‘ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล’เป็นประธาน บำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244024

'ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล'เป็นประธาน บำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

‘ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล’เป็นประธาน บำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.14 น.

10 พ.ย. 59 ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 28  ในเวลา 07.00 น.  ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ทรงกราบหน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร  จากนั้นทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร  ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 9 พศจิกาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2559 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00น.ทุกวัน

พสกนิกรหลั่งไหลเข้าแถวแต่เช้ามืด ฝรั่งออสซี่เดินจากสมุยเข้าสักการะพระบรมศพ(ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244023

พสกนิกรหลั่งไหลเข้าแถวแต่เช้ามืด ฝรั่งออสซี่เดินจากสมุยเข้าสักการะพระบรมศพ(ประมวลภาพ)

พสกนิกรหลั่งไหลเข้าแถวแต่เช้ามืด ฝรั่งออสซี่เดินจากสมุยเข้าสักการะพระบรมศพ(ประมวลภาพ)

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.05 น.

10 ต.ค. 59 เวลา 05.00 น. ที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนซึ่งเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อหลวงผู้เป็นที่รักและศรัทธายิ่งของปวงชนชาวไทย

โดยบรรยกาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างล้นพ้น ก่อนก้มกราบด้วยจิตอฐิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย

ด้าน น.ส.ทัศนีย์ มลาราม อายุ 52 ปี ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.) สาขาประสาทเมืองใหม่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ กล่าวภายหลังเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ว่า ตนและเพื่อนร่วมงานตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระองค์ที่ทรงเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจพอเพียงและทรงเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตแบบพอเพียงให้กับประชาชน โดยส่วนตัวครอบครัว ก็ได้น้อมนำหลักของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวัน และด้วยหน้าที่ก็ได้นำหลักเศษรฐกิจพอเพียงของพระองค์ไปดูแลช่วยเหลือเกษตรกรในการทำเกษตรแบบพอเพียง

ขณะที่ นางสนิท เปลี่ยนดี อายุ 63 ปี ชาวบ้าน หมู่ 9 ต.กกแรต อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เดินทางมากับเพื่อนบ้าน หมู่ 1 ต. บ้านใหม่  กล่าวว่า รู้สึกตื้นตันใจไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้จะได้มีโอกาสเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างแท้จริง ฝนก็ไม่ตก แดดก็ไม่ร้อน ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเสียใจไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดอย่างไร ดูทีวียิ่งเห็นว่าพระองค์ทำประโยชน์ให้กับประชาชนเยอะแยะมากมาย เมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. น้ำท่วมที่ อ.กกไกรลาศ ก็ได้รับถุงพระราชทานของพระองค์ที่พระราชทานไปช่วยเหลือประชาชน พระองค์ท่านเหมือนตัวแทนพระพุทธเจ้าของพวกเรา พวกเราก็จะทำความดีสนองพระคุณของพระองค์ตลอดจนชีวิตจะหาไม่

ด้านนายแฮมมิล ไมเคิล เดวิด อายุ 46 ปี ชาวออสเตรเลีย เดินเท้ามาแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จาก อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง ในช่วงกลางดึกของวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา รวม 21 วัน ระยะทางกว่า 900 กม. โดยมาพร้อมกับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เขียนคำว่า “Walk for king” ถือไว้เบื้องหน้า และสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจเดินทางมาเพียงลำพัง โดยมีนายเมธีพิพัฒน์ เข้มตระกูล อาสากู้ภัยปอเต็กตึ๊งตลาดพลู 068 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนอยู่บริเวณสนามหลวง ได้พบเห็นนายแฮมมิลจึงได้พามาแจ้งกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เพื่อให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ

นายแฮมมิล กล่าวว่า เพิ่งเคยเดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรก เป็นช่วงหยุดพักผ่อนเป็นเวลา 2 เดือน จึงเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย และระหว่างอยู่ที่นี่ได้เห็นประชาชนคนไทยรักในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก พอมีประกาศว่าพระองค์เสด็จสวรรคตเป็นช่วงเวลาที่เห็นคนไทยทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศมีความโศกเศร้ากับการสูญเสียพระองค์ แม้ตัวเองจะรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านน้อยมาก แต่ขณะที่กำลังอยู่ในเมืองไทยจึงอยากทำอะไรสักอย่างที่เป็นการแสดงความอาลัย จึงเลือกที่จะเดินเท้ามากราบสักการะพระบรมศพ และขอแสดงความเสียใจต่อคนไทยทุกคน

“ขณะที่ได้เข้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก้มลงกราบพระบรมศพศที่คิดก็คงเหมือนชาวไทยทุกคน ระลึกถึงว่าพระองค์ทรงทำอะไรหลายอย่างให้แก่ประชาชนของท่านไว้มากมาย ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ว่าเหตุใดเราจึงต้องทำแบบนี้ และเหตุใดถึงรักเมืองไทย และคิดอยากจะใช้ชีวิตในประเทศไทยจนวันสุดท้ายของชีวิต”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของวันที่ 9 พฤศจิกายน หลังปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในเวลา 21.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 33,042 คน รวม 12 วัน มี 345,850 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,538,854.75 บาท รวม 12 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 21,560,231.50 บาท

