รถสองแถวสัตหีบ-นาเกลือ108คัน บริการรับส่งฟรีทำดีถวายพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244396

รถสองแถวสัตหีบ-นาเกลือ108คัน บริการรับส่งฟรีทำดีถวายพ่อหลวง

รถสองแถวสัตหีบ-นาเกลือ108คัน บริการรับส่งฟรีทำดีถวายพ่อหลวง

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.59 น.

12 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณคิวรถ สหกรณ์เดินรถ สัตหีบ-นาเกลือ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รถโดยสารสองแถว ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จำนวน 108 คัน ซึ่งวิ่งเส้นทาง ไปกลับ อำเภอสัตหีบ จีงหวัดชลบุรี- ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร พร้อมใจกันบริการรถฟรี ทำดีเพื่อในหลวง ด้วยการเปิดบริการให้ผู้โดยสาร ใช้บริการ ฟรี เป็นเวลา 1 วัน ตั้งแต่เวลา 06.00 -18.00 น. เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  และถวายเป็นพระราชกุศล

นายสมควร วรสิทธิ์ อายุ 43ปี กล่าวว่า เป็นการพร้อมใจกันที่ไม่ได้มีใครมาสั่ง หรือบอกให้ทำ พวกเรามีความต้องใจจริงที่จะตอบแทนสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่นี้  เพื่อน้อมถวายในหลวง รัชกาลที่   อีกทั้งเป็นการเชิญชวนให้ทุกคนออกมาใช้บริการรถโดยสารเล็กให้มากยิ่งขึ้น โดย สหกรณ์เดินรถ สัตหีบ-นาเกลือ  ได้ร่วมกับเจ้าของรถโดยสารสองแถวที่อยู่ในคิวทำความดีเพื่อพ่อหลวงของแผ่นดิน ซึ่งถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะตอบแทนพระองค์ได้ โดยให้บริการขึ้นรถฟรีโดยไม่เก็บค่าโดยสารแต่อย่างใด 1วัน รวมทั้งมีน้ำดื่มแจกจ่ายแก่ผู้โดยสารบนรถฟรีด้วย ทั้งนี้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ขสมก.จัดShuttle Bus เพิ่ม5คัน ให้บริการรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244392

ขสมก.จัดShuttle Bus เพิ่ม5คัน ให้บริการรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ขสมก.จัดShuttle Bus เพิ่ม5คัน ให้บริการรอบเกาะรัตนโกสินทร์

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.28 น.
12 พ.ย.59 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ โดยจัดรถ Shuttle  Bus เพิ่มจำนวน 5 คัน เส้นทางวงกลมเกาะรัตนโกสินทร์ เริ่มจากใต้สะพานพระปิ่นเกล้า (ฝั่งพระนคร) – ท่าพระจันทร์ – ท่าช้าง – วัดโพธิ์ – วังสราญรมย์ – ถ.เจริญกรุง – เสาชิงช้า – แยกคอกวัว – โรงแรมรัตนโกสินทร์ – สิ้นสุดเส้นทางที่จุดเดิม ให้บริการระหว่างเวลา 12.00 – 23.00 น. ทุกๆ 10 – 15 นาที ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

พลทหาร!ร้องไห้หนักมาก สักเต็มร่างกลับกลัวเข็มฉีดยา(ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244388

พลทหาร!ร้องไห้หนักมาก สักเต็มร่างกลับกลัวเข็มฉีดยา(ชมคลิป)

พลทหาร!ร้องไห้หนักมาก สักเต็มร่างกลับกลัวเข็มฉีดยา(ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.51 น.

12 พ.ย.59 โรคกลัวเข็ม เกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ไม่ว่า ชาย หญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ รั้วของชาติ พลทหารกล้า รายนี้

ในคลิปวิดีโอ พลทหารกลัวเข็ม มีความยาว 1.26 นาที เป็นเรื่องราวของพลทหารรายหนึ่ง ที่ถูกลากเพื่อนทหารลากกึ่งประคองตัวมาเพื่อรับบริการฉีดวัคซีน ในสถานที่โล่งแจ้ง ซึ่งไม่ระบุว่า วัน เวลา และ สถานที่

