อาจารย์ ม.เกษตรฯร่วมทีมวิจัยแอนตาร์กติกา นักวิจัยกลุ่มแรกที่ร่วมงานกับญี่ปุ่นในการสำรวจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246639

x

อาจารย์ ม.เกษตรฯร่วมทีมวิจัยแอนตาร์กติกา นักวิจัยกลุ่มแรกที่ร่วมงานกับญี่ปุ่นในการสำรวจ

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศ.ดร.สุภา หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงการคัดเลือก นักธรณีวิทยา ไปร่วมทีมสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาภายใต้โครงการวิจัยขั้วโลกตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า มหาวิทยาลัยได้ให้ ดร.ประหยัด นันทศีล ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นตัวแทนให้เข้าร่วมคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาของประเทศญี่ปุ่น หรือ Japanese Antarctic Research Expedition 58 (JARE 58) เพื่อร่วมสำรวจธรณีวิทยาบริเวณอ่าว Lützow-Holm Bay และ Amundsen Bay ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ถึง 22 มีนาคม 2560 โดยมีทีมนักวิจัยภายใต้โครงการวิจัยขั้วโลกตามพระราชดำริซึ่งเป็นนักธรณีวิทยา รวมทั้งสิ้นจำนวน 3 คน สำหรับการเดินทางไปร่วมวิจัยที่แอนตาร์กติกา ในครั้งนี้ นับได้ว่า ดร.ประหยัด นันทศีล เป็นหนึ่งในนักธรณีวิทยากลุ่มแรกของไทย ที่เดินทางไปวิจัยที่แอนตาร์กติกา เพื่อศึกษาความหลากหลายของหินแปรชนิดต่างๆ ที่ปรากฏในพื้นที่บริเวณ Lüzow-Holm Bay และ Amundsen Bay ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของแอนตาร์กติกาและครอบคลุมอาณาบริเวณหลายล้านตารางกิโลเมตร เพื่อให้ทราบวิวัฒนาการของหินเหล่านั้น

ดร.ประหยัด นันทศีล ปัจจุบันอายุ 39 ปี ทำงานอยู่ที่ ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร เรียนจบปริญญาตรี และ ปริญญาโท ธรณีวิทยา จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำวิทยานิพนธ์ เรื่อง ศิลาวรรณาและธรณีเคมีของหินอัคนีแทรกซอน บริเวณบ้านโพธิ์สวรรค์ อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ และ ใน ปี พ.ศ. 2556 ได้รับปริญญาเอก (Dr.rer.nat.) ด้าน Mineralogy and Petrology, Institute of Earth Science, University of Graz, Austria หัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่อง Metamorphic Evolution of the Thabsila Metamorphic Complex and the Sri Sawat Contact Aureole, Kanchanaburi Province, western Thailand

AIT เปิดขอรับทุนรัฐบาลไร้ข้อผูกพัน ภาครัฐมองถึงการพัฒนาผู้บริหารมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246637

x

AIT เปิดขอรับทุนรัฐบาลไร้ข้อผูกพัน ภาครัฐมองถึงการพัฒนาผู้บริหารมืออาชีพ

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) ซึ่งเป็นสถาบันบัณฑิตศึกษานานาชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เปิดรับสมัครนักศึกษาไทย ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่สถาบันฯ กำหนด เพื่อขอรับทุนอุดหนุนการศึกษาของรัฐบาลไทย (RTG FELLOWSHIP) เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอก โดยไม่มีข้อผูกพันกับรัฐบาลในทุกหลักสูตรของสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรและการพัฒนา และสำนักวิชาวิทยาการการจัดการเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และผู้บริหารมืออาชีพให้มีความพร้อมทั้งในด้านวิชาการและการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับนักวิชาชีพเดียวกันจากประเทศอื่นๆ และเป็นกำลังขับเคลื่อนที่ สำคัญของประเทศไทยในสังคมที่ไร้พรมแดนของโลกต่อไปในอนาคต หมดเขตรับสมัครขอทุนภายในวันที่ 21 ธันวาคม 2559 ผู้สนใจติดต่อทางเว็บไซต์ http://www.ait.ac.th/AIT/admissions/

