จองคิวออนไลน์ กราบพระบรมศพ1ธค. กุยบุรีพร้อมบวงสรวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244332

จองคิวออนไลน์   กราบพระบรมศพ1ธค.  กุยบุรีพร้อมบวงสรวง

จองคิวออนไลน์ กราบพระบรมศพ1ธค. กุยบุรีพร้อมบวงสรวง

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จองคิวออนไลน์

กราบพระบรมศพ1ธค.

กุยบุรีพร้อมบวงสรวง

ตัดไม้จันทน์หอม14พย.

จัดพื้นที่รับปชช.500คน

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยมีพระพิธีธรรม รวม 8 รูปจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ก่อนหน้านั้น เวลา 7.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 10 พฤศจิกายน

ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารและวัดบวรนิเวศวิหาร

ปรับแผนจัดคิวเข้ากราบพระบรมศพ

สำหรับบรรยากาศที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 14 ยังคงมีพสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมารอเข้าแถวตั้งแต่เช้ามีด โดยสำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น.

อย่างไรก็ตาม วันนี้กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ปรับแผนเส้นทางเดินแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ โดยจัดให้ประชาชนเข้าแถวภายในเต็นท์ บริเวณจุดพักคอยสนามหลวงฝั่งทิศเหนือเต็นท์ละ 500 คน ทยอยเดินเท้าเข้าประตูวิเศษไชยศรี ก่อนเปลี่ยนไปเข้าประตูมณีนพรัตน์ในช่วงสาย โดยประชาชนจำนวนมากยังคงทยอยรอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ จนท้ายแถวอยู่ที่กลางท้องสนามหลวง

ดช.9ขวบบุรีรัมย์วิ่งถึงสนามหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ด.ช.เหมันต์ มงคลดี หรือสิงห์เห ศิษย์ลูกยายเนียม นักมวยเยาวชนวัย 9 ขวบ ซึ่งออกวิ่งจากบ้านในอ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรมาถึงสนามหลวงเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยกล่าวว่า ใช้เวลาวิ่งจากบ้านมาถึงสนามหลวงวันนี้เป็นวันที่ 6 แม้เหนื่อยแต่ไม่ท้อ อยากทำความดีเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9

ยันอยากให้ทุกคนได้กราบพระบรมศพ

หลังประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผอ.กอร.รส.กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า ประชาชนที่มากับกระทรวงมหาดไทย ไม่มีสิทธิพิเศษต้องต่อคิวเหมือนคนอื่น ทั้งนี้ ประชาชนบางคนเดินทางมาตั้งแต่ตี 3 หรือกลางดึกเพื่อเฝ้ารอเข้าสักการะวันต่อไป เราอนุโลมให้นอนพักที่สนามหลวงได้ โดยสำนักพระราชวังเห็นใจคนที่มารอแต่เช้ามืด แต่เจ้าหน้าที่ให้เข้าแถวตอนตี 4 และเปิดให้เข้าตี 5 ทั้งนี้ อยากให้ทำความเข้าใจว่าถ้ามาตั้งแต่เช้าพร้อมกัน ท้ายแถวจะสะสม จึงเกิดเป็นปัญหาว่าทำไมมาเวลา 06.00 น.แล้วได้เข้าพระบรมมหาราชวังตอนเที่ยง ซึ่งเราหนักใจที่ไม่ได้พาประชาชนเข้าไปในพระบรมมหาราชวังโดยเร็ว

