“ปรีชา” รับเป็นเจ้าของบ้านปริศนาจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253702

คมชัดลึก, วีระ สมความคิด, ป.ป.ช., บ้านปริศนา, พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา, ปรีชา, รับ, เป็น, เจ้าของบ้าน, ปริศนา, จริง, Veera Somkwamkid, ,

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

“ปรีชา” รับเป็นเจ้าของบ้านปริศนาจริง

“ปรีชา” รับเป็นเจ้าของบ้านปริศนาจริง แจงเพิ่งสร้างเสร็จ เตรียมแจ้ง ป.ป.ช. เปิดปัญชี ถือครองที่ดิน พิษณุโลก เรียงเลข 9 แปลง ได้มาพร้อมกัน เดือน มิ.ย. 2557

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่แฟนเพจของนายวีระ สมความคิด “Veera Somkwamkid”  โพสต์ภาพและข้อความ ว่าผู้ให้ข้อมูลว่ามีบ้านหลังหนึ่ง ที่ อ.เมืองพิษณุโลก เป็นของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และไม่ได้แจ้งในบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน  โดยระบุว่า

” มีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จ.พิษณุโลก ส่งข้อมูลเกี่ยวกับคฤหาสน์หลังใหญ่ราคาหลายสิบล้าน อยู่บนที่ดินผืนใหญ่ 2 ผืนติดกันเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ (คฤหาสน์สร้างบนเนื้อที่ประมาณ เกือบ 3 ไร่ อีกแปลง(หันหน้าเข้าบ้านอยู่ด้านขวามือ)ยังปล่อยว่างแต่มีการถมที่ และมีการเจาะประตูข้างกำแพงรั้วไว้เพื่อเปิดถึงกันได้ มีบ้านพักคนงานและคนงานพักอาศัยอยู่)

คฤหาสน์หลังนี้ไม่ปรากฎเลขบ้าน อยู่ในซอยพระองค์ขาว(ซอย 5) หลังวัดอรัญญิก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก บ้านตรงข้ามเยื้องกันเลขที่ 119 และห้องแถวตรงข้ามคฤหาสน์หลังนี้เลขที่ 55/112

ชาวบ้านแถบนั้นยืนยันว่าสร้างประมาณปี 2557  มีการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ไปไม่นานประมาณ 3 เดือน เจ้าของบ้านพร้อมครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ตั้งแต่ต้นปี 59 นี้

“คฤหาสน์หลังนี้ชาวบ้านแถบนั้นต่างยืนยันว่าเป็นของพล.อ.ปรีชา และนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา”

“ถ้าบ้านหลังนี้เป็นของพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชาจริง  ก็ต้องถาม ป.ป.ช. ว่าพล.อ.ปรีชาได้แจ้งคฤหาสน์หลังนี้ไว้ในการแจ้งบัญชีทัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่? หรือคฤหาสน์หลังนี้ใช้ชื่อผู้ใดเป็นเจ้าบ้าน”

“คฤหาสน์ใหญ่โตแต่กลับไม่มีเลขที่ติดอยู่หน้าบ้าน เหมือนต้องการปกปิดอะไร  หลังจากไปขอออกเลขบ้านจากทางราชการแล้ว ต้องติดเลขที่บ้านให้ชัดเจนไม่ใช่หรือ?

“แต่ชาวบ้านแถบนั้นเขารู้กันหมดว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นของผู้ใด คณะทำงานของผม เดินทางไปตรวจสอบด้วยตัวเองมาแล้ว ยืนยันว่าชาวบ้านแถบนั้นบอกว่าเป็นบ้านของพล.อ.ปรีชา ท่านใดที่อยู่จ.พิษณุโลกมีเวลาก็ลองไปสอบถามหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ พบอะไรดีก็เอาแบ่งปันกันด้วยครับ หรือท่านใดอยากจะไปเที่ยวชมความอลังการของคฤหาสน์หลังนี้ ก็ระวังตัวด้วยนะครับ เขาว่าหมาเฝ้าบ้านมันดุ และมีการติดกล้องวงจรปิดรอบบ้านด้วยครับ”

ถ้าคฤหาสน์หลังนี้ไม่ใช่ของพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ก็ขอให้ท่าน เอาหลักฐานออกมายืนยันว่าคฤหาสน์หลังนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับท่านและคนในครอบครัว หากท่านใดมีข้อมูลเกี่ยวกับคฤหาสน์หลังนี้เพิ่มเติม กรุณาส่งมาแลกเปลี่ยนกันด้วยครับ”

"ปรีชา" รับเป็นเจ้าของบ้านปริศนาจริง

"ปรีชา" รับเป็นเจ้าของบ้านปริศนาจริง

"ปรีชา" รับเป็นเจ้าของบ้านปริศนาจริง

อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ พล.อ.ปรีชา ที่ยื่นเมื่อเข้ารับตำแหน่ง สนช. เมื่อวันที่  8 ส.ค. 2557   ปรากฏว่า พล.อ.ปรีชา และ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยา  มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 79,421,868 บาท และไม่มีหนี้สิน

โดยส่วนของทรัพย์สินที่เป็น ที่ดินและ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นของ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภรรยา โดยมีที่ดินจำนวน   แปลง 12 แปลง รวมราคา 9,100,000 บาท และโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง 170,000 บาท

ทั้งนี้ที่ดิน 10 ใน 12 แปลง เป็นที่ดินที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ. พิษณุโลก และ ทั้งหมดได้มาระหว่างวันที่  5มิ.ย. 2557 – 9 มิ.ย. 2557 โดยแปลงที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดมีเนื้อที่ 2 งาน  35 ตาราวา ทั้งนี้น่าสนใจว่า มี 9แปลง ที่มีเลขที่โฉนดติดกันคือ เลขที่  89859- 89867  ซึ่งมีการตีราคาทั้งหมดประมาณ 6 ล้านบาท

 

"ปรีชา" รับเป็นเจ้าของบ้านปริศนาจริง

 

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ปรีชา ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าววว่า  ยอมรับว่าเป็นบ้านพักของตนและครอบครัว ที่สร้างไว้อาศัยหลังเกษียณอายุราชการ ขอย้ำว่าเป็นบ้าน ไม่ใช่คฤหาสถ์ อย่างที่ นายวีระ ระบุ ทั้งนี้บ้านดังกล่าวเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อเดือน สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา และเพิ่งได้บ้านเลขที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการต่างๆให้แล้วเสร็จ รวมถึงแจ้งชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติม

“ขอให้เข้าใจว่าในขณะนั้นอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แต่ในขณะนี้บ้านเสร็จแล้ว ผมยังเป็นสมาชิก สนช.ก็ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ส่วนที่ผมถูกโจมตีตลอด ตั้งแต่ เรื่องภริยา และบุตรชาย จนชินแล้ว แสดงว่าผมทำอะไรไม่ได้เลยหรืออย่างไร ” พล.อ.ปรีชา กล่าว

ด้านนายวีระ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ระบุว่า จากนี้เป็นเรื่อง ของ พล.อ.ปรีชา จะต้องชี้แจงที่มาของบ้านหลังดังกล่าวว่าได้มาได้อย่างไร  เพราะพล.อ.ปรีชาเป็นทั้ง สนช.  และ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม  ที่มีหน้าที่ต้องชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อพ้นจากตำแหน่งครบหนึ่งปี  หาก พล.อ.ปรีชาไม่สามรถชี้แจงที่มาได้ก็อาจมีความผิดในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ   อย่างไรก็ตามตนก็จะดำเนินการยื่นร้องเรียนเรื่องดังกล่าวทุกวิถีทางแต่ต้องมีความรัดกุม

 

เจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยปละเลย กลุ่มแฮกเกอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253692

แฮกเกอร์, จนท., ไม่ปล่อย, โจมตี, หน่วยราชการ, แถลง, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, เจ้าหน้าที่, ไม่, ล่อ, ละเลย, กลุ่มแ, เกอร์, กลุ่มแฮกเกอร์, บิ๊กป้อม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

เจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยปละเลย กลุ่มแฮกเกอร์

“บิ๊กป้อม” ยันเจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยปละเลย กลุ่มแฮกเกอร์ โจมตีหน่วยงานราชการ เผย คุม 9 คนพร้อมเครื่องมือ ระบุตำรวจเตรียมแถลงวันนี้

          26 ธ.ค. 59 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภากลาโหม ถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. )ควบคุมตัวกลุ่มคนโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานราชการว่า ขณะนี้ได้จับบุคคลที่เป็นแฮกเกอร์ได้จำนวนหนึ่ง ประมาณ 9 คน และจะดำเนินการจับกุมต่อไปอีก และในวันนี้ทางตำรวจจะออกมาแถลงข่าวรายให้รับทราบ มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปะละเลยสามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดเครื่องมือที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวใช้ดำเนินการ.

 

“บิ๊กป้อม” เปิดปากวันแรก หลังงดจ้อสื่อ 1 สัปดาห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253690

งด, อวยพร, ปีใหม่, ประชาชน, ทหาร, ตร., ตั้งด่าน, สกัด, โจรใต้, ก่อเหตุ, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, บิ๊ก, ป้อม, เปิดปาก, วัน, แรก, หลัง, จ้อ, สื่อ, สัปดาห์, บิ๊กป้อม, เปิดปากวันแรก, หลังงดจ้อสื่อ, ประวิตร

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

“บิ๊กป้อม” เปิดปากวันแรก หลังงดจ้อสื่อ 1 สัปดาห์

“ประวิตร” เปิดปากวันแรก หลังงดจ้อสื่อ 1 สัปดาห์ อวยพรปีใหม่ประชาชน ระบุ ทหาร-ตร.ฝ่ายปกครอง ร่วมตั้งด่าน สกัด โจรใต้ ออกก่อเหตุนอกพื้นที่

          26 ธ.ค. 59 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภากลาโหม ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า สถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมาลดลงไปมากแล้ว เนื่องจากการบูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกัน และคิดว่าในช่วงปีใหม่นี้คงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทาง พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พยายามทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี มีเพียงช่วงต้นๆเท่านั้นมีการซุ่มโจมตีประชาชนผู้บริสุทธิ์ และในช่วงหลังๆก็สงบลง ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ก่อความไม่สงบจะก่อเหตุนอกพื้นที่นั้น ทางตนและฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ตั้งด่านความมั่นคงเพื่อไม่ให้เล็ดลอดออกมาก่อเหตุนอกเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“ที่เคยเข้ามาก่อเหตุใน 7 จังหวัดภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา เราได้จับกุมและอยู่ในระหว่างดำเนินคดีทั้งหมด มั่นใจได้ว่าน่าจะดีขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวันขึ้นปีใหม่ เราพยายามที่จะทำให้มันดี ทั้งศูนย์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ(สมบ.) กระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่เพียงแต่เราจะดูเรื่องความสงบเรียบร้อยแล้ว เรายังอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในทุกๆพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยทหารทุกหน่วยจะออกมาบริการประชาชน พร้อมจัดพื้นที่พักรถ” พล.อ.ประวิตร กล่าว

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ในห้วงปีใหม่ ตนในนามฝ่ายความมั่นคง ขออวยพรประชาชน ขอให้อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพนับถือ พระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกคนประสบความสุขผ่านอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองตลอดปี 2560

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นับเป็นวันแรกที่ พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังงดการสัมภาษณ์มา 1 สัปดาห์เต็ม และในระหว่างการสัมภาษณ์ พล.อ.ประวิตร ไม่เปิดโอกาสให้ซักถามเหมื่อนครั้งที่แล้วมา เพียงแต่ให้โฆษกกระทรวงกลาโหม มาสอบถามประเด็นที่สื่อมวลชนจะถาม และจะเลือกตอบเฉพาะประเด็นที่อยากชี้แจงเท่านั้น.

