พสกนิกรเนืองแน่น เฝ้ารอรับเสด็จฯ’รัชกาลที่10′ ทรงเปิดศาลากลางจ.กระบี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248247

พสกนิกรเนืองแน่น เฝ้ารอรับเสด็จฯ'รัชกาลที่10' ทรงเปิดศาลากลางจ.กระบี่

พสกนิกรเนืองแน่น เฝ้ารอรับเสด็จฯ’รัชกาลที่10′ ทรงเปิดศาลากลางจ.กระบี่

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 20.41 น.

9 ธ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ (หลังใหม่) พสกนิกรชาวจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงร่วม 3 หมื่นคน ต่างมาเฝ้ารอเพื่อรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ จ.กระบี่ ในพิธีเปิดอาคารศาลากลาง จ.กระบี่ (หลังใหม่) ซึ่งนับเป็นจังหวัดแรกในรัชสมัยรัชกาลที่ 10 ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยประชาชนได้นั่งรอเป็นระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร ตั้งแต่สนามบินกระบี่จนถึงศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อรอชมพระบารมี

นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่พสกนิกรชาว จ.กระบี่ และจังหวัดใกล้เคียงจะได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ จ.กระบี่ พิธีเปิดอาคารศาลากลาง จ.กระบี่ หลังใหม่

ด้าน นายวรรณ ทองแดง อายุ 43 ปี ชาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ กล่าวว่า ได้เดินทางมารอรับเสด็จฯ ตั้งแต่เวลาตี 3 ที่ผ่านมา เพื่อมารอรับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้วยความจงรักภัคดี และรักพระองค์ท่านเหมือนกับพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ เช่นเดียวกับ นางมาลี สุขเจริญ อายุ 67 ปี ชาว อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นที่สุดที่ได้มีโอกาสรับเสด็จฯ โดยเดินทางมาถึงตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ และเมื่อคืนมานอนรออยู่ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.กระบี่ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารคอยอำนวยความสะดวกเรื่องที่นอน ซึ่งวันนี้ได้เตรียมพระบรมฉายาลักษณ์ ของรัชกาลที่ 10 พร้อมธงชาติไทยมารอรับเสด็จฯ ด้วย

สำหรับกำหนดการรับเสด็จฯ อย่างเป็นทางการ จะเริ่มในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป เมื่อเครื่องบินพระที่นั่งลงจอด จะทำการปิดการจราจรบางช่วงจนกว่าพิธีรับเสด็จฯ ในสนามบินเสร็จ จะทยอยปิดเป็นระยะๆ เพื่อระบายรถ ไม่ได้ปิดตลอดเส้นทาง

ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้มีการกำหนดสถานที่สำหรับจอดรถรวม 7 จุด ดังนี้ 1.ลานจอดรถองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ (มีรถรับ-ส่ง) 2.ที่จอดรถตลาดสดมหาราช (ชั้น 2) 3.บริเวณบ่อบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองกระบี่ 4.โรงเรียนอำมาตย์พาณิชนุกูล 5.โรงเรียนอุตรกิจ 6.โรงเรียนอนุบาลกระบี่ 7.ถนนมหาราช โดยทางขนส่งจังหวัดจะจัดรถไว้คอยบริการจุดต่าง ไว้ที่ละ 10 คัน

สำหรับอาคารศาลากลางจังหวัดกระบี่ หลังใหม่ ได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 ตามแบบแปลนของกรมโยธิการและผังเมือง เป็นอาคารสูง 5 ชั้น ขนาดความกว้าง 28 เมตร ยาว 72 เมตร งบประมาณ 113,800,000 บาท แล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ.2557 เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการต่างๆ โดยศาลกลางหลังใหม่ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศาลากลางหลังเก่า ห่างกันประมาณ 50 เมตร ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ ส่วนศาลากลางหลังเก่าปัจจุบันก็ยังใช้เป็นห้องประชุม และหน่ายงานราชการต่างๆ เช่นเดียวกัน

บรรยากาศพสกนิกรไทย-ชนเผ่าลัวะ เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248184

บรรยากาศพสกนิกรไทย-ชนเผ่าลัวะ เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

บรรยากาศพสกนิกรไทย-ชนเผ่าลัวะ เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 16.18 น.

