เฟซบุ๊กเผยสุดยอดไฮไลต์ปี 59 คุยกันลั่นจอ “เลือกตั้งอเมริกา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810552

 

นายจอห์น แวกเนอร์ หัวหน้า Facebook ประเทศไทย กล่าวว่า ก่อนสิ้นปี 2559 เฟซบุ๊ก (Facebook) ได้รวบรวมและสรุปสุดยอดไฮไลต์หัวข้อสนทนาระดับโลกของผู้ใช้เฟซบุ๊กตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่น่าแปลกใจว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กลายเป็นประเด็นที่มีผู้คนสนทนากันมากที่สุดถึงสองปีติดต่อกัน โดยยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับ Pokemon Go, การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก, กระแส Black Lives Matter รวมถึงตำนานนักชกอย่างมูฮัมหมัด อาลี ที่ติดอันดับประเด็นที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดบนเฟซบุ๊กในปีนี้ด้วย โดยประเด็นที่มีการสนทนามากที่สุดในระดับโลกบนเฟซบุ๊กประจำปี 2559 ได้แก่ 1.การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2.สถานการณ์การเมืองในประเทศบราซิล 3.Pokemon Go 4.ความขัดแย้งระหว่างตำรวจและคนผิวสีในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ขบวนการชีวิตคนดำมีความสำคัญ (Black Lives Matter) 5.โรดริโก ดูเตร์เต และการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ 6.กีฬาโอลิมปิก 7.เบรกซิท (Brexit) 8.การแข่งขันซุปเปอร์โบว์ล 9.เดวิด โบวี และ 10.มูฮัมหมัด อาลี.

 

งานมันนี่เอ็กซ์โปปูพรมทั่วไทย โชว์นวัตกรรมการเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810547

 

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเงิน Money Expo 2560 จะใช้แนวคิดการจัดงานที่สอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล และสอดรับกับเทคโนโลยีทางการเงินโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยแนวคิด “นวัตกรรมการเงิน 4.0 Financial Innovation 4.0” เป็นแนวคิดหลัก เพื่อส่งเสริมและแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการเงิน โดยเฉพาะ FinTech และ Startup ที่เกี่ยวโยงกับประชาชน ธนาคาร สถาบันการเงิน ไปจนถึงผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินยุคใหม่

“นับตั้งแต่รัฐบาลประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล โดยตั้งเป้าให้ประชาชนทุกหมู่บ้านเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตภายในสิ้นปี 60 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 ในทุกด้าน ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลมากมาย โดยเฉพาะ FinTech งานมหกรรมการเงินครั้งนี้จึงได้เพิ่มโซนใหม่ FinTech & Startup เพื่อส่งเสริมและแสดงนวัตกรรมการเงินยุคใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนให้มีบริการที่สะดวกมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมกลุ่ม Startup เพื่อสร้างโอกาสต่อยอดบริการทางการเงินการลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย

นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ รองประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo กล่าวว่า ปีนี้ได้เพิ่มการจัดงานเป็น 7 ครั้งตลอดทั้งปีใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยที่กรุงเทพฯจะเพิ่มการจัดงานเป็น 2 ครั้ง โดยจัดเพิ่มปลายปีอีกครั้งคืองานมหกรรมการเงินส่งท้ายปีจัดขึ้นวันที่ 30 พ.ย.-3 ธ.ค.60 ที่ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา เพื่อตอบสนองความต้องการบริการการเงินของคนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครที่มีกำลังซื้อสูง และอีกครั้งวันที่ 11-14 พ.ค.60 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี ส่วนในภูมิภาคต่างๆนั้น ภาคตะวันออก จัดวันที่ 17-19 ก.พ.60 ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ พัทยา ภาคใต้ จัดวันที่ 10-12 มี.ค.60 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ภาคอีสานตอนล่าง จัดวันที่ 4-6 ส.ค.60 ที่เดอะมอลล์นครราชสีมา ภาคอีสานตอนบน จัดวันที่ 6-8 ต.ค.60 ที่เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ภาคเหนือ วันที่ 10-12 พ.ย.60 ที่เซ็นทรัลพลาซาเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ทั้งนี้ พื้นที่จัดงานทั้งหมดมีสถาบันการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน บริษัทประกันชีวิต และโบรกเกอร์ทอง จองพื้นที่จัดงานเต็มพื้นที่หมดแล้ว.