แม้จะเห็นว่า พลทหารนายนี้ มีรอยสักบริเวณแขนทั้งสองข้าง และหน้าอก จำนวนมาก แต่กลับมีอาการกลัวเข็มฉีด อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพยาบาลและเพื่อนทหาร คอยหลอกล่อ เบี่ยงเบนความสนใจ แต่ก็ไม่สามารถทำให้พลทหารนายนี้ ให้คลายความกังวัลไปได้

อย่างไรก็ดี พยาบาลสาวจะฉีดวัคซีนให้กับพลทหารร่างใหญ่และเต็มไปด้วยรอยสัก สำเร็จหรือไม่ ต้องไปชมกัน

 

2หนุ่มราชบุรีเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ ตั้งใจถวายอาลัยพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244361

2หนุ่มราชบุรีเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ ตั้งใจถวายอาลัยพระบรมศพ

2หนุ่มราชบุรีเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ ตั้งใจถวายอาลัยพระบรมศพ

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.44 น.

12 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพราดา ทรัพย์เลิศ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนด่านทับตะโก ชาวจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยนายกำพลศักดิ์ กลัดกลีบ อายุ 19 ปี พ่อค้าขายผักและเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ได้เดินเท้าตั้งแต่เวลา 07.19 น.ของวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ณ พระบรมมหาราชวัง

ล่าสุดถึงที่บริเวณสะพานยกระดับสี่แยกบางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรีแล้ว โดยได้เริ่มออกเดินอีกครั้ง หลังจากที่พักค้างคืนที่ด่านชั่งน้ำหนักบางลานที่พักตำรวจทางหลวงบางแพ ต.ดอนทราย อ.โพธาราม โดยในการเดินเท้าวันนี้เป็นวันที่ 2 นายพราดาและนายกำพลศักดิ์ เปิดเผยว่า ร่างกายมียังมีแข็งแรงสามารถเดินเท้าได้ หลังจากที่ได้พักผ่อนร่างกายเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ซึ่งช่วงเที่ยงเริ่มมีอากาศร้อน บางช่วงอาจมีความรู้สึกร้อนและล้าอยู่บ้าง ก็ได้ใช้ยาดม หรือมีเจ้าหน้าที่จากอาสาสมัครมูลนิธิคอยอำนวยความสะดวกและดูแลตลอดเส้นทาง แต่ด้วยหัวใจที่จงรักภักดีทำให้ยังมุ่งมั่นที่จะเดินเท้าให้ได้ตลอดทั้งวัน เพื่อไปให้ถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ณ พระบรมมหาราชวัง

นายกำพลศักดิ์ กล่าวว่า แม้ตนเองจะอาเพียง 19 ปี ประกอบกับไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือด้วยความจำเป็นของครอบครัว ปัจจุบันตนเองประกอบอาชีพค้าขายผัก ใช้ชีวิตอยู่แบบพอเพียง โดยใช้เวลาว่างเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี เพื่อออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยต่างๆ โดยล่าสุดที่ อ.จอมบึง และที่ ต.ด่านทับตะโก เกิดอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่บ้านของตนเอง ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนหลายหลัง ตนเองและเพื่อนสมาชิกอาสาสมัครมูลนิธิฯ ได้ออกให้ความช่วยเหลือ โดยที่ตนเองได้ยึดแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด ตนเองในฐานะพสกนิกรในพระบรมโพธิสมภารคนหนึ่ง จึงอยากแสดงความรักและความอาลัยที่มีต่อพระองค์ท่าน แม้ว่าการเดินทางด้วยรถประจำทางจะสะดวกและรวดเร็วกว่า แต่ตัดสินใจเดินทางเดินเท้า เพื่อประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าคนไทยรักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมากเพียงใด จึงตัดสินใจบอกครอบครัวขออนุญาตบิดาและมารดา พร้อมทั้งชวนน้องชายคือนายพราดา ออกเดินเท้าไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ตลอดการเดินทางได้มีประชาชนที่พบเห็นต่างนำอาหารเครื่องดื่ม และทรัพย์ส่วนหนึ่งมอบให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการเดินเท้าเพื่อน้อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณต่อรัชกาลที่ 9 โดยที่อาสาสมัครเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูล มูลนิธิสว่าง อำเภอโพธาราม และมูลนิธิรวมใจการกุศลอำเภอบ้านโป่ง ดูแลอำนวยความสะดวกตลอดทาง พร้อมกันนี้ ร้อยตำรวจเอกสุทิน เนียมศรี รอง สวป.สภ.โพธาราม ได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจและรถสายตรวจ นำเครื่องดื่มมามอบให้ พร้อมทั้งพาทั้ง 2 คนไปทานอาหารก่อนจะนำขบวนเดินทางต่อเพื่อเข้าสู่เขตอำเภอบ้านโป่ง และทั้ง 2 คนจะพักค้างแรมที่พักสายตรวจตำรวจทางหลวงสากกระเทียม สุดเขตจังหวัดราชบุรีและเข้าเขตจังหวัดนครปฐม เพื่อเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้ต่อไป

ศิลปากรจัดงาน’รวมใจถวายพ่อหลวง’ ศิลปินแห่งชาติชี้พระองค์คือเทวดาเดินดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244360

ศิลปากรจัดงาน'รวมใจถวายพ่อหลวง' ศิลปินแห่งชาติชี้พระองค์คือเทวดาเดินดิน

ศิลปากรจัดงาน’รวมใจถวายพ่อหลวง’ ศิลปินแห่งชาติชี้พระองค์คือเทวดาเดินดิน

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.44 น.
12 พ.ย. 59 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลปพีระศรี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ได้จัดงานเขียนภาพ “ในหลวงของประชาชน” โดยมีเหล่าบรรดาศิลปิน ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ร่วมใจกันมาวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ลงในกระดานไม้อัดขนาด  2.40 x2.40 เมตร จำนวน 98 ภาพ นำมาติดตั้งบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลปะ พีระศรี เพื่อให้ประชาชนได้มาชื่นชมความงดงามและพระจริยาวัตรตลอดจนพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงานยังมีภาพเขียนของ ศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2552 สาขาทัศนศิลป์ ซึ่งได้วาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรา มหาภูมิพลอดุลยเดช ใช้ชื่อภาพว่า “89/70/4447=9” นอกจากนี้ยังเปิดบริการสกรีนเสื้อเลขเก้าไทยให้กับผู้ที่สนใจฟรีด้วย
โดย ศ.ปรีชา กล่าวถึงพระบรมสาทิสลักษณ์ดังกล่าวว่า ภาพนี้ได้แนวคิดมาจากที่พระองค์ทรงงานเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน เปรียบเสมือนเทวดาที่อยู่บนดิน ตนเลยนำฉลองพระองค์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเคยใส่ ซึ่งเป็นชุดคล้ายกับเทวดา แล้วนำมาเขียนโดยให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มาทรงสวมใส่ เหมือนกับเป็นเทวดาที่ติดดิน คอยช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ ส่วนต้นไม้ที่อยู่รายล้อมพระองค์ท่าน สื่อให้เห็นถึงเกษตรทฤษฎีใหม่ที่พระองค์ท่านทรงคิดค้น ส่วนชื่อภาพนั้น 89 หมายถึงพระชนมายุ 70 หมายถึงทรงงานครบ 70 ปี ส่วน 4447=9 เป็นจำนวนโครงการกระราชดำริ ในรัชกาลที่ 9

‘พระองค์หญิงฯ’ประทานผ้าถุงดำทรงออกแบบ ให้ปชช.ยืมใส่เข้าถวายบังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244349

'พระองค์หญิงฯ'ประทานผ้าถุงดำทรงออกแบบ ให้ปชช.ยืมใส่เข้าถวายบังคม

‘พระองค์หญิงฯ’ประทานผ้าถุงดำทรงออกแบบ ให้ปชช.ยืมใส่เข้าถวายบังคม

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.13 น.

12 พ.ย.59 เวลา 11.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ได้เสด็จมายังเต็นท์ปรัมพิธีด้านข้างประตูวิเศษไชยศรี เพื่อประทานผ้าถุงดำทรงออกแบบ ถุงผ้าสีดำใส่รองเท้า เข็มกลัดโบว์ไว้ทุกข์ แก่ประชาชนยืมสวมใส่อย่างถูกต้องตามจารีต เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับผ้าถุงดำทรงออกแบบแพทเทิร์นด้วยพระองค์เอง และได้ประทานแพทเทิร์นทรงออกแบบให้กับแบรนด์เสื้อชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ Asava, Disaya, Fly Now, Greyhound, Issue, Itmon, Kem, Kloset, Milin, Sirivannavari, Sretsis,Tango, Tirapan, Theater, Tube Gallery, Vatanika, VK Jeans Vickteerut ในการผลิตตัดเย็บ โดยผ้าถุงที่ทรงออกแบบ เป็นผ้าถุงทรงตรงที่ดัดแปลงเล็กน้อยให้สวมใส่ง่าย ยาวครึ่งน่อง ตัดเย็บด้วยผ้าสีดำล้วน ไม่มีลวดลาย และทรงประทานออกแบบผ้าถุงสีดำสำหรับเด็กด้วย รวมจำนวน 1,500 ชิ้น และถุงผ้าใส่รองเท้าสีดำ 1,500 ชิ้น รวมถึงเข็มกลัดโบว์สีดำ ซึ่งตรงกลางประดับเหรียญหนึ่งบาทสำหรับแจกจ่ายให้แก่ชาวต่างชาติได้ร่วมแสดงความอาลัย จำนวน 3,500 ชิ้น

ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีรับสั่งว่า ข้าพเจ้าตระหนักดีว่า ประชาชนที่เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท นั้น ต่างก็มาจากทั่วประทศ บ้างก็แต่งกายมาไม่เหมาะสม ด้วยความไม่รู้แจ้ง บ้างก็ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการจัดหาเสื้อผ้าที่ถูกต้องตามจารีต จึงทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่ได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงอยากช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ประสบปัญหาเหล่านั้น ให้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพตามความตั้งใจ โดยข้าพเจ้าได้ออกแบบกระโปรงผ้าสีดำที่เหมาะสมในการเข้าเขตพระราชฐาน แล้วได้ชักชวนบรรดาแบรนด์เสื้อผู้มีจิตกุศลทั้งหลาย มาช่วยกันผลิตเพื่อให้ประชาชนผู้มาเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ได้ยืมใส่อย่างเหมาะสม ก่อนที่จะเข้าไปยังเขตพระราชฐาน”

หลังจาก พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับประทานผ้าถุงทรงออกแบบแล้ว ได้นำไปให้บริการกับประชาชนได้ยืมสวมใส่ เต็นท์ที่ 3 ของ กทม.ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามศาลฎีกาทางเข้าถนนกลางสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. จะเปิดให้บริการตลอดทุกวัน โดยประชาชนที่แต่งกายไม่เรียบร้อย สามารถนำบัตรประชาชนไปแสดงเป็นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ในการยืม ส่วนการส่งคืนนั้น จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกรับคืนอยู่ที่บริเวณทางออกประตูเทวาภิรมย์

พระเณรหนองคายช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนค่าแรง-ถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244346

พระเณรหนองคายช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนค่าแรง-ถวายเป็นพระราชกุศล

พระเณรหนองคายช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนค่าแรง-ถวายเป็นพระราชกุศล

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.44 น.

วัดพระธาตุราษฎร์บำรุง นำพระเณรและนักเรียน ลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยชาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ช่วยชาวนาลดต้นทุน เกี่ยวข้าวช่วยฟรี

12 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 09.00 น. พระครูสุญาณโสภิต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุราษฎร์บำรุง เจ้าคณะตำบลหนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย นำพระ-สามเณรของวัด และนักเรียนโรงเรียนหลวงพ่อดำวิทยา รวม 89 คน ไปช่วย นางทองอยู่ ดอนประจง อายุ 69 ปี ต.โพนสว่าง อ.เมืองหนองคาย เกี่ยวข้าวในที่นา 12 ไร่ โดยการเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ค่อนข้างลำบาก เพราะต้นข้าวโดนลมพัดทำข้าวล้ม แถมยังมีฝนตกก่อนหน้านี้หลายวันทำให้มีน้ำขังในที่นา

พระครูสุญาณโสภิต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุราษฎร์บำรุง กล่าวว่า การนำพระเณรและนักเรียนของโรงเรียนมาช่วยในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการทำกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นการช่วยเหลือชาวนาลดต้นทุนการจ้างแรงงานในพื้นที่ เนื่องจากการลงแขกเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งฝึกให้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีชีวิตด้วย

ขณะที่นางทองอยู่ ดอนประจง กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่พระเณรมาช่วยเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ เพราะตนกับลูกสาวต้องทำนากันเพียงสองคน ทุกอย่างต้องจ้างแรงงาน ตั้งแต่การไถที่นาไปจนถึงเก็บเกี่ยว ครั้งนี้จึงช่วยประหยัดต้นทุนไปได้หลายพันบาท

พสกนิกรทั่วทิศหลั่งไหล ถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244341

พสกนิกรทั่วทิศหลั่งไหล ถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

พสกนิกรทั่วทิศหลั่งไหล ถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.17 น.

12 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนที่เข้าคิวรอได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยในเช้าวันนี้ได้มีประชาชนที่เดินทางมาจากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาเข้าคิวรอเป็นจำนวนมากเหมือนเช่นทุกวัน

โดยนางอำภรณ์ หนูขาว อายุ 46 ปี ชาวจ.นนทบุรี กล่าวว่า สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำให้กับคนไทยนั้นมากจนไม่สามารถพูดได้หมด แค่คิดถึงพระองค์ก็รู้สึกแน่นและตื้นตันจนพูดไม่ถูก เพราะทุกสิ่งที่พระองค์ท่านทำนั้นสามารถนำมาปฏิบัติได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการในพระราชดำริ หรือพระราชดำรัสในโอกาสต่างๆ หากเราเลือกนำมาใช้ ซึ่งตนเองก็ได้ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาโดยตลอด เช่น ใช้จ่ายแบบพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย และมีความรักสามัคคีกัน นอกจากนี้ในเรื่องฝนเทียมที่พระองค์ทรงคิดค้นขึ้นมาก็สามารถทำให้ภาคอีสาน หรือในที่ที่มีความแห้งแล้ง มีความชุ่มชื้นขึ้นมาเหมือนน้ำพระทัยของพระองค์ที่ช่วยโชลมแผ่นดินให้ชุ่มชื่นขึ้นมา

ขณะที่ นางเจนจิรา กัณฐกานนท์ อายุ 38 ปี กล่าวว่า วันนี้พาครอบครัวเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ เพื่อมาถวายความอาลัย ทรงเป็นพระราชาที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชนมากมาย อาจจะเกินไปด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่พระองค์รักประชาชน จึงเสด็จไปช่วยเหลือทุกที่ที่มีความเดือดร้อนถึงแม้จะกันดาร การเดินทางลำบากพระองค์ท่านก็ทรงไปถึง และไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใดก็มีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จอย่างมากมาย และถึงแม้จะนานแค่ไหนก็รอคอยกันอย่างมีความสุข เพื่อให้ได้ชื่นชมพระบารมีของพระองค์

โพลล์ชี้คนไทย86.54%ชอบ’สายฝน’ ยกเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในดวงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244340

โพลล์ชี้คนไทย86.54%ชอบ'สายฝน' ยกเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในดวงใจ

โพลล์ชี้คนไทย86.54%ชอบ’สายฝน’ ยกเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในดวงใจ

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.16 น.

ประชาชนร้อยละ 86.54 ชอบเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเพลงสายฝนมากที่สุด ส่วนสิ่งที่ได้จากการฟังเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มากที่สุด 3 อันดับคือ ได้ความสุขความเพลิดเพลิน ได้รู้สึกใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และได้ทราบถึงพระปรีชาสามารถด้านดนตรี

ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส ,อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช ประธานกรรมการ ,ดร.พิสิฐ พฤกษ์สถาพร กรรมการรองผู้อำนวยการ และอาจารย์วัฒนา บุญปริตร กรรมการรองผู้อำนวยการสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (ระดับอุดมศึกษา) เผยผลสำรวจความรับรู้ของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 6-11 พ.ย.59 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,189 คน

ศ.ดร.ศรีศักดิ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระปรีชาสามารถด้านดนตรีทั้งด้านการทรงเครื่องดนตรี การพระราชนิพนธ์เนื้อเพลงและทำนอง รวมถึงการเรียบเรียงเสียงประสาน ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่ทั้งผสกนิกรไทยโดยทั่วไปตลอดจนชาวต่างชาติ ทั้งนี้พระองค์ทรงมีความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์และทรงเริ่มเรียนดนตรี เมื่อมีพระชนมายุ 13 พรรษา ขณะประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กับครูชาวอัลซาส ชื่อ นายเวย์เบรชท์ โดยทรงเรียนการเป่าแซกโซโฟน วิชาการดนตรี การเขียนโน้ต และการบรรเลงดนตรีสากลต่าง ๆ จนทรงมีความเชี่ยวชาญ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเริ่มพระราชนิพนธ์เพลง เมื่อมีพระชนมพรรษาได้ 18 พรรษา

ในปี พ.ศ. 2489 โดยเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกคือเพลงแสงเทียน และเพลงพระราชนิพนธ์เพลงที่ 2 คือเพลงใกล้รุ่ง แต่เพลงพระราชนิพนธ์ที่ประชาชนทั่วไปได้ฟังเป็นเพลงแรกคือเพลงสายฝนซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่ 3 และได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน และตลอดรัชสมัยของพระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง ด้วยแนวดนตรีที่มีความไพเราะ เนื้อหาของบทเพลงที่มีความร่วมสมัยและสอดแทรกคติเตือนใจรวมถึงสร้างกำลังใจให้กับผู้ฟัง จึงทำให้เพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องและเป็นที่คุ้นหูของประชาชนในทุกวัยมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์จึงได้ทำการสำรวจความรับรู้ของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศ.ดร.ศรีศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านความรับรู้เกี่ยวกับเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 27.42 ระบุว่า ตนเองรู้จักเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพลงสายฝนเป็นเพลงแรก รองลงมารู้จักเพลงชะตาชีวิตเป็นเพลงแรกคิดเป็นร้อยละ 20.02 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 14.38 รู้จักเพลงใกล้รุ่งเป็นเพลงแรก กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 10.93 รู้จักเพลงยามเย็นเป็นเพลงแรก ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 9.17 รู้จักเพลงแสงเทียนเป็นเพลงแรก นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 5.47 ร้อยละ 4.37 ร้อยละ 3.78 และร้อยละ 2.61 รู้จักเพลงแสงเดือน พรปีใหม่ เราสู้ และความฝันอันสูงสุดเป็นเพลงแรกตามลำดับ และกลุ่มตัวอย่างที่เหลือรู้จักเพลงอื่นๆคิดเป็นร้อยละ 1.85

สำหรับเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่กลุ่มตัวอย่างชอบมากที่สุด 5 อันดับได้แก่ สายฝนคิดเป็นร้อยละ 86.54 ชะตาชีวิตคิดเป็นร้อยละ 84.95 ใกล้รุ่งคิดเป็นร้อยละ 82.51 ยามเย็นคิดเป็นร้อยละ 80.15 และแสงเทียนคิดเป็นร้อยละ 76.87

ส่วนสิ่งที่กลุ่มตัวอย่างได้รับจากการฟังเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมากที่สุด 3 อันดับคือ ได้ความสุข/ความเพลิดเพลินคิดเป็นร้อยละ 84.52 ได้รู้สึกใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์คิดเป็นร้อยละ 82.42 ได้ทราบถึงพระปรีชาสามารถด้านดนตรีคิดเป็นร้อยละ 79.65

ในด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 79.48 มีความคิดเห็นว่าหากสถานศึกษาจัดให้เด็กนักเรียนได้ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นประจำทุกสัปดาห์จะมีส่วนช่วยให้เด็กเยาวชนรุ่นหลังให้ความสนใจศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมากขึ้นได้ ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 76.87 มีความคิดเห็นว่าเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีส่วนช่วยให้ผู้คนในชาติเกิดความรักสามัคคีกันได้ และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 86.04 เห็นด้วยหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดทำเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นแถบบันทึกเสียงเพื่อแจกให้กับทุกครัวเรือนได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ศ.ดร.ศรีศักดิ์กล่าว

สรุปยอดปชช.ประจำวันที่11พ.ย. เข้าสักการะพระบรมศพ3หมื่นกว่าคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244339

สรุปยอดปชช.ประจำวันที่11พ.ย. เข้าสักการะพระบรมศพ3หมื่นกว่าคน

สรุปยอดปชช.ประจำวันที่11พ.ย. เข้าสักการะพระบรมศพ3หมื่นกว่าคน

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.04 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของวันที่ 11 พ.ย. 2559 ตั้งแต่เวลา 05.00 – 21.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 31,002 คน รวม 14 วัน มี 407,328 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,538,860 บาท รวม 14 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 26,907,075 บาท