ด้าน นายสมพล สมเกียรติกุล อายุ 65 ปี นักเขียนแบบ ที่อาศัยแถวสะพานสูง กทม. กล่าวว่า ตนเดินทางมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว บางครั้งก็นั่งฟังพระสวดอยู่ในสนามหลวง วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่ได้มาเข้ากราบสักการะ โดยตื่นตั้งแต่ตี 2 เดินทางมาต่อแถวตอนตี 4 เตรียมตัวทุกอย่างทั้งร่างกาย และเครื่องแต่งกาย ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยสบายๆเพราะต้องต่อแถวนานหลายชั่วโมง ช่วงสักการะก็ระลึกถึงสิ่งต่างๆที่พระองค์ทรงทำเพื่อคนไทย

“ตอนเป็นนักเรียนมัธยมต้นที่จังหวัดราชบุรี พระองค์เสด็จฯไปทรงเปิดงานโรงเรียนที่นั่น ตอนนั้นผมเป็นนักดนตรีแตรวง ทำให้ได้รับเสด็จฯใกล้เพียงเอื้อมมือ พระองค์รับสั่งว่า เด็กพวกนี้เล่นเก่งจัง ซ้อนนานไหม ยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่เลย ซึ่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากและจดจำฝังใจจนถึงตอนนี้ หลังจากนั้นจึงได้ติดตามพระราชกรณียกิจต่าง ๆของพระองค์ตลอดมา โดยเฉพาะด้านศิลปะอย่างดนตรี และภาพวาด ที่พระองค์ทรงเป็นศิลปินที่มีอัจฉริยภาพหาใดเปรียบ ภาพวาดทุกภาพวาดจากใจ เหล่าศิลปินยกให้ท่านเป็นบรมครู เทิดทูนไว้เหนือเกล้า ถือว่าพระองค์เป็นที่สุดแล้วในประวัติศาสตร์โลกนี้” นายสมพลกล่าว

ขณะที่ นางวรรณี มีเนียม อายุ 58 ปี อาชีพทำสวนยาง นั่งรถไฟฟรีมาจากสุราษฎร์ธานี พร้อมกับลูกพี่ลูกน้อง 4 คน กล่าวว่า  ได้นั่งรถไฟมาตั้งแต่เช้าของเมื่อวานนี้ มาถึงกรุงเทพฯช่วงค่ำ ได้เข้าพักที่ไทยญี่ปุ่นดินแดง เพื่อเดินทางมาพร้อมรถที่ทางการจัดให้ประชาชนมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพ โดยตนเดินทางมาเป็นครั้งแรก แม้จะเดินทางมาไกลแต่ก็ไม่ท้อ เพราะพ่อหลวงทรงทำให้พวกเรามีความเป็นอยู่ที่สุขสบายบนแผ่นดินนี้ และช่วยเหลือประชาชนตลอดมา ทำให้เราอยากจะแสดงออกถึงความรักสักครั้ง

ชาวอุดรธานีกราบพ่อกลางสายฝน น้อมรำลึก61ปีเสด็จประพาสเมือง (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244015

ชาวอุดรธานีกราบพ่อกลางสายฝน น้อมรำลึก61ปีเสด็จประพาสเมือง (ประมวลภาพ)

ชาวอุดรธานีกราบพ่อกลางสายฝน น้อมรำลึก61ปีเสด็จประพาสเมือง (ประมวลภาพ)

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 08.11 น.

พสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีทุกหมู่เหล่า ร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์และรำถวายอาลัย พร้อมวางดอกดาวเรืองแทนใจราษฎร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ครบ 61 ปีเสด็จประพาสอุดรธานี

10 พ.ย.59 ค่ำวานนี้(9 พ.ย.59) ที่บริเวณลานหน้าพระตำหนักหนองประจักษ์ศิลปาคม ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ร่วมกิจกรรมถวายความอาลัย ดอกดาวเรืองแทนใจราษฎร์ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบรอบ 61 ปี เสด็จประทับ ณ จังหวัดอุดรธานี

โดยกิจกรรมในวันนี้นอกจากจัดให้มีการแสดงของศิลปินนักร้องลูกหลานชาวอุดรธานี อาทิ ต้น ตระกูล โอเอ รุ่งนภา เพชรอุบล ตู่ดนัย ผลงานลูกอีสาน ศิลปินแม่นกน้อย ต้อยหมวกแดง กิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วาระครบรอบ 61 ปี เสด็จพระราชดำเนินมาจังหวัดอุดรธานีและประทับ พระตำหนักหนองประจักษ์ การร้องเพลงความฟันอันสูงสุด และเพลงสรรเสริญพระบารมี การรำถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ของพสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีจำนวนกว่า 1,000 คน ท่วมกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายในช่วงแรกและตกหนักขึ้นเรื่อย ส่งผลให้ข้าราชการ และพสกนิกรที่ร่วมกิจกรรมเปียกไปตามๆ  ถึงแม้ฝนจะตกลงมาอย่างหนักทุกคนก็ไม่ท้อถอยร่วมประกอบพิธีจนเสร็จ

มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทรับ50โรงเรียน โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243919

x

มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทรับ50โรงเรียน โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายสุปรี เบ้าสิงห์สวย กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทเปิดเผยถึง“โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ว่า มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ซึ่งสนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์และเหล่าพนักงาน เปิดรับโรงเรียนที่ระดับประถมศึกษาในพื้นที่ห่างไกลสมัครเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ประจำปี 2559 จำนวน 50 โรงเรียน โดยเน้นพิจารณาโรงเรียนที่มีนักเรียนประสบปัญหาทุพโภชนาการซึ่งมีภาวะอ้วน เตี้ย ผอมเกินกว่า 10% ขึ้นไป เข้าเป็นสมาชิกโครงการเพื่อร่วมกันสร้างโภชนาการที่ดีให้เยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2559 ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท และซีพีเอฟได้น้อมนำแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ต้องการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการต่ำกว่ามาตรฐานของเด็กไทย ได้จัดทำมาตั้งแต่ปี 2533 ปัจจุบันมีโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 604 แห่ง เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 128 แห่ง โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอื่นๆ 476 แห่ง ช่วยให้เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลกว่า 140,000 คน พ้นจากภาวะทุพโภชนาการได้อย่างเป็นรูปธรรม จากการได้รับโปรตีนและสารอาหารจำเป็นจากไข่ไก่เสริมสร้างโภชนาการที่ดี ล่าสุดในปี 2559 นี้ ทางมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทได้เปิดรับโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพิ่มอีก 50 แห่ง โดยโรงเรียนที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุน 1)งบประมาณการก่อสร้างโรงเรือนตามแบบมาตรฐานที่กำหนด 2)อุปกรณ์กรงตับ และอุปกรณ์ให้น้ำ พร้อมการติดตั้ง3)พันธุ์สัตว์ 4)อาหารสัตว์ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง 1 รุ่น/56 สัปดาห์, วัคซีน 5)ป้ายโครงการ 6)การอบรมให้ความรู้ สำหรับโรงเรียนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท

วธ.เปิดหอศิลป์ยามค่ำคืน เรียนรู้พระราชกรณียกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243921

วธ.เปิดหอศิลป์ยามค่ำคืน เรียนรู้พระราชกรณียกิจ

วธ.เปิดหอศิลป์ยามค่ำคืน เรียนรู้พระราชกรณียกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จากกรณี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการด้านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ ได้เสนอให้ที่ประชุม ครม. เห็นชอบแนวทางการจัดโครงการนำร่องเปิดพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมยามค่ำคืนเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2559 ซึ่งที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบตามที่เสนอ โดยการดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ร่วมกับหน่วยงานและกระทรวงต่างๆ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น

นายวีระ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม ช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กรมศิลปากร ยกเว้นการเก็บค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 41 แห่งทั่วประเทศ อุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ หอสมุดแห่งชาติและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครและโรงราชรถและเครื่องประกอบพระอิสริยยศในพระราชพิธีพระบรมศพ ให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชนและชาวต่างชาติเข้าชมฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 นอกจากนี้ยังสามารถเข้าชมนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” รวบรวมภาพบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์แห่งความทรงจำ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ จากประชาชน ช่างภาพอาสาและช่างภาพอาชีพ ซึ่งเข้าชมได้ทุกวันจนถึงเวลา 20.00 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า การเปิดพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมยามค่ำคืน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมได้รับรายงานว่า ระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2559 ทางสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) จะเปิดให้ประชาชนเข้าชม หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินในยามค่ำคืน เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้ถึงพระราชกรณียกิจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แม็คเอ็ดดูเคชั่นแนะครูใช้สมาร์ทโฟน เป็นตัวช่วยเพื่อให้เข้าถึงนักเรียนมากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243917

x

แม็คเอ็ดดูเคชั่นแนะครูใช้สมาร์ทโฟน เป็นตัวช่วยเพื่อให้เข้าถึงนักเรียนมากที่สุด

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายคมพิชญ์ พนาสุภน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จำกัด เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของนักเรียนโดยผ่าน “ครู” ว่า ครูควรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ให้มีการได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ และควรมีตัวช่วยในการจัดการเรียนการสอนที่ดี โดยเฉพาะในปัจจุบันที่บทบาทของครูจะไม่ใช่เพียงเป็นผู้ให้ความรู้ทางวิชาการอย่างเดียว แต่จะต้องเป็นผู้แนะนำการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับการค้นคว้าหาความรู้ให้เด็กอย่างถูกวิธี และสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะ นักเรียน GEN Yที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีมีความเป็นตัวของตัวเองและมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบอยู่ในกรอบและไม่ชอบเงื่อนไข มีความสามารถในการทำงานหรือชอบการติดต่อสื่อสารผ่านอุปกรณ์เทคโนโลยี และชอบทำงานหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากในยุคของผู้ใหญ่ที่เติบโตมา ปัจจุบันครูหลายคนจะเจอปัญหาว่าเด็กสมัยนี้ดื้อ ไม่เคารพผู้ใหญ่ ไม่เชื่อฟัง ไม่สนใจเรียน ส่งผลให้ความสัมฤทธิผลทางการศึกษานั้นต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้นครูผู้สอนจึงต้องหารูปแบบการสื่อสารหรือการเรียนการสอนที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยของโลกที่เปลี่ยนไป

