย่างคึกคัก ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนในปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้น โดยรัฐบาลจะเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณในด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น งบลงทุนปี 2560 ของ อปท. 1.04 แสนลบ. งบบูรณาการจังหวัด 1 แสน ลบ. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) และขยายท่าอากาศยานในภูมิภาค รวมมูลค่ากว่า 2 แสนลบ. เป็นต้น” พลโทร สรรเสริญ กล่าว

 

“บิ๊กตู่” ลั่น ปีใหม่จะทำตัวดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253793

ประยุทธ์ ขอบคุณผลสำรวจไว้ใจ รบ.ขึ้น ลั่น ปีใหม่จะทำตัวดีขึ้น #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, บิ๊ก, ตู่, ลั่น, ปีใหม่, ทำตัว, ดีขึ้น, บิ๊กตู่, ปีใหม่จะทำตัวดีขึ้น

การเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

“บิ๊กตู่” ลั่น ปีใหม่จะทำตัวดีขึ้น

นายกฯ ขอบคุณผลสำรวจไว้ใจรัฐบาล ชี้เข้าใจการทำงานมากขึ้น ย้ำ พาประเทศเดินสู่ ปชต. ลั่น ปีใหม่จะทำตัวดีขึ้น ขอทุกฝ่ายใจเย็น ทำงานร่วมกัน

           26 ธ.ค.59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) ว่าเป็นการประชุมในวาระปกติ ไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษ หรือการให้ของขวัญให้กับประชาชนในช่วงปีใหม่ อีกทั้งกว่าจะถึงปีใหม่ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน ทั้งนี้ของขวัญที่รัฐบาลให้กับประชาชนมีมากแล้ว ให้มาตั้งพวงเบ้อเร่อ จะเอาอะไรกันเยอะนัก แล้วพอให้เยอะก็บอกว่าใจดี ไม่มีความพอดี ให้ก็ว่าไม่ให้ก็ว่า ทั้งนี้คงไม่มีของขวัญอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากได้ออกมาตรการไว้ล่วงหน้าจากการประชุม 2-3 ครั้งที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่พึงพอใจการทำงานของรัฐบาล ที่มาจากการรัฐประหารมากกว่าการเลือกตั้ง ว่า ก็เป็นเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ขอขอบคุณที่เข้าใจว่า รัฐบาลตั้งใจทำงานอย่างไร แต่แน่นอนว่าปัญหาอุปสรรคก็ยังมีอยู่บ้าง ข้อสำคัญเรามีระบอบการปกครองประชาธิปไตยในอนาคตใช่หรือไม่ ซึ่งการทำวันนี้ก็เพื่อไปสู่จุดดังกล่าว ขอให้ช่วยตนตรงนี้ก่อน ผลสำรวจวันนี้แสดงว่าทุกคนเริ่มเข้าใจมากขึ้น เพราะถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้มันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรไม่มีราบรื่นอยู่แล้ว ก็ต้องเจอกับอุปสรรค ซึ่งตนก็อดทนให้เต็มที่ อยู่ที่พวกเราทุกคน

“ขอบคุณสื่อทุกคนด้วยที่ปีนี้ ไม่ตั้งฉายาให้รัฐบาล ต้องขอบคุณ ไม่รู้จะตั้งไปทำไม ตั้งไปก็เป็นเรื่องตลกกันไปเปล่า ๆ อย่าเลย ปีหน้าผมจะทำตัวให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ใจเย็นขึ้นเยอะ ๆ แค่นั้นแหละ ก็ขอให้ทุกคนใจเย็นกับผมบ้าง อะไรต่าง ๆ ก็ตามที่มีข้อมูลเข้ามา ขอความกรุณาตรวจสอบกันซักหน่อยว่าใช่หรือไม่ใช่ จริงหรือไม่จริง ถามผมก็ได้ ผมจะได้ชี้แจงได้ ถ้าไปฟังข้อมูลที่ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ เสร็จแล้วก็จะเป็นการสร้างความเข้าใจผิดไปเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นคำว่า ซิงเกิลเกตเวย์ มันก็ไม่ใช่ แล้วก็ไม่เห็นมีใครแก้ให้เลยว่ามันไม่ใช่”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ปีหน้าจะยังคงออกกำลังการในทุกวันพุธ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าไม่ติดอะไรก็ทำ แต่อย่ามาอะไรกับเรื่องการแสดงของตนเลย บางวันก็อาจจะเล่นน้อยบ้างมากบ้าง วันไหนไม่ค่อยสบายก็จะลดลง แค่นั้นเอง อย่ามาตามเหมือนตนเป็นดารา เล่นกีฬา ซึ่งมันไม่ใช่ ตนต้องการเพียงแค่จะนำลูกน้องให้ออกกำลังกาย ซึ่งเท่าที่ทำมาเขาก็ดีใจที่ได้ออกกำลังกาย โดยออกกำลังแค่วันพุธคงไม่ได้อะไรมากนัก เพียงแต่เขาก็ไปออกต่อในวันอื่น ๆ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

