ออมสิน โอนเงินคนจนแล้ว 1.4 ล้านราย แจ้ง 6 แสนกว่าราย เปิดบัญชี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 16:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812272

 

ออมสิน ทยอยโอนเงินผู้มีรายได้น้อยแล้ว 1.4 ล้านราย พบอีก 6 แสนกว่าราย ยังไม่มีบัญชีเงินฝาก สามารถเปิดบัญชีภายใน 27 ธ.ค. ย้ำผู้ลงทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ตามเว็บที่แจ้ง…

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารได้โอนเงินตามมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยทั้งที่อยู่ในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร เมื่อวันที่ 9-10 ธ.ค. 2559 รวม 1,286,820 ราย เป็นยอดเงิน 2,878,183,500 บาท จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ที่กระทรวงการคลังได้ส่งรายชื่อมายังธนาคารออมสินจำนวน 2,160,869 ราย โดยยังมีผู้ที่ลงทะเบียนกับธนาคาร ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากกระทรวงการคลังแล้ว อีกประมาณ 874,049 ราย ที่ธนาคารออมสินสืบค้นไม่พบบัญชีเงินฝาก

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ลงทะเบียนจำนวนนี้มาติดต่อเปิดบัญชี เพื่อจะได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชี ปรากฏว่า มีผู้ลงทะเบียนเดินทางมายังสาขาธนาคารออมสิน เพื่อแสดงตนขอตรวจสอบคุณสมบัติ ตรวจสอบบัญชี ตลอดจนเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อรับการโอนเงิน ซึ่งธนาคารออมสินทยอยตรวจสอบข้อมูลบัญชีของผู้มีสิทธิ์ และในวันที่ 14 ธ.ค. 2559 สามารถโอนเงินให้ผู้มีสิทธิ์ได้เพิ่มอีก 180,172 ราย เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 433.24 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่เกษตรกรจำนวน 156,044 ราย รวมเป็นเงิน 377.75 ล้านบาท และกลุ่มที่เป็นเกษตรกรจำนวน 24,128 ราย เป็นเงิน 55.49 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทะเบียนกับธนาคารออมสิน สามารถตรวจสอบรายชื่อของตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ และได้รับเงินโอนเข้าบัญชีแล้วหรือไม่ ได้ที่เว็บไซต์ www.epayment.go.th และ www.gsb.or.th ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับการโอนเงิน โดยมาเปิดบัญชีเงินฝากภายในวันที่ 27 ธ.ค. 2559 เพื่อธนาคารจะเร่งโอนเงินโดยเร็วที่สุด.

 

กรุงไทยพัฒนาแอพฯ KTB netbank ซื้อ-จองสลากบนมือถือเริ่มใช้ 19 ธ.ค.59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 16:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812282

 

ธ.กรุงไทย ปรับรูปแบบการใช้งานบนแอพพลิเคชั่น KTB netbank แก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อ-จองสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเลือกไอคอน Lottery Login ด้วย net ID อัพเดตแอพฯ ในวันที่ 18 ธ.ค.และเริ่มจองได้วันที่ 19 ธ.ค. ผ่านช่องทาง KTB netbank…

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2559 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับรูปแบบการใช้งานบนแอพพลิเคชั่น KTB netbank เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่งลูกค้าที่ต้องการซื้อ-จองสลากกินแบ่งรัฐบาล สามารถเลือกไอคอนเมนูหลักที่มุมบนด้านซ้ายมือของหน้า Mobile Pin โดยเลือกไอคอน Lottery จากนั้น Login ด้วย net ID และ Password ของ KTB netbank เพื่อเข้าไปทำรายการซื้อ-จองสลากฯ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลและยืนยันการทำรายการ และรับ SMS ได้ตามขั้นตอน

