มะกันขับทูตรัสเซีย 35 คน ออกจากประเทศฐานแทรกแซงเลือกตั้ง ปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ธ.ค. 2559 04:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824670

 

บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั้งเนรเทศทูตรัสเซีย 35 คนออกจากประเทศ รวมทั้งปิดอาคารที่รัสเซียใช้ 2 แห่ง และคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัสเซีย เพื่อตอบโต้แดนหมีขาว ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ธ.ค. ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา ออกคำสั่งขับเจ้าหน้าที่การทูตของรัสเซียจำนวน 35 คนออกจากประเทศ และปิดสำนักที่รัสเซียใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง 2 แห่ง ในรัฐแมรีแลนด์และนิวยอร์ก ที่รัฐบาลเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการแฮกเจาะระบบข้อมูลกลุ่มการเมืองในสหรัฐฯ ระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2016 เมื่อเดือน พ.ย.

“มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นตามหลังคำเตือนจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่เราส่งถึงรัฐบาลรัสเซีย และเป็นมาตรการจำเป็นและการตอบโต้ที่เหมาะสมต่อความพยายามจะสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ด้วยพฤติกรรมละเมิดบรรทัดฐานระหว่างประเทศ” โอบามาระบุในแถลงการณ์ระหว่างที่เขาเดินทางเยือนรัฐฮาวาย

ทั้งนี้ ทูตรัสเซียทั้ง 35 คนมีเวลา 72 ชั่วโมงในการเดินทางออกจากสหรัฐฯ นอกจากนั้น สหรัฐฯ ยังคว่ำบาตรสำนักงานข่าวกรองหลัก (GRU) และสำนักงานความมั่นคงกลางรัสเซีย (FSB) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ 4 คนของ GRU และบริษัท 3 แห่งที่ช่วยสนับสนุนปฏิบัติการของ GRU กับชาวรัสเซียอีก 2 คน ฐานใช้วิธีการทางไซเบอร์เพื่อการยักยอกเงินและได้มาซึ่งข้อมูลส่วนตัวของบุคคล

ด้านรัสเซียออกมาตอบโต้อย่างรวดเร็ว โดยนางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย แถลงว่า จะมีการใช้มาตรการที่คล้ายกันเพื่อตอบโต้การขับไล่ทูตครั้งนี้ แต่เธอไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการออกมาตรการตอบโต้ แต่ตอนนี้ประธานาธิบดีจะยังไม่รีบร้อนตัดสินใจ

ด้านกระทรวงต่างประเทศรัสเซียในสหราชอาณาจักร ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า ความเคลื่อนไหวของโอบามาเป็นเหตุซ้ำรอยสงครามเย็น

 

เจ๋ง! ‘ไทยรัฐ’ รับรางวัลชนะเลิศประกวดภาพข่าวหนังสือพิมพ์อาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ธ.ค. 2559 04:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824629

 

เจ๋ง! ภาพของ”ไทยรัฐ”จากประเทศไทยคว้ารางวัลชนะเลิศประกวดภาพข่าวหนังสืออาเซียน ประจำปี 2559 ที่กรุงฮานอย เวียดนาม ขณะที่เวียดนามเจ้าภาพกวาดไป 5 รางวัล ขณะที่’มงคลชัย ปัญญาตระกูล’ ผู้สื่อข่าว ได้รับเกียรติขึ้นพูดบนเวที เป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดในการเป็นผู้สื่อข่าว

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2559 เวลา 10.00 น.สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ได้จัดพิธีประกาศรางวัลและมอบรางวัลการประกวดภาพข่าวหนังสือพิมพ์อาเซียน ประจำปี 2559 ในหัวข้อ “ASEAN-One Community” ที่อาคารสมาคมฯ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม


โดยมีนายต่วน หู ประธานสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ในฐานะประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน เป็นประธานในพิธี และนายโอ กวง เล่ย เลขาธิการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน ในฐานะประธานคณะกรรมการจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมพิธีและเป็นสักขีพยาน ส่วนตัวแทนจากประเทศไทยมีนายดำฤทธิ์ วิริยะกุล กรรมการบริหารสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และนายพินิตย์ ขุนทรง กรรมการสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกรรมการตัดสิน เข้าร่วมพิธี มีสื่อมวลชนของเวียดนามและอาเซียนเข้าร่วมทำข่าวกันอย่างคึกคัก