“ทุกอย่างมันต้องมีการเริ่มต้น ต้องมีการนำ ตนเป็นผู้นำก็ต้องนำเขาก่อน เช่นเดียวกับที่ตนนำทหาร ซึ่งตนก็ทำอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก ทั้งการนำออกกำลังกาย การฝึกทหาร ก็ใช้วิธีการแบบนี้ตลอดก็เร็วขึ้นหน่อย ถ้าได้นำเป็นตัวอย่าง หรือร่วมทำไปพร้อมกับเขา ถือเป็นความร่วมมือกัน ไม่ใช่เอาแต่สั่งอย่างเดียว ตัวเองต้องทำได้บ้างแม้ไม่ได้เก่งมากนัก สำหรับกีฬาที่เล่นผ่าน ๆ มา ทั้ง 5 ประเภทก็ชอบทุกอย่าง ซึ่งตอนเด็กก็เล่นได้ทั้งหมด แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องระวังบ้าง รู้ว่าหลายคนเป็นห่วง เพราะล้มลุกคลุกคลาน ใจมันถึงลูกบอลแล้วแต่ร่างกาย และขายังไปไม่ถึง เพราะช้ากว่าเดิม เนื่องจากร่างกายมาใช้ในการบริหารเสียเยอะ ชิ้นส่วนความเคลื่อนไหวมันขาดหายไปเสียมาก อายุก็ 60 กว่าปีแล้ว จะเอาอะไรอีก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่คงไม่ให้สัมภาษณ์อะไรกับสื่อมวลชน เพราะพิเศษอยู่ทุกวันแล้ว ที่พิเศษก็คือมีหัวใจให้กับทุกคนเสมอ ให้หมดจริง ๆ แล้วหัวใจ

 

“มท.1”ชวนปชช.สวดมนต์ข้ามปีถวาย ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253787


ร.9, อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มท1, ชวน, ปชช, สวดมนต์, ข้าม, ถวาย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

“มท.1”ชวนปชช.สวดมนต์ข้ามปีถวาย ร.9

“มท.1”ขอปชช.ทั่วประเทศเข้าวัดสวดมนต์ข้ามปีถวาย ร.9 คุมเข้ม 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ สั่งจนท.เข้มบังคับใช้กฎหมาย ขู่“เมา-ซิ่ง” เจอยึดรถคาถนนหวังป้องลด เจ็บ – ตาย

          26 ธ.ค. —  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงใกล้เข้าสู่เทศกาลปีใหม่ 2560 และเฝ้าระวังอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสัญจรทางถนนต้องบูรณาการร่วมกัน นอกจากนี้จะต้องดำเนินการในด้านกายภาพ เช่น ถนน หรือสัญญาณไฟตามทางแยกต่าง ๆ ได้ตรวจตราความเรียบร้อย ความพร้อม และได้ซ่อมแซมสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายทางถนนไปแล้ว ขณะเดียวกันยังมีการให้บริการตรวจสุขภาพสำหรับยานพาหนะอีกด้วย สำหรับการใช้รถใช้ถนนของประชาชน เราได้นำแนวคิดใหม่ คือการสวดมนต์ข้ามปีมาใช้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าวัด ทำจิตใจให้เป็นมงคล ส่วนหนึ่งก็ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และให้เป็นมงคลกับตัวเอง ไม่ส่งเสริมให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเป็นภัยกับตัวเอง เช่น การดื่มสุรา โดยจะส่งเสริมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