สำหรับเคล็ดลับง่ายๆ เพื่อให้ครูได้นำไปปรับใช้ในกระบวนการเรียนการสอน ได้แก่ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยอาศัยสมาร์ทโฟน เนื่องจากสมาร์ทโฟนถือเป็นปัจจัยที่ 6 ของเด็กสมัยนี้ อาทิ การตั้งโจทย์ให้ค้นหาคำตอบ การสืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสื่อสารกับนักเรียนหลังหมดคาบเรียน ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความน่าสนใจ ไม่น่าเบื่อแล้ว ในแง่ของจิตวิทยาแล้วยังจะช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดและผูกพัน ทำให้เด็กรู้สึกว่าวิชาการมิได้เป็นเรื่องไกลตัวจากชีวิตประจำวันเลย สร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นภายในห้องเรียน เพราะเด็ก GEN Y เป็นวัยที่ต้องการการมีส่วนร่วมและความเท่าเทียม ดังนั้นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ภายในห้องเรียนควรเปิดโอกาสให้นักเรียนเป็นผู้ออกความคิดเห็น ตั้งแต่การเลือกเนื้อหาที่นักเรียนสนใจ วิธีการวัดผลที่มีความยุติธรรมและเท่าเทียมตามความถนัดอันหลากหลายของนักเรียน อาทิ นักเรียนบางคนถนัดการวาดรูประบายสี บางคนถนัดการพูดอภิปราย บางคนถนัดการเขียน ซึ่งครูควรมีความยืดหยุ่นและเปิดกว้างในเกณฑ์ที่จะนำมาใช้วัดผล ไม่ยึดติดกับรูปแบบใดแบบหนึ่ง รวมไปถึงการสร้างความร่วมมือ เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็น สร้างปฏิสัมพันธ์ส่งเสริมให้เกิดการคิดต่อยอด ที่สำคัญคือครูควรใช้วิธีแนะนำหรือให้ข้อเสนอแนะนักเรียนมากกว่าการชี้ผิดชี้ถูก และเทคนิคสุดท้าย มอบความรักและความห่วงใย แม้ว่าเด็ก Gen Y จะมีโลกส่วนตัวสูง แต่ทุกคนก็ยังต้องการความเข้าใจจากผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นความต้องการอันเป็นพื้นฐานของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเด็กในยุคสมัยใดก็ตาม

ผู้แทนกษัตริย์-ปธน. วางพวงมาลา สักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244012

ผู้แทนกษัตริย์-ปธน.  วางพวงมาลา  สักการะพระบรมศพ

ผู้แทนกษัตริย์-ปธน. วางพวงมาลา สักการะพระบรมศพ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผู้แทนกษัตริย์-ปธน.

วางพวงมาลา

สักการะพระบรมศพ

ดูเตอร์เตสดุดีพ่อหลวง

‘แบบอย่างความดีงาม’

9ชนเผ่าเข้าถวายบังคม

อาชีวะปฏิญาณปรองดอง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ยี่สิบเจ็ด ทรงถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม จากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารจำนวน 8 รูป ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

เวลา 15.28 น.พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จฯในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ผู้นำตปท.วางพวงมาลาสักการะ

วันเดียวกัน มีบุคคลสำคัญจากประเทศต่างๆเดินทางมาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และลงนามถวายความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลีป เลโอโปล หลุยส์ มารียา แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายนิโคลัส นิอง อุปทูต สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียมประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนพระองค์เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ ยังมีนายติน จ่อ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และนายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

“ดูเทอร์เต’ยกในหลวงแบบอย่าง

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 13.30น.ที่ท่าอากาศยานทหาร2 กองบิน6 กองทัพอากาศ ดอนเมือง ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรัฐบาลต้อนรับนายรอดิโก ดูเทอร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในการเข้าถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการนี้ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์กล่าวถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ด้วยสาธารณรัฐฟิลิปปินส์และราชอาณาจักรไทยมีความสัมพันธ์อันยาวนาน และมีประวัติศาสตร์แห่งเกียรติยศร่วมกันภายใต้ร่มพระบารมี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นแบบอย่างของความดีงามให้ประชาชนชาวฟิลิปปินส์และนานาอารยประเทศทั่วโลก

ชาวไทยภูเขา9เผ่าน้อมถวายอาลัย

บรรยากาศบริเวณพระบรมมหาราชวังตลอดทั้งวัน ยังคงมีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลจากทั่วสารทิศมารอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยท้ายแถวยาวไปจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ขณะที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะตั้งแต่เวลา 05.00 น.