สำหรับผู้ลงทะเบียนซื้อ-จองสลาก สามารถอัพเดตแอพพลิเคชั่น ก่อนทำรายการซื้อสลาก ในวันที่ 18 ธันวาคม 2559 และจองสลากในวันที่ 19 ธันวาคม 2559 และทำรายการผ่านช่องทาง KTB netbank และ ATM ได้ตั้งแต่เวลา 8.15 น. เป็นต้นไป ส่วนผู้ลงทะเบียนซื้อ-จองสลาก ผ่าน www.lotto.ktbnetbank.com โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถทำรายการได้ตามปกติ

 

ปณท เผยโฉมบัตรภาพผนึกแสตมป์ ร.9 จ่อนำจ่ายถึงมือปชช.กว่า 7 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 16:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812241

 


ไปรษณีย์ไทย เผยโฉมบัตรภาพผนึกแสตมป์ ร.9 ก่อนนำจ่ายถึงมือประชาชนกว่า 7 ล้านคน ผู้บริหารนำพนง.500 คน เร่งบรรจุใส่ซองสีทองจ่าหน้าซอง ส่งถึงมือภายใน 20 ม.ค.60 พร้อมเปิดตัวโพสต์ไอดี 6 หลัก รหัสข้อมูลเลขที่บ้านประชาชน…

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2559 นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) นำคณะผู้บริหารและอาสาสมัครจากพนักงาน ลูกจ้าง 500 คน ช่วยกันบรรจุบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ไปรษณีย์ไทยจัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและกิจการไปรษณีย์ไทย และให้ประชาชนคนไทยได้เก็บเป็นที่ระลึกโดยเปิดให้ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.stamprama9.thailandpost.com และ www.stamprama9.com ตั้งแต่วันที่ 7-30 พ.ย. มีประชาชนลงทะเบียนขอรับกว่า 7 ล้านคน


นางสมร กล่าวว่า บัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขนาด A5 จะถูกตรวจความสมบูรณ์เรียบร้อยก่อนใส่ลงในซองสีทองที่พิมพ์ข้อความจ่าหน้าซองถึงประชาชนที่ลงทะเบียนไว้กว่า 7 ล้านคน ก่อนนำไปบรรจุลงในกล่องไปรษณีย์สีแดง ปิดสายรัดปากถุง เพื่อเตรียมนำเข้าสู่ขั้นตอนการส่งต่อไปยังปลายทาง โดยจะจัดส่งตามรหัสไปรษณีย์เพื่อให้การนำจ่ายของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปณท จะนำจ่ายให้ถึงมือประชาชนด้วยมาตรฐานเดียวกันกับบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ หรือ EMS สำหรับการบรรจุในวันแรกได้ประมาณ 2 แสนชุด จะให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ธ.ค. หลังจากนั้นจะนำส่งลงไปยังพื้นที่เพื่อรอนำจ่ายพร้อมๆ กัน ภายในวันที่ 20 ม.ค. ส่วนยอดบัตรภาพฯ ที่ ปณท ตั้งเป้าทำไว้ 9,999,999 ชุด มีประชาชนจองกว่า 7 ล้านคน ยังเหลืออีกประมาณ 2 ล้านชุด ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเปิดจองเพิ่มหรือไม่ ขณะนี้ ขอจัดส่งให้คนที่ลงทะเบียนไว้ให้ครบก่อน


กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท กล่าวด้วยว่า ประชาชนบางคนอาจจะวิตกที่ต้องแจ้งข้อมูลส่วนตัวและเลขที่บัตรประชาชน ขอยืนยันว่า ปณท ไม่ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลไปทำอย่างอื่นจึงอย่าเป็นห่วง เพราะนำมาใช้ในการระบุตัวบุคคลเพื่อไม่ให้การลงทะเบียนรายชื่อซ้ำกันเท่านั้น ครั้งนี้ ปณท ก็ถือโอกาสเปิดตัวโพสต์ไอดี (POST ID) ที่จะเป็นข้อมูลบ้านเลขที่ของประชาชนแต่ละหลัง โดยจะเป็นรหัสตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขรวม 6 ตัว พิมพ์ไว้บนซองด้านหน้า เหนือรายชื่อจ่าหน้าซอง ถือว่าประชาชนกว่า 7 ล้านคนที่ลงทะเบียนไว้จะถูกบันทึกข้อมูลเป็นฐานข้อมูลนำร่อง โดยต่อไปในอนาคตจะมีการนำมาใช้อย่างจริงจัง อาจต้องเปิดลงทะเบียนรหัสบ้านแต่ละหลัง ที่จะต้องทำไม่ซ้ำซ้อนกัน และสามารถเปลี่ยนโพสต์ไอดีใหม่ได้ เพียงแค่มีรหัสโพสต์ไอดีไปรษณีก็สามารถจัดส่งเอกสารหรือพัสดุได้ถึงมือประชาชนอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ต่อไปจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลและประโยชน์ที่ได้รับ.

 

รฟม. เปิดซองราคา สัญญาที่ 5 รถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ–มีนบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812226

 

รฟม. เปิดซองเอกสารข้อเสนอด้านราคา สัญญาที่ 5 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ–มีนบุรี เตรียมตรวจสอบรายการคำนวณ เพื่อประเมินหาผู้เสนอราคาที่ต่ำที่สุด คาด ม.ค.60 ได้ข้อยุติด้านราคา …

วันที่ 15 ธ.ค. 59 มีรายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดซองเอกสารข้อเสนอซองที่ 3 (ด้านราคา) การประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธาสัญญาที่ 5 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยมี นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการ รฟม. (วิศวกรรมและก่อสร้าง) ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาข้อเสนอการประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธาโครงการสายสีส้มฯ พร้อมด้วย ผู้แทนผู้ยื่นซองข้อเสนอประกวดราคางานโยธาเข้าร่วมการเปิดซองเอกสารข้อเสนอซองที่ 3 ของสัญญาที่ 5 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 9 อาคาร 1 รฟม.


นายภคพงศ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้มีการประชุมพิจารณาผลการประเมินข้อเสนอซองที่ 2 (ด้านเทคนิค) งานสัญญาที่ 5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในวันนี้คณะกรรมการฯ ได้กำหนดให้เปิดซองข้อเสนอซองที่ 3 (ด้านราคา) โดยมีผู้ยื่นข้อเสนอฯ ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินซองที่ 2 งานสัญญาที่ 5 รายละเอียดดังนี้

สัญญาที่ 5 งานก่อสร้างอาคารศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดแล้วจร ราคากลาง 4,915 ล้านบาท (รวม Vat และ ค่า Provisional sum)
1. CKST JOINT VENTURE เสนอราคา 4,901,000,000 บาท
2. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 4,910,145,344.07 บาท
3. บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เสนอราคา 5,214,909,044.23 บาท
(มหาชน)

ทั้งนี้ ราคาที่เปิดจากซองราคาทั้งหมดข้างต้น เป็นราคาในเบื้องต้น ต้องผ่านการตรวจสอบรายการคำนวณเพื่อประเมินหาผู้เสนอราคาที่ต่ำที่สุด (Lowest Evaluated Tender)


สำหรับขั้นตอนต่อไปของสัญญาที่ 5 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ จะเข้าสู่กระบวนการเหมือนกับสัญญาที่ 1/สัญญาที่ 2/สัญญาที่ 3/สัญญาที่ 4 และ สัญญาที่ 6 ซึ่งคณะกรรมการฯ จะตรวจสอบรายละเอียดข้อเสนอราคาทั้งหมด และหลังจากนั้นคณะกรรมการฯ จะเจรจาต่อรองราคากับผู้ที่ประเมินแล้วเสนอราคาต่ำที่สุดของแต่ละสัญญาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าภายในเดือนมกราคม 2560 จะเจรจาได้ข้อยุติด้านราคา และจะสามารถเสนอคณะกรรมการ รฟม. เห็นชอบผลการประกวดราคาในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และลงนามในสัญญาว่าจ้างฯ ได้ภายในเดือนมีนาคม 2560

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รฟม. เปิดซองข้อเสนอราคารถไฟฟ้าสายสีส้ม คาดได้ข้อยุติ ม.ค.60

 

นกแอร์ เข้ารอบสุดท้าย รางวัลสายการบินดีเยี่ยม โดยไฟลท์สแตทส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 15 ธ.ค. 2559 16:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812232

 

สายการบินนกแอร์ สายการบินพรีเมียมโลว์คอสต์ของคนไทย ได้รับการประกาศรายชื่อให้เป็น 1 ใน 10 สายการบินจากทั่วโลก ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการประกาศผลรางวัลสายการบินที่มีความตรงต่อเวลามากที่สุด ประเภทสายการบินโลว์คอสต์ โดยไฟลท์สแตทส์ (FlightStats) และการประกาศผลผู้ที่ได้รับรางวัลจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2560

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สายการบินที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ในการเข้าชิงรางวัลสายการบินที่มีความตรงต่อเวลามากที่สุด ประเภทสายการบินโลว์คอสต์จากทั่วโลก และรู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสได้เป็นตัวแทนสายการบินของประเทศไทย ในการประกาศให้ทั่วโลกได้ทราบถึงมาตรฐานในการปฏิบัติการการบินของเราที่อยู่ในระดับสูง”

“การที่เราได้มาเป็นหนึ่งในสายการบินที่เข้ารอบสุดท้ายนี้ เป็นเพราะนกแอร์มีทีมงานที่ยอดเยี่ยม พวกเราทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ และทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้ทุกเที่ยวบินมีความตรงต่อเวลา และเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีเยี่ยมให้แก่ผู้โดยสารของเราทุกคน” นายพาที สารสิน กล่าวเสริม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “Best of The Best” Awards Finalist คลิก ที่นี่

 

ก.แรงงาน มั่นใจ ‘อัครา’ พร้อมเยียวยาพนักงาน หลังปิดกิจการเหมืองทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 15:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812192

 

กระทรวงแรงงาน มั่นใจ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบการกิจการเหมืองแร่ทองคำ พร้อมจ่ายเงินชดเชย เยียวยาพนักงาน 747 คน ตามสิทธิ์ หลังถูก ม.44 สั่งระงับกิจการตั้งแต่ 1 ม.ค. 60 พร้อมประมาณการชดเชยอยู่ที่ 395 ล้านบาท …

วันที่ 15 ธ.ค. 59 นายวรานนท์ ปีติวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีการติดตามดูแลสิทธิพนักงานของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการกิจการเหมืองแร่ทองคำ และบริษัทคู่สัญญา หลังประกาศเลิกจ้างพนักงาน จากผลที่มีประกาศคำสั่งมาตรา 44 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ระงับประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 60 ว่า กระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดลงพื้นที่ไปติดตาม จากที่ได้รับรายงานพนักงานที่ได้รับผลกระทบถูกเลิกจ้างจำนวน 747 คน บริษัท อัคราฯ ยินดีจ่ายเงินค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย เบื้องต้น ได้มีการประมาณการชดเชยอยู่ที่ 395 ล้านบาท ซึ่งพนักงานทั้งหมดจะถูกทยอยเลิกไปจนถึงเดือน ก.พ. 60

รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า จากการสำรวจความต้องการของพนักงานทั้งหมด ส่วนใหญ่ยังไม่ประสงค์จะทำงานต่อ หรือฝึกอาชีพ เพราะจากการประเมิน คาดว่าพนักงานเหล่านั้น รอใช้สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจำนวน 6 เดือน จากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ก่อน และหลังจากนั้น จึงอาจจะมาติดต่อประสานหางานทำในอนาคต

“พนักงานทั้งหมดได้รับทราบเรื่องการที่จะถูกเลิกจ้างมาตั้งแต่กลางปี 59 และก่อนหน้านี้ มีการเลิกจ้างไปแล้ว 58 คน โดยได้รับเงินชดเชยไปทั้งสิ้นกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งจำนวนดังกล่าวมี 4 คนได้งานใหม่ 32 คน ยังไม่ประสงค์ทำงานต่อ อีก 10 คน อยู่ระหว่างพิจารณา ส่วนอีก 2 คน อายุเกิน 55 ปี จึงยื่นเรื่องรับเงินบำนาญชราภาพ และไม่ประสงค์ทำงานต่อ” นายวรานนท์ กล่าว

 

ปตท. มองถึงสิ้นปี แนวโน้มราคาน้ำมันอาจขยับขึ้นตามตลาดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 15:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812156

 

บมจ.ปตท. ประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ เผย จากนี้ถึงสิ้นปีราคาน้ำมันอาจขยับขึ้นเล็กน้อย ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีทิศทางเริ่มขยับขึ้น คาด ปีนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40 กว่าดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ ปี 60 ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบ จะขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 50-55 ดอลลาร์/บาร์เรล …

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.59 นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) กล่าวถึงสถานการณ์ของธุรกิจพลังงานในปีนี้และปีหน้าว่า ในเรื่องแรกความผันผวน จะพบว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคยปรับขึ้นไปสูงกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ขณะเดียวกัน ก็เคยลงไปสู่ระดับต่ำสุดในต้นปีนี้มาแล้วที่ 26 ดอลลาร์/บาร์เรล และล่าสุดการประชุมของกลุ่มโอเปกที่มีข้อตกลงจะลดกำลังการผลิตน้ำมันลง ก็ได้ช่วยกระตุกราคาน้ำมันในตลาดโลกให้ปรับขึ้นมาได้ ขณะที่กลุ่มนอนโอเปก ก็ประกาศจะลดกำลังการผลิตลงเช่นกัน ซึ่งเมื่อรวมทั้ง 2 กลุ่มแล้ว ทำให้ลดกำลังการผลิตลงได้ถึง 1.7 ล้านบาร์เรล/วัน

“ที่ผ่านมาราคาน้ำมันลงไปเยอะ เพราะกำลังการผลิตเกินกว่าความต้องการ 2 ล้านบาร์เรล/วัน พอทยอยลดกำลังการผลิตลง ราคาน้ำมันก็เด้งขึ้นไปที่ 50 ดอลลาร์ ดังนั้นเราเห็นความผันผวนของราคาค่อนข้างมาก ต้นปีอยู่แค่ 20 กว่าดอลลาร์ แต่ปลายปีน่าจะอยู่ที่ 50 กว่าดอลลาร์ ซึ่งหวังว่าราคาน้ำมันในระดับ 50 กว่าดอลลาร์นี้ น่าจะรองรับการพัฒนาและความต้องการใช้ที่จะเติบโตควบคู่ไปด้วยกันอย่างสมดุล”

พร้อมระบุว่า ถ้าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ระดับนี้และรัฐบาลยังมีนโยบายที่ไม่เปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องของภาษี และกองทุนน้ำมันฯ ก็เชื่อว่าราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศก็จะยังอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างไปจากปัจจุบันมากนัก

เรื่องที่สองความไม่แน่นอน เป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจกำลังเผชิญอยู่กับ Disruptive Technology หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก ซึ่งส่งผลให้เกิดความยากลำบากต่อการวางแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคต

เรื่องที่สามความซับซ้อน เป็นความซับซ้อนระหว่างการพัฒนากับการอนุรักษ์ ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่ใจในความต้องการที่แท้จริงว่าต้องการจะให้ธุรกิจไปสู่จุดใด ซึ่งกระทรวงพลังงานเห็นว่า ควรจะลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติลงและหันไปเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเข้ามาทดแทน แต่สิ่งเหล่านี้เดินหน้าไปได้ช้ามาก เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างของสังคมว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจพลังงานและความเสี่ยงในการมีพลังงานใช้ในอนาคต

เรื่องที่สี่ ความคลุมเครือ โดยยกตัวอย่างเรื่องทรัพยากรปิโตรเลียมในประเทศไทยที่ใกล้จะหมดจากอ่าวไทย ซึ่งสัมปทานจะหมดอายุลงในอีก 6-7 ปีหน้านี้ ได้เกิดความคลุมเครือว่าจะควรจะให้สัมปทานภาคเอกชนทำต่อไป หรือรัฐบาลจะทำเอง ซึ่งยังเป็นประเด็นที่มีข้อถกเถียงกันอยู่ในสังคม โดยสิ่งที่ได้รับผลกระทบและเกิดขึ้นแล้ว คือ ผลกระทบต่อการผลิตในประเทศที่ลดน้อยลงจากการลงทุนที่หยุดชะงักจากความไม่แน่นอน  ซึ่งอาจทำให้มีแนวโน้มที่จะต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามหาแนวทางในการรองรับความเสี่ยงดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้ลงทุนในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เช่น การลงทุนวางท่อก๊าซเพิ่มเติม การลงทุนในคลังรับก๊าซธรรมชาติเหลวเข้ามาจากต่างประเทศเพิ่มเติม

พร้อมกันนี้ ยังประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศด้วย จากนี้จนถึงช่วงสิ้นปีราคาน้ำมันในประเทศอาจจะขยับขึ้นอีกเล็กน้อย ตามแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีทิศทางเริ่มขยับขึ้น โดยคาดว่า ในปีนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40 กว่าดอลลาร์/บาร์เรล ในขณะที่ ปี 60 ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบจะขยับขึ้นไปอยูที่ระดับ 50-55 ดอลลาร์/บาร์เรล

“ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันได้ขึ้นไปเพื่อสะท้อนราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ขึ้นมาเยอะตั้งแต่ช่วงปลาย พ.ย.-กลาง ธ.ค. ซึ่งกลุ่มโอเปก และนอนโอเปก ได้ลดกำลังการผลิตลงไป 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน…ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกคงไม่สูงไปกว่านี้มากแล้ว เพราะสต็อกก็ยังมีอยู่ ถ้าจะขยับขึ้นคงไม่ขึ้นไปมากกว่านี้เท่าไรนัก” นายเทวินทร์ กล่าว.

 

กรุงไทยทำแอพฯ KTB Calendar 2017 ปฏิทิน ‘ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 15:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812136

 


ธ.กรุงไทยน้อมนำโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในหลวง ร.9 ทำเป็นปฏิทินตั้งโต๊ะ ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ในรูปแบบกราฟิก 3 มิติสวยงาม ให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น KTB Calendar 2017 ผ่าน Google Play และ App Store…

นางศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปฏิทินตั้งโต๊ะของธนาคารกรุงไทยในปีนี้ ได้น้อมนำโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ 12 โครงการของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา และพระปรีชาสามารถ มาจัดทำเป็นภาพด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก 3 มิติ ที่สวยงามทรงคุณค่า ขณะเดียวกันธนาคารยังได้จัดทำแอพพลิเคชั่น KTB Calendar 2017 เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล ให้ลูกค้าและประชาชนดาวน์โหลดปฏิทินธนาคารผ่านแอพพลิเคชั่น สำหรับระบบปฏิบัติการ Android สามารถดาวน์โหลดผ่าน Google Play ระบบปฏิบัติการ iOS ดาวน์โหลดผ่าน App Store หรือสแกน QR Code บนปกปฏิทินตั้งโต๊ะ

สำหรับภาพปฏิทินทั้ง 12 เดือน เป็นโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริต่างๆ เพื่อให้ราษฎรมีความสุข และประเทศไทยก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1. โครงการฝนหลวง 2. วิทยุสื่อสาร 3. โครงการโรงนม 4. พลังงานธรรมชาติ 5. เครื่องสีข้าวกำลังคน 6. ภาพถ่ายทางอากาศ 7. พลังงานทดแทน 8. ประดิษฐ์ตัวอักษรฟอนต์ 9. โครงการหญ้าแฝก 10. โครงการฝายแม้ว 11. โครงการแก้มลิง และ 12. โครงการดาวเทียมการศึกษาผ่านทางไกล ผู้สนใจสามารถชมคลิปตัวอย่างปฏิทินได้ทาง เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/ktbcare