          ส่วนมาตรการบังคับใช้กฎหมายจะแยกเป็นถนนสายหลัก ที่มีตำรวจ และกรมทางหลวงเป็นหน่วยงานหลัก ดำเนินการตรวจจับความเร็ว ตรวจเช็คการดื่มสุรา และบังคับใช้กฎหมายมาตรการยึดรถ จากที่ดำเนินการตั้งแต่ช่วงเทศกาลที่ผ่านมาน่าจะได้ผล ขณะที่ถนนสายรอง ทางทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จะช่วยดูแลเช่นกัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ พร้อมร่วมมือที่จะดูแลในพื้นที่ แต่เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุ หวังว่าจะไม่เกิดการสูญเสียกับประชาชนในการใช้รถใช้ถนนช่วงปีใหม่นี้

         “ผมอยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชน ไม่ว่าเราจะมีมาตรการอย่างไร ที่สำคัญคือประชาชนจะต้องมีวัฒนธรรมในการใช้รถใช้ถนน ปฏิบัติตามกฎจราจร อย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ไม่ดื่มสุรา สิ่งสำคัญคือต้องมีน้ำใจให้ต่อกันบนถนนด้วย” รมว.มหาดไทย กล่าว

 

กกต.โอเคผู้ตรวจการลต.เตรียมเพิ่มกลไกตรวจสอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253768

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ทำงาน, องค์กรอิสระ, เครื่องมือ, ผู้ตรวจการลต., มีชัย, กรธ., กกต, โอเค, ผู้ตรวจการ, เตรียม, เพิ่ม, กลไก, ตรวจสอบ, กรธ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

กกต.โอเคผู้ตรวจการลต.เตรียมเพิ่มกลไกตรวจสอบ

“กรธ.” เผย กกต. โอเค ผู้ตรวจการลต. ไม่ติดใจ กกต.จว. เตรียมเพิ่มกลไกตรวจสอบ ยันสร้างเครื่องมือให้องค์กรอิสระทำงาน มีประสิทธิภาพ

           26 ธ.ค. 59 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากรับฟังความเห็นจากเวทีสัมมนาและรับฟังข้อเสนอของ กกต.ในประเด็นเรื่อง ผู้ตรวจการการเลือกตั้ง ซึ่ง กรธ.ยังคงยืนยันตามเดิม ว่า ที่ผ่านมาทางกรธ.ได้มีการทบทวน และมีการเพิ่มเติมในสิ่งที่กกต.ขอมา เรื่องของการควบคุมกำกับการทำงานของผู้ตรวจกรการเลือกตั้ง หลายเรื่องทางกรธ.ได้แก้ตามที่ กกต.ขอมา ซึ่งเรื่องที่กกต.ขอมา อาทิ เมื่อมีการคัดเลือกคนไปเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งแล้วไม่ไปปฏิบัติหน้าที่ สามารถถอดถอนได้หรือไม่ หรือทำงานแล้วไม่มีประสิทธิภาพจะทำอย่างไร จะกำกับควบคุมอย่างไร ซึ่งตรงนี้ กรธ.ก็จะใส่กลไกลงไปให้เขามีอำนาจที่จะทำได้

เมื่อถามว่าในคำขอของ กกต.มีเรื่องการคงบทบาทของกกต.จังหวัด หรือคงสถานะอยู่หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ในคำขอมีแต่เพียงการบอกถึงข้อดี ข้อเสีย ซึ่งเมื่อดูแล้วก็คล้ายๆกันและเท่าที่เห็นข่าวจากที่ปรากฏตามสื่อ ก็เห็นว่า กกต.โอเคแล้ว คือการให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งและไม่ติดใจเรื่องกกต.จังหวัดแล้ว แต่ตรงนี้เรายังไม่มีการพูดคุยกับทางกกต. ซึ่งกรธ.ก็กำลังจะคุยและต้องเข้าใจด้วยว่ากรธ.เวลาทำงานไม่ได้คิดว่าองค์กรอิสระกับกรธ.จะต้องชิงไหวชิงพริบ เราไม่ได้คิดแบบนั้น ซึ่งจะมีหารือเป็นระยะๆ เพียงแต่บางเรื่องอาจจะไม่เปิดเผย กรธ.ก็มุ่งหวังให้เขาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อะไรที่ขัดข้องให้เขาบอกมาแล้วจะเขียนให้ เพราะกรธ.กำลังจะสร้างเครื่องมือให้และหลักที่กล่าวมา กรธ.เองก็กำลังจะสร้างให้กับทุกองค์กร.

