มือซ้าย–มือขวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 18 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692656

 

เขียนถึงเรื่องราวคนมหาดไทยเกษียณอายุราชการในจังหวัดต่างๆคือผู้ว่าราชการจังหวัดและรองแล้ว

ขอบันทึกให้เข้าชุดกันไปเลยว่ามีอยู่อีก 2 ตำแหน่งที่เปรียบเสมือน มือซ้าย และ มือขวา ของ ผู้ว่าราชการจังหวัด คือ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด กับ ปลัดจังหวัด

ตำแหน่งแรกเปรียบเสมือนฝ่ายเสนาธิการ ดูแลงานเอกสารการนัดหมายประชุมแก้ปัญหา ตำแหน่งหลังควบคุมการปฏิบัติการในพื้นที่ดูแลตั้งแต่นายอำเภอลงไปถึง อส.

ทั้งสองตำแหน่งนี้อยู่ในประเภท อำนวยการระดับสูง ศักดิ์ศรีเท่ากับผู้อำนวยการสำนัก ผู้ตรวจราชการกรมในส่วนกลาง คือสามารถก้าวขึ้นสู่รองผู้ว่าฯได้เลย

ปีนี้มี หัวหน้าสำนักงานจังหวัด เกษียณอายุ 9 ราย คือ

1.นายชัชพลศิลป์ ประเสริฐศรี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครสวรรค์ 2.นายทวี สุทธิถนอม หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงราย 3.นายนาวีศักดิ์ จรรยาเจริญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชัยภูมิ 4.นายบัญญัติ ศรีอุทัย หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเลย 5.นายวลัญจกร ไกรเลิศ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครนายก 6.นายสมทบ กุลชล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสระแก้ว 7.นายสมยศ วงศ์เจริญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำปาง 8.นายสิญจน์ เวชไพจิตร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดราชบุรี 9.นายสุชีพ พันธุ์จันทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม

ส่วน ปลัดจังหวัด มีเกษียณ 14 ราย คือ

1.นายโกสินทร์ ศรีเพชรพงษ์ ปลัดจังหวัดพิจิตร 2.นายชัยภัค สุนทรหงส์ ปลัดจังหวัดนครปฐม 3.นายฐานิต พรหมทอง ปลัดจังหวัดระนอง 4.นายถวิล ศิริสวัสดิลก ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี 5.นายธำรง เขมะรัตน์ ปลัดจังหวัดตรัง 6.นายปรีชา โชติทวีวัฒน์ ปลัดจังหวัดน่าน 7.นายพินิจ บุญวรรณ ปลัดจังหวัดยโสธร 8.นายเรวัต อัมพวานนท์ ปลัดจังหวัดสิงห์บุรี 9.นายวิจักขณ์ ชินโคตรพงศ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร 10.นายวีระ เกิดศิริมงคล ปลัดจังหวัดสตูล 11.นายสฤษดิ์ ไสยโสภณ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู 12.นายสัมฤทธิ์ พุฒศรี ปลัดจังหวัดสกลนคร 13.นายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย ปลัดจังหวัดขอนแก่น 14.นายอรรถสิทธิ์ สุขธรรมนิยม ปลัดจังหวัดนครสวรรค์

ยังมีพื้นที่เหลือขอบันทึกต่อไปถึงหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่ไปจากมหาดไทยและเกษียณในปีนี้คือ จาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตำแหน่ง ท้องถิ่นจังหวัด ประเภทอำนวยการระดับสูง 7 รายคือ 1.นายทรงวุฒิ จันทร์ผ่องศรี ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี 2.นายพงษ์ศักดิ์ ชนะสิทธิ์ ท้องถิ่นจังหวัดสตูล 3.นายยุทธเดช พลอยสังวาลย์ ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม 4.นายวีรวัฒน์ วุฒิสาร ท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร 5.นายสมปราชญ์ จงจิต ท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ 6.นายสมศักดิ์ กู้เกียรติกาญจน์ ท้องถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา 7.นายสรวิชญ์ ไชยสวัสดิ์ ท้องถิ่นจังหวัดเลย

พัฒนาการจังหวัด จาก กรมการพัฒนาชุมชน มี 7 ราย คือ 1.นายกสิณ นวลโคกสูง พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา 2.นายดำรงชัย พุ่มสงวน พัฒนาการจังหวัดชลบุรี 3.นายประพันธ์ พรหมสมบูรณ์ พัฒนาการจังหวัดปัตตานี 4.นายปรีชา พรหมบุตร พัฒนาการจังหวัดบุรีรัมย์ 5.นางสาวศรีวรรณา จันทร์จิตรเพ็ชร พัฒนาการจังหวัดสกลนคร 6.นางสุพัตรา แสงทอง พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ 7.นายเสน่ห์ บุญสุข พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี 8.นายอรชุน ธิวรรณลักษณ์ พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับรายการเกษียณของส่วนราชการอื่นในมหาดไทยยังมีอีกวัน.

