อาหาร PBWF ลดความเสี่ยงลูกแพ้อาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250367

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ แน่นอนว่าสิ่งที่อยากให้ลูกน้อยได้รับประทานนั้น เราต้องแน่ใจแล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ให้คุณค่าทางสารอาหารได้ครบถ้วนที่สุด และต้องไม่ทำให้ลูกแพ้ด้วย อย่างไรก็ตาม อาหารที่ทำให้ทารกและเด็กเล็กเกิดอาการแพ้กันบ่อยนั้น มักเป็นอาหารง่ายๆ ใกล้ตัวที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน เช่น นมวัว ถั่ว แป้งสาลี ไข่ขาว อาหารทะเล หรืออาหารแปรรูปต่างๆ นอกจากนี้ ทั้งสารเคมีและสารปนเปื้อนในอาหารก็เป็นอีกปัญหาหนักอกสำหรับพ่อ-แม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยทารกตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึงวัยเด็กเล็ก

คำถามคือ เราจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ลูกแพ้ได้อย่างไร และจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารชนิดใดบ้างที่ปลอดภัย ไม่ทำให้ลูกเกิดอาการแพ้ และควรให้ลูกรับประทานอาหารชนิดใดเป็นการทดแทนเพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน หนึ่งในทางแก้สำหรับอาการแพ้อาหารในเด็กที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด ก็คือการรับประทานอาหารแบบ Plant-Based, Whole Food (PBWF) อันหมายถึง แนวทางการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก โดยพืชผักหรือธัญพืชที่รับประทานต้องไม่มีการสกัด ไม่มีการขัดสีและไม่มีการแปรรูปใดๆ

คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มให้ลูกรับประทานอาหาร PBWF ได้หลายวิธี โดยเริ่มได้ตั้งแต่วัยทารกเมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป นอกจากอาหาร PBWF จะช่วยป้องกันอาการแพ้ของลูกและช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่ดีในระยะยาวแล้ว อาหารแบบ PBWF ยังช่วยให้ลูกกระตือรือร้นและฉลาดขึ้นด้วย

เหตุผลที่ควรให้ลูกเริ่มต้นรับประทานอาหาร PBWF ตั้งแต่ยังเล็ก? PBWF ทำให้ลูกมีความเสี่ยงในการแพ้อาหารลดลง แนวทางการรับประทานอาหารแบบ PBWF หรือการรับประทานอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินั้น หมายถึงการลดการรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล อาหารแปรรูป หรือแป้งสาลี ดังนั้น เด็กที่รับประทานอาหารตามแนวทาง PBWF ก็จะมีปัญหาเรื่องอาการแพ้ และปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหารน้อยลง

อาหารในหมวด PBWF มีสารก่อภูมิแพ้ในปริมาณที่น้อยมาก เมื่อลูกวัยทารกอายุครบ 6 เดือนขึ้นไปควรให้เริ่มทานอาหาร PBWF เพราะมีสารก่อภูมิแพ้น้อยกว่าอาหารทั่วๆ ไป ยกตัวอย่างเช่น ข้าวกล้องบด หรือข้าวกล้องบดผสมผักผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น แครอท ผสมกล้วย หรือฟักทอง

PBWF ทำให้ลูกมีสุขภาพดีขึ้นภายในเวลา 4 สัปดาห์เท่านั้น วารสารกุมารเวชศาสตร์ในสหรัฐอเมริการะบุว่า เด็กที่รับประทานสารอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงอาหารธรรมชาติกลุ่มโฮลฟู้ดที่เน้นพืชผักผลไม้ (Plant-Based, Whole Food) นั้น มีน้ำหนักและค่าความดันโลหิตที่ลดลง รวมทั้งมีค่าคอเลสเตอรอลอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นภายในเวลาเพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น

แม้ว่าการรับประทานอาหาร PBWF จะมีข้อดีมากมาย คุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงกังวลว่าการรับประทานอาหารตามแนวทางดังกล่าวอาจทำให้ลูกเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารได้ อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหาร PBWF นั้นไม่จำเป็นต้องให้ลูกงดการทานเนื้อสัตว์ไปเลย แค่เพียงลดปริมาณของเนื้อสัตว์กับอาหารแปรรูปให้น้อยลงและรับประทานอาหารที่เน้นผักผลไม้และธัญพืชเป็นหลักให้มากขึ้น นอกจากนี้ การรับประทานอาหาร PBWF นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผักใบเขียว หากให้ลูกรับประทานผักและธัญพืชหลากหลายชนิด ลูกก็จะได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน ยกตัวอย่างเช่น การได้รับโปรตีนจากถั่วฝักเมล็ดกลม (peas) ถั่วฝักเมล็ดไม่กลม (bean) ถั่วเลนทิล (Lentil) คาร์โบไฮเดรตจากธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีแต่น้อย (whole grains) โดยเฉพาะข้าวกล้อง และไขมันจากอะโวคาโด มะกอก ถั่วเปลือกแข็ง (nut) เมล็ดพืช

 

อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย ร่วมเดี่ยวแซกโซโฟน น้อมรำลึกพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีในหลวงรัชกาลที่9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250388

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กรม
ส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดการแสดงดนตรี Symphonic Tribute to H.M.KingBhumibolAdulyadej ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ภายในงานเป็นการบรรเลงเพลงโดยวงดุริยางค์เครื่องลมเฟโรชี่ ฟิลฮาร์โมนิควินส์ (Feroci Philharmonic Winds) คณะนักร้องประสานเสียง Bangkok Music Society และชมรมดนตรีมหาวิทยาลัยศิลปากรภายใต้การอำนวยเพลงของอาจารย์ดำริห์ บรรณวิทยกิจ คณบดีคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ในฐานะประธานในพิธี มาร่วมเดี่ยวแซกโซโฟน ร่วมกับ Koji Okazaki และ Yuri Iguchi นักดนตรีรับเชิญจากประเทศญี่ปุ่นในบทเพลง Symphonic Tribute to The King (Dedicate to H.M. King BhumibolAdulyadej) for Solo Brass Trio, Saxophone, Thai Ensemble and Wind Orchestra ที่ประพันธ์ขึ้นใหม่โดย อาจารย์ดำริห์ บรรณวิทยกิจ ใช้ชุดทำนองจากบทเพลงที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่านและบทกลอนในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “วันที่พ่อป่วย” มาร้อยเรียงกันใหม่เพื่อพรรณนาถึงความรู้สึกสูญเสียของประชาชนชาวไทย ความรู้สึกรักเทิดทูน ความรู้สึกภาคภูมิใจในพระราชกรณียกิจ และความห่วงหาคิดถึงพระองค์ท่านและภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยและจะเดินหน้าร่วมใจกันสร้างชาติไทย ในรัชกาลปัจจุบันร่วมกันเพื่อแสดงออกถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า มีเอกภาพในความหลากหลาย

โดยอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย กล่าวว่า “โดยส่วนตัวนั้น เคยได้มีโอกาสรับใช้พระองค์ท่านในฐานะนักการเมืองต่อเนื่องตั้งแต่บทบาทของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีแต่เรื่องเพลงนั้นต้องเรียนว่า เมื่อปี 2537 เป็นการฉลองปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2538 เป็นปีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเชิญองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ไปร่วมงานเลี้ยงตอนค่ำและคืนนั้นทรงนำเพลง “รัก” ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนิพนธ์เนื้อร้องไว้เมื่อสมัยเป็นนักเรียน และพระองค์ท่านได้นำมาเรียบเรียงทำนองคืนนั้นมีการซ้อมเพื่อให้ทุกคนร้องได้ โดยในหลวงทรงบรรเลงเพลงนั้นด้วยแซกโซโฟนและเครื่องดนตรีต่างๆ ประมาณเกือบ 30 ครั้ง เพื่อให้ทุกคนร้องได้ซึ่งผมเองก็ได้ร่วมร้องเพลง “รัก” อยู่ด้วย

และจากที่เคยเป็นนักดนตรีในสมัยเป็นนักเรียนมัธยมแน่นอนผมเองได้ติดตามบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่านนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่ผู้แสดงหรือผู้เล่นอย่างเดียวแต่ว่าพระองค์ท่านทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญในการนิพนธ์ทั้งทำนองที่พระองค์ทรงนิพนธ์หรือเนื้อร้องที่บุคคล 2-3 ท่านแต่งก็ดีล้วนแล้วแต่ถือว่าเป็นอัจฉริยะเป็นปราชญ์ทางภาษาทั้งสิ้นถ้าเราลองฟังความหมาย เราจะรู้สึกถึงความไพเราะของถ้อยคำตัวหนังสือทำนองที่อาจจะไม่ชินในสมัยนั้นแต่ในวันนี้คนไทยทุกคนก็ได้รู้จักบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นจริงตามที่ผมก็ได้กล่าวน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านว่าท่านทรงพระอัจฉริยภาพในเรื่องดนตรีและเราได้มอบถวายพระองค์ท่านเป็นองค์แรกว่าเป็น “อัครศิลปิน” โดยโครงการนี้เริ่มสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ”

ในตอนท้ายนายชวน หลีกภัย ยังได้กล่าวถึงคนรุ่นหลังว่า “ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับบุคคลท่านหนึ่ง อายุประมาณ 40 เศษๆ ไม่เคยทราบเลยว่าในหลวงทรงทำงานหนักอย่างนี้ เค้าเพิ่งเห็นในรายการโทรทัศน์ ตอนที่ท่านเสด็จสวรรคต ผมคิดว่า ท่านนี้คงเป็นตัวแทนคนทั้งประเทศที่ไม่มีโอกาสได้ติดตามตั้งแต่ต้น และได้ติดตามชมในสารคดีในช่วงการไว้ทุกข์พระองค์ท่านเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ผมว่าการรับรู้ในรูปแบบนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่คนไทยจะได้รู้ว่า พระเจ้าแผ่นดินของเขานั้นทรงงานหนักอย่างไรและสิ่งที่มีค่าที่สุดถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงเสด็จสวรรคตแล้ว สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่นอกจากโครงการพระราชดำรินั้น สิ่งที่มีค่ายิ่งนั่นก็คือพระบรมราชโชวาท ผมได้นำพระบรมราโชวาทไปใช้บรรยาย ปฐมนิเทศ อบรมหรือแม้แต่การไปพูดที่ไหนก็ตามพระบรมราโชวาทที่พระราชทานสะท้อนหลายอย่างในแต่ละปี เช่น ปี 2554 สะท้อนน้ำท่วม ปี 2551 และปี 2552 สะท้อนเรื่องเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น และทรงมีรับสั่ง 2 ปีซ้อน ที่มีข้อความเหมือนกัน ที่ให้ผู้มีฐานะ ตำแหน่ง และประชาชนทบทวนตัวเองว่ามีหน้าที่อะไร และทำหน้าที่นั้นด้วยความรับผิดชอบและเที่ยงตรงแต่โดยหน้าที่พวกผมก็ต้องจำสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ในฐานะเป็นนักการเมือง เกือบจะท่องได้นะครับพูดตรงๆ ในพระราชดำรัสเพราะรู้ว่าถ้อยคำในพระบรมราโชวาทได้กรองมาแล้วอย่างละเอียด จนตัดคำใดคำหนึ่งออกก็ไม่ได้ เพิ่มไปอีกคำก็ไม่เหมาะ เพราะฉะนั้นเหมือนกับเป็นถ้อยคำที่กรองมาอย่างดีแล้วเป็นเรียงความที่ดีที่สุด เป็นย่อความที่ดีที่สุด ซึ่งเด็กไทยควรจะศึกษา และจะใช้เป็นประโยชน์ได้จริงๆ ครับ”
นอกจากนี้ ภายในงานดังกล่าว ยังมีกิจกรรม “ศิลปากรรวมใจถวายพ่อหลวง” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักศึกษาเก่าคณะวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ รวมถึงการมอบพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย โดยมี นางสุนันทา มิตรงาม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมแจกให้กับผู้ชมการแสดงดนตรีในค่ำคืนนั้นอีกด้วย

ชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล ถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250222

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล ถวายเป็นพระราชกุศล
พร้อมเปิดอาคารกิจกรรมบำบัดตึกนิติรักษ์  ณ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
“ชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน” จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศลถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสา มัคคีมหากุศล  ครั้งนี้มี สายปัญญาสมาคม ในพระบรมราชินูปถัมภ์  เป็นเจ้าภาพ โดย ทัศนีย์ จันทร์เรือง ประธานคณะกรรม
การดำเนินงานจัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน  ณ ตึกผู้ป่วยใน สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2559 ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนให้แก่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อสมทบทุนการซ่อมแซมตึกผู้ป่วยนายแพทย์ยรรยง โพธารามิก (ผู้ป่วยจิตเวชทั่วไปและสารเสพติด)
จากนั้นเป็นพิธีเปิดตึกผู้ป่วยนิติรักษ์ โดยได้รับเกียรติจาก นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล  ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน  และคณะกรรม การทั้ง 10 สมาคม ได้แก่ สมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนจิตรลดา, สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา,สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สตรีวิทยาสมาคมในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี,สายปัญญาสมาคม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ มูลนิธิอุบลรัตน์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เข้าร่วมงานสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่
สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์  ชื่อเดิมโรงพยาบาลนิติจิตเวช เป็นโรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต กระ ทรวงสาธารณสุข เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2514 มีหน้าที่บำบัดรักษาผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยที่ต้องคดีให้สามารถกลับ
ไปใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยทั้งตัวผู้ป่วยครอบครัวและสังคม ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานนามเป็น “สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์” เพื่อลดตราบาปขอผู้ป่วย
จิตเวชที่เกี่ยวข้องคดี อีกทั้งยังให้บริการด้านจิตเวชทั่วไปให้กับประชาชนทั่วไปทุกกลุ่มวัย จากการเปิดบริการประชาชนมานานกว่า 45 ปี ตึกนิติรักษ์เป็นอาคารผู้ป่วยในจิตเวชสามัญชาย มีสภาพทรุดโทรมจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงดูแล เพื่อให้กลับมาใช้ดูแลผู้ป่วยได้ตามมาตรฐานโรงพยาบาลคุณภาพต่อไป

‘ใต้ร่มพระบารมี น้อมทำดีถวายพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250246

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะการปฏิบัติตามแนวทางพระราชดำรัสที่ได้จดจำกันเป็นอย่างดีในเรื่องส่งต่อความดี กลุ่มวังขนาย ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อออกตรวจสุขภาพชาวไร่อ้อยในจังหวัดลพบุรีและมหาสารคาม ภายใต้ชื่อโครงการ “ใต้ร่มพระบารมี น้อมทำดีถวายพ่อ”โดยได้นำทีมแพทย์และพยาบาล ออกหน่วยตรวจสุขภาพ พร้อมจ่ายยาให้กับชาวไร่อ้อยในพื้นที่ โดยกิจกรรมได้จัดขึ้นภายในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ของโรงงานน้ำตาลวังขนาย จ.มหาสารคาม และโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลที.เอ็น. จ.ลพบุรี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อประชาชนชาวไทยมานานกว่า 70 ปี

จิตต์สุภา สุขเจตนี ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กรและกิจกรรมสังคม กลุ่มวังขนาย บอกว่า “นโยบายของกลุ่ม
วังขนาย ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องสุขภาพของเกษตรกร และอยากเห็นเกษตรกรทุกคนมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง จึงได้จัดกิจกรรมออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อบริการด้านสุขภาพเกษตรกรโดยเน้นให้ความรู้ด้านสุขภาพ ชาวไร่อ้อยต้องดูแลตัวเองจากภายนอกสู่ภายใน โดยโครงการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกลุ่มวังขนายนั้นได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยทีมแพทย์และพยาบาลที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ทำการตรวจรักษาชาวไร่อ้อยอย่างเป็นกันเอง มีการรักษาโรคตามอาการเบื้องต้น ที่สำคัญชาวไร่อ้อยไม่ต้องรอคิวนาน และไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงในอำเภอหรือในตัวจังหวัด ซึ่งได้สร้างความพอใจให้กับชาวไร่อ้อยที่มาเข้ารับบริการเป็นอย่างมาก โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นหนึ่งใน 9 กิจกรรมที่กลุ่มวังขนายได้จัดขึ้นภายใต้โครงการ “ใต้ร่มพระบารมี น้อมทำดีถวายพ่อ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งนอกจากกิจกรรมในครั้งนี้แล้วนั้นก็ยังมีอีก 8 โครงการ ได้แก่ กิจกรรมถวายความอาลัยที่สำนักงาน และกิจกรรมแปรอักษร, กิจกรรมสนับสนุนน้ำดื่มในงานแปรอักษรที่จ.ชัยนาท, กิจกรรมมอบสิ่งของให้กับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก, กิจกรรมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียน, กิจกรรมบริจาคโลหิต, กิจกรรมสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลรัฐ, กิจกรรมปรับปรุงห้องสมุด และ กิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทางกลุ่มวังขนายได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำทุกโครงการ อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล – หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม ได้เล่าว่า “กิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกลุ่มวังขนายที่จัดขึ้นในปีนี้ ทีมของผมได้มาร่วมสานกิจกรรมต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่ผมและชาวไร่อ้อย ต่างจดจำกันได้เป็นอย่างดีก็คือเรื่องส่งต่อความดี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยได้ตรัสไว้ว่าให้เรารักกันเอง โดยให้เริ่มต้นจากสิ่งที่พวกเราทำได้ อย่างอาชีพหมอก็ให้รักและส่งเสริมการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีให้กับคนไข้ ไม่เน้นเรื่องการกินยารักษาโรค หรือการผ่าตัด ต้องเน้นให้คนไข้ได้ดูแลตัวเองจากภายนอกสู่ภายใน ผมจึงอยากฝากให้ทุกคนได้ดูแลสุขภาพของตัวเอง ถ้ามีอาการผิดปกติก็ให้รีบไปพบแพทย์ อย่าไปลองผิดลองถูกในการรักษาโรคด้วยตัวเอง และการทำความดีนั้นก็สามารถทำได้กันทุกคน โดยเริ่มจากการคิดดี ทำดี ปฏิบัติตามคำพ่อของแผ่นดินสอนไว้ อย่างเช่น ในเรื่องความพอเพียง ความเพียรรู้ และความกตัญญู ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้ จะทำได้ง่ายมาก โดยไม่ต้องใช้เงินและยังสามารถทำได้กันทุกคน และถ้าพวกเราทำกันทุกคนแล้วสังคมก็จะมีแต่ความสุขอย่างแน่นอน ครับ”

โดยผู้ที่สนใจใน โครงการ “ใต้ร่มพระบารมี น้อมทำดีถวายพ่อ” ทั้ง 9 กิจกรรมของกลุ่มวังขนาย จะสามารถติดต่อ หรือ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มวังขนาย โทร.02-2100853 ต่อ 82402 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

เมื่อขนส่ง‘หมอชิต’ ไม่น่า‘ใกล้ชิด’อย่างชื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250235

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“สถานีขนส่งหมอชิต”…

ถือเป็น “ประตู” บานแรกๆ ที่เปิดอ้าต้อนรับผู้คนจากท้องถิ่น “แดนไกล” ที่มุ่งเข้าสู่เมืองใหญ่ “กรุงเทพฯ” เพื่อแสวงหาทุกๆ “โอกาส” ในชีวิต ขณะเดียวกันยังเป็นสัญลักษณ์การ “อพยพย้ายถิ่น” เพราะช่วงเทศกาลสำคัญอย่าง “ปีใหม่-สงกรานต์”ภาพที่เห็นชินตา คือ “คลื่นมนุษย์” ที่หลั่งไหลสู่หมอชิต เพื่อรอขึ้นรถกลับภูมิลำเนา ซึ่งมักจะมาพร้อมๆ กับเรื่องราวภายในขนส่งแห่งนี้ โดยเฉพาะ “สารพัดปัญหา”

ไม่นานนี้โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพภายในหมอชิตที่เต็มไปด้วย “ขยะ” เกลื่อนพื้น “ม้านั่ง” หลายตัวผุพัง “ห้องน้ำ” ชำรุดและส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง รวมถึงพฤติกรรม“รุมแย่ง” ผู้โดยสารของผู้ประกอบการรถทัวร์ต่างๆ พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าพื้นที่ที่ควร “เป็นหน้าเป็นตา” เพราะเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว กลับมีสภาพคล้ายเป็น “แหล่งเสื่อมโทรม”

สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น…

“แนวหน้า วาไรตี้” ลงพื้นที่สำรวจสถานีขนส่งหมอชิต เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นอย่างที่เขา “ร่ำลือ” หรือไม่?

หากเข้าไปใน “ตัวอาคาร” ภาพแรกที่เห็นคือบรรยากาศค่อนข้างสงบเรียบร้อย ม้านั่งและพื้นค่อนข้างสะอาด เช่นเดียวกับเมื่อขึ้นไปบน “ชั้น 3” ที่เป็น “จุดจำหน่ายตั๋ว” โดยสารเดินทางในเส้นทางสายภาคอีสาน ทุกอย่างก็ไม่ต่างกัน ยกเว้นแต่ใน “ห้องน้ำ” ที่บางจุดอาจ “ไม่น่ามอง” เช่น ฝ้าเพดานที่ชำรุด และร่องรอยขีดเขียน จากน้ำมือของเหล่าศิลปินที่ถ่ายทอดผิดที่ จนทำให้กลายเป็น “ศิลเปรอะ”

“ป้าแม่บ้าน” คนทำความสะอาดพื้นที่ เล่าว่า ปกติห้องน้ำจะทำความสะอาดเป็นประจำ เรื่อง “กลิ่น” ตัดปัญหาไปได้ ซึ่งจากการ “พิสูจน์กลิ่น” ของทีมงานก็เป็นไปตามนั้น เพราะแม้ห้องน้ำ “ชั้น 1” ที่คนใช้บริการมาก จนสภาพเก่ากว่าห้องน้ำบนชั้น 3 ก็ไม่ได้ส่งกลิ่นเหม็นถึงขั้น “รับไม่ได้” ส่วนเรื่องฝ้าเพดานที่ปล่อยชำรุดนั้น เพราะไม่นานมานี้มีการ “ซ่อมบำรุง” โดยช่างจากภายนอก เมื่อซ่อมเสร็จแล้วกลับ “ไม่ปิดเข้าที่” ให้เรียบร้อย อยู่ระหว่างให้ช่างภายในเข้ามาแก้ไขแทน

ทว่า…เมื่อเดินทะลุตัวอาคารออกมายัง “ชานชาลา” ที่รถทัวร์จอดเรียงรายรอผู้โดยสาร สภาพที่เห็นกลับเหมือนอยู่ “คนละโลก” พื้นใกล้ม้านั่งและบนถนนที่จอดรถทัวร์มีเศษขยะเกลื่อนกลาด ม้านั่งบางตัวมีแก้วกาแฟ-ขวดน้ำที่วางทิ้งไว้ พร้อมกับภาพของพนักงานไม่กี่คนที่ทยอยเดินไล่กวาดขยะ ซึ่งคนขายของในร้านค้าบริเวณดังกล่าว อธิบายว่า ปกติบริเวณนี้จะมี “กวาดเล็ก-กวาดใหญ่”

“กวาดเล็ก คือ คนทยอยเดินกวาดพื้นตรงที่จอดรถทัวร์ ส่วนกวาดใหญ่ทุกจุดจะทำในช่วงค่ำหรือช่วงดึกไปแล้ว คนทำความสะอาดจะระดมกันมากวาดไล่เป็นทางยาวเลย ที่ต้องทำแบบนี้เพราะช่วงกลางวันทำไม่ได้ คนนั่งรอรถกันเยอะ ถ้ากวาดใหญ่จะรบกวนผู้โดยสาร”

ขณะที่มุมมองของ “ผู้ใช้บริการ” อย่าง “พี่บุญ” อายุ 39 ปี ชาว จ.ยโสธร กล่าวว่า ถ้าเป็นในอดีต ยอมรับว่าหมอชิตทั้ง “เก่า-ใหม่” มีปัญหามากจริงๆโดยเฉพาะการ “แย่งชิง” ผู้โดยสาร ทั้งจาก “รถทัวร์ แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง” รวมถึงการไม่มีป้ายบอกให้ชัดเจนว่า “บริษัทใด รถคันใด วิ่งเส้นทางใด” ซึ่งครั้งหนึ่งตนจะกลับบ้าน จ.ยโสธร แต่ขึ้นรถที่วิ่งไปถึงแค่ จ.ร้อยเอ็ด ทำให้ถูก…

“ทิ้งไว้กลางทาง”!!!

ต่อมาทราบว่ามีการ “จัดระเบียบ” ปัญหารถต่างๆ แย่งผู้โดยสารก็หายไป ส่วนเรื่องห้องน้ำปัจจุบันดีกว่าแต่ก่อน มีการทำความสะอาดต่อเนื่อง อีกทั้งยังใช้บริการได้ “ฟรี”!!!

เช่นเดียวกับ “ลุงรึก” ชายชราวัย 79 ปี ชาว จ.บึงกาฬ เล่าว่า เห็นความเปลี่ยนแปลงของหมอชิตมาตั้งแต่ยังอยู่ที่เก่าจนถึงที่ใหม่ ในอดีตสิ่งที่พบเห็นจนชินคือการแย่งชิงผู้โดยสารของผู้ประกอบการรถทัวร์ เรียกว่า “แค่เท้าเหยียบธรณีประตู บรรดาเด็กรถก็กรูกันเข้ามารุมล้อม” บางคนถึงขนาดถูก “ฉกกระเป๋า” ไปต่อหน้าต่อตา เพื่อ “มัดมือชก” ให้ไปขึ้นรถของตน เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นมาตลอด จนย้ายมาอยู่ที่ใหม่ก็ยังมีให้เห็นบ้าง แต่หลังจาก “จัดระเบียบ” ตอนนี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

หากถามว่าอยากให้ “ปรับปรุง” อะไร ก็น่าจะเป็น “ชานชาลา” ที่ควรระบุให้ชัดว่าชานชาลาใดจอดรถสายใด-เส้นทางใด เพื่อที่ผู้มาใช้บริการจะได้ไม่ต้อง “หลงทาง…เสียเวลา”

ด้านผู้โดยสารหญิงวัยสี่สิบเศษ ที่จะเดินทางไป จ.สกลนคร กล่าวว่า แม้ไม่ค่อยได้มาใช้บริการที่หมอชิตบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่เข้ามา ภาพที่เห็นเสมอ คือ “ขยะเกลื่อน” ทั้งบนพื้นและบนม้านั่ง ซึ่งจะ “ตำหนิ” คนทำความสะอาดก็ไม่ได้ เพราะมี “ถังขยะ” วางไว้รายรอบ แต่คนมาใช้บริการกลับ “มักง่าย”

“คนพวกนี้แปลก บางคนแต่งตัวดี หน้าตาดี แต่มือคงเป็นง่อย ถังขยะเขาตั้งไว้ทั่ว กินเสร็จแล้วหยิบไปทิ้งหน่อยก็ไม่ได้ พวกนี้น่าจะเจอปรับให้หนัก จึงอยากให้ผู้มาใช้บริการช่วยกันรักษาความสะอาด และควรลงโทษปรับให้หนักกับพวกมักง่าย”

ที่ผ่านมามักมี “คำครหา” ว่าอาจเพราะหมอชิตเป็นเหมือน “เจ้าไร้ศาล” ย้ายไปย้ายมา จึงทำให้ผู้เกี่ยวข้องไม่ค่อยดูแลเท่าไรนัก…

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “นพรัตน์ การุณยะวนิช” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ในฐานะ
หน่วยงานรับผิดชอบ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ว่าจะมีหรือไม่มีที่อยู่แน่นอน แต่ บขส. ก็ถูกควบคุมด้วยระเบียบว่าด้วยสถานีขนส่งอยู่แล้ว ถ้ามีอะไรบกพร่อง “กรมการขนส่งทางบก” จะแจ้งเตือนมายัง บขส. ทันที ที่ผ่านมา บขส. ใช้งบประมาณปรับปรุงหมอชิตตลอดเวลา อย่างเรื่องขยะที่เคยมีอยู่ข้างสถานีขนส่ง ก็ให้ กทม. เข้ามาดำเนินการ
จัดเก็บ เป็นต้น

“นพรัตน์” ย้ำด้วยว่า เป็นที่แน่นอนแล้วว่า “หมอชิตจะไม่ย้ายไปไหน” หลังมีความตกลงแบ่งส่วนพื้นที่กับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เรียบร้อยแล้ว โดย บขส. จะเหลือพื้นที่ 50 ไร่ จากเดิม 80 ไร่ และส่งคืน
พื้นที่ 30 ไร่ ให้ ร.ฟ.ท. ดังนั้น บขส. จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ทำการศึกษาเพื่อออกแบบสถานีขนส่งใหม่ทั้ง 2 จุด ทั้ง “สถานีขนส่งหมอชิต” เพื่อเป็นจุดจอดรถบัสโดยสาร และบริเวณ “ใต้ทางด่วน” ฝั่งตรงข้าม เพื่อเป็นจุดจอดรถตู้ที่ย้ายเข้ามาหลังการจัดระเบียบ โดยหน้าตาของ“หมอชิต…ใหม่ถอดด้าม” คาดว่าจะเริ่มเปิดเผยให้เห็นได้ราวต้นปี 2560

ที่สำคัญ…“ไม่ผลักภาระ” ให้ประชาชน!!!

“ปรับปรุงแล้วค่าอาหารจะแพงขึ้น จะขึ้นค่าตั๋ว ฯลฯ แบบที่ท่าอากาศยานต่างๆ เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่? ทาง บขส. ยืนยันว่าไม่เพิ่มภาระให้ประชาชนแน่นอน ค่าโดยสารต้องเป็นไปตามคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง บขส. ปรับขึ้นลงแบบของสนามบินไม่ได้ ห้องน้ำก็บริการฟรี ผู้โดยสารเรามีรายได้น้อย ไม่ใช่ระดับคนมีสตางค์อย่างลูกค้าสนามบิน”รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวทิ้งท้าย

ท้ายที่สุด…“ภาพลักษณ์” ที่เป็น “ภาพลบ” ของสถานีขนส่งหมอชิต คงไม่อาจโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ เพราะฝั่ง “บขส.” ก็ต้องปรับปรุงสภาพสถานีขนส่ง รวมถึงควบคุมมาตรฐานผู้ประกอบการต่างๆที่เข้ามาร่วมเดินรถ ขณะที่ “ผู้โดยสาร” ต้องยกระดับ“จิตสำนึก” ของตัวเองขึ้นมา โดยเฉพาะการ “ทิ้งขยะ” อย่างมักง่าย หรือมือไม้ซุกซนชอบขีดเขียนตามผนังห้องน้ำ เป็นต้น

“ร่วมด้วยช่วยกัน”…

“หมอชิต” คงน่า “ใกล้ชิด” ดังชื่อ…

เนรมิตเมืองแห่งของขวัญรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250237

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ปลุกทุกความสุขในเทศกาลปีใหม่ เนรมิตสีสันของเมืองแห่งของขวัญใน งาน “พาราไดซ์ พาร์ค เวิลด์ ออฟ กิฟท์ 2017”(Paradise Park World of Gift 2017) ตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอย่างตระการตา ในคอนเซ็ปต์ “กิฟท์ วันเดอร์แลนด์” (Gift Wonderland)

นันทวัฒน์ เนาวรัตน์พงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด เผยว่า “เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาส่งความสุขของทุกครอบครัว พาราไดซ์ พาร์ค จึงตั้งใจจะส่งมอบความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ในงาน พาราไดซ์ พาร์ค เวิลด์ ออฟ กิฟท์ 2017 เทศกาลของขวัญสุดยิ่งใหญ่ พร้อมเนรมิตบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกศูนย์ฯ ให้มีกลิ่นอายของทอย วันเดอร์แลนด์ (Toy Wonderland) ตกแต่งอย่างตระการตาด้วยบรรยากาศสวนสนุกเหนือจินตนาการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ เมืองอัศจรรย์แห่งของขวัญ หรือ กิฟท์ วันเดอร์แลนด์ (Gift Wonderland) โดดเด่นด้วยลูกสโนว์บอล (Snow Ball) ขนาดใหญ่ กว่า 2 เมตร ที่ผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้าไปภายใน เพื่อร่วมเก็บภาพแห่งความสุข นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายมหกรรมความบันเทิง ที่สร้างความสุขและรอยยิ้มแห่งการเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่”

นันทวัฒน์  เนาวรัตน์พงษ์ 

ภายในงาน “พาราไดซ์ พาร์ค เวิลด์ ออฟ กิฟท์ 2017” (Paradise Park World of Gift 2017) นักช็อปจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับของขวัญ ของที่ระลึก ซึ่งรวบรวมมาให้ลูกค้าได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ ถูกใจทุกเพศทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องประดับ, อุปกรณ์เครื่องเขียน, ของกิฟท์ช็อป, สวนต้นไม้ขนาดเล็ก, ขนมคาว-หวาน, อาหารสำเร็จรูป ฯลฯ พร้อมด้วยร้านค้าดารามากมาย อาทิ ร้านต้นไม้ ของ จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม, ร้านเสื้อ จิ๊บ ร.ด. ของ จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว, ร้านจิวเวลรี่ Argyrose Jewelry ของ แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น, ร้านกระเป๋า Albert Brand ของ ส้ม-มารี เออเจนี เลอเลย์, ร้านสลัดโรลของ พลอย-พรทิพย์ พันตาวงษ์ (พลอย ไมค์ไอดอล), ร้านเสื้อสตรี Jolie Closets ของ ฝน-ณธิดา ภัทรชาญไชย, ร้านพิซซ่า ของ กวาง-ธัญญรัศม์ ไตรสุทธิวงษ์ (กวาง เดอะสตาร์), ร้านน้ำผลไม้ COCOMI ของ เมย์-สิรินทร์ ก่อเกียรติ ฯลฯ

เพื่อให้สมกับเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง “พาราไดซ์ พาร์ค” ยังได้จัดขบวน ทรูป วันเดอร์ ออฟ แฮปปิเนส (Troop Wonder of Happiness) ให้เหล่าแซนตี้แสนสวย พร้อมด้วยเหล่าแมสคอต มาร่วมกันส่งมอบความสุขให้ลูกค้า ด้วยการแจกของรางวัลมากมายให้นำกลับไปพร้อมกับความสุขแบบเต็มอิ่ม

เพลิดเพลินไปกับเมืองแห่งของขวัญ ในบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ได้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2559 – วันที่ 3 มกราคม 2560 ณ รอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-7871000 และ http://www.paradisepark.co.th

เรื่อง ‘สิว’ ที่ไม่สิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250227

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“สิว” เป็นปัญหาผิวพรรณอันดับหนึ่งของทั้งหญิง-ชาย แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ถ้าเมื่อใดเจ้าตุ่มเม็ดเล็กบ้างใหญ่บ้างผุดขึ้นบนใบหน้าก็ทำเอาเสียเซลฟ์ ไม่นับรอยดำ รอยแดง หรือแผลเป็นจากสิว บางรายหนักหน่อยก็ทำให้ผิวหน้าดังผิวดวงจันทร์ ทิ้งร่องรอยไว้ให้เราเจ็บใจ ต้องใช้เวลารักษา สร้างความทุกข์ใจ ความเครียดต่างๆ แถมค่าใช้จ่ายในการรักษา ก็ไม่ “สิว” ดังชื่อ มาทำความรู้จักเจ้าตัวร้ายบนใบหน้า เพื่อที่เราจะได้รู้วิธีป้องกันผิวหน้าให้ไกลสิว

พญ.ปิยะดา ทิพรังกร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังพรเกษมคลินิก ให้ข้อมูลว่า สิว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงวัยรุ่น
อย่างที่หลายคนเคยเข้าใจเท่านั้น มันสามารถเป็นกันได้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในช่วงใดของอายุก็ตาม เพราะว่ามีปัจจัยหลากหลายที่คอยกระตุ้นการเกิดสิว ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด ฮอร์โมนในร่างกาย หรือแม้กระทั่งการล้างหน้าที่ไม่สะอาดทำให้มีสิ่งตกค้างอุดตันรูขุมขนและปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งใครไม่เคยเป็นสิวไม่มีทางเข้าใจ
 โดยสิวแบ่งเป็น 2 ประเภท
ใหญ่ๆ ได้แก่ สิวอุดตัน และ สิวอักเสบ   

สิวอุดตัน คืออะไร เม็ดสิวอุดตันไม่ใช่สิ่งสกปรก แต่เป็นภาวะที่รูขุมขนชนิดพิเศษที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่ตามร่างกายบริเวณศีรษะ หน้า อก ไหล่และหลัง ถูกรบกวนจนเสียความสมดุลในการทำงาน และสิ่งรบกวนที่มาจากภายในตัวเรา  คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน เมื่อระบบฮอร์โมนถูกรบกวน อาจส่งผลทำให้สิวเห่อมากขึ้นได้  เช่น เด็กๆ ที่ย่างเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ทั้งนี้ขึ้นกับพันธุกรรมของครอบครัวนั้นๆ ด้วย คนที่ใช้ฮอร์โมนเสริมบางชนิด ยาบางชนิดก็มีผลกับสิวได้เช่นกัน   ส่วนสิ่งรบกวนจากภายนอก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีสารเคมีมาสัมผัสกับผิว หลายๆ ชนิด รวมถึงฝุ่น ควัน มลพิษ ล้วนมีโอกาสก่อให้เกิดสิวได้  ดังนั้นสิวอุดตันจึงไม่ได้เกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาด แต่เป็นการถูกรบกวนของรูขุมขน เมื่อรูขุมขนเสียสมดุลทำให้มีการสะสมเพิ่มขึ้นของก้อนเคราตินที่อยู่ในรูขุมขนนั่นเอง จึงเกิดเป็นเม็ดอุดตัน จากนั้นเชื้อโรคก็จะถือโอกาสเข้าไปอยู่อาศัยแล้วเกิดการอักเสบและทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าของเรา

สิวอักเสบ เกิดจากสิวอุดตันที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียเข้าไปทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ หากไปแกะ บีบจะยิ่งอักเสบมากขึ้น ซึ่งมีลักษณะเป็นตุ่มบวมแดง ถ้าอักเสบมากก็จะมีหนองร่วมด้วย มีได้ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงมีสาเหตุการเกิดสิว
เช่นเดียวกับการเกิดสิวอุดตัน

ทั้งนี้ การเป็นสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบ ควรจะรีบรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสลุกลามเกิดเป็นแผลเป็นที่ชั้นหนังแท้ เพราะนั่นเป็นสาเหตุของการเกิดหลุมสิวที่ใครๆ หลายคนกลัวกัน เนื่องจากรักษายาก และใช้เวลานานมากในการรักษา นอกจากนี้
การปล่อยให้หายไปเองตามธรรมชาติยังอาจทิ้งรอยดำไว้บนใบหน้าให้มานั่งรักษาอีกดังนั้น ทางที่ดีคือ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดสิว ถ้าเป็นแล้วก็ต้องรีบรักษาให้เร็วที่สุด

ลบคนที่ไม่ใช่ออกไป… ให้ใจกับคนที่ใช่ดีกว่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250225

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

อย่างที่หลายๆ คนมักบอกว่าการหาคนที่ใช่นั้น ยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร แต่การที่จะรู้ว่าคนที่เราสนใจอยู่นั้นใช่หรือเปล่ามันทั้งยากและต้องใช้เวลามากกว่าอีก หากคุณไม่อยากจะต้องเสียเวลาวนอยู่กับคนที่ไม่ใช่ซ้ำแล้วซ้ำอีก กูรู Happn แอพพลิเคชั่นแรกบนมือถือที่เปิดโอกาสให้คุณได้ทำความรู้จักกับคนที่คุณเดินผ่านไปแล้วได้อีกครั้ง มีวิธีการง่ายๆ ในการช่วยพิจารณาคนที่ใช่ และลบคนที่ไม่ใช่ออกไป

คนที่ใช่มักจะ…เชื่อในตัวคุณ – เคารพพื้นที่ส่วนตัวของคุณ เขาจะไม่รุกล้ำและคอยจับผิดว่าคุณทำอะไรที่ไหนกับใคร หรือโกรธเวลาที่คุณไม่ตอบข้อความกลับทันที อีกอย่างเขาจะไม่โทร.จิกคุณทั้งคืน เวลาที่คุณอยู่กับเพื่อนๆ ด้วยเข้ากันได้กับเพื่อนและครอบครัวของคุณ – อะไรจะดีไปกว่าการที่คู่เดทของคุณได้รับการยอมรับจากเพื่อนและครอบครัวของคุณ เพียงแค่ทุกคนในบ้านคุณเห็นตรงกันว่าเขาหรือเธอเป็นคนดี นั่นก็เป็นสิ่งการันตีได้ครึ่งแล้วว่าเขาคือคนที่ใช่ ที่เหลือก็เป็นเรื่องเคมีของคุณและคู่เดทแล้วล่ะว่าจะเข้ากันได้มากแค่ไหน

คอยสนับสนุนคุณเสมอ – คนที่ใช่จะคอยสนับสนุนคุณและคอยอยู่เคียงข้างคุณทั้งในวันที่คุณมีความสุขและวันที่คุณทุกข์ใจ เขาหรือเธอจะไม่ลังเลที่จะให้กำลังใจคุณเมื่อยามคุณรู้สึกเหนื่อยและท้อใจ ถ้าคุณเจอคนแบบนี้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือไปล่ะ

คนที่ไม่ใช่มักจะ…ไม่เคยเป็นผู้ให้ – ในความสัมพันธ์ที่ดีนั้น ควรจะเป็นความสัมพันธ์แบบสองทาง คือการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับที่ดี ถ้าเกิดความสัมพันธ์ของคุณเป็นแบบทางเดียว หรือคุณเป็นคนให้เพียงฝ่ายเดียวแต่ไม่เคยได้รับเลยแล้วละก็ นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาหรือเธอไม่ใช่คนที่ใช่ที่คุณตามหาอยู่แน่นอน

ฉันถูกเสมอ – ถ้าคุณกำลังเจอกับคนที่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิด อีกทั้งยังต่อต้านเวลาคุณเสนอความคิดเห็นที่แตกต่างออกไปอยู่เสมอแล้วล่ะก็ คุณควรเผื่อใจไปสักนิดว่ากำลังเจอกับคนที่ไม่ใช่ เพราะในความสัมพันธ์ที่ดีนั้น เราไม่ควรมานั่งชี้นิ้วตัดสินว่าใครถูกหรือผิดแบบ 100% แต่ควรจะประนีประนอมกัน ยอมรับซึ่งกันและกันมากกว่า

เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบ – ถ้าเจอคนที่มองโลกในแง่ลบตลอดเวลา บอกตัวเองได้เลยว่าคนคนนี้ไม่น่าจะใช่คนที่ใช่ของคุณแล้วล่ะ เพราะยังไงคุณก็คงไม่อยากติดอยู่กับคนที่คิดลบและติไปซะทุกอย่างตลอดเวลาใช่ไหมละ เราทุกคนล้วนแล้วก็อยากจะอยู่กับคนที่คอยสนับสนุน เป็นกำลังใจให้กันและกันมากกว่าจริงไหม

เราแต่ละคนมีนิสัยที่แตกต่างกัน แต่ละสถานการณ์ สำหรับแต่ละบุคคลนั้น ย่อมแตกต่างกันออกไป คำแนะนำข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่วิธีการเช็คเบื้องต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฟังเสียงหัวใจของตัวคุณเอง เมื่อคุณรู้สึกว่าคุณเจอคนที่ใช่แล้ว คุณควรจะรักษาเขาหรือเธอให้ดี อย่าปล่อยให้เขาหรือเธอหลุดมือไปล่ะ กูรู Happn ขอแอบกระซิบทิ้งท้ายว่า คนที่ใช่ไม่ได้เจอกันได้ง่ายๆ หรอกนะ (สามารถดาวน์โหลด Happn ฟรีได้ที่ App Store, Play Store และ Windows Store)

คนดังแชร์ไอเดียของขวัญแห่งแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250240

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เซเลบริตี้คนดัง นำโดย ภฤศธร สกุลไทย, ณัฎฐา สุนทรวิเนตร์, บงกชทิพย์ ภิรมย์ภักดี, ดลวัฒน์ แพ่งสภา, พิชามญช์ – พิมพิศา ชมะนันทน์ ร่วมเผยไอเดียสร้างสรรค์เลือกของขวัญแทนใจ ในกิจกรรม “THINK GIVING” (ธิงค์ กิฟวิ่ง) มหัศจรรย์แห่งการให้ 8 ของขวัญแห่งแรงบันดาลใจ” ซึ่ง สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม (Siam Discovery – The Exploratorium) จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ -19 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อเป็นไอเดียให้คนที่กำลังมองหาของขวัญปีใหม่มอบให้กับคนพิเศษ

ภฤศธร สกุลไทย ดีไซเนอร์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยแพชชั่นในการใช้ชีวิต เผยว่า “ช่วงเวลาปลายปีที่กำลังมาเยือนนี้ อยากให้คนไทยหันมาให้กำลังใจกัน เพื่อก้าวต่อไปในวันข้างหน้า สำหรับตัวเองการเริ่มต้นปีใหม่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจสำคัญให้เราเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง และสิ่งรอบตัวให้ดีขึ้น ซึ่งไม่เพียงแค่ตัวเรา หากแต่สร้างโอกาสแห่งการแบ่งปันเอื้อเฟื้อไปยังผู้อื่นเพื่อประคับประคองให้อีกหลายชีวิตมีก้าวใหม่ที่ดีขึ้น ผมจึงเลือกซื้อของขวัญชิ้นพิเศษเป็นกระเป๋าผ้ายีนส์อเนกประสงค์ลายก้านบัว แบรนด์ กำลังใจ โดยคำนึงถึงคุณค่าจากที่มาซึ่งกระเป๋าแบรนด์นี้รังสรรค์โดยกลุ่มผู้ต้องขังจากกรมราชทัณฑ์ นอกจากช่วยสนับสนุนอาชีพและสร้างรายได้ ยังช่วยปลูกฝังให้เกิดการมองเห็นคุณค่าในตัวเองด้วย อีกทั้งยังมีประโยชน์จากการใช้งานอย่างคุ้มค่า โดยใช้วัสดุผ้ายีนส์ที่มีความคงทนแข็งแรง และราคาไม่ถึง 999 บาท ซึ่งตั้งใจจะมอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้ผู้ร่วมงานที่สนับสนุนช่วยเหลือกันอย่างดีตลอดปีที่ผ่านมาครับ”

ณัฎฐา สุนทรวิเนตร์ อินทีเรียดีไซเนอร์สาวมากความสามารถ ผู้ชื่นชอบธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ บอกว่า“ทุกๆ สิ้นปีจะเป็นช่วงที่ต้องมองหาของขวัญชิ้นพิเศษ เพื่อแทนความรู้สึกดีในใจมอบให้คนสำคัญ ทั้งนี้ มักจะเลือกสิ่งของที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หลังจากที่มองหาของขวัญจากหลายที่ มาประทับใจเทียนหอมจากแบรนด์ HOM Fragrances ความพิเศษของแบรนด์นี้ คือ การนำคอนเซ็ปต์ Re-Used กลับมาใช้ โดยตัวเทียนทำจากถั่วเหลืองซึ่งจะให้ความหอมละมุน ผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี และยังสามารถเลือกผสมกลิ่นหอมต่างๆ ได้มากมาย อีกทั้งวัสดุบรรจุ ที่ทำมาจากขวดไวน์เหลือใช้ นำมาตัดขึ้นรูปทำแพ็กเกจจิ้งใหม่อย่างสวยงาม”

ส่วน บงกชทิพย์ ภิรมย์ภักดี สาวน้อยนักวาดภาพประกอบผู้หลงใหลผลงานสร้างสรรค์ทำมือ เผยว่า “หากมองหาของขวัญชิ้นพิเศษให้คนสำคัญ มักจะเลือกสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยตัวเองค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นของขวัญแทนใจจากเรา ผู้รับยังได้สัมผัสถึงความจริงใจที่ได้รับ สำหรับช่วงเทศกาลแห่งการให้นี้ได้มีโอกาสร่วมทำของพิเศษจากกิจกรรมเวิร์กช็อป สบู่ก้อนทำมือแบรนด์ Cosmos & Harmony DIY Soap Kit ซึ่งตั้งใจจะมอบให้คุณพ่อ-วุฒินันท์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากแต่ทรงคุณค่าทางจิตใจมาก จากของเหลวที่หล่อหลอมขึ้นมาเป็นรูปทรงต่างๆ ใส่ลวดลายด้วยตัวเองได้ตามจินตนาการ เชื่อว่าจะทำให้ผู้รับรู้สึกสดชื่น กลิ่นหอมพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเองจะช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ค่ะ”

ดลวัฒน์ แพ่งสภา หนุ่มหล่อดีกรีวิศวะผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก เล่าว่า “การถ่ายภาพเป็นการบันทึกและระลึกถึงความทรงจำได้ดีที่สุด ภาพถ่ายแต่ละภาพไม่เพียงมีคุณค่าเป็นรูปถ่ายสวยๆ หนึ่งใบเท่านั้น แต่ยังย้อนเวลาความรู้สึกของเรากลับไปยังช่วงเวลาเหล่านั้น สัมผัสได้ทั้งรอยยิ้ม บรรยากาศสถานที่ ความประทับใจมิรู้ลืม ทุกภาพถ่ายล้วนบ่งบอกเรื่องราวเก็บรายละเอียดเหล่านั้นได้ สำหรับคนวัยทำงานอย่างผม ค่อนข้างหาเวลาเดินทางไปบันทึกภาพถ่ายตามสถานที่ต่างๆยาก แต่ทันทีที่มีโอกาสโดยเฉพาะช่วงสิ้นปีนี้ ตั้งใจจะไปท่องเที่ยวพักผ่อนครับ วันนี้จึงมาเลือกอุปกรณ์สำคัญ คือ กล้องถ่ายภาพโพราลอยด์ รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นแบรนด์ LOMO’ Instant Wild และยังสามารถปริ้นท์ภาพถ่ายออกมาได้ทันที ทุกครั้งที่เหน็ดเหนื่อยจากหน้าที่การงาน การหันมาเห็นภาพประทับใจเหล่านี้ที่เราเป็นคนกดชัตเตอร์บันทึกด้วยตัวเอง มันช่วยให้เรามีกำลังใจขึ้นมาได้ดีทีเดียว”

ปิดท้ายด้วยสองสาวฝาแฝด พิมพิศา ชมะนันทน์ ที่มาเลือกของขวัญเซอร์ไพรส์ให้ พิชามญช์ ชมะนันทน์ เล่าว่า “ด้วยความที่เราทั้งสองคนสนิทสนมกันมาก แทบจะไม่เคยแยกจากกันเลย ทั้งทุกข์และสุขของคนนึงก็จะมีอิทธิพลส่งถึงกัน เรียกว่ามีรอยยิ้มเสียงหัวเราะร่วมกันมาตั้งแต่จำความได้ค่ะ สำหรับปีนี้ตั้งใจจะหาวิธีเซอร์ไพรส์บอกรักน้องสาวฝาแฝด พิชามญช์ แบบไม่ซ้ำใครด้วยความที่เรารู้ว่าใครชอบอะไร ไลฟ์สไตล์เป็นแบบไหน โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตัว ซึ่งความจริงเราทั้งสองคนแต่งตัวและชื่นชอบในสิ่งที่คล้ายกัน วันนี้มีโอกาสได้เลือกเครื่องประดับคอลเลคชั่นล่าสุดจากแบรนด์ “CHAT”ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นสามารถนำมาแมทช์กับชุดที่ดูเรียบโก้ทำให้ดูมีดีเทลขึ้นมาได้อย่างดี มั่นใจว่าของขวัญชิ้นนี้จะต้องถูกใจน้องสาวแน่นอนค่ะ”

พบกับกิจกรรม THINK GIVING มหัศจรรย์แห่งการให้ ชวนช็อปของขวัญที่ใช่กับ 8 คอนเซ็ปต์ ณ สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.siamdiscovery.co.th

 

คุณแหน : 27 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250244

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll เขียนข่าวคนอื่นมามากมาย ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้แจ้งข่าวแก่ญาติมิตร เป็นข่าวเศร้าค่ะ สุนาวิน ศรีเสริมโภค พี่ชายคนเดียวของ บารอนเนส ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต พิธีสวดพระอภิธรรมศพจัดที่วัดสีกัน (พุทธสยาม) ดอนเมือง ศาลา 1 ตั้งแต่วันที่ 26-30 ธ.ค. เวลา 19.00 น.ส่วนกำหนดฌาปนกิจ 31 ธ.ค. เวลา 17.00 น. …

ll รศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ รองประธานมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ นำคณะกรรมการมูลนิธิขอพรปีใหม่จาก พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ ประธานมูลนิธิอรุณ สารเทศน์ที่บ้านนวธานี ในวันที่ 28 ธ.ค. และพุธที่ 11 ม.ค. ปีหน้า เวลา 16.00 น. จะไปขอพรจากท่านผู้หญิงวรรณพิมลสรเทศน์ ภริยาศ.ดร.อรุณ สรเทศน์ที่บ้านพระรามสี่…

ll งานชุมนุมเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชุดที่ 1-3 ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กำหนดวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 16.00 น. …

ll กลุ่ม สว.สิ่งแวดล้อม อาทิ รัชวดี ศรีประพัทธ์, สุกัญญา บุญเฉลิมกิจ, อภิญญา ศิลป์วิสุทธิ์ เป็นอาทิ ไปร่วมประชุมวางแผนทัวร์ทั่วประเทศปีหน้า แบบเที่ยวไปชิมไป ที่บ้านผกาวรรณ จุฬามณี เมื่อวันก่อน…

ll ดวงแข วงศาโรจน์ มีสมาธิสวดมนต์วันละหลายเวลา ช่วงเย็น ช่วงดึก รอบมิดไนท์เพิ่มถึงตี 1-ตี 2 ในบางวัน…

ll สาวสวย วรวิมล ณ ระนอง บินไปลอนดอนมื้อแรกไม่พลาด ดื่มชาขนมอร่อยๆ ที่ร้านแฮร์รอดส์กับเพื่อนเลิฟ…

ll ศิษย์เก่า มก.ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “เกษตรศาสตร์ปราดเปรื่อง” รุ่นที่ 16 จำนวน 5 ท่าน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ได้แก่ ดร.วิจารย์
สิมาฉายา, เสริมยศ สมมั่น, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา, ธัญญา เนติธรรมกุล และ พงศ์บุณย์ ปองทอง…ขอแสดงความยินดีด้วย

ll ดร.ผุสดี ตามไท, ลานทิพย์ ทวาทศิน, นลินี คณิวิชาภรณ์ ไปร่วม Candlelight Service ตั้งแต่ตี 5 ที่โบสถ์วัฒนา เมื่อวันคริสต์มาสที่ผ่านมา…

ll สิรวิชญ์ เทียนทอง บุตรชายของ สัมโพธิ์-เทวี เทียนทอง อุปสมบทถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดบวรนิเวศ จะลาสิกขาหลังปีใหม่ ข่าวว่า คุณย่าพังงา วัย 90 กว่าๆ ไปร่วมงานบวชหลานชาย ด้วยความปลื้มมากด้วย !!…ll

บารอนเนส