 

คุ้มค่า 1.3 ล้าน ช่วยชาวราไวย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253739

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ฟ้อง, โฉนด, สุสานบรรพบุรุษ, ชาวเลราไวย์, ดีเอสไอ, คุ้มค่า, ล้าน, ช่วย, วรา, ไวย์, ช่วยชาวราไวย์
คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ฟ้อง, โฉนด, สุสานบรรพบุรุษ, ชาวเลราไวย์, ดีเอสไอ, คุ้มค่า, ล้าน, ช่วย, วรา, ไวย์, ช่วยชาวราไวย์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

คุ้มค่า 1.3 ล้าน ช่วยชาวราไวย์

ดีเอสไอเผยใช้งบ 1.3 ล้าน ได้ผลคุ้มค่า ช่วยชาวเลราไวย์พิสูจน์สิทธิถิ่นอาศัย สุสานบรรพบุรุษ 7 ชั่วอายุคน เนื้อที่ 19 ไร่ หลังถูกนำไปออกโฉนด-ฟ้องขับไล่

          26 ธ.ค. 59 – จัดประชุมประเมินความคุ้มค่า ในการดำเนินคดีพิเศษ โดยยกตัวอย่างการให้ความช่วยเหลือชาวเล ราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ถูกเจ้าของโฉนดที่ดินออกทับพื้นที่อยู่อาศัยและทับสุสานบรรพบุรุษ เนื้อที่ 19 ไร่ ซึ่งชาวราไวย์ใช้ประโยชน์ร่วมกันมากว่า 7 ชั่วอายุคน ต่อมาเจ้าของที่ดินฟ้องขับไล่ชาวรายไวย์ กว่า 200 ครัวเรือน ทั้งนี้การสืบค้นหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศเพื่อพิสูจน์การทำประโยชน์ในที่ดินย้อนหลังไปก่อนและหลังปีที่มีการยื่นขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของชาวราไวย์ในหมู่บ้านกับกระดูกศพที่ขุดจากสุสานบรรพบุรุษ พบความเชื่อมโยงทางสายเลือด จนเป็นผลในการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดภูเก็ตไปในทางที่ดีขึ้น โดยคดีนี้ดีเอสไอใช้งบประมาณในการตรวจสอบ 1.3 ล้านบาท

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จุดประสงค์การประชุมตามโครงการวิจัย เรื่องการศึกษาลักษณะรูปแบบและความคุ้มค่าในการดำเนินคดีพิเศษในครั้งนี้ เพื่อชี้แจงค่าใช้จ่ายในการสืบสวนกว่า 1.3 ล้านบาท จากที่ประเมินไว้เพียงแค่ 60,000 บาท แต่ได้ผลความคุ้มค่าในการช่วยเหลือชาวบ้านและตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากการช่วยเหลือชาวเลราไวย์แล้ว ยังมีชุมชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สตูล พังงา ระนอง กระบี่ ที่ประสบปัญหาเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของดีเอสไอด้วย.

 

“บิ๊กป้อม” ย้ำ เหล่าทัพป้องกัน สงครามไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253729

ประวิตร ย้ำ เหล่าทัพป้องกันไซเบอร์วอว์ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, บิ๊ก, ป้อม, ย้ำ, เหล่าทัพ, ป้องกัน, สงคราม, เบอร์, บิ๊กป้อม, เหล่าทัพป้องกัน, สงครามไซเบอร์

การเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

“บิ๊กป้อม” ย้ำ เหล่าทัพป้องกัน สงครามไซเบอร์

โฆษก กห. เผย “บิ๊กป้อม” ย้ำ เหล่าทัพป้องกัน “สงครามไซเบอร์” พร้อมแจง ปชช.เข้าใจ พรบ.คอมพ์ฯ ป้องกันการละเมิด วอน อย่าดึงต่างชาติโจมตีประเทศ

          26 ธ.ค.59 – พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิช โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลง ผลการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เป็น ประธาน โดยมี หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและ ผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมว่า พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำและให้นโยบายเรื่องการรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์ที่ทุกประเทศ รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียนให้ความสำคัญและป้องกันระบบข้อมูลประเทศตัวเองไม่ให้เสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากการทำสงครามไซเบอร์ หรือ การโจมตี ภายนอกประเทศ เพราะจะส่งผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจรวมถึงผลประโยชน์ประเทศและประชาชนในภาพรวม

“พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและ ผบ.เหล่าทัพ ได้ตระหนักถึงความสำคัญและเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและเครื่องมือ เพื่อรองรับภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อระบบเครือข่าย การติดต่อสื่อสาร ข้อมูล หรือระบบอินเตอร์เน็ตโดยตรง ขณะเดียวกันพยายามสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้เกิดพลังภายในควบคู่กันไป” พล.ต.คงชีพ กล่าว

พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่กระทรวงกลาโหมดูแลงานด้านความมั่นคง สถานการณ์ปัจจุบันเห็นถึงความจำเป็นและตระหนักถึงภัยคุกคามดังกล่าว เนื่องจากบั่นทอน ทำลายระบบงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ สังคม นำไปสู่การสร้างความรุนแรง การก่อการร้าย สร้างความเสียหายทุกประเทศ รัฐบาลตระหนักในเรื่องดังกล่าวและมีความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายในการควบคุม เอาผิดผู้ละเมิด เพื่อการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม รัฐบาลปัจจุบันเห็นความสำคัญภัยคุกคามไซเบอร์ มีพัฒนาการมาตามลำดับ ขณะเดียวกันรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาความเลื่อมล้ำในสังคม เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพคนส่วนใหญ่ กระจายความเป็นธรรมเข้าถึงทรัพยากรส่วนรวมให้ประชาชนทั่วถึง

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า พรบ.คอมพิวเตอร์ฉบับปัจจุบัน เป็น พรบ.ที่รัฐบาลตั้งใจจะปรับให้เกิดความทันสมัยสอดคล้องสถานการณ์เป็นอยู่ให้ครอบคลุมดูแลคนส่วนใหญ่ คือปรับ จาก พรบ.คอมฯ ปี 50 ที่มีอยู่เดิม ซึ่งไม่ใช่ พรบ.ที่ทำขึ้นใหม่ ดังนั้นอาจจะมีความไม่เข้าใจและข้อกังวล หรือความไม่ชัดเจน ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันไม่มีนโยบายจะทำซิงเกิ้ลเกตเวย์ และเชื่อว่ารัฐบาล และทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพร้อมรับฟังทุกจ้อสงสัยที่ไม่ชัดเจนและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

“ขอร้องและขอความร่วมมือ อย่าทำลายโจมตีกันเองและไม่ควรชักศึกเข้าบ้าน เชิญชวนต่างชาติมาโจมตี ทำร้ายบ้านเรากันเอง ระบบราชการที่ติดขัดจะส่งผลกระทบและโอกาสของประชาชนส่วนใหญ่ เนื่องจากงานบริการและงานความมั่นคง ผลที่เกิดจึ้นจะกระทบต่อส่วนรวมและประเทศชาติ รวมถึงภาษีประชาชน ขอเชื่อมั่นความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่ต้องกาปกป้องดูแลเสรีภาพคนส่วนใหญ่ ไม่ให้ถูกก้าวล่วงละเมิด” พล.ต.คงชีพ กล่าว

 

“จี้“ประยุทธ์หยุดใช้ม.44 เร่งส่วนเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253718

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, ม.44, ศรีสุวรรณ จรรยา, จี้, ประยุทธ์, หยุด, ใช้, เร่ง, ส่วน, เชื่อม, รถไฟฟ้า, สาย, สีน้ำเงิน, ศรีสุวรรณ, ม44, ร้องศาลปกครอง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

