‘ม.ร.ว.ยงยุพลักษณ์ เกษมสันต์’ กับเรื่องเล่าความประทับใจ ‘ในหลวง รัชกาลที่ 9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249026

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นอีกเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทางรายการ“ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784อยากจะนำเสนอ ซึ่งผู้ดำเนินรายการ “ดร.เฉลิมชัยยอดมาลัย” ได้พาไปพูดคุยกับ “ม.ร.ว.ยงยุพลักษณ์เกษมสันต์” ถึงเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่านในแง่มุมต่างๆม.ร.ว.ยงยุพลักษณ์ เกษมสันต์ เล่าว่า“ในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์อยู่ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯมาก่อน ซึ่งในยุคนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงอยู่ในช่วงที่เสด็จพระราชดำเนินในที่ต่างๆ มากมาย มีอยู่สิ่งหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังคือ เรื่องมูลนิธิราชประชาสมาสัยเนื่องมาจากการที่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ แล้วได้ทรงมีพระราชปณิธานไว้ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ประโยคสั้นๆ นี้ค่ะก็ทำให้พระองค์ได้เสด็จไปในที่ต่างๆ ได้ไปทอดพระเนตรถึงความยากลำบากต่างๆ ของประชาชน

แล้วรู้สึกว่าจะเป็นผู้คนซึ่งเป็นโรคเรื้อน ซึ่งแต่ก่อนคนจะรังเกียจมาก แล้วก็ได้ถูกทอดทิ้ง พระองค์ท่านไม่ได้ทรงรังเกียจเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งจะเข้าไปสัมผัสด้วยพระองค์เอง ด้วยพระหัตถ์ เรียกว่าสัมผัสไม่ใช่เพียงทอดพระเนตร สัมผัสกับคนพวกนั้นซึ่งทำให้คนพวกนั้นรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเหลือ ที่ไม่ได้ทรงรังเกียจ แล้วในพระราชหฤทัยของพระองค์ท่านก็สงสารคนพวกนั้นมาก จากวันนั้นเป็นต้นมา มูลนิธิราชประชาสมาสัย ก็เกิดขึ้นจากน้ำพระทัยที่ทรงมีพระเมตตาต่อคนซึ่งถูกสังคมรังเกียจอันนี้เป็นสิ่งที่เชื่อว่า พอเวลาคนเริ่มเห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสัมผัสกับคนพวกนี้ได้ ก็ทำให้ความคิดที่เคยกลัวมากๆ เริ่มเปลี่ยนไป แล้วก็ทรงแสดงน้ำพระทัยที่ทรงมีต่อชีวิตทุกชีวิต ว่าเป็นชีวิตที่ท่านจะต้องทรงดูแลปกป้อง นี่ค่ะเป็นสิ่งที่ประทับใจมากเหลือเกินพูดถึงทีไรก็อยากจะร้องไห้ทุกที

อีกอย่างที่อยากจะเล่าคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับ สมเด็จพระราชชนนี ซึ่งเราเรียกว่า สมเด็จย่า มีอยู่สิ่งหนึ่งที่คนไทยประทับใจมากก็คือ ทุกครั้งที่เสด็จฯ ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชชนนี ก็จะทรงกราบที่พระเพลาหรือที่ตัก จะทรงหอมแก้ม จะทรงกอด คือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีสมเด็จพระราชชนนีซึ่งเป็นสามัญชน เพราะฉะนั้นสมเด็จพระราชชนนีก็ทรงเลี้ยงพระราชโอรส พระราชธิดาทุกพระองค์มาอย่างเหมือนกับคนธรรมดา ติดดินมาก เพราะฉะนั้นความรัก ความรู้สึกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสมเด็จพระราชชนนี ก็เหมือนกับบ้านๆ เราทุกบ้านไงคะ พระองค์ท่านไม่เคยเรียก สมเด็จพระราชชนนีว่า สมเด็จแม่ หรืออะไร ท่านเรียกเหมือนเราเรียกแม่ว่า แม่ซึ่งคำว่า แม่ มันจะเป็นสิ่งซึ่งกินใจที่สุดสำหรับผู้ที่เป็นแม่ทุกคน แล้วก็ความรู้สึกของเลือดในอกที่เรียกเราคำนี้นะคะ แล้วทั้งสองพระองค์สนิทกันมากเพราะว่าสมเด็จพระราชบิดาสิ้นพระชนม์ ขณะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์มาก ประมาณพระชนม์ได้3 ชันษาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นสมเด็จพระราชชนนีจึงทรงเป็นยิ่งกว่าแม่ ท่านทรงเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ที่อบรมลูกมาเป็นพระเจ้าแผ่นดินได้ถึง 2 พระองค์

แล้วเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่คนไทยรักมากเหลือเกิน โดยเฉพาะ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งคนไทยต้องบอกว่าทุกครั้งที่เวลาคนไทยเห็นรูปของพระองค์ท่านเวลาเสด็จพระราชดำเนินในที่ต่างๆ ยิ่งปัจจุบันเวลามาดูข่าวเก่าๆ พูดง่ายๆ คือร้องไห้ทุกคน แล้วทราบไหมคะว่าทำไมคนที่ได้ดูภาพนั้นแล้วถึงได้ร้องไห้ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ซึ่งสลายชนชั้นวรรณะ แต่ก่อนนี้ต่อให้พระเจ้าอยู่หัวองค์ไหนจะมีพระมหากรุณาธิคุณกับราษฎรอย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่มีองค์ไหนที่ได้ลงไปสัมผัสแตะต้อง คือพระองค์ทรงโน้มพระวรกายลงไปหาราษฎร ซึ่งอันนี้จะเรียกว่าอะไรดี มันยิ่งกว่าประชาธิปไตยใช่ไหมคะ สลายชนชั้นทั้งหมดเลยภาพหนึ่งที่ทุกคนคงประทับใจมากคือ ภาพของคุณยายท่านหนึ่งศีรษะขาวหมดเลย แล้วก็บนหัวถือดอกบัว ซึ่งเหี่ยวมากแล้ว เพราะว่ามาเฝ้าฯรับเสด็จนานมาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงโน้มพระวรกายลงไป ดูในรูปจมูกของพระองค์นะ หรือว่าพระนาสิกของพระองค์อยู่บนหัวของสตรีคนนั้นเลย ซึ่งจริงๆ แล้วบางคนอาจจะบอกว่า อาจจะมีกลิ่น อาจจะมีความน่ารังเกียจอะไรก็แล้วแต่ เพราะเป็นคนจน แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่เลย แล้วก็อีกรูปหนึ่งซึ่งทุกคนก็จะประทับใจมากคือ ประทับนั่งกับพื้นโดยที่ไม่มีเสื่อ ไม่มีพรม ตรัสกับชาวบ้าน ซึ่งไม่มีใดๆ ทั้งสิ้น ทำพระองค์เหมือนกับพระองค์เป็นส่วนหนึ่งของพสกนิกรของพระองค์เลย พระราชทานความใกล้ชิดสนิทสนมมาก

ส่วนเรื่องพระราชจริยวัตรที่งดงามของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทุกคนประทับใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ภาพที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงไปประทับนั่งบนพื้นดินกับประชาชน ซึ่งสมัยก่อนโดยกฎมณเฑียรบาลจะไม่ได้เลย พระเจ้าอยู่หัวจะประทับที่ใดก็ตาม ต้องมีพระราชอาสน์ มีพรม แล้วเวลาเสด็จฯที่ไหนต้องมีร่มหรือพระกลดกางกั้นตลอด แต่ตอนนี้เท่าที่ดูเสด็จฯบนภูเขา เสด็จฯในน้ำ เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ต้องบอกว่าถ้าภาษาชาวบ้านคือเดินตัวปลิวไม่มีร่ม ไม่มีอะไรเลย ตรงนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความที่ทรงอยากใกล้ชิดชาวบ้าน แล้วก็แสดงให้เห็นถึงว่าทรงมีความอดทนเหลือเกินแล้วนอกจากนั้นพระองค์ท่านยังทรงมีความรู้สึกว่า พระองค์ท่านก็เหมือนกับประชาชนของพระองค์ เป็นชีวิตหนึ่งเหมือนกัน พระองค์ท่านถึงพระราชทานความเป็นกันเองให้กับราษฎรขนาดนั้น แล้วก็เป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งขอบอกว่าในโลกนี้ไม่มี เพิ่งจะมามีตามขึ้นอีกองค์ก็เจ้าชายจิกมีเท่านั้นเอง ที่ได้พระราชทานความสนิทสนม ความเป็นกันเองให้กับประชาชน เสมือนหนึ่งว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนเหมือนกัน อันนี้ก็ต้องขอยกย่องเทิดทูนสมเด็จพระราชชนนีได้ทรงเลี้ยงมาอย่างวิเศษที่สุด ไม่มีกษัตริย์ที่ไหนในโลกจะเป็นอย่างนี้อีกแล้ว

อย่างตอนที่ประทับที่โลซานน์ สมเด็จพระราชชนนีทรงเลี้ยงพระราชโอรส พระราชธิดาแล้วก็บอกว่าไปทรงเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่ แต่ไม่ทรงเช่าชั้นบน เพราะรู้ว่าลูกยังเป็นเด็ก อาจจะเล่นเสียงดังอาจจะมีเสียงของหล่นบนพื้น แล้วคนข้างล่างจะรำคาญก็เลยตัดสินพระทัยว่าขอเช่าห้องข้างล่าง เพื่อเวลาเด็กเล่นจะได้ไม่เสียงดัง ของหล่นก็จะไม่ทำความรำคาญให้กับคนอื่น อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องบอกว่างดงามมาก คือทรงคิดถึงทุกอย่างที่คนอยู่รอบข้างจะได้รับผลกระทบ และก็เพราะอย่างนั้น เวลาที่สมเด็จพระราชชนนี ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าแล้วสมเด็จพระพันวัสสาฯ ทรงเรียกพระราชชนนีว่า สังวาลย์ ตรัสว่าพระองค์ทรงมีความภาคภูมิใจในพระสุณิสาที่ได้เลี้ยงหลานท่านมาอย่างดีที่สุดต้องบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ เป็นเพราะว่าสมเด็จพระราชชนนีทรงเลี้ยงดู ทรงอภิบาลพระราชโอรส พระราชธิดาได้เป็นอย่างดี เหมือนสิ่งหนึ่งที่คุณสมเถาสุจริตกุล เขียนคำตอบให้กับฝรั่งบอกว่า พระเจ้าแผ่นดินของไทยทรงเป็นเทพ แต่เป็นเทพที่ทรงใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ปกติ เพราะฉะนั้นมนุษย์ปกติจึงได้รัก จึงได้เทิดทูน และจึงได้รู้สึกว่าหวงแหนพระองค์ท่านอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ปกติแล้ว ถ้าเป็นพวกระบบของกษัตริย์ฝรั่งเขาอาจจะมองว่า กษัตริย์ไม่จำเป็นต้องลงมาทำถึงขนาดนี้ เพราะว่ามีหน่วยงานอื่นๆ ที่จะทำให้อยู่แล้ว แต่ใครจะทำถวายได้ดีเท่ากับทรงงานด้วยพระองค์เอง ไม่มีอีกแล้วค่ะ

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่ามีโครงการในพระราชดำริมากมาย 4,000 กว่าโครงการ ซึ่งทั้งหมดนี้หลายๆ คนก็เคยพูดทำนองว่า เราก็มีกระทรวงทบวง กรม ต่างๆ ตั้งมากมาย ทำไมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้องทรงเหนื่อย หลายๆ คนก็ตอบว่าทรงเหนื่อย เพราะว่าทรงไปเห็นว่าชาวบ้านเดือดร้อน ก็ทรงลงมาแก้ปัญหาด้วยพระองค์เอง เพราะว่าพระองค์รู้ว่าเมื่อเห็นปัญหาของชาวบ้านแล้วคนที่จะแก้ปัญหาได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นพระองค์ เพราะว่าถ้ารอให้คนอื่นแก้ ชาวบ้านคงต้องเดือดร้อนอีกนาน ก็คงจะไม่มีใครได้เดินเข้าไปดูปัญหาของชาวบ้านใกล้ชิดเหมือนกับพระองค์เอง รัฐมนตรีกี่สมัยๆ ก็ทำไม่ได้เท่าที่พระองค์ทรงทำมาตลอดระยะเวลา 70 ปีนี้เลยนะคะเวลาเห็นภาพเสด็จพระราชดำเนินบนภูเขาเป็นลูกๆ ลุยลงไปในลำธาร หลายๆ คนบอกว่านี่เป็นภาพที่ไม่สามารถที่จะหากษัตริย์ที่ไหนทำแบบนี้ได้อีกแล้ว ทรงขับรถเองลุยน้ำไปขนาดนั้น น้ำท่วมประมาณครึ่งคันเลย ซึ่งแลนด์โรเวอร์คันนั้นยังเก็บกันอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นความประทับใจที่คนไทยหรือชาวโลกก็ตามที่ได้เห็นพระราชกรณียกิจทั้งหมดนี้ ก็ปลาบปลื้มและประทับใจ แล้วก็ดูทุกครั้งก็คิดถึง ดูทุกครั้งก็ร้องไห้ ขณะเดียวกันทุกคนก็รู้ว่านี่คือ สิ่งที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแนวทางไว้ให้คนไทยได้เดินตามรอย ก็หวังว่าคนไทยจะได้ดูแบบอย่างจากพระองค์ แล้วก็ช่วยกันพัฒนาสังคมไทย สำหรับพี่พระองค์ท่านไม่ได้เสด็จฯไปไหนเลย พระองค์ท่านทรงอยู่ในใจตลอดเวลา พระองค์ท่านไม่เคยจากเราไปไหนเลย พระองค์ท่านประทับอยู่ข้างในใจตลอด”

สองพระเจ้าหลานเธอฯ ทรงร่วมพิธีเปิดสนามการแข่งขัน ‘ปริ้นเซส คัพ ไทยแลนด์ 2016’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249024

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน การแข่งขัน ปริ้นเซส คัพ ไทยแลนด์ 2016ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ องค์ประธานคณะกรรมการอำนวยการนโยบายในการจัดการแข่งขันฯ ร่วมทรงม้าประกอบพิธีเปิด

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ สองพระองค์หญิงของไทยที่ทรงมีความรักและมีความสนพระทัยในการทรงม้า เสด็จทรงร่วมในงานพิธีเปิดการแข่งขัน “ปริ้นเซสคัพ ไทยแลนด์ 2016” (Princess’s Cup Thailand 2016) ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และภาคภูมิ ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 พฤศจิกายน ณ สนามขี่ม้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า กรุงเทพฯ

โดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ผู้ก่อตั้งการแข่งขัน ปริ้นเซส คัพ เสด็จทรงเป็นองค์ประธานในพิธีและทรงกล่าวเปิดงาน โดยมีพระดำรัสถึงความสำคัญของกีฬาขี่ม้า อันเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความสามารถในการร่วมใจเป็นหนึ่งระหว่างนักกีฬาและม้า นักกีฬาต้องใช้ทักษะฝึกฝน และต้องมีความอดทน ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญ ทั้งนี้ ทรงมีพระดำรัสถึงความสำคัญของหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ หน่วยงานผู้จัดการการแข่งขันฯ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัณฑูร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เพื่อเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการถวายงานด้านการทรงม้าแด่พระบรมวงศานุวงศ์ โดยการแข่งขัน ครั้งนี้ นับเป็นการเตรียมการสำหรับการเป็นตัวแทนของกีฬาขี่ม้าของประเทศไทยในการแข่งขันในระดับชาติและนานาชาติต่อไป นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ องค์ประธานคณะกรรมการอำนวยการนโยบายในการจัดการแข่งขัน ทรงร่วมในพิธีเปิดและได้แสดงการทรงม้าประกอบพิธีเปิด โดยทรงแสดงพระอัจฉริยภาพทางด้านการทรงม้าในแบบศิลปะการควบคุมม้าประกอบดนตรี (Dressage Free Style Music) ซึ่งพระเจ้าหลานเธอฯ เป็นผู้ออกแบบท่าทางการเคลื่อนไหวของม้าด้วยพระองค์เอง และทรงสามารถควบคุมม้าให้ทำท่าทางตามที่กำหนดด้วยความนิ่มนวลและมีความสอดคล้องกับดนตรีได้เป็นอย่างดี แสดงถึงพระวิริยะอุตสาหะในการฝึกซ้อมเป็นอย่างดี นับเป็นช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจต่อผู้เข้าร่วมในพิธีเปิด ที่ได้ชื่นชมพระปรีชาสามารถและความสง่างามของพระองค์หญิงในขณะทรงม้า โดยมีคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน บุคคลในแวดวงสังคม เข้าร่วมด้วย

การแข่งขันกีฬาขี่ม้า ปริ้นเซส คัพ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4ตามพระประสงค์ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยทรงสืบสานการจัดกีฬาแข่งม้า ปริ้นเซส คัพ ต่อจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และมีคณะกรรมการการจัดการแข่งขัน นำโดย กองพลทหารม้าที่ 2รักษาพระองค์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นอกจากผู้ชมได้เพลิดเพลินกับการแข่งขันและเสน่ห์ของศิลปะบังคับม้าในรูปแบบต่างๆ ตลอดการแข่งขันแล้ว องค์ประธานคณะกรรมการอำนวยการนโยบายในการจัดการแข่งขัน ยังรับสั่งให้มีการเพิ่มการแข่งขันสุดยอดผู้ดูแลม้า (Best Groom) และการแข่งขันสุดยอดช่างตอกเกือกม้า (Best Farrier) ซึ่งถือเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความรู้ ความสามารถ และทักษะของผู้ดูแลม้าคนไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลด้วย

ทั้งนี้ นับเป็นพระกรุณาใน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงวางรากฐาน พัฒนาหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ ไว้อย่างพร้อมสรรพ และพระกรุณาในพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่ทรงตั้งพระทัยสานต่อกิจการของหน่วย ด้วยการวางมาตรฐานสากล และขับเคลื่อนบุคลากรของหน่วยให้มีความสามารถทางด้านกีฬาขี่ม้าและการจัดการด้านต่างๆ จนเป็นผู้นำในการยกระดับกีฬาขี่ม้าของไทย ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในผลสัมฤทธิ์ นอกจากนั้นยังทรงตั้งปณิธาน ให้กีฬาขี่ม้าของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

บรรยากาศการแข่งขันขี่ม้าชิงถ้วยประทาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ปริ้นเซส คัพ ไทยแลนด์ 2016

พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2รักษาพระองค์, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะข้าราชการ รับเสด็จ

มร.ฮาราลด์ ลิงค์นายกสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย

มื้อพิเศษสุดอลังการจาก 10 ห้องอาหาร ฉลองเทศกาลคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248998

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ใกล้ถึงอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ นั่นก็คือ “เทศกาลคริสต์มาส” จึงขอต้อนรับทุกท่าน ร่วมเทศกาลไปกับเมนูโปรโมชั่นที่เชฟแต่ละห้องอาหารบรรจงรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ จาก 10 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมแมนดาริน นำเสนออาหารยุโรปชุดพิเศษ เริ่มด้วยสลัดเห็ดนานาชนิด, ซุปครีมฟักทอง, คริสต์มาสกริลล์ และราสเบอร์รี่บราวนี่ราดซอสช็อกโกแลต ในราคาท่านละ 499 บาทถ้วน พร้อมเพลินไปกับสีสันและบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาสทั่วโรงแรม ในวันที่ 24 ธ.ค. ที่ห้องอาหาร “ครัวหลวง” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2380230

โรงแรมใบหยก สกาย นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อค่ำ และเมนูพิเศษประจำเทศกาล กับไก่งวงซอสกิ๊บเลท ตัวโตเนื้อแน่น หมักเนื้อนุ่ม ที่ผ่านการอบนานกว่า 3 ชั่วโมง จนได้เนื้อไก่หอมนุ่ม ทานคู่กับซอสกิ๊บเลท ทำจากเครื่องในไก่งวง รสชาติเข้ากันได้ดี มาคู่กับซอสแครนเบอร์รี่สูตรพิเศษ และของเคียง ทั้งเกาลัคเชื่อม, บร็อคโคลี่, เบบี้แครอท, มันเทศเชื่อม และกะหล่ำดาว ในราคาท่านละ 940 บาทถ้วน พร้อมชมการแสดงคริสต์มาสแฟรี่เทล เพลิดเพลินกับตัวการ์ตูนจากโลกนิทานและหนังสุดโปรดปราน มื้อค่ำวันที่ 24 ธ.ค. ที่ห้องอาหาร “บางกอก บาโคนี่” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6563939

โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติสุดพิเศษ อาทิ ตับห่านย่าง, ก้ามปูอลาสก้า, หอยนางรมฝรั่งเศส, กั้ง, ปูม้า, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์,เนื้อไพรม์ริบ, แฮมอบซอสน้ำผึ้ง, เนื้อกวางเวลลิงตัน, ปลาดิบญี่ปุ่นแบบพรีเมียม ฯลฯ มื้อค่ำวันที่ 24 ธ.ค. ในราคาท่านละ1,699 บาทถ้วน รวมสปาร์คกลิ้งไวน์ 1 แก้ว หรือ 2,099 บาทถ้วนรวมบุฟเฟ่ต์ไวน์จากทุกมุมโลก และมื้อสายวันที่ 25 ธ.ค.ในราคาท่านละ 1,599 บาทถ้วน รวมสปาร์คกลิ้งไวน์ 1 แก้วหรือ 1,999 บาทถ้วน รวมบุฟเฟ่ต์ไวน์จากทุกมุมโลกที่ห้องอาหาร “เลเทส เรซิพี” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2328888

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ สไตล์ยุโรป, ไทย, จีน, ญี่ปุ่น อาทิ ซีฟู้ดเย็น, ซีฟู้ดร้อน, ซุป, สลัด, พาสต้า, สเต๊กเนื้อแกะ, สเต๊กเนื้อวัว, ซูชิ, ซาชิมิ, ขนมจีบ ฯลฯ และคาราวานขนมหวานอีกมากมาย มื้อค่ำวันที่ 24-25 ธ.ค. และมื้อสายวันที่ 25 ธ.ค. ในราคาท่านละ 1,499 บาท++ ที่ห้องอาหาร “จตุจักร คาเฟ่” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5411234 ต่อ 4151

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารแบบดั้งเดิมประจำเทศกาลคริสต์มาส หลากหลายเมนูระดับพรีเมียม พร้อมแพ็กเกจเครื่องดื่มรวมถึงเครื่องดื่มประจําเทศกาลอย่างเอ๊กน็อก มื้อค่ำวันที่ 24-25 ธ.ค. และมื้อกลางวันวันที่ 25 ธ.ค. ในราคาท่านละ1,999 บาท++ ที่ห้องอาหาร “เดอะเวิลด์” และ “จินเจอร์”สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-1006255

โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ กับแปดซุ้มปรุงสดพร้อมเสิร์ฟสไตล์คริสต์มาสมาร์เก็ตสุดหรูเลิศรส มื้อค่ำวันที่ 24 ธ.ค. ในราคาท่านละ 2,600 บาทถ้วน หรือ 3,950 บาทถ้วน รวมชองดอง,ไวน์, ค็อกเทล และเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ หรือ 4,950 บาทถ้วน รวมแชมเปญเวิฟ, คลิกโกต์, ไวน์, ค็อกเทล และเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ และคริสต์มาสบรั้นช์ในธีมสวนของวิลเลี่ยม มื้อสายวันที่ 25 ธ.ค. ในราคาท่านละ2,400 บาทถ้วน หรือ 3,950 บาทถ้วน รวมชองดอง, ไวน์, ค็อกเทล และเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ หรือ 4,950 บาทถ้วน รวมแชมเปญเวิฟ, คลิกโกต์, ไวน์, ค็อกเทล และเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ ที่ห้องอาหาร “วัวล่า” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-1269999

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ทั้งไก่งวงอบ, แกมมอนแฮมอบน้ำผึ้งรวมถึงอาหารทะเลสดมากมาย และของหวานแสนอร่อย มื้อสายวันที่ 24 ธ.ค. ในราคาท่านละ 2,500 บาทถ้วน มื้อสายวันที่ 25 ธ.ค. และมื้อค่ำวันที่ 24-25 ธ.ค. ในราคาท่านละ 3,900 บาทพิเศษ! รับส่วนลด 50% ทันทีเมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป ที่ห้องอาหาร“เอเทรียม” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2540404 ต่อ 7777

โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ พร้อมอาหารทะเลนานาชนิดให้เลือกสรร และบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว ปิ้งย่างพร้อมเสิร์ฟไม่อั้น มื้อค่ำวันที่ 24 ธ.ค. ในราคาท่านละ 2,700 บาทถ้วน และบุฟเฟ่ต์บรั้นช์นานาชาติจากทั่วโลกสุดอลังการ ทั้งมุมอิตาเลียนพาสต้ามุมอาหารจีนกับเมนูยอดนิยมอย่างเป็ดปักกิ่งและหมูหัน อาหารอินเดีย อาหารญี่ปุ่น มุมอาหารทะเลนานาชนิดทั้งปิ้งและย่างพร้อมเสิร์ฟแบบไม่อั้น อาทิ กุ้งลอบสเตอร์เทอร์มิดอร์หอยนางรมฟินเดอร์แคลร์ พร้อมมุมบาร์บีคิวสเต๊กนำเข้าเนื้อนุ่ม ฯลฯ มื้อสายวันที่ 25 ธ.ค. ในราคาท่านละ 3,200 บาทถ้วน รวมน้ำผลไม้สดปั่น หรือ 4,200 บาทถ้วน รวมไวน์,สปาร์คกิ้ง และเบียร์แบบไม่อั้น ที่ห้องอาหาร “ฟีสท์” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2669214

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ กับความหลากหลายของเมนูอาหารรสเลิศนานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม มื้อกลางวันวันที่ 24 ธ.ค. มื้อสายวันที่ 25 ธ.ค. และมื้อค่ำวันที่ 24-25 ธ.ค. ในราคาท่านละ2,880 บาท++ รวมเครื่องดื่ม น้ำอัดลม, ชา, กาแฟ พิเศษ! สมาชิกพรีเฟอร์ไดนิ่งรับส่วนลด 25% พร้อมแพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติม ทั้งแชมเปญ ในราคาท่านละ 3,899 บาท++,สปาร์คกลิ้งไวน์ชองดอง ท่านละ ราคา 1,899 บาท++,สปาร์คกลิ้งไวน์โปรเซคโค ท่านละ 1,399 บาท++ที่ห้องอาหาร “เอสเพรสโซ่” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6560444

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ อาทิ ซีฟู้ด, หอยนางรม, ขาปูอลาสก้า,บอสตันล็อบสเตอร์, ไก่งวงอบ, ตับห่าน, สเต๊ก, อาหารไทย,ญี่ปุ่น, จีน, อินเดีย, ตะวันออกกลาง ฯลฯ รวมถึงขนมหวานสูตรพิเศษและเครื่องดื่มหลากหลายประเภท มื้อค่ำวันที่ 24 ธ.ค. ในราคาท่านละ 5,500 บาท++ มื้อสายวันที่ 25 ธ.ค.ในราคาท่านละ 5,900 บาท++ ที่บริเวณปาริชาติคอร์ท ห้องอาหาร “เมดิสัน”, “สไปซ์มาร์เกต” และ “อควาบาร์”สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-1268866

ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาส เต็มอิ่มกับรสชาติอาหารและบรรยากาศแห่งความประทับใจ เลือกห้องอาหารที่ชอบ ในสไตล์ที่ใช่ ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249022

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัวโดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2533

ชีวิตเรียบง่ายแบบพอเพียง ของ… วิสูตร เอี้ยวศิวิกูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249018

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ในแวดวงธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศไทย “กลุ่มไมด้า” ของตระกูล “เอี้ยวศิวิกูล”เป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจเล็กๆ จาก จ.นครปฐมมีการเติบโตมาแบบก้าวกระโดดจากธุรกิจลิซซิ่งมาสู่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง วิสูตร เอี้ยวศิวิกูลได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้ CEO ของ บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ที่รุกคืบธุรกิจโรงแรม ล่าสุดเพิ่งจัดงานเปิดตัว เรดิสัน บลูรีสอร์ท หัวหิน โรงแรมหรูระดับห้าดาวแห่งแรกในเครือไมด้าที่ใช้เชนระดับโลกเข้ามาบริหาร

การได้เจอตัวผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยยอมออกสื่อเท่าไหร่นักพอสบโอกาสจึงขอเวลาสั้นๆ มานั่งพูดคุยทำความรู้จักกับผู้ชายที่ชื่อ วิสูตร เอี้ยวศิวิกูล

เพราะความเป็นตระกูลดังของจ.นครปฐมนามสกุล “เอี้ยวศิวิกูล” จึงถูกมองว่าเป็น “กลุ่มอิทธิพล” ที่หลายคนหวั่นเกรง คำถามแรกที่เลือกมาว่าเขารู้สึกอย่างไรที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นผู้มีอิทธิพล

“เราเป็นนักธุรกิจธรรมดาๆ ไม่ได้มีอิทธิพลอะไร เราไม่ใช่นักเลงหรืออันธพาล แต่พื้นเพของเราคือเป็นคนนครปฐม พี่โต้ง-กมล คือผู้ก่อตั้งกลุ่มไมด้า ก็เริ่มจากทำธุรกิจเล็กๆ แล้วมันก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ แต่มีพี่น้องบางคนที่ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น คนก็จับเอาสองด้านนี้มารวมกันแล้วบอกว่านามสกุลเรามีอิทธิพล แต่จริงๆ คือเราก็ทำธุรกิจไปตามปกติ ไม่ได้เอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง”

ในข้อนี้ วิสูตร ยกตัวอย่างให้ภาพชัดเจนด้วยการทำงานของตัวเอง เพราะนอกจากเป็น CEO แล้ว อีกหนึ่งบทบาทเขาคือ กำนันตำบลลำพยา อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งเขาก็ทำงานทั้งสองหน้าที่นี้ควบคู่กันมานานเกือบ 20 ปี แล้ว

“ในฐานะกำนัน ผมคือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นงานที่ต้องเสียสละ ต้องอุทิศตน งานหลักๆก็เป็นการประชุมรับมอบนโยบาย คอยติดตามผลการทำงานให้เป็นไปตามนโยบายที่เราได้รับมา เวลาชาวบ้านมีงานอะไรเราก็ต้องไปเป็นประธาน เพราะว่ากำนันคือเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ใกล้ตัวเขาที่สุด

ส่วนเรื่องธุรกิจ ต้องยอมรับความจริงอย่างว่าเงินเดือนเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรืองานราชการ ที่ไม่ใช่ตำแหน่งสูง อย่างผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ตำแหน่งเล็กๆ อย่างผมเงินเดือนก็ค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ได้มากมาย ก็ต้องมีอาชีพเสริมเพื่อเลี้ยงครอบครัวกันทั้งนั้น อย่างผมอาจจะโชคดีหน่อยที่มีธุรกิจ แต่ผมไม่เอาธุรกิจมาปะปนกับงานราชการ ผมถือคติความซื่อสัตย์เป็นหลัก เป็นสิ่งที่พ่อแม่สอนมาตลอด เรามาทำงานรับใช้ประชาชนก็ต้องทำงานจริงจังไม่หวังผลประโยชน์ เสร็จจากงานราชการก็ไปทำธุรกิจแค่นั้นเอง”

ในส่วนของธุรกิจซึ่งปัจจุบันเข้าตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทจำกัดมหาชน หน้าที่หลักของ วิสูตร จึงเป็นเรื่องของการดูแลภาพรวมให้ธุรกิจดำเนินไปตามนโยบาย ซึ่งวิสูตรพูดติดตลกว่าดูเหมือนจะเป็นงานสบายแต่สำหรับที่ไมด้า แอสเซ็ท เป็นงานหนัก

“ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถ้าเป็นพวกคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ก็ค่อนข้างชะลอ แต่ธุรกิจโรงแรมยังไปได้สวยอยู่ เพราะการท่องเที่ยวยังเป็นจุดแข็งของประเทศไทยอยู่ ปัจจุบันไมด้ามีโรงแรมที่ใช้ชื่อไมด้ามีทั้งหมด 8 แห่ง เราเพิ่งจะลุยธุรกิจโรงแรมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี่เอง กับน้องใหม่ล่าสุดในเครือไมด้า เรดิสัน บลู รีสอร์ทหัวหิน เป็นแห่งแรกที่ใช้เชนเข้ามาบริหาร เรียกว่าเป็นโรงแรมระดับห้าดาวแห่งแรกของไมด้าด้วย เนื่องจากเรามองเห็นศักยภาพของเรดิสัน บลู ที่เชื่อมั่นว่าจะบริหารจัดการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้”

ทุกวันนี้ วิสูตร ใช้เวลาทำงานหกวันต่อสัปดาห์ วันอาทิตย์ เป็นวันพักผ่อนที่ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและการออกกำลังกายกับกีฬาโปรดอย่างกอล์ฟ และมีของสะสมคือ พระเครื่อง

“มีไม่มากครับประมาณสองร้อยองค์ แต่ก็ไม่ใช่เซียนพระนะ เพียงแต่เวลาที่เอามาขัดๆ บ้างก็เพลินดี ส่วนใหญ่เป็นพระที่ผมบูชามาบ้าง คนรู้จักนำมามอบให้บ้าง บางคนก็เอามาฝาก แต่ผมจะถือว่าถ้าอยู่ในมือผมแล้วผมไม่ปล่อย จะดังหรือไม่ดังก็ตาม ราคาสูงสุดที่บูชามาก็แค่หลักหมื่น ที่พอจะมีชื่อเสียงก็เป็นพระเครื่องของนครปฐมบ้านเกิด อย่างเช่น หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา”

หลักในการชีวิตของ CEO แห่ง ไมด้า แอสเซ็ท วิสูตร บอกว่า ใช้หลักง่ายๆ คือ ความพอเพียง

“อย่างครอบครัวผมมีภรรยา ลูกสาว ลูกชาย คำว่าพอคือ เราไม่เจ้าชู้ ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ดูแลให้ทุกคนครอบครัวสุขสบายเท่าที่จะทำได้ ในด้านการทำงานราชการก็คือซื่อสัตย์สุจริต ในด้านธุรกิจเราก็ทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา เราไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง หลายคนมองมาทำธุรกิจระดับนี้ เป็นผู้บริหาร ต้องขับรถหรูราคาแพง ก็ไม่นะ ผมก็ใช้รถยี่ห้อธรรมดาๆใช้ชีวิตเรียบง่าย เพราะเรารู้จักพอ เมื่อรู้จักพอปัญหาก็จะไม่เกิด

จากเด็กนครปฐมที่เกิดมาจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย แต่พ่อแม่ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาส่งเสริมให้ลูกๆ ได้เรียนหนังสือ ร่วมกับพี่โต้ง-กมลช่วยกันทำธุรกิจจนมาถึงจุดนี้ได้ มาถึงวันนี้สำหรับผมก็พอใจแล้วนะ ถ้าถึงวันที่ต้องเกษียณ คือ มีคนที่ไว้ใจได้มาทำงานแทนผมก็หยุดทำงาน ไม่คิดจะเล่นการเมืองด้วย อยากพักผ่อนจริงๆ”

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 17 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248997

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“บลูเบอร์รี ชายนี สตาร์” ชวนชิมไอศกรีมบลูเบอร์รี มิกซ์เข้ากันกับไอศกรีมชีสเค้ก อัลมอลด์ เยลโล่เค้ก บลูเบอร์รี สตรอเบอร์รี ตกแต่งด้วยสตรอเบอร์รีสด ไวท์ช็อกโกแลตโรส วิปครีมเรนโบว์ สปริงเคิล และช็อกโกแลตรูปต้นคริสต์มาส ทั้งแบบโคนในราคา 109 บาท และแบบถ้วยในราคา 169 บาท วันนี้-10 ม.ค.2560 ที่ร้านโคล สโตน ครีมเมอรี่ทุกสาขา ยกเว้นสุวรรณภูมิ

“ชีสสตั๊ฟ เพรทเซล นักเก็ต” ชวนชิมเพรสเซลหอมนุ่ม พันรอบเชดด้าชีสเข้มข้น เสิร์ฟมาในถ้วยขนาดพอดีมือ 12 ชิ้น ในราคาถ้วยละ 69 บาท หรืออร่อยเป็นเซตคู่นํ้ามะนาว ในราคา 99 บาท หรือคู่โกลเด้นสปริงและโค้ก ในราคา 155 บาท วันนี้-28 ก.พ. 2560 ที่ร้านอานตี้ แอนส์ กว่า 130 สาขา ทั่วประเทศ

“ดับเบิ้ล เทนด้ง เซ็ท” ชวนชิมชุดเมนูสุดฮิต ทั้งโจเทนด้ง, ข้าวหน้าปลาแซลมอนเทมปุระ พร้อมเครื่องดื่ม 2 แก้ว ในราคาชุดละ299 บาท และยังมีของทานเล่นให้เลือกอร่อย ทั้งไก่ทอดคาราเกะ ในราคา 89 บาท และหนวดปลาหมึกทอด ในราคา 69 บาท วันนี้-31 ม.ค. 2560 ที่ร้านเทนยะ ทุกสาขา

ชวนชิม

“เบอร์ดี้ 3 อิน 1 โฉมใหม่” ชวนชิมกาแฟปรุงสำเร็จ 3 อิน 1 ที่ปรับปรุงสูตรใหม่ กักเก็บกลิ่นหอมและให้รสชาติของกาแฟคั่วบดแท้ๆ สูตรเฉพาะในแบบฉบับของเบอร์ดี้ พร้อมเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ มีให้เลือก 3 รสชาติ ทั้งโรบัสต้า หอมเข้มข้นกลมกล่อม, เอสเปรสโซ่ เข้มข้นเต็มรสกาแฟ และครีมมี่ลาเต้หอมนุ่มละมุน ตั้งแต่วันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อ,ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ทั่วประเทศ