“ซี.12”

 

รองเกษียณใน มท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 17 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691722

 

นอกจากข้าราชการประเภทบริหารระดับสูงในตำแหน่งอธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดของกระทรวงมหาดไทยที่เกษียณอายุ 27 รายแล้ว

ยังมีข้าราชการอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในตำแหน่งประเภท บริหารระดับต้น คือ รองอธิบดี และ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงคราวเกษียณไปด้วย 41 ราย เป็นรองอธิบดี 3 รองผู้ว่าฯ 38

3 รองอธิบดีได้แก่ 1.นายสุจิต จงประเสริฐ รองอธิบดีกรมที่ดินรักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ ตำแหน่งประเภทบริหาร 2.นายพิชัย อุทัยเชฏฐ์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 3.นางสาวศิระภา วาระเลิศ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

ส่วนรองผู้ว่าราชการจังหวัด 38 ราย คือ

1.นายกำธร ตุ้งสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม 2.นายขจรชัย วัฒนาประยูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง 3.นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย 4.นายชัยรัตน์ ธาราสันติสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี 5.นางชูสม รัตนนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

6.นายณรงค์ ไพศาลทักษิณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี 7.นายณรงค์ศักดิ์ พลศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ 8.นายเดชา ใจยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงทรา 9.นายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด 10.นายธนา บุษปวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี

11.นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร 12.นายธวัชชัย รักขนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ 13.นางนภา ศกุนตนาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ 14.นายนลิน ตั้งประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร 15.นายนิพนธ์ สาธิตสมิตพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ

16.นายนิพันธ์ ศิริธร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง 17.นายบรรเจิด อนุเวช รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท 18.นายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี 19.นายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 20.นายภูมิบุญญ์ แช่มช้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

21.นายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ 22.นายมนัธสะวัชร์ บุญสมวัฒนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ 23.นายรุ่งชัย ใบกว้าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร 24.นายวินัย ตรงจิตพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ 25.นายวิรัตน์ ทำนุราศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

26.นายวิษณุ สว่างทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย 27.นายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง 28.นายสมบูรณ์ โอฬารกิจเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู 29.นายสมหมาย วิเชียรฉันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา 30.นายสรธร สันทัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา

31.นายสาธิต ธรรมประดิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา 32.นายสุรพจน์ รัชชุศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 33.นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา 34.นายสุรินทร์ เพชรสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง 35.นายอโณทัย ธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 36.นายอนันตพล บุญชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 37.นายอาคม สุขพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 38.นายอุดร น้อยทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

ในจำนวนสามสิบกว่าคนของรองผู้ว่าฯที่เกษียณนี้มีอยู่หลายคนที่น่าเสียดายแทนที่ไม่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าฯสัก 1 ปี อย่างเช่น รองหญิง ทั้งสองคือ รองชูสม ของจังหวัดแพร่ กับ รองนภา ของจังหวัดชัยภูมิ อาจจะเป็นเพราะชายชาตรีทั้งหลายใจไม่กว้างพอ

รองที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มายาวนานอย่าง รองอุดร ของจังหวัดยะลาก็ถูกละเลย พอตำแหน่งว่างก็มีคนจากที่อื่นมาเสียบแทน

อีกคนที่น่าเสียดายคือ นายจำนัล เหมือนดำ เป็นนายอำเภอ ปลัดจังหวัดและรองผู้ว่าฯในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีศักยภาพสูงในการทำงานเป็นที่ประจักษ์ แต่พอถึงเวลาเกษียณก็ได้แค่รองเลขาธิการ ศอ.บต.