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ‘มมส’เดินหน้าประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246640

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ‘มมส’เดินหน้าประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ‘มมส’เดินหน้าประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์  ฤทธิเดชอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เปิดเผยถึงโครงการประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงตรากตรําพระวรกาย เพื่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า พระราชทานความช่วยเหลือ บําบัดทุกข์ บํารุงสุขแก่ราษฎร ด้วยพระอัจฉริยภาพล้ำลึก เปี่ยมด้วยพระปรีชาญาณ ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยทรงค้นคว้า วิจัย และพัฒนาโครงการพระราชดําริต่างๆผสมผสานหลักวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจนสัมฤทธิผลในทางปฏิบัติ อาทิ โครงการฝนหลวงโครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการแก้มลิงและโครงการเศรษฐกิจพอเพียง นํามาซึ่งการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ ให้มีความสุขและสันติสุขซึ่งชาวมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะเจริญตามรอยพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน ที่จะรักษาเอกราช อธิปไตยความสมบูรณ์พูนสุข และความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ตลอดจนปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสที่พระองค์เคยพระราชทานไว้ ซึ่งในการจัดโครงการเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในครั้งนี้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจาก ปักดำวันแม่เก็บเกี่ยววันพ่อ ซึ่งได้ดำเนินการปักดำแล้วในวันแม่ ช่วงนี้ก็ย่างเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวชาวนา ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยว เพื่อสืบทอดประเพณีอีสาน โดยได้บอกกล่าวขอแรงจากบุคลากร นิสิต ชาวมหาวิทยาลัยมหาสารคามให้มาช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวที่ปักดำไว้บนพื้นที่ 5 ไร่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ วัฒนธรรม และสืบสานประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษให้คงอยู่ตลอดไป

ยอดผู้กราบสักการะพระบรมศพทำสถิติสูงสุด ระดมทุกสรรพกำลังดูแลปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246586

ยอดผู้กราบสักการะพระบรมศพทำสถิติสูงสุด ระดมทุกสรรพกำลังดูแลปชช.

ยอดผู้กราบสักการะพระบรมศพทำสถิติสูงสุด ระดมทุกสรรพกำลังดูแลปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.12 น.

27 พ.ย.59 พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยว่า วานนี้ (26 พ.ย.59) สำนักพระราชวังแจ้งว่า มีประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นจำนวนถึง 45,259 คน ซึ่งถือเป็นสถิติต่อวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ อีกทั้งประชาชนที่เข้ามาในสนามหลวงมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 144,073 คน ทำให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต้องทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

อย่างไรก็ตาม เมื่อประชาชนมาพร้อมกันเป็นจำนวนมากเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพย่อมทำให้เกิดการรอคิวที่นานกว่าปกติ  ดังนั้น หากเป็นไปได้จึงขอให้ประชาชนทยอยกันมาในวันธรรมดาโดยเฉพาะช่วงเวลาบ่ายเพื่อจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน  นอกจากนี้  หลังพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) หรือหลัง 20 ม.ค.60 พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจะลดลงจากวันละ 4 รอบ เหลือวันละ 2 รอบ ซึ่งจะทำให้มีเวลาในแต่วันเพิ่มขึ้นสำหรับการเข้าไปกราบสักการะพระบรมศพ