 

กทม. บิ๊กคลีนนิ่ง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253686

ขรก., ลูกจ้าง, กทม., . บิ๊กคลีนนิ่ง, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, กทม, บิ๊ก, คลีน, นิ่ง, อนุสาวรีย์ชัย, สมรภูมิ, บิ๊กคลีนนิ่ง, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, อัศวิน, ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที, สายไหม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 26 ธ.ค. 2559

กทม. บิ๊กคลีนนิ่ง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ”

“อัศวิน” นำขรก.-ลูกจ้างกทม. เดินหน้านโยบาย “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที” บิ๊กคลีนนิ่ง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” คิวต่อไปถนน “สายไหม” 28 ธ.ค.นี้

         พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) นำข้าราชการ ลูกจ้างกทม. ทหาร ตำรวจ จิตอาสา ผู้ประกอบการย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันบิ๊กคลีนนิ่งทำความสะอาดบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อทำความสะอาดพื้นที่ให้มีความสะอาด สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นอีกหนึ่งในภารกิจหลักตามนโยบาย “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที” โดยกทม.จะเน้นสถานที่สำคัญบริเวณแหล่งชุมชน ย่านการค้า คูคลอง ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้พล.ต.อ.อัศวิน ได้ฉีดน้ำแรงดันสูงไปที่พื้นทางเท้า โดยมีผู้บริหารกทม.ระดับสูง เดินเป็นแนวหน้ากระดานร่วมกันใช้ไม้ม็อบเพื่อถูสิ่งสกปรกในพื้นที่ทางเท้าโดยรอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง ได้ร่วมกับชาวกรุงเทพฯ ทุกภาคส่วน ผู้ประกอบการ เจ้าของอาคาร บ้านเรือน ร้านค้า และจิตอาสา ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางย่านเศรษฐกิจ การค้า และคมนาคม เพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม กทม.จะจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯครั้งต่อไปในวันที่ 28 ธ.ค. โดยจะจัดบิ๊กคลีนนิ่งถนนสายไหม ระยะทาง 6 กิโลเมตร และวันที่ 29 ธ.ค. จะจัดบิ๊กคลีนนิ่งศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด

ที่เต็นท์อำนวยการร่วม ตลาดเมืองไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานเปิดกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย และบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ บริเวณทางเท้าริมถนนรัชดาภิเษก เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและคืนทางเท้าให้แก่ประชาชน โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เขตห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร1. พัน4 รอ. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร อปพร.เขตห้วยขวาง และอาสาสมัครจากบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) ร่วมงาน โดยกิจกรรมในงาน ประกอบด้วย การจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่ แผงลอย การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว และการซ่อมแซมทางเท้า ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณทางเท้าตั้งแต่ปากซอยรัชดาภิเษก 18 ถึงปากซอยรัชดาภิเษก 16 รวมระยะทาง 260 เมตร อย่างไรก็ตาม กทม.จะจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯครั้งต่อไปในวันที่ 28 ธ.ค. โดยจะจัดบิ๊กคลีนนิ่งถนนสายไหม ระยะทาง 6 กิโลเมตร และวันที่ 29 ธ.ค. จะจัดบิ๊กคลีนนิ่งศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด

 

แฮ็กเกอร์เจาะข้อมูลปูดบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ของโฆษกรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253650

บัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์, เจาะข้อมูล, แฮ็กเกอร์, โฆษกรัฐบาล, แฮ็ก, เกอร์, เจาะ, ข้อมูล, ปูด, บัญชีเงินฝาก, สหกรณ์, ออมทรัพย์, ของ, โฆษก, รัฐ, ไก่อู, ซีรีย์บ้านลุงตู่ Day2

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 25 ธ.ค. 2559

แฮ็กเกอร์เจาะข้อมูลปูดบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ของโฆษกรัฐ

แฮ็กเกอร์ย่องเจาะข้อมูล”ไก่อู” ปูดบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ สก.ทบ.-จ่อเปิด “ซีรีย์บ้านลุงตู่ Day2″จันทร์นี้

    เมื่อเวลา 12.00 น.เศษ วันที่ 25 ธันวาคม เพจ “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway” นำรายละเอียดเอกสารมาเปิดเผยทางหน้าเพจ โดยระบุว่าเป็นบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ กองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก (สก.ทบ.) ของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ในเอกสารระบุยศ พล.ต.)

” ทุกระบบเจาะได้ Who are we? We are KamhaengTeam. We are Anonymous. คราวก่อน อีเมล์ไก่อู คราวนี้เป็นบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก (สก.ทบ.) ของไก่อู (ยศเก่ายังไม่ได้แก้ไข เจ้าหน้าที่สหกรณ์ทำงานหน่อย) พวกเราอยากได้ยินไก่อูมาบอกว่า ” นี่ไม่ใช่บัญชีของผมครับ เลขบัตรนี้ก็ไม่ใช่ของผมครับ เลขบัตรผมไม่ได้ลงท้ายด้วย 718 ครับ” แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ปกติ ยังไม่ได้เบิกถอนไปเข้าบัญชีใคร หรือยังไม่ได้ลบอะไรไป แต่อย่าให้ “กำแหง” ไม่สบอารมณ์ ฝากบอกไปด้วยว่าทั้งหมดนี้ เป็นเพราะพวกเราให้พักผ่อนสองวันดีๆไม่ชอบ อยากมาเล่นทีเผลอ ไปตัดต่อข่าวเก่า(ซึ่งก็กุเรื่องขึ้นมา)  รอชมพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) ตอน 20.00 น.พบกับ ซีรีย์เปิดบ้านลุงตู่ day2 (ในคืนวันจันทร์ ตอนที่ 2) ไม่ซี้ดปาก ไม่ใช่ผลงาน #กำแหงทีม อย่าทำให้ความปราณีของพวกเราที่มีต่อรัฐบาลไทยต้องสูญเปล่า อย่าท้าทาย anonymous…เราเตือนคุณแล้ว…#OperationGateway @กำแหงทีม ” เพจดังกล่าวระบุ

 

“แกนนำ นปช.” ชี้ข้อเสนอ สนช. แก้ระบบอุปถัมภ์ ได้จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253628

นปช. ชี้ข้อเสนอ สนช. แก้ระบบอุปถัมภ์ ได้จริง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, แกนนำ, นปช, ชี้, ข้อเสนอ, แก้, ระบบ, อุปถัมภ์, ได้, จริง, ชี้ข้อเสนอ, สนช, แก้ระบบอุปถัมภ์, ได้จริง, แกนนำ นปช, แกนนำนปช

การเมือง  : 25 ธ.ค. 2559

“แกนนำ นปช.” ชี้ข้อเสนอ สนช. แก้ระบบอุปถัมภ์ ได้จริง

“แกนนำนปช.” ชี้ ข้อเสนอ สนช. แก้ระบบอุปถัมภ์ได้จริง เหตุแก้ไม่ตรงจุด แนะให้เพิ่มอำนาจปชช.-ลดอำนาจรัฐ

