นร.ในมูลนิธิครอบครัวพอเพียง999คน เข้ากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246484

นร.ในมูลนิธิครอบครัวพอเพียง999คน เข้ากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์ร.9

นร.ในมูลนิธิครอบครัวพอเพียง999คน เข้ากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์ร.9

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.48 น.

26 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.20 น. นักเรียนในโครงการมูลนิธิครอบครัวพอเพียง จำนวน 999 คน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้ากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยเหล่านักเรียนต่างเดินเท้า ผูกข้อมือกันเดินเข้าประตูวิเศษไชยศรี แล้วเข้ามาภายในบริเวณสนามหญ้า เพื่อกราบสักการะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ความรักของพ่อแห่งแผ่นดิน หลังจากนั้นก็เดินทางไปร่วมกิจกรรมจิตอาสาที่ท้องสนามหลวง

ด้าน น.ส.กานต์ชนิดา จิตวิเวก อายุ 17 ปี และ น.ส.ภัทราวดี จุลศรี อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดราชาธิวาส ร่วมกันกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่รู้สึกภูมิใจที่ได้มากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์แสดงสัญลักษณ์ความรัก ปกติเราทั้งคู่ก็เป็นอาสาสมัครที่ร่วมเป็นจิตอาสาในมูลนิธิฯ ซึ่งสอนให้เราได้รู้หลักเศรษฐกิจพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ด้วยความรู้คู่กับคุณธรรม นอกจากนี้ ยังได้ไปร่วมกิจกรรมทำฝายกั้นน้ำที่ จ.เพชรบุรี และไปบรรจุข้าวพอเพียงลงถุงเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาถวายบังคมพระบรมศพ ทำให้เราได้เรียนรู้หลักการดำเนินชีวิต แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่แต่ก็ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อตนเอง และการเป็นจิตอาสาเพราะรู้แล้วว่าเวลาได้ช่วยเหลือคนอื่นนั้นเป็นความสุขแก่ใจเราเอง

ขณะที่นายธีรินทร์ กันผึ้ง อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา อดีตแกนนำรุ่นที่ 3 ในโครงการฯ กล่าวว่า เป็นความภูมิใจที่ได้มาแสดงความรักร่วมกับแกนนำรุ่นอื่นๆ และพี่ๆ น้องๆ ในโครงการ เพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของเราทุกคน ส่วนตัวมีโอกาสได้ขึ้นกราบถวายบังคมพระบรมศพแล้วครั้งหนึ่ง ต้องมาค้างคืนต่อแถวที่สนามหลวง ซึ่งเป็นความตื่นเต้นที่ผสมกับความใจหายที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ หากเลือกได้เราคงอยากจะกราบพระบาทพระองค์มากกว่าพระบรมโกศ

“ส่วนตัวได้เข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย ซึ่งแรกเริ่มยอมรับว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง ไม่ตั้งใจเรียน จึงอยากเข้าร่วมโครงการไปอบรมดูว่าเป็นอย่างไร แต่เมื่อได้อบรมได้เรียนรู้พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ ก็ได้รู้ว่าพ่อหลวงของเราทรงเหนื่อยมาก ไม่เคยย่อท้อที่จะประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อคนไทย ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยรวมทั้งคนรุ่นใหม่ดีขึ้น ผมจึงรู้สึกว่าการเป็นส่วนหนึ่งในการทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น  ไปหว่านข้าวนาโยน ก็ได้เห็นอีกหลายมุมทำให้อยากช่วยเหลือคนอื่นบ้าง ผมเองตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา ก็ได้มาทำกิจกรรมแจกอาหาร เก็บขยะ และให้ความรู้เรื่องพอเพียงกับคนในชุมชน”  นายธีรินทร์ กล่าว

จัดใหญ่5ธันวา วันพระราชสมภพ‘ร.9’ ปีใหม่สวดมนต์-จุดเทียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246464

จัดใหญ่5ธันวา  วันพระราชสมภพ‘ร.9’  ปีใหม่สวดมนต์-จุดเทียน

จัดใหญ่5ธันวา วันพระราชสมภพ‘ร.9’ ปีใหม่สวดมนต์-จุดเทียน

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จัดใหญ่5ธันวา

วันพระราชสมภพ‘ร.9’

ปีใหม่สวดมนต์-จุดเทียน

ลงขวานตัดต้นจันทน์หอม

สร้างพระโกศพระบรมศพ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 43 ร.อ. ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 24 พฤศจิกายน

กราบพระบรมศพ8.7แสนคน

ขณะที่พสกนิกรจำนวนมากยังคงมาเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพเวลา 04.45 น. และตลอดทั้งวันมีประชาชนทยอยมาเข้าแถวอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้าสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนมี 40,252 คน รวม 27 วันมี 870,312 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 3,970,888.25 บาท รวม 27 วัน เป็นเงิน 65,037,150.75 บาท