ด้าน นางสาวตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของ กทม. กล่าวว่า กองอำนวยการร่วมฯ ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์นี้ น่าจะมีประชาชนมามากกว่าปกติ จึงมีการเตรียมความพร้อมไว้หลายด้าน เช่น การเพิ่มเต็นท์สำหรับให้ประชาชนพักคอยบริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือจาก 4 เต็นท์ เป็น 8 เต็นท์ พร้อมทั้งติดตั้งพัดลม เพิ่มจุดบริการน้ำดื่ม และติดตั้งจอ LED เพื่อเปิดสารคดีเฉลิมพระเกียรติสลับกับบรรยากาศพระพิธีธรรมภายในพระบรมมหาราชวังให้ประชาชนได้รับชมระหว่างรอคอย จัดอาสาสมัครเดินแจกอาหารและน้ำดื่มเป็นระยะ และหากประชาชนประสงค์จะเข้าห้องน้ำหรือต้องทำธุระอื่นใดที่ต้องออกนอกคิวชั่วคราวก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่บริเวณหัวแถวคิวของตนเพื่อรับบัตรอนุญาตออกจากจุดรอคิว เมื่อทำธุระเสร็จแล้วให้นำบัตรดังกล่าวมาคืนเจ้าหน้าที่ท่านเดิมเพื่อกลับเข้าคิวเดิม และจากสถิติของประชาชนเมื่อวานนี้ที่สูงเป็นพิเศษ ดังนั้นในช่วงค่ำ กทม.จึงได้ตั้งเต็นท์ให้ประชาขนพักรอบริเวณด้านหน้าวัดมาธาตุเพิ่มเติมอีก เพื่อรองรับประชาชนในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมากเช่นกัน

จิตอาสานักเรียนนายร้อย 4 เหล่า 9 สถาบัน ร่วมบริการประชาชน ณ สนามหลวงรองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์จะมีประชาชนเดินทางมาสนามหลวงเป็นจำนวนมากกว่าวันธรรมดา ทำให้ในช่วงสุดสัปดาห์เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจึงต้องปฏิบัติหน้าที่หนักเป็นพิเศษ และในจำนวนนี้ก็ยังมีจิตอาสาคนรุ่นใหม่จากกองทัพ คือนักเรียนนายร้อย 4 เหล่า 9 สถาบัน จำนวน 180 นาย ที่มาร่วมให้บริการพี่น้องประชาชนในทุกวันเสาร์และอาทิตย์รวมอยู่ด้วย โดยมาช่วยแจกน้ำ อาหาร ยาดม เก็บขยะ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลรวมทั้งให้ความช่วยเหลือต่างๆ แก่ผู้ที่มาท้องสนามหลวง ทั้งนี้ กอร.รส.ต้องขอขอบขอบคุณน้ำใจของจิตอาสาทุกท่านที่สละเวลา กำลังกายและกำลังใจมาร่วมกันสร้างกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับจิตอาสานักเรียนนายร้อย 4 เหล่า 9 สถาบัน ที่ร่วมลงพื้นที่บริการประชาชนในวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ประกอบด้วย
1. นักเรียนนายร้อย จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
2. นักเรียนนายเรือ จากโรงเรียนนายเรือ
3. นักเรียนนายเรืออากาศ จากโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
4. นักเรียนนายร้อยตำรวจ จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
5. นักเรียนแพทย์ทหาร จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
6. นักเรียนพยาบาลกองทัพบก จาก วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก (วพบ.)
7. นักเรียนพยาบาลกองทัพเรือ (นพร.) จากวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ (วพร.)
8. นักเรียนพยาบาลทหารอากาศ จากวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ
9. นักศึกษาพยาบาลตำรวจ จากวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ

เผยยอด28วันถวายสักการะ ทะลุ9แสนคน เงินบำเพ็ญพระราชกุศล69ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246561

เผยยอด28วันถวายสักการะ  ทะลุ9แสนคน  เงินบำเพ็ญพระราชกุศล69ล.

เผยยอด28วันถวายสักการะ ทะลุ9แสนคน เงินบำเพ็ญพระราชกุศล69ล.

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เผยยอด28วันถวายสักการะ

ทะลุ9แสนคน

เงินบำเพ็ญพระราชกุศล69ล.

บุรีรัมย์เห่เรือแสดงความอาลัย

นักดำน้ำทั่วปท.นัดแปรอักษร

กุยบุรีเตรียมแห่ไม้จันทน์หอม

ตกแต่งสวยงามนำเข้ากรุงเทพ

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 26 พฤศจิกายน ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 44 ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ หลังจากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559

เปิดให้ปชช.เข้าตั้งแต่04.40น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวัน ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 29  นั้น แต่เนื่องจากในวันนี้มีประชาชนมารอเข้าคิวเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจึงได้เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรกในเวลา 04.40 น. ตามด้วยเวลา 04.45 น. เป็นประชาชนทั่วไป

เผย28วันถวายสักการะ9แสนคน

ขณะเดียวกัน  สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัว ตั้งแต่เวลา 04.40 21.00น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายน ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 38,896 คน รวม 28 วัน มี จำนวน 909,208 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน จำนวน 4,039,684 บาท รวม 28 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 69,076,834.75 บาท

ครอบครัวพอเพียงกราบสักการะ

เมื่อเวลา 08.20 น.  นักเรียนในโครงการมูลนิธิครอบครัวพอเพียง จำนวน 999 คน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้ากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยเหล่านักเรียนต่างเดินเท้า ผูกข้อมือกันเดินเข้าประตูวิเศษไชยศรี แล้วเข้ามาภายในบริเวณสนามหญ้า เพื่อกราบสักการะ หลังจากนั้นได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมจิตอาสาที่ท้องสนามหลวง

ด้าน น.ส.กานต์ชนิดา จิตวิเวก อายุ 17 ปี และ น.ส.ภัทราวดี จุลศรี อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ร.ร.วัดราชาธิวาส ร่วมกันกล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้มากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์ฯ เพื่อแสดงความรักต่อพระองค์ท่าน ปกติเราทั้งคู่ก็เป็นอาสาสมัครที่ร่วมเป็นจิตอาสาในมูลนิธิฯ ซึ่งสอนให้เราได้รู้หลักเศรษฐกิจพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ด้วยความรู้คู่กับคุณธรรม

ขณะที่ นายธีรินทร์ กันผึ้ง อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา อดีตแกนนำรุ่นที่ 3 ในโครงการฯ กล่าวว่า เป็นความภูมิใจที่ได้มาแสดงความรักร่วมกับแกนนำรุ่นอื่นๆ และพี่ๆน้องๆในโครงการ เพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของเราทุกคน เป็นความตื่นเต้นที่ผสมกับความใจหายที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

มาเพราะรักพระองค์ท่าน

ด้าน นางสำรวย คงทน อายุ 60 ปี ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ตนพึ่งผ่าตัดสะโพกมาได้ 4 เดือน อยากมากราบสักการะพระบรมศพ จึงให้ลูกสาวขับรถพามา ยังเจ็บแผลบ้างแต่พอนึกถึงพระองค์ท่าน ทำให้เรากำลังใจอดทน พอได้กราบแล้วก็มีความสุขดีใจที่ได้มากราบ ลืมความเจ็บปวด ที่อยากมาก็เพราะรักพระองค์ท่าน รู้สึกผูกพันเพราะเกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านแล้ว

ขอเป็นคนดีของสังคม

นางธัญธรัตน์ ช่วยธนกูลชัย อายุ 39 ปี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า วันนี้พาแม่และญาติๆ มากราบสักการะ โดยออกจากบ้าน 4 ทุ่ม มาถึงตี 1 เข้าคิวตี 3 ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพประมาณ 06.30 น. ไม่รู้สึกลำบาก เราโชคดีที่ได้เกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 ก็จะพยายามเป็นลูกที่ดี เป็นคนดีของสังคม อะไรที่เล็กๆ น้อยถ้าช่วยได้ก็จะทำ พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการปิดทองหลังพระ ท่านไม่ประกาศว่าทำอะไร