           25 ธ.ค.59 – นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบรายงานการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการอย่างเป็นรูปธรรม ของ คณะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาระบบอุมถัมภ์ในระบบราชการอย่างเป็นรูปธรรม ว่า ตนไม่เชื่อว่าแนวทางและข้อเสนอดังกล่าวจะสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาการอุปถัมภ์ในระบบราชการได้จริง เพราะข้อเสนอ อาทิ ห้ามข้าราชการทำกิจกรรมร่วมกับนักการเมือง หรือผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ใช่หลักแนวทางการแก้ปัญหาหลัก หรือต้นตอของอย่างแท้จริงที่เกิดจากความไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งตนมองว่าเป็นต้นตอของการขยายผลระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทยหรือระบบราชการอย่างแท้จริง ทั้งนี้ตนมีข้อเสนอต่อประเด็นการลดปัญหาอุปถัมภ์ในระบบราชการ คือ เพิ่มอำนาจให้กับประชาชน ลดอำนาจรัฐ

“ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขระบบอุปถัมภ์ แต่เห็นว่าจะแก้ได้จริงคือ ต้องสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง ถ้าคนคิดแก้ปัญหากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง แต่ทำเป็นมองไม่เห็นความจริง คงคาดหวังกับการแก้ปัญหาไม่ได้”นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

“ร่างกม.คอมพ์ฯ 59” ขยายผลเป็นกฎหมายปิดปาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253625

นักวิชาการ-พลเมืองเน็ต ชี้ ร่างกม.คอมพ์ฯ59 ขยายผลเป็นกฎหมายปิดปาก #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ร่าง, คอมพ์, ขยายผล, เป็น, กฎหมาย, ปิดปาก, ร่างกมคอมพ์ฯ, ร่างกมคอมพ์ฯ 59, ร่างกมคอมพ์ฯ59, จนทรัฐ

การเมือง  : 25 ธ.ค. 2559

“ร่างกม.คอมพ์ฯ 59” ขยายผลเป็นกฎหมายปิดปาก

นักวิชาการ-พลเมืองเน็ต ชี้ “ร่างกม.คอมพ์ฯ59” ขยายผลเป็นกฎหมายปิดปาก ห่วงเปิดช่อง “จนท.รัฐ” ใช้ดุลพินิจบล็อคเว็ป-ข้อมูล เพื่อปกป้องรัฐ มากกว่าชูเสรีภาพ ปชช.

           25 ธ.ค.59 – เครือข่ายวิชาการกลุ่มสังคมศาสตร์ ประกอบด้วย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน, คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา, คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, คณะศิลปศาสตร์, วิทยาลัยนวัตกรรม, วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานเสวนา เรื่อง ประเทศไทย หลัง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2559″ เพื่อสะท้อนถึงเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่….) พ.ศ…. ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. และทิศทาง รวมถึงข้อกังวลของกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางสื่อสารและเผยแพร่เนื้อหาต่างๆ โดยมีนักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเวที

โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า ในบทบัญญัติที่ว่าด้วยข้อกำหนดความผิดต่อการนำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จ ตนไม่มั่นใจว่า คณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์จะวินิจฉัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มครองสิทธิได้อย่างแท้จริง เช่น กรณีข้อมูลการซ้อมทรมาณที่เผยแพร่ที่ไม่มีใบเสร็จ หรือหลักฐานพยานที่ชัดเจน แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง จะมีแนวทางพิจารณาหรือพิสูจน์ข้อมูลดังกล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงได้อย่างไร เป็นต้น ดังนั้นในเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ เป็นสิ่งที่ตนกังวล เพราะที่ผ่านมาพบการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ เป็นไปเพื่อปกป้องอำนาจรัฐมากกว่าปกป้องสิทธิของประชาชน ดังนั้นต้องไม่เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่มีสิทธิใช้ดุลยพินิจเพียงกลุ่มเดียว นอกจากนั้นตนขอตั้งข้อสังเกตต่อการพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับของ สนช. พบว่าได้เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วย ความมั่นคงของชาติ ตนจึงกังวลว่าในอนาคตอาจทำให้เกิดการตีความอย่างไร้ขอบเขตได้

ขณะที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า ตามเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550 ในส่วนของการกำหนดความผิดของผู้ที่กระทำการต่างๆ มาตรา 14 ใน (1)ที่พบการแก้ไขบทบัญญัติ เช่น การนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน อาจนำไปสู่การตีความทางกฎหมายเพื่อการปิดปาก หรือการวิพากษ์วิจารณ์โครงการหรือผลงานของรัฐบาลได้ , (2) ที่เขียนใหม่ ว่า การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือโครงสร้างพื้นฐานและทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ทำให้มีเงื่อนไขที่นำไปสู่การตีความแบบผิดๆ ได้ ทั้งนี้การกระทำผิดตามร่างกฎหมายคอมพิวเตอร์ ไม่มีเหตุยกเว้นความผิด ยอมความไม่ได้ แม้สิ่งที่เผยแพร่นั้นจะเป็นคำติชมตามปกติของมนุษย์ หากเป็นความเท็จจะเข้าข่ายว่ากระทำผิดทันที

ส่วนนางอรพิณ ยิ่งยงพัฒนา ตัวแทนสมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีป้า) กล่าวว่า ในกฎหมายของต่างประเทศ เน้นเรื่องความกังวลต่อประเด็นความมั่นคงและก่อการร้าย และใช้คำว่า ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง เช่น ที่ประเทศลาว , ประเทศเวียดนาม โดยในข้อสังเกตสำคัญ ต่อประเด็นการออกกฎหมาย แม้จะไม่กระทบเสรีภาพการแสดงออกของสื่อมวลชน แต่ตัวอย่างคดีของประเทศไทยหรือประเทศโดยรอบภูมิภาค มักวิจารณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นสิ่งที่นำมาปิดปากการวิจารณ์รัฐบาลในอนาคตได้ ดังนั้นการออกร่างกฎหมายดังกล่าวที่มีถ้อยคำเกี่ยวกับการโกหก หลอกลวง ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมต้องสร้างมาตรการทางกฎหมายและบทลงโทษบุคคลที่มีพฤติกรรมโกหก หรือพูดไม่จริงแทนการใช้ปฏิบัติการทางสังคม อย่างไรก็ดีการออกกฎหมายดังกล่าวแม้จะเกิดผลดีต่อการตรวจสอบตนเองก่อนโพสต์หรือแชร์ข้อมูล แต่ในอีกมุมมองอาจเป็นเครื่องมือของรัฐที่ใช้จัดการประชาชนได้