“คริสปี้ครีม ซีซั่น อีททิง” ชวนชิมโดนัทต้อนรับเทศกาลแห่งการให้ทั้งเมลท์สโนแมนโดนัท รูปตุ๊กตาหิมะที่ตกแต่งด้วยบัตเตอร์วิปครีมกับช็อกโกแลตไอซิ่ง สอดไส้ไวท์ครีม, ซานต้าแบลลี่โดนัท ซานตาครอสสีแดงที่มาพร้อมไส้ช็อกโกแลตฟัจด์เข้มข้น, ฮอลิเดย์ทรีโดนัท ต้นคริสต์มาสที่ประดับไฟจากช็อกโกแลตสีแดง และฮอลิเดย์สปริงเคิลโดนัท เคลือบช็อกโกแลตพรีเมียมกับสายรุ้งสปริงเคิล ในราคาชิ้นละ 35 บาท หรือโหลละ 296 บาท วันนี้-15 ม.ค.2560ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 24 สาขา

“ทิรามิสุใหม่สไตล์อิตาลี” ชวนชิมเมนูไอศกรีมสไตล์อิตาลี ทั้งแมคพาร์เฟ่ต์ทิรามิสุ และแมคเฟลอร์รี่ทิรามิสุ หอมหวานเข้มข้น ในราคาเริ่มต้นที่ 30-32 บาท วันนี้-26 ม.ค.2560 ที่เคาน์เตอร์ของหวานร้านแมคโดนัลด์

ชวนช็อป

“ข้าวประชารัฐ” ชวนช็อปข้าวนานาพันธุ์ร่วมช่วยเหลือเกษตรกร จากชาวนาส่งตรงถึงผู้บริโภค พร้อมชมนิทรรศการให้ความรู้ สร้างความยั่งยืนวันนี้-21 ธ.ค.ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซาและเซ็นทรัลเฟสติวัล รวม 29 สาขาทั่วประเทศ

“ฉลองปรับโฉมใหม่” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นครบ 5,000 บาท รับคูปองจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำมูลค่า 1,000 บาท, ทานอาหารครบ 1,000 บาท รับคูปองจากร้านอาหารชั้นนำมูลค่า 1,000 บาท พร้อมช็อปสินค้าราคาพิเศษในโอกาสปรับโฉมใหม่ วันนี้-18 ธ.ค. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา

“Central Watch & Gift” ชวนช็อปนาฬิกาแบรนด์ดัง, กิ๊ฟเซตของขวัญ, อุปกรณ์เครื่องเขียน, สินค้าจากแบรนด์ซานริโอ ฯลฯ เพื่อมอบเป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษ ในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 50% ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค.-3 ม.ค.2560 ที่ลานโปรโมชั่น ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

ชวนใช้

“สวนสยาม ครบรอบ 36 ปี” ชวนใช้บัตรเที่ยวสวนสยามราคาพิเศษ ลด 50% เริ่มต้นที่ท่านละ 250 บาท จากปกติ 500 บาท หรือท่านละ 450 บาท จากปกติ 900 บาท รวมเครื่องเล่นทุกชนิดใน X-Zone วันนี้-31 ม.ค.2560 ที่สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม โทร.02-9197200

“สำนักงานหนังสือเดินทางฯ” ชวนใช้บริการสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวของกรมการกงสุล ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-15.30 น.พร้อมรับฟรี! Passport Holder (จำนวนจำกัด) เมื่อทำเรื่องขอหรือต่อเล่มหนังสือเดินทาง วันนี้-20 ธ.ค. ที่บริเวณเมโทรมอลล์ สถานีรถไฟฟ้า MRT คลองเตย โทร.02-5728442

“Phuket Night Run 2017” ชวนผู้รักสุขภาพร่วมสมัครเข้าแข่งขัน 3 ประเภททั้ง Night Walker 3.2 กม., Fun Runner 5.6 กม.,และ Night Runner 11.2 กม. ในวันเสาร์ที่ 28 ม.ค.2560 เวลา 22.30-24.00 น. เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 23-25 ธ.ค. ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิวภูเก็ต

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้านบานใหม่ ตอนโรงเรียนของหนู อยู่อย่างพอเพียง ในวันพุธที่ 21 ธ.ค. และตอนพลังปัญญา แนวทางใหม่ในการแก้ไขปัญหา นำข้าวในนามาแปรรูป ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ธ.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“๙ ตามพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน” ชวนชมนิทรรศการ ทั้งด้านการสื่อสาร, พลังงาน, เกษตรและสิ่งแวดล้อม, การออม การพอเพียง, สาธารณสุข, อัครศิลปิน, การคมนาคม, การศึกษา, การกีฬาและท่องเที่ยว ฯลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย วันนี้-31 ม.ค. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

“โปงลางคอนเทสต์ 2559” ชวนชมการแข่งขันการประกวดวงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง ระดับมัธยมศึกษา ชิงถ้วยพระราชทานและทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 230,000 บาท พร้อมชมโชว์ที่ผสมผสานความเป็นไทยเฉพาะเวทีนี้จาก เก่ง-ธชยในวันเสาร์ที่ 24 ธ.ค. ที่ลานร้อยพันธุ์บัว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี

 

คุณแหน : 17 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249023

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

●● งานมอบรางวัลยอดเยี่ยม ทุนการศึกษาบุคคลและองค์กรดีเด่นทางวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 49ของมูลนิธิศ.ดร.แถบ นีละนิธิ ย้ายไปจัดที่ อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาฯ วันที่ 12 มี.ค.ปีหน้าฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีเป็นประธาน รศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช,ดร.พิชัย โตวิวิชญ์,ภก.พล.ต.สุนันท์โรจนวิภาต เชิญ ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2559 แสดงปาฐกถาด้วย…

●● กำหนดงานพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่อัจฉรา มารดาของ อุษา ทวีศรี ที่วัดน้อยนพคุณ สามแยกพิชัย วันที่ 17 ธ.ค. เวลา 16.00 น…

●● ดร.วรุณ กาญจนกุญชรผ่าตัดนิ่วออกเรียบร้อยแล้วที่เยอรมนี ตอนนี้ออกทัวร์ยุโรปต่อกับ พิมลพรรณ ภรรยาแบบปกติธรรมดาเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น…

●● พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ชวน วิชัย สามีบินไปเยี่ยมลูกสาวที่รัก น้องเทนเทน ที่เมืองลีดส์ และไม่ลืมแวะแมนเชสเตอร์ แต่อดทัวร์สนามฟุตบอล เพราะตั๋วเต็ม เลยได้ชมพิพิธภัณฑ์ทีมฟุตบอลนี้แทน…

●● เพื่อนรักราชินีทั้ง ประพิมพรรณ สิทธิมงคล,จุฑาภรณ์  มุสโซ ไปจองคิวตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อกราบถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทั้งสองใช้เวลาปฏิบัติภารกิจนี้ 11 ชั่วโมง บอกพ่อหลวงทำงานมา 70 ปี ไม่เคยพัก เราแค่ 11 ชั่วโมง…สบายมาก…

●● เป็นประจำทุกปี เตือนใจ สินธุวณิก ต้องไปทำสมาธิถือศีล ที่วัดดอยหายโศก อุดรธานี เธอสร้างกุฏิไว้อยู่ต่างหาก น่าอยู่มีพร้อมทุกอย่างในกุฏิ ทั้งห้องน้ำแอร์…

●● ยินดีกับ สุวรรณา เตียรถ์สุวรรณรองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่บุตรชายจบแพทยศาสตรบัณฑิต ม.ขอนแก่น เป็นคุณหมอไปเรียบร้อย…

