เหตุผลการแต่งตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 30 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/705064

 

การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานนั้นบางครั้งออกมาแล้วยังเป็นที่กังขาของสังคม มีการตั้งคำถามว่าทำไมเลือกคนนั้น ทำไมไม่เลือกคนนี้

รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง และ ปลัดกระทรวง ในกรณีแต่งตั้งอธิบดีหรือเทียบเท่า ย่อมมีเหตุผลในการชี้แจงได้เสมอแต่จะรับฟังได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องราวแต่ละรายไป

วันอังคารที่ผ่านมาสัปดาห์ที่แล้วมีการแต่งตั้ง นายรวี ประจวบเหมาะ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติแทน นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ ที่เกษียณอายุ เป็นการแต่งตั้งที่สวยงามตามขั้นตอนปราศจากการแทรกแซงของหน่วยอื่นใด

เพราะตามธรรมดาแล้วตำแหน่งประเภทนี้พอว่างลงทีไรมักจะเป็นที่หมายตาของบรรดานายทหารตำรวจที่เล็งเห็นแล้วว่าจะไปไม่ถึงไหนในกองทัพจึงพยายามหาทางมาเป็นใหญ่ในหน่วยงานพลเรือนแทน

จึงเห็นคนมีสีมียศเปรอะไปหมดในหน่วยงานพลเรือน เช่นสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

เพียงแต่ตอนนี้วัฒนธรรมองค์กรใน สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เข้มแข็ง และมีอดีตผู้อำนวยการ อย่าง นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลนี้จึงสามารถดูแลองค์กรที่ตัวเองเติบโตมาได้เป็นอย่างดี

แต่อีกหน่วยงานหนึ่งมีภาพเปรียบเทียบที่ฉายชัดถึงความไม่ปกติธรรมดาเหมือนกัน ก็น่าเอามาเป็นกรณีศึกษาว่าถ้าหากมีคนหนุนหลังที่ไม่ธรรมดาอะไรก็เกิดขึ้นได้ในการแต่งตั้ง

นั่นคือที่กรมราชทัณฑ์ซึ่งมีการแต่งตั้ง นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์

ถ้าตัดตอนการพิจารณาเพียงแค่นี้ก็จะเห็นว่าถูกต้องเป็นธรรมทุกอย่างเพราะ ว่าที่อธิบดีกอบเกียรติ นั้นเติบโตมาจากกรมราชทัณฑ์นี้เองรับราชการมาแต่เล็กแต่น้อยจนได้เป็น ผู้อำนวยการสำนักทัณฑวิทยา ตำแหน่งสำคัญที่ลูกหม้อราชทัณฑ์คนไหนเคยนั่งแล้วมักจะได้เป็นอธิบดีในภายหลัง

รองปลัดกอบเกียรติ ขึ้นสู่ตำแหน่งในระดับ รองอธิบดี ตั้งแต่ปี 2546 สิบกว่าปีมาแล้วโดยเป็นรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ต่อมาเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม แล้วได้เป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์รอบแรกโยกไปเป็นรองอธิบดีกรมคุมประพฤติแล้วกลับมาเป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์อีกครั้งหนึ่ง

ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับอธิบดีคือ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรมปี 2557 เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมปี 2559 พร้อมกับการรักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ตั้งแต่ต้นปี 2559 เพราะอธิบดีคนเดิม นายวิทยา สุริยะวงศ์ ย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม

ที่จริงตอนนั้นแทนที่จะให้ รองกอบเกียรติ รักษาการก็สามารถแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีได้เลยเพราะคุณสมบัติและความเหมาะสมครบถ้วนแต่ก็ไม่ได้ตั้ง

กลับกลายเป็นว่าให้รักษาการจากเดือนมกราคมจนถึงเดือนมิถุนายน 2559 จึงมีการแต่งตั้งอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่โดยเลือกมาจากคนที่เป็นผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมในปี 2557 และเป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในปี 2558 พอครบ 1 ปีในเดือนมิถุนายน 2559 ก็ตั้งให้เป็นอธิบดีทั้งๆที่มีอายุราชการเหลือเพียง 3 เดือนก็เกษียณอายุ

ถ้าเทียบกับทหารก็คือการเลื่อนจากพลตรีเป็นพลโทพลเอกภายในปีเดียว แต่นี่เป็นพลเรือนชื่ออะไรขี้เกียจจำ จำได้แต่ว่านามสกุล วงษ์สุวรรณ.

“ซี.12”

 

กลับถิ่นเก่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 29 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/704240

 

การแต่งตั้งข้าราชการระดับปลัดกระทรวงและอธิบดีที่ผ่านเข้าอนุมัติในคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่แล้วมีแง่มุมที่น่าจะเอ่ยถึงหลายอย่างด้วยกัน

คือเป็นสิ่งที่มากกว่าการยกข้อเท็จจริงมาบอกกล่าวว่าใครได้ตำแหน่งไหนโดยก้าวมาจากไหน

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราวที่สะท้อนการตัดสินใจของผู้บริหารที่มีอำนาจแต่งตั้งและบางเรื่องบางตำแหน่งจะกลายเป็นตำนานสืบไป

อย่างเช่นตำแหน่ง เลขาธิการ ก.พ.ร. ที่ ครม.อนุมัติให้รับโอน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ จากตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลับมาเป็น เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

ดร.ทศพร นั้นเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร.คนแรกมาตั้งแต่ปี 2545 โดยตอนเริ่มแรกตำแหน่งนี้เทียบเท่ากับ อธิบดี–ซี 10 แต่ต่อมาได้ยกระดับขึ้นมาเป็น ซี 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง

เลขาธิการทศพร ทำงานอยู่ตรงนี้ติดต่อกันยาวนาน 10 ปีเต็มจนอาจกล่าวได้ว่า ทศพรคือ ก.พ.ร. และ ก.พ.ร.คือทศพร โดยได้วางรากฐานงาน ก.พ.ร.จากไม่มีอะไรจนเป็นมาตรฐานต้นแบบ

แล้ววันที่ 1 ตุลาคม 2556 ดร.ทศพร ถูกรัฐบาลสมัยนั้นย้ายไปเป็น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาข้ามห้วยไปอยู่กระทรวงศึกษาธิการ และโยกเอา นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง มาเป็น เลขาธิการ ก.พ.ร. ทุกอย่างเป็นไปแบบงงๆตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ

แต่ด้วยความเป็น ข้าราชการมืออาชีพ และเป็น สุภาพบุรุษข้าราชการ มือระดับ ปลัดอารีพงศ์ ก็สามารถครองใจ คน ก.พ.ร. ได้ด้วยความเป็นนักบริหารที่มีธรรมาภิบาล ในขณะที่ เลขาธิการทศพร ก็เหมือนกับกลับไปสู่อ้อมอกของวงการมหาวิทยาลัยที่เคยเป็นอาจารย์อยู่ในสมัยเริ่มรับราชการแต่เป็นการกลับไปในฐานะของผู้ดูแลมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร

พอถึงวันดีคืนดีมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2557 ก็ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับข้าราชการ 3 คนที่ควรจะเอ่ยถึงเช่นกัน

คือในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน คสช. มีคำสั่งให้ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ลุกจากเก้าอี้เลขาธิการ ก.พ.ร.ไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน ในขณะที่ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ถูกย้ายจากเลขาธิการ กกอ.ไปเป็นที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในเวลาไล่เลี่ยกับ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ถูกคำสั่ง คสช.ให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีและต่อมาได้ลงในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ

สำหรับที่สำนักงาน ก.พ.ร.ก็ให้รองเลขาธิการรักษาการไปเรื่อยๆไม่มีการแต่งตั้งใครขึ้นเป็นเลขาธิการจนถึงเดือนพฤษภาคม 2558 ปลัดอารีพงศ์ ก็กลับมาเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร.อีกครั้งแต่อยู่เพียง 2 เดือนก็ย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในเดือนกรกฎาคมและเป็นปลัดกระทรวงพลังงานอีกหนในเดือนตุลาคมปีเดียวกันจนถึงวันนี้

ในเดือนกันยายน 2558 ปีที่แล้ว ที่ปรึกษาชูเกียรติ ได้รับคืนความเป็นธรรมในระดับหนึ่งมีคำสั่งแต่งตั้งให้มาเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร.คนที่สามคนปัจจุบันมีเวลาทำงานไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ก็จะเกษียณอายุราชการ

ขณะที่สังคมราชการกำลังจับตาว่าใครจะมาแทนที่ในตำแหน่งนี้ ก็ปรากฏผลออกมาว่า ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ คือใครคนนั้น ซึ่งก็ต้องแสดงความยินดีในการต้อนรับกลับถิ่นเก่า

ถ้าจะให้เครดิตใครสักคนในการสะสางปัญหาทุกอย่างได้ลงตัวสวยงามก็ต้องค้อมศีรษะคารวะให้กับ ดร.วิษณุ เครืองาม ที่เคยมีประสบการณ์ทั้งหวานชื่นและขื่นขมในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย นักบริหารในราชการพลเรือน และนักการเมืองจำเป็น.

“ซี .12”

 

มุมข้าราชการ 27/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 27 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/702580

 

มุมข้าราชการ เสาร์นี้เห็นท่าจะต้องว่ากันด้วยเรื่อง ปลัดกระทรวงใหม่ เป็นหลัก ทั้งนี้ จากการที่ปีนี้มีข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวง ในราชการพลเรือนเกษียณอายุราชการออกไปถึง 6 กระทรวง มีการแต่งตั้งทดแทนแล้วก่อนหน้านี้ 1 ตำแหน่งคือ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ….

มาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ครม.ก็อนุมัติการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอีก 3 กระทรวงคือ วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายในได้เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ และเป็น ปลัดหญิง แทน ชุติมา บุณยประภัศร ผู้เกษียณอายุ ปลัดวิบูลย์ลักษณ์ เป็นข้าราชการในเส้นทางเดียวกับ อภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีหญิงเจ้ากระทรวงคือเป็นคนที่เติบโตมาจากกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ ในอดีตเป็นลูกศิษย์อดีตปลัดกระทรวงผู้ยิ่งยงอย่าง สมพล เกียรติไพบูลย์ และต่างเคยเป็นเอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวามาแล้ว….

ปลัดใหม่คนที่สองในคราวเดียวกันนี้คือ กฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนาที่ได้เป็นปลัดกระทรวงวัฒนธรรมแทน อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้เกษียณอายุ แน่นอนว่าชื่อที่สะกดแปลกๆแบบนี้ต้องเป็นชื่อใหม่ที่เปลี่ยนแปลงมาจากชื่อเดิม กิตติกานต์ ศิริ ซึ่งผู้คนในแวดวงไม่ค่อยทราบชีวิตราชการของ ปลัดกฤษศญพงษ์ ที่เริ่มต้นด้วยการบรรจุเข้ารับราชการเป็น ครู 1 จนถึง ศึกษาธิการอำเภอ แล้วมาอยู่กรมการศาสนาผ่านงานมารอบด้านและมีอายุราชการเหลืออยู่อีก 4 ปีเต็มไม่น่าห่วงในการรับมือกับงานวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่….

ปลัดใหม่คนที่สามนี่น่าสนใจคือ ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการแทน นพ.กำจร ตติยกวี ผู้เกษียณในยุคที่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงอย่าง พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ กำลังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการศึกษาทั้งระบบโดยเริ่มต้นปฏิรูปอย่างจริงจังการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานของกระทรวงให้ ปลัดกระทรวง สามารถสอดส่องดูแลงานของกระทรวงได้ทุกด้านทุกแท่งจึงจำเป็นต้องเลือกคน สัตย์ซื่อ-มือถึง มาทำงานและในที่สุดก็ลงเอยที่ ปลัดชัยพฤกษ์….

สำหรับพื้นฐานความเป็นมาของ ปลัดชัยพฤกษ์ เติบโตมาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับรองเลขาธิการเมื่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเกิดปัญหาความไม่เรียบร้อยบางประการจนมีการสอบสวนกันใหญ่โตก็ได้รับเลือกให้มาสะสางปัญหาเหล่านั้นพร้อมกับผลักดันแนวทางอาชีวะสร้างชาติจนโด่งดังอยู่มาได้ 4 ปีเต็มแล้ว ครม.ขยายเวลาให้อีก 1 ปีจนครบปีที่ 5 ในคราวนี้จึงไปรับงานที่ท้าทายในตำแหน่งปลัดกระทรวง….

สรุปรวมแล้ว 6 ปลัดกระทรวงในราชการพลเรือนที่มีตำแหน่งว่างในวันที่ 1 ตุลาคม 2559 มีตัวคนลงทดแทนแล้ว 4 กระทรวง ยังเหลืออีกเพียง 2 กระทรวงที่จะเข้ามาแทน วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ พลตำรวจเอก เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งแรกคือที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯนั้น ข่าวสะพัดหนาหูว่าอาจจะมีการโอน รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดลที่เพิ่งโอนมาเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วจะมีรายการข้ามห้วยอีกครั้งจากกระทรวงศึกษาธิการไปเป็นปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคนใหม่ เท็จจริงอย่างไรให้ลุ้นกันใน ครม.คราวหน้า….

แต่สำหรับตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ควรพิจารณาจาก ข้าราชการพลเรือน แท้ๆ มิใช่เป็นเก้าอี้ที่จะเก็บเอาไว้รองรับข้าราชการประเภทอื่นที่โดนเบียดแทรกไล่ที่มาจากที่อื่นถึงจะเป็น ทหาร-ตำรวจ ก็เถอะมิได้เก่งกาจไปกว่าข้าราชการพลเรือนแต่อย่างใด อีกประการหนึ่งคือศักดิ์ศรีของตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คือ ข้าราชการพลเรือนหมายเลข 1 ได้รับเกียรติให้ยืนหัวแถวในทุกงานเรื่องอะไรที่จะให้ข้าราชการฝ่ายอื่นมายุ่งเหยิงในจุดนี้….

“ซี.12”

ย้ายนายอำเภอระดับสูง (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 26 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701405

 

คำสั่งกระทรวงมหาดไทยในการแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) ให้ไปรักษาการในตำแหน่งระดับผู้อำนวยการต้น มีอยู่ 3 รายคือ

1.นายสุวัฒน์ จันทร์สุข นายอำเภอเมืองปาน ลำปาง เป็นผู้อำนวยการกองการสื่อสาร กรมการปกครอง 2.ร.ท.ภัทรชัย ขันธหิรัญ นายอำเภอปากชม เลย เป็นเลขานุการกรม สำนักงานเลขานุการกรม กรมการปกครอง 3.นายพูลเดช อุเทนพันธ์ นายอำเภอยี่งอ นราธิวาส เป็นนายอำเภอกาบัง ยะลา

อีกคำสั่งเป็นการแต่งตั้ง ข้าราชการประเภทอำนวยการระดับต้น ให้รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) จำนวน 8 ราย ดังนี้

1.นายประยูร พุทธชาติ นายอำเภอกาบัง ยะลา เป็นนายอำเภอยี่งอ นราธิวาส 2.นายวิจิตร์ แก้วประดิษฐ์ นายอำเภอกะพ้อ ปัตตานี เป็นนายอำเภอมายอ ปัตตานี 3.นายทินกร ถือทอง นายอำเภอนาแห้ว เลย เป็นนายอำเภอพรเจริญ บึงกาฬ 4.นายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอกรงปินัง ยะลา เป็นนายอำเภอปาย แม่ฮ่องสอน 5.นายจรูญ สร้อยจิต นายอำเภอพนมดงรัก สุรินทร์ เป็นนายอำเภอปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน 6.นายเอกอำพร อุปละกูล นายอำเภอนาหมื่น น่าน เป็นนายอำเภอทุ่งหัวช้าง ลำพูน 7.นายสมควร พระสว่าง นายอำเภอซับใหญ่ ชัยภูมิ เป็นนายอำเภอผาขาว เลย 8.นายประภาส หิรัญไพบูลย์ นายอำเภอสนม สุรินทร์ เป็นนายอำเภอหัวตะพาน อำนาจเจริญ

ส่วน ข้าราชการประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ให้รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) จำนวน 7 ราย ดังนี้

1.นายปริญญาพล อุทยาภรณ์ ป้องกันจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นนายอำเภอปากคาด บึงกาฬ 2.นายประสิทธิ์ อมตาริยกุล หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ที่ทำการปกครองอำเภอกระบุรี ระนอง เป็นนายอำเภอกระบุรี ระนอง 3.นายสุทัศน์ อติวรรณาพัฒน์ จ่าจังหวัดจันทบุรี เป็นนายอำเภอเมืองปาน ลำปาง 4.นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร จ่าจังหวัดอุดรธานี เป็นนายอำเภอปากชม เลย 5.นายสุพร ไชยบุรณากร หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ที่ทำการปกครองอำเภออู่ทอง สุพรรณบุรี เป็นนายอำเภอไพรบึง ศรีสะเกษ 6.นายดำรง ศิริสธนพันธ์ หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ส่วนกำกับและตรวจสอบ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เป็นนายอำเภอลืออำนาจ อำนาจเจริญ 7.ร้อยตรีโสภณ ภู่ขันเงิน หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ที่ทำการปกครองอำเภอท่าแซะ ชุมพร เป็นนายอำเภอพนา อำนาจเจริญ

ส่วนหนึ่งของคำสั่งเหล่านี้เป็นการจัดวางกำลังในส่วนกลางของกรมการปกครองในตำแหน่ง ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการส่วน ซึ่งคนที่ได้รับการพิจารณาว่าควรทำหน้าที่ตรงนี้ต้องไปรับตำแหน่งที่สูงขึ้นก่อนคือ นายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) แล้วค่อยย้อนกลับมารักษาการในตำแหน่งที่ต่ำกว่า

บางส่วนเป็นข้าราชการประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ได้ไปรักษาการในตำแหน่งนายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง)

สำหรับนายอำเภออำนวยการระดับต้นที่ได้เลื่อนขึ้นเป็นนายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) มีคำสั่งออกมา 182 ราย จะได้แจ้งให้ทราบสัปดาห์หน้า.

“ซี.12”

 

ย้ายนายอำเภอระดับสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 25 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/700094

 

เมื่อตอนต้นเดือนสิงหาคม นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งนายอำเภออำนวยการระดับสูงหลายคำสั่งด้วยกัน

ในคำสั่งแรกๆเป็นการย้ายอำเภอของนายอำเภออำนวยการระดับสูงอยู่แล้ว 16 ราย คือ

1.นายวิชัย ตั้งคำเจริญ นายอำเภอวิเศษชัยชาญ อ่างทอง เป็นนายอำเภอเทพสถิต ชัยภูมิ 2.นายปริญญา เขมะชิต นายอำเภอป่าโมก อ่างทอง เป็นนายอำเภอวิเศษชัยชาญ อ่างทอง 3.นายอภิชาติ ธนะมัย นายอำเภอกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ เป็นนายอำเภอน้ำเกลี้ยง ศรีสะเกษ 4.นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว นายอำเภอน้ำยืน อุบลราชธานี เป็นนายอำเภอกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ 5.นายวีนัส สีสุข นายอำเภอจะแนะ นราธิวาส เป็นนายอำเภอราษีไศล ศรีสะเกษ

6.นายอำนาจ แย้มศิริ นายอำเภอเมืองราชบุรี เป็นนายอำเภอเมืองสระบุรี 7.นายรณภพ เวียงสิมมา นายอำเภอจอมบึง ราชบุรี เป็นนายอำเภอเมืองราชบุรี 8.นายสนั่น สนธิเมือง นายอำเภอบังนังสตา ยะลา เป็นนายอำเภอพนา อำนาจเจริญ (ต่อมามีคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.) 9.นายคำรบ เครือณรงค์ นายอำเภอทุ่งตะโก ชุมพร เป็นนายอำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี 10.นายวิโรจน์ เทพพิทักษ์ นายอำเภอกะเปอร์ ระนอง เป็นนายอำเภอทุ่งตะโก ชุมพร

11.นายพรเทพ วัชกีกุล นายอำเภอหว้านใหญ่ มุกดาหาร เป็นนายอำเภอละหานทราย บุรีรัมย์ 12.นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ นายอำเภอละหายทราย บุรีรัมย์ เป็นนายอำเภอหว้านใหญ่ มุกดาหาร 13.นายประยงค์ จันทเต็ง นายอำเภอปากท่อ ราชบุรี เป็นนายอำเภอบางแพ ราชบุรี 14.นายประทีป นทีทวีวัฒน์ นายอำเภอบางแพ ราชบุรี เป็นนายอำเภอปากท่อ ราชบุรี 15.นายสมบูรณ์ ด่านรัชตกุล นายอำเภอดงเจริญ พิจิตร เป็นนายอำเภอท่าปลา อุตรดิตถ์ 16.นายปรีชา ดิลกพรเมธี นายอำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี เป็นนายอำเภอดงเจริญ พิจิตร

อีกคำสั่งหนึ่ง มี 5 ราย ประกอบด้วย1.นายธานี หะยีมะสาและ นายอำเภอมายอ ปัตตานี เป็นนายอำเภอกะเปอร์ ระนอง 2.นายเพชร สุพพัตกุล นายอำเภอปะคำ บุรีรัมย์ เป็นนายอำเภอนางรอง บุรีรัมย์ 3.นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอนางรอง บุรีรัมย์ เป็นนายอำเภอปะคำ บุรีรัมย์ 4.นางวันดี ราชชมภู นายอำเภอเวียงชัย เชียงราย เป็นนายอำเภอป่าแดด เชียงราย 5.นายสกล แก้วปวงคำ นายอำเภอป่าแดด เชียงราย เป็นนายอำเภอเวียงชัย เชียงราย

นายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) เข้ามารักษาการในตำแหน่งระดับชำนาญการ พิเศษ เป็น ผอ.ส่วนในกรมการปกครอง 11 ราย คือ

1.นางอาภรณ์ ใหม่มงคล นายอำเภอพรเจริญ บึงกาฬ เป็น ผอ.ส่วนกิจการชายแดนและผู้อพยพ สำนักกิจการความมั่นคงภายใน 2.นายสุพจน์ เมฆประดับ นายอำเภอปากคาด บึงกาฬ เป็น ผอ.ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน 3.น.ส.สลารีวรรณ ทัพทวี นายอำเภอปาย แม่ฮ่องสอน เป็น ผอ.ส่วนระบบการปกครองท้องที่ สำนักบริหารการปกครองท้องที่ 4.นายสมชาย เกียรติก้องแก้ว นายอำเภอกระบุรี ระนอง เป็น ผอ.ส่วนยุทธการและการข่าว สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน 5.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ นายอำเภอทุ่งหัวช้าง ลำพูน เป็น ผอ.ส่วนประสานราชการ สำนักกิจการความมั่นคงภายใน 6.นายณัฐภัทร์ เอมอ่อน นายอำเภอผาขาว เลย เป็น ผอ.ส่วนปฏิบัติการพิเศษ สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน 7.นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ นายอำเภอไพรบึง ศรีสะเกษ เป็นผอ.ส่วนกำกับและตรวจสอบ สำนักการสอบสวนและนิติการ 8.นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอศรีรัตนะ ศรีสะเกา เป็น ผอ.ส่วนการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักบริหารการปกครองท้องที่ 9.นายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ นายอำเภอหัวตะพาน อำนาจเจริญ เป็น ผอ.ส่วนกิจการมวลชน สำนักกิจการความมั่นคงภายใน 10.นายศิริรักษ์ เชาวนปรีชา นายอำเภอลืออำนาจ อำนาจเจริญ เป็น ผอ.ส่วนกำลังพล สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน 11.นายอนุชา อินทรศร นายอำเภอน้ำยืน อุบลราชธานี เป็น ผอ.ศูนย์บริการประชาชน สำนักการสอบสวนและนิติการ

นี่เป็นการวางตัวคนเข้ามาทำงานสำคัญในส่วนกลางแต่ไม่ปิดกั้นความก้าวหน้า.

“ซี.12”

 

อธิบดีเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 24 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698794

 

จากปลัดกระทรวงก็มาถึงตำแหน่งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูงอีกตำแหน่งหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานนั่นคือผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี

ปีนี้ก็มีอธิบดีถึงเวลาเกษียณอายุราชการออกไปไม่น้อยรวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งที่เทียบเท่าหรือเรียกชื่ออย่างอื่นด้วย อย่างเช่น เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเอกอัครราชทูต

มาว่ากันถึงอธิบดีโดยตรงก่อน ใน สำนักนายกรัฐมนตรี มีอธิบดีเกษียณคนเดียวคือ นายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่มีผลงานน่าชื่นชมไม่น้อยและโด่งดังมาตั้งแต่ครั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวอย่างของคนทำงานราชการในหน้าที่อย่างจริงจัง

อีกรายก็คือ นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

กระทรวงการคลัง มีอธิบดีเกษียณไปคนหนึ่งคือ นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ตอนนี้มีการแต่งตั้งคนทดแทนแล้วคือ นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ รองปลัดกระทรวงการคลังมาแทน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอธิบดีเกษียณหลายคนคือ นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน นายอยุทธ์
หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มี นายสุพจน์ เจิมสวัสดิ์พงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นางสาวภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

กระทรวงมหาดไทย มี นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน ส่วนกระทรวงยุติธรรมมี นายวีระยุทธ สุขเจริญ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

กระทรวงสาธารณสุข มี นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้
นพ.สุเทพ วัชรปิยานันท์ มาแทน นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข มาแทน นพ.สุพรรณ ศรีธรรมา อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ มาแทน นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ได้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย มาแทน นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ มาแทน

การแต่งตั้งทดแทนเมื่อวานนี้คงมีออกมาบ้างบางกระทรวงแล้ว.

“ซี.12”

 

ปลัดเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 23 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697709

 

การประชุม ครม.วันนี้คงมีอีกหลายกระทรวงเสนอเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างลงเพราะการเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ปลัดกระทรวง นั้น ของ กระทรวงการต่างประเทศ นำร่องไปแล้ว จึงขอทบทวนถึงตำแหน่งที่เหลืออยู่โดยปลัดกระทรวงที่เกษียณปีนี้มี 6 กระทรวงในฝ่ายพลเรือนรวมทั้ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และถ้านับ ปลัดกระทรวงกลาโหม ด้วยก็เป็น 7

ใน 5-6 กระทรวงที่ว่านั้นได้แก่ 1.นายอภิชาต ชินวรรโณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มีการแต่งตั้ง นางบุษยา มาทแล็ง ทดแทนแล้ว 2.นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ 3.นายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 4.นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 6.พลตำรวจเอก เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากปลัดกระทรวงแล้วยังมีตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีและมีฐานะเทียบเท่าปลัดกระทรวงเกษียณออกไปอีก 6 ราย ได้แก่ 1.นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี 2.นายวิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 3.นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ 4.ม.ล.จิรพันธุ์ ทวีวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 5.นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ 6.นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

แล้วก็อย่าลืมว่ายังมีข้าราชการอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับบริหารมาก่อนแต่ต่อมาถูกย้ายเข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในตำแหน่งที่เรียกชื่อต่างๆกันก็ถึงเวลาเกษียณอายุราชการปีนี้เช่นกันคือ

1.นายสุวัตร สิทธิหล่อ อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี 2.นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 3.นายวัชระชัยย์ นาควัชระชัยท์ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4.นางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ 5.พลโทพงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ในสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นยังมีข้าราชการในตำแหน่งสำคัญระดับอธิบดี เกษียณอายุด้วยอีก 2 รายคือ นายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กับ นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จึงนำมาบันทึกไว้พร้อมกันไปเลย

สำหรับคนที่มีโอกาสก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญเหล่านี้ ถ้าหากว่ายังไม่มีการนำเข้า ครม.เสียก่อนในวันนี้ก็จะหาโอกาสคาดหมายและนำเสนอถึงความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง.

“ซี.12”

 

ย้ายผู้ว่าฯยกแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 22 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/696999

 

การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดชุดแรกของกระทรวงมหาดไทยนั้นออกมาได้รวดเร็วและมีความหมายยาวไกลไปถึงอนาคต เพราะมีการตกลงกันได้ลงตัวสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย

เป็นเรื่องที่เอ่ยไว้แล้วเมื่อวันเสาร์ว่า เมื่อถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2559 รองปลัดกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด 4 คนเป็นสิงห์ดำหมด อธิบดี 4 คนใน 6 กรมก็ล้วนแต่สิงห์ดำ อีก 2 กรมเป็นวิศวะกับสิงห์ทอง ส่วนสิงห์แดงนั้นอย่างเก่งก็ได้เพียงผู้ว่าฯชานกรุงหรือหัวเมืองใหญ่ฝ่ายตะวันออก

เป็นที่เข้าใจได้ว่าเมื่อหมดเวลาของ ปลัดกฤษฎา บุญราช ตำนานชาวสิงห์ฉากใหม่จะเปิดศักราชกันอย่างครึกโครม

มีคำถามจากผู้ใหญ่ที่ใจเป็นธรรมที่เคยถามน้องๆว่า เราจะทำเหมือนกับที่เขาเคยทำกับเราอย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็ไม่ผิดอะไรไปจากพวกเขา จะเอากันอย่างนั้นหรือ

เอาล่ะเรื่องราวเหล่านี้ละไว้ในฐานที่เข้าใจ แต่อย่าปฏิเสธเลยว่าไม่มีไม่จริง

มาดูกันถึงการสับเปลี่ยนวางตัวผู้ว่าฯที่ออกมา 10 กว่าคนคราวนี้เสียหน่อย มีหลายคนที่เพิ่งขึ้นจากรองเป็นผู้ว่าฯปีที่แล้วยังไม่ทันครบปีดีเลยมีคำสั่งในปีนี้ให้ย้ายเมืองเสียแล้ว แถมยังเป็นหัวเมืองใหญ่เสียด้วย

หลังมีคำสั่งแรกนี้แล้วทำให้จังหวัดที่มีเก้าอี้ว่างสำหรับผู้ว่าฯใหม่น่าสนใจเพิ่มขึ้น อย่างเช่นทางเหนือก็มีที่แพร่และลำปาง เป็นต้น ส่วนอีสานก็มีร้อยเอ็ดกับเลยเมืองท่องเที่ยว ภาคกลางก็นั่นแหละพระนครศรีอยุธยา

มาถึงภาคใต้มีหลายเมืองที่ยังไม่ตั้งผู้ว่าฯไล่รวดมาตั้งแต่ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง ภูเก็ต ตรังและปัตตานี

รายที่เคยเอ่ยถึงด้วยความเกรงใจว่าการเอา นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ จากผู้ตรวจราชการกระทรวงไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเมื่อเดือนมกราคม 2559 นั้น เปรียบเสมือน ปลาผิดน้ำ เป็นที่ลำบากใจสำหรับทุกฝ่าย

ตอนนี้ก็มีการย้าย ผู้ว่าฯสุริยะ กลับคืนสู่พื้นที่ปกติแล้วคือจากผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

ดูไปแล้วเหมือนว่าจะถูกต้องเหมาะสมเป็นธรรมดีอยู่หรอก

แต่ถ้าหากมองจากอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อบรรดารองผู้ว่าฯในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รอขึ้นอยู่แล้วเลยได้ขึ้นช้าไปร่วม 10 เดือน

เมื่อวันเสาร์ก่อนโน้นเอ่ยชื่อรองผู้ว่าฯอาวุโสที่ทำงานชายแดนใต้มานานเช่น นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ รอง ผวจ.ปัตตานี นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รอง ผวจ.ยะลา รวมทั้ง นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ยะลา เมื่อปี 2555 ปัจจุบันเป็นรอง ผวจ.ตรัง และ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองเลขาธิการ ศอ.บต.นั้น

รองสายัณห์ ขึ้นมาปี 2555 รองวีรนันท์ ปี 2556 อีก 3 รองขึ้นมาปี 2557 ส่วนรองศุภณัฐ นั้นก็ขึ้นมาปี 2556 แต่ตอนนี้มีอาวุโสที่สุดในฐานะนักบริหารระดับสูงหรือซี 10 เดิม

ใครสมควรได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีนั้น นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาและสงขลาน่าจะมองได้ทะลุปรุโปร่ง.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 20/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 20 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694905

 

เริ่มแล้วสำหรับเทศกาลการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับสูงในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานคือ ปลัดกระทรวง อธิบดี และตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นเช่น เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจน เอกอัครราชทูต โดยตำแหน่ง ปลัดกระทรวง ปีนี้มีเกษียณ 6 กระทรวง รวมทั้ง สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ไม่รวมกระทรวงกลาโหม…

กระทรวงแรกที่เปิดฉากนำเข้า ครม.ก่อนใครอื่นคือ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ อภิชาต ชินวรรโณ เกษียณ ได้ตัวปลัดกระทรวงใหม่เป็น ปลัดกระทรวงหญิง คือ บุษยา มาทแล็ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม นับเป็นการเปิดศักราชใหม่สำหรับวงการทูตและเปิดโอกาสให้ ข้าราชการสตรี ได้แสดงฝีมือทางด้านการบริหาร ประสบการณ์จากการเคยเป็นเบอร์สองที่ลอนดอน เป็นอธิบดีกรมยุโรป ออกไปเป็นเอกอัครราชทูตครั้งแรกที่เซเนกัลและดูแลประเทศในแอฟริกามากมายเช่น กินี กาบอง ไลบีเรีย โตโก มาลี เซียร์ราลีโอน และ ฟาโซ ก่อนย้ายไปเป็นทูตสเปน และเบลเยียมเป็นโพสต์ล่าสุดนั้นไม่ธรรมดาอยู่แล้ว…

ในระดับอธิบดีมี ครม.อนุมัติแล้วหลายกรมในหลายกระทรวงคือ สุทธิรัตน์ รัตนโชติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ได้กลับไปเป็นอธิบดีกรมบัญชีกลางที่เคยเติบโตมาจนถึงรองอธิบดีก่อนหน้านี้ ของมหาดไทยก็ได้รองปลัดกระทรวงคือ ประทีป กีรติเรขา ไปเป็นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ พร้อมกับต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย ได้แก่ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กับ มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง…

ที่กระทรวงหมอ-สาธารณสุข ได้อธิบดีใหม่มากมายหลายคนคือ วิศิษฎ์ ตั้งนภากร จากรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็น อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เจษฎา โชคดำรงสุข จากอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็น อธิบดีกรมควบคุมโรค นาวาอากาศตรีบุญเรือง ไตรเรืองวรรัตน์ จากอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็น อธิบดีกรมสุขภาพจิต ธีรพล โตพันธานนท์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น อธิบดีกรมการแพทย์ สุขุม กาญจนพิมาย จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สุเทพ วัชรปิยานันท์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวงเป็น เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา…

ย้อนกลับไปถึงเรื่องการแต่งตั้งของมหาดไทยในตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ปัจจุบัน ณ วันนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อายุน้อยสุดแต่อาวุโสสูงสุด ประทีป กีรติเรขา อายุมากสุด อาวุโสลำดับสอง ณัฐพงศ์ ศิริชนะ กับ ชยพล ธิติศักดิ์ อายุใกล้เคียงกัน อาวุโสลำดับสามเท่ากัน ในจำนวน 4 รองปลัดนี้มี รองประทีป คนเดียวที่เป็น สิงห์ทอง รามคำแหง เกษียณปี 61 ที่เหลือสามคนเป็น สิงห์ดำ จุฬาฯ พอ รองประทีป ไปเป็นอธิบดีกรมที่ดิน คนที่ได้เสียบเข้ามาเป็นรองปลัดคนที่สี่คือ ประยูร รัตนเสนีย์ ก็มีประวัติสวยสดงดงามน่าอิจฉากล่าวคือเป็นสิงห์ดำที่เป็นผู้ว่าฯพังงาปี 2557 ผู้ว่าฯอยุธยาปี 2558 และรองปลัดปี 2559 ขึ้นบันได 3 ขั้น สรุปตอนนี้มีสิงห์ดำครองเก้าอี้รองปลัดครบหมดแถมเป็นอธิบดีอีก 4 กรม พอถึงเวลาที่ กฤษฎา บุญราช เกษียณจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยในปีหน้าจะมีสิงห์ไหนแหกค่ายมฤตยูเข้ามาเป็นปลัดได้…

“ซี.12”

 

ที่ดิน–โยธา–ปภ.เกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 19 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693797

 

รายการเกษียณอายุราชการของข้าราชการมหาดไทยในจังหวัดต่างๆยังมีของกรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อีก 3 กรม

ของ กรมที่ดิน นั้น ที่เกษียณไปพร้อมกับ นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดี มีตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ได้แก่

1.นายฉลาด ทำนุพรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกรม 2.นายธีรศักดิ์ ลิ้มประสิทธิศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกรม 3.นายนิมิตร ปัทมาคม ผู้ตรวจราชการกรม 4.นายวิรัช ภูมิพิทักษ์กุล ผู้ตรวจราชการกรม 5.นายวิโรจน์ เตชะจันตะ ผู้ตรวจราชการกรม 6.นายสมพร พรหมพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกรม 7.นายสุรพงษ์ ไชยนิตย์ ผู้ตรวจราชการกรม

เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดที่เกษียณมี 1.นายเกษม สินสุวรรณาภรณ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี 2.นางฐิติรัตน์ เพ็ชรพล เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร 3.นางณัทปภา ปาละสิงห์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ปราจีนบุรี 4.นางสาวประทุม เผือกน่วม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอ่างทอง 5.นางพัชรี คำภู เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดแพร่

6.นายไพบูลย์ นิรุกติศาสตร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี 7.นายไพรัต เศียรสมาน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ 8.นางวิไลวรรณ บุญนวล เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา 9.นายเสถียร พลจันทร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย 10.นายอรรถพร พันธุโกวิท เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกรุงเทพมหานคร

ส่วน กรมโยธาธิการและผังเมือง มีตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญที่เกษียณคือนางสาวศัณสณีย์ ศิลป์เบ็ญจพร ผู้เชี่ยวชาญด้านวางแผนวิศวกรรม (วิศวกรโยธา) สำนักวิศวกรมการผังเมืองส่วนตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ได้แก่

1.นางวนิดา วานิช ผู้ตรวจราชการกรม 2.นายโฆษิต ต้องวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนามาตรฐาน 3.นายเชวงศักดิ์ ฉ้วนตั้น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี 4.นางทิพวรรณ แสงทองฉาย โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐม 5.นายวิญญู หมั่นการ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง

สำหรับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงที่เกษียณคือ 1.นางสาวสุนันท์ อังเกิดโชค ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 (ปทุมธานี) 2.นายสุรชัย ธัชกวิน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 (สุพรรณบุรี) 3.นายโส เหมกุล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 (สงขลา)

นอกจากนี้ ยังมี ผู้ตรวจราชการกรม ของกรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและ กรมการปกครอง ที่ยังไม่ได้แจ้งในคราว ที่แล้วคือ 1.นางคำแข ธรรมนิยาย ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน 2.นายเส่ง สิงห์โตทอง ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน 3.นางสาวอัจฉรา วงษ์เอก ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 4.นายรุ่งโรจน์ รุ่งรัศมี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาท้องถิ่น 5.นายสุรพล สุวรรณานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง 6.นายวิโรจน ศรีสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง 7.นายนิพนธ์ อินทรสกุล ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศอ.บต.

ยังเหลือแต่ผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอที่เกษียณในปีนี้ที่จะนำเสนอภายหลัง.

“ซี.12”