พระองค์หญิงฯประทานเข็มกลัดโบว์ดำ

เวลา 09.38 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯยังประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เพื่อประทานผ้าถุงดำ 3,000 ชุด ถุงดำใส่รองเท้า 3,000 ชุด และเข็มกลัดโบว์สีดำประดับเหรียญ 25 สตางค์ 50 สตางค์และ 1 บาท พร้อมป้ายติดด้านหลังมีข้อความว่า ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ จำนวน 5,000 ชิ้น ให้ประชาชนยืมเข้าสักการะพระบรมศพ จากนั้นเสด็จฯไปยังเต็นท์พักคอยของประชาชนที่รอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ บริเวณถนนหน้าพระธาตุ ประทานเข็มกลัดโบว์สีดำแก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง ในการนี้เสด็จฯไปยังจุดเปลี่ยนผ้าถุงของกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามศาลฎีกา และมีพระปฏิสันถารกับประชาชนว่า “สวยงามมาก” และทรงถามถึงความสบายในการสวมใส่ สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนในน้ำพระทัยอย่างหาที่สุดไม่ได้ จากนั้นเสด็จไปยังจุดคืนผ้าถุงกรุงเทพมหานคร และเสด็จกลับประตูวิเศษไชยศรี ประทานเข็มกลัดโบว์สีดำแก่ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง ก่อนเสด็จกลับเวลา 10.17 น.

ชวนจิตอาสาลงทะเบียนบิ๊กคลีนนิ่งเดย์

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) บริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.)แถลงว่า กทม.จะจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ทำความสะอาดพื้นที่รอบสนามหลวง พร้อมทั้งขอชี้แจงว่าวันที่ 1-2 ธันวาคม สำนักพระราชวังประกาศงดให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพ และงดเข้าเยี่ยมชมวัดพระแก้ว เพราะพื้นที่ดังกล่าวจะใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน ฉะนั้นกทม.วางแผนทำความสะอาดเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 21.30 น. – 2 ธันวาคม รวมถึงตรวจความแข็งแรงของซุ้มถวายความอาลัย ตรวจระบบไฟฟ้า ประปา กล้องวงจรปิด ตั้งแต่รอบพระบรมมหาราชวัง สนามหลวง แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้า จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนเปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพอีกครั้งวันที่ 3 ธันวาคม

“เนื่องจากประชาชนมีจิตอาสาทำกิจกรรมนี้มาก ผมจึงอยากให้ประชาชนถ้ามีเจตจำนงทำความดีเพื่อพ่อแจ้งไปได้ที่หมายเลข 1555 เราจะจัดให้ว่าจะทำความสะอาดพื้นที่ใด ขึ้นกับหน่วยงานใด” พล.ต.ท.อำนวย กล่าว และว่า กิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ไม่มีการปิดการจราจร เน้นทำความสะอาดฟุตบาทเป็นหลัก

19ธค.บวงสรวงราชรถราชยาน

ในส่วนรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการดูแลเรื่องพระราชพิธีวันที่ 28 พฤศจิกายนว่า จะทำความเข้าใจทุกภาคส่วนเรื่องแบบพระเมรุมาศ พระโกศจันทร์และพระโกศเล็ก ซึ่งแบบทั้งหมดดำเนินการเสร็จแล้ว ส่วนสถานที่จัดงานอาจกินพื้นที่สนามหลวงสองในสาม กำหนดรับพื้นที่วันที่ 10 มกราคม 2560 จะลงเสาปักเขตก่อนเริ่มก่อสร้างไม่เกินเดือนกันยายน ส่วนวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 14.49 น.จะมีพิธีบวงสรวงราชรถ ราชยาน

จัดใหญ่5ธค.วันพระราชสมภพร.9

พล.อ.ธนะศักดิ์ยังกล่าวถึงกิจกรรมวันที่ 5 ธันวาคมว่า ททท.ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกส่วนร่วมกันจัดกิจกรรมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพระราชสมภพ โดยจะจัดงานที่สะพานภูมิพล เวลา 06.19 น.จะมีการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นจะสวดบทชยันโต ถวายสังฆทานพระ 990 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนช่วงเย็นเป็นการทำพิธีตามปกติ

แจงปีใหม่จัดสวดมนต์-จุดเทียน

ส่วนการจัดกิจกรรมวันปีใหม่นั้น รองนายกฯกล่าวว่า ให้จัดงานปีใหม่ได้ โดยรัฐบาลร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย และสำนักพุทธศาสนาจัดสวดมนต์ทุกวัดทั่วประเทศ โดยปีนี้จะเชิญวัดที่เป็นเครือข่ายจากต่างประเทศมาร่วมด้วย และสวดมนต์ตามชายแดน 14 จังหวัดเหมือนเดิม แต่ขอความร่วมมือคือ ขอให้มีกิจกรรมที่ทำพร้อมกันทั่วประเทศ 3 อย่างคือ 1.เวลา 21.00 น.จะมีกิจกรรมยืนถวายความอาลัย 89 วินาที 2.เวลา 23.45 น. เป็นการสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่า จะสวดทั้งในและนอกวัดทั้งประเทศ ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน และ 3.เวลา 00.00 น. ประชาชนเคาดาวน์ร้องเพลงปีใหม่ได้ ในวัดทุกวัดจะตีฆ้อง และสวดมนต์ จากนั้นเวลา 00.09 น. จะจุดเทียนพร้อมกันทั่วประเทศ เรียกว่า “แสงเทียนแห่งสยาม” และสวดบทชยันโต และพาหุฯงพร้อมกันเป็นการสวดให้ประเทศชาติ พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์และตนเอง ส่วนการจุดพลุปีนี้อาจไม่มี สำหรับที่สนามหลวงจะไม่มีกิจกรรมรื่นเริง แต่จะจัดสวดมนต์ถวายในหลวง รัชกาลที่ 9

ลงมือตัดเลื่อยไม้จันทน์ส่งช่างสิบหมู่

มีความคืบหน้าการเตรียมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า ได้ไปตรวจเยี่ยมการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอม ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 9 ต.หาดขาม เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์ทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ ร.11 พัน 3 รอ. บ้านรวมไทย ร่วมตัดเลื่อย แปรรูปไม้ คาดดำเนินการแล้วเสร็จประมาณ 10 วัน

นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร ประธานมูลนิธิช้างป่า..บ้านพ่อ ประธานเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรีกล่าวว่า เค่รือข่าย 13 องค์กรพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการตัดเลื่อยไม้และแปรรูปไม้จันทน์หอม หลังกำหนดขนาดและปริมาตรที่นำไปใช้สร้างพระโกศ นอกจากนั้น ยังมีประชาชนทั้งในและนอกอ.กุยบุรีนำอาหารน้ำดื่มนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในอุทยานฯกว่า 100 คน

แต่งบทร้อยกรองถวายอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์พันธ์ ได้ประพันธ์ร้อยกรอง “ไม้จันทน์หอมกุยบุรี งานพิธีของแผ่นดิน “ ถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชความว่า “เรไรหรีดร่ำร้อง กู่กึกก้องกลางภูผา เก้งกวางไอยรา สกุณาสานสำเนียง พฤกษ์ไพรสรรพสัตว์ ลมพานพัดประสานเสียง เทวาอารักษ์เคียง ต่างเปล่งเสียงอนุโมทนา ปวงเหล่าประชาราษฎร์ ก้มหมอบกราบรอบทิศา โหรพราหมณ์ภาวนา กลางผืนป่ากุยบุรี บวงสรวงไม้จันทน์หอม ถวายจอมปิ่นเกษี โบราณประเพณี งานพิธีอนธกาลถวายองค์ภูมินทร์ ใจรวยรินร่วมสืบสาน โกศกุดั่นจิตกาธาน สานตำนานกษัตริย์ไทย ร้อยใจร้อยเรียงจิต ล้านชีวิตโหยหวลไห้โหยหวลห่วงหทัย ถวายอาลัยองค์ราชันย์

ท้าวแสนปมปีติได้กราบพระบรมศพ

ที่สวนน้ำเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลธารน้ำ ทิพย์ พร้อมด้วยนายชิติ เจริญรัตนประภา อายุ 60 ปี หรือลุงชง ที่ป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม รวม 50 คน ออกเดินทางจากอ.เบตงเมื่อเวลา 05.30 น.วันนี้ เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพ ลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีนายดำรงค์ ดีสกูลสินธุ์ นายอำเภอเบตง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ คอยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทั้งนี้ นายชิติ หรือลุงชงกล่าวทั้งน้ำตาว่า ดีใจและปลื้มปิติที่เดินทางเข้าพระบรมมหาราชวังครั้งแรกในชีวิต และได้เข้ากราบพระบรมศพ และขอขอบคุณผู้ใจบุญทุกคนที่ไ ด้บริจาคเงินสิ่งของ และจัดหาบ้านให้อยู่ที่อ.เบต ง โดยไม่มีใครรังเกียจที่ตนป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม และการเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เสียใจมากที่สุดในชีวิต ที่จะได้เข้ากราบพระบรมศพ

1-2ธ.ค.นี้จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์-งดเข้ากราบพระบรมศพ แนะปชช.เข้าคิวช่วงบ่าย2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246455

1-2ธ.ค.นี้จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์-งดเข้ากราบพระบรมศพ แนะปชช.เข้าคิวช่วงบ่าย2

1-2ธ.ค.นี้จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์-งดเข้ากราบพระบรมศพ แนะปชช.เข้าคิวช่วงบ่าย2

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.15 น.

25 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงภายหลังการประชุมว่าได้มีการประเมินทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่รัฐบาลและหน่วยราชการต่างๆ ต้องปฏิบัติ โดยการอำนวยความสะดวกประชาชนพบว่า

จำนวนประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพในวันหยุดราชการและวันธรรมดามีจำนวนใกล้เคียงกัน แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนกลุ่มสุดท้ายที่เข้าสู่พระบรมมหาราชวังคือ เวลา 22.00 น. และออกจากพระบรมมหาราชวังคนสุดท้ายเวลา 24.00 น. ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมวงศานุวงศ์ที่ให้ประชาชนมีโอกาสได้เข้าถวายสักการะนานขึ้น

นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า จากสถิติของประชาชนที่มาเข้าคิวที่กอร.รส.ประเมินช่วงหลังเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป คิวจะสั้นกว่าตอนเช้ามืด จึงแนะนำคนที่อยู่ในพื้นที่กทม.และปริมณฑลหรือในจังหวัดที่ใช้ระยะเวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง ให้มาเข้าคิวในช่วงเวลา 14.00 น. จะทำให้ระยะเวลาในการรอคิวสั้นลง

อย่างไรก็ตาม ตามประกาศสำนักพระราชวัง ในวันที่1 -2 ธ.ค. จะงดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะ เนื่องจากจะมีการประกอบพระราชพิธีพระบรมศพครบ 50 วัน แต่ในวันดังกล่าวจะมีการจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้เข้าร่วมกิจกรรม

เลขานุการ ศตส. กล่าวว่า สำหรับการลงทะเบียนเข้าคิวผ่านทางระบบออนไลน์ ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้จัดทำระบบเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งจะนำมาใช้หลังจากงานพระราชพิธีพระบรมศพครบ 100 วันผ่านแล้ว ที่จะตรงกับวันที่ 21 ม.ค.60 แต่สิ่งสำคัญขณะนี้รัฐบาลต้องดำเนินการระบบคิวปกติเพื่อรองรับประชาชนที่มาถวายสักการะให้ดีที่สุดก่อน

ปรับเนื้อหาหลัง’ภาพพระราชทาน’ แจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246377

ปรับเนื้อหาหลัง'ภาพพระราชทาน' แจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธี

ปรับเนื้อหาหลัง’ภาพพระราชทาน’ แจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธี

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.04 น.

25 พ.ย.59 ในทุกวัน สำนักพระราชวังได้แจกภาพพระบรมโกศพระบรมศพ พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกร ที่เดินทางมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเก็บไปเป็นที่ระลึกนั้น

สำหรับภาพพระบรมโกศพระบรมศพที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนั้น สำนักพระราชวังได้ทำการปรับเปลี่ยนเนื้อหาด้านหลังภาพพระราชทานใหม่ เพื่อให้พสกนิกรได้รับทราบถึงงานพระราชพิธีที่กำลังจะถึง โดยแจ้งเป็นหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เนื้อหาระบุว่า วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 2559 เวลา 17.00 น.พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายพระจุลจอมเกล้า หรือสายสะพายมงกุฎไทย วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2559 เวลา 10.30 น.พระสงฆ์ 30 รูป สวดถวายพรพระ รับพระราชทานฉัน มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา ประเคนผ้าไตรพระ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา แต่งกายเครื่องแบบครึ่งยศ ไว้ทุกข์

ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) วันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2560 เวลา 17.00 น.พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูป สวดพระธรรมคาถา แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ วันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2560 เวลา 10.30 น.พระสงฆ์ 30 รูปสวดถวายพรพระ รับพระราชทานฉัน มีพระพิธีธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา ประเคนผ้าไตรพระ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา แต่งกายเครื่องแบบครึ่งยศ ไว้ทุกข์

เปลี่ยนเส้นทาง!สมาชิก’ราชสกุล’ เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246360

เปลี่ยนเส้นทาง!สมาชิก'ราชสกุล' เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ

เปลี่ยนเส้นทาง!สมาชิก’ราชสกุล’ เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.35 น.

25 พ.ย.59 จากกรณีที่มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นราชสกุล เข้ามาร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้น ล่าสุดในวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังถึงกรณีดังกล่าว และมาตรการในการตรวจคนเข้าร่วมในพระราชพิธี ว่าโดยปกติแล้วการเข้าฟังสวดพระอภิธรรมพระบรมศพนับตั้งแต่วันแรกของพระราชพิธี เมื่อสมาชิกราชสกุลมาถึงเจ้าหน้าที่จะเข้าไปอำนวยความสะดวก และให้ลงพระนาม ลงนาม ในสมุดรายชื่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะคัดแยกว่าเป็นชั้น ม.จ. , ม.ร.ว. , ม.ล.หรือสมาชิกราชสกุลใด ในทุกช่วงเวลาของพระราชพิธี เนื่องจากในแต่ละลำดับชั้นพระยศนั้นจะนั่งในพื้นที่ที่ต่างกัน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะขอตรวจเอกสารที่เป็นการยืนยันตัวบุคคลนั้น อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน หรือมีสมาชิกในราชสกุลให้การรับรองตัวบุคคลว่าเป็นสมาชิกในราชสกุลจริง ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะสอบถามไปยังสมาชิกราชสกุลที่มีในรายชื่อติดต่ออยู่แล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะมีการทำความเข้าใจกับสมาชิกราชสกุลก่อนอยู่แล้วว่า ที่ต้องเข้มงวดเพื่อเป็นการรักษาเกียรติแห่งราชสกุลนั้นๆ ซึ่งที่ผ่านมาราชสกุลต่างๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เผยอีกว่า การปฏิบัติงานดังกล่าวได้มีการขอความร่วมมือไปยังสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งมีรายชื่อของสมาชิกราชสกุลอยู่แล้ว แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีมาตรการเข้มงวดอยู่แล้ว ขณะนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางสำหรับสมาชิกราชสกุล ที่ก่อนหน้านี้สามารถเข้ามาสักการะทางประตูเทวาภิรมย์ ก็เปลี่ยนมาเป็นเข้าประตูวิมานเทเวศร์ ผ่านประตูสุวรรณบริบาลเท่านั้น แต่หากเป็นราชสกุลชั้น ม.จ.ที่มีพระชันษามาก จะสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาได้ ทั้งนี้ สมาชิกราชสกุลแต่ละสกุลก็จะรู้จักกันภายในอยู่แล้ว หากมีปัญหาก็จะช่วยประสานติดต่อได้ตลอด เมื่อเกิดปัญหาขึ้น สมาชิกราชสกุลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการให้ข้อมูลและประสานงาน

