Money Expo 2017 จัดเพิ่มเป็น 7 ครั้ง 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 16:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811196

 

วารสาร “การเงินธนาคาร” เปิดแนวคิดมหกรรมการเงิน Money Expo 2017 นวัตกรรมการเงิน 4.0 Financial Innovation 4.0 เปิดโลกเทคโนโลยีใหม่ทางการเงิน-การลงทุน พร้อมเปิดโซนใหม่ FinTech& Startup โชว์นวัตกรรมการเงินยุคใหม่ เพิ่มการจัดงานทั้งปี เป็น 7 ครั้ง ใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ …

วันที่ 14 ธ.ค.59 นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo ปีที่ 17 ประจำปี 2560 เปิดเผยถึงแนวคิดการจัดงาน มหกรรมการเงิน Money Expo 2560 ว่า จะใช้แนวคิดการจัดงานที่สอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล และสอดรับกับเทคโนโลยีทางการเงินโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยแนวคิด “นวัตกรรมการเงิน 4.0 Financial Innovation 4.0” เป็นแนวคิดหลักในการจัดงาน เพื่อส่งเสริมและแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการเงิน โดยเฉพาะในด้าน FinTech และ Startup ที่เกี่ยวโยงกับประชาชน ธนาคาร สถาบันการเงิน ไปจนถึง ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินยุคใหม่ พร้อมกับเปิดตัวโลโก้ใหม่ที่ทันสมัยกว่าเดิม


นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์

นายสันติ กล่าวว่า นับตั้งแต่รัฐบาลได้ประกาศนโยบาย เศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy โดยตั้งเป้าหมายให้ประชาชนทุกหมู่บ้าน สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตภายในสิ้นปี 2017 ก็ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลมากมาย งาน Money Expo 2017 จึงได้เพิ่มโซนใหม่ FinTech& Startup เพื่อส่งเสริมและแสดงนวัตกรรมการเงินยุคใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนให้มีบริการที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น รวมไปถึงการส่งเสริมกลุ่ม Startup เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดบริการทางการเงินการลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย


นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์

ด้าน นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ รองประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo ปีที่ 17 ประจำปี 2560 เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเงิน Money Expo 2017 ได้เพิ่มการจัดงานเป็น 7 ครั้ง ตลอดทั้งปีใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดย งานมหกรรมการเงินกรุงเทพ จะเพิ่มการจัดงานเป็น 2 ครั้ง โดยเพิ่มงานใหม่ในปลายปีอีกครั้ง คือ งานมหกรรมการเงินส่งท้ายปี 2017 จัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2560 ณ Hall EH 98–99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา เพื่อตอบสนองความต้องการในบริการทางการเงินและการลงทุนของชาวกรุงเทพฯ และประชาชนในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครที่มีกำลังซื้อสูง รวมทั้งการเพิ่มโอกาสในการซื้อกองทุน RMF/LTF ช่วงท้ายปี เพื่อการออมระยะยาวและลดหย่อนภาษีด้วย ไปจนถึงบริการทางการเงินและการลงทุนทุกเรื่อง

ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมการเงินกรุงเทพฯ ส่งท้ายปี เพิ่มขึ้นอีกงาน ก็เพื่อนำบริการทางการเงินการลงทุน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี มาให้บริการกับประชาชนอีกหลายล้านคน ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำลังจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ ตะวันออก มีโครงการสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ระดับ RegionalShopping Center เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเข้ามาในพื้นที่ และมีโครงการพัฒนาผังเมืองและโครงข่ายการคมนาคม เพื่อสนับสนุนโครงการ Eastern Economic Corridor ของรัฐบาล


สำหรับ 7 งานมหกรรมการเงิน Money Expo 2017 ได้แก่ 1. ภาคตะวันออก งานมหกรรมการเงิน Money Expo พัทยา ครั้งที่ 7 จังหวัดชลบุรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2560 ศูนย์ประชุมพีช โรงแรมรอยัล คลิฟ ครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง ตราดปราจีนบุรี และภาคตะวันออกทั้งหมด

2. ภาคใต้ งานมหกรรมการเงิน Money Expo หาดใหญ่ ครั้งที่ 7 จังหวัดสงขลา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคม 2560 หาดใหญ่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางและตอนล่างทั้งหมด ตั้งแต่จังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส

3. กรุงเทพมหานคร งานมหกรรมการเงิน Money Expo กรุงเทพฯ ครั้งที่ 17 งานมหกรรมการเงิน Money Expo ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีในภูมิภาค จัดบนพื้นที่ 45,000 ตารางเมตร ระหว่าง วันที่ 11-14 พฤษภาคม 2560 อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและภาคกลางทั้งหมด

4. ภาคอีสานตอนล่าง งานมหกรรมการเงิน Money Expo โคราช ครั้งที่ 11 จังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 4-6 สิงหาคม 2560 เอ็มซีซี ฮอลล์ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา ครอบคลุมพื้นที่ภาคอีสานตอนกลางถึงล่างทั้งหมด คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ขอนแก่น สุรินทร์ มหาสารคาม เป็นต้น

5. ภาคอีสานตอนบน งานมหกรรมการเงิน Money Expo อุดรธานี ครั้งที่ 5 จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 6-8 ตุลาคม 2560 อุดรธานี ฮอลล์ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ครอบคลุมพื้นที่ภาคอีสานตอนบนทั้งหมด อุดรธานี หนองคาย ขอนแก่น มหาสารคาม มุกดาหาร สกลนคร หนองบัวลำภูบึงกาฬ ฯลฯ

6. ภาคเหนือ งานมหกรรมการเงิน Money Expo เชียงใหม่ ครั้งที่ 12 จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2560 เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก แม่ฮ่องสอน ฯลฯ

7. กรุงเทพมหานคร งานมหกรรมการเงิน Money Expo กรุงเทพฯ ส่งท้ายปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2560 Hall EH 98–99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกทั้งหมดตั้งแต่ ถนนสุขุมวิท พระรามสี่ ศรีนครินทร์ บางนา ไปจนถึงสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี

นายสันติ กล่าวด้วยว่า งานมหกรรมการเงิน Money Expo ในภูมิภาค 5 แห่งประจำปี 2560 คือ งานมหกรรมการเงิน Money Expo พัทยา ครั้งที่ 7 งานมหกรรมการเงิน Money Expo หาดใหญ่ ครั้งที่ 7 งานมหกรรมการเงิน Money Expo โคราช ครั้งที่ 11 งานมหกรรมการเงิน Money Expo อุดรธานี ครั้งที่ 5 และงานมหกรรมการเงิน Money Expo เชียงใหม่ ครั้งที่ 12 มีธนาคาร สถาบันการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันภัย และโบรกเกอร์ทอง สั่งจองพื้นที่จัดงานจนเต็มพื้นที่หมดแล้วและได้ทำการจับสลากเลือกพื้นที่ไปเรียบร้อยแล้ว

 

ขสมก. ขีดเส้น เบสท์ริน ส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี ภายใน 29 ธ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 15:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811156

 

ขสมก. ยื่นหนังสือต่อ “ออมสิน” ให้เร่งรัดเบสท์ริน เร่งส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี ภายใน 29 ธ.ค. ตามกำหนดที่ได้ลงนามสัญญาไว้ หวั่น หากไม่สามารถจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้ได้ จะกระทบต่อแผนการเดินรถ ขสมก. …

วันที่ 14 ธ.ค.59 นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พร้อมด้วยสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้มายื่นหนังสือ ต่อนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแล ขสมก. ให้เร่งรัดการรับมอบจัดส่งรถเมล์เอ็นจีวี จากบริษัทเบสท์ริน โดยเร็ว


นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ขอให้บริษัทเบสท์ริน เร่งส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ภายในวันที่ 29 ธันวาคม ตามกำหนดที่ได้ลงนามสัญญาไว้กับ ขสมก. หากไม่สามารถจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีลอตนี้ได้ จะส่งผลกระทบต่อแผนการเดินรถของ ขสมก. เพราะรถเมล์ประมาณ 2,700 คันของ ขสมก. ที่ใช้ในปัจจุบัน ใช้งานได้เพียง 2,500 คัน โดยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 20–24 ปี ซึ่งเป็นอายุการใช้งานที่เกินจากมาตรฐานอย่างมาก เพราะปกติรถเมล์จะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี และปัญหาการขาดแคลนอะไหล่รถเมล์ประมาณ 8–9 ปีที่ผ่านมา  เนื่องจากผู้ผลิตได้ยกเลิกการผลิต ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์รถชำรุดระหว่างให้บริการ

นอกจากนี้ ยังจะกระทบกับแผนการวางเส้นทางเดินรถในปีหน้า รวมถึงแนวทางแผนฟื้นฟูขององค์กร เพราะหากจะนำรถเมล์เดิมไปติดตั้งระบบจีพีเอส และ E-Ticket ก็จะไม่คุ้มค่า และในปีหน้าเป็นปีที่ต้องมีการปฏิรูปเส้นทางเดินรถ ซึ่งตามแผนในระยะแรกจะมีการนำรถเมล์เอ็นจีวีใหม่เข้าไปแทนรถเมล์เดิม ขณะเดียวกัน ก็เตรียมยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการ ขสมก. และจะยื่นหนังสือต่อ ขสมก. เพื่อให้เร่งรัดการนำรถเมล์เอ็นจีวีมาภายใน 7 วัน หากยังไม่ได้คำตอบก็จะเรียกประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงาน ขสมก. เพื่อหามาตรการเคลื่อนไหวต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบสท์ริน เตรียมยื่นร้องตรวจสอบปมรถเมล์ NGV ถูกกรมศุลฯ กักไว้ที่ท่าเรือ

เล็งยื่นข้อเสนอขสมก. “เบสท์ริน” แก้ปมส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีช้า

กรมศุลปรับเมล์เอ็นจีวีพันล้าน “เบสท์ริน” รับสภาพไขสือไม่รู้ผลิตจากจีน

 

เป๊ปซี่โค จัดโปสการ์ดชุด ‘ในหลวง…ในความทรงจำ’ แจกฟรี 9,999 ชุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 15:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811097

 

เป๊ปซี่โค ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวง ร.9 จัดทำโปสการ์ดชุด “ในหลวง…ในความทรงจำ” จำนวน 9 ภาพ แจก 9,999 ชุด เผย ผู้สนใจติดต่อขอรับฟรี ที่บูธบริเวณทางออกของประตูเทวาภิรมย์ พระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 24-25 ธ.ค.นี้ เวลา 16.00-18.00 น.


วันที่ 14 ธ.ค.59 นายจรณชัย ศัลยพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ พร้อมด้วย นายสมชัย เกตุชัยโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกับ ‘เบลล์’ หรือ เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล นักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ นำเสนอผลงานภาพวาดลายเส้นชุด “ในหลวง…ในความทรงจำ” จำนวน 9 ภาพ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของในหลวง รัชกาลที่ 9 และเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระเกียรติคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีที่ 89 ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2559 โดยได้จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกจำนวน 9,999 ชุด



ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับโปสการ์ดชุด “ในหลวง…ในความทรงจำ” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ณ บูธ “เป๊ปซี่โค ทำดี…เพื่อพ่อ” บริเวณทางออกของประตูเทวาภิรมย์ พระบรมมหาราชวัง ถนนมหาราช (ตรงข้ามกับราชนาวีสโมสร) ในวันเสาร์ที่ 24 และวันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคมนี้ ระหว่างเวลา 16.00–18.00 น.

 

พาณิชย์ คาด งานลดราคาสินค้ารับปีใหม่ 21 วัน ลดค่าครองชีพ 24,000 ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 12:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810842

 

พาณิชย์ พร้อมจัดงาน “รวมใจ..ช่วยไทย..ลดรับปีใหม่” วันที่ 15 ธ.ค.-4 ม.ค.60 คาด มียอดขายสินค้าประมาณ 80,000 ล. ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ประมาณ 24,000 ล้าน พร้อมช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ…

วันที่ 14 ธ.ค.59 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่มอบหมายให้กรมการค้าภายในหารือร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อหาแนวทางการจัดงานลดภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้น กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงได้ดำเนินการหารือร่วมกับสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ โดยผู้ประกอบการทุกรายยินดีให้ความร่วมมือจัดงานลดราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยลดราคาพิเศษ เพิ่มจากการส่งเสริมการขายตามปกติ มีจำนวนสินค้าเข้าร่วมการจัดงาน รวมทั้งส่วนลดเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยลดสูงสุด ร้อยละ 80 ภายใต้ชื่องาน “รวมใจ…ช่วยไทย…ลดรับปีใหม่” ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560 รวม 21 วัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา 10 วัน ในทุกสาขากว่า 13,500 สาขาทั่วประเทศ

สำหรับการจัดงานลดราคาจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ จะเป็นการลดราคาจำหน่ายสินค้าทุกชั้น ทุกแผนก ลดสูงสุดถึงร้อยละ 80 ทั้งในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ยินดีให้ความร่วมมือรับซื้อข้าวสารจากเกษตรกรมาจำหน่าย  และนำมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญ เพื่ออุดหนุนข้าวไทย ให้กำลังใจชาวนาอีกด้วย

สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจัดงาน “รวมใจ…ช่วยไทย…ลดรับปีใหม่” ได้แก่ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ จำนวน 4 ราย คือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โฮม โปรดักส์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างสรรพสินค้า จำนวน 4 ราย คือ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท สรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง จำกัด ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 4 ราย คือ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด บริษัท ยูเอฟเอ็ม ฟูจิ ซูเปอร์ จำกัด และ ร้านสะดวกซื้อ จำนวน 4 ราย คือ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด บริษัท สหลอว์สัน จำกัด บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

การจัดงานในครั้งนี้ คาดว่าจะมียอดขายสินค้าประมาณ 80,000 ล้านบาท สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้เฉลี่ยร้อยละ 30 หรือคิดเป็นเงินประมาณ 24,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย.