ในจำนวนนี้ มีชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ 999 คน จาก 9 ชนเผ่าได้แก่ กระเหรี่ยง ม้ง ลาหู่ อาข่า เมี่ยน ลีซู ลัวะ ขมุและถิ่น จากศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงทั้ง 16 แห่ง พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรม “999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง” ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย แม้มีฝนตกต่อเนื่อง แต่ใม่มีใครย่อท้อที่จะแสดงความอาลัยและความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้าย

นางไพเราะ เมอเมาะ ชาวอาข่าจากอ.แม่จัน จ.เชียงรายกล่าวว่า ตนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงทำเพื่อชาวเขาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งแสดงเหรียญที่ระลึกซึ่งเป็นเครื่องหมายแทนบัตรประชาชนที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อ 47 ปีที่แล้ว ที่เก็บรักษาติดตัวไว้ตลอดชีวิต

ทั้งนี้ ยังมีชาวเขาจำนวน 9 คน ซึ่งเป็นบุคคลในภาพแห่งความทรงจำที่เคยร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ นายจอนิ โอ่โดเชา ชนเผ่ากระเหรี่ยง ผู้เคยทำพิธีผูกข้อพระกรพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จโครงการหลวงขุนวาง เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2528

พระบรมฯพระราชทานโจ๊กไก่

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ด้วยพระมหากรุณาธิคุณทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าหน้าที่นำอาหาร ขนม ผลไม้และน้ำดื่มพระราชมามาแจกให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานวันนี้ มื้อเช้าเป็นโจ๊กใส่ไข่ นมหนองโพ มื้อกลางวัน ข้าวสังข์หยดแกงยอดหวาย และไข่ลูกเขย ข้าวหมูกรอบ ข้าวเหนียวหมูฝอย ขนมปั้นสิบผลไม้ มื้อบ่าย มีขนมไทย ข้าวเหนียวหมู-ไก่ และมื้อเย็น ขนมจีนเขียวหวานไก่ ข้าวหน้าไก่ทอด ข้าวหน้าหมูกระเทียม น้ำสมุนไพรและน้ำดื่ม

ฟ้าหญิงฯรับสั่งแพทย์ดูแลปชช.

ส่วนเต็นท์ที่ 11 เยื้องโรงแรมรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พร้อมพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพรบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้พระราชทานเลี้ยงอาหารเที่ยงแก่ประชาชน พร้อมด้วยหน่วยแพทย์-พยาบาล จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ให้การดูแลรักษาตรวจโรคเบื้องต้นทุกวันจันทร์-อาทิตย์ ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น. ต่อเนื่องจนครบ 100 วันโดยเมนูพระราชทานวันนี้ เป็นข้าวไก่ทอด 1,000 ชุดพร้อมน้ำดื่ม

พระองค์โสมประทานไก่ทอด-ข้าวจี่

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จยังรถเคลื่อนที่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ทรงทอดไก่หมักทรงเครื่องพร้อมข้าวเหนียวประทานแก่ประชาชน ซึ่งวันนี้เตรียมไก่ทอด 1,200 กิโลกรัม และข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม พร้อมเมนูทอดข้าวจี่ และผลไม้ นอกจากนี้ ทรงรับสั่งขออภัยแก่หญิงชาว อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีที่นำพวงมาลัยดอกไม้สดมาถวายเมื่อวันก่อน เนื่องจากซาบซึ้งน้ำพระทัยที่ทรงดูแลตอนจะเป็นลมว่า ติดภารกิจประทานปริญญาบัตร เช้าวันนี้เมื่อประทานปริญญาบัตรเสร็จสิ้นแล้วจึงได้รีบมา นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอื่นนำของมาร่วมแจกเพิ่มเติม อาทิ ขนมจีบ ซาลาเปา และผลไม้

กางเต็นท์เพิ่มให้ปชช.นั่งรอทุกคน

ที่บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ มีการปรับพื้นที่และตั้งเต็นท์เพิ่ม เป็นจุดรวมประชาชนให้นั่งรอคิวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางส่วนสับสนกับการจัดระบบปล่อยคิวที่รออยู่ในเต็นท์

ปล่อยคิวตามลำดับเต็นท์

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รอบเต็นท์จุดรวมประชาชนเผยว่า วันนี้เป็นวันเเรกที่ปรับการจัดเเถวเข้าถวายบังคมพระบรมศพ โดยจัดระเบียบปล่อยคิวเรียงลำดับตามเต็นท์ แบ่งเป็น 7 จุดๆละ 4-5 เต็นท์ วนเข้าถวายบังคมพระบรมศพที่ละเต็นท์ตามลำดับประชาชนที่มารอก่อนหลัง ป้องกันการแซงคิว โดยขอความร่วมมืออย่าเเซงหรือสลับเต็นท์เด็ดขาด ถ้าพบจะนำไปต่อที่ท้ายแถวทันที

กอร.รส.ถกเข้มดูแลปชช.12-13พย.