●● ขอแสดงความชื่นชม จำนงค์ ศรัณยพิพัฒน์ ผู้พิชิตภูกระดึง ด้วยวัยกว่า 60 ปี…

●● 17 ธ.ค. ชาววัฒนาวิทยาลัย มีนัดไปงานวัฒนาแฟร์ 59 ที่โรงเรียน ขอให้ไปโดยพร้อมเพรียงกัน…

●●เลื่อนงานฉลองสมรสจากเดือนต.ค.มาเป็น18 ธ.ค. จันทร์จรัส สุริโยทัย กับ ชินะวัฒน์ปิ่นภักดี เชิญแขกเหรื่อให้มาเป็นสักขีพยาน ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล  สี่แยกราชประสงค์ เวลา 18.00 น…

●● งาน 100 ปี วสันต์ อดีตดาวละครเวทีศาลาเฉลิมกรุง บิดา จิตรกร สุนทรปักษิณ จัดที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา เริ่มเวลา 14.00 น. วันนี้(17ธ.ค.) มีภาพยนตร์เรื่อง สมิงป่าสัก ที่ วสันต์ แสดงฉายให้ชมฟรี โดยมี บุตรชายร่วมเสวนาฯด้วย…

●●คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ(นิด้า) เชิญฟังการเสวนา เดินตามรอยเท้าพ่อ สานต่อป่าในเมือง ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน ในวันที่ 22 ธ.ค.เวลา13.00 น. โดยมีวิทยากรได้แก่ ผศ.ดร.ประชา คุณธรรมดี,ทรงกลดบางยี่ขัน,อรยาสูตะบุตร,ผศ.พงศ์พร สุดบรรทัด,รศ.วราพร สุรวดี และ ภาณุเดช เกิดมะลิองค์ปาฐกคือ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร พร้อมเปิดตัวโครงการ ป่าในเมือง โดย รศ.ดร.กุลทิพย์ศาสตระรุจิ ประธานโครงการ…ผู้สนใจมาร่วมงานได้…●●

บารอนเนส

พาเยาวชนเที่ยวสนุก สุขภาพดี ตามรอยพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248857

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สมชาย พหุลรัตน์

ประธานโครงการเยาวชนแลกเปลี่ยนมิตรภาพวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น ร่วมกับ วิทยากร นักวิชาการด้านวิเคราะห์ข่าว ชวนเยาวชนและแฟนรายการโทรทัศน์และวิทยุ ร่วมกิจกรรม “เที่ยวสนุก-สุขภาพดี ตามรอยพ่อ”พร้อมเชิญผู้ใหญ่ใจดีมาร่วมกิจกรรมพาเยาวชนเที่ยวโครงการในพระราชดำริตามรอยพ่อรับศักราชใหม่ ปีระกา 2560

นายสมชาย พหุลรัตน์ ประธาน TCN และในฐานะประธานโครงการเยาวชนแลกเปลี่ยนมิตรภาพวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น ร่วมกับ อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร นักวิชาการ อาจารย์ด้านกฎหมายมหาวิทยาลัยรังสิต และนักวิจัยที่เป็นวิทยากรทั้งวิทยุ-โทรทัศน์ ร่วมกับ เครือข่ายแฟนรายการวิทยุและโทรทัศน์รายการสนทนาสารพัน, รายการยิ้มกับข่าว ทาง FM 89.5 และ รายการ ทราเวิล&เฮลท์วาไรตี้ (Travel&Health variety) ทางช่องบางกอกแชนแนล-ไอเอ็นเอ็น, รายการทอล์กทั่วไทยไปทั่วโลก (Talkทั่วไทย-ทางช่อง Travel channel) รวมทั้งรายการวิเคราะห์ข่าวรายการตรงประเด็น และรายการที่นี่สุวรรณภูมิ ซึ่งรายการทั้งหมดจะออกพร้อมทีวี.และวิทยุพร้อมกัน รวมทั้งนักวิชาการด้านสุขภาพ เภสัชกร ดร.อธิวัฒน์ สินรัชตานันท์ และวีเจ.คนรุ่นใหม่ด้านสุขภาพ-ความงาม-กีฬา “วีเจ.โด่ง-ธีรศักดิ์” เชิญชวนแฟนรายการเดินทางท่องเที่ยว-ทัศนศึกษาในสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามโครงการในพระราชดำริ เพื่อร่วมกิจกรรมทื่ชื่อว่า “เที่ยวสนุก-สุขภาพดี ตามรอยพ่อ”เป็นกิจกรรมที่ให้เยาวชนและครอบครัวได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมร่วมกันและได้เยือนสถานที่โครงการในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ได้ทรงงานและมีโครงการในพระราชดำริถึง 4,000 กว่าโครงการ

“กิจกรรมนี้จะมีการให้ความรู้ มีผู้บรรยายตลอดเส้นทางกิจกรรม เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมกันตระหนักคิดและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เราเกิดมาเป็นคนไทย โชคดีที่มีในหลวง มีสถาบันพระมหากษัตริย์ มีพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก และปัจจุบันเราก็ได้ชื่นชมในพระบารมีในหลวง รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งโครงการเที่ยวตามรอยพ่อจะเริ่มกันในช่วงเดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป ขณะนี้ได้เรียนเชิญเครือข่ายภาคีภาคสังคม อาทิคุณหญิงสุภัทรา ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานชมรมแสงส่องหล้า ซึ่งเคยเป็นผู้จัดสร้างเหรียญถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เทิดพระเกียรติพระองค์ท่านเมื่อครั้งทรงเจริญพระชมมพรรษา 70 พรรษา, สายสมวงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดชรองประธานโครงการอันสืบเนื่องมาจากพระราชดำริ บ.อุตสาหกรรมเขาค้อฯ และมนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ”

ประธานโครงการเยาวชนแลกเปลี่ยนมิตรภาพวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับตนเองที่ได้พาเยาวชนในโครงการเยาวชนแลกเปลี่ยนมิตรภาพวัฒนธรรม มา 20 กว่าปีในหลายประเทศ ก็จะนำเยาวชนรุ่นใหม่และอดีตเยาวชนแลกเปลี่ยนฯ รวมทั้งคุณครู มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ในส่วนของ อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร ในฐานะนักกฎหมายและเป็นนักวิจัย ก็จะให้ความรู้กฎหมายเบื้องต้น-กฎหมายกับไอทีให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย อีกทั้ง จะนำเรื่องราวเที่ยวตามรอยพ่อ มาออกอากาศให้ได้รับชมทางรายการโทรทัศน์และรายการวิทยุ สำหรับผู้สนใจร่วมกิจกรรมสามารถส่งอีเมล์มาสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ที่ somchai_sp89@hotmail.com หรือโทร.086-9151564

 

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248909

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll “วังสระปทุม”เป็นสถานที่แรกในประเทศไทยที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชประทับ เมื่อเสด็จฯ จากประเทศสหรัฐอเมริกา…วังนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักเพราะ“เจ้านาย”ชั้นสูง 3 พระองค์ที่ประทับ ต่อมาเป็น“สตรี”สำคัญของโลกตั้งแต่ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า,สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี…เริ่มตั้งแต่จันทร์ 19 ธ.ค.นี้ พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าวังสระปทุม จะเปิดให้เข้าชมทุกวัน(ยกเว้นวันอาทิตย์)…

ll เต็นท์“จิตอาสา”ของโรงเรียนจิตรลดา เปิดบริการแจกอาหารและน้ำทุกวันโดยครูประถมรับผิดชอบวันจันทร์และวันพุธ…คุณครูช่างสังเกตฝากให้คิดถึง“อาหารเช้า”ด้วยเพราะส่วนใหญ่มีแต่อาหารกลางวัน…ขณะที่คนต่างจังหวัดที่มาด้วยใจ…มาตั้งแต่ตี 1 ตี 2…ต้องทนหิว…คงไม่ยากสำหรับ ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติที่จะเพิ่มเมนู“อาหารเช้า”ด้วยห้างร้านและผู้ปกครอง ศิษย์เก่าพร้อมจะสนับสนุนอยู่แล้ว…

ll ไม่รอไปกราบพระบรมศพเป็นทางการกับ“ศิริราช”ที่ขอเป็นเจ้าภาพ…วรรณี อังสกุลอาภรณ์ ขอไปเป็นการส่วนตัวก่อน…และยอมไปยืน เดิน นั่ง เข้าคิวทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง…แม้วัยจะเกือบ 70 ด้วยความซาบซึ้งที่ในหลวง ร.9 ทรงงานลำบากเพื่อพสกนิกรถึง 70 ปี…“ทำไมเราจะรอ 10 ชั่วโมงไม่ได้”…

llยาสตรีเพ็ญภาค ตราพญานาค อายุ 100 ปี ปีหน้า ขณะที่สมุนไพรไทยหายากเข้าทุกวัน…จิรชัย ไทยชาติ เปิดโครงการ“ปลูกสมุนไพร ปลูกป่า สร้างรายได้”…เด็กรุ่นหลังจะได้มี ฝาง กำแพงเจ็ดชั้น โด่ไม่รู้ล้ม ฯลฯ บำรุงเลือดลม…

ll รายนี้ยา“กระต่ายบิน”ตัวเดียวก็ทำให้รวยได้…นพ.ซื่อตรง  เจียมจรรยา เปิดโรงงานใหม่มูลค่ากว่าพันล้านระดับ World Class…ยอดขายไม่ต้องห่วง…ที่ห่วงคือคุณแม่สุนันท์ อายุเกือบ 90 ยังซิ่งด้วยมินิคูเปอร์แถวโรงงานมหาชัย…ให้หนุ่มๆ พม่าตาค้าง…

ll เดือนนี้ปีที่แล้ว หมอผิวหนังชื่อดัง ประวิตร พิศาลบุตร ไปไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล…กลับมาเขียนหนังสือเล่าเรื่องได้น่าอ่านมากๆ…แต่ใครสนใจจะอ่าน ต้องป่วยก่อน เพราะลง Exclusive ใน“วิชัยยุทธ จุลสาร”เล่มเดียว…

ll ได้เวลาหมอไทยในอเมริกากลับมาเยี่ยมบ้าน…พญ.สุวิมล จิราธิวัฒน์ ฮิลล์ ขอแวะญี่ปุ่น QC โรงแรม Park Hyatt ทั่วประเทศก่อนเพราะกำลังจะมาบริหารโรงแรมใน Central Embassy…ส่วนสามี Dr.Michael Hill บินมาจากFrankfurt ตามหลัง ได้เป็น Hero บนเครื่อง TG ด้วยผู้โดยสารสตรีเกิดป่วยกะทันหัน…ทั้งเครื่องมีหมอแค่ 2 คน อีกคนเป็นหมอผิวหนัง ประเทืองความงาม…หมอไมค์เลยต้องรับหน้าที่ฉีดยาแก้ปวด ก่อนเครื่องต้องลงฉุกเฉิน…การบินไทยน่าให้บินฟรีนะ…

ll ปิดตำนาน 25 ปีนิตยสาร“พลอยแกมเพชร”วางแผง 16 ธ.ค. เป็นฉบับสุดท้าย “ชาลี”ชุลิตา อารีย์พิพัฒน์กุล เจ้าของขึ้นปกส่งท้าย โดย 16-17 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงห้าโมงเย็น เปิดขายหนังสือดีๆ มีคุณค่า ทั้งแคตตาล็อกแฟชั่น พอคเกตบุคเลหลังในราคาไม่แพง ที่ชั้น 3 อาคารชาร์ม ซ.ชิดลม ถ.เพลินจิต…

ll ยินดีกับนักเขียนสตรีอาวุโส 2 ท่านที่ได้“ศิลปินแห่งชาติ”สาขาวรรณศิลป์ปีนี้ ชูวงศ์ ฉายะจินดาและ ศ.พิเศษ เรืองอุไร  กุศลาสัย…และขอเศร้ากับการจากไปของ เพ็ญแข วงศ์สง่า เจ้าของนิยายรักหลายเล่ม…มาลัยรักเล่ห์ ฟ้าเปลี่ยนสี เขยบ้านนอก ฯลฯ….ทราบมาว่าก่อนเสียชีวิต“อ.เพ็ญแข”ยังพูดคุยปกติไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ เตรียมเดินทางไปฉลองปีใหม่กับบุตรชายที่เชียงใหม่ ก่อนเสียชีวิตในตอนเย็นวันนั้นด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดปัจจุบันทันด่วน…ll

ภิญญ์สิรี

ททท.ซิดนีย์จัดโครงการ ‘กลับบ้านกราบพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248858

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ 

คนไทยในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ร่วมโครงการ“กลับบ้านกราบพ่อ” หลังจากสำนักงานการท่องเที่ยวซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนไทยที่ทำธุรกิจและอาศัยถาวร รวมทั้งนักศึกษา เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อมาแสดงความไว้อาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเดือนมกราคม 2560 เป็นต้นไป

รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานซิดนีย์ ได้จัดทำโครงการ “กลับบ้านกราบพ่อ” กิจกรรมที่ให้คนไทยได้เดินทางกลับประเทศไทยมาแสดงความไว้อาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยปัจจุบันเป็นที่ทราบกันว่ามีคนไทยในออสเตรเลียและในประเทศนิวซีแลนด์ ทั้งที่อาศัยถาวร เรียนหนังสือ ทำงานหรือประกอบอาชีพทำธุรกิจอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อให้เดินทางกลับมาแสดงความไว้อาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 หลังจากที่ ททท.สำนักงานซิดนีย์ ได้ทำการประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวออกไป คนไทยในต่างแดนทั้งสองประเทศต่างก็พากันไปจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับไทย รวมทั้งที่มาลงทะเบียนกับ ททท.ซิดนีย์ จำนวนกว่า 1 พันคน ซึ่งผูู้ที่เข้าร่วมโครงการกลับบ้านกราบพ่อ ทาง ททท.สำนักงานซิดนีย์ จะมอบเข็มกลัดมงคลเลข ๙ ซึ่งผ่านการปลุกเสกและเข้าพิธีสวดมนต์ข้ามปี ณ วัดไตรมิตรวิทยารามโดยพระพรหมมังคลาจารย์ หรือเจ้าคุณธงชัย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังให้กับคนไทยทุกคนที่อยู่ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่ได้มาลงทะเบียนและกลับไทยตามโครงการ “กลับบ้านกราบพ่อ” ซึ่งจะเริ่มเดินทางตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ศกหน้านี้

“นอกจากจะมีคนไทยกลับบ้านเป็นจำนวนมากแล้ว คนไทยที่ไปใช้ชีวิตและแต่งงานกับชาวต่างชาติก็จะพาครอบครัวกลับมาด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าในออสเตรเลียนั้นเป็นประเทศที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติที่เรียกว่า Multi culture โดย ททท.สำนักงานซิดนีย์ ได้ทำการเจาะตลาดทุกกลุ่ม ถึงแม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่โลดโผน แต่เป็นกลุ่มท่องเที่ยวมีคุณภาพและศักยภาพในการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวเป็นตัวเลขที่สูง สร้างรายได้เข้าประเทศมากมาย อีกทั้ง เราปลาบปลื้มใจมากที่โครงการ “กลับบ้านกราบพ่อ” ได้รับความสนใจจากคนไทยและครอบครัวที่อาศัยอยู่ในซิดนีย์และนิวซีแลนด์”