สปส. เผย 81 โรงพยาบาลคู่สัญญา ใช้สิทธิรักษาประกันสังคมปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 12:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811891

 

สปส. เผย ปี 60 มี รพ. 81 แห่ง เข้าร่วมเป็นคู่สัญญา ส่วนผู้ประกันตน รพ.เปาโลฯ-ปิยะมินทร์-รักษ์สกล ที่ทำเรื่องเปลี่ยน รพ.เรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจสอบสิทธิการย้ายได้ ตั้งแต่ 17 ธ.ค.นี้ …

วันที่ 15 ธ.ค.59 นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ในปี 2560 มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมเป็นคู่สัญญากับ สปส. จำนวน 81 แห่ง ส่วนสถานพยาบาล ปี 2559 ที่ไม่เข้าร่วมเป็นสถานพยาบาล ปี 2560 มีจำนวน 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โรงพยาบาลปิยะมินทร์ และ โรงพยาบาลรักษ์สกล

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา สปส.ได้เปิดให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากสถานพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ทำเรื่องยื่นขอเปลี่ยนโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิการย้ายโรงพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป

ในส่วนของผู้ประกันตนกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานพยาบาลทั้งสามแห่ง แต่มีความประสงค์จะย้ายโรงพยาบาล สปส.จะเปิดโอกาสให้ยื่นขอย้ายได้ในวันที่ 4 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 โดยผู้ประกันตนทั้ง 2 กลุ่ม สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลคู่สัญญาได้ที่ สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือที่ www.sso.go.th และโทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1506.




ขุนคลัง ระบุตามคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย เชื่อกระทบน้อยค่าบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 11:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811886

 

ขุนคลัง ระบุเป็นไปตามคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย จากตัวเลข ศก.สหรัฐฯ มีแนวโน้มสดใส เชื่อกระทบค่าบาทน้อย ชี้ผันผวนเรื่องปกติเมื่อมีเงินไหลออก เป็นหน้าที่แบงก์ชาติดูแล…

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ว่า เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลายตัวต่างมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น เพราะหากเฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไว้นานจนเกินไป และปล่อยให้เงินไหลออกสู่ตลาดเช่นนี้ จะเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องดึงให้อัตราดอกเบี้ยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ส่วนผลกระทบที่จะมีต่อภาวะการเงินและค่าเงินของไทยนั้น เชื่อว่า จะมีผลกระทบน้อย เพราะเงินกู้ของไทยในส่วนที่เป็นเงินตราต่างประเทศมีน้อยมาก และค่าเงินบาทมีความผันผวนเป็นเรื่องปกติเมื่อมีเงินไหลเข้าออก ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องดูแล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนนี้ (14 ธ.ค.) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) โดยบ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวปานกลางนับตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ ส่วนการจ้างงานปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราว่างงานปรับตัวลดลง ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนมีการขยายตัวปานกลาง แต่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรยังคงอ่อนแรง จึงมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาสู่ระดับ 0.50-0.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ และเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 ในรอบเกือบ 10 ปี

สำหรับกรรมการเฟดผู้ที่ออกเสียงสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินของ FOMC ได้แก่ เจเน็ต แอล. เยลเลน ประธานเฟด, วิลเลียม ซี. ดัดลีย์ รองประธานเฟด, ลาเอล เบรนาร์ด, เจมส์ บูลลาร์ด, สแตนลีย์ ฟิสเชอร์, เอสเธอร์ แอล. จอร์จ, ลอเร็ตตา เจ. เมสเตอร์, เจอโรม เอช. เพาเวล, เอริค โรเซนเกรน และดาเนียล เค. ทารุลโล.