12-13พย.แนะมาสนามหลวงทางเรือ

นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ รองโฆษกของกรุงเทพมหานคร (กทม.)แถลงเพิ่มเติมว่า ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบกับเป็นวันหยุดจะมีประชาชนจากต่างจังหวัดมากราบพระบรมศพจำนวนมาก รวมทั้งกองบังคับการตำรวจจราจรจะปิดการจราจรรอบพระบรมมหาราชวังและพื้นที่ต่อเนื่อง 27 เส้นทาง จึงขอความร่วมมือประชาชนที่จะเดินทางมามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสนามหลวงใช้ระบบขนส่งมวลชนโดยเฉพาะทางเรือ ส่วนการจัดคิวเข้ากราบพระบรมศพ ถ้าประชาชนมาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่สามารถเข้าคิวฝั่งศาลฎีกาได้เลย แต่หลังจากนั้นกำหนดให้เข้าคิวที่สนามหลวงด้านทิศเหนือ สังเกตท้ายคิวได้จากบอลลูนที่ลอยอยู่ด้านบน โดยกทม.ตั้งเต็นท์รองรับไว้แล้ว จากนั้นคิวของประชาชนจะเข้าเต็นท์ที่ตั้งอยู่รอบสนามหลวงด้านทิศใต้ เพื่อเข้าสู่พระบรมมหาราชวังด้านประตูมณีนพรัตน์

ศตส.ย้ำปิดจราจร27เส้นทาง

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงหลังประชุมว่า ศตส.หารือเรื่องการเตรียมการช่วงวันที่ 12-14 พฤศจิกายน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาสนามหลวงจำนวนมาก ทำให้การจราจรมีปัญหา จึงต้องปิดการจราจร 27 เส้นทาง นอกจากนี้ จะปรับการให้บริการของขสมก. สำหรับประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ โดยให้หมุนเวียนรถให้บริการจนถึงเวลา 23.00 น.หรือจนกว่าประชาชนจะออกจากพื้นที่จนหมด

เริ่มจองคิวออนไลน์1ธค.จ.-ศ.

ส่วนการจองคิวผ่านระบบออนไลน์นั้น นายสุวพันธุ์กล่าวว่า คณะกรรมการนำโปรแกรมมาให้ตรวจสอบแล้ว ระบบน่าจะเสร็จสัปดาห์หน้า โดยวันที่ 1 ธันวาคมน่าจะพร้อมดำเนินการได้ โดยจะให้ลงทะเบียนออนไลน์ได้เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ แต่ยืนยันว่าระบบจองคิวออนไลน์ถือเป็นระบบเสริม ระบบหลักคือ การเข้าคิวกลุ่มเหมือนเดิม ประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ยังใช้บริการได้เหมือนเดิม ส่วนวันที่ 14 พฤศจิกายนซึ่งเป็นวันลอยกระทง สามารถจัดงานได้ตามปกติ แต่งานรื่นเริงต่างๆจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม

รวมถ้อยคำถวายอาลัยทำจม.เหตุ

ในส่วนนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวหลังประชุมติดตามความคืบหน้า การรวบรวมบทกลอน บทเพลง ถ้อยคำแสดงความอาลัย เพื่อจัดทำจดหมายเหตุแสดงความอาลัยที่ประชาชนมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ว่า ได้รวบรวมถ้อยคำแสดงความอาลัยแล้ว 12,568 ข้อความ บทกลอน 417 สำนวนและบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้น 110 เพลง ซึ่งในส่วนบทเพลงที่ประพันธ์จะขอลิขสิทธิ์และรวบรวมไว้ที่หอสมุดเพลง ในหอสมุดแห่งชาติ และเปิดให้ประชาชนดาวน์โหลด ในส่วนนิทรรศการทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีจุดให้ประชาชนเขียนถ้อยคำแสดงความอาลัย ซึ่ง วธ.จะรวบรวมทำเป็นจดหมายเหตุแสดงความอาลัยด้วย

“ทั้งนี้ วธ.ขอความร่วมมือศิลปินแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันคัดเลือกถ้อยคำ บทกลอน และบทเพลงที่ใช้ถ้อยคำถูกต้อง ซึ่งเกณฑ์คัดเลือกพิจารณาจากความเหมาะสม มีความไพเราะ งดงามทางภาษาและสมพระเกียรติ รวมทั้งครอบคลุมพระราชกรณียกิจทุกด้าน โดยรวบรวมจากสื่อต่างๆและโซเชียลมีเดียมาไว้ในหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช”นายวีระกล่าว และว่า ส่วนความคืบหน้าการรวบรวมภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว จากประชาชนทั่วประเทศที่ส่งภาพถ่ายมาแล้ว 26,242 ภาพ และภาพเคลื่อนไหว 68 คลิป วธ.จะนำมาจัดทำจดหมายเหตุฉบับประชาชนและจัดนิทรรศการภาพถ่ายเกี่ยวกับงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เผย3ภาพปชช.ประทับมากที่สุด