“ซี.12”

 

ผู้ว่าฯเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 16 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690602

 

เขียนถึงงานหลักของผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลขวัญและกำลังใจของประชาชนในจังหวัดยามที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติร้ายแรงแล้ว

นึกขึ้นมาได้ว่าเพิ่งผ่านพ้นครึ่งแรกของเดือนสิงหาคมแล้ว แปลว่าข้าราชการที่ถึงกำหนดเกษียณอายุตอนสิ้นปีงบประมาณนี้ยังมีเวลาทำงานอีกเพียงเดือนครึ่งเท่านั้นเอง

เผลอๆในช่วงนี้ของบางปี หลายกระทรวงมีการนำเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อทดแทนคนเกษียณเข้า ครม.ไปแล้วด้วยซ้ำไป

เมื่อวานนี้เอ่ยถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่เกิดเหตุระเบิดกวนเมือง 7 จังหวัดว่าถึงแม้จะใกล้เกษียณก็ขอให้ดูแลประชาชนจนถึงวันสุดท้ายเพราะไม่มีใครรู้จักพื้นที่และผู้คนมากไปกว่าท่าน

วันนี้ก็เลยขอเขียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเกษียณอายุเสียเลย

ในกระทรวงมหาดไทยนั้นปีนี้มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ดำรงตำแหน่งประเภท บริหารระดับสูง เกษียณอายุทั้งสิ้น 27 ราย เป็น อธิบดี 1 ราย ผู้ตรวจราชการกระทรวง 5 ราย และ ผู้ว่าราชการจังหวัด 21 ราย

อธิบดี นั้นได้แก่ นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน ที่เคยเป็นรองปลัดกระทรวงและผู้ว่าฯมาแล้ว 2 จังหวัดคือนราธิวาสกับนครศรีธรรมราช

รายนี้กำลังจะถอดหัวโขนออกด้วยความสง่างาม ด้วยความสัตย์ซื่อยึดถือจริยธรรมในการดำรงชีวิตเป็นที่ประจักษ์

ผู้ตรวจราชการกระทรวง 5 รายได้แก่ 1.นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ 2.นายวันชัย สุทธิวรชัย 3.นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ 4.นายวินัย บัวประดิษฐ์ 5.นายสุวิทย์ สุบงกฎ

4 ใน 5 รายเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน โดยเฉพาะรายที่ 4 คือ ผู้ตรวจวินัย นั้นทำลายสถิติการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯมากจังหวัดที่สุด

มีเพียงรายแรก ผู้ตรวจขวัญชาติ ที่เคยเป็นรอง ผวจ.ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้แต่พลาดโอกาสการเป็นผู้ว่าฯไปขึ้นเป็นรองเลขาธิการศอ.บต.ก่อนมาเป็นผู้ตรวจฯ

สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด 21 รายที่เกษียณนั้นได้แก่

1.นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น 2.นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท 3.นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี 4.นางสาวจิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม 5.นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก 6.นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 7.นายพิเชษฐ์ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ 8.นายพินิจ หาญพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ 9.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 10.นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ

11.นายวงศศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี 12.นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี 13.นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 14.นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย 15.นายสมดี คชายั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร 16.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง 17.นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง 18.นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง 19.นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ 20.นายอัครเดช เจิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี 21.นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

แต่ละคนล้วนเป็นจอมยุทธชั้นสุดยอดด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น.

“ซี.12”

 

แปรวิกฤติเป็นโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 15 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690238

 

ปฏิบัติการของกลุ่มพวกทำร้ายประเทศไทยด้วยการใช้ระเบิดก่อกวนความสงบสุขในพื้นที่ต่างๆ 7 จังหวัดจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายนั้น เป็นการกระทำของพวกสิ้นคิด

ข่าวสารจากปากของผู้นำในวงการตำรวจที่มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ระบุเองว่า เกี่ยวพันกับผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน

นี่มันเป็นความชั่วร้ายเลวทรามทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง

รัฐบาลและ คสช.ที่มีอำนาจพิเศษในมือจะต้องติดตามกระชากหน้ากากของแก๊งกลุ่มพวกนี้เพื่อเอาตัวมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

เพราะถ้าหากเป็นเรื่องการเมืองชัดเจนแบบนี้มันคงไม่หยุดเพียงแค่นี้

7 จังหวัดแรกนำร่องไปแล้วทางภาคใต้ ยังมีอีกหลายจังหวัดที่เข้าข่ายเป็นเป้าหมายใหญ่ อย่างเช่นภาคกลางและภาคตะวันออกทั้งภาค

นี่มิใช่การชี้โพรงให้กระรอก เพราะพื้นที่ที่เอ่ยถึงใครๆก็รู้ว่าลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญท่วมท้นขนาดไหนแล้วยังเป็นพื้นที่สำคัญทางด้านแหล่งท่องเที่ยว เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของชาติและบางส่วนก็เป็นเมืองชายแดนด้วย

ยิ่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วยแล้วจังหวัดที่เป็นเป้าหมายอันตรายยิ่งเห็นเด่นชัดกันไปใหญ่

เรื่องของตำรวจเรื่องของทหารในการสืบสวนหาข่าวในทางลับทางแจ้งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ว่ากันไป

แต่ในฝ่ายราชการพลเรือนนั้นยังมีหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกนอกจากการร่วมตรวจสอบหาข่าวสารข้อมูลในการลากคนแก๊งวายร้ายเหล่านี้

ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 7 อันประกอบด้วย นายทวี นริสศิริกุล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ. ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา นายพินิจ บุญเลิศ ผวจ.กระบี่ และ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ตรัง นั้น

มีทั้งผู้ว่าฯที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ทำงานยังไม่ทันครบปี และผู้ว่าฯที่กำลังจะเกษียณอายุ รวมทั้งผู้ว่าฯที่อาวุโสพร้อมที่จะก้าวขึ้นรับตำแหน่งสำคัญกว่านี้

การปลุกปลอบขวัญกำลังใจของประชาชนในพื้นที่มิให้หวาดผวาจนไม่เป็นอันทำมาหากินและให้ทุกคนใช้ชีวิตต่อไปตามปกติเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ผู้ว่าฯทั้ง 7 จะต้องดำเนินการอย่างฉับพลันทันที

นี่เป็นโอกาสที่จะได้แสดงฝีไม้ลายมือให้เป็นที่ประจักษ์ คนที่จะเกษียณก็จะได้จากไปอย่างมีศักดิ์ศรีและสง่างาม

คนที่ยังเหลือเวลาราชการอยู่ก็จะได้โชว์ศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์ร้ายแรง เพิ่มแต้มต่อในการเป็นตัวเลือกในการทำงานใหญ่ต่อไป

ในทุกวิกฤติมีโอกาสรออยู่ทั้งนั้น.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 13/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 13 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/688471

 

ชีวิตราชการ ก็เป็นเช่นนี้มีขึ้นมีลงไปตามเหตุการณ์ ความอดทนรับมือกับสถานการณ์เท่านั้นที่จะทำให้ฝ่าฟันไปได้ตลอดรอดฝั่ง จึงน่ายินดีกับข่าวคราวของ แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ที่ถูกคำสั่ง คสช.ตาม ม.44 ย้ายจากตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ให้มาช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย บัดนี้ผลการสอบสวนข้อกล่าวหาฉกาจฉกรรจ์นั้นออกมาแล้วว่า ไม่พบความผิดใดๆ ก็เป็นหน้าที่ของทางกระทรวงมหาดไทยที่ต้องเยียวยาให้กลับคืนสู่เก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไปซึ่งอาจไม่ใช่ที่ สมุทรสาคร ก็ได้…

ส่วนที่ ปัตตานี หลังจาก วีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีถูกคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2559 มาจนถึงทุกวันนี้ โดยเจ้าตัวต้องเข้ามาช่วยราชการในส่วนกลาง ปรากฏว่าคนที่ถูกส่งไปรักษาราชการแทนและได้ขึ้นเป็นผู้ว่าฯเต็มตัวไปแล้วนั้นคือ สุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยนั้นมีหลายเสียงเป็นห่วงเรื่อง ปลาผิดน้ำ อาจทำให้ท่านผู้ว่าฯออกจะเกร็งๆไปบ้างไม่ค่อยออกไปไหน…

ในขณะที่สถานการณ์ก็ยังหนักหน่วงรุนแรงไม่ลดละเช่นนี้พอถึงการโยกย้ายประจำปีใครๆก็คงไม่แปลกใจ ถ้ามีชื่อ ผู้ว่าฯสุริยะ ในการโยกย้ายอีกรอบซึ่งอาจจะไปลงในพื้นที่ที่ถนัดอย่างศรีสะเกษ ยโสธร หรือที่อื่นใดในละแวกนั้น อีกประการหนึ่งจะเป็นเรื่องดีที่สามารถเปิดพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ นักรบ ในพื้นที่นั้นสามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้ว่าฯได้อีกสักคนเพราะปีนี้ไม่มีผู้ว่าฯ 3-4 จังหวัดตรงนั้นเกษียณเลย…

รองผู้ว่าฯอาวุโส ที่น่าเอ่ยถึงว่าสามารถขึ้นได้ก็เช่น วีรนันท์ เพ็งจันทร์ รอง ผวจ.ปัตตานี เถกิงศักดิ์ ยกศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส กู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รอง ผวจ.ยะลา ไปจนถึง ศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองเลขาธิการ ศอ.บต.รวมทั้ง สายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ยะลา เมื่อปี 2555 ปัจจุบันเป็นรอง ผวจ.ตรัง…

รายการเติบโตตามสภาพของงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีมีการโอน ภัทรภร ฐิติยาภรณ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำด้านยุทธศาสตร์และการวางแผน สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้ง ธนู มีแสงเงิน รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์…

การแต่งตั้งประเภท วิชาการระดับทรงคุณวุฒิ มี 2 กระทรวงคือ พนิต ธีรภาพวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กลุ่มกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เป็น ที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และ ประวิ อ่ำพันธุ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ เป็น สาธารณสุข-นิเทศก์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข…

ไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดพิมพ์หนังสือเล่มเล็ก คมความคิด พัฒนาสังคม สำหรับแจกจ่ายข้าราชการและเผยแพร่ทั่วไป โดยรวบรวมข้อคิด คำคม เกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการทำงานด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นตำนานในการสร้างคน สร้างองค์กร ส่วนเล่มใหญ่เป็นเรื่อง คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับงานพัฒนาสังคม ผลงานของกองวิชาการ สำนักงานปลัดกระทรวง พม. …

สำนักพิมพ์จุฬา นำเสนอ ทฤษฎีวรรณคดีวิจารณ์ตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ของ สุรเดช โชติอุดมพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ น่าชอบใจที่มีการยกสำนวนนิยายไทย ฟ้าทะลายโจร เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบได้เหมาะเหม็งโดนใจ…

“ซี.12”

 

อนาคต ศอ.บต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 12 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687508

 

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต.เป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ทำให้การบริหารและการแก้ไข ปัญหาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว คล่องตัว ทันต่อสถานการณ์

การดำเนินงานของ ศอ.บต.มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกย่อว่า กพต. จำนวน 36 คน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน มีรัฐมนตรี 17 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 11 คน ผู้แทนภาคประชาชน 5 คน เป็นกรรมการ มีเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นเลขานุการ ทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาแผนงาน/โครงการ/งบประมาณ รวมทั้งเร่งรัด กำกับ ติดตาม การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

พื้นที่ที่ดูแลรับผิดชอบคือจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูลและบางอำเภอของจังหวัดสงขลา

สำหรับผู้บริหารในส่วนที่เป็นข้าราชการประจำนั้นปัจจุบันมี นายภาณุ อุทัยรัตน์ เป็นเลขาธิการ มีรองเลขาธิการ 5 อัตรา แต่มีตัวคนดำรงตำแหน่งอยู่เพียง 3 อัตรา คือ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ นายจำนัล เหมือนดำ นายประสิทธ์ ชูเมือง

นอกจากนั้น ยังมีตัวแทนจากกระทรวงต่างๆ และกรมที่สำคัญเข้ามาร่วมเป็นผู้ช่วยเลขาธิการอีกเกือบ 20 ราย

ที่หยิบยกเอาเรื่องนี้มาเอ่ยถึงในวันนี้เพราะทราบว่าตัวเลขาธิการศอ.บต.คือ นายภาณุ อุทัยรัตน์ กำลังจะถึงเวลาเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2559 นี้

ตลอดระยะเวลาอันยาวนานในการรับราชการของ เลขาธิการภาณุ ตั้งแต่เป็นนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองปลัดกระทรวงมหาดไทย จนถึงเลขาธิการ ศอ.บต. ล้วนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาเกือบทั้งชีวิต เมื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสำคัญนี้ก็สามารถปฏิบัติให้บรรลุภารกิจได้อย่างดีเยี่ยม

จนมีการตั้งคำถามในละแวกภาคใต้ตอนล่างดังขึ้นหนาหูว่าต่อไปไม่มีเลขาภาณุแล้วใครจะมาทำแทน ฟังแล้วน่าภาคภูมิใจเพราะถ้อยคำเหล่านี้มีคุณค่ายิ่งกว่าเหรียญตราใดๆ

เท่าที่ได้สดับรับฟังมาผู้คนในพื้นที่ต้องการคนที่รู้จริง เข้าใจและเข้าถึงมาสานต่องานนี้ จึงลองสอดส่ายสายตาและพลิกดูปูมหลังของข้าราชการที่เหมาะสมแล้วก็เห็นว่ามีตัวตนที่เข้าสเปกอยู่หลายคนพอสมควรทีเดียว

อย่างเช่น ถ้าจะยึดตามธรรมเนียมเก่าๆเอาคนอาวุโสระดับรองปลัดกระทรวงที่มีประสบการณ์ในพื้นที่มาเป็นก็มีอยู่คนหนึ่งคือ นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสมาก่อน

ถ้าจะเลือกเอาจากผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดดเด่นที่สุดเพราะเคยเป็นผู้ว่าฯยะลาและสตูลมาก่อนหน้านี้ และเป็นชาวอำเภอรือเสาะจังหวัดนราธิวาส ประสบการณ์ในพื้นที่เพียบ อีกคนก็คือ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เคยทำงานใน ศอ.บต.มายาวนานและเคยเป็นรอง ผวจ.ปัตตานีมาก่อน อีกรายเคยเป็นนายอำเภอในพื้นที่และรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

และทำงานใน ศอ.บต.มานาน ปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการ ศอ.บต.คือ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ แต่มีข้อด้อยตรงที่ไม่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

ที่สำคัญที่สุดที่จะต้องบอกกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.โดยตรงว่า งาน ศอ.บต. เป็นงานปฏิบัติการในสายพลเรือนโดยตรงโปรดอย่าเอาทหารเข้ามาคุมเลย.

“ซี.12”

 

นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 11 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686506

 

มูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ จัดให้มีการประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคคลที่ได้อุทิศตนและสร้างผลงานดีเด่นไว้ในวงการสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์

มีการกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การดำเนินการสรรหาและคัดเลือกนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นไว้ดังต่อไปนี้

บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมี 3 ประเภทคือ 1.นักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ 1-3 คน มีคุณสมบัติสำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรีทางด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และได้ปฏิบัติงานประจำทางด้านสังคมสงเคราะห์ มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งมิใช่นักบวช

2.ผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ 1-3 คน มีคุณสมบัติปฏิบัติงานประจำทางด้านสังคมสงเคราะห์ มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งไม่ใช่นักบวช

3.นักสังคมสงเคราะห์อาสาสมัคร 1-10 คน มีคุณสมบัติเป็นผู้ซึ่งอาสาช่วยปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมในองค์การสวัสดิการสังคมและมีผลการปฏิบัติงานในด้านนี้มาไม่น้อยกว่า 5 ปี

ส่วนวิธีการสรรหานั้นผู้มีคุณสมบัติของบุคคลแต่ละประเภทสามารถเสนอชื่อตนเองได้ กรรมการบริหารของมูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ มีสิทธิ์เสนอชื่อบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าพิจารณาคัดเลือกเป็น

นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น และหน่วยงานราชการ องค์การสังคมสงเคราะห์เอกชน องค์กรสวัสดิการชุมชน องค์การสาธารณประโยชน์ ก็สามารถเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเป็นนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นประจำปี อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ทางมูลนิธิจะได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากสถาบันสังคมสงเคราะห์ จำนวน 6 แห่ง คือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 6 คนร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกด้วย

เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกได้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการประกาศเกียรติคุณฯ ซึ่งมีคุณลักษณะครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ด้วย ให้นำเสนอคณะกรรมการบริหารของมูลนิธิฯ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดเป็นขั้นสุดท้ายว่าสมควรจะประกาศเกียรติคุณ ผู้ใดเป็นนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นประจำปี ในประเภทใด โดยพิจารณาข้อมูลที่คณะกรรมการดำเนินการเป็นสำคัญ

คุณลักษณะคร่าวๆของผู้เข้าสู่การคัดเลือกคือ 1.เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีมนุษยสัมพันธ์ 2.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเสียสละ และความสามารถในการพัฒนางานเชิงวิชาชีพ 3.ทัศนคติต่อวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 4.การให้บริการทางสังคมสงเคราะห์ในอดีตและปัจจุบัน 5.ความรู้ทางวิชาการสังคมสงเคราะห์และการนำหลักการไปปฏิบัติ 6.ผลกระทบที่เกิดจากการปฏิบัติงานต่อผู้รับบริการและสังคม 7.เทคนิคและกลวิธีในการดำเนินงานเฉพาะตน 8.ประโยชน์ที่วงการสังคมสงเคราะห์ และสังคมจะได้รับในอนาคต 9.ผลงานที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อสังคมในอนาคต เป็นต้น

โปรดอดใจรอผลการคัดเลือกที่จะเสร็จสิ้นในไม่ช้านี้.

“ซี.12”

 

รองอธิบดีกรมป่าไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 10 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685612

 

ตำแหน่งรองอธิบดีที่ข้าราชการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสนใจสมัครลงชิงชัยกันมากอีกแห่งหนึ่งคือรองอธิบดีกรมป่าไม้

มีทั้งคนของกรมป่าไม้เอง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงานปลัดกระทรวง ที่เป็นผู้อำนวยการสำนัก ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 33 ราย ดังนี้

1.นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 กรมป่าไม้ 2.นายพฤกษ์ โสโน ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช 3.นายสมชาย เปรมพาณิชย์นุกูล ผู้ อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 10 กรมป่าไม้ 4.นายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 11 กรมป่าไม้ 5.นายสุรัติ กาญจนกุญชร ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและสารสนเทศ กรมป่าไม้ 6.นายนรินทร์ สายซอ ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอำนาจเจริญ 7.นายสมศักดิ์ เร่งเพียร ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ 8.นายธรรมนูญ อัครพินท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 12 กรมป่าไม้ 9.นายอนันต์ พรหมดนตรี ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก 10.นายชากรี รอดไฝ ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม

11.นายมิตรชัย อานันทนสกุล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 7 กรมป่าไม้ 12.นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานปลัดกระทรวง 13.นายอยู่ เสนาธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 14.นายไพศาล สถิตวิบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 4 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 15.นายไพบูลย์ รัตนะเจริญธรรม ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร 16.นายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 กรมป่าไม้ 17.นายจิระศักดิ์ ชูความดี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 5 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 18.นายขจรศักดิ์ ละอองเทพ ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร 19.นายวิทยา หงษ์เวียงจันทร์ ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 20.นายวิรุฬห์ ฤกษ์ธนะขจร ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12 อุบลราชธานี

21.นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 4 กรมป่าไม้ 22.นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 23.นายไพศาล ธนะเพิ่มพูล ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด 24.นายสุรชัย อจลบุญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 25.นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 26.นางณภัทรา ศิริลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระบบการตรวจและประเมินผล สำนักตรวจและประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวง 27.นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 กรมป่าไม้ 28.นายยรรยง กางการ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 8 กรมป่าไม้ 29.นายปรมินทร์ วงศ์สุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 30.นางสาวมาลี ศรีรัตนธรรม ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 31.นายธนโรจน์ โพธิสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 32.นายณรงค์ มหรรณพ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 33.นางกรภัทร์ ดำรงไทย ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ตรวจสอบดูแล้วมีไม่น้อยที่ลงสมัครชิงชัยในกรมอุทยานด้วย โดยชุดนี้กำหนดสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 16 สิงหาคม 2559.

“ซี.12”

 

7 เก้าอี้รองอธิบดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 9 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684472

 

ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีตำแหน่งรองอธิบดีว่างอยู่ 7 ตำแหน่งใน 6 กรม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีรองว่างถึง 2 ตำแหน่ง

ส่วนกรมอื่นๆได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรธรณี กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีตำแหน่งรองว่างกรมละ 1 ตำแหน่ง

กระบวนการคัดเลือกรองอธิบดีปีนี้เปิดรับสมัครพร้อมกันทุกกรมและให้สิทธิสมัครข้ามกรมได้เต็มที่โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รองปลัดกระทรวงเป็นประธานคัดเลือก

ตำแหน่งที่น่าสนใจมากเป็นอันดับหนึ่งคือ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีผู้สมัครลงสนามเข้ามาชิงชัยจำนวน 27 ราย ดังนี้

1.นายพฤกษ์ โสโน ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช 2.นายสมชาย เปรมพาณิชย์กุล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 กรมป่าไม้ 3.นายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 กรมป่าไม้ 4.นายสุรัติ กาญจนกุญชร ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและสารสนเทศ กรมป่าไม้ 5.นายสมศักดิ์ เร่งเพียร ผู้ตรวจราชการกรม กรมป่าไม้ 6.นายธรรมนูญ อัครพินท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 กรมป่าไม้ 7.นายอนันต์ พรหมดนตรี ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก 8.นายมิตรชัย อานันทนสกุล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 7 กรมป่าไม้ 9.นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานปลัดกระทรวง 10.นายเฉลิมชัย ปาปะทา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

11.นายอยู่ เสนาธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 12.นายไพศาล สถิตวิบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 13.นายไพบูลย์ รัตนะเจริญธรรม ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร 14.นายจิระศักดิ์ ชูความดี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 15. นายวิทยา หงษ์เวียงจันทร์ ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 16.นายวิรุฬห์ ฤกษ์ธนะขจร ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12 อุบลราชธานี 17.นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 กรมป่าไม้ 18.นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 19.นายสุรชัย อจลบุญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 20. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

21.นางณภัทรา ศิริลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระบบการตรวจและประเมินผล สำนักตรวจและประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวง 22.นายยรรยง กางการ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 กรมป่าไม้ 23.นายปรมินทร์ วงศ์สุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 24.นางสาวมาลี ศรีรัตนธรรม ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 25.นายธนโรจน์ โพธิสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช 26.นายณรงค์ มหรรณพ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 27.นางกรภัทร์ดำรงไทย ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.

กลุ่มนี้กำหนดเข้ากระบวนการคัดเลือกด้วยการสัมภาษณ์ในวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคมนี้.

“ซี.12”

 

ซาตานสีขาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 8 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/683862

 

มีเรื่องราวเล่ามาเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในการทำหน้าที่ของแพทย์ในจังหวัดยโสธรถึงขนาดเป็นเรื่องที่แทบไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง

แต่พยานหลักฐานและปากคำของผู้คนที่ประสบพบเห็นหลายรายยืนยันมั่นคงว่าเหตุการณ์เป็นเช่นนี้มายาวนาน

ในชั้นนี้เพียงแต่นำเรื่องราวมาเสนอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาหาทางแก้ไขโดยเร็วเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทำลายระบบราชการที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างร้ายแรง

เป็นเรื่องของผู้ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทหรือสมองไปขอรับการรักษาจากโรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นแล้วถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างน่าสงสาร

กล่าวคือเมื่อเริ่มการรักษาก็จะได้รับคำชี้แจงจากแพทย์ว่าโรงพยาบาลไม่มียาที่จะรักษาอาการเหล่านี้โดยตรง ดังนั้นก็จะตรวจรักษาไปตามอาการ ส่วนจะหายหรือไม่ ไม่อาจรับรองได้

อย่างไรก็ตาม มีคำแนะนำพิเศษ จากหมอว่าที่คลินิกของหมอมียาที่สั่งจากต่างประเทศมีคุณภาพที่ดีในการรักษาโรคนี้แต่ว่ามีราคาแพงมาก ถ้าใครสนใจให้ไปซื้อมาให้พยาบาลของโรงพยาบาลนี้ฉีดให้อาการจะดีขึ้นแน่

ย้ำด้วยว่าเรื่องนี้เป็นการแนะนำด้วยความปรารถนาดีไม่ใช่การบังคับ

ผู้ป่วยคนไหนได้ยินดังนี้คงมีน้อยคนที่ไม่ทำตาม และปรากฏว่าเมื่อไปติดต่อขอซื้อยาจากคลินิกของหมอชุดละ 23,000 บาท มาให้พยาบาลฉีดปรากฏว่าอาการดีขึ้นจริงๆ

เรื่องเป็นเช่นนี้มาครั้งแล้วครั้งเล่า วันแล้ววันเล่าจนแทบกล่าวได้ว่ามีการชื่นชม ยาวิเศษ-หมอวิเศษ กันเป็นการใหญ่ใครป่วยด้วยอาการอย่างนี้ถึงไม่มีเงินก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมารักษาตัว

จนมีอยู่คราวหนึ่งลูกหลานของผู้ป่วยกลับบ้านไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ได้รับรู้เรื่องราวเกิดเอาตัวอย่างของยาไปสอบถามตามร้านขายยาในตัวเมืองยโสธรเองนั่นแหละ

ปรากฏว่าทางร้านขายยาหลายร้านบอกตรงกันว่าตัวยานี้มีขายทั่วไปทั้งชุดไม่เกิน 1,000 บาท ย้ำ….หนึ่งพันบาท เรื่องก็เลยแดงขึ้นมาว่ามีการทำมาหากินกับคนไข้อย่างน่าสมเพช

นี่เป็นความจริงอีกด้านหนึ่งซึ่งนำมาเสนอเพื่อการรับรู้ของสังคม ไม่ได้คิดว่าจะต้องเอาผิดเอาถูกอะไรกับผู้มีพฤติกรรมเช่นนั้น

ต้องการเพียงว่าอย่าให้เหตุการณ์ใช้วาจาโน้มน้าวคนไข้ที่น่าสงสารเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

จึงเพียงแต่ตั้งความหวังไว้กับ นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ว่าให้ช่วยสอบสาวราวเรื่องหากพบข้อเท็จจริงตรงกันก็หาทางตักเตือนทั้งแพทย์และพยาบาลที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ และบอกกล่าวให้ประชาชนในจังหวัดได้รับรู้จะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบอีกต่อไป

พยานหลักฐานและพยานบุคคลนั้นถ้าต้องการสอบถามมาได้

ส่วนทางกระทรวงสาธารณสุขตลอดจนองค์กรตระกูล ส.ทั้งหลายได้ยินได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้เข้าหูแล้วจะมีมาตรการหนักเบาอย่างไรในการจัดการก็แล้วแต่ท่าน

ที่นี่ไม่ได้หวังว่าจะพึ่งพาอาศัยได้อยู่แล้ว.

“ซี.12”