 

ทองเปิดตลาดร่วงแรง 200 รูปพรรณขายบาทละ 19,900 หลุดกรอบ 2 หมื่นไปแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 10:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811837

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 15 ธ.ค. ลดลง 200 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,300 ขายออกบาทละ 19,400 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,950.00 ขายออกบาทละ 19,900 บาท จับตาตลอดทั้งวันนี้ อาจลงอีก 50-100…

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ราคาลดลง 200 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,300.00 บาท ขายออกบาทละ 19,400.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,950.00 บาท ขายออกบาทละ 19,900.00 บาท

ด้าน นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า แนวโน้มราคาทองตลอดทั้งวันมีโอกาสปรับลดลงได้อีกประมาณ 50-100 บาท ส่วนในระยะสั้น 1-2 วัน ราคาจะขึ้น-ลงไม่เยอะ เริ่มคงที่ ส่วนปัจจัยหลักมาจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ให้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ขึ้นอีก 0.25% ส่งให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ขึ้นไปแตะระดับ 0.5-0.75% นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในปี 59 และเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเกือบ 10 ปี จึงส่งผลต่อราคาทอง

ทั้งนี้ นักลงทุนควรเริ่มลงทุนในระยะสั้น เพราะราคาเริ่มคงที่แล้ว แต่ควรระมัดระวัง ติดตามสถานการณ์สม่ำเสมอ.

 

“เอไอเอส” ถล่มราคาไฟเบอร์ออปติก ความเร็ว 100 เม็กคิดค่าบริการไม่ถึงพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 07:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811682

 

นายศรัณย์ ผโลประการ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า จากการศึกษาพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตบ้านของคนยุคปัจจุบัน ซึ่งแต่ละคนใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อมากกว่า 1 เครื่องขึ้นไปและต้องการให้ความเร็วไม่ถูกลดทอนลง เอไอเอสจึงได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ของเอไอเอสไฟเบอร์ ล่าสุดความเร็ว 100/10 Mbps สำหรับลูกค้าเอไอเอส ในราคาเดือนละ 990 บาท ถือเป็นแพ็กเกจความเร็ว 100 Mbps ที่คิดค่าบริการต่ำกว่าเดือนละ 1,000 บาทรายแรก โดยหากเป็นลูกค้าเซเรเนดด้วยแล้ว จะได้ปรับลดราคาลงอีกเหลือเดือนละ 890 บาท

“เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) เบอร์ 4 ในตลาด เราตามหลังทรู, 3 บีบี และทีโอทีอยู่ และยอมรับว่าต้องใช้ราคาเป็นตัวนำเพื่อให้ลูกค้าหันมาสนใจ นอกเหนือจากการใช้จุดแข็งเรื่องเครือข่ายไฟเบอร์ออปติกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อหั่นราคาแพ็กเกจนี้แล้วเชื่อว่าการแข่งขันด้านราคาในปีหน้าจะชะลอตัวลง เนื่องจากความเร็วที่ 100 Mbps ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานตามบ้านในยุคปัจจุบัน”

ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้เอไอเอสจะมีฐานลูกค้าบรอดแบนด์ราว 300,000 ครัวเรือน ตามหลังทรูที่มีลูกค้าประมาณ 2.6 ล้านครัวเรือน, 3 บีบี ราว 2.3 ล้านครัวเรือน, ทีโอที 1.4 ล้านครัวเรือน โดยตั้งเป้าจะขึ้นเป็นอันดับ 2 ภายใน 5 ปีข้างหน้า ส่วนปีหน้านั้น หวังว่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นราว 300,000-400,000 ครัวเรือน.

 

คำค้นยอดนิยม“กูเกิล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811677

 

กูเกิล ประเทศไทย ประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ปรากฏคำค้นหายอดนิยมประจำปีอันดับ 1 ได้แก่ 1. Descendants of the Sun 2. ในหลวง 3. Slither.io 4. การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ริโอ 2016 5. เพื่อนรักเพื่อนร้าย 6. Roblox 7. คนทางนั้น 8. หลวงพี่แจ๊ส 4G 9. Pokèmon Go และ 10. ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน

กูเกิลระบุการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนไทยในปีนี้ ตั้งแต่แถลงการณ์การเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ต.ค. เป็นต้นมา การค้นหาเกี่ยวกับ “ในหลวง” ได้เพิ่มสูงขึ้นนับจากนั้น โดยมีการค้นหาสูงสุดเป็นอันดับที่สองของการค้นหาที่มาแรงตลอดทั้งปี รวมทั้งการค้นหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9, โครงการในพระราชดำริ, คำถวายพระพร, “ทรงพระเจริญ” นอกจากนั้นยังค้นหาความหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “หมอกธุมเกตุ” “พระบรมโกศ” และ “เครื่องทองน้อย” อย่างไรก็ตาม ซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Descendants of the Sun” ซึ่งได้รับความนิยมทั่วเอเชียนั้น คว้าตำแหน่งคำค้นยอดนิยมประจำปีไป นอกจากนั้นคำค้นเกี่ยวกับเกม ก็ติดอันดับมาตลอด เช่น “Slither.io” “Roblox” และ “Pokèmon Go” รวมทั้งเพลงดังอย่าง อาทิ “คนทางนั้น” และ “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน”.

 

แบงก์กรุงเทพแจงไม่จ่าย “ฟ็อกซ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811676

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย (ฟ็อกซ์) ประกาศเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ว่าได้ยื่นเรื่องต่อศาลที่ฮ่องกงและไทย ฟ้องธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กรณีไม่จ่ายแบงก์การันตีสำหรับค่าลิขสิทธิ์การออกอากาศรายการของฟ็อกซ์ แทนบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) สองธุรกิจเคเบิลทีวีที่ยุติการให้บริการไปแล้ว

ฟ็อกซ์ได้ทำสัญญาให้สิทธิ์ในการออกอากาศรายการต่างๆ แก่จีเอ็มเอ็ม และซีทีเอช ตั้งแต่ปี 2556 โดยทั้งสองบริษัทได้ค้างชำระค่าลิขสิทธิ์การออกอากาศดังกล่าวเป็นมูลค่า 2,200 ล้านบาท และต้องชำระดอกเบี้ยกรณีจ่ายล่าช้า ซึ่งธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ออกแบงก์การันตีเพื่อค้ำประกันการชำระเงินให้กับจีเอ็มเอ็มและซีทีเอช และตั้งแต่ปี 2558 ไม่ได้ทำตามสัญญาเพื่อจ่ายแบงก์การันตีแทน 2 บริษัทดังกล่าวเลย

ด้านนายคณิต สีห์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า ธนาคารกรุงเทพได้ออกหนังสือสัญญาค้ำประกันซีทีเอช ให้ไว้กับฟ็อกซ์ จริง โดยมีเงื่อนไขว่าหากซีทีเอชผิดสัญญาที่ซีทีเอชทำไว้กับฟ็อกซ์ ธนาคารจึงจะจ่ายเงินให้ฟ็อกซ์ ซึ่งสัญญาที่ซีทีเอชทำกับฟ็อกซ์ ธนาคารกรุงเทพมิได้ลงนามในสัญญาดังกล่าว ธนาคารกรุงเทพจึงไม่ใช่คู่สัญญากับฟ็อกซ์โดยตรง ฟ็อกซ์เป็นเพียงผู้รับประโยชน์ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันที่ธนาคารกรุงเทพทำให้ไว้ ทั้งนี้ซีทีเอชได้ยืนยันกับธนาคารกรุงเทพว่าฟ็อกซ์เป็นฝ่ายผิดสัญญา

“ขณะนี้ ฟ็อกซ์ได้ยื่นฟ้องซีทีเอช และธนาคารกรุงเทพต่อศาลชั้นต้นที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ธนาคารกรุงเทพจึงไม่สามารถให้รายละเอียดได้เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล การให้ข้อเท็จจริง หรือความเห็นที่มีลักษณะเป็นการชี้นำแก่ศาล อาจเป็นการละเมิดอำนาจศาลและเป็นการเสียมารยาทอย่าง ร้ายแรง”

ส่วนกรณีที่ฟ็อกซ์ฟ้องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ “จีเอ็มเอ็ม” และธนาคารกรุงเทพในฐานะที่เป็นผู้ค้ำประกันต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าต่างประเทศกลาง ข้อเท็จจริงก็เป็นไปในทำนองเดียวกันกับกรณีของซีทีเอช.

 

“พาณิชย์” จัดงานลดรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811672

 

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวง ได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ จัดงาน “รวมใจ ช่วยไทย ลดรับปีใหม่” โดยจะลดราคาสินค้าทุกชั้น ทุกแผนก ลดราคาพิเศษเพิ่มจากการส่งเสริมการขายตามปกติ มีจำนวนสินค้าเข้าร่วมมากกว่าปกติ และลดสูงสุดถึง 80% ซึ่งจะดำเนินการใน 13,500 สาขาทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 15 ธ.ค.59 ถึงวันที่ 4 ม.ค.60

“การจัดงานลดราคาสินค้าในครั้งนี้ เป็นการลดราคาเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสินค้าที่นำมาลดราคาจะมีมากกว่าการลดราคาปกติ และจัดนานกว่าปีก่อนที่จัดเพียง 10 วัน โดยคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยช่วงปีใหม่ และมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 80,000 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพได้ 30% หรือกว่า 24,000 ล้านบาท”

สำหรับสินค้าที่จะนำมาลดราคา มีทุกหมวดสินค้าตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้าง และที่สำคัญ หลายห้างมีความยินดีในการรับซื้อข้าวสารจากเกษตรกรมาจำหน่าย และนำมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญ เพื่ออุดหนุนข้าวไทย

นางอภิรดีกล่าวว่า การจัดงานลดราคาสินค้าสอดคล้องกับที่รัฐบาลมีนโยบายช็อปช่วยชาติ โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ซื้อสินค้าในช่วงวันที่ 14 ธ.ค.-31 ธ.ค.59 มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อราย สำหรับการยื่นแบบภาษีประจำปี 59 ซึ่งจะช่วยให้จับจ่ายซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงสุดท้ายของปีได้เพิ่มขึ้น ซึ่งทุกห้างเตรียมความพร้อมในการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้กับประชาชนที่เข้ามาซื้อสินค้าในวันดังกล่าวพร้อมแล้ว และมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการได้โดยไม่มีปัญหาติดขัดและต้องรอนาน.

 

หุ้นสหรัฐฯ ร่วง หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 06:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811711

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงในวันพุธ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน หยุดสถิติการปิดทุบสถิติ 7 วันติดต่อกันของดาวโจนส์…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 14 ธ.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 118.68 จุด หรือ 0.60% ปิดที่ 19792.53 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 18.44 จุด หรือ 0.81% ปิดที่ 2253.28 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 27.16 จุด หรือ 0.50% ปิดที่ 5436.67 จุด

เมื่อวันพุธ หุ้นสหรัฐฯ ลดลง หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีก 0.25% ไปอยู่ที่ระดับ 0.5% ถึง 0.75% ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของหลายฝ่าย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตในระดับปานกลางอย่างต่อเนื่อง และหลังจากนี้จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป.

 

“ชิค รีพับบลิค” ผุดสาขาราชพฤกษ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811671

 

เปิดโฮมแฟชั่นสโตร์สไตล์ยุโรป รองรับกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่มีระดับ

นายกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด โฮมแฟชั่นสโตร์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านมาตรฐานยุโรปและอเมริกา ภายใต้แนวคิด “Home Fashion Store” เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดบริการสาขาโฮมแฟชั่นสโตร์แห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ มูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ภายใต้แนวคิดที่เน้นการสร้าง “Inspiration and Experience” ให้กับลูกค้า มีพื้นที่จัดวางสินค้ากว่า 15,000 ตารางเมตร ครอบคลุมสินค้าออกแบบและตกแต่งบ้าน หรูหรา ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

โดยมุ่งมั่นสร้างโฮมแฟชั่นสโตร์แห่งใหม่ให้เป็นมากกว่าศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของครอบครัว กับสินค้าตกแต่งบ้านที่คงเอกลักษณ์ตามสไตล์ชิค รีพับบลิค แต่ยังได้ทุ่มเทออกแบบอาคารด้วยดีไซน์ทันสมัย ในสไตล์ “European Village” ด้วยกลิ่นอาย โพรวองซ์ และตกแต่งพื้นที่สวนกว่า 10 ไร่ และยังรวบรวมร้านอาหารชื่อดัง ที่มีสไตล์การตกแต่งร้านอย่างเป็นเอกลักษณ์ เพื่อมุ่งหวังสร้างประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจการตกแต่งให้กับลูกค้านับตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้สัมผัส ให้ลูกค้าสามารถ “ช็อป กิน พักผ่อน” ครบทุกความต้องการในคราวเดียว โดย
ตั้งเป้าให้โฮมแฟชั่นสโตร์ สาขาราชพฤกษ์ เป็นแลนด์มาร์กของคนรุ่นใหม่

ที่สาขาราชพฤกษ์บริษัทยังได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Rina Hey (ริน่า เฮย์)” มาในเอกลักษณ์ใหม่ สุดเท่ เก๋ไก๋ ชิคและคูลไม่ซ้ำใคร ภายใต้คอนเซปต์ “Imperfect Create Perfect Place” ตอบสนองและรองรับกลุ่มลูกค้าได้ทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสินค้ามีเอกลักษณ์เฉพาะบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้ยิ่งขึ้น

ในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่บริษัทสามารถเดินหน้าธุรกิจได้ตามแผนงานทั้งการเปิดตัวสาขาใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ และผลประกอบการที่เติบโตได้ดีแข็งแกร่งเหนือภาวะเศรษฐกิจและบรรยากาศโดยภาพรวมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการจับจ่ายใช้สอย ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่ายอดขายในปี 2559 จะปิดที่ 1,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะที่ปี 2560 กำหนดเป้าหมายการเติบโตในเบื้องต้นจะเติบโตแตะระดับ 1,200 ล้านบาท.

 

หุ้นค้าปลีกคึกคักยกแผงขึ้นรับช็อปช่วยชาติ ร้องรัฐจัดให้ทุกไตรมาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811666

 

ธุรกิจค้าปลีกคึกคักรับมาตรการช็อปช่วยชาติ ผู้ประกอบการมั่นใจปลุกกำลังซื้อที่ซบเซาให้ฟื้นขึ้นมาได้ เตรียมรับมือการออกใบกำกับภาษี ผู้บริหารสินค้าไอที COM7 มั่นใจดันยอดขายเดือนนี้พุ่งขึ้นจากภาวะปกติ 40% ด้าน “หมอบิวตี้” ติวเข้มพนักงานรับแรงซื้อ ด้าน “แม็ค” ติดใจปีที่แล้ว 7 วัน ยอดขายพุ่ง 100 ล้านปีนี้พร้อมเปิดช่องขายออนไลน์เพิ่มให้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย ด้านราคาหุ้นค้าปลีกปรับขึ้นร้อนแรง ชงให้มีมาตรการช็อปช่วย ชาติทุกไตรมาส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธุรกิจค้าปลีกคึกคักรับมาตรการช็อปช่วยชาติ หลังรัฐบาลดีเดย์เปิดให้วันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนหวังเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท และหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มอีก 2-3 รอบส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกและสินค้าบริการเตรียมการรับมือกันอย่างคึกคักทั้งผู้ประกอบการสินค้าไอที โทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอาง ความงาม

นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ผู้จำหน่ายสินค้าไอทีคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทได้เตรียมพร้อมรับมือมาตรการช็อปช่วยชาติอย่างเต็มที่ทั้งการเตรียมเพิ่มพนักงานในการให้บริการ เครื่องปรินเตอร์และคอมพิวเตอร์ในการออกใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องต่อคิวยาว ที่สำคัญคือการเตรียมสั่งสต๊อกสินค้าที่น่าจะเป็นสินค้าเป้าหมายของลูกค้าที่จะใช้มาตรการนี้เพิ่มขึ้น หลังจากปีที่แล้วมีความฉุกละหุกในการออกใบกำกับภาษีล่าช้าทำให้ลูกค้าต่อคิวยาว คาดว่าผลจากมาตรการนี้ที่ใช้เวลา 18 วัน จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากยอดขายปกติมากกว่า 40% จากปีที่แล้วที่มีมาตรการนี้เพียง 7 วัน ยอดขายพุ่งขึ้นมา 40%

ด้านนายสุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว กล่าวว่า มาตรการนี้มีประโยชน์ต่อทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และการหมุนเวียนเศรษฐกิจแน่นอน ซึ่งบริษัทได้เตรียมการรับมืออย่างเต็มที่ในการสร้างความรู้ความเข้าใจกับพนักงานถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ลูกค้าจะได้รับทั้งเพื่อให้ข้อมูลลูกค้าพร้อมกับการชักจูงให้ลูกค้ามาใช้บริการซื้อสินค้าของบริษัท ซึ่งมาตรการนี้เมื่อปี 58 เห็นผลอย่างมาก ปีนี้คาดว่าผลของมาตรการนี้จะผลักดันให้ยอดขายเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้นจากยอดขายปกติไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งช่วงเดือน ธ.ค.ยอดขายมักจะเติบโตได้ดีอยู่แล้ว รวมผลของมาตรการนี้น่าจะทำให้ยอดขายเดือน ธ.ค.โตมากกว่า 40% โดยบริษัทได้เตรียมการสั่งผลิตสินค้าไว้รองรับอยู่แล้วในทุกสาขา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มอื่นๆ ที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการช็อปช่วยชาติต่างปรับตัวขึ้นกันอย่างคึกคักร้อนแรง บล.ทรีนีตี้ระบุว่า มาตรการช็อปช่วยชาติปี 59 จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อหุ้นค้าปลีกโดยเฉพาะบริษัทที่มีลูกค้าเป้าหมายระดับกลางถึงบน ซึ่งมีฐานลูกค้าเป็นผู้ได้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวสูงสุด เช่น HMPRO-ROBINS-COM7 เป็นต้น หลังจากตลอดทั้งปีที่ผ่านมาบรรยากาศการจับจ่ายซบเซา

นางสาวสุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) ผู้ค้าปลีกเครื่องแต่งกายและไลฟ์สไตล์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “แม็ค” กล่าวว่า ผลจากมาตรการช็อปช่วยชาติปีก่อนที่สร้างยอดขายให้ “แม็ค” เพิ่มขึ้นได้อย่างอะเมซซิ่งมาก โดยเพียงแค่ 7 วัน ทำยอดขายได้ถึง 100 ล้านบาท ทั้งที่มีการเตรียมการน้อยมาก แต่มาปีนี้เรามีความพร้อมมากที่สุด ทั้งทีมงานและระบบงานคอมพิวเตอร์ จึงมั่นใจว่าด้วยจำนวนวันที่เพิ่มขึ้นและการเตรียมพร้อมจะทำให้เพิ่มยอดขายมากกว่า 100 ล้านบาทแน่นอน ที่สำคัญปีนี้บริษัทมีช่องทางขายออนไลน์เพิ่มขึ้น

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ 15,000 บาท ที่ออกมากระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงปลายปี 2559 น่าจะเป็นโอกาสให้กับบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีก ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ที่จดทะเบียนอยู่ในระบบและสามารถออกใบกำกับภาษีได้ โดยคาดว่าผลจากมาตรการดังกล่าวน่าจะกระตุ้นให้มีเม็ดเงินกระจายไปสู่ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และธุรกิจบริการอื่นๆ ประมาณ 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็นค้าปลีกสินค้าและบริการทั่วไปรวม 12,000 ล้านบาท และร้านอาหาร 1,000 ล้านบาท

“ช็อปช่วยชาติน่าจะเป็นโอกาสให้กับบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านเฟอร์นิเจอร์ ศูนย์จำหน่ายประดับยนต์ รวมถึงร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารในโรงแรม และภัตตาคาร”.