นายวีระกล่าวอีกว่า ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารประจำกระทรวงวัฒนธรรม และการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ ได้รายงานมีประชาชนใช้บริการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารประจำ วธ. กว่า 40,000 คน และมีผู้เข้าชมนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครกว่า 30,000 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจภาพที่ 146 มากที่สุด ซึ่งเป็นภาพที่พสกนิกรหลั่งน้ำตา ขณะถือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ถ่ายโดย วสันต์ วณิชชากร ส่วนภาพที่ 148 มีประชาชนสนใจเป็นอันดับที่ 2 เป็นภาพที่พสกนิกรพนมมือ และถือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ถ่ายโดย ปรีดา หวายนำ และอันดับ 3 ภาพที่ 44 ภาพบรรยากาศพสกนิกรร่วมแสดงความอาลัย ถ่ายโดย นวลพรรณ นาคปรีชา

อช.กุยบุรีจัดพื้นที่รับปชช.500คน

ความคืบหน้าการเตรียมตัดไม้จันทน์หอม เพื่อนำไปใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมจัดสถานที่เตรียมความพร้อมประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อตัดไม้จันทน์หอม 4 ต้น ลำดับต้นที่ 11,12, 14 และต้นที่ 15 ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เรียบร้อยแล้ว โดยถือฤกษ์ตัดไม้วันที่ 14 พฤศจิกายน ช่วงเวลา 14.09 – 14.39 น. ล่าสุดเจ้าหน้าที่ร่วมกันจัดสถานที่บริเวณมณฑลพิธีบริเวณไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 ซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 200 เมตร โดยปรับพื้นที่จัดเก้าอี้ไว้รองรับเฉพาะบุคคลสำคัญ 100 ที่นั่ง นอกจากนั้น ได้ปรับสถานที่ใกล้เคียงประกอบพิธีรองรับประชาชน 500 คน ที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกล่าวว่า การเตรียมสถานที่สำหรับการบวงสรวงเพื่อตัดไม้จันทน์หอมพร้อมแล้ว แต่เป็นห่วงกลัวฝนตก อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมเต็นท์ผ้าใบไว้แล้ว โดยสำนักพระราชวังประสานมาว่าให้ทำทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด โดยฤกษ์บวงสรวงเวลา 14.09 น.เป็นไปตามราชประเพณี ซึ่งใช้พื้นที่โดยรอบต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นมณฑลพิธี ซึ่งเวลาตัดไม้จริง ต้องรอสำนักช่างสิบหมู่แจ้งมา จากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จะเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่การตัด แปรรูป ลำเลียงขึ้นรถไปส่งมอบจนเสร็จสิ้นให้ลุล่วง เพื่อแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

กลุ่มช็อปเปอร์รับย้อมผ้าฟรี

ขณะที่หลายจังหวัดยังคงจัดกิจพรรมแสดงความอาลัยและความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สำนักงานการประปานครหลวง สาขาบางบัวทอง จ.นนทบุรี นายปัญญา แจ่มจำรัส อายุ 44 ปี สมาชิกกลุ่มช็อปเปอร์สตาร์บลู จ.นนทบุรี ร่วมกับสมาชิกและชมรม 2 ล้อใจบุญเกื้อหนุนผู้ยากไร้ร่วมกันย้อมผ้าดำฟรีให้ประชาชน เป็นการทำดีถวายแด่พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 โดยทางกลุ่มจะเปิดรับไปจนกว่าจะไม่มีประชาชนนำผ้ามาย้อม

