นายกฯย้ำ ศธ.ดูแลเรื่องการผลิตครู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238804

ผลิตครู, ราชภัฏ, การผลิตครูระบบปิด, นายกฯ, ย้ำ, ดูแล, เรื่อง, การผลิต, ครู, นายกฯย้ำ, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 19 ส.ค. 2559

นายกฯย้ำ ศธ.ดูแลเรื่องการผลิตครู

นายกฯ ย้ำศธ.ดูแลการผลิตครู โดยเฉพาะ มรภ.ชี้อยากเห็นภาพแบบในอดีตสมัยเป็นวิทยาลัยครู “ดาว์พงษ์” เผยมอบ ทปอ.มรภ.ปรับปรุงหลักสูตรผลิตครูทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้นำเสนอให้ที่ประชุมได้ทราบว่าในรอบ 2 ปีที่รัฐบาลเข้ามา ศธ.ได้ดำเนินงานอะไรไปแล้วบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของการปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครูของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ซึ่งในภาพรวม นายกฯ ก็เห็นด้วยพร้อมมอบให้ ศธ.ไปดูว่าจะทำอย่างไรให้การผลิตครูกลับมามีคุณภาพเหมือนเช่นในอดีตที่เป็นวิทยาลัยครู ขณะเดียวกัน นายกฯขอให้ ศธ.ไปจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ให้ชัดเจนว่าต้องการให้หน่วยงานใดสนับสนุนเรื่องใด ซึ่งตรงนี้ ศธ.มีข้อมูลบ้างแค่ต้องไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม

“เรื่องการผลิตครูของ มรภ.นายกฯให้ดูว่าจะทำอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับในคุณภาพเหมือนในอดีตเมื่อครั้งเป็นวิทยาลัยครูที่ใครจบจากที่นี่ถือว่าสุดยอด เชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพ ซึ่งแนวคิดผมก็เป็นแบบนั้น เหมือนที่ผ่านมาถ้าพูดถึงอักษรศาสตร์ บัญชี จะนึกถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) หรือพูดถึงนิติศาสตร์ ก็จะนึกถึง มธ.และมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น ซึ่งผมอยากให้เกิดภาพลักษณ์แบบนี้ในทุกมหาวิทยาลัย ทุกแห่งมีจุดเด่น ไม่เช่นนั้นจะให้สนับสนุนงบเป็นเบี้ยหัวแตกไม่ไหว แต่ของ มรภ.จะต้องโดดเด่นในเรื่องของการผลิตครู เบื้องต้นผมได้พูดคุยกับอธิการบดีมรภ.หลายแห่ง ก็เห็นสอดคล้องตามแนวคิดนี้”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนในอนาคตมีการผลิตครูระบบปิดหรือไม่นั้น เนื่องจากประเทศเรามีระบบการผลิตที่ค่อนข้างใหญ่อาจจะทำได้ยาก แต่ขณะนี้ที่ ศธ.ทำโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ที่กันอัตราไว้ 25% ก็ถือการผลิตระบบปิดอย่างหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มอบหมายให้ที่ประชุมอธิการบดี มรภ.แห่งประเทศไทย ไปดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครูทั้งระบบ หากดำเนินการเสร็จเรียบร้อยและทุกฝ่ายดำเนินการตามนี้ อนาคตการผลิตครูระบบปิดก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ก็จะค่อยๆทำ เพราะก็ต้องเหลือที่ไว้สำหรับผู้ที่เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ด้วย

 

ฝากคกก.ตรวจสอบประกันสังคมเกาะติดงาน สปส.ย้ำต้องโปร่งใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238802

สปส., คณะกรรมการตรวจสอบกองทุนประกันสังคม, ตรวจสอบ, ประกันสังคม, เกาะ, ติดงาน, สปส, ย้ำ, ต้อง, โปร่งใส, สปสย้ำต้องโปร่งใส
สปส., คณะกรรมการตรวจสอบกองทุนประกันสังคม, ตรวจสอบ, ประกันสังคม, เกาะ, ติดงาน, สปส, ย้ำ, ต้อง, โปร่งใส, สปสย้ำต้องโปร่งใส

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 19 ส.ค. 2559

ฝากคกก.ตรวจสอบประกันสังคมเกาะติดงาน สปส.ย้ำต้องโปร่งใส

รมว.แรงงาน ฝากคณะกรรมการตรวจสอบกองทุนฯ ตามงาน สปส. สร้างความโปร่งใสทุกขั้นตอน หากพบต้องแก้ไขให้เร่งแจ้ง ย้ำให้คำนึงถึงประโยชน์นายจ้าง ผู้ประกันตน และรัฐ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. นายธีรพล  ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รศ.ดร.วิรัช   อภิเมธีธำรง คณะกรรมการตรวจสอบกองทุนประกันสังคมและคณะรวม 7 คน ได้เข้าพบ พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อปรึกษาหารือรับทราบนโยบาย ภายหลังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯขึ้นเป็นครั้งแรก นับแต่มีการจัดตั้งสำนักงานประกันสังคม เพื่อทำหน้าที่ปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปประกันสังคม ทั้งในการดูแล ตรวจสอบ และพัฒนากองทุนประกันสังคมที่มีเงินหมุนเวียนอยู่ในความรับผิดชอบมากกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทย มีสมาชิกผู้ประกันตน มากกว่า 12 ล้านคน หากรวมผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทายาทของผู้ประกันตนอีกมากกว่า 8 ล้านคน รวมแล้วต้องรับผิดชอบดูแลสิทธิประโยชน์ ให้กับคนไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน การดำเนินการใดๆ ก็ตาม หากมีความผิดพลาดบกพร่อง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อสถานะความเชื่อถือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสังคมโดยรวมและหมายรวมไปถึงความถึงความมั่นคงของชาติบ้านเมืองด้วย

นายธีรพล  กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ พล.อ.ศิริชัย ได้ขอให้คณะกรรมการฯ ดำเนินการในการตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่สำนักงานประกันสังคม รวมถึงให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการประกันสังคม เพื่อให้สำนักงาน ฯ เป็นหน่วยงานราชการที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาล เป็นที่ยอมรับแก่สาธารณชน เนื่องจากภารกิจส่วนใหญ่ของสำนักงานประกันสังคม เกี่ยวกับการเงิน ดังนั้น การดำเนินการไม่ว่าจะดำเนินการไปแล้วหรือจะดำเนินการต่อไป ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ยังมีข้อบกพร่องหรือข้อควรระวังหรือเกิดผลเสียที่ไม่คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้ อันจะนำไปซึ่งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ดำเนินการตามหน้าที่และแจ้งสำนักงานประกันสังคมทราบโดยเร็ว

“รมว.แรงงาน ได้ย้ำว่าขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ที่นายจ้าง ผู้ประกันตน และรัฐ พึงจะได้รับเป็นสำคัญ และให้ดำเนินงานไปด้วยอิสระพร้อมทั้งขอให้จัดทำคู่มือสำหรับเป็นแนวทางเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการสร้างความรู้ความเข้าใจทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้รับบริการ รวมถึงการวางรากฐานสำหรับคณะกรรมการฯ ชุดต่อไป ตลอดจนแนะนำการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในกิจการ เพื่อการบริหารข้อมูลที่มีจำนวนมาก เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องด้วย”นายธีรพล กล่าว

 

เด็กไทยทำคะแนนรวมสูงสุด 3 อันดับแรกเวทีคณิตระหว่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238739

นักเรียนไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ, เด็ก, ไทย, ทำคะแนน, รวม, สูงสุด, อันดับ, แรก, เวที, คณิต, ระหว่างประเทศ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 19 ส.ค. 2559