 

ส.อ.ท. คาด ศก.ไทยปีหน้าโต 3.5-4.0% รับแรงหนุนจากลงทุนภาครัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 14:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812131

 

ประธาน ส.อ.ท. เผย เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย กระทบไทยไม่มาก แต่ยังกังวลนโยบายทรัมป์ คาดเศรษฐกิจไทยปี 60 เติบโต 3.5-4.0% จากปัจจัยราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้น ส่งผลดีต่อสินค้าเกษตร ประกอบกับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ภาครัฐมีส่วนผลักดัน ขณะที่เงินบาทอ่อนค่า หนุนส่งออกโตระดับ 0-1% …

วันที่ 15 ธ.ค. 59 นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า ไม่น่าจะกระทบต่อไทยมาก เพราะตลาดได้รับรู้ข่าวนี้ไปค่อนข้างมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งค่าบาทอ่อน จะส่งผลดีต่อการส่งออก แต่กังวลนโยบายใหม่ของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เช่น มาตรการกีดกันทางการค้า การแก้ปัญหาแรงงาน ซึ่งต้องติดตามผลกระทบ

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 60 คาดว่าจะเติบโตในระดับ 3.5-4.0% ซึ่งดีกว่าในปีนี้แน่นอน โดยมีปัจจัยมาจากภายในประเทศ และภายนอกประเทศ ส่วนปัจจัยในประเทศมองว่าในปีหน้าภาวะภัยแล้งจะคลี่คลายลง ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มฟื้นตัวขึ้น มีผลดีไปถึงสินค้าเกษตรบางชนิด เช่น ยางพารา ซึ่งจะทำให้กำลังซื้อของภาคเกษตรกรดีขึ้น และส่งผลดีในภาพรวมต่อกำลังซื้อภายในประเทศ นอกจากนี้ การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐก็มีส่วนด้วยเช่นกัน ส่วนปัจจัยจากต่างประเทศ มาจากเศรษฐกิจของหลายประเทศเริ่มฟื้นตัว และทำให้เศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น

ส่วนในภาคการส่งออกนั้น มองว่าในปีหน้าจะเติบโตในระดับ 0-1% ซึ่งดีกว่าปีนี้ ที่คาดว่าจะอยู่ที่ -1 ถึง 0% โดยเงินบาทที่อ่อนค่าได้ส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย

 

พาณิชย์ กำชับผู้ประกอบการ กระเช้าของขวัญต้องปิดป้ายแสดงราคา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 13:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812051

 

พาณิชย์ ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้ากระเช้าของขวัญของผู้ประกอบการ เพื่อป้องกันผู้บริโภคโดนเอาเปรียบ เน้นย้ำ ต้องปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน สินค้าที่นำมาบรรจุต้องคุณภาพดี มีอายุสินค้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน

วันที่ 15 ธ.ค.59 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นิยมซื้อกระเช้าของขวัญหรือชุดของขวัญ เพื่อนำไปอวยพรแก่ผู้ที่เคารพนับถือ กรมการค้าภายในมีหน้าที่ดูแลให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจสอบให้ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาร์เก็ต ปิดป้ายแสดงราคากระเช้าของขวัญหรือชุดของขวัญพร้อมแสดงรายการสินค้า ขนาดน้ำหนักต่อหน่วย ปริมาณการบรรจุและราคาสินค้าแต่ละรายการที่บรรจุในกระเช้าหรือชุดของขวัญให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ อีกทั้งยังกำชับให้สินค้าที่นำมาบรรจุในกระเช้าต้องมีคุณภาพดีและมีอายุของสินค้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน นอกจากนี้ ผู้จำหน่ายจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการด้วย

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบการจำหน่ายสินค้ากระเช้าของขวัญของผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า ผู้ค้าปลีก/ค้าส่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พบว่า ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติถูกต้อง หากพบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาหรือปิดป้ายไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จะดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท