โลตัส แจกหมวกกันน็อกเด็ก 999 ใบ ลดการสูญเสียช่วง 7 วันอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2559 16:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824238


เทสโก้ โลตัส บุกเชียงใหม่ แจกหมวกกันน็อกเด็ก 999 ใบ รณรงค์ลดการสูญเสีย ช่วง 7 วันอันตราย พร้อมเตรียมจัดโปรโมชั่น ส่งเสริมความปลอดภัยรับวันเด็ก ลดราคาหมวกกันน็อกเหลือ 199 บาท ระหว่างวันที่ 13-15 ม.ค. 60 …วันที่ 29 ธ.ค. 59 นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ประเทศไทย มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับสองของโลก ซึ่งเทศกาลปีใหม่ เป็นเทศกาลท่องเที่ยวใหญ่ประจำปี ที่มีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง และหนึ่งในความสูญเสียหลักนั้น เกิดขึ้นจากการที่ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อก และมีเด็กในวัยเรียนราว 1.3 ล้านคน ที่เดินทางโดยการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้น ที่สวมหมวกกันน็อก แม้ว่าจะมีกฎหมายบังคับก็ตาม

ทั้งนี้ เทสโก้ โลตัส ใส่ใจในความปลอดภัยจากการใช้รถใช้ถนนมาตลอด จึงได้จัดโครงการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง นำร่องโครงการ กับจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมวกกันน็อกสำหรับเด็ก จำนวน 999 ใบ ให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่ โดยมีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับมอบ ณ โรงเรียนคำเที่ยงอนุสสรณ์

สำหรับบรรยากาศเปิดตัวโครงการรณรงค์สวมหมวกกันน็อก ช่วง 7 วันอันตรายรับปีใหม่ 2560 เต็มไปด้วยความน่ารักของนักเรียนที่มาร่วมระบายความในใจ “ทำไมต้องใส่หมวกกันน็อก” ผ่านผืนผ้าใบที่จะใช้ติดเตือนให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ตระหนักรู้ที่บริเวณประตูโรงเรียน

นอกจากนี้ เทสโก้ โลตัส ยังเตรียมจัดโปรโมชั่นส่งเสริมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รับเทศกาลวันเด็ก โดยการลดราคาเหลือ 199 บาท สำหรับหมวกกันน็อกเด็ก ในช่วงวันที่ 13-15 มกราคม 2560 ด้วย.

 

กรุงไทยพร้อมเพย์ ดีเดย์จ่ายเงินคืนภาษี 4 ม.ค.-โอนเบี้ยคนชรา-พิการ ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2559 15:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824382


ธนาคารกรุงไทย หนุนนโยบาย National e-Payment เต็มตัว 4 ม.ค. 60 เริ่มโอนเงินคืนภาษีให้ประชาชนที่ลงทะเบียนกรุงไทยพร้อมเพย์ พร้อมโอนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ-คนพิการ เดือน ก.พ.เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารให้การสนับสนุนโครงการระบบการชำระเงินของประเทศ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ National e-Payment อย่างเต็มที่ โดยได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะในส่วนของกรุงไทยพร้อมเพย์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้สะดวก ง่าย และมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2560 เป็นต้นไป ธนาคารกรุงไทยในฐานะผู้รับจัดการในการส่งเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากร จะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีผู้เสียภาษีรายที่ได้รับเงินคืนภาษี แก่ประชาชนที่ลงทะเบียนกรุงไทยพร้อมเพย์ และบริการพร้อมเพย์ของธนาคารอื่น ที่ผูกบัญชีด้วยหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งกรมสรรพากรเปิดให้บุคคลธรรมดายื่นแสดงรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2559 เพื่อชำระภาษีระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2560

“ธนาคารกรุงไทย มีความพร้อมในการให้บริการโอนเงินสวัสดิการของรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มโอนเงินเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ รวมทั้งโอนเงินระหว่างบุคคล และโอนเงินระหว่างธนาคาร ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ดังนั้น เพื่อความรวดเร็วในการรับเงินสวัสดิการจากรัฐ ขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชน เปิดบัญชีเงินฝากและลงทะเบียนกรุงไทยพร้อมเพย์ โดยธนาคารช่วยแบ่งเบาภาระผู้มีรายได้น้อย สามารถเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารได้ โดยไม่ต้องมีเงินฝาก”

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีลูกค้าลงทะเบียนกรุงไทยพร้อมเพย์ ผ่าน 3 ช่องทางของธนาคาร ได้แก่ ตู้ ATM บริการ KTB netbank และสาขาแล้วกว่า 2.2 ล้านราย โดยธนาคารได้โอนเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการค่าสวัสดิการเด็กแรกเกิด ผ่านกรุงไทยพร้อมเพย์ ไปแล้วกว่า 3 แสนราย.

 

กกจ. เตือน 30 ธ.ค. วันสุดท้าย จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวกิจการประมงทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2559 14:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824202


กกจ. เตือน 30 ธ.ค. วันสุดท้าย จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวกิจการประมงทะเล และแปรรูปสัตว์น้ำ ไม่ขยายเวลา เจอผิดจับปรับสูงสุด 1 แสน …วันที่ 29 ธ.ค. 59 นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า การจดทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ในกิจการประมงทะเล และกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ ที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในปี 2559 ได้เปิดให้จดทะเบียนตามมติ ครม. ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.-30 ธ.ค. 59 มีนายจ้างพาแรงงานต่างด้าวไปจดทะเบียนเพื่อขออนุญาตทำงานที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดในจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเลและกรุงเทพมหานคร ที่สำนักงานเขตบางขุนเทียน จนถึงวันที่ 26 ธ.ค. มีจำนวน 30,612 คน เป็นกิจการประมงทะเล 9,702 คน แยกเป็นกัมพูชา 3,878 คน ลาว 247 คน เมียนมา 5,577 คน นายจ้าง 2,358 ราย ส่วนกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ 20,910 คน เป็นกัมพูชา 2,209 คน ลาว 277 คน เมียนมา 18,424 คน นายจ้าง 1,706 ราย

นายสิงหเดช กล่าวว่า ขอให้นายจ้างและสถานประกอบการที่ยังไม่นำแรงงานต่างด้าวไปจดทะเบียนให้รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธ.ค. หากพ้นกำหนด นายจ้างจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 มีโทษปรับสูงสุด 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน

ส่วนแรงงานต่างด้าว ที่ลักลอบทำงานจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังจากพ้นกำหนดแล้ว จะไม่มีการขยายเวลาการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวทั้ง 2 ประเภทกิจการอีกต่อไป ซึ่งกรมการจัดหางานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันตรวจสอบ หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเข้มงวด ซึ่งสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

 

PFP แจกโชคใหญ่ คืนกำไรให้ลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 29 ธ.ค. 2559 10:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824150


กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. นำโดย นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร และนายธวัชชัย รัตนะพิสิฐ กรรมการบริหาร ร่วมมอบรางวัลใหญ่รถกระบะ 4 ประตู อีซูซุ ดีแม็กซ์ ไฮแลนเดอร์ พร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์ และสร้อยคอทองคำ ให้กับผู้โชคดีที่ส่งฉลากมุมซองผลิตภัณฑ์พีเอฟพีเข้าร่วมกิจกรรม “PFP 30 ปี ลุ้นทวีโชค” เมื่อเร็วๆ นี้ ที่บริษัท พี.เอฟ.พี. เทรดดิ้ง จำกัด กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นการส่งท้ายกิจกรรมด้วยรางวัลใหญ่ หลังจากเดินสายมอบโชค แจกรางวัล มาตลอดทั้งปี 2559 เพื่อคืนกำไรและขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจผลิตภัณฑ์ของพีเอฟพี

ทองเปิดตลาดขึ้น 50 รูปพรรณขายบาทละ 20,100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2559 09:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824142


ราคาทองวันที่ 29 ธ.ค. เปิดตลาดขึ้น 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,500 ขายออกบาทละ 19,600 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,147.08 ขายออกบาทละ 20,100 บาท ส่วนภาวะตลาดทองคำนิวยอร์กปิดบวก 2.1 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 1,140.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เหตุตลาดหุ้นร่วงกว่า 100 จุด หนุนนักลงทุนเข้าซื้อทอง …

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.40 น. ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,500.00 บาท ขายออกบาทละ 19,600.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,147.08 บาท ขายออกบาทละ 20,100.00 บาท

ส่วนสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กส่งมอบ เดือน ก.พ. ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ธ.ค.) 2.1 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 1,140.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงกว่า 100 จุดเมื่อคืนนี้ รวมทั้งรายงานของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ซึ่งระบุว่า ดัชนีทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ประจำเดือน พ.ย. ร่วงลง 2.5% สู่ระดับ 107.3 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยจำนองปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นมาตรวัดจำนวนสัญญาซื้อบ้านมือสองที่มีการเซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดการขาย และโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนสำหรับการเซ็นสัญญาไปจนกระทั่งปิดการขาย

อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สกัดแรงบวกของสัญญาทองคำ โดยดอลลาร์สหรัฐได้รับปัจจัยหนุนจากความคาดหวังที่ว่า รัฐบาลใหม่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ จะดำเนินนโยบายการคลังที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

 

ตั้งบริษัทลูกบริหารที่ดินทั่วไทย “พิชิต” ลุยล้างขาดทุน ร.ฟ.ท. สั่งเพิ่มรายได้ทะลุหมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823973


นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้กับคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และผู้บริหาร ร.ฟ.ท.ว่า หลังจากนี้ ร.ฟ.ท.ต้องดำเนินการปฏิรูปการรถไฟให้เป็นรูปธรรมโดยต้องลดการขาดทุนและสร้างรายได้ให้ได้มากกว่าเดิมอย่างน้อยปีละไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดผลการขาดทุนของการเดินรถที่ปัจจุบันขาดทุนอยู่ประมาณ 7,500 ล้านบาทต่อปี ส่วนแอร์พอร์ตลิ้งก์ขาดทุนประมาณ 280-300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการที่ ร.ฟ.ท.ขาดทุนในลักษณะนี้ ทำให้ต้องขอเงินสนับสนุนจากภาครัฐอยู่ทุกปี ถือเป็นการสร้างภาระให้แก่ประ ชาชน และ ร.ฟ.ท.ก็ไม่มีโอกาสที่จะพัฒนาไปข้างหน้าด้วย จึงเป็นเรื่องที่ตนเป็นห่วงและอยากให้แก้ไขโดยด่วนสำหรับแนวทางการปฏิรูปการรถไฟเพื่อลดการขาดทุนนั้น ได้ให้ ร.ฟ.ท.จัดตั้งบริษัทพัฒนาบริหารสินทรัพย์การรถไฟให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดย ร.ฟ.ท.ถือหุ้น 100% แต่บริหารจัดการจะมีความคล่องตัวแบบเอกชน ซึ่งจะช่วยทำให้การรถไฟสามารถดูแลทรัพย์สินที่มีอยู่มหาศาล โดยเฉพาะที่ดินที่ไม่ได้ใช้ในการเดินรถที่มีอยู่ประมาณเกือบ 40,000 ไร่ ให้สามารถหาผลตอบแทนได้อย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.มีรายได้จากส่วนนี้ประมาณ 3,000 กว่าล้านต่อปี ถือเป็นผลตอบแทนที่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานของตลาดค่อนข้างมาก เมื่อดูตัวเลขผลตอบแทนจากการบริหารสินทรัพย์ของรถไฟปัจจุบันอยู่ที่ 1% เท่านั้น ขณะที่องค์กรอื่นๆซึ่งใกล้เคียงกับ ร.ฟ.ท.ทำได้ถึง 4-5% จึงเชื่อว่าการบริหารสินทรัพย์ในครั้งนี้จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัว ซึ่งจะช่วยให้ ร.ฟ.ท.สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ที่มีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายแน่นอน ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่าภายในปี 60 ร.ฟ.ท.จะมีรายได้เพิ่มขึ้นแน่นอน และอีก 2 ปี น่าจะเห็นชัดเจนว่าสามารถปลดหนี้ได้หรือไม่

“การดำเนินการบริหารจัดการสินทรัพย์โดยเฉพาะที่ดินจะมีผลต่อการปรับค่าเช่า และจะมีผลกระทบต่อผู้เช่าด้วยหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ได้เน้นย้ำกับ ร.ฟ.ท. แล้วว่าต้องดูแลให้เป็นไปตามอัตราของตลาดไม่เอาเปรียบประชาชน และต้องไม่กระทบกับผู้เช่ามากเกินไป อาจจะค่อยๆปรับ เพราะที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.เก็บค่าเช่าต่ำเกินไป”.

 

ดึงดีเอสไอ-ปปง.เชือดทุจริตแก๊งตั๋วปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823969


พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์แก้ไขปัญหาการซื้อขายปุ๋ยล่วงหน้า (ตั๋วปุ๋ย) ให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ โดยกรมต้องหารือร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบการดำเนินธุรกิจตั๋วปุ๋ยของสหกรณ์แต่ละแห่งว่ามีกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บริษัทผู้ค้าปุ๋ยในลักษณะฉ้อโกงสหกรณ์หรือไม่ หากพบว่ามีการฉ้อโกงจะฟ้องร้องดำเนินคดีทันที“ขณะนี้มีตั๋วปุ๋ยคงเหลือปริมาณ 49,594 ตัน มูลค่า 591 ล้านบาท ใน 24 สหกรณ์ จาก 17 จังหวัด เนื่องจากสหกรณ์บางส่วนได้รับปุ๋ยจากบริษัทค้าปุ๋ยแล้ว 9,496 ตัน มูลค่า 65 ล้านบาท โดยบริษัทค้าปุ๋ยโอนเงินคืนสหกรณ์บางส่วนแล้ว 941 ตัน มูลค่า 6 ล้านบาท รวมทั้งเปลี่ยนเป็นสัญญาเงินกู้ 222 ตัน มูลค่า 2 ล้านบาท ซึ่งปุ๋ยที่เหลือยังไม่ได้มีการส่งมอบให้สหกรณ์ กรมจึงได้กำหนด ว่าหากบริษัทค้าปุ๋ยไม่สามารถส่งมอบได้ ให้บอกเลิกสัญญาและขอรับเงินคืนในวันที่ 15 ม.ค.2560 หากไม่ได้รับเงินคืนให้สหกรณ์ฟ้องแพ่งบริษัทขายปุ๋ย และกรรมการสหกรณ์ ผู้จัดการสหกรณ์ ภายในวันที่ 15 ก.พ.2560”.

 

ปรับแผนผลิตข้าวครบวงจรใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823966


พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้แผนข้าวครบวงจร ในปี 2559/60 ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะการลดพื้นที่การปลูกข้าวรอบ 2 หรือข้าวนาปรัง เนื่องจากเกษตรกรที่ลงชื่อเพื่อร่วมโครงการปลูกพืชใช้น้ำน้อย 2 ล้านไร่ เปลี่ยนใจหันมาปลูกข้าวเช่นเดิม โดยอ้างว่าไม่มีความชำนาญที่จะปลูกพืชชนิดอื่น ทำให้แผนที่จะลดพื้นที่ปลูกให้ได้ 4 ล้านไร่จาก 10 ล้านไร่ คาดว่าจะไม่ประสบผลสำเร็จ และทำให้ผลผลิตข้าวมีปริมาณเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ 2.94 ล้านตันข้าวเปลือก จึงจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ปรับแผนข้าวครบวงจรอีกครั้งหนึ่ง แต่หากไม่สามารถลดการผลิตข้าวได้จริง ก็ต้องปรับแผนการส่งออกข้าวให้มีความสอดคล้องกัน ส่วนเรื่องราคาให้ดูกลไกตลาดเป็นหลัก เนื่องจากราคาข้าวในตลาดโลกเริ่มดีดตัวขึ้นแล้ว“ผมไม่สามารถบังคับให้ชาวนาเลิกปลูกข้าว ทำได้เพียงให้ทางเลือก เช่น การลดรอบปลูกดีอย่างไรแล้วสนับสนุนให้ปลูกพืชอื่นแทน ซึ่งจะเร่งเดินหน้าในปีหน้าให้มากขึ้น โดยเร่งปรับแผนการผลิต และการเดินหน้าตามแผนที่ปรับเปลี่ยนในช่วงหลังปีใหม่”

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ได้เห็นชอบร่วมกันว่าจะนำข้าวที่เกินไปขายเป็นข้าวนึ่ง เป็นทางออกที่ดี เพราะตลาดแอฟริกามีความต้องการมาก และกำลังซื้อในปีหน้าก็จะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปีนี้ภาวะการเงินของแอฟริกาตึงตัวมาก ทำให้การสั่งซื้อสินค้ามีน้อย แต่ปัจจุบันเมื่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ผ่อนปรนเงื่อนไขบ้างแล้ว ทำให้คาดว่าในปีหน้าสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น และหวังว่าจะไม่มีพ่อค้ารายใดแสวงหาผลประโยชน์กับแผนดำเนินการของรัฐบาล.

 

คลังรายได้พุ่งรับเศรษฐกิจฟื้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823962


นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 60 (ต.ค.-พ.ย.59) จัดเก็บได้ 369,966 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 19,734 ล้านบาท หรือ 5.6% สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 6.5% มีสาเหตุจากการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่น และการจัดเก็บภาษีน้ำมันสูงกว่าประมาณการขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย.59 ปรับตัวดีขึ้นได้รับปัจจัยบวกจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวได้สูงถึง 10.2% ต่อปี มีมูลค่า 18,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยขยายตัวได้ดีในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งเกษตรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการลงทุนภาครัฐ เพราะมีหลายโครงการที่เริ่มดำเนินการแล้วในปีงบประมาณปี 60 ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-13 ธ.ค.59 มีการเบิกจ่ายงบประมาณรวม 890,000 ล้านบาท เป็นการเบิกจ่ายงบลงทุน 70,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงคมนาคม ดังนั้นหากการเบิกจ่ายภาครัฐมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยบวกสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ 3.3% ในปีนี้ และขยายตัว 3.4% ในปีหน้า.

 

หุ้นสหรัฐฯ ดิ่ง จากแรงฉุดกลุ่มธนาคาร-ขายเอากำไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824045


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงในวันพุธ จากการซื้อขายที่ซบเซา และการลดลงของหุ้นบริษัทกลุ่มธนาคารและอื่นๆ รวมทั้งการขายหุ้นเอากำไรของนักลงทุนด้วย…ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 28 ธ.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 111.36 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 19833.68 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 18.96 จุด หรือ 0.84% ปิดที่ 2249.92 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 48.88 จุด หรือ 0.89% ปิดที่ 5438.56 จุด

การซื้อขายในวันพุธเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อระหว่างวันคริสต์มาสกับวันขึ้นปีใหม่ มีหลายบริษัทที่หุ้นตกเกินกว่า 1% รวมทั้งที่ก่อนหน้านี้มีผลงานดีอย่าง แบงก์ ออฟ อเมริกา, ซิตี้กรุ๊ป และ แคเทอร์พิลลาร์

ด้าน นายบิล ลีนช์ ผู้อำนวยการด้านการลงทุนของบริษัท ฮินส์เดล แอสโซซิเอตส์ กล่าวว่า คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าดาวโจนส์จะแตะ 20,000 จุด และมีกำไรมากมายให้ไขว่คว้าเมื่อดัชนีเข้าใกล้จุดนั้น