เด็กไทยทำคะแนนรวมสูงสุด 3 อันดับแรกเวทีคณิตระหว่างประเทศ

สร้างชื่อในบ้านเกิด!นร.ประถม-มัธยม คว้ารางวัลแชมป์เปี้ยนคะแนนรวมสูงสุดสามอันดับแรกจาก 29 ประเทศ กวาด 71 รางวัล 143 เหรียญจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. นายการุณ  สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ พ.ศ.2559 : Thailand International Mathematics Competition 2016 (TIMC 2016) ระหว่างวันที่ 15-20 สิงหาคม 2559 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยในครั้งนี้มีตัวแทนนักเรียนจาก 29 ประเทศ รวม 1,200 คนเข้า ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้คัดเลือกและส่งนักเรียนไทยเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 48 คน ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา 6 ทีม รวม 24 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 6 ทีม รวม 24 คน ผลปรากฏว่านักเรียนไทยสามารถคว้ารางวัลแชมป์เปียนคะแนนรวมสูงสุดสามอันดับแรกไปครอง กวาด 71 รางวัล รวม 143 เหรียญ

ประเภทบุคคลระดับประถมศึกษา ได้เหรียญทอง 3 รางวัลได้แก่  ด.ช.วิภู  กิจสำเร็จ และ ด.ช.ณัฐชานนท์  โสนุช จากโรงเรียนอนุบาลสุธีธร  จังหวัดนครปฐม และด.ช.นิพัทธ์  จันทรพรหมเดช โรงเรียนดอนบอสโกวิทยา จังหวัดอุดรธานี

เหรียญเงิน 7 รางวัลได้แก่  ด.ช.กิตติพงษ์  รวมทรัพย์ โรงเรียนวัดดอนทอง จังหวัดฉะเชิงเทรา ด.ช.กิรกฤต  ปิณฑวิรุจน์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ช.ภาธร  อัมมวรรธน์  ด.ช.นิธิศ  อัญชลีนุกูล และด.ช.ศุภณัฐ สุริโยดร จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม กรุงเทพมหานคร ด.ช.ณัฐภูมิ  บำรุงชูเกียรติ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กรุงเทพมหานคร และด.ช.พนัส  เยาวเรศเถกิงกิจ โรงเรียนเลิศหล้าถนนเกษตร-นวมินทร์ ฝ่ายประถม กรุงเทพมหานคร

เหรียญทองแดง 8 รางวัลได้แก่ ด.ช.พิสรัล  เลิศปัญญาโรจน์ และด.ช.ภูดิศ  ธนกุลไกรฤทธิ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ญ.พิม โชติณภาลัย โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา  จังหวัดนครราชสีมา ด.ช.ปฐมพร  บุญช่วย โรงเรียนเอกชัย จังหวัดสมุทรสาคร ด.ช.เธียร  ครุพงศ์ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร  ด.ญ.ปารจรีย์  อึ้งอุดรภักดี สถานศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดอุบลราชธานี ด.ช.ธนพนธ์  ไม่เสื่อมสุข โรงเรียนโกรพิทักษ์ศึกษา กรุงเทพมหานคร และด.ช.ธนิสร  อรรถเวชกุล โรงเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม กรุงเทพมหานคร

และรางวัลชมเชย 5 รางวัลได้แก่ ด.ช.ปรมี  ปิยกิตติยา โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด.ช.มัชฌิมา  เพ็ญนุกูล โรงเรียนสฤษดิเดช จังหวัดจันทบุรี ด.ช.ชาคริต  หลวงจันทร์ โรงเรียนอนุบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี ด.ญ.อธิกัญญ์  หล่อวานิชรัตน์ โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และด.ช.ธาม  สันติลินนท์ โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา  จังหวัดนครราชสีมา

ประเภทบุคคลระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเหรียญทอง 7 รางวัลได้แก่ ด.ช.จิรายุส  จินาพงษ์ และด.ช.ณฐนน  เทอดไพรสันต์ จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน  กรุงเทพมหานคร  ด.ญ.ปาณิสรา  ตั้งงามสกุล โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ช.ปพณ  ละเภท โรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี ด.ช.มัตตัญญู  ตั้งเง็กกี่ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม กรุงเทพมหานคร ด.ช.ณัฐดนัย  ธรรมเป็นจิตต์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และด.ช.ลภัส  เปรมเจริญ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี จังหวัดชลบุรี

เหรียญเงิน 8 รางวัลได้แก่ ด.ช.นิรวิทธ์  อารยะพิพัฒน์กุล โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ช.กอบชนม์  สิทธิธรรมโชติ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ช.นวพล  แสงศิริ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา นายรัชชานนท์  พึ่งแรง โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย จังหวัดภูเก็ต ด.ช.ยศวิธ  เงินวิวัฒน์กุล โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ช.ณัชนน  สาระธนะ โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง ด.ช.พิริยภัทร  รัตนะ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และด.ช.สัณห์ปกรณ์  สิรินทรโสภณ โรงเรียนแสงทองวิทยา จังหวัดสงขลา

เหรียญทองแดง 9 รางวัลได้แก่ ด.ญ.ณัชชารีย์  โชติชูทิพย์ชยา โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา ด.ญ.ณัฐณรัณ  พฤฒิอาภากุล โรงเรียนสตรีวิทยา กรุงเทพมหานคร ด.ช.รวัชญ์  ผดุงเกียรติวงษ์  โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี ด.ช.วรภาส  มีจิตรไพศาล โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ญ.ณัฐวรา  กิจธรรมรัตน์ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)  กรุงเทพมหานคร ด.ช.อธิบดี  จำปาเทศ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ญ.นนทิขา  วงค์คำ  โรงเรียนสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ด.ช.จักริน  หงส์ฟ่องฟ้า โรงเรียนแสงทองวิทยา จังหวัดสงขลา และด.ช.ศุภกฤต  คชสาร โรงเรียนหอวัง กรุงเทพมหานคร

ส่วนประเภทกลุ่มบุคคลระดับประถมศึกษา ได้รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง 1รางวัลๆละ 4 เหรียญได้แก่ ทีมTHAILAND B ประกอบด้วยด.ช.นิพัทธ์  จันทรพรหมเดช โรงเรียนดอนบอสโกวิทยา จังหวัดอุดรธานี ด.ช.ปรมี  ปิยกิตติยา โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด.ญ.ปารจรีย์  อึ้งอุดรภักดี สถานศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดอุบลราชธานี และด.ช.ภาธร  อัมมวรรธน์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม กรุงเทพมหานคร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน 3 รางวัลๆละ 4 เหรียญ ได้แก่ ทีมTHAILAND A ประกอปด้วย ด.ช.กิตติพงษ์  รวมทรัพย์ โรงเรียนวัดดอนทอง จังหวัดฉะเชิงเทรา ด.ช.กิรกฤต  ปิณฑวิรุจน์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ช.เธียร  ครุพงศ์ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร และด.ช.วิภู  กิจสำเร็จ โรงเรียนอนุบาลสุธีธร  จังหวัดนครปฐม ทีมTHAILAND D ประกอบด้วยด.ช.ชาคริต  หลวงจันทร์ โรงเรียนอนุบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี ด.ช.ณัฐชานนท์  โสนุช โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม ด.ช.พิสรัล  เลิศปัญญาโรจน์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และด.ญ.อธิกัญญ์  หล่อวานิชรัตน์ โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และทีมTHAILAND E ประกอปด้วยด.ช.ณัฐภูมิ  บำรุงชูเกียรติ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กรุงเทพมหานคร ด.ช.นิธิศ  อัญชลีนุกูล โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม กรุงเทพมหานคร ด.ญ.พิม โชติณภาลัย โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา และด.ช.ภูดิศ  ธนกุลไกรฤทธิ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญทองแดง 1รางวัลๆ ละ 4 เหรียญ ได้แก่ ทีมTHAILAND F ประกอบด้วยด.ช.ปฐมพร  บุญช่วย โรงเรียนเอกชัย จังหวัดสมุทรสาคร ด.ช.ธาม  สันติลินนท์ โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา  จังหวัดนครราชสีมา ด.ช.พนัส  เยาวเรศเถกิงกิจ โรงเรียนเลิศหล้าถนนเกษตร-นวมินทร์ ฝ่ายประถมกรุงเทพมหานคร และด.ช.ศุภณัฐ  สุริโยดร โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม กรุงเทพมหานคร และประเภททีมได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญทองแดง 5 รางวัลๆ ละ 4 เหรียญ ได้แก่ ทีมTHAILAND A,  ทีมTHAILAND B, ทีมTHAILAND D, ทีมTHAILAND E และTHAILAN F

ประเภททีมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนไทยสามารถกวาดรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง  5 รางวัลๆ ละ 4 เหรียญ ได้แก่ ทีมTHAILAND A ประกอบด้วยด.ญ.ณัชชารีย์  โชติชูทิพย์ชยา โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา ด.ช.จิรายุส  จินาพงษ์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน  กรุงเทพมหานคร ด.ช.นิรวิทธ์  อารยะพิพัฒน์กุล โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และด.ญ.ปาณิสรา  ตั้งงามสกุล โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ทีมTHAILAND B ประกอบด้วยด.ช.กอบชนม์  สิทธิธรรมโชติ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร  ด.ญ.ณัฐณรัณ  พฤฒิอาภากุล โรงเรียนสตรีวิทยา กรุงเทพมหานคร  ด.ช.ปพณ  ละเภท โรงเรียนวิสุทธรังสี จังหวัดกาญจนบุรี และด.ช.มัตตัญญู  ตั้งเง็กกี่ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม กรุงเทพมหานคร  ทีมTHAILAND C ประกอบด้วยด.ช.นวพล  แสงศิริ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา ด.ช.รวัชญ์  ผดุงเกียรติวงษ์ โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี นายรัชชานนท์  พึ่งแรง โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย จังหวัดภูเก็ต และด.ช.วรภาส  มีจิตรไพศาล โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ทีมTHAILAND E ประกอบด้วยด.ช.ณัชนน  สาระธนะ โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง ด.ญ.นนทิขา  วงค์คำ  โรงเรียนสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ด.ช.จักริน  หงส์ฟ่องฟ้า โรงเรียนแสงทองวิทยา จังหวัดสงขลา และด.ช.พิริยภัทร  รัตนะ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และ ทีมTHAILAND F ประกอบด้วยด.ช.ณฐนน  เทอดไพรสันต์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน  กรุงเทพมหานคร ด.ช.ลภัส  เปรมเจริญ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี จังหวัดชลบุรี ด.ช.ศุภกฤต  คชสาร โรงเรียนหอวัง กรุงเทพมหานคร และด.ช.สัณห์ปกรณ์  สิรินทรโสภณ โรงเรียนแสงทองวิทยา จังหวัดสงขลา และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน 1 รางวัลๆละ 4 เหรียญ ได้แก่ ทีมTHAILAND D ประกอบด้วยด.ญ.ณัฐวรา  กิจธรรมรัตน์ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กรุงเทพมหานคร ด.ช.ยศวิธ  เงินวิวัฒน์กุล โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ด.ช.ณัฐดนัย  ธรรมเป็นจิตต์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และด.ช.อธิบดี  จำปาเทศ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

รางวัลประเภทกลุ่มบุคคลได้รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง 3 รางวัลๆ ละ 4 เหรียญ  ได้แก่ ทีมTHAILAND A,  ทีมTHAILAND B, และทีมTHAILAND E  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน 1 รางวัลๆ ละ 4 เหรียญ  ได้แก่ทีมTHAILAND F  และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญทองแดง 1 รางวัลๆ ละ 4 เหรียญ  ได้แก่ทีมTHAILAND D นอกจากนี้เด็กไทยยังสามารถคว้ารางวัลแชมป์เปียนคะแนนรวมสูงสุดสามอันดับแรกไปครองซึ่งได้แก่ อันดับ 1 เหรียญทองได้แกทีมTHAILAND A อันดับ 2 เหรียญเงินได้แก่ทีมTHAILAND B และอันดับที่ 3 เหรียญทองแดงได้แก่ทีมTHAILAND F

“ที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งก็คือมีนักเรียนระดับประถมศึกษาได้คะแนนเต็มหนึ่งคนคือด.ช.ณัฐชานนท์ โสนุช ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้คะแนนเต็มสองคนคือ ด.ช.จิรายุส จินาพงษ์ และด.ญ.ปาณิสรา ตั้งงามสกุล และประเภททีมได้คะแนนเต็มอีกสองทีมคือทีมTHAILAND A และทีมTHAILAND B  การแข่งขันในครั้งนี้มีนักเรียนจาก 29 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันประกอบด้วยประเทศออสเตรเลีย บัลแกเรีย แคนาดา ไซปรัส จีน กานา ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน คาซัคสถาน ลาว เลบานอน เกาหลีใต้ มาเก๊า มาเลเซีย เม็กซิโก มองโกเลีย เนปาล เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ โรมาเนีย แอฟริกาใต้  ศรีลังกา ไต้หวัน ทาจิกิสถาน อุสเบกิสถาน เวียดนาม และไทย ก็ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนที่ได้รับรางวัล และทำชื่อเสียงให้กลับประเทศชาติในครั้งนี้ ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

 

มข.สร้างเกมส์ล่าพยาธิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238738

มข.สร้างสร้างแอพพลิเคชั่น KKU Parasite Hunt เกมส์ล่าพยาธิ เสริมความรู้เด็กไทยห่างไกลโรคมะเร็งมข.สร้างสร้างแอพพลิเคชั่น KKU Parasite Hunt เกมส์ล่าพยาธิ, มข.สร้างสร้างแอพพลิเคชั่น KKU Parasite Hunt เกมส์ล่าพยาธิ เสริมความรู้เด็กไทยห่างไกลโรคมะเร็ง, สร้าง, เกมส์, ล่า, พยาธิ, มขสร้างเกมส์ล่าพยาธิ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 19 ส.ค. 2559

มข.สร้างเกมส์ล่าพยาธิ

มข.สร้างสร้างแอพพลิเคชั่น KKU Parasite Hunt เกมส์ล่าพยาธิ เสริมความรู้เด็กไทยห่างไกลโรคมะเร็ง

มหาวิทยาลัยขอนแก่น สร้างแอพพลิเคชั่น KKU Parasite Hunt โดยความร่วมมือระหว่างโครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  (Cholangiocarcinoma Screening and Care Program : CASCAP) และสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เยาวชน ประชาชนทั่วไป ลดกลุ่มเสี่ยงในการเป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดีทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

 

มข.สร้างเกมส์ล่าพยาธิ

ปัจจุบันมีกลุ่มประชากรที่นิยมรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาว วงปลาตะเพียนโดยไม่ปรุงสุก อันเนื่องมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจต่อโรค ซึ่งปลาดังกล่าวเป็นพาหะของโรคพยาธิใบไม้ตับ และเมื่อประชากรเหล่านี้รับเชื้อพยาธิเข้าร่างกาย พยาธิสามารถอยู่ในร่างกายได้นานถึง 20 ปี ทำให้ประชากรเหล่านี้กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี KKU Parasite Hunt จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดีได้เป็นอย่างดี

 

 