 

“อาฟเตอร์ยู” แจกหวานเปิดจองหุ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810546

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ “AU” เจ้าของธุรกิจขนมหวานและเบเกอรี่ครบวงจร ภายใต้แบรนด์ After Youและ Maygori ที่มี “ชิบูย่า ฮันนี่ โทสต์” อันโด่งดังเป็นตัวชูโรง ได้ประกาศเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ-IPO) 165 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท โดยมีมูลค่าระดมทุนรวม 742.5 ล้านบาท เปิดให้จองซื้อวันที่ 14-16 ธ.ค.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดเอ็มเอไอ (MAI) 23 ธ.ค.

นางสาวกุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ในฐานะผู้ก่อตั้งอาฟเตอร์ ยู กล่าวว่า จากความชื่นชอบในการทำขนมหวานนำมาสู่การพัฒนาธุรกิจร้านอาฟเตอร์ ยู เปิดสาขาแรกที่เจ อเวนิว ซอยทองหล่อ 13 และได้รับความนิยมรวดเร็วภายใน 2 เดือน จนขณะนี้เปิดบริการมา 9 ปีแล้ว

โดยปัจจุบัน “อาฟเตอร์ ยู” มีเมนูของหวานและเครื่องดื่มให้บริการกว่า 100 รายการ มีเมนูที่ได้รับความนิยมสูง เช่น กลุ่มฮันนี่ โทสต์ ช็อกโกแลตลาวา คากิโกริ

ขณะที่นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ อาฟเตอร์ ยู กล่าวว่า บริษัทแบ่งธุรกิจเป็น 2 ส่วน คือ 1.ธุรกิจร้านขนมหวาน “อาฟเตอร์ ยู” และ “เมโกริ” ซึ่งเป็นร้านน้ำแข็งไส โดย ณ วันที่ 15 พ.ย. ร้านอาฟเตอร์ ยู มี 18 สาขา และเมโกริ 2 สาขา 2.ธุรกิจรับบริการจัดงานนอกสถานที่ เช่น งานสังสรรค์ งานแต่งงาน และรับจ้างผลิตสินค้าให้แก่สายการบินหรือร้านอาหารภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนขยายธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจขนมหวานและเบเกอรี่ครบวงจร โดยตั้งเป้าขยายสาขาร้านในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เพิ่มเป็น 30 สาขาภายในปี 2561 รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าให้พันธมิตรธุรกิจเพิ่มขึ้น และมีแผนสร้างสำนักงานใหม่ สถานที่ฝึกอบรมพนักงาน ศูนย์กระจายสินค้า และติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มช่วยลดต้นทุนการผลิต

สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี มียอดขายและกำไรสุทธิเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ปี 2556 มีรายได้ 189 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5.6 ล้านบาท ปี 2557 มีรายได้ 311.6 ล้านบาท มีกำไร 45.8 ล้านบาท ปี 2558 มีรายได้ 415 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 57.5 ล้านบาท และงวด 9 เดือนแรกของปี 2559 มีรายได้ 441 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท.

 

ยอดจองบิ๊กไบค์ทะลัก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810537

 

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากล จำกัด หนึ่งในผู้นำธุรกิจสื่อยานยนต์ ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป เปิดเผยว่า งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 33 หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 ซึ่งเพิ่งจบสิ้นเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าประสบความสำเร็จ เพราะนอกจากทำยอดจองและยอดขายได้พอสมควร ช่วยดันเป้าได้ตามแผนแล้ว ยังได้รับการชื่นชมจากสังคมเรื่องรูปแบบการจัดงาน โดยเฉพาะพริตตี้นั้นได้รับการชื่นชมมาก โดยนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่างานนี้แสดงถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมชื่นชมการแต่งกายของพริตตี้ว่ามีความเรียบหรู สวยสง่า เหมาะกับสถานการณ์บ้านเมือง “กระทรวงวัฒนธรรมยังมีหนังสือขอบคุณและชื่นชมบริษัทที่เอาใจใส่กวดขันการแต่งกายของพริตตี้ในงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งผมขอส่งต่อคำชมให้ผู้ร่วมจัดงานที่ให้ความร่วมมือ”

นายขวัญชัยกล่าวต่อว่า ยอดจองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปีนี้มีตัวเลขน่าพอใจ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์ สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดจองสูงถึง 7,942 คัน สูงกว่าเป้า 98.6% ขณะที่ยอดจองรถยนต์ 32,422คัน ลดลงจากปีก่อน 17.1% เนื่องจากบ้านเมืองอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้า รวมทั้งรถใหม่หลายรุ่นได้เลื่อนการเปิดตัว แต่ตลาดรถหรูซึ่งมีรถรุ่นใหม่มาแนะนำมียอดจองเพิ่มขึ้น โดยรถเบนซ์ทำยอดขายได้ถึง 1,722 คัน ตามมาด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 979 คัน ส่วนปอร์เช่ขายได้ 70 คัน และโรลส์-รอยซ์ยังขายได้ 2 คัน ส่วนรถยนต์ทั่วไป 5 อันดับยอดจองสูงสุด ได้แก่ โตโยต้า 5,124 คัน, ฮอนด้า 4,902 คัน, อีซูซุ 3,620 คัน, มาสด้า 3,434 คัน และฟอร์ด 2,441 คัน ด้านราคาเฉลี่ยรถที่ขายได้ในงานปรับขึ้นเป็น 1,177,393 บาท เนื่องจากปีนี้ผู้บริโภคให้ความสนใจรถเก๋งหรูเพิ่มมากขึ้น ทำให้เงินหมุนเวียนภายในงานปีนี้อยู่ที่ 45,000 ล้านบาท ผู้เข้าชมงาน 1,191,718 คน ลดลง 19.3%.

 

จีนพรึ่บ!ฉลองปีใหม่ราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810531

 

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบสถานการณ์ทัวร์จีนหลังรัฐบาลมีนโยบายปราบปราบทัวร์ผิดกฎหมายหรือทัวร์ศูนย์เหรียญว่า ขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยผ่านกรุ๊ปทัวร์นั้น ลดลงเพียง 7% ซึ่งถือว่าดีขึ้นจากช่วงแรกที่รัฐบาลเริ่มปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนที่มากับกรุ๊ปทัวร์ลดลง 20-30% ขณะที่ตอนนี้โรงแรมย่านราชประสงค์และย่านนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ถูกจองเต็มถึงช่วงปีใหม่แล้ว อีกทั้งนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีรายได้สูงและพร้อมที่จะใช้จ่าย ส่วนตัวเลขที่ชัดเจนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-28 พ.ย.2559 มีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยรวม 8.4 ล้านคน สูงกว่าตลอดปี 2558 ที่มีนักท่องเที่ยวจีน 7.98 ล้านคน ขณะที่ตลอดทั้งปีนี้ มีเป้าหมายที่ 9.1 ล้านคน

พล.อ.ธนะศักดิ์ รายงาน ครม.ว่า จากการหารือกับรัฐบาลจีนและองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจีน (ซีเอ็นทีเอ) ได้แสดงความพึงพอใจกับการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายอย่างมาก เพราะนักท่องเที่ยวจีนไม่ถูกหลอกอีก ขณะที่ผู้ประกอบการทัวร์ของจีนระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบอะไร ยกเว้นผู้ประกอบการไทยที่เคยผูกพันกับเรื่องของทัวร์ผิดกฎหมายที่อาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่เชื่อว่าไม่เป็นไร เพราะต่อไปจะทำให้ได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพที่มีการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเกินเป้าหมายแล้วโดยมีจำนวนกว่า 2.4 ล้านล้านบาท

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ขาดสภาพคล่องจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่ขาดสภาพคล่องสามารถขอรับการสนับสนุนได้จากธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นสมาชิกสมาคมธนาคารไทย.

 

หุ้นสหรัฐฯ ทำนิวไฮ ขณะเฟดประชุมนโยบายชี้ชะตาขึ้นดอกเบี้ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 06:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810562

 

ดัชนีหุ้นใหญ่ทั้ง 3 ของสหรัฐฯ ทำนิวไฮใหม่ในวันอังคาร ขณะที่ธนาคารกลางเริ่มการประชุมนโยบายการเงินครั้งสุดท้ายของปีเพื่อชี้ชะตาเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐาน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 13 ธ.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 114.78 จุด หรือ 0.58% ปิดที่ 19911.21 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 14.76 จุด หรือ 0.65% ปิดที่ 2271.72 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 51.29 จุด หรือ 0.95% ปิดที่ 5463.83 จุด

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 8 พ.ย. ส่วนพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาในสภาคองเกรส ทำให้เกิดความคาดหวังว่าจะมีการออกนโยบายสนับสนุนการเติมโต ขณะที่นายบิล ลีนช์ ผู้อำนวยการด้านการลงทุนของบริษัท ฮินส์เดล แอสโซชิเอตส์ กล่าวว่า ดูเหมือนนักลงทุนจะไม่ยอมขายหุ้นเพื่อเอากำไรเลยแม้แต่น้อย

วันเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มการประชุมนโยบายการเงินซึ่งกินเวลา 2 วันแล้ว โดยคาดกันว่าพวกเขาจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานในที่สุด

 

กรมศุลปรับเมล์เอ็นจีวีพันล้าน “เบสท์ริน” รับสภาพไขสือไม่รู้ผลิตจากจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810526

 

กรมศุลกากรปรับและเก็บภาษีเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ของเบสท์รินเพิ่มเกือบ 1 พันล้านบาท เหตุนำเข้าจากจีนไม่ใช่ผลิตจากมาเลเซีย ขณะที่เบสท์รินเสียงอ่อยยอมรับสั่งซื้อจากมาเลย์ ไม่รู้ว่าผลิตในจีน “ออมสิน” ยันเบสท์รินจ่ายภาษี-ค่าปรับเพิ่ม ไม่กระทบส่งมอบรถเมล์ 489 คันตามสัญญาเร่งบริการให้ทันปีใหม่

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวถึงกรณีกรมศุลกากรไม่อนุญาตให้นำรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (NGV) ของบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับสัมปทานจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งนำเข้าโดยบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ออกจากท่าเรือแหลมฉบังว่า ล่าสุด กรมศุลกากรได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานงาน ตรวจสอบข้อมูลที่มาเลเซียช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่าบริษัท ซุปเปอร์ซาร่านำเข้ารถโดยสารปรับอากาศยี่ห้อ SUNLONG รุ่น SLK6129 CNG YEAR 2016 จำนวน 489 คัน ซึ่งได้ทยอยส่งออกจากมาเลเซียมายังไทยจำนวน 5 เที่ยวเรือ เที่ยวละ 1 คัน, 99 คัน, 145 คัน, 146 คัน และ 98 คัน (อยู่ระหว่างเดินทางจากมาเลเซียมาไทย) รวมทั้งสิ้น 489 คันนั้น ผลิตจากจีนไม่ใช่มาเลเซียจึงเข้าข่ายต้องเสียภาษีนำเข้าอัตรา 40%

โดยกรมศุลกากรได้สรุปเหตุการณ์ของซุปเปอร์ซาร่าฯ ออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 (เที่ยวที่ 1-2 รวม 100 คัน) เป็นกลุ่มที่ผ่านพิธีการศุลกากรและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้มีการสำแดงเท็จ เพราะใช้ฟอร์มดี (Form D) ซึ่งแสดงแหล่งกำเนิดสินค้าว่าผลิตจากมาเลเซีย จึงต้องถูกเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 2 เท่าของอากรและยังถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) รวมเป็นเงิน 370 ล้านบาท ตามกฎหมายศุลกากร

ส่วนกลุ่มที่ 2 (เที่ยวที่ 3-5 จำนวน 389 คัน) ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า R & A COMMERCIAL VEHICLES SDN BHD ซึ่งเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถโดยสารปรับอากาศให้กับบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป นั้น ก่อนหน้าที่ R & A COMMERCIALฯ จะส่งรถดังกล่าวมายังไทย ได้นำเข้ารถโดยสารปรับอากาศชนิดเดียวกันจากจีน โดยบริษัทจีนคือ NORINCO NEW ENERGY CO., LTD. ระบุชื่อผู้ซื้อที่มาเลเซีย คือ R & A COMMERCIALฯ และพบสินค้านำเข้าเป็นรถยนต์สำเร็จรูป ซึ่งมีจำนวน ราคา และน้ำหนักตรงกันกับที่บริษัท R & A COMMERCIALฯ ส่งมายังไทย มีรายการหมายเลข Chassis เครื่องยนต์ ตรงกัน รวมทั้งแสดงราคาต่อหน่วยและน้ำหนักต่อหน่วยเท่ากัน ส่วน “รถโดยสารกลุ่มที่ 2 ยังไม่มีการสำแดงเพื่อเสียภาษี จึงยังไม่มีความผิด คาดว่าผู้นำเข้าคงไม่กล้าสำแดงเป็นฟอร์มดีเพื่อเลี่ยงภาษี อีก เพราะรถ 100 คันที่ถูกปรับเป็นเงินที่สูงมาก”

นายกุลิศกล่าวต่อว่า รถโดยสารกลุ่มที่ 2 นี้ หากนำเข้าจะเสียภาษี 40% บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีกคันละ 1.4 ล้านบาท เท่ากับรถ 389 คัน ต้องเสียภาษีเพิ่มอีกราว 500 ล้านบาท และเมื่อรวมกับค่าปรับของกลุ่มแรก 100 คันแล้ว ผู้นำเข้าต้องเสียภาษีเพิ่มให้กรมศุลกากรเกือบ 1,000 ล้านบาท ซึ่งนำเข้าคลังทั้งหมด ช่วงที่ผ่านมากรมศุลกากรได้ชี้แจงซุปเปอร์ซาร่าฯแล้ว ซึ่งบริษัทก็ยอมรับว่ามีความเข้าใจที่ผิดพลาดในข้อมูลการนำเข้าจากบริษัทผู้จำหน่ายในมาเลเซีย เมื่อรับทราบข้อเท็จจริงแล้ว ยินดีปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากรทุกประการ

ทั้งนี้ หากบริษัทประสงค์ที่จะชำระค่าภาษีหรือวางเงินประกัน และมีเอกสารพร้อม สามารถทำที่กรมศุลกากรหรือศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อทำการตรวจปล่อยได้ภายใน 1-2 วัน โดยเงินประกันน่าจะมียอดสูงถึง 230 ล้านบาท กรณีนำรถโดยสารกลุ่มที่ 2 ออก 100 คัน ส่วนรถกลุ่มที่ 1 คงยังไม่มีการนำออกมาเพราะต้องเสียเงินค่าปรับ

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่กรมศุลกากรแจ้งว่าบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานรถเมล์เอ็นจีวีจาก ขสมก. ยอมรับว่ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน นำเข้ามาจากจีน แต่อ้างว่าไม่รู้รายละเอียดเพราะทำสัญญาซื้อขายรถจากผู้ประกอบการในมาเลเซีย และยินยอมวางเงินประกันค่าภาษีรถ 100 คันแรกเป็นเงิน 718 ล้านบาท และรถส่วนที่เหลือก็มีการเสียภาษีนำเข้าปกติ จึงน่าจะไม่มีปัญหาหากกรมศุลกากรปล่อยรถและเบสท์รินฯสามารถส่งมอบรถให้กับ ขสมก.ได้ครบตามสัญญา แต่แผนและเป้าหมายที่วางไว้เดิม จะนำรถมาให้บริการเป็นของขวัญปีใหม่อาจต้องเลื่อนออกไป แต่หวังว่าจะให้บริการได้ทันปีใหม่นี้ได้ ทั้งนี้ ในเงื่อนไขสัญญา ขสมก.จะเอาผิดกับเบสท์รินได้ กรณีที่ครบกำหนดวันที่ 29 ธ.ค.แล้ว ไม่สามารถส่งมอบรถได้ การจะยกเลิกสัญญาก็มีขั้นตอน ตั้งแต่ทำหนังสือแจ้งเตือน ดำเนินการปรับและค่าเสียโอกาสของ ขสมก. คิดเป็นเงิน 17,000 บาทต่อคันต่อวัน แต่ถ้าส่งมอบรถได้ก็ไม่มีปัญหา ส่วนกำหนดเดิมวันที่ 21 ธ.ค.นี้ จะมีการนำรถเมล์ดังกล่าวออกมาแสดงให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ล่าสุดมีการแจ้งยกเลิกแล้ว

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.ขสมก. กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าเบสท์รินจะนำเงินวางประกันภาษีไปจ่ายให้กรมศุลกากรเพื่อนำรถ 100 คันแรกออกมา แต่ถึงขณะนี้เบสท์รินยังไม่ได้นำเงินประกันไปวาง เพราะเป็นเงินจำนวนมากคงต้องใช้เวลา โดย ขสมก.ยืนยันตามเดิมว่าบริษัทต้องส่งมอบรถได้ครบภายใน 29 ธ.ค.นี้ เชื่อว่าทางบริษัทจะสามารถส่งมอบรถได้ แต่อาจล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ 1 สัปดาห์ และจะพยายามเร่งรัดเพื่อให้นำรถเมล์นี้มาให้บริการได้ทันช่วงปีใหม่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทมีปัญหาฟ้องร้องทางแพ่งในศาลภาษีอากรนั้น เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นมาก่อนและคดียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งการประมูลจัดหารถเมล์เอ็นจีวี ไม่ได้มีข้อกำหนดห้ามบริษัทเข้าร่วมประมูล ถือว่าทุกอย่างผ่านมาตามขั้นตอน.

 

เชือดขายประกันผ่านมือถือ “ลุงตู่”สั่งออกกฎหมายช่วยลูกค้าสกัดบังคับขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810521

 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันชีวิต (ฉบับที่…) พ.ศ…และร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย (ฉบับที่…) พ.ศ…สรุปสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 ให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติธุรกิจเหมาะสมกับสภาวการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน และมีบทบัญญัติที่จะช่วยคุ้มครองประชาชนจากการฉ้อฉลประกันภัย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ตั้งข้อสังเกตและนำเสนอให้กฎหมายที่แก้ไขครั้งใหม่นี้ครอบคลุมถึงการดูแลพฤติกรรมการขายประกันผ่านโทรศัพท์ และให้ดูแลการบังคับขายประกันผ่านธนาคาร เมื่อลูกค้ามีการกู้เงินด้วย ซึ่งขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณาตรวจแก้ไข โดยนำข้อเสนอของนายกฯ เพิ่มเติมเข้าไปได้ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ประกันชีวิต (ฉบับที่…) พ.ศ…เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในธุรกิจและแก้ไขคุณสมบัติของตัวแทนประกันชีวิตบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งจะขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าให้เหมาะสมยิ่งขึ้น รวมทั้งกำหนดให้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้า ต้องร่วมรับผิดต่อการกระทำของบุคคลธรรมดาที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าที่ได้ก่อขึ้น ส่วนการร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย (ฉบับที่…) พ.ศ…เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้รองรับการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแก้ไขคุณสมบัติของบุคคลธรรมดาที่จะขอรับใบอนุญาตให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า กฎหมายประกันทั้ง 2 ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ขั้นตอนต่อจากนี้ จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบ เพื่อประกาศใช้ คาดว่าจะบังคับใช้ได้ในปีหน้า ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองจากการซื้อประกันภัยและประกันชีวิตผ่านตัวแทน นายหน้า และระบบออนไลน์ต่อไป กฎหมายใหม่จะมีบทลงโทษทางอาญา จำคุก 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

