‘ภูฏาน’เทิดพระเกียรติ‘ร.9’ กษัตริย์‘จิกมี’ เสด็จเปิด-2ชาติจัดยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248114

‘ภูฏาน’เทิดพระเกียรติ‘ร.9’  กษัตริย์‘จิกมี’  เสด็จเปิด-2ชาติจัดยิ่งใหญ่

‘ภูฏาน’เทิดพระเกียรติ‘ร.9’ กษัตริย์‘จิกมี’ เสด็จเปิด-2ชาติจัดยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

‘ภูฏาน’เทิดพระเกียรติ‘ร.9’

กษัตริย์‘จิกมี’

เสด็จเปิด-2ชาติจัดยิ่งใหญ่

‘ชาวกระบี่’ปลื้มรอเข้าเฝ้าฯ

ชื่นชมพระบารมีรัชกาลที่10

รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ “รัฐบาลภูฏาน” จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวง “รัชกาลที่ 9” พร้อมทูลเชิญ “กษัตริย์จิกมี” ทรงเปิดงาน ขณะที่ประชาชนใน จ.กระบี่ เตรียมพร้อมรอเข้าเฝ้าชื่นชมพระบารมีรัชกาลที่ 10 ซึ่งจะเสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจ 9 ธ.ค.นี้

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม พล.อ.แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 56 และเป็นวันที่ 2 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขาและราชนิกุล ในพระบรมราชจักรีวงศ์ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นวางพวงมาลาและถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา

เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีสมาชิกราชสกุลกุญชร ทินกร สนิทวงศ์ อรุณวงษ์ ปราโมช อิศรเสนา รังสิเสนา ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ต่อมาเวลา 16.30 น. สมาชิกราชสกุลศิริวงศ์ คเนจร อรณพ สิงหรา งอนรถ ลดาวัลย์ ชุมสาย อุไรพงศ์ สุบรรณ ชมพูนุช อิศรศักดิ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยพระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ขณะที่โดยรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายวานว่า ประชาชนจำนวนมากมารอเข้าแถวกราบพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเนืองแน่นเช่นทุกวัน ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.50 น. ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมมี 44,076 คนรวม 38 วันมี 1,360,378 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,786,055.25 บาท รวม 38 วัน เป็นเงิน 104,319,802.75 บาท

ขณะที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกให้ประชาชน โดยมื้อเช้า ข้าวต้มไก่ทรงเครื่อง กาแฟสด นมหนองโพ มื้อกลางวัน ข้าวหน้าหมู่นุ่ม-ไก่นุ่ม แกงเขียวหวานผัดแห้ง ข้าวไก่กรอบคาราเกะ มื้อบ่าย ขนมไทย ข้าวเหนียวหมู-ไก่ เฉาก๊วยชากังราว มื้อเย็น กระเพาะปลา

ส่วนที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทาน มาดูแลสุขภาพประชาชนต่อเนื่องจนครบ 100 วัน ซึ่งวันนี้มีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลธนบุรี 1 โรงพยาบาลตรังและโรงพยาบาลพุทไธสง จ.บุรีรัมย์มาให้บริการดูแลสุขภาพประชาชน

อีกด้านหนึ่ง ที่ราชอาณาจักรภูฏาน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ด้วยความสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งระดับรัฐบาลและราชวงศ์ของไทยและภูฏานอย่างยาวนานถึง 27 ปี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย (วธ.) ร่วมกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรภูฏาน จัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสายสัมพันธ์ไทย-ภูฏาน (The Royal Thai-Bhutanese Photo Exhibition A Tribute to HM King Bhumibol Adulyadej) ระหว่างวันที่ 8-31 ธันวาคม ณ ราชอาณาจักรภูฏาน โดยวธ.กราบทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เป็นองค์ประธานพิธีเปิดนิทรรศการครั้งนี้ด้วย

สำหรับเนื้อหาในนิทรรศการครั้งนี้ แบ่งเป็น 5 ส่วนคือ 1.ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์ภูฏาน 2.พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่พระราชสมภพ การขึ้นครองราชย์ พิธีบรมราชาภิเษก ราชาภิเษกและพระปรีชาพระอัจฉริยะภาพทั้งดนตรี ศิลปะ กีฬา 3.พระราชกรณียกิจ ที่ทรงงานหนักตลอด 70 ปีของการครองราชย์ 4.การแสดงความอาลัย ภาพเรื่องราวทั้งชาวไทยและชาวภูฏานที่ร่วมถวายความอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 และการเสด็จมาร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลที่ประเทศไทยของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี นัมเกล วังชุก และ 5.การฉายวิดีทัศน์ เรื่อง ธ สถิตย์ไว้ในดวงใจไทยนิรันดร์ เป็นต้น

มีความเคลื่อนไหวที่ จ.กระบี่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจัดสร้างตกแต่งพลับพลาพิธีที่ประทับ เพื่อรับเสด็จฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในจ.กระบี่ และทรงเปิดอาคารศาลากลาง จ.กระบี่ (หลังใหม่) ในวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม เวลาประมาณ 15.00 น. ถือเป็นจังหวัดแรกในรัชสมัย รัชกาลที่ 10 ที่ทรงเสด็จฯมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยทุกด้านอย่างเข้มงวด

บรรยากาศประชาชนเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248056

บรรยากาศประชาชนเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

บรรยากาศประชาชนเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 15.40 น.

8 ธ.ค.59 บรรยากาศพสกนิกรชาวไทยทั่วสารทิศ เดินทางเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

‘โฆษกฯธรรมกาย’โอด!ปิดDMC ยันเป็นช่องธรรมะไม่ปลุกปั่นใคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248047

'โฆษกฯธรรมกาย'โอด!ปิดDMC ยันเป็นช่องธรรมะไม่ปลุกปั่นใคร

‘โฆษกฯธรรมกาย’โอด!ปิดDMC ยันเป็นช่องธรรมะไม่ปลุกปั่นใคร

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 15.12 น.

8 ธ.ค.59 เวลา 14.00 น.ที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ดีเอ็มซี ถูกสั่งให้ยุติการออกอากาศชั่วคราว เพราะถือว่าเป็นช่องทางในการศึกษาธรรมะไปทั่วโลก และยืนยันว่าดีเอ็มซีไม่ได้มีการปลุกปั่นลูกศิษย์ มีแต่การเชิญชวนมาร่วมการปฏิบัติธรรมเท่านั้น และช่วงนี้ก็ไม่ได้มีการเตรียมการอะไร แต่ยอมรับว่ามีคนเข้ามาสวดมนต์ ปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น ขณะที่บางคนก็เข้ามาวัดด้วยความห่วงใย แต่ไม่ได้ต้องการเป็นปรปักษ์กับทางเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้หลังจากดีเอ็มซีต้องยุติการออกอากาศ ทำให้ทางกลุ่มศิษย์ต้องติดต่อสื่อสารกันผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น  ส่วนถนนเส้นเลียบคลองสาม ต.คลองสาม ที่มีการนำสแลนมาขึงบนสะพานนั้น เข้าใจว่าเป็นการเตรียมการสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล

ส่วนบรรยากาศโดยรอบ เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่ค่อยมีประชาชนนเดินทางเข้าออกวัดแต่อย่างใด ส่วนที่ประตู 7 ซึ่งเป้นประตูหลังทางเข้าออกวัด ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังคงคอยตรวจตามบริเวณประตูอย่างเข้มงวดเหมือนเดิม

‘วิทยาลัยสันตพล’เทิดทูนศาสตร์พระราชา ร่วมเกี่ยวข้าวเป็นรูป’ในหลวงร.9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248044

'วิทยาลัยสันตพล'เทิดทูนศาสตร์พระราชา ร่วมเกี่ยวข้าวเป็นรูป'ในหลวงร.9'

‘วิทยาลัยสันตพล’เทิดทูนศาสตร์พระราชา ร่วมเกี่ยวข้าวเป็นรูป’ในหลวงร.9’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.51 น.

8 ธ.ค.59 ที่แปลงนาสาธิตข้าวไรซ์เบอรรี่ วิทยาลัยสันพล อาจารย์กรรณิการ์ นันทโพธิเดช อธิการบดีวิทยาลัยสันตพล คณะผู้บริหาร คณาจารย์ ปราชญ์ชาวบ้าน และนักศึกษากว่า 200 คน ร่วมกันทำกิจกรรม “เกี่ยวข้าวไรซ์เบอรี่ ตามรอยศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ภายใต้โครงการวิจัย “การส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวอินทรีย์ไรซ์เบอรี่ ด้วยวิธีผสมผสาน ในเขตรอยต่อจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดสกลนคร”

โดยวิทยาลัยสันตพล เริ่มต้นดำนาปลูกข้าวไรซ์เบอรี่แปลงนาสาธิต ตั้งแต่วันที 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา บำรุงดูแลรักษาด้วยวิธีการอินทรีย์ กระทั่งข้าวออกรวงสวยงาม โตเต็มที่ ครบ 106 วัน ในวันนี้ จึงพร้อมใจกันเก็บเกี่ยว เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงงาน ต่อด้วยอักษรคำว่า “เสด็จสู่สวรรคาลัย” และเลข “เก้าไทย” เพื่อร่วมสำนึกในพระมาหกรุณาธิคุณพระองค์ท่าน ที่มีต่อเกษตรกรไทยทั้งประเทศ

สำหรับผลผลิตที่ได้วันนี้ ทางวิทยาลัยสันตพลจะนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ให้เป็นเมล็ดพันธุ์ สำหรับการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ ในฤดูกาลต่อไป รวมทั้งจะทำการแปรรูป บรรจุถุง เพื่อมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ไกล้จะมาถึงนี้อีกด้วย

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248032

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.26 น.

8 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวต้มไก่ทรงเครื่อง 1,500 ถ้วย กาแฟสดบาเรสต้า 2,000 ขวด นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. เป็นข้าวหน้าหมูนุ่ม-ไก่นุ่ม 1,500 ถ้วย แกงเขียวหวานผัดแห้ง 1,000 จาน  ข้าวไก่กรอบคาราเกะ 1,500 จาน มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมู-ไก่ 1,000 ถุง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง มื้อเย็นเวลา 18.00 น. กระเพาะปลา 3,000 จาน ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 700 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ พระราชทานอาหาร-สั่งหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248030

'ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์' พระราชทานอาหาร-สั่งหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ พระราชทานอาหาร-สั่งหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.23 น.

8 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทาน มาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

โดยย้ายจากเต็นท์ที่ 11 โซนเหนือ เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนรอบในของท้องสนามหลวง ฝั่งเยื้องโรงแรมรัตนโกสินทร์ มาตั้งอยู่ภายในบริเวณท้องสนาม ฝั่งทิศเหนือ ปากทางเข้าที่ประชาชนจะเดินมารอเข้าแถวภายในเต็นท์ก่อนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เยื้องจากเต็นท์เดิมประมาณ 50 เมตร ตั้งแต่เมื่อวาน เนื่องจากมีการจัดพื้นที่ใหม่เพื่อเตรียมสร้างพระเมรุมาศ

สำหรับวันนี้ มีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาลธนบุรี 1 จำนวน 24 คน และโรงพยาบาลตรัง จำนวน 6 คน และโรงพยาบาลพุทไธสง จ.บุรีรัมย์ จำนวน 3 คน มาให้บริการดูแลสุขภาพประชาชน ระหว่างเวลา 08.00-20.00 น. โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนส่วนใหญ่มีอาการเป็นลมและทำแผล

วช.พานักวิจัยกวาดรางวัลสิ่งประดิษฐ์ที่เกาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248025

วช.พานักวิจัยกวาดรางวัลสิ่งประดิษฐ์ที่เกาหลี

วช.พานักวิจัยกวาดรางวัลสิ่งประดิษฐ์ที่เกาหลี

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 12.58 น.

8 ธ.ค.59 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวภายหลังนำคณะนักวิจัยและนักประดิษฐ์ กว่า 66 ผลงาน จาก 19 หน่วยงาน เข้าร่วมประกวดและแสดงนิทรรศการ ในงาน Seoul International Invention Fair 2016 (SIIF 2016) ระหว่างวันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2559 ณ กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ว่า ผลงานของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยได้คว้าเหรียญทอง เงิน ทองแดง รวมถึงรางวัล Special prize จำนวนหลายรางวัล เช่น ผลงานเรื่อง “อัญมณีจากขี้เถ้าชีวมวลเหลือใช้เปลี่ยนได้สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ” ของ ผช.ศ.ดร.จักรพงษ์ แก้วขาว จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ได้รับรางวัล Semi – Grand prize โดยเป็นการพัฒนาแก้วจากขี้เถ้าในระบบพลังงานชีวมวลที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่ออยู่ใต้เงื่อนไขแสงต่างชนิดกัน ด้วยการเติมสารบางชนิดลงไปในโครงสร้างแก้ว จากนั้นได้พัฒนาเป็นอัญมณีเทียม , ผลงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ได้รับเหรียญทองจำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ ผลงานของนางสาวพัชราภรณ์ วงศ์ชาดากุล เรื่อง “การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์สำหรับการรักษาก้อนมะเร็งด้วยเลเซอร์” ซึ่งใช้เลเซอร์ในการกำจัดก้อนมะเร็งโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง

และผลงานของ น.ส.เปรมปรียา มณเฑียรทอง เรื่อง “การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์สำหรับการสำรวจการแทรกซึมผ่านของเนื้อครีมผ่านชั้นผิวหน้า : ธุรกิจความงาม” เป็นการจำลองในคอมพิวเตอร์สำหรับการสำรวจการแทรกซึมผ่านของเนื้อครีมผ่านชั้นผิวหน้า เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการซึมผ่านของเนื้อครีมผ่านชั้นผิวหน้าโดยการปล่อยคลื่นอัลตร้าโซนิก ทั้งนี้ วช.จะเปิดแถลงข่าวในวันที่ 19 ธันวาคม 2559 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต

‘อธิการบดี สจล.’ แนะการศึกษาไทยเปลี่ยนด่วน3แนวทาง นำประเทศสู่ไทยแลนด์4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248024

‘อธิการบดี สจล.’ แนะการศึกษาไทยเปลี่ยนด่วน3แนวทาง นำประเทศสู่ไทยแลนด์4.0

‘อธิการบดี สจล.’ แนะการศึกษาไทยเปลี่ยนด่วน3แนวทาง นำประเทศสู่ไทยแลนด์4.0

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 12.06 น.

8 ธ.ค.59 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และว่าที่ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้รับหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยปี 2560-2561 จะได้กำหนดวิสัยทัศน์และนำเสนอแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งถ้าคนไทยและระบบการศึกษาไทยยังไม่พร้อมเพื่อนำประเทศเข้าสู่ความเป็นอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต(Innovation Manufacturing) และที่สำคัญการพัฒนาจะต้องไม่ทิ้งคนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลังไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของโลกจากความคาดหวังของไทยในการสร้างการลงทุนในอุตสาหกรรมชั้นสูง อาทิ เทคโนโลยีนาโน ชีวภาพดิจิทัล โรโบติก และฟินเทค

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า เราจะต้องกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยและคณาจารย์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาและการดำเนินงานเสริมสร้างให้คนไทยมีศักยภาพในการเรียนรู้และมีความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดการพัฒนาประเทศในทุกด้าน กลไกผลักดันความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน ควรเน้นการสร้างคนที่มีคุณภาพ การยกระดับการศึกษาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยควบคู่ไปกับการบูรณาการระบบการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้สอดคล้องกันให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว เพราะกว่าเด็กๆ ที่มีคุณภาพจะก้าวสู่มหาวิทยาลัยก็อาจจะสายเสียแล้ว

‘เป็นที่น่าเสียดายว่าบัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยไทยทั่วประเทศมีประมาณ 360,000 คนต่อปีแต่เลือกเข้าเรียนในสายวิทยาศาสตร์น้อยกว่าสายสังคมศาสตร์ ในขณะที่ประเทศเรายังขาดแคลนบุคลากรสายวิทยาศาสตร์อีกจำนวนมาก’ ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับทางออกที่ 1 ของระบบการศึกษาไทย คือ สังคมต้องช่วยสร้างค่านิยมใหม่ให้เด็กกลับมาสนใจเรียนสายวิทยาศาสตร์มากขึ้น ผู้ปกครองต้องปรับทัศนคติให้ลูกเลือกเรียนตามความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ ทำให้บัณฑิตจำนวนมากจบออกมาได้ประกอบวิชาชีพตามที่ได้เล่าเรียนมา ลดความสูญเสียด้านการศึกษาที่มีการลงทุนมหาศาล เด็กของเราต้องเพิ่มการเรียนรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการรักการอ่าน คิด วิเคราะห์ เป็นพื้นฐานสำคัญให้มีความพร้อมและศักยภาพในการสร้างสรรค์ ประกอบอาชีพและการใช้ชีวิต เพื่อให้เราพึ่งพาตัวเองได้ด้วยการใช้เทคโนโลยี

ทางออกที่ 2 เราต้องสร้างนักสร้างสรรค์นวัตกรรมระบบการศึกษาทั้งหมดควรต้องปรับโดยเริ่มตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมถึงส่งเสริมให้มีหลักสูตรนานาชาติในมหาวิทยาลัยมากขึ้นให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึงการเรียนภาคภาษาอังกฤษภายในประเทศได้ง่าย สจล. เองก็ได้เริ่มพัฒนาต้นแบบและทางเลือกการศึกษานานาชาติที่มีมาตรฐานสูงทัดเทียมต่างประเทศด้วยการเปิดโรงเรียนนานาชาติพระจอมเกล้าที่จะเตรียมเด็กตัวตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อให้เป็นผู้นำและนักสร้างสรรค์นวัตกรรมในอนาคตไม่ใช่เป็นแค่ผู้ใช้นวัตกรรมรวมถึงการเปิดวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติ สจล. ที่จะทำให้ประเทศไทยมีแพทย์นักวิจัยนวัตกรรมที่สามารถร่วมสร้างสรรค์ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ขึ้นมาใช้เองลดการพึ่งพาต่างประเทศ

ศ.ดร.สุชัชวีร์ ระบุว่า เรายังมองเห็นทิศทางที่ดีของประเทศคือแนวโน้มที่มีคนรุ่นใหม่อยากเป็นเอสเอ็มอี หรือนักธุรกิจ Start-up โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพิ่มขึ้น ระบบการศึกษาต้องเสริมภูมิความรู้และประคับประคองช่วยเสริมทักษะให้คนรุ่นใหม่มากกว่านี้เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุที่ต้องดูแลมากขึ้นความหวังของประเทศจึงต้องฝากไว้กับคนในอนาคตสถาบันการศึกษาต้องปรับตัวเพื่อให้เยาวชนและคนไทยต้องได้เรียนรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเรามีการพูดถึงโลกเราใช้อินเตอร์เน็ตสำหรับสรรพสิ่ง (IOT : Internet of Things)เปลี่ยนผ่านจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปสู่สังคมอัจฉริยะ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้การสื่อสารส่วนบุคคลและในธุรกิจแบบมัลติมีเดียเป็นแบบเรียลไทม์เราควบคุมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้านเรือน การสื่อสารในที่ทำงาน จัดการกระบวนการผลิต และการค้าขายออนไลน์ที่หลากหลายแต่โลกหมุนเร็วเกินคาดในปี 2560ที่จะมาถึงนี้ดิจิทัลเทคโนโลยีจะเปลี่ยนอย่างฉับพลัน (Disruptive Changes) ก้าวล้ำไปสู่ยุค อินเตอร์เน็ตคือทุกสิ่ง (The Internet of Everything)

เราจะใช้แอพพลิเคชั่นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นบนโทรศัพท์มือถือที่ราคาไม่แพงสั่งการหรือสื่อสารง่ายยิ่งขึ้น จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะนับร้อยนับพันชนิดที่ช่วยให้เรานั่งทำงานที่บ้านได้หลากหลาย มีระบบความปลอดภัยควบคุมการเปิด-ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า มีรถยนต์อัจฉริยะและเทคโนโลยีเพื่อการแพทย์และคุณภาพชีวิตสุดล้ำอีกมากมาย

ทางออกที่ 3 สร้างความร่วมมือในเชิงบวกและสื่อสารความกระตือรือร้นการศึกษาทางด้านนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์โดยทั้งนักศึกษารูปแบบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจเอกชน ต้องมีทัศนคติที่ตรงกันร่วมกันพัฒนาความสามารถและทักษะในการเรียนรู้  เราจะต้องสร้างบรรยากาศทั้งอาจารย์นักศึกษา และภาคธุรกิจให้มีแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงความสนใจของนักศึกษากับหลักสูตรที่เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่มีความสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ สังคมและเศรษฐกิจของไทยต้องมีการปฏิวัติหลักสูตรใหม่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเอาวิชาต่างๆมารวมกันแต่ต้องเน้นการเรียนรู้ที่ยั่งยืนให้เยาวชนได้มีโอกาสฝึกฝนการทำงานในโลกธุรกิจและใช้นวัตกรรมอุตสาหกรรมที่ทันสมัย

ในยุคดิจิทัลหน้าที่ของครูอาจารย์ทั้งหลายคือการกระตุ้นนักศึกษาให้เกิดทักษะนำเอาข้อมูลข่าวสารนั้นไปพัฒนาและหาคำตอบ ในปีที่ผ่านมา สจล.ได้มีการร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำหลายแห่งในการบูรณาการสร้างประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีแก่นักศึกษา อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ร่วมกับ บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย) พัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนแบบ Active Learningร่วมมือกับบริษัทหัวเว่ยจัดตั้ง Huawei Authorized Information and Network Academy (HAINA) ส่งเสริมการเรียนการสอนสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศแก่นักศึกษาครั้งแรกในประเทศไทยรวมถึงการร่วมมือกับ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) จัดทําโครงการวิจัยระบบแจ้งเตือนการรับประทานยาบนโทรศัพท์มือถือเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานยาและตรวจสอบได้ง่ายโดยไม่ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นต้น

‘การปฏิรูปภาคการศึกษาในยุคที่เริ่มต้นเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 และอุตสาหกรรมใหม่เกิดและเติบโตอย่างก้าวกระโดดการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยที่ต้องพึ่งพางบประมาณตัวเองมากขึ้นจะต้องมีประสิทธิภาพในการบริหารงานสูงสุดโดยใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาการเรียนการสอน  โดยตระหนักว่านักศึกษาคือผู้ที่จะนำเอานวัตกรรมไปสู่ความสำเร็จและนำไปปฏิบัติได้จริงเอาการเรียนรู้บนโลกอินเตอร์เน็ตนี้มาใช้สอดคล้องกับวัฒนธรรม เทคโนโลยีใหม่และอาชีพหรือรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิงเราต้องการสร้างวัฒนธรรมแห่งความร่วมมือทั้งระบบการศึกษา ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และความฝันของเด็กเราควรจะมีห้องเรียนอัจฉริยะกระตุ้นการเรียนรู้ทำให้นักศึกษามีทักษะแบบมืออาชีพพร้อมกับมีมาตรการวัดสัมฤทธิผลด้านการศึกษาที่ชัดเจนต่อเนื่อง เพื่อที่เราไม่ต้องคอยตอบปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาเมื่อมีสถาบันวัดผลนานาชาติมาเปิดเผยผลการสำรวจ’ ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ประชาชนทั่วสารทิศ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248022

ประชาชนทั่วสารทิศ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

ประชาชนทั่วสารทิศ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 11.53 น.

8 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.45 น. เป็นประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เป็นกลุ่มแรก และเวลา 04.50 น.เป็นประชาชนทั่วไป โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเดินทางเข้ากราบถวายบังคม ในหลวง ร.9 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างเนืองแน่น

โดย นางบานเย็น เขื่อนเพชร อายุ 73 ปี ชาว ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่  กล่าวว่า สำหรับความสูญเสียในครั้งนี้ทั้งรู้สึกเสียดาย เสียใจ และตื้นตันใจ คือ เสียดาย เสียใจ ที่พระองค์ทำงานลำบากเพื่อประชาชนชาวไทยมาเยอะแล้ว อยากให้ท่านสบายกว่านี้ วันที่รู้ว่าพระองค์เสด็จสวรรคตรู้สึกเสียใจมาก ก็จะน้อมนำคำที่พระองค์ท่านสอนไว้มาปฏิบัติ คือ รู้จักพอเพียง พอกิน พอใช้ และไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย และที่ปลาบปลื้มคือการได้เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพในวันนี้

ราชสกุลร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพวันที่2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248021

ราชสกุลร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพวันที่2

ราชสกุลร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพวันที่2

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 11.49 น.

8 ธ.ค.59 เมื่อเวลา 07.00 น. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ดำเนินมาเป็นวันที่ 56 พลเอกแป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นวางพวงมาลาและถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร รวม 8 รูปที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 7 ธ.ค.โดยมี ราชสกุล ปัทมสิงห์, ปาลกะวงศ์, เสนีวงศ์, มาลากุล, เดชาติวงศ์, พนมวัน เป็นเจ้าภาพร่วมในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เข้าร่วมในพระราชพิธี

ด้าน นางพรทิพย์ วรรธนะวาสิน (ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) อายุ 64 ปี อดีตข้าราชการกรมที่ดิน สมาชิกราชสกุลปัทมสิงห์ ซึ่งร่วมบำเพ็ญกุศลถวายฯ เปิดเผยว่า วันนี้ราชสกุลได้พร้อมใจกันมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 48 คน ในฐานะราชสกุล ถือเป็นบุญและปลื้มใจเป็นอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดพระองค์ท่านเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ตนมีโอกาสได้รับเสด็จฯ พระองค์ท่านตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งก็จะรู้สึกท่านเป็นผู้มีบุญบารมี กระทั่งโตมาและจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ.2518 ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์พระองค์ท่าน ยิ่งปลื้มปีติ และยังจำได้ว่าขณะนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จฯ ด้วย ท่านทรงพระสิริโฉมงดงามมาก ยังจำได้ถึงทุกวันนี้ ส่วนตัวได้น้อมนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ทำให้เรารู้คุณค่าของเงิน และดำเนินชีวิตได้อย่างพอดี ไม่ใช้จ่ายเกินตัว

ด้าน นางณวรา วนาสิน (กุญชร ณ อยุธยา) อายุ 44 ปี พร้อมมารดา คือ นางจันทนา กุญชร ณ อยุธยา อายุ 70 ปี สมาชิกราชสกุล กุญชร ที่เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายฯ โดยนางจันทนา เปิดเผยว่า นายวิทยวัฒน์ กุญชร ณ อยุธยา ซึ่งเป็นสามี และเป็นอดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันตามองไม่ค่อยเห็นจึงไม่ได้เดินทางมาด้วย โดยสามีเคยทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในด้านการเกษตรของโครงการพระราชดำริต่างๆ ได้ตามเสด็จฯ ลงพื้นที่ในหลายๆ ครั้ง บอกเล่าอยู่เสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักมาก เวลาได้รับพระราชทานเหรียญรางวัลสามีก็จะน้ำตาไหลทุกครั้งด้วยความตื้นตันใจและปลื้มปีติอย่างหาที่สุดไม่ได้ เราในฐานะคนในครอบครัวรู้สึกมีบุญวาสนาที่ได้ทำงานถวายพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่านทรงเสียสละอย่างมากเพื่อประชาชนของพระองค์

ขณะที่ พล.ต.ต.ภิรมย์ มาลากุล ณ อยุธยา อดีตตำรวจราชสำนักเวร และสมาชิกราชสกุลมาลากุล เดินทางมาพร้อมด้วยลูกสาว น.ส.พนมกร มาลากุล ณ อยุธยา ร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่าน โดยได้มีโอกาสสลับสับเปลี่ยนเวรไปประจำยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และพระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน รวมทั้งที่ รพ.ศิริราชด้วย แม้จะไม่ได้ถวายงานใกล้ชิด แต่เคยได้รับพระราชทานกระบี่และประดับยศนายพลเมื่อครั้งเข้าประจำการเป็นตำรวจเวรจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตแล้ว

“รู้สึกประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ผมได้สั่งสอนลูกหลานให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาปฏิบัติในด้านการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง รู้จักใช้จ่ายแบบประมาณตน มีกำลังแค่ไหนก็ใช้จ่ายเท่าที่มี ไม่ใช้จ่ายเกินตัว” พล.ต.ต.ภิรมย์ กล่าว