ผลการประกวดรางวัลภาพข่าวหนังสือพิมพ์อาเซียน ประจำปี 2559 อย่างเป็นทางการ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่นายมงคลชัย ปัญญาตระกูล จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เจ้าของผลงานภาพ”สงกรานต์หนองคาย” ส่งประกวดโดยสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล 1,000 เหรียญสหรัฐฯ รางวัลที่ 2 ได้แก่ นาย เหวียน หู่ ดินห์ จากสมาคมนักข่าว จ.เกียนซาน เจ้าของผลงานภาพเทศกาลแข่งวัวภูเขาประจำปีในทินห์ เบียน ส่งประกวดโดยสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัล 800 เหรียญสหรัฐฯ ส่วนรางวัลที่ 3 มี 3 รางวัล ได้แก่ภาพจากมาเลเซีย,อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ได้รับเกียรติบัตรและเงินสดรางวัลละ 400 เหรียญสหรัฐฯ



นอกจากนี้ ยังมีรางวัลชมเชย อีก 5 รางวัลได้แก่ภาพของเวียดนาม 4 ภาพ และ สปป.ลาว 1 ภาพ ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัลละ 200 เหรียญสหรัฐฯ สรุปรางวัลจากการประกวดครั้งนี้ ช่างภาพเวียดนามประเทศเจ้าภาพกวาดไป 5 รางวัล ประเทศอื่นๆ ได้ประเทศละ1รางวัล มี ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีมอบรางวัล นายมงคลชัย ปัญญาตระกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้รับเกียรติขึ้นกล่าวแสดงความรู้สึกบนเวทีมอบรางวัลด้วย นายมงคลชัย ได้กล่าวขอบคุณสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนามที่เป็นเจ้าภาพจัดการประกวด รวมทั้งสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยที่คัดเลือกภาพของตนเข้าประกวด รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดของตนในการเป็นนักข่าว และการประกวดภาพอาเซียนเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงแง่มุมต่างๆของอาเซียน ภูมิภาคที่ประกอบด้วยความหลากหลายทั้งผู้คน ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม แต่อยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ และหวังว่าจะมีการจัดประกวดภาพอาเซียนต่อไปทุกๆปี เพื่อส่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของภูมิภาคอาเซียน



ด้านนายพินิตย์ ขุนทรง กรรมการสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กรรมการจากประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลในการประกวดครั้งนี้ ต้องถือว่ามีผลงานภาพดีจริงๆ รอบสุดท้ายคัดเลือกเหลือ 30 ภาพ จากจำนวนภาพที่ส่งเข้าประกวด 650 ภาพ จากนั้นส่งภาพไปให้กรรมการแต่ละประเทศพิจารณาให้คะแนน และส่งกลับไปให้กรรมการที่เวียดนามรวมคะแนน จึงประกาศผลการตัดสิน ภาพของไทยที่ได้รับรางวัลเป็นภาพที่ตรงกับเนื้อหาการประกวดและภาพถ่ายออกมาสวย มีมุมมองหลายมิติอยู่ในภาพ กรรมการหลายชาติชมว่ามองแล้วเห็นความรู้สึกของคนในภาพที่มาร่วมกิจกรรม และบรรยากาศ.

 

ตะลึง! ’ดูเตร์เต’ บอกเคยโยนผู้ต้องสงสัยลงจากฮ. ขู่จะทำอีกกับพวกทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ธ.ค. 2559 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824649

 

โรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ออกมายอมรับอีกครั้งว่า ตัวเขาเคยโยนผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมลงจากเฮลิคอปเตอร์ และขู่จะทำแบบเดียวกันอีกกับเจ้าหน้าที่ทุจริต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งประเทศฟิลิปปินส์ ออกมาขู่ว่าเขาจะโยนเจ้าหน้าที่ทุจริตลงจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่กลางอากาศ เหมือนที่เขาเคยทำมาก่อน นับเป็นคำกล่าวอ้างครั้งล่าสุดของผู้นำสายเหยี่ยวรายนี้ ที่บอกว่าเขาเคยลงมือฆ่าผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมด้วยตัวเอง

นายดูเตร์เตกล่าวคำพูดดังกล่าวระหว่างการปราศรัยต่อผู้ประสบภัยพายุไต้ฝุ่นในพื้นที่ตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันอังคาร โดยเขาขู่จะโยนเจ้าหน้าที่ที่ขโมยงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยลงจากเฮลิคอปเตอร์ “หากคุณคอร์รัปชัน ผมนำเฮลิคอปเตอร์ไปรับคุณไปยังกรุงมะนิลา และผมจะโยนคุณลงไป”

“ผมเคยทำมาแล้ว ทำไมจะทำอีกไม่ได้ล่ะ?” ดูเตร์เตกล่าวพร้อมเสียงปรบมือจากคนดู โดยเขากล่าวเป็นนัยว่า เหยื่อของเขาคือผู้ก่อเหตุลักพาตัวที่ก่อเหตุสังหารตัวประกัน อย่างไรก็ตาม ต่อมาในวันพฤหัสบดี ดูเตร์เตให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว ABS-CBN โดยไม่ยอมรับว่าเขาเคยโยนคนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ “ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อโยนคนลงมา? แต่ให้จริง ผมก็ไม่ยอมรับหรอก”

ทั้งนี้ นายดูเตร์เตเคยกล่างอ้างว่าเคยลงมือฆ่าคนหลายครั้งในอดีต เช่นเมื่อ 16 ธ.ค. เขาบอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เขายิงผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมตาย 3 คนในช่วงที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา และพูดคล้ายกันที่การประชุมผู้นำธุรกิจไม่กี่วันก่อนหน้านั้น

 

รบ.ซีเรีย-กบฏ บรรลุข้อตกลงหยุดยิง เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนวันพฤหัสฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ธ.ค. 2559 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824590

 

รัฐบาลซีเรียและฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและจะเริ่มการหยุดยิงตั้งแต่เที่ยงคืนวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมกับเตรียมเริ่มการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมานาน 6 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า ฝ่ายรัฐบาลซีเรียและฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลตกลงจะเริ่มการหยุดยิงตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันพฤหัสบดีนี้เป็นต้นไป และเตรียมการเพื่อเริ่มการเจรจาสันติภาพระหว่างกัน ซึ่งรัสเซีย, อิหร่านและตุรกี พร้อมเป็นตัวกลางในการเจรจา


วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดี รัสเซีย

นายปูตินกล่าวอีกว่า กลุ่มกบฏหลายกลุ่มและรัฐบาลซีเรีย ลงนามเอกสารหลายฉบับรวมทั้ง ข้อตกลงหยุดยิง, มาตรการตรวจสอบการหยุดยิง และแถลงการณ์เรื่องความพร้อมในการเริ่มการเจรจาสันติภาพ “ข้อตกลงที่บรรลุนั้น แน่นอนว่ายังเปราะบาง จำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่และการเข้ามามีส่วนร่วมเป็นพิเศษ แต่อย่างไรเสีย นี่เป็นผลลัพธ์สำคัญจากความพยายามและการทำงานร่วมกันของกระทรวงต่างประเทศและกลาโหมของพวกเรา และหุ้นส่วนในภูมิภาค” ปูตินกล่าว

ขณะเดียวกัน กองทัพรัฐบาลซีเรียประกาสระงับการต่อสู้ทั่วประเทศ แต่ระบุด้วยว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส และกลุ่ม อัล-นุสรา รวมถึงกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเหล่านี้ ไม่ถูกรวมในข้อตกลงหยุดยิง


โอซามา อาบู เซอิด จากกองทัพซีเรียเสรี กลุ่มหลักของฝ่ายกบฏสายกลาง แสดงสำเนาของข้อตกลงหยุดยิง 5 ขั้นในซีเรีย ที่งานแถลงข่าวในกรุงอังการา ประเทศตุรกี

ทั้งนี้ นี่ถือเป็นข้อตกลงหยุดยิงครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นในซีเรียในปีนี้ โดย 2 ครั้งก่อนเป็นการเจรจากันระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย ซึ่งการหยุดยิงล่มภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ โดยฝ่ายกบฏและรัฐบาลต่างโทษอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลง

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงล่าสุด ไม่มีสหรัฐฯ หรือสหประชาชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเกิดขึ้นหลังจาก รัสเซีย, ตุรกี และอิหร่าน ระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า พวกเขาพร้อมจะสนับสนุนข้อตลงหยุดย และร่างหลักปฏิบัติที่ความยึดถือในข้อตกลงใดๆ

 

เศร้าซ้ำ! ‘เดบบี เรย์โนลด์ส’ แม่ ‘แคร์รี ฟิชเชอร์’ ตรอมใจตายตามลูกสาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2559 22:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824554

 

เกิดข่าวเศร้าขึ้นอย่างต่อเนื่องในวงการบันเทิงอเมริกัน เมื่อล่าสุด เดบบี เรย์โนลด์ส นักแสดงหญิง มารดาของ แคร์รี ฟิชเชอร์ เสียชีวิตเพียงวันเดียวหลังจากลูกสาวของเธอจากโลกนี้ไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เดบบี เรย์โนลด์ส นักแสดงหญิงผู้เคยแสดงในละครเพลงชื่อดังอย่าง ‘Singin’ in the Rain’ และอื่นๆ ในยุค 1950-60 เสียชีวิตแล้วในวันพุธที่ 28 ธ.ค. ขณะมีอายุ 84 ปี เพียงวันเดียวหลังจากลูกสาวของเธอคือ แคร์รี ฟิชเชอร์ ผู้เป็นที่รู้จักกันดีในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ‘สตาร์ วอร์ส’ เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายในวัย 60 ปี

ข่าวระบุว่า นางเรย์โนลด์สอยู่กับลูกชายของเธอคือ ทอดด์ ฟิชเชอร์ ผู้เป็นน้องชายของแคร์รี ฟิชเชอร์ ที่บ้านในเมืองเบเวอร์ลี ฮิลส์ คาดว่าเพื่อหารือเรื่องการจัดพิธีศพให้แก่ลูกสาวของเธอ ก่อนจะเกิดอาการป่วยและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซีดาร์ส-ไซนาย โดยเธอมีอาการหลายใจลำบาก และถูกประกาศว่าเสียชีวิตในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา โดยเชื่อว่าสาเหตุมาจากโรคเส้นเลือดในสมอง


เดบบี เรย์โนลด์ส ถ่ายรูปคู่กับ แคร์รี ฟิชเชอร์ ผู้เป็นลูกสาว ที่งานประกาศผลรางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ ครั้งที่ 21 เมื่อปี 2015

นาย ทอดด์ ฟิชเชอร์ บอกกับสื่อหลังการตายของมารดาว่า การเสียชีวิตของพี่สาวของเขาหนักหนาสาหัสเกินไปสำหรับนางเรย์โนลด์ส และคำพูดสุดท้ายของเธอคือ เธอจะอยากไปอยูกับแคร์รี “ตอนนี้เธออยู่กับแคร์รีแล้ว และเราทุกคนต่างใจสลาย” นายฟิชเชอร์กล่าว

ทั้งนี้ เดบบี เรย์โนลด์ส หรือชื่อจริงคือ แมรี ฟรานเซส เรย์โนลด์ส เกิดเมื่อ 1 เม.ย. 1932 เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ประสบความสำเร็จในวงการละครเพลงและละครตลกของฮอลีวูด มีชื่อเสียงสูงสุดในยุคปี 1950-60 โดยเป็นที่รู้จักจากบทบาทในละครเพลงเรื่อง ‘Singin’ in the Rain’ ขณะมีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปี 1964 ด้วย จากละครเพลงเรื่อง ‘Unsinkable Molly Brown’


ภาพ เดบบี เรย์โนลด์ส กับ จีน เคลลี นักแสดงชาวอเมริกันผู้เสียชีวิตไปเมื่อ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นภาพจากละครเพลงเรื่อง Singin’ in the Rain ที่ทั้งคู่แสดงด้วยกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศร้า! ‘แคร์รี ฟิชเชอร์’ เสียชีวิตในวัย 60 ปี ยื้อไม่ไหวหลังหัวใจวาย

‘แคร์รี ฟิชเชอร์’ เจ้าหญิงเลอาจาก ‘สตาร์ วอร์ส’ หัวใจวายเข้า ICU

 

นักข่าว ‘ไทยรัฐ’ ปลื้มใจรับรางวัลชนะเลิศภาพข่าวหนังสือพิมพ์อาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2559 19:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824502

 

ประกาศผลและมอบรางวัลอย่างเป็นทางการแล้ว การประกวดภาพข่าวหนังสือพิมพ์อาเซียน ประจำปี 2559 ที่กรุงฮานอย ภาพของ “ไทยรัฐ” จากประเทศไทย คว้ารางวัลชนะเลิศ

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.59 สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ได้จัดพิธีประกาศรางวัลและมอบรางวัลการประกวดภาพข่าวหนังสือพิมพ์อาเซียน ประจำปี 2559 ในหัวข้อ “ASEAN-One Community” ที่อาคารสมาคมฯ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม



โดยมี นายต่วน หู ประธานสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ในฐานะประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน เป็นประธานในพิธี และนายโอ กวง เล่ย เลขาธิการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน ในฐานะประธานคณะกรรมการจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมพิธีและเป็นสักขีพยาน ส่วนตัวแทนจากประเทศไทยมี นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล กรรมการบริหารสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และนายพินิตย์ ขุนทรง กรรมการสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกรรมการตัดสิน เข้าร่วมพิธี มีสื่อมวลชนของเวียดนามและอาเซียนเข้าร่วมทำข่าวกันอย่างคึกคัก




สำหรับผลการประกวดรางวัลภาพข่าวหนังสือพิมพ์อาเซียน ประจำปี 2559 อย่างเป็นทางการ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายมงคลชัย ปัญญาตระกูล จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เจ้าของผลงานภาพ “สงกรานต์หนองคาย” ส่งประกวดโดยสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัล 1,000 เหรียญสหรัฐฯ รางวัลที่ 2 ได้แก่ นาย เหวียน หู่ ดินห์ จากสมาคมนักข่าว จ.เกียนซาน เจ้าของผลงานภาพเทศกาลแข่งวัวภูเขาประจำปีในทินห์ เบียน ส่งประกวดโดยสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัล 800 เหรียญสหรัฐฯ

ส่วนรางวัลที่ 3 มี 3 รางวัล ได้แก่ ภาพจากมาเลเซีย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ได้รับเกียรติบัตรและเงินสดรางวัลละ 400 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชย อีก 5 รางวัล ได้แก่ ภาพของเวียดนาม 4 ภาพ และ สปป.ลาว 1 ภาพ ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัลละ 200 เหรียญสหรัฐฯ สรุปรางวัลจากการประกวดครั้งนี้ ช่างภาพเวียดนามประเทศเจ้าภาพกวาดไป 5 รางวัล ประเทศอื่นๆ ได้ประเทศละ 1 รางวัล มี ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว



นายมงคลชัย ได้รับเกียรติขึ้นกล่าวแสดงความรู้สึกบนเวทีมอบรางวัลด้วย และกล่าวว่า ขอบคุณสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนามที่เป็นเจ้าภาพจัดการประกวด รวมทั้งสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยที่คัดเลือกภาพของตนเข้าประกวด รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดของตนในการเป็นนักข่าว และการประกวดภาพอาเซียนเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงแง่มุมต่างๆ ของอาเซียน ภูมิภาคที่ประกอบด้วยความหลากหลายทั้งผู้คน ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม แต่อยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ และหวังว่าจะมีการจัดประกวดภาพอาเซียนต่อไปทุกๆ ปี  เพื่อส่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของภูมิภาคอาเซียน

ด้านนายพินิตย์ กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลในการประกวดครั้งนี้ ต้องถือว่ามีผลงานภาพดีจริงๆ รอบสุดท้ายคัดเลือกเหลือ 30 ภาพ จากจำนวนภาพที่ส่งเข้าประกวด 650 ภาพ จากนั้นส่งภาพไปให้กรรมการแต่ละประเทศพิจารณาให้คะแนน และส่งกลับไปให้กรรมการที่เวียดนามรวมคะแนน จึงประกาศผลการตัดสิน ภาพของไทยที่ได้รับรางวัลเป็นภาพที่ตรงกับเนื้อหาการประกวดและภาพถ่ายออกมาสวย มีมุมมองหลายมิติอยู่ในภาพ กรรมการหลายชาติชมว่ามองแล้วเห็นความรู้สึกของคนในภาพที่มาร่วมกิจกรรมและบรรยากาศ.

 

หมูป่าวิ่งเล่นระเริงร่าบนลานจอดเครื่องบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823425

 

เกิดความโกลาหลอลหม่านขึ้นที่ “เชค แลป ก๊อก” ท่าอากาศยานนานาชาติของฮ่องกง เล่นเอาเจ้าหน้าที่สนามบินและตำรวจต้องประชุมเกณฑ์กำลังลงไปจับหมูป่าเพศเมีย ตัวสูง 1 เมตร หนัก 50 กิโลกรัม ที่บุกเข้าไปวิ่งเล่นเริงร่าสนุกสนานบนลานจอดเครื่องบิน เหมือนจะบอกว่าแต่ก่อนง่อนชะไรพื้นที่ย่านนี้เป็นป่าดงถิ่นที่อยู่ของพวกมัน

ปฏิบัติการล้อมจับหมูป่าใช้เวลาไม่นาน แต่ทุลักทุเลพอสมควร เพราะต้องใช้ตำรวจถึงสามนายพร้อมโล่ไล่ล่าหมูป่า ส่วนเจ้าอู๊ดๆก็สะบักสะบอมมิใช่น้อย มีเลือดไหลออกจากจมูกตอนที่ถูกกดให้นอนลง มันถูกส่งตัวไปยังศูนย์จัดการสัตว์ เพื่อตรวจสอบและรักษาบาดแผลแล้วปล่อยกลับคืนสู่ป่า

ทั้งนี้ หมูป่าถูกพบอย่างแพร่หลายตามชนบทของฮ่องกง บางครั้งพวกมันบุกเข้าหมู่บ้าน ชุมชน แม้กระทั่งเขตเมืองก็ไม่ละเว้น เพื่อคุ้ยเสาะหาอาหาร จนกระทรวงเกษตรต้องออกคำเตือนว่าถ้าเจอหมูป่าจงอย่าเข้าใกล้ เพราะมันอาจจะก้าวร้าวถ้ารู้สึกว่าถูกคุกคาม ปีที่ผ่านมามีรายงานว่าหมูป่าสร้างความเสียหายให้ร้านค้า เมื่อมันบุกเข้าไปชนหุ่นโชว์เสื้อจนล้มระเนระนาด เหล่าลูกค้าตกใจกลัวเผ่นหนีกันกระเจิง.

 

ประชากรกวางเรนเดียร์ลดฮวบน่าใจหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 10:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823421

 

คุณจะเรียกสัตว์สี่เท้าเขางามว่า “กวางคาริบู” หรือ “กวางเรนเดียร์” แน่ๆ พวกมันคือสัตว์โลกชื่อทางวิทยาศาสตร์ “Rangifer tarandus” ประชากรราว 2 ล้าน 5 แสนตัว กระจายอยู่ในทวีปอาร์กติก และจำนวนของพวกมันลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ โดยนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้และยังไม่พบข้อสรุปขั้นสุดท้ายว่าทำไมจึงน่าใจหายเช่นนั้น

คาบสมุทรไทเมียร์ของรัสเซียเป็นแหล่งที่อยู่ของกวางเรนเดียร์จำนวนมากที่สุดในโลก เป็นหนึ่งในอาณาบริเวณที่ประชากรกวางล้มหายตายจากและลดจำนวนลง อังเดร เปตรอฟ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ไอโอวา รายงานต่อที่ประชุมสหภาพธรณีฟิสิกส์อเมริกัน ว่าในปี พ.ศ.2543 ตรวจนับได้ราวหนึ่งล้านตัว มากที่สุดตั้งแต่สิ้นยุคสหภาพโซเวียต ปัจจุบันเหลือเพียง 600,000 ตัว


กวางเรนเดียร์บนคาบสมุทรไทเมียร์ ได้รับการศึกษาอย่างดีมาตลอดหลายทศวรรษ ติดตามความเคลื่อนไหวจากทางอากาศระหว่างปี 2512-2542 ติดปลอกคอกวางบางตัวเพื่อรู้ว่าพวกมันเดินทางไปแห่งหนใดบ้าง จับตาดูฝูงกวางและสภาพแวดล้อมจากดาวเทียม

ในทัศนะของเปตรอฟ ปัจจัยสำคัญทำให้จำนวนกวางลดลง น่าจะรวมทั้งภูมิอากาศในถิ่นที่กวางอาศัยอยู่เปลี่ยนแปลงร้อนขึ้นเฉลี่ย 1.5 องศาเซลเซียส มนุษย์ ไฟป่าและยุงก็เป็นต้นเหตุด้วย.

 

แคร์รี่ ฟิชเชอร์ ดาราดังลาโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 06:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824006

 

รับบทเจ้าหญิงเลอา ในหนัง‘สตาร์วอร์ส’

เหล่าศิลปินวงการบันเทิงต่างประเทศสุดอาลัย “เจ้าหญิงเลอา-แคร์รี่ ฟิชเชอร์” จากมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่อง “สตาร์วอร์ส” ที่ดาวดับแสงลาลับในวัย 60 ปีเศษ หลังช็อกหมดสติบนเครื่องบินกลางอากาศ ระหว่างเดินทางจากอังกฤษ มายังนครลอสแอนเจลิส และถูกนำตัวไปรักษาในโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตดาราคนดังที่แฟนหนังทั้งโลกรู้จักกันดีจากมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่อง “สตาร์วอร์ส” แม่โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณทุกคนที่ส่งแรงใจและสวดมนต์วิงวอนพระเจ้าเพื่อให้นำ “ฟิชเชอร์” ไปสู่สถานที่พักผ่อนชั่วนิรันดร์กาล

นับเป็นปีแห่งการสูญเสียคนในวงการบันเทิง ทั้งวงการเพลงและภาพยนตร์ของต่างประเทศ อาทิ นักร้องสาว คริสตินา กริมมี ที่ถูกแฟนคลับคลั่งยิงเสียชีวิตหลังการแสดงคอนเสิร์ตที่ออร์แลนโด สหรัฐฯ เดวิด โบวี และจอร์จ ไมเคิล ที่เป็นศิลปินนักร้องคนดัง ล่าสุด คือดาราสาวใหญ่ชาวอเมริกัน ที่คนทั้งโลกรู้จักกันดีจากมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่อง “สตาร์วอร์ส”

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ว่า แคร์รี่ ฟิชเชอร์ ดาราสาวใหญ่ เจ้าของบทบาท เจ้าหญิงเลอา เจ้าหญิงชุดขาวและมีทรงผมแปลกเป็นเอกลักษณ์ ผู้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อจอมวายร้าย ดาร์ธ เวเดอร์ ในภาพยนตร์ชุดแนวไซ-ไฟ ชื่อดัง “สตาร์วอร์ส” ชุดแรกๆตั้งแต่ปี 2519 หรือเมื่อ 40 ปีก่อน จนถึงสตาร์วอร์ส ภาค 7 ตอน “เดอะ ฟอร์ซ อะเวคเกนส์” ที่ออกฉายเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งบทบาทเจ้าหญิงเลอา ยังมีปรากฏช่วงสั้นๆผ่านเทคนิคตกแต่งภาพดิจิทัลในสตาร์วอร์ส ภาคล่าสุดและอยู่ภายใต้บ้านหลังใหม่อย่างวอลท์ ดิสนีย์ ที่กำลังฉายอยู่ในขณะนี้ทั้งในไทยและทั่วโลก คือ “Rogue One: A Star Wars Story” (โร้ค วัน:ตำนานสตาร์ วอร์ส) ได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัยกว่า 60 ปี ที่โรงพยาบาลในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันที่ 27 ธ.ค. ตามวันเวลาท้องถิ่น

ก่อนหน้านี้ฟิชเชอร์ เพิ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. หลังเกิดอาการหัวใจหยุดเต้นบนเครื่องบินขณะเดินทางกลับจากการไปโปรโมตหนังสือที่กรุงลอนดอน อังกฤษและเหลืออีกแค่ 15 นาที ก็จะถึงจุดหมายคือสนามบินนครลอสแอนเจลิส ระหว่างนี้ลูกเรือและผู้โดยสารบนเครื่องที่เป็นแพทย์ช่วยกันทำซีพีอาร์ ปั๊มหัวใจยื้อชีวิตกระทั่งเครื่องบินลงจอดจึงเร่งนำฟิชเชอร์ส่งโรงพยาบาล กระทั่งมาเสียชีวิตดังกล่าว โดยบิลลี ลูร์ด ลูกสาวของฟิชเชอร์ ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านโฆษกส่วนตัว ว่า แคร์รี่ ฟิชเชอร์ มารดาผู้เป็นที่รัก ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 08.55 น.วันที่ 27 ธ.ค. ตามวันเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับ 23.55 น. วันเดียวกัน ตามเวลาในไทย

ด้านเหล่าคนดังและผู้ใกล้ชิด ต่างออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อการจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับของฟิชเชอร์ รวมทั้งจอร์จ ลูคัส ผู้กำกับและผู้ก่อตั้งสตาร์วอร์สและมาร์ค แฮมิลล์ ซึ่งรับบทลุค สกายวอล์คเกอร์ในหนังสตาร์วอร์ส ต่างโพสต์ข้อความในเว็บไมโครบล็อกทวิตเตอร์ แสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของฟิชเชอร์ โดยลูคัสระบุว่าฟิชเชอร์เป็นเจ้าหญิงผู้ยิ่งใหญ่ ทรงอำนาจ และจะเป็นที่คิดคำนึงถึงของทุกคน

ส่วนแฮร์ริสัน ฟอร์ด พระเอกฮอลลีวูดรุ่นใหญ่ ที่ร่วมแสดงใน “สตาร์วอร์ส” มาด้วยกัน โพสต์ข้อความอาลัยและกล่าวถึงฟิชเชอร์ว่า เป็นนักแสดงที่ฉลาดหลักแหลม สร้างสรรค์ สนุกสนาน ใจกล้าห้าวหาญ ขณะที่เดบบี เรย์โนลด์ นักแสดงสาวใหญ่ ผู้เป็นแม่ของฟิชเชอร์ โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณทุกคน ที่อ้าแขนรับพรสวรรค์ของลูกสาวผู้เป็นที่รักและน่าอัศจรรย์ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยส่งแรงใจและสวดวิงวอนพระเจ้าเพื่อนำฟิชเชอร์ไปสู่จุดแวะพักต่อไป

ประวัติคร่าวๆ ฟิชเชอร์ เป็นบุตรสาวของเอ็ดดี ฟิชเชอร์ นักร้องชื่อดังและเดบบี เรย์โนลด์ ซึ่งเป็นนักแสดง เกิดเมื่อเดือน ต.ค.2499 ที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เล่นหนังเรื่องแรกคือเรื่องแชมพู เมื่อปี 2518 และมีผลงานอีกหลายเรื่อง แต่มาโด่งดังสุดๆกลายเป็นดาราดัง ที่คนรู้จักทั่วโลกในบทเจ้าหญิงเลอาในหนังสตาร์ วอร์ส ก่อนผันตัวเข้าสู่วงการน้ำหมึก เป็นนักเขียนนวนิยาย หนังสือและบันทึกความทรงจำ จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไม่แพ้วงการแสดง

โดยงานเขียนล่าสุดที่กำลังโปรโมตก่อนเสียชีวิตคือ “เดอะ ปริ๊นเซส ไดอาริสต์” ที่เนื้อหาบางส่วนเล่าถึงความสัมพันธ์รักๆใคร่ๆกับพระเอกแฮร์ริสัน ฟอร์ด ช่วงที่ร่วมแสดงในสตาร์วอร์ส ชุดแรกด้วย ฟิชเชอร์เคยแต่งงานช่วงสั้นๆกับพอล ไซมอน นักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดัง หนึ่งในสมาชิกวงดูโอ “ไซมอน แอนด์ กาฟังเกล” และยังเคยผ่านมรสุมชีวิตเลวร้ายทั้งจากการติดเหล้า ยาเสพติด เคยแม้กระทั่งป่วยอาการทางจิตแต่ก็ผ่านพ้นมาได้ในที่สุด ซึ่งเธอได้นำมาเล่าถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือในงานเขียน นับเป็นคนดังในแวดวงบันเทิงรายล่าสุดที่เสียชีวิตลงในรอบปี 2016 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้

 

ดาวดับแสง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 06:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823994

 

แคร์รี่ ฟิชเชอร์ ดาราชื่อดังชาวอเมริกัน ผู้รับบทเจ้าหญิงเลอา (ภาพเล็ก) ในหนังแนวไซ-ไฟ “สตาร์ วอร์ส” ที่คนทั้งโลกรู้จักกันดีได้เสียชีวิตแล้วในวัย 60 ปี หลังเกิดอาการช็อกบนเครื่องบินแม้แพทย์พยายามยื้อชีวิตแต่ไม่สำเร็จ.