 

แรงงานฝีมือเฮ!ค่าจ้างเพิ่ม 100 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810512

 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ครม.เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 6) โดยจะมีผลหลังลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน

สำหรับอัตราค่าจ้างงานแรงงานตามมาตรฐานฝีมือที่ได้มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใน 12 สาขาอาชีพ แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าจ้างแรงงานฝีมือในระดับที่ 1 และระดับที่ 2 ระหว่าง 75-100 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 1.ช่างเทคนิคเขียนแบบเครื่องกลระดับที่ 1 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 460 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน 2.ช่างเชื่อมสำหรับอุตสาหกรรมจักรกลและโลหะการ ระดับที่ 1 ค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 600 บาทต่อวัน 3.ช่างเทคนิคระบบส่งกำลัง ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน 4.ช่างเทคนิคระบบไฮดรอลิก ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 460 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน

5.ช่างเชื่อมระบบท่อในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 400 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 485 บาทต่อวัน 6.ช่างเทคนิคเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 385 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 470 บาทต่อวัน 7.ช่างเทคนิคห้องเย็นขนาดเล็กระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 385 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 470 บาทต่อวัน 8.พนักงานประกอบเครื่องปรับอากาศ ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 370 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 455 บาทต่อวัน 9.ช่างเทคนิคเครื่องกัดอัตโนมัติ ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 540 บาทต่อวัน 10.ช่างเทคนิคเครื่องอีดีเอ็มระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 430 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 515 บาทต่อวัน 11.ช่างเทคนิคเครื่องไวร์คัทเอดีเอ็มระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 430 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 515 บาทต่อวัน 12.ช่างขัดเงาแม่พิมพ์ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 380 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 455 บาทต่อวัน

“การกำหนดอัตราค่าจ้างตามฝีมือแรงงาน เพื่อให้สอดคล้องกับทักษะ ฝีมือ ความรู้ ความสามารถ และการจ้างงานในตลาดแรงงาน แต่จะไม่มีผลบังคับใช้กับส่วนราชการในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์”.

 

โวลงทุนขนส่ง 9 แสน ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810511

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนปฏิบัติการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง 2560 ระยะที่ 2 จำนวน 36 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 895,757.55 ล้านบาท โดยโครงการลงทุนประกอบด้วย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 10 เส้นทาง วงเงิน 408,616.28 ล้านบาท, รถไฟชานเมือง 2 เส้นทาง วงเงิน 26,639.07 ล้านบาท, โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 6 เส้นทาง มูลค่าลงทุน 221,148.35 ล้านบาท, โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและทางพิเศษ 5 เส้นทาง มูลค่าลงทุน 167,222.65 ล้านบาท

นอกจากนั้น โครงการสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน 5 โครงการมูลค่าลงทุน 21,473 ล้านบาท, โครงการจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน มูลค่า 2,272.22 ล้านบาท, โครงการระบบบริหารจัดการตั๋วร่วม มูลค่า 1,355.34 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะสามารถดำเนินการใช้งานได้ในเดือน เม.ย.2560, โครงการลงทุนทางน้ำ 3 โครงการ มูลค่า 36,081.24 ล้านบาท และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาค ท่าอากาศยานอู่ตะเภามูลค่า 10,949.11 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น คาดว่าผลจากการดำเนินโครงการในปี 2559 จะส่งผลให้ปี 2560 มีการเบิกจ่ายการลงทุน 149,752 ล้านบาท คิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านล้านบาท และปี 2561 การเบิกจ่ายจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีนี้เท่าตัว.