ส่วนที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.)แถลงหลังประชุมว่า

ที่ประชุมหารือเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนช่วงวันที่ 12-13 พฤศจิกายน หลังให้ประชาชนใช้การสัญจรทางน้ำให้มากขึ้น จึงเน้นความปลอดภัยโป๊ะเรือต่างๆ อีกทั้ง ยังรองรับเทศกาลลอยกระทงวันที่ 14 พฤศจิกายน เบื้องต้นสำนักงานเขตพระนครตรวจสอบทุกโป๊ะแล้วพบ อยู่ในมาตรฐานที่กำหนด สำหรับการรองรับพระสงฆ์ที่จะเดินทางมาเจริญจิตภาวนาปลงธรรมสังเวชพระบรมศพฯ กอร.รส.จะเชิญผู้แทนจากสำนักพุทธศาสนา มาหารือเรื่องการดูแลจัดที่พักคอยให้พระสงฆ์ตามความเหมาะสม อาจวัดโพธิ์ วัดมหาธาตุฯ หรือที่ราชนาวีสโมสร

ยันไม่มีลัดคิว-เข้าเรียงตามเต็นท์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนเกิดความสับสนในการจัดคิว จากการปล่อยประชาชนที่เต็นท์พักคอย พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า จุดต่อคิวจะมีบอลลูนลอยเป็นสัญลักษณ์ การปล่อยคิวประชาชนเป็นไปตามที่สำนักพระราชวังส่งสัญญาณมาว่า ให้ประชาชนเข้าไปได้ ยืนยันไม่มีการปล่อยให้ใครได้เข้าไปก่อน ถ้าประชาชนที่อยู่ในเต็นท์ที่ 1 ลุกออกไปเข้าคิว ก็จะให้คนที่อยู่เต็นท์ 2 เข้ามานั่งที่เต็นท์ 1 แทน เมื่อกทม.ตั้งเต็นท์ครบ 70 เต็นท์ที่ด้านทิศเหนือของสนามหลวงเสร็จแล้ว ประชาชนที่พักคอยในเต็นท์จะได้เข้าสักการะได้ทั้งหมด ยืนยันไม่มีการลัดคิวเด็ดขาด

ปชช.ขอถกถวายเกียรติ“มหาราช”

ด้านนายบวร ยสินทร ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน เปิดเผยว่า เครือข่าย 13 ตุลา ภูมิพลมหาราชทำหนังสือถึงรัฐบาลขอจัดกิจกรรมประชุมใหญ่หารือรายละเอียดและขั้นตอนรวบรวมรายชื่อประชาชนทั่วประเทศ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญา “ภูมิพลมหาราช” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ขณะนี้รอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะอนุญาตให้จัดกิจกรรมดังกล่าวหรือไม่

จองคิวออนไลน์เสร็จ14-15พย.

ความคืบหน้าการลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ตนสอบถามนายสมศักดิ์ ห่มม่วง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ซึ่งหารือกับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) แล้ว ตัวโปรแกรมลงทะเบียนออนไลน์น่าจะเสร็จวันที่ 14-15 พฤศจิกายน จากนั้นต้องดูการเชื่อมต่อกับ 77 จังหวัดว่าจะมีเสถียรภาพหรือไม่ และนำมากำหนดจุดปลายทางใกล้พระบรมมหาราชวัง จะมีกองอำนวยการ เจ้าหน้าที่เทคนิคดูแล เมื่อทำเสร็จสิ้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

1.ประชาชนที่เดินทางมาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นชุดใหญ่ 2.ประชาชนที่มาจากการลงทะเบียนออนไลน์ ต้องดูการบริหารคิวออนไลน์ให้เสถียรและยุติธรรมกับทั้งสองส่วนอย่างเหมาะสม แต่ขณะนี้ยังไม่กำหนดจำนวนบุคคลที่จะลงทะเบียนออนไลน์ว่าต้องมีจำนวนเท่าใด

ศตส.ให้จว.ดูแลคนไม่มีอินเตอร์เน็ต

“ไม่ได้หมายความว่าใครจองก่อนได้ก่อน แต่คนที่มาเองตามอัธยาศัยก็ต้องได้สิทธิเช่นกันกัน เพราะมาตั้งแต่ตี 4 ตี 5 ต้องได้ร่วมกัน ส่วนน้ำหนักแบ่งเกณฑ์จะเป็นอย่างไรต้องคุยกันอีกครั้ง”พล.อ.อ.ประจินกล่าว และว่า ส่วนประชาชนที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตอาจใช้ช่องทางศูนย์ดำรงธรรมหรือใช้ช่องทางจากจังหวัดและอำเภอ เพราะส่วนนี้ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.)มอบให้จังหวัดไปคุยกัน จากนั้นรัฐบาลจะนำมาประชุมปรึกษาเพื่อหารือกันอีกครั้ง

“ปนัดดา”รับมอบข้าว-วีลแชร์

วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรับมอบสิ่งของจากนายเคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะผู้บริหารที่สนับสนุนข้าวเปลือกจากโรงสีข้าวรัชมงคล 27 ตัน เพื่อบรรจุเป็นข้าวถุงพอเพียง และข้าวสารเพื่อหุงแจกประชาชน 140 ตัน

โดยมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อบริการประชาชน 65 ตัน และออกบูธร่วมกับผู้แทนจำหน่ายเพื่อจัดทำอาหาร 75 ตัน รถเข็นนั่ง 200 คัน พัด 365,000 เล่ม และเจ้าหน้าที่จิตอาสา 150 คนต่อวัน เพื่อรับรองและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แห่แลกธนบัตรที่ระลึกหมดเกลี้ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแรกที่ธนาคารพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศเปิดให้ประชาชนแลกธนบัตรที่ระลึก 2 แบบ ได้แก่ ที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในมหามงคลสมัย 60 พรรษา (พ.ศ.2530) ชนิดราคา 60 บาท และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย (พ.ศ.2545) ชนิดราคา 100 บาท ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจัดสรรให้ชนิดละ 1 แสนฉบับ ให้ประชาชนแลกได้คนละ 1 ใบ โดยประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก โดยบางสาขามีผู้มารอเข้าคิวตั้งแต่เวลาตี 4 เมื่อเปิดให้แลกปรากฎว่าธนบัตรหมดภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง และบางสาขาหมดไปตั้งแต่ 10 นาทีที่เปิดให้แลก ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า แลกไปเก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคล

อาชีวะ999,999คนปฎิญาณตน

สำหรับบรรยากาศแสดงความอาลัยและความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแต่ละจังหวัดยังคงมีการจัดกิจกรรมาอย่างต่อเนื่องของทุกภาคส่วน ที่วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี อ.เมือง จ.ปทุมธานี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานจัดกิจกรรม “999,999 คน ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์” ซึ่งมีผู้แทนนักศึกษาอาชีวะทั้งภาครัฐและเอกชนในกทม.และปริมณฑล ปฏิญาณตนทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับนักศึกษาจากสถานศึกษาอาชีวศึกษา 914 แห่งทั่วประเทศ รวม 999,999 คน ที่ร่วมปฏิญาณตนในเวลาเดียวกันว่า ต่อไปจะไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา เพราะเด็กอาชีวะทุกคนเป็นคนไทยที่รักพ่อหลวง จะร่วมสร้างสังคมให้มีความสุขรักใคร่ ปรองดองสมานฉันท์ เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่และภาพลักษณ์เชิงบวกให้ชาวอาชีวะศึกษา

แล่นเรือซุปเปอร์มดเทิดพระเกียรติ

ที่ท่าเรือร้านอาหาร HAVEN 69 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี กลุ่มครูฝึกเรือใบทีมชาติไทย นำโดย จ.อ.ธรรมศักดิ์ มีอยู่สามเสน นำเรือใบซุปเปอร์มด 3 ลำ แล่นใบในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อไปแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง รวมระยะ 17 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง โดยจ.อ.ธรรมศักดิ์เผยว่า เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายความอาลัยต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเผยแพร่พระอัจฉริยะภาพที่พระองค์เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นออกแบบเรือใบซุปเปอร์มดที่ได้จดสิทธิบัตรที่อังกฤษ สำหรับการแล่นใบในแม่น้ำครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก

ปัตตานีร่วมแปรอักษรเลข๙

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นำส่วนราชการและประชาชน 500 คน จัดกิจกรรมรวมพลังชาวปัตตานีร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แปรอักษรเลข 9 ไทย บนสะพานเดชานุชิต แปรอักษรปัตตานี บนสะพานศักดิ์เสนี แปรอักษร ในหลวงของเรา รายอกีตอ และแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์เหนือผืนน้ำปัตตานี จุดเทียนแสดงความอาลัยและความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ริมฝั่งแม่น้ำปัตตานี ถนนนรินทราชเขตเทศบาลเมืองปัตตานี

ยะลาร่วมร้องเพลงสรรเสริญ

เช่นเดียวกับ ที่จ.ยะลา นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำส่วนราชการและประชาชน 30,000 คน ร่วมแปรอักษรเป็นรูปช้างเผือกและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมีอาจารย์สมเถา สุจริตกุล วาทยกรเป็นควบคุมวงออร์เคสตาร์เยาวชนเทศบาลนครยะลาและคอรัสกว่า 200 ชีวิตร่วมบรรเลงเพลง เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ ยังยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา 89 วินาที

โกโจ้ก๋วยเตี๋ยวดังโก-ลก ให้กินฟรี

ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวโกโจ้ เลขที่ 13/1 ถ.เจริญเขต ซอย 3 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาสประชาชนจำนวนมากมาต่อแถวรับประทานก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ต้มยำและก๋วยเตี๋ยวหมู ซึ่งนายสุรชัย สุธัญญาวัชชัย อายุ 41 ปี เจ้าของร้านเตรียมไว้ 500 ชาม เปิดให้ประชาชนกินฟรี โดยมีป้ายข้อความขนาดใหญ่ระบุว่า ชาวสุไหงโกลกทำดีเพื่อพ่อ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อ่างทองเดินเท้ากราบพระศพ

ส่วนจ.อ่างทอง ชาวบ้านในต.ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ 9 คน สำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 ออกเดินเท้ามุ่งหน้าไปถวายสักการะและแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพ ใช้เส้นทางถนนบางปะหัน-บางบัวทอง ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นายประเสริฐ คงสุวรรณ์ อายุ 68 ปี อดีตกำนันตำบลตลาดใหม่ นายกรึก สร้อยทรัพย์ อายุ 63 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลตลาดใหม่ นายวิทยา มีสกุล อายุ 58 ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอบทม นายวิโรจน์ สอาดศรี อายุ 57 ปี สมาชิกอบต.ตลาดใหม่ นายดา ระรวยรื่น อายุ 58 ปี สมาชิก อบต.ตลาดใหม่ นายวินัย รอตเสียงล้ำ อายุ 64 ปี นายมนัส เกษรนรี อายุ 66 ปี สมาชิก อบต.ตลาดใหม่ นายอภิชล คงอ่อน อายุ 50 ปี และนายละเอิบ นาคกุญชร 68 ปี

หนุ่มพิการอุดรปั่น2ล้อเข้ากรุง

นายธรรจฐานิต ปัญญาพิชัยยุทธ อายุ 43 ปี ชาวจ.อุดรธานี ซึ่งพิการขาลีบเพราะป่วยโรคโปลิโอมาตั้งแต่เกิดปั่นจักรยานคู่ใจออกเดินทางเข้า กทม.เพื่อกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยเผยว่า ตนตั้งจิตปฏิญาณตนต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าจะเป็นจิตอาสาไปตลอดชีวิต ทำความดีถวายในหลวง และครั้งนี้จะปั่นจักรยานเข้ากทม. คาดใช้เวลา 7 วัน และเมื่อกลับมาถึงจะบวชถวายเป็นพระราชกุศลอีก 2 พรรษาด้วย

‘เทคนิคราชบุรี’ร้อยดวงใจ แปรอักษรถวายอาลัย’พ่อหลวง’ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243958

'เทคนิคราชบุรี'ร้อยดวงใจ แปรอักษรถวายอาลัย'พ่อหลวง' (ชมคลิป)

‘เทคนิคราชบุรี’ร้อยดวงใจ แปรอักษรถวายอาลัย’พ่อหลวง’ (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 18.06 น.

9 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพมุมสูงที่บันทึกภาพกิจกรรมการแสดงออกถึงความจงรักภักดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่บริเวณสนามกีฬาภายในวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ด้วยการแสดงออกถึงความจงรักภักดีในการแปรอักษร เลข 9 ไทย และ คำว่า “รักพ่อหลวง” วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ด้วยการรวมพลังของครูอาจารย์และนักศึกษา จำนวน 5,060 คน และเป็นการรวมกลุ่มของอาชีวะทั่วประเทศที่ออกมารวมพลังกัน 999,999 คน ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์ นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

โดยบรรยากาศที่วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี นายเสน่ห์  ศรีวิไลย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ได้นำอาจารย์ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ นักศึกษา จำนวน 5,060 คน สวมชุดดำและชุดขาว ร่วมกันแปรอักษรเลข 9 ไทยขนาดใหญ่ ระบุข้อความ รักพ่อหลวง และ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี เคียงคู่กับ รูปหัวใจ ที่บริเวณด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ จากนั้น ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ได้นำกราบถวายบังคมที่ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และนำกล่าวถวายความอาลัยด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้นำพสกนิกรชาวอาชีวะศึกษาทั่วประเทศ 999,999 คน ผ่านการถ่ายทอดสดโทรทัศน์ทางช่อง 5 ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้อง ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย จากนั้นพร้อมใจกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ภายหลังเสร็จพิธีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้ทรงให้ความสำคัญของอาชีวะการศึกษา โดยที่ทางสถาบันอาชีวะทั่วประเทศได้น้อมนำพระราชดำรัสและหลักปรัชญาต่างๆ มาดำเนินการใช้ในด้านการศึกษา พร้อมทั้งได้ออกช่วยเหลือสังคมในโอกาสต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลตลอดมา

 

‘ปนัดดา’ต้อนรับผู้นำฟิลิปปินส์ ในโอกาสถวายความอาลัยพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243939

'ปนัดดา'ต้อนรับผู้นำฟิลิปปินส์ ในโอกาสถวายความอาลัยพระบรมศพ

‘ปนัดดา’ต้อนรับผู้นำฟิลิปปินส์ ในโอกาสถวายความอาลัยพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.42 น.

9 พ.ย.59 เมื่อเวลา 13.00 น. ณ ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 กองทัพอากาศ ดอนเมือง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรัฐบาลให้การต้อนรับ ฯพณฯ นายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในการเข้าถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ซึ่งในการนี้ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ได้กล่าวถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสาธารณรัฐฟิลิปปินส์และราชอาณาจักรไทย มีความสัมพันธ์อันยาวนาน และมีประวัติศาสตร์แห่งเกียรติยศร่วมกันภายใต้ร่มพระบารมี โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นแบบอย่างของความดีงามให้กับประชาชนชาวฟิลิปปินส์และนานาอารยประเทศทั่วโลก

‘ปธน.เมียนมา’เยือนประเทศไทย ถวายพระราชสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243936

'ปธน.เมียนมา'เยือนประเทศไทย ถวายพระราชสักการะพระบรมศพ

‘ปธน.เมียนมา’เยือนประเทศไทย ถวายพระราชสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.40 น.

9 พ.ย.59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายถิ่น จอว์ ประธานาธิบดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในการเดินทางเยือนราชอาณาจักรไทย เพื่อถวายพระราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช