“อุตตม” นัดถกหนุนเอสเอ็มอี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823954


นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมหารือบูรณาการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเอสเอ็มอี ในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปกลุ่มสมุนไพร ที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ได้ เช่น นำไปผลิตเครื่องสำอาง ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน ในปี 2560 ขณะที่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดรับกับอุตสาหกรรม 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ หรือไทยแลนด์ 4.0 จะมีการเสนอกรอบการปรับบทบาท และโครงสร้างกระทรวงใหม่ต่อคณะรัฐมนตรีในเดือน มี.ค.2560 เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติตั้งแต่เดือน ก.ค.ปีหน้า เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายนายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การปรับโครงสร้างกระทรวงฯ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มภารกิจหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและพัฒนาผู้ประกอบการ กลุ่มที่ 2 สนับสนุนผู้ประกอบการ หน่วยงานหลัก และกลุ่มที่ 3 ขับเคลื่อนมูลค่าวัตถุดิบขั้นต้น ได้แก่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปลี่ยนชื่อเป็นกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและวัตถุดิบ ในระยะ 6 เดือนแรกเพื่อมุ่งพัฒนาวัตถุดิบในประเทศเพื่อเพิ่มมูลค่า และสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) โดยระยะแรกจะตั้งหน่วยงานด้านชีวภาพมา 2 กรม และใน 2 ปีจะมีการยกร่าง พ.ร.บ.ฯ เพื่อที่จะเปลี่ยนจาก สอน.เป็นสำนักงานคณะกรรมการอุตสาหกรรมชีวภาพ.

 

ฝัน 5 ปีขายแสนล้านบาท “พีทีทีจีซี” นำทัพลงทุนเขตเศรษฐกิจแม่สอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823958


“พีทีทีจีซี” ขับเคลื่อนนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตาก ปี 2560 สนองนโยบายรัฐบาล ตั้งเป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้า ขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้ได้ 2 ล้านตันในเออีซี โกยรายได้แสนล้านบาท พร้อมหาลู่ทางลงทุนเพิ่มในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ผงาดขึ้นเป็นเจ้าตลาดเม็ดพลาสติกแห่งภูมิภาคนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ในการขับเคลื่อนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด อ.แม่สอด จังหวัดตาก ด้วยได้ชักชวนให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก และลูกค้าของบริษัทที่ใช้เม็ดพลาสติกในการผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ขยายฐานการผลิตไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวม 8 ราย เงินลงทุนรวม 1,200 ล้านบาท

สำหรับผู้ประกอบการรายแรก ที่เข้าไปลงทุนและมีการผลิตเพื่อจำหน่ายไปยังพม่าแล้ว คือ บริษัท เอส.พี. เพ็ทแพค จำกัด และรายอื่นๆอยู่ในระหว่างการศึกษาการลงทุน ทำให้ในปีหน้า ก็จะเห็นการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดถือเป็นกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกขั้นพื้นฐาน โดยการลงทุนนี้จะทำให้เกิดการรวมตัวเป็นคลัสเตอร์ พลาสติก เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันการส่งออกสินค้าไปในพม่าและในเอเชียใต้ คือ อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา ฯลฯ โดยทั้ง 8 ราย มีกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกรวมกัน 40,000 ตันต่อปี

ขณะที่การลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวของบริษัทได้ดำเนินการผ่านบริษัท พีทีที โพลิเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (PTTPM) เป็นผู้สนับสนุนการขนส่งเม็ดพลาสติกให้กับผู้ประกอบการรับไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดต่างๆ และบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดตั้งคลังสินค้า ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว เพื่อใช้จัดเก็บวัตถุดิบเม็ดพลาสติกให้กับผู้ประกอบการที่จะมาตั้งโรงงานผลิตพลาสติก ในพื้นที่ และราคาเม็ดพลาสติกที่จัดจำหน่ายให้กับผู้ผลิต ก็เป็นราคาเท่ากับราคาที่ส่งมอบในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

“เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เป็นทำเลที่มีศักยภาพสำหรับจัดตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก เพราะมีความพร้อมทั้งด้านระบบสาธารณูปโภค-สาธารณูปการ การคมนาคมขนส่ง แรงงาน และได้รับสิทธิพิเศษทางด้านภาษีจากบีโอไอ โดยการลงทุนอุตสาหกรรมพลาสติกเพื่อการอุปโภค ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีนิติบุคคล 8 ปี”

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำยอดขายเม็ดพลาสติกระหว่างปี 2560-2565 ในตลาดซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) รวมทั้งตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อให้มียอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกให้ได้รวม 2 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่า 100,000 ล้านบาท โดยคิดราคาขายที่ 50,000 บาทต่อตัน เพราะมั่นใจว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มซีแอลเอ็มวี และเออีซี มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“บริษัทจะลดสัดส่วนการส่งออกเม็ดพลาสติก ไปในภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนส่งออก 50% ของตลาดส่งออกรวมของบริษัท โดยจะลดลงเหลือ 25% เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและราคาไม่ดีนัก และจะนำผลิตภัณฑ์ที่ลดการส่งออกไปจีนมาจำหน่ายในเออีซี รวมทั้งกำลังพิจารณาเข้าไปลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งภาพรวมทั้งหมดนี้ จะทำให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงการค้าและการส่งออก ที่ทำให้เกิดศักยภาพในด้านการแข่งขันของอุตสาห-กรรมพลาสติกของประเทศไทย ครอบคลุมเออีซีได้ในระยะยาว”.

 

อาวียองซ์เผยเทคโนโลยีใหม่ปลุกผิวให้ชุ่มชื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250108

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพราะความชุ่มชื่นล้ำลึก คือจุดเริ่มต้นของผิวที่แข็งแรง อาวียองซ์แบรนด์ความงามระดับพรีเมียม เผยเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยปลุกผิวให้ชุ่มชื่นชะลอความแห้งกร้าน ริ้วรอย และปัญหาผิวต่างๆ ด้วยสารสกัดจากแพลงก์ตอนหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในท้องทะเล และสาหร่ายทะเลสีแดงสายพันธุ์เฉพาะ เพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวให้กลับมาสร้างสารอุ้มน้ำในผิวหรือสารไฮยาลูโรนิคแอซิดได้มากขึ้น

ในเรื่องนี้ ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ระดับภูมิภาค ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค อะคาเดมี เผยว่า “ผิวของคนเรานั้นจะมีน้ำในผิวระเหยออกตลอดเวลา ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น การคงความชุ่มชื่นในผิวยิ่งลดลง ทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณต่างๆ การให้ความสำคัญต่อการเติมความชุ่มชื่นให้ผิว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีส่วนผสมใหม่ๆ ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งในผิวของคนเรานั้นจะมีสารอุ้มนํ้าที่มีในผิวตามธรรมชาติ เช่น ไฮยาลูโรนิคแอซิด ซึ่งผิวสามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้นผิวจะสร้างได้ลดลง จึงมีการนำสารนี้มาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อเป็นการเติมความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสารธรรมชาติจากภายนอก ซึ่งมีข้อจำกัดในการซึมผ่านผิว ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงพยายามศึกษาวิธีกระตุ้นเซลล์ผิวให้กลับมาสร้างสารอุ้มน้ำในผิวได้ดีอีกครั้ง จนค้นพบว่ามียีน (Gene) ภายในเซลล์ผิว ซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณสั่งการเซลล์ผิวให้สร้างสารอุ้มน้ำ ไฮยาลูโรนิคแอซิด จึงเป็นจุดเริ่มของการหาวิธีส่งเสริมการสร้างสารให้ความชุ่มชื่นธรรมชาติจากภายในอย่างตรงจุด

“ล่าสุด ได้มีการทดลองพบว่า สารสกัดจากแพลงก์ตอนสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในท้องทะเล และสาหร่ายทะเลสีแดง สายพันธุ์เฉพาะ สามารถส่งเสริมให้เซลล์เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการสร้างสารไฮยาลูโรนิคแอซิดได้มากขึ้น จากการทำให้ยีนเพิ่มสัญญาณสั่งการเซลล์ จึงเสมือนเสริมความชุ่มชื่นผิวจากภายในตามธรรมชาติ อีกทั้ง ยังช่วยให้ยีนส่งสัญญาณสั่งการเซลล์ผิวให้สร้างโปรตีนที่ทำให้ชั้นผิวแข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วย จึงเริ่มมีการนำสารสกัดเหล่านี้มาใช้ในผลิตภัณฑ์เอสเซนส์ปลุกความชุ่มชื่นผิว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ และมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ “อาวียองซ์ แอกทิเวติง เอสเซนส์ (Aviance Activating Essence)” ซึ่งจะให้ความรู้สึกแตกต่างจากยุคแรกๆ ของการพัฒนาสารให้ความชุ่มชื่นผิว ที่จะเน้นสารกลุ่มนํ้ามัน หรือไขมัน เช่น แว็กซ์ นํ้ามันแร่ นํ้ามันจากพืช รวมถึงน้ำมันสังเคราะห์ที่ใส่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่เมื่อทาแล้วจะเคลือบปกป้อง ลดการระเหยของน้ำจากผิว แต่สารกลุ่มเดิมๆ เหล่านั้นมักทิ้งความมันเหนอะหนะ ไม่สบายผิว หรือบางชนิดยังมีกลิ่นเหม็นหืนง่ายด้วย”

แม้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไม่หยุดยั้ง แต่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดีเยี่ยม ยังต้องควบคู่กับพฤติกรรมพื้นฐาน ที่ส่งเสริมสุขภาพผิวด้วยเช่น ดื่มนํ้าและพักผ่อนเพียงพอ เลี่ยงปัจจัยทำร้ายผิวต่างๆ เป็นต้น

 

ชวนคนไทยส่งต่อความดีและพลังใจให้กัน กับ ‘มหกรรมดวงไฟ’ กว่า 10 ล้านดวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250110

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ซีพีเอ็น หรือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ดบัตรไทยไลฟ์การ์ดและบัตรเดอะ วัน การ์ด ชวนคนไทยก้าวเข้าสู่ปีใหม่พ.ศ. 2560 อย่างเรียบง่าย ชวนส่งต่อความดีและส่งต่อพลังใจให้กันและกัน พร้อมเปิดตัวแคมเปญฉลองเทศกาลความสุขในงาน “ไลท์เทิ่น อัพ ทูเกเตอร์” (Lighten Up Together) งดงามสว่างไสวไปจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล 30 สาขาทั่วประเทศ

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ซีพีเอ็น เผยว่าในช่วงส่งท้ายปลายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก้าวสู่ปี พ.ศ. 2560 นี้ ซีพีเอ็น ได้น้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาจุดประกายพลังใจให้กับคนไทย ด้วยการจัดตกแต่งศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทั้ง 30 ศูนย์ทั่วประเทศให้มีความเรียบง่าย งดงามสว่างไสวด้วยการประดับดวงไฟและตกแต่งของประดับคริสต์มาสด้วยสีขาวและเขียว มีกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ และการจุดเทียนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการจุดประกายพลังใจของคนไทยทั้งชาติ ให้เกิดแรงบันดาลใจ น้อมนำคำสอนเพื่อเป็นแสงสว่างส่องแนวทางเป็นหลักในการดำเนินชีวิต และส่งต่อแบบอย่างที่ดีนี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

ในงานเปิดตัวแคมเปญ เหล่าเซเลบริตี้เผยถึงการน้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาจุดประกายพลังใจให้กับคนไทย ส่งความสุขและพลังความดี เริ่มที่กรองกาญจน์ ชมะนันทน์ บอกว่า การได้อ่านพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่สุด และขอยกพระบรมราโชวาทของพระองค์ในเรื่องการเลี้ยงลูก ที่ว่า “เด็กเป็นคนที่จะรับช่วงทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากผู้ใหญ่ ดังนั้น เด็กทุกคนสมควรที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสม ให้มีศรัทธามั่นคงในคุณงามความดี มีความประพฤติเรียบร้อย สุจริตและมีปัญญาฉลาดในเหตุผล” สิ่งเหล่านี้ถ้าประชาชนทุกคนได้น้อมนำมาปฏิบัติในการดำเนินชีวิต ก็จะทำให้สังคมมีความสุข ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า

หญิง-กรุณา วัจนะพุกกะ บอกว่า คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ตนยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต มี 2 ข้อ คือ “ความกตัญญู” ที่เป็นสิ่งที่เราทำได้ในทุกๆ วันและเห็นผลว่าทำแล้วดีจริง และ “การปิดทองหลังพระ” ที่ว่าเมื่อทำดีแล้วไม่จำเป็นจะต้องบอกใครหรือทำให้ใครเห็น เพราะเมื่อได้ทำความดีแล้วคนที่เห็นและภูมิใจที่สุดก็คือตัวเราเอง สำหรับการส่งต่อความดีให้คนรอบข้างอย่างแรกเลยเราจะต้องลงมือทำ และเมื่อมีโอกาสไปร่วมโครงการดีๆ ก็จะช่วยแชร์ในช่องทางโซเชียล ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่เราทำได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้จะคิดเสมอว่า เมื่อพ่อหลับเราจงตื่นทำดีเพื่อพ่อเพราะพ่อจะอยู่กับเราตลอดไป

ส่วน แป้ง-อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่าแรงบันดาลใจและข้อคิดที่ได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือความอดทนและความพยายามในการทำความดีแป้งเติบโตมาในรัชกาลของพระองค์ท่าน เห็นพระองค์ทรงงานหนักมาก ไปในถิ่นทุรกันดาร ไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อย และความร้อนซึ่งความจริงแล้วพระองค์ไม่ต้องทรงทำแบบนั้นก็ได้ เพราะทรงเป็นกษัตริย์ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ ได้เห็นถึงพลังความรักของคนไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน เป็นการจุดประกายและเป็นพลังให้ทุกคนทำความดี ถึงแม้ว่าพระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว แต่ความดีของพระองค์ท่านปรากฏในเห็นเป็นรูปธรรมผ่านโครงการพระราชดำริของท่านในทุกๆ ที่ของประเทศไทย

ส่วนหนุ่มอังกฤษหัวใจไทย แจ็ค บราวเจ้าของเพจดังและอินสตาแกรม Dekfarangที่มีความรักแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อยู่เต็มหัวใจได้เล่าด้วยความประทับใจว่า พระองค์ท่านทรงงานหนักตลอดเวลา 70 ปีงานทุกอย่างล้วนแต่ช่วยเหลือคนที่พระองค์ท่านรักที่สุดคือ ประชาชนชาวไทย มั่นใจว่า “ในโลกนี้ไม่มีใครดีเท่าในหลวงอีกแล้ว” พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำดี ไม่ว่าจะทำอะไรผมจะนึกถึงพระองค์ท่าน ผมใส่สายรัดข้อมือ ที่เขียนว่า “เรารักในหลวง” เป็นสิ่งเตือนใจว่าวันนี้ได้ทำดีหรือทำอะไรเพื่อคนอื่นแล้วหรือยัง ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่หรือใช้เงินมากก็ได้ แค่เราเริ่มต้นทำและส่งต่อความดีให้ผู้อื่น เมื่อมีคนเห็นแล้วช่วยกัน จะทำให้โลกของเราดีขึ้น

ส่องวันเกิดหวานฉ่ำ! ‘ยุวเรต’แต่งหนุมาน เซอร์ไพรส์’พล.ต.อ.สันต์’ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250131

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 17.21 น.

แม้จะผ่านมากว่าสัปดาห์ แต่เรื่องราวความรักระหว่าง พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับ ยุวเรต ศรุตานนท์ หรือ ยุวเรต กังสถาน ไฮโซสาว ยังคงอยู่ในความสนใจของสังคม โดยล่าสุดในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์คลิป “งานวันเกิดครบ 72 ปี ของพลตำรวจเอกสันต์ ศรุตานนท์ โดยคุณยุวเรต ศรุตานนท์” ซึ่งเผยแพร่ผ่านแชนแนลยูทูปชื่อ “Napat Photography”
โดยเป็นภาพบรรยายกาศการฉลองวันคล้ายวันเกิดของ พล.ต.อ.สันต์ ที่ร้านอาหารลอร์ดจิมส์ ซึ่งงานนี้ ยุวเรต ได้เซอร์ไพรส์ พล.ต.อ.สันต์ ด้วยการสวมหัวโขนแต่งตัวเป็นหนุมาน มามอบพวงมาลัยให้ พล.ต.อ.สันต์ ก่อนจะเฉลยและเข้าโผกอด พล.ต.อ.สันต์ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มชื่นมื่น
นอกจากนี้ ภายในงาน พล.ต.อ.สันต์ ยังได้กล่าวเปิดใจเกี่ยวกับกระแสข่าวการเปลี่ยนนามสกุลของ ยุวเรต จาก “กังสถาน” มาเป็น “ศรุตานนท์” นามสกุลพระราชทาน ว่ามีคนถามมาหลายคน ว่ายุวเรตเปลี่ยนมาใช้นามสกุลศรุตานนท์แล้วเหรอ จริงๆ ใช่ครับ ถูกต้องตามกฎหมาย และการเปลี่ยนนามสกุลดังกล่าวไม่ใช่เกิดจากการจดทะเบียนสมรส เพราะถ้าจดทะเบียนซ้อนตนเป็นนักกฎหมายรู้อยู่แล้วว่าเป็นโฆษะ แล้วก็ผิดกฎหมายด้วยจึงทำไม่ได้ อันที่สองจะจดบุตรบุญธรรมก็ทำไม่ได้ เพราะต้องให้ภรรยาเซ็นต์ด้วย จึงคิดว่าเราจะทำอย่างไรดี เราจะตอบแทนอย่างไรที่เขามาดูแลเรา ก็เลยขออนุญาตให้ใช้นามสกุล ซึ่งกว่าจะเปลี่ยนได้ก็เพิ่งรู้ว่าทำยาก เพราะเป็นนามสกุลพระราชทาน ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนมาใช้โดยถูกต้องตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีหนังสือจากคุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ถึงสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงถึงเรื่องราวต่างๆ โดยสรุปว่า ตนเองกับ พล.ต.อ.สันต์ ยังไม่ได้มีการหย่ากัน และปัจจุบันยังสถานภาพสมรส และพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน พร้อมระบุว่าหากมีข่าวหรือเอกสารที่แสดงว่าตนและพล.ต.อ.สันต์ หย่าขาดจากกันก็ถือเป็นการแอบอ้าง และหากมีผู้อื่นแสดงตนว่าเป็นคู่สมรสหรือแสดงเอกสารการจดทะเบียนสมรส ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ด้าน ยุวเรต ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับนิตยสาร HELLO! เกี่ยวกับเรื่องเปลี่ยนนามสกุล ตอนหนึ่งว่า “ที่เปลี่ยนมาใช้ นามสกุล ศรุตานนท์  เพราะได้รับอนุญาตจาก พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ซึ่งเป็นผู้อาวุโสของต้นนามสกุลพระราชทานนี้ ด้วยเห็นว่าตัวเองคอยดูแลท่านมานานจึงอนุญาตให้ใช้นามสกุลนี้ได้ค่ะ ไม่ได้มีโอกาสพิเศษอะไร”
อย่างไรก็ตาม จากกระแสข่าวต่างๆ ทำให้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความเห็นในอินสตาแกรม@yuwared_sarutanond ของ ยุวเรต เป็นจำนวนมากจนกลายเป็นดราม่าอย่างหนัก ทำให้ล่าสุด ยุวเรต ตัดสินใจตั้งค่าอินสตาแกรมเป็นส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณ : Napat Photography , HELLO!

Science Update : ใช้เลเซอร์ไขความลับของปฏิสสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250011

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์ขององค์การวิจัยด้านนิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาคแห่งยุโรป หรือเซิร์น (CERN) ในสวิตเซอร์แลนด์ เผยถึงการค้นพบวิธีใหม่ในการศึกษาความลับของปฏิสสาร (Antimatter) ลงในวารสารเนเจอร์ โดยล่าสุดประสบความสำเร็จในการใช้กับดักแม่เหล็กที่ออกแบบเป็นพิเศษ ดักจับปฏิสสารของไฮโดรเจนเอาไว้ได้ จากนั้นสามารถฉายแสงเลเซอร์ความถี่จำเพาะไปที่ปฏิสสาร เพื่อศึกษาดูว่ามีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากสสารทั่วไปอย่างไร นักวิจัยของหน่วยทดลองอัลฟ่าระบุว่า หลักการสำคัญของการศึกษาปฏิสสาร คือมุ่งพิสูจน์ว่ามันมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับทฤษฎีแบบจำลองมาตรฐานทางฟิสิกส์หรือไม่ ซึ่งตามทฤษฎีนี้ปฏิสสารจะต้องมีคุณสมบัติเหมือนกันกับสสารในทุกด้าน หากพบความแตกต่างเพียงเล็กน้อยแม้ 1 ส่วนในพันล้านล้านส่วน ก็เท่ากับว่าทฤษฎีความรู้พื้นฐานดั้งเดิมดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้อง

 