มข.สร้างเกมส์ล่าพยาธิ

         รศ.ดร.วนิดา แก่นอากาศ ผอ.สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เผยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เกี่ยวกับสาเหตุการเกิดโรค แอพพลิเคชั่น KKU Parasite Hunt ผลิตขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย เข้าใจโรคดียิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นสื่อบันเทิงที่ให้สาระความรู้ทางการแพทย์ โดยจะบอกข้อมูลเกี่ยวกับโรคใบไม้ตับ เด็กๆสามารถเรียนรู้ผ่านเกมซึ่งเป็นประโยชน์ในระยะยาว นอกจากเด็กจะได้รับความสนุกสนาน ความตื่นเต้นและความรู้แล้ว ยังเป็นการปลูกฝังค่านิยมปรุงสุกปลาน้ำจืด ก่อนรับประทาน ช่วยให้เด็กจดจำความรู้เหล่านั้นได้ในระยะยาวซึ่งในอนาคตเด็กสามารถเป็นตัวแทนในการสื่อสารต่อไปยังบุคคลอื่นๆได้อีกด้วย

 

 

มข.สร้างเกมส์ล่าพยาธิ

          KKU Parasite Hunt เป็น Application ที่ใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อให้การศึกษาข้อมูลเรื่องสุขภาพที่ให้ความบันเทิง ในลักษณะ MEDutainment KKU Parasite Hunt เป็นเกมที่จะทำให้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่รู้จักกับโรคพยาธิใบไม้ในตับมากขึ้น เพื่อป้องกันตนเองจากการพบโรคดังกล่าว ทำให้ผู้เล่นเรียนรู้การสาเหตุของการเกิดการพยาธิในรูปแบบต่าง ด้วยวิธีน่าสนใจ เข้าใจง่ายและไม่น่ากลัวอีกต่อไป ผู้เล่นจะสนุกและเพลิดเพลินกับการค้นหาคำถามด้วยเทคโนโลยี ผู้เล่นต้องค้นหา iBeacon ตามสัญญาณที่บอกในหน้าจอ สัญญาณสีแดงแปลว่ายังห่างไกล สีเหลืองแปลว่าเริ่มใกล้เข้ามา สีเขียวแปลว่าถึงจุดหมาย และเมื่อพบตำแหน่ง iBeacon แล้ว ให้ทำการแสกน QR Code ที่จุดนั้น (มีทั้งสิ้น 10จุด)จะปรากฏรูปพยาธิหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องบริเวณหน้าจอ จากนั้นผู้เล่นต้องตอบคำถามเพื่อเก็บคะแนนชิงถ้วยรางวัล ข้อมูลที่ทำการค้นหาพบแล้วจะถูกเก็บไว้ที่หน้าCollection เพื่อให้สามารถเปิดดูและอ่านข้อมูลความรู้ได้เองในภายหลัง โดยแอพพลิเคชั่นKKU Parasite Hunt เกมตามล่าหาพยาธิ เปิดให้ใช้งานครั้งแรกที่งานสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2559 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

 

มข.สร้างเกมส์ล่าพยาธิ

         รศ.ดร.นิษณา นามวาท กรรมการบริหารโครงการ CASCAP เผยว่า แอพพลิเคชั่นKKU Parasite Hunt สามารถดาวน์โหลดจาก iOS และ Androidหลังดาวน์โหลดเสร็จ เมื่อเปิดแอพฯจะพบกับโลโก้เกม จากนั้นเริ่มเกมโดยมีคำใบ้พร้อมกับรูปภาพแสดงขึ้น เพื่อให้เราเดินค้นหาตามคำใบ้นั้น ถ้าผู้ใช้อยู่ใกล้คำใบ้โทรศัพท์จะส่งสัญญาณสั่นพร้อมขึ้นสัญลักษณ์เพื่อแจ้งเตือน ถ้าหากผู้เล่นเดินค้นหาอยู่ในจุดที่ถูกต้องแล้วจึงจะสามารถเปิดกล้องเพื่ออ่านคำถาม หากตอบคำถามถูกจะได้รับคะแนนสะสมไปเรื่อยๆ ทั้งหมดมีประมาณ 10 จุด เมื่อเก็บแต้มได้สูง สามารถแบ่งปันลงใน เฟซบุ๊กและรับรางวัลจริง ทั้งนี้การเดินทางไปแต่ละจุดเปรียบ เหมือนการแสวงหาความรู้ นำเทคโนโลยีมาช่วยในการสื่อสารทางการแพทย์ให้ง่ายขึ้นผู้เล่นจะสามารถซึมซับความรู้ทางการแพทย์ที่เคยเป็นเรื่องยากได้ง่ายขึ้นและได้รับความสนุกสนาน ความตื่นเต้นไปในตัว

 

 

มข.สร้างเกมส์ล่าพยาธิ

 

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238734

มหกรรมวิทย์ฯ 59, เริ่ม, แล้ว, มหกรรม, วิทย์, เริ่มแล้ว, มหกรรมวิทย์ฯ, มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์, ไขความลับระบบสุริยะ, ป๋องแป๋ง

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 19 ส.ค. 2559

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59 สดร. ชวนท่องระบบสุริยะ ยกทัพดาวเคราะห์จัดเต็มพื้นที่

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) ชวนมาเรียนรู้พร้อมสนุกกับชุดนิทรรศการและแบบจำลองดาราศาสตร์ภายใต้แนวคิด“ปีแห่งดาวเคราะห์” รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบสุริยะ มาจัดแสดงเต็มพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ใหญ่กว่าทุกปี จำลองการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ของจริง และยังมีกิจกรรมดาราศาสตร์ให้ร่วมสนุกอีกมากมาย18-28 สิงหาคมนี้ พบกันที่บูธนิทรรศการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2559 (Hall 4) อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

 

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

– นิทรรศการและแบบจำลองดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

ยกทัพดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวง มาไว้ที่บูธ สดร. พร้อมอัพเดทข้อมูลการค้นพบล่าสุดของดาวเคราะห์แต่ละดวง และเทคโนโลยียานสำรวจอวกาศที่ส่งข้อมูลกลับมายังโลกจนทำให้นักดาราศาสตร์พบองค์ความรู้ใหม่ ๆ

 

 

 

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

-นิทรรศการการเคลื่อนที่ของโลกรอบดวงอาทิตย์รู้หรือไม่ ?!? โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์…ทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ?!?เรียนรู้การเกิดฤดูกาล การเกิดเฟสดวงจันทร์ในแต่ละเดือน และการเกิดปรากฏการณ์อุปราคา ได้จากชุดสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ที่นำมาจัดแสดง

 

 

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

– นิทรรศการจำลองสภาวะความโน้มถ่วงและน้ำหนักบนดาวเคราะห์คุณจะมีน้ำหนักเท่าไหร่เมื่อไปอยู่บนดาวเคราะห์ต่าง ๆ?!?

ชวนมาทดสอบน้ำหนักผ่านชุดเครื่องชั่งน้ำหนักบนสภาวะแรงโน้มถ่วงบนดาวเคราะห์ต่าง ๆ เรียนรู้เรื่องแรงโน้มถ่วงและทำความเข้าใจว่าทำไมชั่งน้ำหนักบนดาวเคราะห์แต่ละดวงจึงแตกต่างกัน

 

 

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

– สัมผัสประสบการณ์ดูดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์ของจริง

ส่องดาวเคราะห์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ของจริง กว่า 5 ตัว พร้อมเรียนรู้วิธีการดูดาวจากผู้เชี่ยวชาญ

 

 

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

  – ตื่นตากับความสวยงามของภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ฝีมือคนไทย

จัดแสดงผลงานภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ฝีมือคนไทยใน หัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์”ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ประจำปี 2559

– กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ

1) ร่วมกิจกรรม Like-Check-Shareลุ้นรับของรางวัลสุดเก๋จากเครื่องเล่น “กาชาปองดาวเคราะห์”และกิจกรรม Print Stagramโพสภาพพร้อมเก็บภาพความประทับใจภายในงานในรูปแบบภาพถ่าย

 

 

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

 

 

2)วันที่ 20 สิงหาคม2559

-Science Talk “ไขความลับระบบสุริยะ” กับ “ป๋องแป๋ง” อาจวรงค์ จันทรมาศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์/แฟนพันธ์แท้นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก ณ เวทีกลาง เวลา 13.00-14.00 น.

-พบกับคู่เพื่อนซี้“มาริวและเบนซ์จิ AF12”ณ บูธสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ (Hall4) เวลาไขความลับระบบสุริยะกับพี่ป๋องแป๋ง อาจวรงค์ จันทมาศ วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559 เวลา 11:00-12:00 น. ณ เวทีกลาง16.00-17.00 น.

3)วันที่ 23 สิงหาคม 2559พบกับ“โบ๊ท สิริโรจน์ และ เบนซ์ ธนาภรณ์AF12”ณ บูธสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ (Hall4) เวลาไขความลับระบบสุริยะกับพี่ป๋องแป๋ง อาจวรงค์ จันทมาศ วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559 เวลา 11:00-12:00 น. ณ เวทีกลาง13.00-14.00 น.

4) วันที่ 27 สิงหาคม 2559 พิธีมอบรางวัลการประกวดภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ประจำปี 2559 หัวข้อ“มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” ณ เวทีกลาง เวลา 13.00-15.00 น.

 

 

เริ่มแล้ว!! มหกรรมวิทย์ฯ 59

 

นร.ไทยคว้า 1 เงิน 3 ทองแดงคอมพ์โอลิมปิกระหว่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238725


ประ, ระหว่าง, คอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ, สสวท., ไทย, คว้า, เงิน, ทองแดง, คอมพ์, โอลิมปิก, ระหว่างประเทศ, นรไทยคว้า

ประ, ระหว่าง, คอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ, สสวท., ไทย, คว้า, เงิน, ทองแดง, คอมพ์, โอลิมปิก, ระหว่างประเทศ, นรไทยคว้า

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 19 ส.ค. 2559

นร.ไทยคว้า 1 เงิน 3 ทองแดงคอมพ์โอลิมปิกระหว่างประเทศ

ผลการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมระหว่างประเทศ เด็กไทยทำผลงาน คว้า 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง เดินทางกลับถึงไทย 20 ส.ค.

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ดร.พรพรรณ  ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)  กล่าวว่า ตามที่ สสวท.ดำเนิน โครงการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปีพุทธศักราช 2559 โดยจัดส่งผู้แทนประเทศไทย จำนวน 4 คน ร่วมในการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2559 ไปแข่งขัน ณ เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย  ระหว่างวันที่ 12 – 19 สิงหาคม 2559  ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 308 คนจากประเทศต่าง ๆ ที่ส่งทีมนักเรียนมาแข่งขัน 81 ทีม และมีประเทศมาสังเกตการณ์เพื่อเตรียมส่งนักเรียน เข้าแข่งอีก 5  ประเทศ

ทั้งนี้  ผลการแข่งขันปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยทำได้  1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง ดังนี้ เหรียญเงิน ได้แก่ นายพีรสิชฌ์ เจริญจิตเสรีวงศ์  โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม และเหรียญทองแดง ได้แก่ นายเมธัส  เกียรติชัยวัฒน์  โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์  นายปิยวัฒน์  อานันทคุณ  และ นายนนทกฤษ  ไชยวงค์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

สำหรับการเดินทางทางแข่งขันครั้งนี้มีคณะอาจารย์ผู้ฝึกสอน ดังนี้ ผศ.ดร.นัทที  นิภานันท์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หัวหน้าทีมผศ.ดร.สุกรี  สินธุภิญโญ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  จุฬาฯ รองหัวหน้าทีม อ.ผนวกเดช  สุวรรณทัต ศูนย์เสริมสร้างการเรียนรู้และการสอน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม ดร.อัครา  ประโยชน์  ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  ผู้สังเกตการณ์ นายพนมยงค์  แก้วประชุม สาขาวิชาเทคโนโลยี ผู้จัดการทีม ซึ่งคณะนักเรียนจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย ในวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 เวลา 07.10 น. เที่ยวบิน EY402 ซึ่ง สสวท. จะจัดพิธีรับคณะผู้แทนเวลา 07.30 น. ที่ชั้น 2 ด้านในประตู 1 สนามบินสุวรรณภูมิ

ภาพจาก สสวท.

 

กระเทาะแก่นรพ.สธ.วิกฤติหนัก บางแห่งประชาชนได้ยาครบแค่30 %

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238657

รพสธวิกฤติหนัก, รพ.สธ., รพ.ขาดทุน, รพ.วิกฤติ, รพ.ขาดทุนระดับ7, กระเทาะ, แก่น, วิกฤติ, หนัก, บางแห่ง, ประชาชน, ได้, ครบ, แค่

การศึกษา-สาธารณสุข  : 18 ส.ค. 2559

กระเทาะแก่นรพ.สธ.วิกฤติหนัก บางแห่งประชาชนได้ยาครบแค่30 %

กมธ.สธ.เชิญรพ.สธ.ขาดทุนระดับ 7 กระเทาะมูลเหตุ พบ 2 ส่วนหลัก ประชากรน้อย-งบฯน้อย เผยบางแห่งกระเทือนหนัก ประชาชนได้ยาครบแค่ 30 % เสนอแยกเงินเดือนออกจากงบ.บัตรทอง ช่วยเห็นภาพต้นทุนรพ.แท้จริง หวังสำนักงบฯจัดสรรเงินเพิ่ม

         นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข(กมธ.สธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา กมธ.สธ.ได้เชิญโรงพยาบาล(รพ.)สังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องระดับ 7 คือระดับวิกฤติ จำนวน 7 แห่งมาให้ข้อมูลเพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง เบื้องต้นสรุปมูลเหตุของการขาดสภาพคล่องได้ 2 ประเด็นหลัก คือ 1.รพ.ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรน้อย ขณะที่โครงสร้างรพ.เป็นระดับเดียวกัน คือ โรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) และโรงพยาบาลชุมชน(รพช.) มีประชากรไม่เท่ากันแต่มีจำนวนเจ้าหน้าที่เท่ากัน และ2.เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ที่จ่ายให้จำนวนประชากร จึงได้รับน้อย เมื่อหักค่าตอบแทนของบุคลกรที่เท่ากับรพ.ระดับเดียวกัน ทำให้มีเงินดูแลประชากรน้อยกว่าและไม่เพียงพอ

“รพ.ที่มาให้ข้อมูลบางแห่งบอกว่าประชาชนได้รับยาครบเพียงร้อยละ 30 คือ ประชาชนได้ยาไม่ครบที่ควรจะได้ เพราะรพ.มีปัญหาเรื่องขากสภาพคล่องทางการเงิน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่จะใช้เครดิตในการซื้อยา  ขณะที่แพทย์ก็ไม่อยากมาอยู่ เจ้าหน้าที่เดิมก็อยากย้ายออก เหล่านี้เป็นสิ่งที่เรากังวลเพราะเป็นสิ่งที่จะกระทบถึงคุณภาพในการให้บริการแก่ประชาชนลดลง ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมานาน ทับทมเหมือนกองหิมะ ถ้าหากยังปล่อยไปเรื่อยๆไม่ได้รับการแก้ไขจนกลายเป็นแก้ไม่ได้” นพ.เจตน์กล่าว

นพ.เจตน์ กล่าวอีกว่า กมธ.สธ.จะทำหนังสือแจ้งไปยังสธ.เพื่อให้รู้ถึงปัญหา แต่เข้าใจว่าคงทราบปัญหาดีอยู่แล้ว โดยจะมีข้อเสนอแนวทางแก้ปัญหาหนึ่ง คือ แยกเงินเดือนบุคลากรในรพ.สธ.ออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง เพราะปัจจุบัน ร้อยละ60อของเงินเดือนจะอยู่ในงบฯนี้  ซึ่งส่วนนี้ป็นข้อเสนอจากรพ.เอง ทั้งนี้ การแยกเงินเดือนออกจากงบฯรายหัวจะทำให้เห็นภาพงบประมาณชัดขึ้น เช่น งบเหมาจ่ายรายหัว 3,000 บาท หากแยกเงินเดือนบุคลากรสธ.ออกไปแล้วจะเหลืองบฯในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลรักษาประชาชนจริงๆเท่าไหร่ เพื่อที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสรรงบประมาณจะได้เห็นภาพและเพิ่มเติมงบประมาณต่อไป

ยกตัวอย่าง สถานการณ์ใน 5 โรงพยาบาล ได้แก่ 1.รพ.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ขาดทุนปี 2557 จำนวน2.8 ล้านบาท ปี2558ขาดทุน 6 แสนบาท สาเหตุได้รับงบจัดสรรไม่เพียงพอเพราะประชากรในพื้นที่มีน้อย รายจ่ายบุคคลากรสูง รพ.ไม่ทราบตัวเลขแท้จริงที่สปสช.จัดสรรให้ ขอดูก็ไม่ได้ ข้อเสนอแนวทางในการแก้ไข คือ แยกเงินเดือนออกจากโครงการUHCจะทำให้การจัดสรรเงินของสปสช.ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น รพ.ต่างๆสามารถรับรู้เงินที่จะได้รับจัดสรรแท้จริง รพ.ที่ขาดทุนจากประชากรน้อยแต่เจ้าหน้าที่มากจะได้รับเงินเพิ่มขึ้น เสนอให้จัดสรรเงินเหมาจ่ายรายหัวแบบขั้นบันได กองทุนย่อยเฉพาะโรคควรมีเท่าที่จำเป็นและมีน้อยที่สุด ใช้จ่ายเบิกข้ามกองทุนไปช่วยเหลือรพ.อื่นได้ เสนอให้มีการร่วมจ่ายเพิ่มจาก30เป็น50บาท การซื้อประกันสุขภาพล่วงหน้าเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์พิเศษ(บัตรทองช่วยชาติ)

2.รพท.พังงา  ย้อนหลัง 14 ปีเงินบำรุงลดต่ำลงทุกปี เงินบำรุงคงเหลือ 2.35 ล้านบาทหนี้สินปัจจุบัน 72 ล้านบาท ค่าตอบแทนค้างจ่าย 12 เดือน จำนวน18.38 ล้านบาท สาเหตุเพราะจังหวัดเล็กแต่มีรพท. 2 แห่ง รพช.7แห่ง รพ.พท.เกาะ 10 แห่งและรพ.สต.ถึง 64 แห่ง ปี2559 ส่วนกลางต้องให้เงินช่วยเหลือถึง25 ล้านบาท มีวิกฤตการเงินระดับ 7 พัฒนางานไม่ได้ ค้างจ่ายค่าตอบแทน ค้างจ่ายเจ้าหนี้การค้า โครงสร้างเสื่อมโทรม บุคคลากรขาดขวัญกำลังใจ

3..รพ.สมเด็จพระยุพราช หล่มเก่า เป็นรพ.ระดับ 60 เตียงแต่บริการจริงมี 121 เตียงทำให้ต้นทุนการจัดบริการเพิ่มขึ้น ปี 2557 ขาดทุน 37.1 ล้านบาท ปี2558 ขาดทุน 26.4 ล้านบาท ปี2559 ขาดทุนในขณะนี้ 32.8 ล้านบาทมีแพทย์ประจำในปัจจุบัน 12 คน ปัญหาจากค่าใช้จ่ายบุคคลากรเป็นสาเหตุหลักประชากรสูงอายุมีมากถึงร้อยละ 23

4.รพ.อินทร์บุรี เป็นรพท.ขนาด 218เตียง แพทย์ประจำ 9 คนแพทย์ใช้ทุน 8 คน ปี2557ขาดทุน 34.5 ล้านบาท ปี2558 ขาดทุน 7.6 ล้านบาท สาเหตุเพราะประชากรน้อยเพียง39,700 คน ค่าใช้จ่ายสูง มีปัญหาการจัดทำข้อมูลเพื่อเรียกเก็บเงินจากกองทุนต่างๆและถูกหักเงินย้อนหลัง รพ.มีหนี้สะสมมาก ความสามารถในการชำระหนี้ได้น้อยกว่าการก่อหนี้ ผู้ประกอบการปฏิเสธการส่งสินค้าและบริการ ภาระค่าใช้จ่ายในการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ(แล็ป)ที่อื่นเพราะขาดเครื่องมือ  รวมถึง ขาดแพทย์เฉพาะทางจึงต้องตามจ่ายจากการส่งต่อผู้ป่วย สถานการณ์ย่ำแย่ลงเพราะผู้ป่วยที่ใช้สิทธิอื่นๆหรือที่จ่ายเงินเองถูกส่งไปที่อื่น ทำให้ขาดรายได้จากกลุ่มนี้และภาพลักษณ์ ความเชื่อถือลดลง  และ 5.รพ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ประชากร 26,000 คน เป็นรพช. จำนวน 30 เตียง มีรพ.สต.6แห่ง ปี2557 กำไร 1,248,047 ล้านบาท ปี 2558 ขาดทุน 5,945,560 ล้านบาท สาเหตุจากนโยบายปรับเปลี่ยนลูกจ้างชั่วคราวเป็นพนักงานสธ.โดยมีการปรับอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น  การขยายอัตราค่าจ้างให้เทียบเท่าบัญชีเงินเดือนข้าราชการ บุคคลากรเจ็บป่วยเรื้อรังขาดอัตรากำลัง รพ.อยู่ในพื้นที่ประชากรน้อยจึงได้รับงบฯน้อย

 

เปิดตัว 7 มหา’ลัยเครือข่ายพันธมิตรเพื่อการวิจัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238647

เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยวิจัน, เปิดตัว, มหาลัย, เครือข่าย, พันธมิตร, เพื่อ, การวิจัย

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 18 ส.ค. 2559

เปิดตัว 7 มหา’ลัยเครือข่ายพันธมิตรเพื่อการวิจัย

มหาวิทยาลัย 7 แห่งแถลงเปิดตัวเป็นเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย พร้อมเดินหน้าวิจัย 6 กลุ่มคลัสเตอร์ ชี้ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ มีการจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2559 พร้อมกันนี้จัดให้มีการแถลงข่าวเปิดตัว เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network : RUN หรือ อาร์ยูเอ็น) โดย รศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล รองอธิการบดีฝ่ายระบบวิจัยและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ) ในฐานะประธานเครือข่ายอาร์ยูเอ็น กล่าวว่า เครือข่ายอาร์ยูเอ็น เป็นการรวมตัวของ 7 มหาวิทยาลัย ได้แก่  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มอ เริ่มทำงานมาประมาณ 1 ปี วัตถุประสงค์หลัก คือ ต้องการให้แต่ละมหาวิทยาลัยร่วมกันทำงานวิจัยที่เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เพราะงานวิจัยบางเรื่อง ไม่สามารถจะทำได้เพียงมหาวิทยาลัยเดียว ซึ่งทั้ง 7 มหาวิทยาลัยมีพร้อมทั้งทรัพยากรมนุษย์ วัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยี

สำหรับแนวทางการทำวิจัย แบ่งเป็น 6 กลุ่มคลัสเตอร์ ได้แก่ 1.กลุ่มวิจัยด้านอาหารและการเกษตร 2.กลุ่มวิจัยด้านพลังงาน 3.กลุ่มวิจัยด้านสภาวะอากาศ 4.กลุ่มวิจัยด้านวัสดุขั้นสูง ที่เน้นด้านอุตสาหกรรม 5.กลุ่มวิจัยด้านการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 6.กลุ่มวิจัยด้านสุขภาพ และในปีนี้ทางเครือข่ายได้วางเป้าหมายที่จะเพิ่มอีก 2 กลุ่ม คือ เรื่องดิจิตอลและนวัตกรรมหุ่นยนต์ โดยงานวิจัยทั้งหมดนี้จะต้องตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 หรือ ไทยแลนด์ 4.0 ของประเทศด้วย

“7 มหาวิทยาลัยนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเครือข่ายเท่านั้น จริงๆ แล้ว เราไม่ได้จำกัดอยู่เพียง 7 มหาวิทยาลัยเท่านั้น เรายังมีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้ามาร่วมกัน ผมหวังว่าการทำงานในลักษณะความร่วมมือนี้จะเป็นตัวอย่าง และจะสามารถเปลีายนแปลงแนวคิดการทำงานของประเทศไทยที่เคยบอกว่า เราเก่งแต่การทำงานแบบเดียว ไม่สามารถทำงานเป็นทีมได้ นอกจากนี้เครือข่ายเรายังยึดหลักการทำงานว่า การทำงานด้วยกันต้องจริงใจต่อกัน ทำงานบนพื้นฐานความเท่าเทียมกัน และเน้นคุณภาพเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ”ประธานเครือข่ายอาร์ยูเอ็น กล่าว

 

ชวนชิมอาหารชาววังในเทศกาลกรุงเทพฯ:เมืองอาหารอร่อย 2-5 ก.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238644

อาหารไทยหายาก, อาหารชาววัง, เทศกาลกรุงเทพ, ชวน, ชิม, อาหาร, ชาววัง, เทศกาล, กรุงเทพฯ, เมือง, อร่อย, 2-5, แสร้งว่า-ยำทวาย, ปักธง, กรุงเทพฯเมืองอาหารอร่อย, อาหารไทย
อาหารไทยหายาก, อาหารชาววัง, เทศกาลกรุงเทพ, ชวน, ชิม, อาหาร, ชาววัง, เทศกาล, กรุงเทพฯ, เมือง, อร่อย, 2-5, แสร้งว่า-ยำทวาย, ปักธง, กรุงเทพฯเมืองอาหารอร่อย, อาหารไทย
อาหารไทยหายาก, อาหารชาววัง, เทศกาลกรุงเทพ, ชวน, ชิม, อาหาร, ชาววัง, เทศกาล, กรุงเทพฯ, เมือง, อร่อย, 2-5, แสร้งว่า-ยำทวาย, ปักธง, กรุงเทพฯเมืองอาหารอร่อย, อาหารไทย

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 18 ส.ค. 2559

ชวนชิมอาหารชาววังในเทศกาลกรุงเทพฯ:เมืองอาหารอร่อย 2-5 ก.ย.

วธ.จับมือกทม.จัดเทศกาล“กรุงเทพฯ:เมืองอาหารอร่อย 2-5 ก.ย.นี้ ระดมอาหารชาววัง อาหารไทยหาชิมยาก “แสร้งว่า-ยำทวาย”มาให้ชิม คัด 500 ร้านอาหารเลิศ“ปักธง”ในแฟนเพจ

หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ส.ค.นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าวเทศกาล “กรุงเทพฯ:เมืองอาหารอร่อย” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ว่า  เพื่อตอกย้ำความเป็นกรุงเทพเมืองอาหารอร่อย กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) ร่วมกับกรุงเทพฯ จัดเทศกาลดังกล่าวขึ้น ระหว่างวันที่ 2-5 ก.ย.นี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อให้คนไทยได้ตระหนัก และร่วมกันอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านอาหารไทย และเผยแพร่ให้แพร่หลายในกลุ่มนักท่องเที่ยวมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในอาหารประจำชาติของแต่ละชาติทั่วโลกด้วย

นายวีระ กล่าวอีกว่า ภายในงานประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมนิทรรศการและการแสดง กิจกรรมการสาธิตอาหารและออกร้านอาหารอร่อย และกิจกรรมปักหมุดร้านอาหารที่ร่วมโครงการ โดยในส่วนของนิทรรศการจะมี โซนอาหารไทยราชสำนัก สาธิตสำหรับอาหารชาววังทั้งคาวและหวาน โซน อาหารที่ได้ขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ อาทิ ส้มตำ ข้าวยำ ขนมเบื้อง กระยาสารท ผัดไทย และโซนอาหารหารับประทานได้ยากใกล้สูญหาย อาทิ ม้าฮ่อ แสร้งว่า หมู่โสร่ง ยำทวาย ขนมดอกดิน

นอกจากนี้ ยังมีการนำร้านอาหารดังในกทมผลมาออกร้าน ในโซนอาหาร 10 อย่างยอดนิยมที่ต้องชิมในกรุงเทพฯ อาทิ ข้าวมันไก่ประตูน้ำ ตำซั่วแซบวัน เย็นตาโฟวัดแขก เป็นต้น โซน อาหารอร่อยริมทางกว่า 40 ร้านจากย่านตลาดพลู บางรัก วังหลัง และโซน อาหารนานาชาติ ทั้งอาเซียนและยุโรป รวมถึงมีการคัดร้านอาหารอร่อยในกทม. จำนวน 500  ร้านมาเข้ากิจกรรมปักหมุด  โดยคัดเลือกผู้ประกอบการทั่วกรุงเทพฯ 500 ร้าน ติดธงสัญลักษณ์ กรุงเทพฯ:เมืองอาหารอร่อย ร่วมจัดโปรโมชั่นส่วนลดราคาเพื่อส่งเสริมการขายตลอดเดือนกันยายนด้วย อย่างไรก็ตามวธ.ยังมีแนวคิดร่วมมือกับสถาบันสอนทำอาหารในการเปิดหลักสูตรเรียนอาหารใกล้สูญหาย เพื่อให้เกิดการสืบทอดและให้คงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป

“อาหารไทย”นับเป็นมรดกภูมิปัญญาของประเทศ ที่ชาวต่างชาติให้การยอมรับในรสชาติความอร่อย จัดอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก และยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2558 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองภูเก็ตเป็น 1 ในเครือข่ายเมืองแห่งการสร้างสรรค์ด้านอาหาร และจากการจัดอันดับของสมาชิกเว็บไซต์เวอร์ชวลทัวริสต์ที่มีสมาชิก 1.2 ล้านคน จาก 220 ประเทศทั่วโลก ได้จัดอันดับให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครอันดับ1ที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุดของโลก ดังนั้นเทศกาลครั้งนี้จึงถือเป็นการประกาศและตอกย้ำว่าอาหารไทยเป็นที่ประจักษ์ในระดับเวทีโลกอย่างแท้จริง ” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

 

เปิดประสบการณ์หักดิบเลิกเหล้า จิตแพทย์ยันไม่ทำให้ตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238599


พักตับ, หักดิบ, เลิกเหล้า, เปิด, ประสบการณ์, หัก, ดิบ, เลิก, เหล้า, จิตแพทย์, ยัน, ไม่, ทำให้, ตาย, ไขความจริง พักตับหักดิบลงแดง


พักตับ, หักดิบ, เลิกเหล้า, เปิด, ประสบการณ์, หัก, ดิบ, เลิก, เหล้า, จิตแพทย์, ยัน, ไม่, ทำให้, ตาย, ไขความจริง พักตับหักดิบลงแดง

พักตับ, หักดิบ, เลิกเหล้า, เปิด, ประสบการณ์, หัก, ดิบ, เลิก, เหล้า, จิตแพทย์, ยัน, ไม่, ทำให้, ตาย, ไขความจริง พักตับหักดิบลงแดง
พักตับ, หักดิบ, เลิกเหล้า, เปิด, ประสบการณ์, หัก, ดิบ, เลิก, เหล้า, จิตแพทย์, ยัน, ไม่, ทำให้, ตาย, ไขความจริง พักตับหักดิบลงแดง

การศึกษา-สาธารณสุข  : 18 ส.ค. 2559

เปิดประสบการณ์หักดิบเลิกเหล้า จิตแพทย์ยันไม่ทำให้ตาย

เปิดประสบการณ์หักดิบเลิกเหล้าจนสำเร็จ จิตแพทย์ยันหักดิบเลิกเหล้าไม่ทำให้ตาย เว้นมีอาการถอนรุนแรง พบได้ 5% แนะหากหยุดดื่มต้องพบแพทย์

        เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ในงานเสวนา “ไขความจริง : พักตับ…หักดิบ…ลงแดง” จัดโดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยนายดำรงค์  เภตรา  อายุ 71 ปี  ชาวชุมชนสวนอ้อย  เขตคลองเตย  ผู้ที่เคยหักดิบเลิกสุรา  กล่าวว่า  ดื่มเหล้ามาตั้งแต่หนุ่ม จนเมื่อแก่ตัวมีปัญหาสุขภาพ เงินไม่เหลือเก็บ มีปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นประจำ ที่สำคัญ สำนึกผิดที่เป็นตัวอย่างไม่ดี ทำให้ลูกเกเรดื่มเหล้าติดยา เพราะตัวเองไม่ใส่ใจดูแลครอบครัว เคยพยายามเลิกดื่มสุรามาแล้วหลายครั้ง แต่เลิกไม่ได้ จึงตัดสินใจใช้วิธีหักดิบหยุดดื่มสุรา และตั้งใจเลิกดื่มตลอดชีวิตโดยใช้ช่วงเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้น

         “ช่วงเลิกดื่มแรกๆ รู้สึกทรมานมาก ปวดหัว หงุดหงิด โมโหง่ายเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด  นอนไม่หลับ เป็นอาการของคนลงแดง พยายามดื่มน้ำเปล่าแทนเหล้า ไม่คลุกคลีกับคนที่ชวนดื่ม หันมาดื่มน้ำสมุนไพรมากขึ้น จนผ่านมาได้ ปัจจุบันเลิกเหล้าได้ 7 ปีแล้ว มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น หันมาเป็นนักรณรงค์ทำงานเพื่อสังคม” นายดำรงกล่าว

นายดำรง บอกด้วยว่า สิ่งสำคัญในการเลิกเหล้า คือ จิตใจต้องตั้งมั่น ต้องเชื่อว่าเราทำได้ และคนรอบต้องให้กำลังใจเราด้วย ทั้งนี้ จากประสบการณ์ยืนยันได้เลยว่า คนที่หักดิบเลิกดื่มเหล้าแล้วเสียชีวิตไม่ได้มาจากหยุดดื่ม แต่เพราะปัญหาสุขภาพมีโรคประจำตัวอื่นมากกว่า

พ.อ.นพ.พิชัย แสงชาญชัย จิตแพทย์ กองจิตเวชและประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า  บอกว่า การหยุดดื่มเหล้าไม่ได้ทำให้เสียชีวิต แต่เกิดจากโรคแทรกซ้อนที่เป็นอยู่ คนที่ติดสุราดื่มทุกวัน หากไม่ดื่มแล้วจะมีอาการถอน ร่างกายมักจะมีปัญหาโรคแทรกซ้อนมาก อัตราการเสียชีวิตของคนกลุ่มนี้จึงสูงไม่ว่าจะหยุดดื่มหรือไม่ก็ตาม แต่หากลดละเลิกได้ อัตราการตายของคนกลุ่มนี้จะลดลง

จิตแพทย์ รพ.พระมงกฎเกล้า กล่าวอีกว่า ปัญหาคืออาการที่สมองติดสุรานั้นเมื่อหยุดดื่มจะเกิดอาการถอนสุรา ส่วนใหญ่จะเป็นอาการถอนไม่รุนแรง เกิดขึ้นในช่วง 3-5 วันแรก อาการเป็นสูงสุดในวันที่ 2 คือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น เหงื่อแตก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ เป็นต้น แต่จะมีอยู่ประมาณ 5% ที่เกิดอาการถอนรุนแรง คือ มีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ชัก สมองสับสน มีอาการทางจิตแทรก เช่น หูแว่ว ประสาทหลอน เพ้อคลั่ง เป็นต้น ถือเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะมีโอกาสเสียชีวิตได้ เช่น ชักรุนแรง สมองขาดออกซิเจนจนเสียชีวิต หรือสมองสับสนทำร้ายร่างกายตนเองและคนอื่น เป็นต้น

“กรณีผู้ป่วยเมาสุราแล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่งเอาผ้ารัดคอหมอในโรงพยาบาล ก็ถือว่าเข้าข่ายอาการถอนรุนแรง มีอาการทางจิตแทรก หูแว่ว ประสาทหลอน การรักษาแพทย์จะให้ยา กลุ่มเบนโซไดอาซีแปม (benzodiazepine) เพื่อบรรเทาอาการถอนสุรา ป้องกันอาการชักและสมองสับสน เมื่ออาการคงที่ แพทย์จะลดปริมาณยาลงจนหมดไป รวมระยะเวลาในการรักษาประมาณ 7-10 วัน” พ.อ.นพ.พิชัย กล่าว

พ.อ.นพ. พิชัย กล่าวด้วยว่า การสังเกตว่าหยุดดื่มเหล้าแล้วจะมีอาการถอนรุนแรง ทางการแพทย์จะดูจากปัจจัยเสี่ยง คือ 1.ดื่มหนักดื่มนาน เทียบได้กับการดื่มเหล้าเกิน 1 แบนต่อวัน หรือเบียร์ 5 ขวดต่อวัน เป็นเวลา 5 ปีขึ้นไป 2.มีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคตับ เบาหวาน หลอดเลือดในสมอง ขาดสารอาหาร 3.เคยหยุดดื่มมาก่อนแล้วมีอาการชัก สับสน การหยุดดื่มครั้งต่อมาโอกาสถอนรุนแรงจะเกิดขึ้นได้มากและมากขึ้นเรื่อยๆ 4.ติดสารเสพติดหลายอย่าง และ 5.ผู้สูงอายุ เพราะเป็นผู้ที่ดื่มมานาน และมีโรคแทรกอยู่มาก หากหยุดดื่มก็มีความเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น คนทั่วไปสามารถหักดิบเลิกเหล้าได้เลย ไม่เป็นอันตราย เว้นแต่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงถอนสุรารุนแรงดังกล่าวหากจะเลิกดื่มจึงควรเข้ารับคำปรึกษาในการเลิกสุราจากแพทย์ก่อน

คนติดสุราเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการสมองฝ่อด้วย เมื่อถูกกระทบกระเทือน แม้จะไม่รุนแรงเส้นเลือดในสมองก็มีโอกาสฉีกขาดง่ายกว่าคนทั่วไป และคนติดสุราเลือดมักจะค่อยๆ ออก และมีเกร็ดเลือดต่ำ ทำให้เลือดแข็งตัวช้า ทำให้เกิดอาการเลือดคั่งในสมองได้ ทั้งนี้ ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา หรือ 1413 สายด่วนเลิกเหล้าเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มการเข้าถึงบริการเลิกเหล้า ซึ่งจากสถิติการให้บริการพบว่า 60% ที่โทรเข้ามาเป็นญาติ อีก 40% เป็นผู้ที่ดื่มสุรา ซึ่งแต่ละปีจะมีการโทร.ปรึกษามากกว่าหมื่นสาย ยิ่งช่วงเข้าพรรษาจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า

“ขอฝากไปยังผู้ที่ตั้งใจงดดื่มและอยากงดต่อเนื่องหลังออกพรรษาจะส่งผลดีต่อสุขภาพกายใจแน่นอน นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีการรณรงค์สร้างความตระหนัก ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษพิษภัยของสุรากับประชาชนอย่างต่อเนื่อง มีการคัดกรองผู้ที่ติดสุรา เพื่อจูงใจผู้ดื่มหนักให้ปรับเปลี่ยน และนำผู้ติดสุราเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถต่อยอดการรักษาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”พ.อ.นพ.พิชัยกล่าว