“จี้“ประยุทธ์หยุดใช้ม.44 เร่งส่วนเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

“ศรีสุวรรณ”จี้“ประยุทธ์” หยุดใช้ “ม.44” เร่งเดินหน้าสร้างส่วนเชื่อมต่อ “รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน” อ้าง เอื้อประยชน์ “นายทุนรายเดียว” ขู่ “ร้องศาลปกครอง” หากไม่ทบ

              26 ธ.ค. — ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) เมื่อเวลา 11.30 น. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำนวน 16 คน นำโดย นายศรีสุวรรณ จรรยา  อุปนายกฯและเลขาธิการสมาคมฯ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอลา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่าน น.ส.ธัญกมล หมายถิ่นกลาง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ศูนย์บริการประชาชนฯ

หนังสือดังกล่าวระบุว่า  ขอให้ระงับการเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เพราะเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ต่อเอกชนผู้ประกอบการรายเดียว และขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ประกอบพระราชบัญญัติ การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556  กรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 42/2559 เรื่องการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหรือสายเฉลิมรัชมงคล ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อและโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ โดยจะมีการนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 27 ธ.ค.59 นี้ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาส ให้บมจ.ทางด่วน และรถไฟฟ้ากรุงเทพ ได้ทำสัญญา 3 โครงการ อันมีลักษณะเป็นการผูกขาดโดย 2 โครงการ ที่รัฐบาลให้ใช้วิธีการเจรจาตรง ไม่ได้เปิดประมูลเป็นการทั่วไป คือโครงการสายสีม่วง และโครงการสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทั้งๆ  ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับวิธีการเจรจาตรงก็ตาม

หนังสือดังกล่าวระบุว่า เท่ากับว่ารัฐบาลได้กระทำเป็นตัวอย่างที่ขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2559 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความโปร่งใส การเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หลักธรรมาภิบาลซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงขอเรียกร้องมายังรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โปรดระงับหรือถอนเรื่องดังกล่าวออกจากการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นำกลับมาดำเนินการตามครรลองที่กฎหมายกำหนด หยุดการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนเฉพาะราย ที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ถ้าหากข้อเรียกร้องนี้ไม่เป็นผลทางสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องหาข้อยุติในการนำคดีขึ้นสู่ศาลปกครองต่อไป

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า  ขอให้นายกฯยกเลิกการใช้มาตรา 44 เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนที่จะไปเชื่อมต่อกับสถานีเตาปูน ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์ ให้กับเอกชนผู้ประกอบการรายเดียว ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556

“การใช้มาตรา 44 เร่งรัดการก่อสร้างการใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในช่วงดังกล่าว จะเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญา 3 โครงการในลักษณะผูกขาดโดย 2 โครงการที่รัฐบาลให้ใช้คือ วิธีการเจรจาตรงไม่ได้มีการเปิดประมูล ซึ่งขัดกับหลักการของกฎหมาย และทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน ท้ายที่สุดผู้ที่ได้รับผลกระทบก็จะตกอยู่กับประชาชน และประเทศชาติเสียรายได้ แม้ว่านายกฯมีความตั้งใจที่จะดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ เพราะเห็นว่าช่วง 1 กิโลเมตรที่หายไปประชาชนได้รับความเดือนร้อนจากระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน แต่ควรทำให้ถูกต้องไม่ควรเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีการทบทวนเรื่องดังกล่าว ทางกลุ่มฯจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อหาข้อยุติ” นายศรีสุวรรณ กล่าว

 

“พิชัย”แขวะรัฐฟุ้งเศรษฐกิจปี 60 โต 4-5%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253705


พิชัย นริพทะพันธุ์, พิชัย, แขวะ, รัฐ, ฟุ้ง, เศรษฐกิจ, 4-5

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

“พิชัย”แขวะรัฐฟุ้งเศรษฐกิจปี 60 โต 4-5%

“พิชัย”แขวะรัฐขายฝัน ฟุ้งเศรษฐกิจปี 60 โต 4-5% เชื่อ ต้องการเลื่อนเลือกตั้ง ส่อทำเศรษฐกิจยิ่งทรุด

          26 ธ.ค. –นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลพยายามจะขายฝันว่า เศรษฐกิจปี 60 จะฟื้นและจะขยายตัวถึง 4-5% จากการใช้จ่ายภาครัฐนั้น ต้องบอกว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลย หากมองย้อนหลังตั้งแต่มีการทำรัฐประหาร รัฐบาลก็พยายามจะขายฝันมาโดยตลอด ปลายปี 2557 บอกว่าจะโต 2% ก็เหลือ 0.7% พอมาปี 2558 รัฐบาลบอกว่าจะโต 4% ก็เหลือแค่ 2.8% และปี 2559 รัฐบาลบอกว่าจะโต 3.7% ก็น่าจะเหลือประมาณ 3.2% เท่านั้น

ดังนั้น ปีหน้าที่บอกว่าจะโต 4-5% จริงๆ จะเหลือเท่าไหร่ ไม่อยากให้ประชาชนคิดว่ารัฐบาลต้องการขายฝันว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้น ทั้งที่จริง ๆ กำลังจะแย่ เพราะการลงทุนภาคเอกชนยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้น และการส่งออกของปีหน้าก็ยังดูไม่ดีนัก ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกเป็นปี 61 ตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ หากเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศก็จะหดหายไปด้วย ซึ่งปกติก็มีเหลือน้อยอยู่แล้ว แค่ 2 ปีกว่าที่ผ่านมาก็สร้างผลกระทบต่ออนาคตประเทศอย่างมากแล้ว

การที่รัฐคาดหวังว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะช่วยผลักดันให้จีดีพีสูงขึ้นถึง 4-5 % นั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะการลงทุนภาครัฐมีสัดส่วนประมาณ 6% ซึ่งจะเพิ่มอีกก็ไม่ได้มากนัก แถมการลงทุนภาครัฐ ผู้ได้ประโยชน์จะเป็นเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ได้ประโยชน์ อีกทั้งการลงทุนบางส่วนก็จะเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ตัวรถไฟชนิดต่างๆ และหัวรถจักร ซึ่งจะไม่ช่วยเพิ่มจีดีพี หากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดการลงทุนในภาคเอกชนได้ โอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัว 4-5 % แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ขนาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของแบงค์ชาติก็ออกมาเตือนในทางเดียวกันว่า การใช้จ่ายภาครัฐจะมาทดแทนการลงทุนภาคเอกชนที่หดหายยาก

ดังนั้น รัฐบาลควรรีบกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอนในปี 2560 เพื่อให้การเมืองชัดเจนตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ออกมาบอก เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ทิศทางการเมืองของไทยจะไปในแนวทางที่ประชาคมโลกยอมรับ โดยหวังว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นที่ยอมรับของสังคมโลกด้วย

 

ยธ.-ป่าไม้ ถกร่วม ปชช.ถูกจับคดีตัดไม้พะยูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253706

ยธ-ป่าไม้ถกร่วม, ยธ., ถก, ปัญหา, จับ, คุก, ตัด, ไม้พะยูง, ระเบียบ, จนท., หวงห้าม, ยืนต้น, ตาย, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ป่าไม้, ร่วม, ปชช, ถูกจับ, คดี, ตัดไม้, พะยูง, ยธ-ป่าไม้, ถกร่วม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

ยธ.-ป่าไม้ ถกร่วม ปชช.ถูกจับคดีตัดไม้พะยูง

ยธ.ถกร่วมป่าไม้ล้อมคอกปัญหาปชช.ถูกจับติดคุกในคดีตัดไม้พะยูง ป่าไม้จ่อคลอดระเบียบใหม่ แนะแจ้งจนท.ก่อนตัดไม้หวงห้ามยืนต้นตาย

          26 ธ.ค.59 – นายทองสุข พันชมพู อายุ 80 ปี และนายเดิน จันทกล อายุ 70 ปี ซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีกรณีตัดไม้พะยูงในที่ดินของตัวเอง เดินทางเข้าพบกับนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผอ.กองทุนยุติธรรม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยมีนายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ร่วมเสนอแนวทางแก้ไขด้วย

นายทองสุข กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดมาจากมีไม้พะยูงล้มในที่นาของตน ซึ่งตนไม่ได้ตัด และที่นาดังกล่าวตนไม่ได้ไปดูนานแล้วจึงไม่รู้ว่าล้ม กระทั่งมีผู้ใหญ่บ้านมาเรียกและบอกให้ไปตัดออก เมื่อตัดเสร็จแล้วกลับไม่พบว่ามีผู้ใหญ่บ้านหรือเทศบาลมาให้คำแนะอะไร โดยตนไปตัดไม้เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ทำตั้งแต่ช่วง 11.00-14.00 น. มีการชักชวนนายเดินมาด้วย โดยตัดไปได้ 4 ท่อน แต่ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายไปไหน กระทั่งวันที่ 12 ธ.ค. ตนไปช่วยงานบวช ต่อมาผู้ใหญ่บ้านจึงมาเรียกว่ามีเจ้าหน้าที่มารออยู่ มีการสอบถามว่าใครเป็นคนตัดไม้ ซึ่งตนก็ยอมรับว่าเป็นคนตัดเอง แต่ตนไม่รู้เพราะเป็นไม้ที่แห้งตายแล้ว เจ้าหน้าที่ถามว่าจะเอาไปทำอะไร ตนก็บอกว่า ไม่ได้เอาไปแปรรูป แต่เมื่อผิดก็ยอมรับ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไม้ขึ้นรถไปโรงพักและถูกคุมขัง 1 คืน ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะมาประกันตัว

ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า จากการสอบถามในพื้นที่ดังกล่าวมีความเชื่อว่าไม้ที่ยืนต้นตายจะไม่นำไปก่อสร้างอะไร ไม้ที่ตัดแล้วก็พบว่าไม่ได้นำไปใช้อะไร คดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนซึ่งต้องรอว่าจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องหรือไม่ หากสั่งฟ้องในชั้นอัยการได้เตรียมเงินกองทุนยุติธรรมและทนายความไว้ช่วยเหลือแล้ว

ขณะที่นายอรรถพล กล่าวว่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ 2474 ระบุถึงไม้หวงห้ามว่าแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ไม้หวงห้ามธรรมดา และไม้หวงห้ามประเภท ก ซึ่งเดิมไม้หวงห้ามจะเป็นประเภทสัก แต่ไม้พะยูงไม่ใช่ไม้หวงห้าม กระทั่งปี 2557 มีประกาศคำสั่งคสช.ที่ 106 ระบุให้ไม้พะยูง ไม้ชิงชัน เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก แต่ในกรณีที่เป็นไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตัวเองสามารถตัดได้ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน กรณีดังกล่าวถือเป็นดุลยพินิจที่ต้องใช้กฎหมายด้วยความยุติธรรม คดีนี้หากมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปด้วยก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่เบื้องต้นหลังทราบเรื่องได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษไปติดตามเรื่องและส่งชุดพยัคฆ์ไพรลงพื้นที่ไปด้วยโดยได้ทำบันทึกส่งมอบให้เจ้าของสำนวนไปพิจารณา เพราะพบว่าไม้ดังกล่าวขึ้นในที่ดินที่มีโฉนดชัดเจน และพบว่าเป็นการยืนต้นตายจริงซึ่งพฤติการณ์ที่ไปตัดก็มาจากสภาพแวดล้อมที่ไม้ล้มขวางจึงต้องดำเนินการตัด

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวอีก ด้วยการสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับไม้หวงห้าม หากเป็นไม้ที่ขึ้นในที่ดินตัวเองสามารถตัดได้ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน และขณะนี้อยู่ระหว่างการออกกฎกระทรวงใหม่ ที่จะมีระเบียบระบุเรื่องการตัดไม้พะยูงชัดเจน ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนต้องดูเจตนาของผู้กระทำผิดด้วย  หากเป็นการตัดหลายต้นและไม่แจ้งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่กรณีนี้เป็นการตัดเพียงต้นเดียว.