9 ธ.ค.59 บรรยากาศพสกนิกรชาวไทยและชนเผ่าลั๊วะ เดินทางเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

‘บิ๊กจอม’นำข้าราชการทัพอากาศ แสดงความอาลัย’ในหลวงร.9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248170

'บิ๊กจอม'นำข้าราชการทัพอากาศ แสดงความอาลัย'ในหลวงร.9'

‘บิ๊กจอม’นำข้าราชการทัพอากาศ แสดงความอาลัย’ในหลวงร.9’

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 15.44 น.

9 ธ.ค.59 ที่พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ บนยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีแสดงความอาลัยน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และทหารกองประจำการ ในสังกัดกองทัพอากาศ สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ ตลอดจนนักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

พล.อ.อ.จอม กล่าวว่า สำหรับพระมหาธาตุนภเมทนีดล เป็นพระมหาธาตุเจดีย์ ที่กองทัพอากาศดำเนินการจัดสร้างขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ.2530 และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้แก่กองทัพอากาศ ที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงรับการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระมหาธาตุนภเมทนีดล เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2532 นำมาซึ่งความปลื้มปีติแก่กองทัพอากาศ และพสกนิกรผู้อาศัยในพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้เป็นล้นพ้น

พล.อ.อ.จอม กล่าวอีกว่าต่อมา ในปี 2535 กองทัพอากาศได้จัดสร้างพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ประดิษฐานเคียงคู่ พระมหาธาตุนภเมทนีดล เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแก่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ

นอกจากนี้ ในโอกาสเดียวกัน ผบ.ทอ.ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ดอยอินทนนท์ และจัดกิจกรรมบรรเทาภัยหนาว โดยมอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเครื่องห่มกันหนาวให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ดอยอินทนนท์อีกด้วย

‘วิษณุ’ยกย่อง’ในหลวงรัชกาลที่9′ ทรงเป็นแบบอย่าง’ความสุจริต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248161

'วิษณุ'ยกย่อง'ในหลวงรัชกาลที่9' ทรงเป็นแบบอย่าง'ความสุจริต'

‘วิษณุ’ยกย่อง’ในหลวงรัชกาลที่9′ ทรงเป็นแบบอย่าง’ความสุจริต’

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.45 น.
9 ธ.ค.59 ที่หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล “เรื่องเล่าของพ่อขอทำดีเพื่อแผ่นดิน” โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า คนไทยยังอยู่ในช่วงของความเศร้าโศกจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างของความสุจริตมาโดยตลอด โดยในปี 2499 พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัส ว่า การจะทำกิจอันใดก็ตามให้ประสบความสำเร็จขอให้ยึดหลัก 4 อย่าง คือ 1.ความอุตสาหะพากเพียร 2.ซื่อสัตย์สุจริต 3.มีใจเมตตากรุณา และ 4.บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ถ้าผู้ใดทำแล้วจะทำงานยากงานใหญ่จะประสบความสำเร็จ หากดูพระราชดำรัสของพระองค์ท่านในเวลาต่อมาล้วนแต่มีคำว่าสุจริตอยู่ด้วยทั้งสิ้น และนอกจากพระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสแล้ว พระองค์ท่านยังทรงปฏิบัติ ศึกษาแล้วนำมาสอน และมีผลสัมฤทธิ์ ให้ประชาชนได้เห็นโดยตลอด

ชี้ตั้ง’รักษาการเจ้าอาวาส’ทำได้ ‘วิษณุ’เผยมีอยู่ในระเบียบปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248156

ชี้ตั้ง'รักษาการเจ้าอาวาส'ทำได้ 'วิษณุ'เผยมีอยู่ในระเบียบปกติ

ชี้ตั้ง’รักษาการเจ้าอาวาส’ทำได้ ‘วิษณุ’เผยมีอยู่ในระเบียบปกติ

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.26 น.

9 ธ.ค.59 ที่หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการตั้ง พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เป็น เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ว่า มีอยู่ในระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ปกติว่าพระรูปใดที่มีพรรษาเกินให้ยกขึ้นจากเจ้าคณะจังหวัดเป็นกิตติมศักดิ์ ซึ่งเป็นระเบียบปกติอยู่แล้ว และบางกรณีที่อายุยังไม่ถึงแต่ถ้าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เช่น ป่วย ทุพพลภาพ ก็ยกขึ้นเป็นกิตติมศักดิ์ได้ เพราะตอนตั้งไม่ได้ตั้งตัวเอง เป็นเรื่องที่ทางผู้ปกครองคณะสงฆ์เหนือขึ้นไปเป็นคนตั้ง เพราะฉะนั้นเขาก็เปลี่ยนแปลงได้

เมื่อถามว่า กรณีที่มีการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส แต่ตัวรักษาการเจ้าอาวาสอยู่ต่างประเทศ นายวิษณุ กล่าวว่า มีรักษาการแทนรักษาการได้ มีเยอะแยะไป อธิบดีทำหน้าที่ไม่ได้ รองก็ปฏิบัติหน้าที่แทน หากรองป่วยก็สามารถให้คนอื่นมาทำแทน มีเจ้าอาวาสหลายวัดที่ไม่ได้อยู่ประจำวัด อาศัยเจ้าอาวาสวัดอื่นไปทำหน้าที่แทน

‘อ.เฉลิมชัย’โวยศาลากกลางจ.แพร่ ปล่อยภาพวาด’ในหลวงร.9’เสียหายมีทั้งรอยขาด-ด่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248151

'อ.เฉลิมชัย'โวยศาลากกลางจ.แพร่ ปล่อยภาพวาด'ในหลวงร.9'เสียหายมีทั้งรอยขาด-ด่าง

‘อ.เฉลิมชัย’โวยศาลากกลางจ.แพร่ ปล่อยภาพวาด’ในหลวงร.9’เสียหายมีทั้งรอยขาด-ด่าง

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.02 น.

9 ธ.ค. 59 ที่ วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้สร้างศิลปะวัดร่องขุ่น ได้นำรูปถ่ายของภาพ “ทรงพระเมตตาต่อไพร่ฟ้าผู้ทุกข์ยาก” ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัยได้วาดขึ้นเมื่อปี 2542 และปัจจุบันนำไปติดตั้งที่ศาลากลาง จ.แพร่ มาแสดงให้สื่อมวลชนเพื่อแจ้งสภาพของภาพดังกล่าวว่า ในปัจจุบันว่าไม่ได้รับการดูแลรักษาให้ตรงกับที่ได้นำไปจากศิลปินเมื่อประมาณ 17 ปีก่อน โดยภาพดังกล่าวถูกรติดตั้งยู่บริเวณฝาผนังด้านหน้าทางเข้าศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.แพร่ มีการกั้นฉากเอาไว้เบื้องล่างเป็นแถวยาว ส่วนผิวของภาพพบมีรอยตำหนิไปจากเดิมหลายจุด ทั้งรอยฉีกอย่างน้อย 2-3 จุด มีรอยน้ำเลอะและรอยด่างคาดว่าจะเป็นมูลของสัตว์ประเภทนกหรือขี้จิ้งจกไม่ต่ำกว่า 6-7 จุด

โดยอาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ภาพวาดดังกล่าวเกิดจากการที่รัฐบาลในอดีตเมื่อปี 2542 มีโครงการให้ศิลปินได้วาดภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุ 72 พรรษา เพื่อนำไปติดตั้งที่ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่ของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้สร้างบ้านดำชาวเชียงรายอีกคนได้วาด และนำไปติดตั้งที่ศาลากลาง จ.เชียงราย ส่วนของตนถูกนำไปไว้ที่ศาลากลาง จ.แพร่ หลังวาดเสร็จเมื่อเดือน ก.ค. 2542 เมื่อแรกเริ่มมีการนำไปติดตั้งในสถานที่ที่มีความสง่างามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดในอดีตได้นำตนไปดูพร้อมมีดอกไม้ประดับงดงาม แต่ปรากฎว่าเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน ตนได้ให้ลูกศิษย์ไปถ่ายภาพดังกล่าวเพื่อจะได้นำสำเนามาเก็บรักษาเอาไว้ภายในหอศิลป์ ณ วัดร่องขุ่น ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชม กลับพบภาพวาดดังกล่าวอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่

อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ภาพใบนี้วาดด้วยเทคนิคสีอะคริลิกบนผืนผ้าใบมีความกว้าง178 คูณ 148 ซ.ม. เป็นภาพที่ตนตั้งใจวาดที่สุดและรักที่สุด เพราะเป็นภาพที่วาดขึ้นหลังจากตนได้เข้าถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการวาดภาพหนังสือพระราชนิพนธ์พระมหาชนก เมื่อมีโครงการดังกล่าวจึงมีแรงบันดาลใจในการวาดภาพนี้ขึ้นก่อนสร้างวัดร่องขุ่นอีก 2 ปีต่อมา รูปแบบภาพเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่มีความหมายว่า ทรงเป็นเทพที่มีกายทิพย์ที่ลงมาโปรดประชาชนผู้ทุกข์ยากซึ่งตกอยู่ในน้ำที่มีปลาซึ่งหมายถึงความทุกข์ยาก โดยมีทศพิธราชธรรมซึ่งหมายถึงดอกบัวตรงกลาง และมีดอกมณฑาโปรยสู่ประชาชน เสมือนโครงการต่างๆ ที่ช่วยเหลือ เช่น การเกษตร เขื่อน ฯลฯ

“ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่เห็นคุณค่าของศิลปะ และปล่อยให้ภาพวาดที่ทรงคุณค่าเป็นเช่นนี้ เพราะปัจจุบันพบว่าได้ย้ายไปติดตั้ง ณ สถานที่ใหม่ที่ไม่ใช่จุดที่เป็นสง่าเหมือนเดิม โดยติดไว้บนเพดานหน้าห้อง กรอบภาพก็พังเสียหาย มีรอยน้ำ มูลสัตว์ และรอยฉีด ซึ่งรอยต่างๆ เหล่านี้ซ่อมแซมได้ยากมากและหากจะซ่อมก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน จึงจะแล้วเสร็จ การปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ตนเห็นว่า ไม่รู้คุณค่าทางศิลปะ ทำให้ตนเป็นห่วงภาพวาดของศิลปินรุ่นครูอาจารย์ เพื่อนฝูงและน้องๆ ของตนที่นำไปติดตั้งตามศาลากลางจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศในปัจจุบันว่าจะมีสภาพเหมือนกันหรือไม่ จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ ส่วนกรณีที่ จ.แพร่ นั้น หากทางราชการไม่สามารถดูแลรักษาให้สมพระเกียรติได้ก็ควรจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเก็บรักษาดูแล เช่น กระทรวงวัฒนธรรม หรือคืนให้ศิลปินที่จะนำไปเก็บไว้ในหอศิลป์หรือเอกชนที่เขามีการดูแลรักษาได้ดีกว่าด้วย” อาจารย์เฉลิมชัย กล่าว

พสกนิกรทั่วทิศอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248146

พสกนิกรทั่วทิศอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ

พสกนิกรทั่วทิศอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.29 น.

9 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.45 น. เป็นประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เป็นกลุ่มแรก และเวลา 04.50 น. เป็นประชาชนทั่วไป โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเดินทางเข้ากราบถวายบังคม ในหลวง ร.9 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้แจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

นายประหยัด เจนจบ อายุ 52 ปี อบต.บึงทับแรต อ.ทับลาน จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมชาวบ้านกว่า 400 คน เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 ที่ทรงพระราชทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองทองแดง ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยทรงใช้วิธีสร้างคลองรับส่งน้ำจากแม่น้ำปิงให้ไหลเข้าสู่พื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จ.กำแพงเพชร และจังหวัดใกล้เคียง ให้สามารถทำการเกษตรและทำนาเลี้ยงสัตว์ได้

“ในหลวง ร.9 ท่านเป็นศูนย์รวมใจของทุกคน ท่านเปรียบเสมือนหัวเรือใหญ่ รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพระราชทานโครงการคลองส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ก่อนนี้ จ.กำแพงเพชร แห้งแล้งมาก ผมและคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องไปทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง แต่หลังจากที่มีโครงการพระราชดำริแล้ว ผมและคนอื่นๆ ก็กลับมาอยู่บ้านทำนา ปลูกอ้อย ปลูกพืชอื่นๆ และเลี้ยงสัตว์ ทำให้ผมและชาวบ้านสามารถลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งก่อนนี้ทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ก็สามารถทำนำได้ปีละ 2-3 ครั้ง และปลูกพืชอื่นๆ ได้ด้วย ทำให้มีรายได้เพิ่ม และเวลาประชุม อบต.ก็จะน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาปลูกฝังให้ชาวบ้านนำไปใช้ และให้มีความขยันอดทน รู้จักช่วยเหลือกันเองเพื่อลดต้นทุน” นายประหยัด กล่าวด้วยความซาบซึ้ง

‘ราชสกุล-ราชนิกุล’เจ้าภาพวันที่3 บำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248143

'ราชสกุล-ราชนิกุล'เจ้าภาพวันที่3 บำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ

‘ราชสกุล-ราชนิกุล’เจ้าภาพวันที่3 บำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 12.06 น.

9 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา และราชนิกุล ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีราชสกุลกำภู ราชสกุลจักรพันธุ์ ราชสกุลภาณุพันธุ์ ราชสกุลจิตรพงศ์ ราชสกุลนพวงศ์ ราชสกุลสุประดิษฐ์ ราชสกุลกฤดากร ราชสกุลศุขสวัสดิ์ ราชสกุลทวีวงศ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

โดยเมื่อเวลา 07.00 น. พล.ร.อ. ม.ร.ว.พันธุม ทวีวงศ์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 57 จากนั้นวางพวงมาลา ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวราราม ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 8 ธ.ค. ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.เทพกมล เทวกุล เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูป ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

พล.ท.กิตต์พงษกร นพวงศ์ ณ อยุธยา ประธานกรรมการราชสกุลนพวงศ์ ที่มาร่วมบำเพ็ญกุศลถวายฯ เปิดเผยว่า ตนเคยเป็นราชองค์รักษ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527-2554 ตามเสด็จฯ ในถิ่นทุรกันดารในทุกภูมิภาคของประเทศ ได้เห็นในหลวง ร.9 ทรงงานหนัก ซึ่งตนก็ได้ถวายงานด้วยการรับผิดชอบโครงการพระราชดำริใน 25 จังหวัดของภาคอีสานด้วย

“ผมเป็นทหารพัฒนาพื้นที่ที่ในหลวง ร.9 ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ดูแลด้านเศรษฐกิจพอเพียงที่ภาคอีสาน ในหลวงทรงรับสั่งในการทำงานด้วยว่า ต้องทำให้ราษฎรได้พออยู่พอกิน มีเหลือก็จำหน่ายหรือแลกเปลี่ยน และเลี้ยงชีวิตตนเองได้ ที่สำคัญก็คือ ต้องทำบัญชีฟาร์ม บัญชีครัวเรือน ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเน้นย้ำอยู่เสมอจนถึงปัจุบันนี้ เพื่อให้ราษฎรได้รู้ฐานะทางการเงินของตนเอง” พล.ท.กิตต์พงษกร กล่าว

นางนันทนี ทวีวงศ์ อายุ 56 ปี สมาชิกราชสกุลทวีวงศ์ ที่มาร่วมบำเพ็ญกุศลถวายฯ เปิดเผยว่า ในหลวง ร.9 พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพในหลายๆ ด้าน นอกจากโครงการในพระราชดำริต่างๆ กว่า 4 พันกว่าโครงการแล้ว ยังทรงเป็นศิลปินนักวาดภาพ ฉายพระรูป และทรงดนตรี ซึ่งตนในฐานะที่ทำงานด้านศิลปะด้วย ก็รับรู้ได้ว่าพระองค์ทรงพระอัจฉริยภาพมากๆ เพราะพระองค์จะทำสิ่งไหนจะทรงศึกษาอย่างจริงจัง และรู้ลึกทุกอย่าง ทั้งนี้เพราะพระองค์จะทรงมีสมาธิในการทรงงานทุกอย่าง รวมถึงทรงมีธรรมะ มีบารมีสูง และนำหลักธรรมนั้นมาสอนประชาชนด้วยการปกครองประเทศ

ม.ล.ถวัลย์วดี ทวีวงศ์ อายุ 82 ปี บุตรสาวหม่อมทวีวงศ์ ถวัลยศักดิ์ (ม.ร.ว.เฉลิมลาภ ทวีวงศ์) ผู้เป็นเลขาธิการราชวัง ผู้อำนวยการทรัพย์สินแห่งพระมหากษัตริย์คนแรกในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 และดำรงตำแหน่งองคมนตรี กล่าวว่า คุณพ่อได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทรู้สึกซาบซึ้งและเป็นบุญแก่ราชสกุลอย่างยิ่ง อีกทั้งด้วยตัวเองเคยได้เป็นผู้ถวายเครื่องเสวยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้ได้เห็นพระราชจริยวัตรของพระองค์ว่าทรงเป็นผู้ที่คิดเร็ว ทำเร็ว และทรงมีกฎระเบียบ

นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี และนางอรพิมพ์ ปลื้มอารมณ์ (ราชสกุลจักรพันธุ์) กล่าวว่า ราชสกุลจักรพันธุ์ มีทั้งหมด 7 สาย พวกเราเป็นสายของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ผู้ประพันธ์เนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 28 เพลง จากทั้งหมด 48 เพลง อาทิ เพลงแสงเทียน เพลงพระราชนิพนธ์อันดับแรกของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงเพลงยามเย็น เพลงพรปีใหม่ อีกทั้งยังทรงงานเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นองคมนตรีรับใช้เบื้องพระยุคลบาทจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ ท่านตาจึงได้รับใช้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมาก

สำหรับหลานๆ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกคนจะได้รับพระราชทานน้ำสังข์จากพระองค์ท่าน และได้พระราชทานพรหลักการใช้ชีวิตคู่ที่เราได้นำมาปฏิยัติใช้ว่า “หากคนหนึ่งร้อน ให้อีกคนหนึ่งเย็น ในวันข้างหน้าหากมีปัญหาให้นึกถึงวันนี้ วันที่มีความสุขที่สุด” ทำให้ชีวิตคู่เราประสบความสำเร็จและมีความสุข  นอกจากนี้ยังนำหลักคำสอนของพระองค์เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความเพียร และการไม่เกี่ยงงานมาใช้ในชีวิตการทำงานด้วย

ม.ล.รัมภา สุประดิษฐ์ (ราชสกุลสุประดิษฐ์) กล่าวถึงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ว่า พระองค์ท่านทรงงานเพื่อประชาชนมากมาย โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้และเข้าใจ เมื่อท่านเสด็จสวรรคตก็เพิ่งจะได้เข้าใจ ด้วยพระบารมีในพระองค์ที่ทรงเสียสละ ทรงงานมาตลอด 70 ปี รู้สึกว่าบ้านเมืองเจริญขึ้น ทรงเป็นที่พึ่งให้พวกเราทั้งทางกายและใจ และเปรียบเสมือนเป็นครูที่คอยสั่งสอนเราอยู่เสมอ ในฐานะเป็นหนึ่งในประชาชนของพระองค์เราพร้อมที่จะทำความดี ดำเนินชีวิตตามรอยพระบาท โดยที่ไม่ต้องประกาศให้ใครรู้ เหมือนเป็นการปิดทองหลังพระ นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดเรื่องราวของพระองค์เล่าสู่กันฟังให้แก่ลูกหลาน รวมถึงให้อ่านหนังสือ ดูหนัง เพื่อได้ซึมซับพระมหากรุณาธิคุณในพระองค์ โดยลูกสาวที่เรียนอยู่ต่างประเทศตั้งใจจะมาเข้าแถวเพื่อเข้ากราบพระบรมศพและตัวเองอยากจะมากราบอีกครั้งพร้อมลูก แม้ต้องใช้เวลารอนานก็ไม่เป็นไร เพราะที่ผ่านมาพระองค์ทรงงานเหนื่อยเพื่อพวกเรามาเยอะแล้ว

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 39วันกว่า1.4ล้านรายยอดเงิน107ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248135

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 39วันกว่า1.4ล้านรายยอดเงิน107ล.

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 39วันกว่า1.4ล้านรายยอดเงิน107ล.

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 10.04 น.
9 ธ.ค. 59 สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  ของวันที่ 8 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 04.45-23.55 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 48,375 คน รวม 39 วัน มีจำนวน 1,408,753 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวนเงิน 3,276,177.25 บาท รวม 39 วัน รวมยอดเงินทั้งสิ้น 107,595,980 บาท

‘เนติวิทย์’หน่ายข้อสอบเชิงท่องจำแย่ๆ ถามเทอมหน้านิสิตกี่เปอร์เซ็นต์ยังจำได้อยู่?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248128

'เนติวิทย์'หน่ายข้อสอบเชิงท่องจำแย่ๆ ถามเทอมหน้านิสิตกี่เปอร์เซ็นต์ยังจำได้อยู่?

‘เนติวิทย์’หน่ายข้อสอบเชิงท่องจำแย่ๆ ถามเทอมหน้านิสิตกี่เปอร์เซ็นต์ยังจำได้อยู่?

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 09.16 น.

9 ธ.ค. 59 ายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Netiwit Chotiphatphaisal” หลังจากที่ได้ทำข้อสอบ โดยระบุว่า เกิดมาไม่เคยเจอข้อสอบแย่แบบนี้มาก่อนในความเห็นของผม ผมคิดว่าจบม.6 ข้อสอบเชิงท่องจำแย่ๆ ที่ไม่ช่วยทำให้เกิดความเข้าใจ หรือมีประโยชน์ในการจำเลยจะหมดไป ไม่ใช่ว่าไม่ต้องจำอะไรเลย ไม่ได้อยู่สำนักต่อต้านการจำ แต่มันจำ “จำเป็น” ไหม กระนั้นสุดท้ายผมก็หนีไม่พ้น เรียนมหาลัยเจอหนักกว่ามัธยมอีก พร้อมกันนี้ยังได้ยกตัวอย่างข้อสอบและคำตอบทั้งนี้ นายเนติวิทย์ ยังระบุด้วยว่า เทอมหน้าคิดว่านิสิตกี่เปอร์เซ็นต์ยังจำได้อยู่ และการรู้แค่ชื่อๆ แบบนี้มันทำให้เข้าใจสังคมวิทยาดีขึ้นยังไงบ้าง ขอแสดงความคิดเห็นหน่อย เสียเงินเข้ามาเรียนแล้ว จริงๆ ข้อสอบกลางภาค็ไม่ต่างกับปลายภาคหรอก ตอนนั้นผมก็ลองดูๆ คิดว่ามันคงดีขึ้น เห็นคนอื่นๆ ก็บ่นกัน แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ขอโพสเถอะ ไม่ได้ประโยชน์อะไร ใครจะเกลียดก็ช่าง แต่ถือว่าผลประโยชน์ของนิสิตรุ่นน้องในปีถัดๆ ไป ทำไมต้องทน ต้องเจอแบบนี้ เราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆเหรอ ทนกันมาหลายปีแล้ว