พระบรมฯพระราชทานอาหาร

ขณะที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวมันไก่ 1,500 จาน กาแฟสด-แซนด์วิช 2,000 ชุด ลองกอง 3,000 ชุด นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน 11.00 น. ก๋วยเตี๋ยวเรือ 6,000 ชาม ไอศกรีมกะทิ 7 ลัง ขนมตาล 1,000 ชิ้น มื้อบ่าย 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปาหมูแดง-หมูสับ 1,000 ลูก เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง มื้อเย็น 18.00 น. ข้าวปีกไก่พะโล้ 3,000 จาน และมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการตลอดทั้งวัน

เตรียมพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอม

วันเดียวกัน นายธีระ เต็มองค์กล้า นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานห้วยน้ำซับ  อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ในฐานะกรรมการควบคุมการแปรรูปไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ 2592/2559 เปิดเผยว่า การตัดเลื่อยไม้จันทน์หอม เพื่อจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีเจ้าหน้าที่จากสำนักช่างสิบหมู่กำกับดูแลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการตัดเลื่อยไม้จันทน์หอมขนาดยาว 1.5 เมตร หน้ากว้าง 8 นิ้ว ความหนา 8 มิลลิเมตร ตามจำนวนที่สำนักช่างสิบหมู่กำหนด

ด้าน นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี กล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมจากอุทยานฯ ช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ จะมีการจัดขบวนรถบรรทุกที่ตกแต่งอย่างสวยงามจำนวน 4 คัน โดยมีการจัดขบวนการอุทยานฯ ถึงหน้าที่ว่าการอำเภอกุยบุรีเพื่อประกอบพิธีส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่ พร้อมแห่ไปรอบเมืองกุยบุรีให้ประชาชนร่วมถวายความอาลัย คาดว่าจะมีชาวบ้านมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

บุรีรัมย์จัดพิธีเห่เรือแสดงความอาลัย

สำหรับบรรยากาศการจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผวจ.บุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงาน “พิธีเห่เรือน้อมเกล้า ปวงข้าพระพุทธเจ้าน้อมแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ธ สถิตในดวงใจชาวไทยทั่วหล้า” ณ ลำน้ำมูล อ.สตึก โดยมีทีมเรือยาว เรือท้องถิ่น เรือพื้นบ้าน และทีมเรือจาก จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เข้าร่วม 300 ลำ นำโดยเรือ “พญามุจรินทนาคราช” เทพแห่งบาดาลและสายน้ำ ร่วมพิธีเห่เรือน้อมเกล้าแสดงความอาลัย ณ ลำน้ำมูล อย่างพร้อมเพรียง พร้อมกันนี้ ยังมีช้าง 40 เชือกที่แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นช้างขุนศึก ร่วมเดินอยู่ริมฝั่งลำน้ำมูลควบคู่ไปกับขบวนเห่เรือด้วย ท่ามกลางพสกนิกรกว่า 20,000 คน ที่ยืนจุดเทียนริมสองฝั่งลำน้ำมูล และประสานเสียงขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้อง

ชาวนาทวีปั่น1พันกม.ไปสนามหลวง

ส่วนในวันที่ 26 พฤศจิกายน ประชาชนใน อ.นาทวี จ.สงขลา ร่วมกันปั่นจักรยานเสือภูเขา จำนวน 89 คัน ในโครงการ”พสกนิกรชาวนาทวีปั่นจักรยานร่วมไว้อาลัย พ่อหลวง ในดวงใจ” โดยออกเดินทางจากหน้าที่ว่าการ อ.นาทวีไปยังสนามหลวง กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม รวมระยะทางกว่า 1,000 กม. เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จิตอาสามหาสารคามตัดผมฟรี

ที่บริเวณลานข้างอาคารผู้ป่วยนอก รพ.มหาสารคาม ชมรมช่างตัดผมเสริมสวย จากร้านตัดผมเสริมสวยต่างๆ ภายในจังหวัดมหาสารคาม จำนวนกว่า 40 คน รวมทีมจัดตั้งกลุ่มช่างตัดผมจิตอาสา บริการตัดผมฟรีโดยไม่คิดมูลค่าใด แก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ตลอดจนประชาชนที่เดินทางมารับบริการสุขภาพ ที่ รพ.มหาสารคาม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นักประดาน้ำทั่วปท.จัดแปรอักษร

ด้าน นายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7 จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันที่ 4 ธันวาคม เวลา 13.00 น.และเวลา 19.00 น. ทางชมรมฯ จะจัดกิจกรรมแปรอักษร เลข ๙ เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณสระว่ายน้ำภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยใช้นักประดาน้ำจากทั่วประเทศ จำนวน 59 คน ส่องไฟฉายแปรอักษรเป็นเลข ๙ ขึ้นมาเหนือน้ำ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศ

สธ.ให้บริการรักษาแล้ว9แสนราย

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และสาธารณสุขสรุปผลการปฏิบัติการหน่วยบริการทางการแพทย์ เพื่อดูแลประชาชนที่เดินทางมาเคารพพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม-25 พฤศจิกายน มีผู้รับบริการรวม 905,661 คน หรือเฉลี่ยวันละ 16,000 คน แบ่งเป็นด้านร่างกาย 854,414 คน ด้านจิตใจ 4,373 คน ส่วนใหญ่เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ไข้ เจ็บคอ ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดหลังปวดขา แพ้ ผื่นคัน อ่อนเพลีย ส่วนผู้รับการประเมินปัญหาสุขภาพจิต 35 คน มีปฏิกิริยาโศกเศร้า ซึมเศร้า และเครียด

แต่งเพลงถวายความอาลัย

นายสุทธิพงษ์ เจริญสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่7 ต.สาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รวมตัวกับกลุ่มเพื่อนร่วมกันแต่งเพลงและเขียนทำนองในชื่อเพลงตามรอยพ่อ นำมาขับร้องเพื่อเป็นการถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทมเด็จพระปริมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน พร้อมเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนในทุกพื้นที่แม้จะเป็นพื้นที่ห่าไกลและลำบากมากแค่ไหนพระองค์ท่านก็เสด็จไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราช70ปี

โดยผู้ใหญ่สุทธิพงษ์ บอกอีกว่ากลุ่มผู้ใหญ่บ้านในอำเภอพัฒนาจึงได้รวมตัวกันแต่งเพลง ตามรอยพ่อ นำมาขับร้องให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเด็กๆในรุ่นหลัง ได้ฟังและได้รับรู้ว่าพ่อเหนื่อยแค่ไหนและทำโครงการกว่า4000โครงการให้กับคนไทย โดยเฉพาะคนพัฒนานิคมที่ได้มีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ทำให้ทุกคนอยู่ดีกินดี น้ำไม่ท่วม หน้าแล้งก็ไม่แล้งมีน้ำใช้ตลอดปี จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจแต่งเพลง ตามรอยพ่อขึ้นมากันในครั้งนี้

‘ลุงชง’เข้ากราบสักการะ’พระบรมศพ’ เผยจากเบตงเพื่อครั้งหนึ่งในชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246545

'ลุงชง'เข้ากราบสักการะ'พระบรมศพ' เผยจากเบตงเพื่อครั้งหนึ่งในชีวิต

‘ลุงชง’เข้ากราบสักการะ’พระบรมศพ’ เผยจากเบตงเพื่อครั้งหนึ่งในชีวิต

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 18.35 น.

26 พ.ย.59 นายชิติ เจริญรัตนประภา หรือลุงชง ชายวัย 60 ปี ชาวสำเหร่ กทม. ซึ่งผู้ป่วยโรคท้าวแสนปม เดินทางมาจาก อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยนั่งรถทัวร์มาพร้อมคณะเทศบาล ต.ธานน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา จำนวน 53 คน ตั้งแต่เวลา 06.00 ของวันที่ 25 พ.ย.59 โดยมาถึงท้องสนามหลวง เพื่อเข้าคิวรอในเวลา 04.30 น.ของวันที่ 26 พ.ย.59 และได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 15.30 น.

ลุงชง กล่าวว่า ทันทีที่เดินทางถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกตื่นตันใจ การที่ประชาชนธรรมดาคนหนึ่งมีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ขึ้นไปกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เดินทางมาไกลก็หายเหนื่อยจากที่รอมา 11 ชั่วโมง และวินาทีที่ได้ไปกราบบนหน้าพระบรมโกศรู้สึกขนลุก เพราะเป็นสถานที่ที่แทบไม่มีโอกาสจะได้ขึ้นไป ตอนกราบได้ขอพระบารมีของพระองค์อยากจะได้รับความเมตตาไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งเดิมตนเคยทำอาชีพขายหนังสืออยู่ที่ท้องสนามหลวง เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับบนรถยนต์พระที่นั่งเพื่อไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจผ่าน พระองค์จะทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนที่รอรับเสด็จฯทุกครั้ง เป็นภาพที่ประทับใจมากเป็นการบอกว่าท่านไม่ถือพระองค์จริงๆ

ลุงชง กล่าวว่า ส่วนพระบรมราโชวาทที่นำไปเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิต คือ ความพอเพียง หากเรารู้จักพอเพียงก็มีความสุข ซึ่งตอนนี้ ตนเองไม่ได้ประกอบสัมมาอาชีพอะไร เดินทางมาอยู่ที่ อ.เบตงได้  6 เดือน แต่ได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานราชการและที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการให้ความเมตตา ใน อ.เบตง โดยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้ย้ายชื่อตนเองไปในทะเบียนราษฎร์ และในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ ทาง รพ.เบตง ได้นัดผ่าตัดรักษาโรคท้าวแสนปมให้ โดยแพทย์บอกว่า จะรักษาตัดแต่งให้ดีขึ้น

“ความรักที่ผมมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่สามารถพรรณนาออกมาได้ ที่สุดจริง ๆ ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ไม่มีกษัตริย์ประเทศใดในโลกสู้ได้ ท่านทรงคิดค้นโครงการในพระราชดำริต่างๆ กว่า 4 พันโครงการขึ้นมาก็เพื่อให้ลูกๆ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นถิ่นทุรกันดารพระองค์ก็บุกไปถึง เพื่อจะดูว่าที่นั่นขาดเหลืออะไร แล้วก็พระราชทานโครงการต่างๆ ไปช่วยเหลือลูกๆ ของท่านนั้นก็คือพสกนิกร” ลุงชง กล่าว

ลุงชง บอกด้วยว่า หลังจากถวายสักการะพระบรมศพเรียบร้อยแล้ว ทางคณะมีแผนจะพาไปทัศนศึกษาและเรียนรู้โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ จ.เพชรบุรี ก่อนเดินทางกลับ อ.เบตง

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246491

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.23 น.

26 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 26 พ.ย. ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวมันไก่ 1,500 จาน กาแฟสด-แซนด์วิช 2,000 ชุด ลองกอง 3,000 ชุด นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ก๋วยเตี๋ยวเรือ 6,000 ชาม ไอศกรีมกะทิ 7 ลัง ขนมตาล 1,000 ชิ้น

มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปาหมูแดง-หมูสับ 1,000 ลูก เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวปีกไก่พะโล้ 3,000 จาน ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

นักประดาน้ำเตรียมแปรอักษรเลข๙ ครั้งแรกของไทยถวายแด่’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246489

นักประดาน้ำเตรียมแปรอักษรเลข๙ ครั้งแรกของไทยถวายแด่'พ่อหลวง'

นักประดาน้ำเตรียมแปรอักษรเลข๙ ครั้งแรกของไทยถวายแด่’พ่อหลวง’

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.18 น.

26 พ.ย.59 นายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7 จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันที่ 4 ธ.ค.59 เวลา 13.00 น.และเวลา 19.00 น. ทางชมรมฯจะจัดกิจกรรมแปรอักษร เลข ๙ เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับกิจกรรมแปรอักษรเลข ๙ จัดขึ้นที่บริเวณสระว่ายน้ำภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑลจ.นครปฐม โดยใช้นักประดาน้ำจากทั่วประเทศ จำนวน 59 คนส่องไฟฉายแปรอักษรเป็นเลข ๙ ขึ้นมาเหนือน้ำ ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือว่าเป็นการแปรอักษรใต้น้ำขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศ และการแปรอักษรจะใช้โดรนถ่ายภาพมุมสูงเก็บเอาไว้

จึงขอเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ไปร่วมชมการจัดกิจกรรมแปรอักษร เลข ๙เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างพร้อมเพรียงกัน

พสกนิกรเนืองแน่น เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246488

พสกนิกรเนืองแน่น เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

พสกนิกรเนืองแน่น เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.18 น.

26 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวัน ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 29 นั้น แต่เนื่องจากในวันนี้มีประชาชนมารอเข้าคิวเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจึงได้เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์ เดินทางเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรี เป็นคณะแรกในเวลา 04.40 น. ตามด้วยเวลา 04.45 น. เป็นประชาชนทั่วไป

ด้าน นางสำรวย คงทน อายุ 60 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ตนพึ่งผ่าตัดสะโพกมาได้ 4 เดือน อยากมากราบสักการะพระบรมศพ จึงขอให้ลูกสาวขับรถพามา ยังเจ็บแผลบ้างแต่พอนึกถึงพระองค์ท่าน ทำให้เรามีกำลังใจอดทน พอได้กราบแล้วก็มีความสุขดีใจที่ได้มา ลืมความเจ็บปวด ที่อยากมาก็เพราะรักพระองค์ท่าน รู้สึกผูกพันเพราะเกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านแล้ว และพ่อแม่ปู่ย่าตายายก็สอนให้เรารักเคารพ และดูพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งเราก็นำคำสอนมาสอนลูกของเราให้เป็นคนดี ให้รู้จักความกตัญญู เป็นคนดีช่วยเหลือสังคม

ขณะที่ นาง ธัญธรัตน์ ช่วยธนกูลชัย อายุ 39 ปี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า วันนี้พาแม่และญาติๆ มากราบสักการะ โดยออกจากบ้าน 4 ทุ่ม มาถึงตี 1 เข้าคิวตี 3 ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพประมาณ 06.30 น. ไม่รู้สึกลำบากเพราะอยากมากราบพระองค์ท่าน โชคดีที่ได้เกิดทันในหลวงรัชกาลที่ 9 ช่วงที่พระองค์ท่านอยู่พวกเรารู้สึกอุ่นใจที่มีพ่อหลวงคอยดูแล พอท่านประชวรก็รู้สึกว่าเดี๋ยวท่านก็หายป่วย แต่พอรู้ว่าพระองค์เสด็จสวรรคต ก็รู้สึกเศร้าใจมาก ก็จะพยายามเป็นลูกที่ดี เป็นคนดีของสังคม อะไรที่เล็กๆ น้อยๆ ถ้าช่วยได้ก็จะทำ พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการปิดทองหลังพระ ท่านไม่ประกาศว่าทำอะไร เรื่องที่พระองค์ท่านทำไว้มากมายกว่า 4,000 โครงการ กว่าที่พวกเราจะรู้พระองค์ท่านก็ไม่อยู่แล้ว ก็ขอให้พระองค์ท่านเสด็จไปในที่ที่สูงสุดและในที่ที่สบายที่สุด

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 28วันกว่า9แสนรายยอดเงิน69ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246486

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 28วันกว่า9แสนรายยอดเงิน69ล้าน

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 28วันกว่า9แสนรายยอดเงิน69ล้าน

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.32 น.
26 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2559 ตั้งแต่เวลา 04.40 – 21.00 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 38,896 คน รวม 28 วัน มีจำนวน 909,208 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน จำนวน 4,039,684 บาท รวม 28 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 69,076,834.75 บาท