เช่นเดียวกับคณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ได้มีการจัดระเบียบใหม่ โดยให้ข้าราชการจัดแถวที่หน้าประตูสุวรรณบริบาล จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเช็ครายชื่อว่าตรงกับที่แจ้งมาก่อนหน้านี้หรือไม่ รวมถึงจำนวนต้องตรงกับที่สำนักพระราชวังแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อครบจึงจะเดินเข้าสู่กำแพงแก้วอย่างเป็นระเบียบ

ประชาชนไทยหลั่งไหล ทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246325

ประชาชนไทยหลั่งไหล ทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

ประชาชนไทยหลั่งไหล ทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 09.56 น.

25 พ.ย.59 เมื่อเวลา 07.00 น. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 43 ร.อ. ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 24 พ.ย.2559

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น.ทุกวัน ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 28 แล้วนั้น ในวันนี้ ตั้งแต่เวลา 04.45 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวิลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรก ตามด้วยเวลา 04.50 เป็นประชาชนทั่วไป

ที่เดินทางมาเข้าคิวรออย่างเนือแน่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเข้าเข้าสักการะถวายความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาต่อพสกนิการชาวไทยทุกคน

โดยนางมณีรัตน์ โอคุยาม่า อายุ 34 ปี เดินทางมาพร้อมกับน้องสาว น.ส.ดวงหทัย ภูมิภาค อายุ 27 ปี กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าด้วยความอาลัย ว่า ตนแต่งงานกับชาวญี่ปุ่นและเดินทางไปอยู่กับสามีที่ จ.มิเอะ ประเทศญี่ปุ่น และเนื่องจากอยากมากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งจึงได้เดินทางกลับประเทศไทยและเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ตามที่ตั้งใจไว้

“เพราะรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาก จึงเดินทางกลับมากราบสักการะท่านสักครั้ง เพราะพระองค์ท่านรักประชาชน ที่ผ่านมาเห็นท่านทางทีวี เห็นภาพพระองค์ท่านมาตั้งแต่เด็กไม่เคยได้มีโอกาสรับเสด็จฯ ไม่เคยได้ใกล้ชิดเลยแต่ก็ผูกพันในฐานะคนไทยธรรมดาคนหนึ่ง พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย พระราชดำรัสในโอกาสต่าง ๆของพระองค์สามารถนำมาใช้ได้ ท่านทรงเป็นแบบอย่างในทุกๆ เรื่อง สำหรับตนนั้นได้ยึดหลักความพอเพียง อดทน และความกตัญญู ก็อยากให้คนไทยทุกคนดำเนินตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 และรักสามัคคีกัน อะไรที่ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ให้ช่วยกันคิดช่วยกันทำ” นางมณีรัตน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 25 พ.ย สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ของเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 05.00-22.11 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 40,252 คน รวม 27วัน มี 870,312 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,970,888.25 บาท รวม 27วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 65,037,150.75 บาท

จนท.อุทยานฯเริ่มตัดไม้จันทน์หอม ส่ง’ช่างสิบหมู่’สร้าง’พระบรมโกศ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246324

จนท.อุทยานฯเริ่มตัดไม้จันทน์หอม ส่ง'ช่างสิบหมู่'สร้าง'พระบรมโกศ'

จนท.อุทยานฯเริ่มตัดไม้จันทน์หอม ส่ง’ช่างสิบหมู่’สร้าง’พระบรมโกศ’

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 09.52 น.

25 พ.ย.59 นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอม ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี   หมู่ 9 ต.หาดขาม เพื่อจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยาน ฯ เจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ ร.11 พัน 3 รอ. บ้านรวมไทย ร่วมกันตัดเลื่อยไม้ แปรรูปไม้ คาดว่า น่าจะดำเนินการแล้วเสร็จประมาณ 10 วัน โดยฝ่ายปกครองอำเภอกุยบุรีเป็นผู้ประสานงานเพื่อให้การตัดเลื่อยเสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้

นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร ประธานมูลนิธิช้างป่า…บ้านพ่อ ประธานเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี (POWER of Kuiburi) กล่าวว่า เครือข่ายจาก 13 องค์กรพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในการตัดเลื่อยไม้และแปรรูปไม้จันทน์หอม หลังจากมีการกำหนดขนาดและปริมาตรในการนำไปใช้สร้างพระโกศ นอกจากนั้น ยังมีผู้มีจิตศรัทธาใน อ.กุยบุรี และนอกพื้นที่ร่วมกันนำอาหารและน้ำดื่มจำนวนมาก เพื่อนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในอุทยานฯกว่า 100 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์พันธ์ ได้ประพันธ์ร้อยกรอง “ไม้จันทน์หอมกุยบุรี งานพิธีของแผ่นดิน” ถวายความอาลัยวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความว่า

เรไรหรีดร่ำร้อง กู่กึกก้องกลางภูผา
เก้งกวางไอยรา สกุณาสานสำเนียง

พฤกษ์ไพรสรรพสัตว์ ลมพานพัดประสานเสียง
เทวาอารักษ์เคียง ต่างเปล่งเสียงอนุโมทนา

ปวงเหล่าประชาราษฎร์ ก้มหมอบกราบรอบทิศา
โหรพราหมณ์ภาวนา กลางผืนป่ากุยบุรี

บวงสรวงไม้จันทน์หอม ถวายจอมปิ่นเกษี
โบราณประเพณี งานพิธีอนธกาล

ถวายองค์ภูมินทร์ ใจรวยรินร่วมสืบสาน
โกศกุดั่นจิตกาธาน สานตำนานกษัตริย์ไทย

ร้อยใจร้อยเรียงจิต ล้านชีวิตโหยหวลไห้
โหยหวลห่วงหทัย ถวายอาลัยองค์ราชันย์

ครู-นร.ราชบุรีแปลอักษร๙กลางใจ สื่อความหมายอาลัยพ่อหลวง (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246317

ครู-นร.ราชบุรีแปลอักษร๙กลางใจ สื่อความหมายอาลัยพ่อหลวง (ประมวลภาพ)

ครู-นร.ราชบุรีแปลอักษร๙กลางใจ สื่อความหมายอาลัยพ่อหลวง (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 08.09 น.

ครูและนักเรียนราชบุรีกว่า 3 พันคนร่วมแปลอักษรเลข 9 ไทยกลางหัวใจขนาดใหญ่ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ที่บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนวัดเขาวัง(แสง ช่วงสุวนิช) เขตเทศบาลเมืองราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ครูและนักเรียน รวมไปถึงบุคลากรของโรงเรียน ต่างสวมชุดขาวและชุดดำปกติไว้ทุกข์ รวมพลังร้อยดวงใจกว่า 3,000 คน แปลอักษรเป็นรูปเลข 9 ไทย อยู่ใจกลางรูปหัวใจสีขาวขนาดใหญ่ เพื่อร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความดีแสดงออกถึงความจงรักภักดีและและร่วมถวายอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 โดยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2514 เวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดเขาวัง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

โดยเวลา 09.19 น. ดร.รังสรรค์ อ้วนวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 นำคณะผู้บริหาร ครู บุคลการ และนักเรียนจำนวนกว่า 3,000 คน ถวายความอาลัยด้วยการหมอบกราบถวายบังคม หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และนำกล่าวคำถวายความอาลัย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้น ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีกันอย่างกึกก้องไปทั่วบริเวณ และภายหลังสิ้นสุดเพลงสรรเสริญพระบารมี ครูและนักเรียนได้ยืนสงบนิ่งทำสมาธิเป็นเวลา 89 วินาทีเพื่อแสดงความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า หลายคนถึงกับกลั้นน้ำตาแห่งความอาลัยไว้ไม่อยู่

จากนั้น ทั้งหมดได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและแสดงความอาลัยด้วยการแปรขบวนเป็นรูปเลข 9 ไทย อยู่ตรงกลางรูปหัวใจสีขาวขนาดใหญ่ และมีอักษรย่อ ข.ว. ซึ่งเป็นอักษรย่อของโรงเรียน

ตั้งกก.กลั่นกรองกิจกรรม จัดถวายอาลัย กอร.รส.จัดระเบียบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246315

ตั้งกก.กลั่นกรองกิจกรรม  จัดถวายอาลัย  กอร.รส.จัดระเบียบใหม่

ตั้งกก.กลั่นกรองกิจกรรม จัดถวายอาลัย กอร.รส.จัดระเบียบใหม่

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตั้งกก.กลั่นกรองกิจกรรม

จัดถวายอาลัย

กอร.รส.จัดระเบียบใหม่

รอบพื้นที่‘สนามหลวง’

จับสาวแสบอ้างราชนิกูล

รีดเงินกราบพระบรมศพ

ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 42

บำเพ็ญพระกุศลช่วงเช้า

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 24 พฤศจิกายน ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารและวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 23 พฤศจิกายน

เวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

คนชราบ้านบางแคกราบพระบรมศพ

ขณะที่ประชาชนจากทั่วสารทิศยังคงทยอยเดินทางมาเข้าแถวกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบสักการะตั้งแต่เวลา 05.00 น. ในจำนวนนี้กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พาผู้สูงอายุและผู้พิการด้านต่างๆจากบ้านบางแครวม 70 คนมากราบพระบรมศพ โดยมีแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ดารานักแสดงชื่อดัง ร่วมเป็นจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุ ในโครงการ Five for All เพื่อคนพิการ

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนว่า มีจำนวน 41,942 คน รวม 26 วันมี 830,060 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,437,907.25 บาท รวม 26 วัน เป็นเงิน 61,066,262.50 บาท

พบแล้ว1 ใน 9บุคคลวธ. ตามหา

ความคืบหน้ากรณีกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดให้ประชาชนร่วมกันคัดเลือกภาพแห่งความจงรักภักดี 9 ภาพ และตามหาบุคคลที่อยู่ในภาพ 11 คน มาบอกเล่าความรู้สึกและบันทึกเป็นจดหมายเหตุ เก็บในหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้น ปรากฏว่า วันเดียวกันนี้ วธ. ได้ติดตามบุคคลในภาพพบแล้ว 1 ใน 11 คนคือ น.ส.ดลนภา กลัดบุบผา อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นหญิงสาวในภาพที่ 9 โดย น.ส.ดลนภา ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เป็นเกียรติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูลสูงสุดที่ภาพของครูแหมวได้รับเลือกจากประชาชน เพื่อบันทึกไว้ในจดหมายเหตุ ขอขอบคุณทุกท่านที่ชื่นชมในความจงรักภักดีที่ครูแหมวมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ”

ตั้งกก.กลั่นกรองกิจกรรมถวายอาลัย

ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยลังประชุมคณะกรรมการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)ว่า พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้อำนวยการ กอร.รส มีคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการขออนุญาตจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัยถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้นในการพิจารณาคือ กิจกรรมนั้นต้องไม่กระทบหรือขัดขวางการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาเข้าแถวกราบสักการะพระบรมศพ ต้องส่งรูปแบบการจัดกิจกรรมทั้งหมดให้คณะอนุกรรมการพิจารณาก่อน 30 วัน ส่งหนังสือได้ที่กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร (ฝ่ายประชาสัมพันธ์) ที่สนามหลวง และกองการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เลขที่ 17/1 ถ.พระอาทิตย์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-225 7612-4 โทรสาร 02-224 0121

รวบสาวแอบอ้าง“หญิงแม้น”

ความคืบหน้ากรณีพล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล พร้อมม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์ชูโต เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวนสน.พระราชวัง หลังพบบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อคืนวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น.ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.พระราชวังนำตัวน.ส.อโนทยาพัฒน์ สิทธีรผล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/4 แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตจรัญสนิทวงศ์ กทม.มาสอบปากคำเพิ่มเติม และรอพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.มาสอบปากคำด้วยตนเอง

ตบทรัพย์เหยื่อ17รายสูญนับแสน

หลังสอบปากคำ พล.ต.ท.ศานิตย์ ร่วมกับพล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 แถลงจับกุมน.ส.อโนทยาพัฒน์ โดยระบุว่า สอบสวน น.ส.อโนทยาพัฒน์รับว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง ทำมา 3 ครั้ง วันที่ 27 ตุลาคม 22 พฤศจิกายนและ23 พฤศจิกายน มีผู้เสียหาย 17 ราย มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ครั้งแรกเริ่มจากการแอบเดินตามสมาชิกในราชสกุลเข้าไปภายใน โดยเจ้าหน้าที่ไม่ทันสังเกต และเห็นช่องทางก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อนแล้ว จึงง่ายในการพูดให้หลงเชื่อ

ทั้งนี้ น.ส.อโนทยาพัฒน์กล่าวยอมรับผิด ยืนยันว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว ส่วนตัวมีอาชีพขายของออนไลน์ ส่วนเงินที่ได้จากผู้เสียหาย 100,000 บาท ยังไม่ได้นำไปใช้จ่ายแต่อย่างใด

ส่วนหนึ่งในผู้เสียหายเผยว่า เป็นผู้เสียหายกลุ่มที่ 3 ที่กำลังจะได้เข้าสักการะบรมศพวันที่ 23พฤศจิกายน แต่เกิดเหตุวันที่22พฤศจิกายนขึ้นก่อน ตนและผู้ต้องหาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชั้นประถม ผู้ต้องหาบอกว่าสามารถพาเข้าไปได้ จึงหลงเชื่อ เพราะผู้ต้องหาเคยระบุว่ามีอาเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ พร้อมทั้งนำภาพถ่ายที่เดินจูงมือกับหลานหม่อมเจ้าท่านหนึ่งมาให้ดู รวมทั้งเคยเล่ารายละเอียดงานพระราชพิธีได้อย่างละเอียด พวกตนจึงหลงเชื่อ จ่ายเงินไป 47,500 บาท เพื่อที่ครอบครัวของตน 12 คนจะได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวังเป็นค่ารถ 5,500 บาท ค่าจองเหรียญที่ระลึก 12 ชุดๆละ 3,500 บาท รวม 42,000 บาท

ขยายผลจับแก๊งอ้างราชนิกุล

ด้านพล.ต.ต.ทรงพลกล่าวว่า เบื้องต้นต้องรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้ต้องหาและพยาน เพื่อขยายผลว่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินคดีทันที

รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจสืบสวนจนทราบว่าว่าน.ส.พัชรวดี สิริกาญจนรัชต์ หลานสาวนางพาเพลิน อยู่อ้น ที่ตกเป็นผู้เสียหาย ได้ติดต่อไปหาน.ส.อโนทยาพัฒน์ เพราะเพื่อนบอกว่าสามารถพาเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพได้โดยไม่ต้องรอคิวนาน เมื่อติดต่อไป น.ส.อโนทยาพัฒน์ ระบุว่าต้องเสียค่ารถ 5,500บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินให้ จากนั้นนัดพบกัน และสั่งจองเหรียญที่ระลึกงานพระราชพิธีพระบรมศพได้ชุดละ 3,500 บาท 15 ชุด เป็นเงิน 52,500 บาท กระทั่งวันที่ 22พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. น.ส.อโนทยาพัฒน์ โดยสารรถตู้ทะเบียน ฮท 8746 กทม.มารับกลุ่มผู้เสียหายที่บ้านพัก เมื่อไปถึงพระบรมมหาราชวังได้พาไปยังเต๊นท์ที่ระบุว่า เฉพาะสมาชิกราชสกุล

จากนั้นน.ส.อโนทยาพัฒน์ ติดต่อกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ก่อนลงชื่อลำดับที่ 2 ใช้ชื่อว่า “น.ส.แม้นนฤมาส ยุคล” พร้อมเบอร์โทรศัพท์ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบมายังกลุ่มผู้เสียหายพบว่าไม่มีใครเป็นสมาชิกราชสกุล จึงถูกเชิญตัวออกจากเต๊นท์ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจกลับบ้าน โดยต้องสูญเสียเงิน 58,000 บาท กระทั่งเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ผู้เสียหายเห็นสื่อลงข่าวว่า ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ตัวจริง มาลงบันทึกประจำวัน จึงตัดสินใจเข้าพบตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลและแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อโนทยาพัฒน์

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากการตรวจสอบยังพบอีกว่ามีกลุ่มคนที่ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ประมาณ 8 ราย และพบว่ายังมีกลุ่มข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แอบอ้างเป็นราชนิกุล เพื่อให้มีสิทธิพิเศษในการแทรกคิวบุคคลอื่นที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพเช่นกัน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ

รำถวายอาลัยหน้าวังไกลกังวล

อีกด้านหนึ่งหลายจังหวัดทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมแสดงความอาลัย ร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง โดยนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแถลงข่าวจัดกิจกรรม “รำถวายความอาลัย หน้าบ้านพ่อ” ในวันที่ 5 ธันวาคม หน้าวังไกลกังวล เพื่อแสดงความอาลัย และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งการรำดังกล่าวมีสุภาพสตรี 500 คน แต่งกายด้วยชุดไทยจิตรลดาแขนยาวคลุมข้อมือและใช้เพลงทูลกระหม่อมแก้ว ประกอบท่ารำเทียนโดยกำหนดพิธีบวงสรวงและซ้อมรำเทียน ในวันที่ 28 พฤศจิกายน

ชุมชนเชียงรายตั้งโรงทาน

 

ที่จ.เชียงราย ในชุมชนสันป่าหนาด เทศบาลนครเชียงราย ชาวบ้านร่วมกันจัดเลี้ยงอาหารฟรีให้ประชาชนทั่วไป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติพักตามเกสเฮ้าส์ รีสอร์ทร้านอาหาร โรงแรมจำนวนมาก เมื่อสอบถามและได้ข้อมูลต่างชื่นชมแสดงความประทับใจกับกิจกรรมดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง

เผยวันครูปี’60 ยึดวัฒนธรรม งดรื่นเริง ตามรอยพระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์ของครู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246213

x

เผยวันครูปี’60 ยึดวัฒนธรรม งดรื่นเริง ตามรอยพระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์ของครู

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์งานวันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ.2560 เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ. 2560 ซึ่งมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันครู โดยมีแก่นสาระการจัดงานคือ “พระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์ของครู” และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับผิดชอบและดำเนินการจัดกิจกรรมวันครู พ.ศ.2560 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัด เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์ของครู” ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติครูและพัฒนาวิชาชีพครู ส่งเสริมความสามัคคีและความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษากับประชาชนในการพัฒนาการศึกษาของชาติและสังคม รวมทั้ง ธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

รศ.ดร.สุขุมกล่าวต่ออีกว่า สำหรับกิจกรรมหลักในงานวันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ.2560ประกอบด้วย พิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิธีทำบุญตักบาตร พิธีการทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบูรพาจารย์ ของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ล่วงลับพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ซึ่งปีนี้มีการแต่งฉันท์พิเศษ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิธีกล่าวคำปฏิญาณ พิธีคารวะครูอาวุโสโดยนายกรัฐมนตรีคารวะครูของท่าน พิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “พระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์ของครู” และนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตลอดจนการจัดประกวดข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายในการจัดกิจกรรมวันครูโดยให้สถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ.2560 พร้อมกันทั่วประเทศระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2560 ด้วยการรณรงค์ให้ครู นักเรียน ครูภูมิปัญญาและชุมชนร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์หรือ กิจกรรมจิตอาสา เช่น การทำความสะอาดสถานศึกษาหรือชุมชน การเก็บขยะในชุมชน การปลูกป่า การบริจาคโลหิต เป็นต้น เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบและความเสียสละของครูที่มีต่อสังคม ทั้งนี้ ให้งดจัดกิจกรรมรื่นเริง ให้ทุกสถานศึกษามีคำขวัญวันครูประจำสถานศึกษาตลอดปี 2560 ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา การจัดกิจกรรมครูเยี่ยมบ้านเด็ก การเยี่ยมเยือนครูในสัปดาห์วันครูเพื่อเป็นการแสดงถึงความรัก ความห่วงใยระหว่างศิษย์และครู รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างครูและผู้ปกครอง