 

15 ธ.ค. รับสมัคร นร. ม.3-4 ร่วมกิจกรรม ฝึกบังคับเครื่องบินจากครูฝึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 11:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810817

 

สสวท. จับมือ นกแอร์-ศูนย์การบินแพนแอมไทย รับสมัครนักเรียนชั้น ม.3-4 เข้าร่วมโครงการ “นกปั้นฝัน กัปตันน้อย” จัดขึ้นในวันที่ 27 มี.ค.60 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมทดลองฝึกบังคับเครื่องบินจากครูฝึก เผย สมัครได้ตั้งแต่ 15 ธ.ค.59 ถึง 15 ม.ค. 60 …

วันที่ 14 ธ.ค.59 ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า สสวท. ได้ร่วมกับ สายการบินนกแอร์ และศูนย์ฝึกการบินนานาชาติแพนแอมประเทศไทย เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าสัมผัสประสบการณ์ในเครื่องช่วยฝึกบินสถานการณ์จำลองของนักบิน ภายใต้โครงการ “นกปั้นฝัน กัปตันน้อย” ในวันที่ 27 มี.ค.2560 ที่ศูนย์ฝึกการบินนานาชาติแพนแอมประเทศไทย ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการได้ทดลองฝึกบังคับเครื่องบินจากครูฝึกนักบินตัวจริง เปิดประสบการณ์สู่อาชีพในฝันในอนาคต

“ทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 เช่น การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆ เป็นทักษะที่เด็กไทยยังต้องการเพิ่มอีกมาก เพื่อนำไปสู่แนวทางในการประกอบอาชีพ กระทรวงศึกษาธิการได้ขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นบูรณาการองค์ความรู้ทางสะเต็มศึกษา กับศาสตร์และศิลป์แขนงต่างๆ เพื่อใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง พัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตและการทำงาน“


สำหรับองค์ความรู้ที่นำมาใช้ในการทำงานด้านการบิน เช่น วิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) คณิตศาสตร์ ในด้านการคำนวณต่างๆ การใช้สถิติด้านวิศวกรรมศาสตร์เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนากลไกการทำงานของระบบเครื่องยนต์ การพัฒนาปีกเครื่องบิน ในด้านเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ เทคโนโลยีการนำร่องด้วยระบบดาวเทียม และการสื่อสารอื่นๆ จึงหวังว่ากิจกรรมนี้จะสร้างแรงบันดาลใจควบคู่ไปกับการได้รับความรู้ทางวิชาการให้แก่เยาวชน และในอนาคตอาจมีการการขยายผลกิจกรรมไปสู่โรงเรียนในภูมิภาคอื่นต่อไป

ด้าน กัปตันสรรใจ บุญมา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นกแอร์ต้องการมีส่วนในการส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมที่จะคืนประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอาชีพนักบินซึ่งเป็นอาชีพในฝันที่กำลังขาดแคลน จึงเกิดเป็นความร่วมมือในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น โดยสายการบินนกแอร์ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในด้านบุคลากร โดยมีครูฝึกและนักบินของนกแอร์มาสาธิตการบินและให้ความรู้แก่เยาวชนอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ คาซุยูกิ อิวาคาตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแพนแอม อินเตอร์เนชั่นแนล ไฟล์ท เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ศูนย์ฝึกการบินนานาชาติแพนแอม ประเทศไทย เป็นศูนย์ฝึกการบินที่ตอบสนองความต้องการนักบินในปัจจุบัน นอกจากนี้เรายังต้องการที่จะช่วยกระตุ้นและสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในด้านนี้ ให้ก้าวเข้ามาเรียนรู้และเติบโตในเส้นทางสู่การเป็นนักบินในอนาคต ด้วยการเปิดให้เยาวชนในโครงการได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ในเครื่องบินโบอิ้ง 737 และแอร์บัส 320

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ เปิดโอกาสให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3–4 ในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล สมัครเข้าร่วมกิจกรรม โดยแต่ละโรงเรียนสามารถคัดเลือกตัวแทนนักเรียนเพื่อสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โรงเรียนละ 1 ทีม ทีมละ 2 คน ซึ่งคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกผู้สมัครเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นจำนวน 50 คน

นอกจากนี้ นักเรียนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ในเครื่องช่วยฝึกบินสถานการณ์จำลองของนักบิน ที่ผ่านการประเมินและได้รับการคัดเลือกในกิจกรรมดังกล่าวจำนวน 10 คน จะมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษกับสายการบินนกแอร์ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์พิเศษด้านการบินร่วมกับนักบินของสายการบินนกแอร์อย่างใกล้ชิด  สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2559 – 15 ม.ค. 2560 โดยตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสมัครได้ทางเว็บไซต์ของ สสวท.

 

เดินหน้าส่งเสริม SME หนุนผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขายผ่านเซเว่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 10:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810727

 

ซีพี ออลล์ เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเนื่อง หนุนผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย แบรนด์ “ชีววิถี” จำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ ช่วยสร้างรายได้-ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร …

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช็อปปิ้ง บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวก เซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการผลิตสินค้าเอสเอ็มอี แบรนด์ “ชีววิถี”ณ บริษัท เซนต์บิวตี้ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด จ.นครปฐม ว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายกว่า 20,000 รายการ ซึ่งทางบริษัทได้เข้าไปร่วมพัฒนาสินค้ากับผู้ประกอบการ เพื่อให้สินค้าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่และสามารถนำมาจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง


สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย แบรนด์ “ชีววิถี” เริ่มจำหน่ายผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น ในปี 2556 ลูกค้ามากมายให้ความสนใจ เนื่องจากมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ ปลอดภัย สามารถใช้ดูแลตัวเองได้ยั่งยืน ซึ่งยอดขายจากปีที่ผ่านมาโตขึ้นถึง 30%


ด้าน นางสาวอรประภา พรมรังฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนต์บิวตี้ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เครื่องสำอางสมุนไพร ผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในราคาที่เหมาะสม โดยใช้ผลผลิตทางการเกษตรมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต ทางบริษัทฯ เข้าไปช่วยส่งเสริมเกษตรกร 2 กลุ่ม คือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน จ.น่าน ซึ่งเป็นแหล่งปลูกใบหมี่ สำหรับนำไปผลิตเป็นแชมพูใบหมี่ป้องกันผมร่วง และอีกกลุ่ม คือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรแม่บ้าน รำมะสัก จ.อ่างทอง ผู้ปลูกขิง ข่า ตะไคร้ ไพล นับเป็นการสร้างอาชีพ ช่วยให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้มั่นคง คุณภาพชีวิตดีขึ้น


ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีที่สนใจนำสินค้าเข้าจำหน่ายผ่านช่องทางซีพี ออลล์ สามารถติดต่อผ่านทาง www.24catalog.com หรือ www.Shopat24.com หรือโทร 02-7117666 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

นักช็อปต้องรู้! เที่ยว-ซื้อสินค้าสิ้นปี ได้สิทธิลดหย่อนภาษีรวม 3 หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 10:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810662

 

กรมสรรพากร เผย หลักการช็อปช่วยชาติ กระตุ้นกำลังซื้อปลายปี 14-31 ธ.ค. เว้นภาษีให้ผู้ซื้อสินค้า ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท พร้อมทั้งนำเงินที่จ่ายให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว-โรงแรม ระหว่าง 1-31 ธ.ค.59 มาลดหย่อนภาษีได้ ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท รวม 3 หมื่นบาท …

วันที่ 14 ธ.ค.59 ภายหลังที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร หรือมาตรการภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2559 ด้านเว็บไซต์กรมสรรพากร ได้เผยแพร่หลักการให้สิทธิประโยชน์และประเภทสินค้าบริการที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อ่านเพิ่มเติม : มาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงปลายปี 2559) ดังนี้

1. ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 มาหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท

2. ผู้มีเงินได้ต้องซื้อสินค้าหรือรับบริการและชำระราคาค่าสินค้าหรือค่าบริการ ในช่วงเวลาดังกล่าว และต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

3. การซื้อสินค้าหรือรับบริการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเป็นการซื้อสินค้าเพื่อใช้ในประเทศหรือบริการเพื่อใช้ในประเทศเท่านั้น และต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 แต่สินค้านั้นไม่รวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ น้ำมัน ก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ และการบริการนั้นไม่รวมถึงการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และการจ่ายค่าที่พัก ในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะขยายฐานภาษีและส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังให้ข้อมูลรายละเอียดการหักค่าลดหย่อนตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2559 (รายการหักค่าลดหย่อนตามมาตรการภาษี) โดยสามารถนำเงินที่จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.59 มาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2559 ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท อีกด้วย

 

ราคาทองเปิดตลาดคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 09:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810677

 

ทองเปิดตลาดวันที่ 14 ธ.ค. ราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,500 ขายออกบาทละ 19,600 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,147.08 ขายออกบาทละ 20,100 บาท…

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ราคาคงที่ ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,500.00 บาท ขายออกบาทละ 19,600.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,147.08 บาท ขายออกบาทละ 20,100.00 บาท

 

กรมการขนส่งทางบก เตรียมส่งมอบ 6 โครงการความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 ให้แก่ประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 14 ธ.ค. 2559 09:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810632

 

กรมการขนส่งทางบก เตรียมส่งมอบ 6 โครงการความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 ให้แก่ประชาชน มุ่งสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมเร่งสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมมอบของขวัญปีใหม่ 2560 ให้ประชาชน ด้วยการอำนวยความสะดวก สร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยในการเดินทาง ด้วย 6 โครงการสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ที่มีการเดินทางของประชาชนเป็นจำนวนมาก กรมการขนส่งทางบกได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรม ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย ถวายพ่อหลวง ซึ่งในปีนี้ ได้ขยายระยะเวลาดำเนินการรวม 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 31 มกราคม 2560 เพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่ประชาชน โดยจะให้บริการตรวจความพร้อมของรถเบื้องต้นฟรี 20 รายการ ณ จุดบริการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย ถวายพ่อหลวง”

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่ก่อนการเดินทาง จัดกิจกรรมตามโครงการรวมพลัง สร้างสำนึกดี ผู้ขับขี่ไร้แอลกอฮอล์ ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ร่วมกับผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ ควบคุม กำกับ ดูแลพนักงานขับรถในสังกัดตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ (0%) ตลอดการเดินทาง โดยจะดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องทั้งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดจุดพักรถในเส้นทางสายหลักและสายรองทั่วประเทศ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับความสุข และเดินทางกลับภูมิลำเนาไปหาครอบครัวอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งเดินหน้าจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ย้ายจุดจอดจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต สายใต้ (ปิ่นเกล้า) และเอกมัย ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้โครงการรถตู้เข้าสถานี ร่วมทำความดี ดูแลประชาชน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย รวมถึงสร้างการยอมรับของประชาชนและผู้ประกอบการ ผ่านการติดตามผลการปฏิบัติงานและประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ติดตามและให้ความสำคัญทุกประเด็นปัญหา ไม่มองข้ามแม้ปัญหาเล็กน้อย เพื่อพัฒนาแก้ปัญหาจราจรรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใต้การกำกับดูแลการให้บริการจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด แก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล และช่วยลดปัญหาโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ การจราจรติดขัดในพื้นที่เขตเมืองให้เป็นรูปธรรม ยกระดับการให้บริการให้มีมาตรฐานอย่างยั่งยืน ในส่วนของการยกระดับมาตรฐานรถแท็กซี่ ได้จัดทำโครงการ TAXI OK / TAXI VIP ยกระดับแท็กซี่ทั่วไทย มั่นใจบริการคุณภาพ ออกแบบระบบการให้บริการทั้งพนักงานขับรถ เจ้าของรถ และผู้ประกอบการ ให้มีคุณภาพมาตรฐาน การให้บริการ มีความปลอดภัย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการควบคุมและส่งเสริมระบบการให้บริการ เช่น GPS Tracking และแอพพลิเคชั่นเพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัย สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการและเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของรถยนต์รับจ้างให้สูงขึ้นทั้งในด้านมาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานการขับขี่ ความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด ส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะที่มีความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางในทุกๆ วัน ด้านกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก ยังคงเดินหน้านำเงินรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวยส่วนหนึ่งมาจัดสรรเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือเพื่อการยังชีพแก่ผู้พิการที่ประสบภัยทางถนน อาทิ ขาเทียม แขนเทียม รถนั่งสำหรับผู้พิการ เตียงนอน รถสามล้อโยก ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552 ภายใต้โครงการ Happiness for All: ความสุขทั่วไทย ส่งความปลอดภัยให้ทุกคน โดยจะเริ่มมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการตั้งแต่ เดือนมกราคม 2560 เป็นต้นไป

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการขนส่งทางบกจะเดินหน้าทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างแท้จริง และพัฒนางานตามหน้าที่ ภารกิจในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง โดยได้จัดทำโครงการน้อมนำพระราชปณิธาน เป็นข้าราชการที่ดีของประชาชน สืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสร้างสรรค์คุณประโยชน์ด้านอื่นๆ ให้แก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติสืบไป เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน มีความปลอดภัย ได้รับบริการที่รวดเร็ว เท่าเทียม และเป็นธรรม

กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News

 

แน่นแบงก์ คนจน แห่เบิกเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 07:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810591

 

ธ.ก.ส.ขอยืดเวลาจ่ายเงินคนจน โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ถึงสิ้นเดือน ม.ค.60 หวั่นจ่ายเงินไม่ทัน จี้ให้ประชาชนเร่งเปิดบัญชี ขณะที่ 3 ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว 4.7 ล้านราย รวมเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศแห่เบิกเงิน หลังติดวันหยุดยาวรอต่อแถวตั้งแต่รุ่งสาง เมืองคอนประชาชนเปิดบัญชีใหม่จนระบบล่ม นครราชสีมาหวิดวางมวยเหตุแซงคิว พะเยาแนะปรับระบบตรวจสอบหลังรายชื่อหาย สมุทรปราการล่าช้าผู้สูงอายุไม่เข้าใจขั้นตอนเบิกจ่าย “บิ๊กตู่” กระตุ้นคนจนเกาะติดมาตรการรัฐบาล แนะพวกแห้วรอขึ้นทะเบียนรอบสอง

ธ.ก.ส.ขอยืดเวลาจ่ายเงินคนจน ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศแห่เบิกเงินจนระบบล่ม เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ธนาคารโอนเงินให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนที่มีสมุดเงินฝากแล้ว 2.8 ล้านราย หรือคิดเป็นเงิน 6,532 ล้านบาท จากจำนวนบัญชีที่ต้องโอนเงินทั้งหมด 3.8 ล้านราย ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1 ล้านราย ในจำนวนนี้คือผู้ที่ไม่มีสมุดบัญชีเงินฝาก 800,000 ราย และอีก 200,000 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์อีกครั้งระหว่างธนาคารกับกระทรวงเกษตรฯ เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ยากจนเป็นรายครอบครัว ขณะที่มาตรการนี้เป็นเงินช่วยเหลือประเภทรายบุคคล

นายอภิรมย์กล่าวต่อว่า ตลอดทั้งวันนี้ (13 ธ.ค.) มีประชาชนยืนเข้าคิวรอเช็กยอดสมุดเงินฝากและขอถอนเงินในคราวเดียวกัน ทำให้คิวยาวล้นไปนอกธนาคารหลายสาขา เพราะประชาชนบางรายมีบ้านอยู่ห่างไกลจากสาขาของธนาคาร ดังนั้น เมื่อเดินทางมาถึงแล้วหากตรวจสอบสิทธิ์ถูกต้องและมีเงินอยู่ในบัญชี จะถอนเงินเอาไปใช้จ่ายในทันที ทำให้ ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานหนักตลอดทั้งวัน อย่างไรตาม ธนาคารจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ยังไม่มีสมุดบัญชีรีบเปิดบัญชีอย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 27 ธ.ค. เพื่อรอรับเงินภายในวันที่ 30 ธ.ค.59 เป็นวันสุดท้ายตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด

“ธนาคารจะให้กระทรวงการคลังพิจารณาเสนอ ครม.ขอขยายเวลาการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพราะคาดว่าจะจ่ายเงินทั้งหมดได้ไม่ทันวันที่ 30 ธ.ค. เนื่องจากมีคนที่มาลงทะเบียนแต่ไม่มีบัญชีธนาคารอีก 800,000 ราย เหลือเวลาทำงานอีก 14 วัน เกรงว่าหากเลยวันที่ 30 ธ.ค. จะไม่สามารถ โอนเงินให้แก่ประชาชนได้เพราะจะขัดกับมติ ครม.ที่กำหนด จะขอขยายเวลาไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค.60” นายอภิรมย์กล่าว

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐกับธนาคารออมสิน พบมีข้อมูลและคุณสมบัติถูกต้องจำนวน 2.1 ล้านราย โดยส่งข้อมูลดังกล่าวให้ตรวจสอบ พบว่าประชาชนที่เปิดบัญชีกับธนาคารออมสินมีทั้งหมด 1.2 ล้านราย โอนเงินระหว่างวันที่ 9-10 ธ.ค. จำนวน 1.2 ล้านราย เป็นเงิน 2,877 ล้านบาท ส่วนอีกประมาณ 1 ล้านราย ไม่มีสมุดบัญชีกับธนาคาร ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรีบมาเปิดสมุดบัญชีกับธนาคารก่อนวันที่ 27 ธ.ค.นี้

ส่วน น.ส.อาริศรา ธรมธัช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยโอนเงินให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ระหว่างวันที่ 9-10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผ่านบริการกรุงไทยพร้อม–เพย์ ผู้ที่มีบัญชีธนาคาร และบัตรอีมันนี่แล้วเกือบ 700,000 ราย วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท จากจำนวนผู้ลงทะเบียนกับธนาคารทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้านราย

“ในช่วงวันหยุด 11-12 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เข้ามาลงทะเบียนผ่านสาขาในห้างสรรพสินค้าอีก 50,000 ราย และยังเหลือผู้ยังไม่มาลงทะเบียน 130,000 ราย ในวันนี้ (13 ธ.ค.) เป็นวันที่สาขาของธนาคารทั่วประเทศ เปิดทำการเป็นวันแรก มีผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนมาที่สาขา และลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก ธนาคารช่วยแบ่งเบาภาระผู้มีรายได้น้อยในการลงทะเบียนกรุงไทยพร้อมเพย์หรือเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารได้โดยไม่ต้องมีเงินฝากภายในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ และธนาคารจะโอนเงินสวัสดิการให้ภายในวันที่ 30 ธ.ค.59” น.ส.อาริศรากล่าว

ทั้งนี้มติ ครม. กำหนดให้ประชาชนที่ลงทะเบียน ขอรับสวัสดิการจากรัฐ รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเงิน 3,000 บาท รายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ได้รับเงิน 1,500 บาท มีประชาชนที่เข้าข่ายประมาณ 8 ล้านราย จากที่ลงทะเบียนทั้งหมด 8.2-8.3 ล้านราย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าธนาคาร กรุงไทย ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สาขาต่างๆใน จ.สตูล มีประชาชนเข้าคิวรอเบิกเงินตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก นายวัชรพันธ์ สมพงษ์ ผจก.ธนาคารออมสิน สาขาสตูล เปิดเผยว่า วันนี้ธนาคารเปิดทำการวันแรกหลังติดวันหยุดยาว มีประชาชนมารอตรวจสอบยอดเงินในสมุดเงินฝากและถอนเงินเพื่อไปใช้จ่ายจำนวนมาก ส่วนบรรยากาศที่ ธ.ก.ส. สาขานครศรีธรรมราช ประชาชนกว่า 1 พันคน เข้าคิวรอเช็กยอดเงินในสมุดเงินฝาก รวมถึงเปิดบัญชีใหม่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ระบบของธนาคารเกิดความล่าช้า เช่นเดียวกับที่ ธ.ก.ส. สาขากระบี่ ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขายะลา และธนาคารออมสิน สาขาสะเดา จ.สงขลา มีประชาชนรอต่อคิวเพื่อเบิกเงินจำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด

นายอานนท์ แสงธรรม อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/198 หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.จริยวัฒน์ แทนชื่น รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อร้องทุกข์หลังเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ นายอานนท์เปิดเผยว่า มีอาชีพขับรถตุ๊กตุ๊กมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยประกอบอาชีพอื่น เมื่อทราบว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตรวจสอบไปยังสรรพากรในพื้นที่ พบว่าตนมีรายได้จากการขายผลปาล์มสดปี 2558 จำนวน 781,174 บาท ทั้งที่ตนไม่มีสวนปาล์มหรือเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบสวนบันทึกปากคำ เพื่อให้ผู้เสียหายนำไปยื่นแย้งสิทธิต่อไป

ส่วนที่ธนาคารออมสิน สาขาด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มีประชาชนกว่า 500 คน ยืนรอเข้าคิวเพื่อเบิกเงินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. และมีบางคนพยายามแซงคิวจนเกือบจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน โชคดีตำรวจสายตรวจ สภ.ด่านขุนทด เข้ามาระงับเหตุได้ทัน ขณะที่นางพิศเพลิน จามรรัตน์ อายุ 49 ปี ชาว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท เนื่องจากมีฐานะยากจน และจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้กับลูก นายวุฒิพงศ์ เกษสัญชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. สาขากาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า วันนี้มีประชาชนเดินทางมาธนาคารทั้ง 18 สาขา ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเข้าคิวเบิกเงิน ปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไม่มีชื่อในระบบ และการขอเปลี่ยนชื่อและนามสกุล เช่นเดียวกับที่ ธ.ก.ส. สาขาเลย และธนาคารออมสิน สาขานาแก จ.นครพนม มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเบิกเงิน บางรายต้องผิดหวังเนื่องจากลงทะเบียนไม่ถูกต้อง

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาพะเยา ประชาชนเดินทางมาเข้าคิวเพื่อเปิดบัญชีเงินฝากใหม่ และรอเบิกเงินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนใหญ่ระบุว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยต่อไปเพราะถือเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากให้มีการปรับปรุงการตรวจสอบเนื่องจากมีบางส่วนมีรายชื่อตกหล่นไม่ได้รับการช่วยเหลือ ส่วน ธ.ก.ส. สาขานครสวรรค์ ธ.ก.ส. สาขาแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ธ.ก.ส. สาขาชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มีประชาชนจำนวนมากมาตรวจสอบยอดเงินในสมุดเงินฝาก ก่อนจะเบิกเงินเพื่อนำไปใช้จ่าย

ด้าน น.ส.ศิวพร สุริฉันท์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาชัยนาท เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนกว่า 1,500 คน โอนเงินเข้าระบบ 700 คน ส่วนที่เหลือยังไม่ได้เปิดบัญชีสมุดเงินฝาก เช่นเดียวกับ ธ.ก.ส. สาขาสมุทรปราการ มีประชาชนที่ลงทะเบียนเดินทางมาตรวจสอบยอดเงินในสมุดเงินฝากอย่างต่อเนื่อง มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและไม่เข้าใจขั้นตอนการเบิกจ่ายทำให้เกิดความล่าช้า

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงมาตรการให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อยโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐว่า หลายอย่างยังไม่เข้าใจกัน ที่ผ่านมาให้ประกาศกันโครมๆบอกมาขึ้นทะเบียน ก็ไม่รู้จะได้อะไรมันเลยไม่ขึ้นทะเบียน บางคนขึ้นทะเบียนแล้วไม่สนใจจะเปิดบัญชีเพราะไม่รู้ว่าจะได้อะไร พอรู้ว่าจะได้อะไรคราวนี้จะเอาล่ะ อะไรที่รัฐบาลพูดออกไปหรือทำออกไปมันต้องมีจุดมุ่งหมาย ดังนั้น ทุกคนต้องติดตามต้องเรียนรู้ ถ้ายังไม่ได้อะไรทุกคนก็ไม่ทำไม่ร่วมมือ พอจะได้อะไรถึงจะร่วมมืออย่างนี้ไม่ได้ อย่างนี้ประเทศพัฒนาไม่ได้ มันต้องเดินตามให้ทันว่ารัฐบาลคิดอะไรแล้วต้องให้เกิดประโยชน์ วันหน้าจะพ่วงไปสู่เรื่องของรถไฟ รถเมล์ฟรี อีกหลายๆเรื่องจะตามมา อยากให้ขึ้นทะเบียนแต่วันนี้หมดช่วงเวลาเปิดให้ขึ้นทะเบียน เอาไว้ไปขึ้นทะเบียนกันคราวหน้า มันเกี่ยวพันไปถึงทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดีขึ้น