ทางด้านนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวถึงผลกระทบต่อเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับแก้ไข ว่า สำหรับมาตรา 14 ว่าด้วยการกระทำความผิดที่นำเรื่องทุจริต หลอกลวงเข้าสู่ระบบคอมพิวพ์เตอร์ซึ่งได้แก้ไข โดยเพิ่มคำว่า ที่บิดเบือน นั้น ตนไม่แน่ใจว่าจะนำมาปฏิบัติใช้ได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ตนมองว่าการปรับแก้ไขกฎหมายคอมพิวเตอร์ มีสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น การกระทำความผิดต่อการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่กำหนดให้ไม่รวมกับการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ทำให้บุคคลที่จะฟ้องร้องสื่อมวลชนต่อประเด็นความผิดทางคอมพิวเตอร์ จะไม่นำมาผูกโยงกับเรื่องหมิ่นประมาทได้ อีก นอกจากนั้นในในมาตราที่เกี่ยวข้องที่กำหนดให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกระเบียบหรือประกาศ หรือหลักเกณฑ์หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ใช้บังคับ นั้น ทางเครือข่ายจะเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารกระทรวงดีอี เพื่อแสดงความเห็นและเสนอแนะต่อประเด็นต่างๆ ในการออกประกาศต่างๆ โดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าระเบียบหรือประกาศใดๆ ที่จะออกมาภายหลัง จะมีการทำทำประชาพิจารณ์และรับฟังความเห็นประชาชนให้ทั่วถึงแน่นอน

ขณะที่นางสฤณี อาชาวานันทกุล นักวิชาการประจำเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า มีประเด็นที่กังวลต่อการร้องเรียนถึงการกระทำนำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ระบุไว้ในมาตรา 14 ประกอบกับมาตรา 15 ว่าด้วยความร่วมมือของผู้ให้บริการหรือผู้ประกอบการต่อการดูแลข้อมูลในระบบที่ให้บริการ โดยเนื้อหาจะมีข้อดีที่ผู้ดำเนินการระบบคอมพิวเตอร์จะตรวจสอบตนเองก่อนนำข้อมูลเข้าระบบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอาจกระทบต่อผู้ประกอบการเว็ปไซต์ และอาจมีความเสี่ยง รวมถึงอาจทำให้เพิ่มต้นทุนต่อการรับเรื่องร้องเรียนมากขึ้น ขณะที่ในมาตรา 20 ว่าด้วยการลบข้อมูลที่เผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะความผิด โดยให้สิทธิกับเจ้าหน้าที่รัฐต่อการบล็อคเว็ปไซต์ต่างๆ และลบข้อมูลตามคำสั่งศาลนั้น เป็นประเด็นที่น่ากังวลว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการลบนั้นจะมีหลักประกันใดที่ไม่กระทบกับข้อมูลส่วนอื่นของผู้ให้บริการด้วย นอกจากนั้นการลบหรือระงับข้อมูลที่แพร่หลายทางคอมพิวเตอร์ ของเจ้าหน้าที่ซึ่งกฎหมายให้สิทธิกระทำได้ด้วยเทคนิคที่ได้มาตรฐาน อาจเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการได้ ทั้งการเข้ารหัส หรือความเป็นส่วนตัวได้ดังนั้นผู้ประกอบการควรเข้าไปมีส่วนร่วมต่อการออกประกาศกฎกระทรวง จำนวน 5 ฉบับหลังจาก ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบัแก้ไขใช้บังคับ

ทางด้านน.ส.ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ กรณีที่พบการกระทำให้เกิดการแพร่หลายข้อมูลที่เข้าข่ายลักษณะความผิดในระบบคอมพิวเตอร์ แม้จะปรับแก้ไขให้มีจำนวนมากขึ้น ถึง 9 คนและเพิ่มสัดส่วนกรรมการ จาก ผู้แทนภาคเอกชน ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านสื่อสารมวลชน แต่มีอำนาจการตัดสินจะใช้เสียงข้างมาก มากกว่าการใช้ดุลยพินิจร่วมกัน ดังนั้น สัดส่วนของกรรมการที่ปรับเพิ่มดังกล่าวอาจไม่มีความหมาย ทั้งนี้ตนมองว่า การตัดสินการกระทำควรให้ศาลพิจารณา

“เข้าใจเจตนาดีของผู้ยกร่างกฎหมาย ที่ต้องควบคุมโลกอินเตอร์เน็ต แต่หากทำกฎหมายเพื่อชี้นำ คิดแทนหรือสร้างวิจารณญาณทางสังคมวิทยากฎหมาย เรียกว่า ไม่ใช่กฎหมาย เพราะไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง เช่น กรณีที่ศาลสั่งให้ลบข้อมูลในอินเตอร์เน็ต แต่หากประชาชนไม่เชื่อบางส่วนแล้วไม่ลบจะทำให้เกิดประเด็นระหว่างผู้ใช้กฎหมายกับประชาชนได้ นอกจากนั้นเมื่อกฎหมายเขียนแบบตีกรอบ จะทำให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจเพิ่มมากขึ้นและอาจใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ร่างกฎหมายที่ได้รับความเห็นชอบ นำไปสู่ขัดขวางการใช้วิจารณญาณของประชาชน แทนการสร้างวัฒนธรรมร่วมกันของคนในสังคม ต่อการถ่วงดุลการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นหากมีกฎหมายที่คุมทุกอย่าง จะเกิดการใช้กฎหมายข่มขู่ระหว่างกันได้ เช่น นักการเมืองข่มขู่ผู้สื่อข่าวที่นำเสนอข่าวสารเป็นต้น” น.ส.ฐิติรัตน์ กล่าว

 

นุ่ม เนียน เด้ง! เสิร์ฟ 5 ไอเทมใช้แล้วปลื้มขั้นสุด ผิวใสกระชากใจหนุ่ม!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706649


สวัสดีสาวๆ ชาวออฟฟิศทุกคน ได้เวลามาอัพเดตความงามกันเช่นเคยนะจ๊ะ สัปดาห์นี้เรามีไอเทมเด็ดเพื่อผิวสวยมาฝากกัน เพราะเราเชื่อว่าผิวที่มีสุขภาพดี ย่อมสวยเจิดจรัสมากกว่าสวยด้วยเมคอัพที่ประโคมเครื่องสำอางหนา 8 ชั้นแน่นอนบิวตี้ไอเทม ไทยรัฐออนไลน์ คราวนี้เรายังตามสกินแคร์คุณภาพดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดผิวหน้า ผิวกาย ผิวริมฝีปากได้อย่างล้ำลึก พร้อมแล้วมาเช็กลิสต์กันเลย

1. เซรั่มเด็ด ที่มาแรงที่สุดนาทีนี้

เริ่มจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ได้รับการบอกต่อมากที่สุด นั่นคือ Estee Lauder Advanced Night Repair บอกตรงๆ ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่ามันจะดีอะไรขนาดนั้น แต่เนื่องจากเห็นเพื่อน 2 คน ซื้อมาลองใช้ ปรากฏว่านางปลื้มปริ่มกันทีเดียว เราเลยตัดสินใจซื้อตัวเทสต์ขวดจิ๋วๆ มาลองบ้าง และผลลัพธ์ก็ดีเกินคาด

น้องใหม่ เพิ่งลองได้ไม่นาน แต่เลิฟสุดๆ

ทดลองใช้ : ลักษณะเซรั่มเป็นสีขาวขุ่น เข้มข้น เนื้อเซรั่มดูเหนียวนิดๆ แต่พอทาลงบนผิวแล้วซึมซาบเร็ว มอบความชุ่มชื่นได้พอประมาณ แต่เราเป็นคนหน้ามันเลยไม่ทาเยอะ กลัวหน้าเยิ้ม เราทาก่อนนอนมา 4-5 คืน ตื่นเช้ามาปรากฏว่า หน้านุ่มขึ้นจนรู้สึกได้ ผิวหน้าดูเนียนใส แต่สำหรับเรามันไม่ช่วยเรื่องรูขุมขนกว้างเท่าไร (อย่างที่บอกว่าเราเป็นคนหน้ามัน ซึ่งผลลัพธ์มันขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย)

2. ชีทมาส์กอะโวคาโด

เนื่องจากเราเป็นคนชอบมาส์กหน้าก่อนนอน ก็เลยไปค้นพบชีทมาส์กตัวเด็ด ลองแล้วปลื้มมาก คือ RJK Best Avocado Serum Mask จากแบรนด์ Rojukiss ของเกาหลีที่สาวๆ หลายคนรู้จักดี ตัวนี้เป็นมาส์กแบบแผ่นสำลี ข้างในแช่เซรั่มใสๆ ไว้จนชุ่ม มีส่วนผสมของวิตามิน A C D ที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยก่อนวัย มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ แนะนำว่าให้แช่ตู้เย็นก่อน พอนำมาใช้จะได้เย็นสดชื่นสบายผิว

ทดลองใช้ : พอแกะออกมาก็ค่อยๆ คลี่แผ่นมาส์กออก เนื้อเซรั่มบนแผ่นมาส์กเป็นลักษณะเจลใส ไม่มีสี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลองแต้มมาทาลงบนหน้ารู้สึกว่ามันซึมซาบเร็วดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ ตื่นตอนเช้ามารู้สึกหน้านุ่มดี ผิวดูเรียบเนียน กระชับรูขุมขน หน้าใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3. โลชั่นฆ่าแบคทีเรีย เคลียร์ปัญหาสิว

อีกอย่างที่เราใช้อยู่และรู้สึกว่ามันก็ใช้ดีเลยแหละ ดูขวดเล็กๆ แต่ใช้ได้ตั้งนาน สิ่งนี้คือ Acne Lotion Dr. Somchai มันเป็นโลชั่นทาผิวสำหรับผู้ที่ผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ผิวอย่างเรานี่แหละทั้งมันทั้งเป็นสิวอุดตันง่าย เราเลยต้องซื้อตัวนี้ติดบ้านไว้ มีสรรพคุณบอกว่าช่วยลดความมัน สมานผิวกระชับรูขุมขน ลดการอุดตันและการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

ทดลองใช้ : ตอนแรกเห็นมันเป็นโลชั่นน้ำใสๆ กลัวสิวไม่หายเลยประโคมเข้าไปเยอะ ผลคือแสบหน้ามากจ้า! ถ้าใครซื้อมาลองใช้ อย่าใช้เยอะแบบนี้นะคะ เดี๋ยวหน้าเยิน พอพักผิวไป 2-3 วัน ลองกลับมาใช้ใหม่ โดยใช้เฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน ส่วนตัวคือช่วงนั้นผิวหน้ามันเยิ้มมากกว่าปกติ และเป็นสิว ส่วนวิธีใช้ก็คือทาทีละหยด แต้มลงไปบนจุดที่สิวชอบขึ้นบ่อยๆ รวมถึงบริเวณทีโซนที่ผิวหน้ามันเร็ว ผลลัพธ์คือ ผิวหน้ามันน้อยลง สิวก็น้อยลงด้วย ชนะเลิศ!

4. บำรุงผิวริมฝีปากกันเถอะ

มาถึงริมฝีปากกันบ้าง ไม่อยากให้สาวๆ มองข้าม ถ้าวันไหนปากแห้งลอกเป็นขุย วันนั้นคือหายนะ บอกเลย! ดังนั้นต้องใส่ใจผิวปากนิดนึง เราเคยใช้ สีผึ้งแม่เลียบ อันโด่งดังเหมือนกัน ใช้ดีบอกต่อจริงๆ! แต่ใช้ได้แค่ก่อนนอน เพราะเนื้อขี้ผึ้งเหนียวเหนอะมาก แต่ถ้าจะเอาแบบพอดีๆ แต่คุณภาพไม่แพ้กัน เราแนะนำ Carmex Original Lip Balm และ Blistex Medicated Lip Balm ทั้ง 2 ยี่ห้อนี้เราใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ในความเห็นของเราคือใช้ดีที่สุดแล้ว

ทดลองใช้ : อันแรกเนื้อลิปจะใสๆ พอทาปากแล้วรู้สึกเหนอะนิดหน่อย แต่พอนวดและเม้มปากไปเรื่อยๆ ก็ซึมเข้าสู่ผิว ปากนุ่มชุ่มชื่นดี มีความเย็นนิดๆ จากเมนทอล ปากชุ่มได้ทั้งวันแทบไม่ต้องเติม ส่วนตัวที่สองเนื้อลิปคล้ายๆ ขี้ผึ้ง เหนียวเหนอะในตอนแรก แต่พอผ่านไปสักพักก็ซึมซาบดีเหมือนกัน ปากชุ่มนุ่มนาน ทาทิ้งไว้สักพักก่อนเติมลิปสติก สวยเริด!

5. สครับผิวสวย ด้วยมะขามกาแฟ

มาถึงการดูแลผิวหน้าและผิวกายด้วยการใช้สครับ ครั้งนี้เราแนะนำเป็น ชลสุวรรณสครับมะขามกาแฟ จริงๆ สครับแบบนี้มีหลากหลายแบรนด์ เลือกเอาตามชอบใจ แต่ต้องเลือกที่อ่อนโยนต่อผิวด้วยนะ ตัวที่เราใช้มีส่วนผสมคือ เกลือสปาขัดผิว น้ำผึ้ง น้ำนม ผงแตงกวา น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ มะขาม และกากกาแฟ ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวขาวใส มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอริ้วรอย ยิ่งถ้าผสมนมสดเข้าไปด้วยก็ยิ่งทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น

ทดลองใช้ : สูตรที่เราใช้ประจำคือ นำสครับมะขามกาแฟมาผสมกับนมสด แล้วสครับผิวกายให้ทั่ว เราไม่ใช้กับผิวหน้านะ เพราะมะขามมีกรดสูง ผิวแพ้ง่ายไม่ควรเสี่ยง หลังจากล้างสครับออกผลลัพธ์คือ ผิวนุ่มลื่นขึ้นทันทีในครั้งแรก ผิวชุ่มชื่น เด้ง และรู้สึกสะอาดล้ำลึกกว่าการอาบน้ำธรรมดาทั่วไป ควรทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

หวังว่าทั้ง 5 ไอเทมนี้จะช่วยให้สาวๆ มีผิวหน้า ผิวกาย ผิวปาก ที่สวยเด้งนุ่มเนียนสดใสได้ดั่งใจกันนะคะ แล้วกลับมาติดตามเรื่องราวความงามดีๆ แบบนี้ได้ใหม่คราวหน้าจ้า!

 

ผลักดันดีไซเนอร์ไทยหน้าใหม่สู่เวทีโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/705414


ประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร ZEN และ Harper’s Bazaar Thailand ร่วมแสดงความยินดีกับสุดยอดดีไซเนอร์หน้าใหม่.แสดงจุดยืนสนับสนุนผลงานนักออกแบบไทยหน้าใหม่ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ สองผู้นำวงการแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระหว่าง เซน ไลฟ์สไตล์เทรนด์ เมกะสโตร์ โดย ณัฐธีรา บุญศรี และ นิตยสาร Harper’s BAZAAR ประเทศ ไทย โดย บก. บห. ดวง โปษยานนท์ จึงจับ มือกันประกาศผลสุดยอดดีไซเนอร์หน้าใหม่ ตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในเวทีแฟชั่นระดับเอเชีย ภายใต้โครงการ Harper’s BAZAAR Asia New Gen Fashion Award 2016 ณ ZEN Event Gallery ชั้น 8 ห้างสรรพสินค้าเซน เมื่อเร็วๆนี้

บอสใหญ่ห้างสรรพสินค้าเซน กล่าวว่า โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริมผลงานของคนรุ่นใหม่ให้มีเวทีแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจริงจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การสร้างแบรนด์ และแผนการตลาด เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้กลายเป็นดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของเอเชียในอนาคต สอดคล้องกับห้างเซนที่มีแนวคิดสนับสนุนผลงานนักออกแบบรุ่นใหม่มาโดยตลอด และเราก็ภาคภูมิใจกับผลงานของไทยดีไซเนอร์มาก โดยเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ไทยที่มีเอกลักษณ์หลาก หลาย ได้มีช่องทางโชว์ผลงานให้กลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งห้างเซนเปรียบเสมือนเป็นสื่อกลางระหว่างนักออกแบบไทยและกลุ่มลูกค้า เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง และเพิ่มมูลค่าสินค้าในวงการธุรกิจแฟชั่นต่อไป

สำหรับผลงานชนะเลิศชื่อ THE TIPS ของ จิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแกลเลอรี่ภาพในหนังสือ WILDERMANN โดย Charles Fréger ชาวฝรั่งเศส ที่รวบรวมภาพพิธีกรรมอันเก่าแก่ และเฉลิมฉลองตามฤดูกาล ความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตและความเชื่อ การปลอมตัวแปลงกายในรูปแบบ ต่างๆ ซึ่งนอกจากจะได้เงินรางวัล 100,000 บาท ยังได้เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมการแข่งขันระดับเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์ และมีโอกาสเข้าชิงทุนการศึกษาปริญญาโทด้าน Fashion Management สถาบันออกแบบ Istituto Marangoni ของประเทศอิตาลีเป็นเวลา 1 ปี มูลค่ากว่า 1,600,000 บาทอีกด้วย.

คงความอ่อนวัยด้วย “กระบนใบหน้า”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Women’s Health 29 ส.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693083


‘กระ’ กลายเป็นความสนุกของเหล่าดีไซเนอร์ ช่างภาพ และช่างแต่งหน้าไปซะแล้ว นอกจากมันจะดูน่ารัก ไม่จำเป็นต้องปกปิด แล้วยังปล่อยให้จุดเล็กๆ บนใบหน้าเฉิดฉายเหมือนกลุ่มดาวบนท้องฟ้าอย่างไม่อายใครผิวเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับผู้หญิงมาตลอด แต่ฝ้ากระมีหลายชนิดและหลากหลายเฉดสี ซึ่งแต่ก่อนสาวๆ มักไม่ปลื้ม เพราะมันไม่น่าดู ที่แย่ไปกว่าคือมันบ่งบอกถึงนิสัยไม่ชอบทาครีมกันแดด แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ในขณะที่บนรันเวย์ เซเลบริตี้และศิลปินทั้งหลายต่างภูมิใจและยินดีที่จะเปิดเผยกระสีน้ำตาลบนแก้มให้ทุกคนเห็น นักวิจัยด้านพันธุกรรมกำลังค้นหาต้นกำเนิดของกระ ผลก็คือ ผู้หญิงที่มีกระบนใบหน้า ภูมิใจกับจุดเล็กจุดน้อยเหล่านี้เหลือเกิน และเชิดใส่รองพื้นเนื้อหนาให้การปกปิดดีเยี่ยม ส่วนใครที่ไม่มีและอยากมีน่ะเหรอ ง่ายจะตาย

กระคืออะไรกันแน่?

หากคุณมีกระ ขอให้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่พ่อกับแม่ให้มา อามิท ชาร์มา (Amit Sharma) แพทย์ผิวหนังแห่ง Mayo Clinic ผู้ศึกษาด้านกรรมพันธุ์ทางผิวหนังบอกว่า กระ-ฝ้าเป็นยีนด้อย ซึ่งทั้งพ่อและแม่จะต้องเป็นพาหะ จึงจะส่งต่อยีนด้อยนี้ให้ปรากฏเด่นชัดได้ กระเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน MC1R ที่ทำหน้าที่ควบคุมเม็ดสี อามิทเสริมว่า แม้จะเป็นความจริงที่การกลายพันธุ์นี้เกิดขึ้นกับชาวยุโรปที่มีผิวขาวและผมแดง แต่ก็ยังปรากฏกับคนชาติอื่นๆ อย่างจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เมดิเตอร์เรเนียน อิสราเอลและแอฟริกันด้วย

พัฒนาการของกระ

คุณคิดยังไงกับเด็กทารกที่มีกระล่ะ ก็น่ารักสุดๆ น่ะสิ น่าเสียดายมันไม่ได้เป็นอย่างที่พูด เพราะไฝกับปานแดงปานดำอาจได้มาตั้งแต่เกิด แต่กระไม่ได้ติดตัวเด็กมาตั้งแต่แรกเกิด นายแพทย์เด็นดี้ แองเกิลแมน ศัลยแพทย์มะเร็งผิวหนัง และผู้อำนวยการแผนกเภสัชศัลยกรรมประจำ Metropolitan Hospital ใน New York City กล่าว

เมื่อกระขึ้นบนใบหน้าแล้ว มันจะกระจายเพิ่มขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสง และสังเกตเห็นชัดตอนอายุ 7 หรือ 8 ขวบ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อที่ว่ากระ = ผลจากแดดเผา จริงๆ นะคะที่เราบอกว่ามันเป็นแค่ความเชื่อ เพราะในระดับเซลล์ แดดเผาหมายถึง DNA โดนทำลาย ซึ่งก็คือสารประกอบไนโตรเจนที่ก่อตัวเป็นเกลียว DNA นั้นเกิดผิดพลาดขึ้นมา ซึ่งอาจนำไปสู่การเจริญเติบโตของเนื้องอก และการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนกับอีลาสตินที่ทำหน้าที่กระชับผิว เภสัชกรอลิเซีย บาร์บา แพทย์ผิวหนังประจำ Barba Dermatology ใน Miami กล่าว

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น กระก็เป็นแค่ผิวหนังชนิดหนึ่งเท่านั้น “คุณยังสบายดีแน่นอน ถึงแม้ว่ากระจะกระจายเพิ่มขึ้นก็ตาม ถ้าไม่ออกแดดบ่อยนัก จะไม่มีใครมาคอยพูดกรอกหูว่าผิวคุณเกิดความเสียหาย หรือเหมาคิดเอาเองว่าคุณดูแลผิวไม่ดีพอ”

ครีมกันแดดยังเป็นสิ่งจำเป็น

หากผิวคุณขาวซีดและตกกระ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนสีผิวเดียวกันแต่ไม่มีกระ คุณจึงต้องระวังตัวอยู่เสมอค่ะ ฟรานเซสก้า ฟัสโก้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านผิวหนังแห่งศูนย์แพทย์ Mount Sinai ในนิวยอร์ก แนะนำให้เช็กมะเร็งผิวหนัง 2 ครั้งต่อปี ใช้ครีมกันแดดป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB มีค่า SPF 30 ขึ้นไป

ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นกระแดดหรือไม่ (กระที่เกิดจากแสงอาทิตย์) ใช้วิธีนี้ค่ะ หากเป็นกระธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดจากผิวถูกทำลาย สีจะเข้มขึ้นเมื่อถูกแดด และจะอ่อนลงจนหายไปในเวลาต่อมา แต่ถ้าเป็นกระแดด สีจะเข้มตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในแสงแบบไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณอาศัยอยู่ (หรือไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาว) สีเข้มหรือจางของกระเกิดขึ้นหลากหลายแบบ นอกจากสีที่บ่งบอกว่าเป็นกระแดดแล้ว ยังบอกได้ด้วยขนาดและรูปร่าง (ขอบของจุดมักเข้มและชัดกว่ากระทั่วไป)

แต่ถ้าเป็นกระแดด อย่าเพิ่งตกอกตกใจค่ะ มันเป็นแค่สีผิวที่เข้มผิดปกติ ไม่มีผลกระทบอะไรต่อสุขภาพ คุณสามารถรักษาได้ด้วยครีมที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใส (คุณหมอฟัสโก้แนะนำแบรนด์ที่ผสม Kojic Acid หรือ Licorice Root อย่างเช่น Fresh Peony Spot Correcting Brightening Essence) สำหรับจุดที่เป็นปัญหาหนักๆ อาจต้องรักษาด้วยเลเซอร์ Intense Pulsed Light Treatment ซึ่งจะเปลี่ยนแสงอ่อนๆ ให้เป็นความร้อนเพื่อทำลายเม็ดสีที่มากเกินไป หากคุณหมอสงสัยว่ามันจะพัฒนาเป็นเนื้อร้ายหรือเปล่า หมอถึงจะขอตัดชิ้นเนื้อไปตรวจแล้วรักษาต่อไป

ที่มา – Women’s Health Thailand
www.womenshealththailand.com
www.instagram.com/womenshealththai