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250015

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll Merry Christmas 2016 and Happy new year 2017 ขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานพรแด่ทุกท่าน ด้วยความสุขและความสำเร็จที่คุณคู่ควรสุขกายสบายจิตตลอดปีไก่…

ll “ผมยังสู้ไหวไม่มีทางยอมแพ้ อย่าไปฟังใครว่านายกฯอ่อน นายกฯกลัว ผมไม่กลัวใครแต่กลัวว่าแผ่นดินจะแยกไปมากกว่านี้ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันหน้าข้าราชการต้องเป็นหลักในการทำงานทั้งหมด สิ่งใดที่มีปัญหากับข้าราชการส่งมาที่ผมจะสอบสวนให้หมดแต่ถ้าไม่มีหลักฐานพูดส่งเดชอยู่กันไม่ได้ ไม่งั้นจะวุ่นกันไปทั้งหมด” วาทะของวีรบุรุษ หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

ll ครบรอบ ๘๗ ปีแถมสิน รัตนพันธุ์ สนช.(อาวุโส นัมเบอร์ ๒) นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์โด่งดังในอดีตถึงปัจจุบันทางโทรทัศน์ในนาม ลัดดา ซุบซิบ มีทำบุญเลี้ยงพระเพื่อเป็นสิริมงคล ณ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. งานนี้เชิญเฉพาะแขก,ญาติสนิทที่ใกล้ชิดและเคยทำงานร่วมกันเพียงสามร้อยท่านเท่านั้น…

llรมต.ดร.พิเชษฐ์ ดุรงคเวโรจน์จากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯมาอยู่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พูดถึงพ.ร.บ.เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ “ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์สร้างประโยชน์ให้สังคมแม้ยอมรับว่ายังมีสิบเปอร์เซ็นต์คลุมเครือ”ผู้เกี่ยวข้องทุกคนคงจะต้องช่วยกันทำให้ดีที่สุดใช่ไหม?…

ll อดีตทูตรัสเซีย วิเชียร-อริยา เจนสวัสดิชัย ยกบุตรชายสุดหล่ออนาคตไกล วรพล (จ๊อพ) ให้ภัทราภรณ์ เฉลิมเกียรติ (ปุ๊ก)บุตรสาว วันดี เวสารัชชานนท์ เลี้ยงดูถูกต้องตามกฎหมาย มีงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ณ ห้องราชพฤกษ์ บอลรูมชั้น ๒ อาคารสปอร์ต คลับเฮ้าส์ ราชพฤกษ์คลับ (นอร์ท ปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต)เสาร์ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๑.๓๐ น….

ll ให้ตกใจ เมื่อทราบนักฟุตบอลออสการ์ เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิลของเชลซี ย้ายไปเล่นให้กับทีม เซี่ยงไฮ้เอสไอพีจี ประเทศจีน ด้วยค่าตัว สองพันเจ็ดร้อยล้านบาท พร้อมค่าเหนื่อยสิบแปดล้านบาทในหนึ่งสัปดาห์ เห็นรึยังว่าอาชีพนักฟุตบอล เยี่ยมสุดยอดจริงๆ…

ll สุขสันต์วันเกิด ล่วงหน้า๑ มกราคม มนตรี มงคลสวัสดิ์ถือโอกาสฉลองวันเกิดและเลี้ยงฉลองปีใหม่ เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้วกับเพื่อนร่วมรุ่นที่สนิท เฮฮาตามประสาผู้สูงวัย แฮปปี้กันไปทั่วหน้า…ll

น้องโน้ต

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระมหาพิชัยราชรถ’ ราชรถองค์แรกแห่งแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250006

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตรวจชิ้นส่วนราชรถเพื่อซ่อม

การส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยของกษัตริย์ในแผ่นดินนั้น นอกจากจะมีการสร้างพระเมรุมาศขึ้นแล้ว การเชิญพระมหาพิชัยราชรถ เป็นราชพาหนะเชิญพระบรมโกศสู่พระเมรุมาศตามราชประเพณีโบราณนั้นนับเป็นงานสำคัญยิ่ง ในครั้งแรกก่อนเชิญนั้นต้องตรวจและทำการบูรณะให้สามารถใช้งานได้ พิธีแรกที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา คือการจัดพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร โดย พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกรรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงดังกล่าวท่ามกลางผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ซึ่งมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบูลย์เวทย์บรมหงส์ พรหมพงศ์ พฤฒาจาริย์ หัวหน้าพราหมณ์หลวง กำหนดเวลาฤกษ์ ในวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2559 เวลา 14.49 น. นั้นเป็นมหัทธโนฤกษ์ แปลว่า คนมั่งมี ผู้รุ่งเรือง เศรษฐี บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกัน เป็น “บูรณฤกษ์”เหมาะสำหรับทำการมงคลต่างๆ เพื่อบวงสรวงเทพยดาและดวงวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราช และครูอาจารย์ที่ประสิทธิ์วิทยาการทุกสาขา

พระมหาเวชยันต์ราชรถ

ทั้งนี้ ด้วยเหตุที่ราชรถ ราชยานทั้งหลายนั้นล้วนสร้างขึ้นแต่ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ที่ทรงโปรดให้สร้างพระมหาพิชัยราชรถขึ้นในปี พ.ศ.2338เพื่อเชิญพระบรมอัฐิของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) ออกถวายพระเพลิงณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ในปี พ.ศ.2339ครั้งนั้นพระองค์ทรงโปรดให้สร้างเป็นราชรถขนาดใหญ่ตามรูปแบบพระราชประเพณีโบราณ ที่เคยมีมาครั้งอยุธยา คือ ราชรถมีขนาดสูง 1,120 เซนติเมตร ยาว 1,530 เซนติเมตร หลังจากนั้นเมื่อสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์ ในพ.ศ.2342 ได้โปรดให้อัญเชิญพระโกศทรงบนพระมหาพิชัยราชรถออกพระเมรุอีกครั้ง และได้ใช้สืบเนื่องกันมาในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระศพพระบรมวงศานุวงศ์หลายครั้ง

สำหรับพิธีการนั้นเมื่อประธานจุดธูปเทียนบูชาเครื่องสังเวยแล้ว พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณฯ ได้อ่านโองการบวงสรวงเทพยดาและดวงพระวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราชรำบวงสรวงจำนวน 9 คู่ โดยนักแสดงจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร จากนั้น ประธานฯ พรมน้ำอบที่เครื่องมือช่าง นายช่างนำข้าวตอกโปรยที่เครื่องมือประธานโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องสังเวยก่อนจะเข้าสู่โรงราชรถ คล้องพวงมาลัยที่พระมหาพิชัยราชรถ เกรินบันไดนาค พระยานมาศสามลำคาน พระที่นั่งราเชนทรยาน พระวอสีวิกากาญจน์ เวชยันตราชรถ และราชรถน้อย ตามลำดับ

เศียรนาคและลายไม้จำหลักราชรถ

ตั้งแต่นี้ไปกรมศิลปากร กรมสรรพาวุธทหารบก และกรมอู่ทหารเรือ จะดำเนินงานบูรณะราชรถ 5 องค์ ประกอบด้วย พระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถ และราชรถน้อย 3 องค์ เกรินบันไดนาค 2 เกริน พระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ พระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์ พร้อมกับตรวจสอบสภาพโครงสร้างของราชรถ ระบบกลไก การเคลื่อนที่ และการชักลาก ให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อให้งดงามและสมพระเกียรติยศ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ดังนั้นพิธีบวงสรวงจึงเป็นปฐมพิธีกรรมแห่งความเชื่อในราชประเพณีโบราณ ที่เห็นว่าการทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งให้บรรลุความสำเร็จหรือมีความเป็นสวัสดิมงคลแก่ตนเองนั้น ต้องบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนโดยมีพิธีบูชาพระรัตนตรัยและเทพเจ้าต่างๆ รวมถึงการถวายความนับถือพระมหากษัตริย์ พ่อ แม่ ครูอาจารย์ วีรชน คนดีทั้งหลายให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย อันเป็นปฐมพิธีของการงานออกพระเมรุมาศที่จัดขึ้นตามราชประเพณีตามลำดับต่อไป

งานออกพระเมรุมาศในอดีต

นางรำ 9 คู่ ในพิธีบวงสรวง

Health News : อนามัยโลกชี้วัคซีนอีโบลาได้ผลดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250012

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยการทดลองวัคซีนป้องกันเชื้ออีโบลาในประเทศกินี หนึ่งในประเทศแถบแอฟริกาที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในปีที่แล้วได้ผลเป็นอย่างดี และอาจมีประสิทธิภาพสูงถึง 100% หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี คาดว่าในปี 2561 น่าจะผลิตได้อย่างเป็นทางการ แต่ในระหว่างนี้จะมีสำรองไว้ 300,000 โดส เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน วัคซีนชนิดป้องกันอีโบลานี้ได้รับการพัฒนาโดยรัฐบาลแคนาดา และเวลานี้บริษัท เมิร์คส์ ของสหรัฐได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ผลิต ขณะที่จีนและรัสเซียก็มีการพัฒนาวัคซีนอีโบลาด้วยเช่นกัน เชื้อไวรัสอีโบลาระบาดอย่างหนักในแอฟริกาตะวันตกเมื่อ 2 ปีก่อน โดยเฉพาะในประเทศกินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย คร่าชีวิตผู้ป่วยกว่า 11,000 คน

‘Blink…It Bag’ มอบความรักสู่กระเป๋าสุดโปรด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250019

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ภัคสุรางค์ โหสุกล ยินดีต้อนรับสู่ Blink…It Bag

จากจุดเริ่มต้นความรักในกระเป๋าแบรนด์เนมสุดโปรดสู่ธุรกิจ “Blink…It Bag” (บริ๊ง…อิทแบค)ที่เกิดจากใจแห่งความสุขของสาวตาล-ภัคสุรางค์โหสกุล เวิร์กกิ้งวูแมนแห่งปูนซิเมนต์นครหลวง “อินทรี” ในฐานะ Senior Customer Event Specialist ที่ทำให้ต้องสร้างสรรค์งานด้านมาร์เก็ตติ้งอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นบุคลิกต้องคล่องแคล่ว ดูดี และงามสง่า จึงเป็นสาวผู้ไม่ยอมตกเทรนด์ในเรื่องราวของแฟชั่นและความงาม

ภัคสุรางค์ โหสกุล บอกเล่าถึงที่มาของ บริ๊ง…อิทแบค ซึ่งเป็น Insert Bagที่จัดระเบียบกระเป๋าและแอคเซสซอรี่เพิ่มความเก๋นำเทรนด์แฟชั่นสำหรับกระเป๋าแบรนด์เนมชั้นนำ ช่วยจัดให้ของในกระเป๋าเป็นระเบียบและรักษากระเป๋าให้อยู่ทรงพร้อมกันรอยกระเป๋าหนังด้านในให้คงความใหม่อยู่เสมอ ทั้งยืดอายุการใช้งานได้นานวัน

“ตาลเป็นคนชอบกระเป๋า Hermes มีหลายรุ่นหลายแบบ และก็รักทุกใบ ใช้อย่างทะนุถนอม ดูแลรักษาอย่างดีเคยซื้อ Insert Bag ที่เขาทำขายกัน ซึ่งมีลักษณะแข็งไม่อ่อนนุ่ม ทำให้กระเป๋ามีรอยขูดขีด พยายามหาวิธีต่างๆ แล้วไม่ได้ผล เลยลองมาทำเอง หาซื้อผ้าอย่างดีที่ไต้หวัน แล้วส่งให้โรงงานที่ทำกระเป๋า พอใช้แล้วถูกใจมาก กระเป๋าของเราดูใหม่แล้วรูปทรงก็ดูดีอยู่เสมอ พอเพื่อนๆ เห็นก็ชอบ อยากใช้บ้าง ก็เลยกลายเป็นที่มาของ บริ๊ง…อิทแบค ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นปีนี้เองค่ะ และเมื่อใช้กระเป๋าแล้วยังดูดี ดูใหม่ เวลาไปเทิร์น ซื้อใหม่ราคาจะไม่ตกมาก และยังสามารถขายได้ในราคาดีอีกด้วยค่ะ จึงอยากจะฝากสำหรับคนที่รักกระเป๋าควรใช้ด้วยความรักและหมั่นใส่ใจอยู่เสมอ จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกระเป๋าด้วยอีกนะคะ”

ด้วยคุณค่าแห่งความรักและการใส่ใจในคุณภาพ โดยวัสดุทุกชิ้นได้ผ่านการเลือกสรรมาอย่างดีจากต่างประเทศ พร้อมการตัดเย็บที่ละเอียดและประณีต จึงทำให้ Blink…It Bag เป็นที่รู้จักและยอมรับเป็นอย่างดีทั้งในประเทศและต่างประเทศของสาวกผู้หลงใหลในกระเป๋าแบรนด์เนมสุดโปรด และในวันนี้ ได้จัดงานแนะนำเอาใจคนรักแฟชั่นด้วยคอลเลคชั่นใหม่ที่มีให้เลือกหลากหลายสีสันทั้ง Insert Bag, Stud Cover ทำจาก Silicon Food Grade จึงมีคุณสมบัติพิเศษ นิ่ม บาง และยืดหยุ่น ด้วยระบบสุญญากาศ ทำให้ดูดตัวอะไหล่ได้ดี และแอคเซสซอรี่มากมายที่เก๋…เท่ นำสมัย หากไม่อยากตกเทรนด์เลือกสรรกันได้ที่ IG @ Orangeboxbytan / @ Blink_it_bag