ครู-นร.วัดจันดีแสดงความอาลัย

ดร.วันชัย วงศ์ศิลป์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดจันดี หมู่ที่ 10 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช นำคณะครูอาจารย์ นักเรียนวัดจันดี 1,000 คน รวมตัวแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ก่อนรวมตัวแปรอักษรเป็นเลข 9 ไทย ล้อมด้วยรูปหัวใจ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกล่าวคำถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ชี้ต้นตอปัญหาปท.อยู่ที่การศึกษา ‘บิ๊กตู่’หนุนควบรวม’รร.ขนาดเล็ก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244333

ชี้ต้นตอปัญหาปท.อยู่ที่การศึกษา 'บิ๊กตู่'หนุนควบรวม'รร.ขนาดเล็ก'

ชี้ต้นตอปัญหาปท.อยู่ที่การศึกษา ‘บิ๊กตู่’หนุนควบรวม’รร.ขนาดเล็ก’

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 21.00 น.

11 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.15 น.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายปัญหาของประเทศมีต้นตอมาจากระบบการศึกษา และกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ จำเป็นต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ รัฐบาลนี้ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยให้ชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ได้มีการปรึกษาหารือกัน เพื่อกำหนดโรงเรียนดีใกล้บ้าน หรือโรงเรียนแม่เหล็ก สำหรับเป็นโรงเรียนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้มีคุณภาพการศึกษาที่ดี และได้มาตรฐาน มีสัดส่วนครูที่เหมาะสม มีสื่อการเรียนรู้ ห้องเรียน สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สมบูรณ์ ส่วนโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนแล้ว จะให้ชุมชนตัดสินใจในการใช้ประโยชน์ต่อไป อาจเป็นศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก หรือศูนย์ฝึกวิชาชีพสำหรับชุมชนต่อไป โดยรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน

ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา ดำเนินการไปแล้ว 286 โรงเรียน และจะดำเนินการในปีการศึกษาหน้าอีก 309 โรงเรียน ส่งผลให้มีครูเกือบ 2,000 คน ย้ายไปสอนในโรงเรียนดีใกล้บ้าน 310 โรงเรียน ซึ่งจากผลการประเมินทราบว่า เด็กนักเรียน และผู้ปกครองมีความสุขมากขึ้น มีความพึงพอใจ ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ปกครองที่เข้าใจ และให้ความร่วมมือ โดยรัฐบาลจะดูแลให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เช่นเดียวกับเด็กที่เรียนอยู่ในเมือง หรือในโรงเรียนขนาดใหญ่ ให้มีความเท่าเทียมกันในอนาคต

สำหรับโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ได้อาศัยหลักการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เด็กต้องสามารถวิเคราะห์ และปฏิบัติได้ ด้วยตนเอง เน้นความรับผิดชอบต่อสังคม มีคุณธรรม และจริยธรรม รวมทั้ง นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ และระบบ ICT เข้ามาสนับสนุน โดยน้อมนำแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ว่า “เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต ไม่มีจิตใจ จะอบรมโดยใช้สื่อที่ก้าวหน้าที่มีเทคโนโลยีสูง แต่เพียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องยากที่สุด ไม่มีอะไรทดแทนคนสอนคน และการอ่านจากหนังสือได้” แสดงให้เห็นว่า ครู – อาจารย์ มีความสำคัญในการที่จะสอนคนให้เป็นคน มีความรู้คู่คุณธรรม

นอกจากการพัฒนาครูแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับผู้อำนวยการโรงเรียน – ผู้บริหารการศึกษาระดับต่างๆ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชนในการที่จะร่วมกันพัฒนาการศึกษาในแต่ละท้องถิ่นของตนเอง

ทั้งนี้ กลไกประชารัฐมีผลกับการพัฒนาด้านการศึกษาพื้นฐาน ภายใต้โครงการ “คอนเน็ตอีดี” โดยจะขยายผลให้ครบ 7,424 โรงเรียน ในปี 2560 ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบประชารัฐ โดยการทำงานร่วมกันของผู้นำรุ่นใหม่ กับผู้อำนวยการโรงเรียน โดย 12 องค์กรเอกชนที่ร่วมโครงการ จะพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ โรงเรียนละ 5 แสน – 1 ล้านบาท เพื่อยกระดับการศึกษาสู่มาตรฐานสากล ซึ่งในอนาคตจะจัดตั้ง “กองทุนการศึกษาวิจัย” ในการเพิ่มศักยภาพการส่งเสริม และพัฒนาความเป็นเลิศในด้านการศึกษา การค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคตใน 4 ด้าน คือ Bio , Nano , Robotic และ Digital โดยมุ่งเน้นสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการศึกษาและวิจัย ในระดับภูมิภาค ให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการผลิตแรงงานมีทักษะฝีมือ เพื่อป้อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งการขับเคลื่อน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยนวัตกรรมของประเทศไทยเอง

“ผมย้ำว่าทุกความสำเร็จในการพัฒนาประเทศนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ อย่างจริงจัง เพื่อสร้างอนาคตของประเทศ ด้วยการพัฒนาคุณภาพคนไทยทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา และมีความเท่าเทียมกัน ขอความร่วมมือจากครู นักเรียน และผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดด้วย” นายกฯ กล่าว

‘นายก’ชื่นชม’ม.กรุงเทพ’ ช่วยพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244314

'นายก'ชื่นชม'ม.กรุงเทพ' ช่วยพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น

‘นายก’ชื่นชม’ม.กรุงเทพ’ ช่วยพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.59 น.

ที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมและชื่นชม “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” ผลงานที่ผ่านกระบวนการพัฒนาสร้างสรรค์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยสถาบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพร่วมกับกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับคำชื่นชมและขอบใจที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ให้ความสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจรากฐานของประเทศ และช่วยกันพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น

ชาว อ.แกลง แสดงความอาลัย แปรอักษรเลข ๙ ล้อมรอบด้วยหัวใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244311

ชาว อ.แกลง แสดงความอาลัย แปรอักษรเลข ๙ ล้อมรอบด้วยหัวใจ

ชาว อ.แกลง แสดงความอาลัย แปรอักษรเลข ๙ ล้อมรอบด้วยหัวใจ

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.50 น.

11 พ.ย.59 ที่สนามโรงเรียนแกลงวิทยสถาวร อ.แกลง จ.ระยอง นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอแกลง นำพสกนิกรชาว อ.แกลง ทุกหมู่เหล่า คณะครู และนักเรียน ประกอบพิธีแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี นายธีรวัฒน์  สิงหาบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนแกลงวิทยสถาวร นำนักเรียนจาก 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนแกลงวิทยสถาวร และ โรงเรียนวัดพลงช้างเผือก กว่า 3,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมฯ รวมทั้งมีนางประชิด ชินราช ประธานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดระยอง นำสมาชิกฯ ร่วมถวายความอาลัยฯด้วย

ทั้งนี้ นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอแกลง ได้นำถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนจะร่วมกันร้องเพลงขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป เพลง ปิดทองหลังพระ และ เพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกันนี้นักเรียน ยังได้ร่วมกันแปรอักษรเป็นเลขเก้าไทยกลางหัวใจและข้อความ “19 ธันวาคม 2512 อ.แกลง” แสดงความอาลัยฯ ซึ่งสื่อความหมายว่าครั้งหนึ่งพระองค์ได้เคยเสด็จมาฯ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2512

นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอแกลง กล่าวว่า ชาว อ.แกลง ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีประดิษฐานพระรูปพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่ ต.ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง หลังเสร็จพิธีได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเข้าเฝ้าเป็นจำนวนมาก นับเป็นโอกาสของชาว อ.แกลง ได้ชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ชาว อ.แกลง จึงได้จัดกิจกรรมถวายความอาลัยดังกล่าวขึ้น ขณะทำการขับร้องเพลงข้าจะเป็นรองพระบาทตลอดไป มีประชาชนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมากันจำนวนมาก

รร.ปทุมวิไลรวมพลัง3,999คน แปรอักษรถวายอาลัยพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244274

รร.ปทุมวิไลรวมพลัง3,999คน แปรอักษรถวายอาลัยพ่อหลวง

รร.ปทุมวิไลรวมพลัง3,999คน แปรอักษรถวายอาลัยพ่อหลวง

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.04 น.

11 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีรพงษ์  คล้อยดี ผอ.รร.ปทุมวิไล พร้อมคณะครู นักเรียน และบุคลากร โรงเรียนปทุมวิไล จำนวน 3,999 คน ร่วมใจทำกิจกรรม แปลอักษรคำว่า “ภปร.ปทุมวิไล รักพ่อ” พร้อมสัญลักษณ์รูปหัวใจ พร้อมกันนี้ทุกคนยังร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงภูมิพลมหาราชา และเพลงของขวัญจากก้อนดิน ถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ณ บริเวณสนามฟุตบอล โรงเรียนปทุมวิไล อำเภอเมืองจังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.เดชา พวงงาม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานกล่าวถวายอาลัย

พระองค์โสมฯ ทรงทอดไก่ประทานประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244270

พระองค์โสมฯ ทรงทอดไก่ประทานประชาชน

พระองค์โสมฯ ทรงทอดไก่ประทานประชาชน

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.59 น.

11 พ.ย.59 เมื่อเวลา 15.06 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ไปยังรถโรงครัวเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” บริเวณหน้ากรมศิลปากร เพื่อทรงทอดไก่เป็นเมนูข้าวเหนียวไก่ทอด พร้อมข้าวจี่ ประทานแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ โดยมีประชาชนมารอเฝ้าฯ รับเสด็จเพื่อชื่นชมพระบารมีจำนวนมาก

นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า สำหรับวันนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้เตรียมไก่ 1,300 กิโลกรัม ข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม ทั้งนี้บริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป ทูลเกล้าถวายเช็คเงินสด จำนวน 100,000 บาท พร้อม น้ำเต้าหู้นมสดและเจลลี่รสตรอเบอร์รี่ จำนวน 9,000 ถ้วย น้ำแร่ธรรมชาติอีก 9,000 ขวด มาร่วมสมทบแจกจ่ายให้ประชาชน นอกจากนี้ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด นำคุกกี้จำนวน 500 กล่อง และน้ำดื่ม 1,000 ขวด มาร่วมแจกจ่ายด้วย ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ. กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ได้นำลองกอง จำนวน 2,000 กิโลกรัม มาร่วมแจกประชาชนด้วย

โดยมีนักศึกษาจาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทา สาขาอุตสาหกรรมอาหารและการบริการ 40 คน มาช่วยทอดไก่ มีนายทหารกองพันทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ 10 นาย รับผิดชอบเรื่องหุงข้าวเหนียว และนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา 12 คน และเจ้าหน้าที่อาสากาชาดรับผิดชอบบรรจุห่อข้าวเหนียวไก่ ซึ่งประชาชนที่ได้รับไก่ทอดต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ทั้งนี้พระองค์โสมฯ ทรงรับสั่ง ขอบคุณค่ะ

สกว.ถกแนวทางแก้ “อาชญากรรมทางวิชาการ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244266

สกว.ถกแนวทางแก้ "อาชญากรรมทางวิชาการ"

สกว.ถกแนวทางแก้ “อาชญากรรมทางวิชาการ”

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.55 น.

นักวิชาการ ร่วมหารือวางมาตรการป้องกันการลักลอบคัดลอกวิทยานิพนธ์ โดยยกกรณีตัวอย่างล่าสุดของมหาวิทยาลัยย่านตลิ่งชันและรามคำแหงสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดการประชุมนำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง “ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยในปริทรรศน์ประวัติศาสตร์”

โดยมี ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. หัวหน้าโครงการฯ ดร.เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร ศ.ดร. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา เมธีวิจัยอาวุโสสกว. ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช อดีตผู้อำนวยการ สกว. รศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. ศ.ดร.สดชื่น ชัยประสาธน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สกว. ร่วมการประชุมและให้ความเห็นแก่งานวิจัย ภายใต้ชุดโครงการวิจัยดังกล่าว

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุมเพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัย ดร.วินัย ได้มอบหมายให้ นางสาวกมลทิพย์ ธรรมกีรติ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับ “ลักวิทยา” (Plagiarism) ที่เกิดขึ้นในแวดวงวิชาการของประเทศไทย โดย นางสาวกมลทิพย์นำเอกสารทั้งชุดมาประกอบการอธิบายเพื่อป้องกันการกล่าวหาบุคคลอื่น ว่า ระหว่างการศึกษาเอกสาร เรื่อง “ปัตตานีในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึง ศตวรรษที่ 19” ซึ่งเป็นวิทยานิพนธ์ของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาอักษรศาสตร์มหาบัณฑิต มหาลัยย่านตลิ่งชัน และ รามคำแหง เพื่อประกอบงานวิจัย พบความผิดปกติของวิทยานิพนธ์ 2 เล่น คือ มีเนื้อหาคล้ายคลึงกัน ทั้ง สารบัญ วัตถุประสงค์ และเนื้อหาภายในเล่ม บางประเด็นมีการสลับประโยค และเปลี่ยนชื่อบางชื่อเพื่อให้ง่ายแก่ความเข้าใจ เช่น ศักราช และชื่อเมือง เพื่อให้มีความเป็นปัจจุบัน  ตนจึงได้สอบถามไปยังเจ้าของวิทยานิพนธ์ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

อย่างไรก็ดี การคัดลอกวิทยานิพนธ์และมีการดัดแปลงเนื้อหา ในแวดวงวิชาการ ถือเป็นการกระที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะการกระดังกล่าวทำให้เกิดความผิดพลาดของข้อมูล และผลวิจัยที่คลาดเคลื่อน ในส่วนนี้ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า หน่วยงานทางด้านการวิจัยจะต้องมีการวางมาตรการในการป้องกันอย่างจริงจัง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็น “อาชญากรรมทางวิชาการ” ส่งผลเสียต่อแวดวงวิชาการ และจรรยาบรรณวิชาชีพ ทั้งนี้สมมติว่า ผู้กระทำการคัดลอกวิทยานิพนธ์เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ย่อมส่งผลต่อการถ่ายทอดจรรยาบรรณวิชาชีพแก่นิสิต นักศึกษา ขณะเดียวกันคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เองก็ควรมีความรอบรู้ในหัวข้อที่ต้องรับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

รศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. อธิบายเพิ่มเติ่มว่า สกว.เป็นหน่วยงานซึ่งมีพันธกิจในการสนับสนุนการวิจัย และผู้ขอทุนวิจัย จะต้องกรองข้อมูลในใบสมัครให้ชัดเจน ทั้งในส่วนของหัวข้อการวิจัย วัตถุประสงค์ รวมถึงการนำผลงานวิจัยชิ้นนี้ไปขอการสนับสนุนจากองค์กรอื่นๆ

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการให้กรอกเอกสารจากผู้ขอทุน แต่ก็มีผู้ขอทุนบางท่านไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเหล่านี้ ในส่วนนี้ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หน่วยงานวิจัยจะต้องมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบผู้ที่มารับการสนับสนุน พร้อมทั้งบทลงโทษต่างๆที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจังขณะเดียวกัน หน่วยวิจัยมนุษยศาสตร์ สกว.ได้มีโครงการวิจัย “จริยธรรมวิชาชีพ” ซึ่งหากมีการนำเสนอประเด็นดังกล่าวแก่สาธารณะ ก็ขาดว่าจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการสร้างการตระหนังทางวิชาชีพนั้นๆต่อไป

คุระบุรีรวมใจแสดงความอาลัย แปรอักษรหมายเลข๙รูปหัวใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244264

คุระบุรีรวมใจแสดงความอาลัย แปรอักษรหมายเลข๙รูปหัวใจ

คุระบุรีรวมใจแสดงความอาลัย แปรอักษรหมายเลข๙รูปหัวใจ

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.51 น.

ชาวคุระบุรี น้อมเกล้า ๙ สามัคคี มีหัวใจเดียวกัน  ชาวคุระบุรีรวมใจแสดงความอาลัยและแปรอักษร สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

11 พ.ย.59 ที่โรงเรียนคุระบุรี อ.คุระบุรี จ.พังงา นายสมยศ ผลอินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนคุระบุรี ร่วมกับประธานสภานักเรียน นำคณะครู นักเรียนและผู้ปกครอง กว่า1,500 คน รวมใจจัดกิจกรรม”คุระบุรี น้อมเกล้า ๙ สามัคคี มีหัวใจเดียวกัน”  เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีการแปรอักษรเป็นหมายเลข ๙ รูปหัวใจ และอักษรย่อ ค บ จากนั้น นายกสภานักเรียนได้นำกล่าวแสดงความอาลัย ร่วมกันร้องเพลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้องทั้งอำเภอคุระบุรี และยืนสงบนิ่ง 1 นาที

นายสมยศ ผลอินทร์ กล่าวว่า พสกนิกรชาวอำเภอคุระบุรีทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวจังหวัดพังงา โดยเฉพาะผู้ที่ประสบภัยจากเหตุการณ์พิบัติภัยสึนามิเมื่อปี 2547 ที่พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือในทุกๆด้าน ผ่านทางมูลนิธิชัยพัฒนา จนทำสถานการณ์ที่เลวร้ายกลับมาดีได้ดังเดิมอย่างรวดเร็ว

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหาร ให้พสกนิกรที่ร่วมถวายอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244261

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหาร ให้พสกนิกรที่ร่วมถวายอาลัย

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานอาหาร ให้พสกนิกรที่ร่วมถวายอาลัย

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.39 น.

11 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทาน มาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายแก่ประชาชนในวันนี้ประกอบด้วย มื้อเช้า เกี้ยมอี๊ 1,500 ชาม, นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน เกี้ยมอี๋, ลูกชิ้นปลา 2,000 ชาม, ข้าวเหนียวไก่ทอด 2,000 ชุด, ขนมเปี๊ยะ 300 ชิ้น, น้ำดื่มจิตรลดา มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. เมนูขนมไทย 1,000 กล่อง, ข้าวเหนียวหมูทอด-ไก่ทอด 1,000 ชุด, เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถ้วย มื้อเย็น ข้าวไข่พะโล้ ขาหมูคากิ 2,000 จาน เส้นหมี่กระเพาะปลา 1,000 ถ้วย  ขณะเดียวกันมีน้ำสมุนไพรจำนวน 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ส่วนเต็นท์ 11 ฝั่งทิศเหนือของท้องสนามหลวง เยื้องโรงแรมรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณอัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าหลานเธอ อทิตยาทรกิติคุณ  โปรดให้หน่วยแพทย์พระราชทานออกหน่วยบริการตรวจโรคทั่วไปและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ประชาชน โดยมีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ รวม 24 คน ให้บริการตรวจสุขภาพดูแลประชาชนที่เดินทางไปถวายบังคมพระบรมศพ โดยจะได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิ ความดันโลหิตและชีพจร ก่อนที่จะได้พบแพทย์เพื่อสอบถามอาการ ซึ่งในวันนี้ประชาชนส่วนมากมารับการรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และไข้หวัด

พร้อมกันนี้  เวลา 11.20 น. โปรดให้นำข้าวกล่องพระราชทานและประทานมื้อกลางวัน ได้แก่ เมนูข้าวหมูทอดกระเทียม จำนวน 500 ชุด พร้อมด้วยน้ำดื่ม ด้วยทรงห่วงใยประชาชน ที่เดินทางไปรอเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ โดยโปรดให้ออกหน่วยแพทย์พระราชทานและอาหารพระราชทานทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ซึ่งจะเปิดให้บริการจนถึงเวลา 20.00 น.

พสกนิกรทั่วทิศหลั่งไหล เข้าสักการะพระบรมศพหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244240

พสกนิกรทั่วทิศหลั่งไหล เข้าสักการะพระบรมศพหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

พสกนิกรทั่วทิศหลั่งไหล เข้าสักการะพระบรมศพหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.48 น.

11 พ.ย.59 บรรยากาศพสกนิกรชาวไทยเดินทางมาเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง