13พ.ย.องค์กรวิชาชีพสื่ออาลัย-รำลึกถึง’พระเจ้าอยู่หัว ร.9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243922

13พ.ย.องค์กรวิชาชีพสื่ออาลัย-รำลึกถึง'พระเจ้าอยู่หัว ร.9'

13พ.ย.องค์กรวิชาชีพสื่ออาลัย-รำลึกถึง’พระเจ้าอยู่หัว ร.9′

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.10 น.

องค์กรวิชาชีพสื่อ รวมใจแสดงความอาลัย “พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9” วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน ร่วมจุดเทียน ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการสื่อมวลชนไทย

9 พ.ย.59 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีการประชุมร่วมกันขององค์กรวิชาชีพสื่อ เพื่อสรุปรายละเอียดการจัดงาน “รวมใจคนสื่อน้อมเกล้าฯ แสดงความอาลัย พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9” ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2559 ณ  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน

โดยมีกำหนดการจัดงาน ดังนี้ เวลา 16.00 น.ลงทะเบียน 17.00 น.บรรเลงไวโอลินเพลงพระราชนิพนธ์ 17.30 น.นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน ต่อจากนั้น นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ประธานมูลนิธิอิศรา อมันตกุล เป็นประธานในพิธีถวายพวงมาลัย และนายมานิจ สุขสมจิตร ประธาน มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อวงการสื่อมวลชน

เวลา 17.45 น.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติและกวีซีไรท์ และนายอัศศิริ ธรรมโชติ ศิลปินแห่งชาติและนักเขียนซีไรท์ อ่านบทร้อยแก้ว ร้อยกรอง จากนั้น 18.00 น.สื่อมวลชนยืนสงบนิ่งร่วมกัน 89 วินาที และเวลา 18.11 น.จุดเทียนและร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี 19.00 น.ถ่ายภาพร่วมกัน

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2559 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เปิดให้เพื่อนสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมลงนามแสดงความอาลัย และถวายสักการะหน้าพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อาคารที่ทำการสมาคมฯ ทุกวันอย่างต่อเนื่อง

นายมานิจ สุขสมจิตร ประธาน มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้สื่อมวลชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการสื่อมวลชนอย่างใหญ่หลวง ไม่เฉพาะเรื่องที่ทำการของหลายองค์กรสื่อในปัจจุบัน ที่สร้างขึ้นในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  ที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ และเสด็จฯทรงเปิดอาคาร แต่ทรงมีพระบรมราโชวาทหลายที่หลายแห่ง ที่เป็นประโยชน์ เป็นธง ของพวกเราในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องจริยธรรมของการเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีความเท็จ ซึ่งท่านทรงย้ำอย่างมาก

นอกจากนี้ อีกเรื่องสำคัญ ที่มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้ คือการที่พระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้กฏหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อเพิ่มโทษหมิ่นประมาท ด้วยโฆษณา หรือเพิ่มค่าเสียหายให้สูงกว่าเดิม ตามที่รัฐบาลสมัยนั้นเสนอในปี 2535 ซึ่งสื่อมวลชนทุกแขนง หากกระทำละเมิด จะต้องชดใช้ให้ผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาท อย่างต่ำ 4 ล้านบาท เมื่อไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย สภาและรัฐบาลขณะนั้นก็ไม่กล้ายืนยันใช้กฎหมายฉบับนี้

ทั้งนี้ หากประกาศใช้กฏหมายฉบับนั้น จะกลายเป็นอุปสรรค ขัดขวางการทำงานของสื่อ จะทำให้ไม่กล้าไปตรวจสอบใคร เพราะหากพลาดพลั้งไป ต้องโดนโทษทั้งอาญาและแพ่งอย่างหนัก นี่เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ต่อวงการสื่อมวลชนอย่างใหญ่หลวง ไม่เฉพาะสื่อแต่หมายถึงประชาชนด้วย เพราะการทำหน้าที่ตรวจสอบของสื่อ คือประโยชน์ของประชาชน

‘ดาว์พงษ์’นำ999,999นศ.อาชีวะ ร่วมกิจกรรม’ปฏิญาณตนเพื่อพ่อฯ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243918

'ดาว์พงษ์'นำ999,999นศ.อาชีวะ ร่วมกิจกรรม'ปฏิญาณตนเพื่อพ่อฯ'

‘ดาว์พงษ์’นำ999,999นศ.อาชีวะ ร่วมกิจกรรม’ปฏิญาณตนเพื่อพ่อฯ’

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.04 น.

‘ดาว์พงษ์’ นำ 999,999 นศ.อาชีวะร่วมกิจกรรม ‘ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์’ ประกาศเลิกใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา สืบสานพระราชปณิธานสร้างสังคมไทยเป็นสุข พร้อมมอบหมายอาชีวะทั่วประเทศ จัด ‘จิตอาสา’ ออกพื้นที่ให้บริการชุมชนถวายเป็นพระราชกุศล

9 พ.ย.59 เมื่อเวลา 09.09 น. ที่วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นประธานจัดกิจกรรม “999,999 คน ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์” โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้นำผู้แทนนักศึกษาอาชีวะทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ปฏิญาณตนทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในขณะเดียวกันสถานศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 914 แห่ง จำนวน 999,999 คน ทั่วประเทศ ได้ร่วมปฏิญาณตนในเวลาเดียวกันด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในระหว่างการเปิดกิจกรรมช่วงหนึ่งว่า กิจกรรมการปฏิญาณตน อาชีวะสมานฉันท์ครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเชิญชวนเด็กอาชีวะร่วมใจทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยร่วมกันปฏิญาณตนว่า ต่อไปจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เนื่องจากเด็กอาชีวะทุกคนเป็นคนไทยที่รักในหลวง และอยากทำความดีถวายพระองค์ท่าน ซึ่งนอกจากจะปฏิญญาณตนแล้ว จะร่วมกันสร้างสังคมไทยให้มีความสุข มีความรักใคร่ ปรองดอง สมานฉันท์  เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้ชาวอาชีวศึกษาด้วย

โดยได้มอบหมายให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาทุกแห่ง ดำเนินการจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนำความรู้ ความสามารถเชิงช่างและสาขาวิชาชีพของนักศึกษาในแต่ละสาขาออกปฏิบัติงานจริงในรูปแบบกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม ออกพื้นที่ให้บริการชุมชนในรูปแบบ Fix it center หรือศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ให้บริการย้อมผ้า ทำริบบิ้น และเครื่องทองน้อยแจก ให้บริการตัดผมฟรี เดินสายไฟฟ้า ทาสีให้วัด หรือสถานที่ๆ เป็นจุดศูนย์รวมต่างๆ ดูแลด้านการเกษตร แจกกล้าไม้ ทำอีเอ็ม และปุ๋ยอินทรีย์ให้เกษตรกร

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวให้โอวาทนักศึกษาอาชีวะทั่วประเทศ เพื่อให้ดำรงตนเป็นคนดี มีคุณธรรม ใช้วิชาชีพให้เกิดประโยชน์ หลังจากเสร็จพิธี ได้นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของนักศึกษาอาชีวะด้วย

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่-ข้าวจี่ ประทานประชาชนที่สนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243892

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่-ข้าวจี่ ประทานประชาชนที่สนามหลวง

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่-ข้าวจี่ ประทานประชาชนที่สนามหลวง

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.11 น.

9 พ.ย.59 เวลา 13.05 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเอง เสด็จมายังรถเคลื่อนที่ ของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ ทรงทอดไก่เป็นเมนู ข้าวเหนียวไก่ทอดประทานให้แก่พสกนิกรที่มาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพสกนิกรเดินทางมายืนรอชื่นชมพระบารมีและรับข้าวเหนียวไก่ทอดอย่างเนืองแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เดินทางมาถึง ทรงแย้มพระโอษฐ์ทักทายสร้างความปลื้มปิติให้ประชาชนที่มารอรับเสด็จ โดยวันนี้มีไก่ที่นำมาทอดทั้งหมด 1,200 กิโลกรัม ข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม เป็นเมนูข้าวเหนียวไก่ทอดและเมนูข้าวจี่แจกจ่ายแก่ประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอื่นๆ นำอาหารและผลไม้มาร่วมแจกเพิ่มเติมด้วย เช่น ขนมจีบ ซาลาเปา ส่วนผลไม้ มี แอปเปิ้ล พลับ มะม่วง องุ่น เป็นต้น โดยมีนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “เอ ไชยา มิตรชัย, “โอ๊ต สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์, อาท เควัน, นิโคล เทริโอ และ นาตาลี เดวิส มาเป็นจิตอาสาช่วยแจกอาหารด้วย

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243885

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.02 น.

9 พ.ย.59 ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายแก่ประชาชนในวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. โจ๊กใส่ไข่ 1,000 ถ้วย พร้อมนมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ประกอบด้วย ข้าวสังข์หยดแกงยอดหวาย และไข่ลูกเขย จำนวน 1,200 จาน ข้าวหมูกรอบ 1,300 ชุด ข้าวเหนียวหมูฝอย 1,000 ชุด ขนมปั้นสิบ 1,000 ชุด ผลไม้ 1,000 ชุด ส่วนมื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 ชุด ข้าวเหนียวหมู-ไก่ 1,000 ชุด และมื้อเย็นเวลา 18.00 น. ขนมจีนเขียวหวานไก่ ข้าวหน้าไก่ทอด ข้าวหน้าหมูกระเทียม อย่างละ 2,000 ชุด ขณะเดียวกันมีน้ำสมุนไพรจำนวน 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ส่วนเต็นท์ที่ 11 เยื้องกับโรงแรมรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณอัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าหลานเธอ อทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงมีรับสั่งให้พระราชทานเลี้ยงอาหารกล่องและน้ำ วันละหนึ่งมื้อ (มื้อเที่ยง) ให้แก่ประชาชน พร้อมด้วยหน่วยแพทย์-พยาบาล จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ให้การดูแลรักษาตรวจโรคเบื้องต้น รวมถึงการปฐมพยาบาลอุบัติเหตุเล็กน้อย โดยเปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น. ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

โดยในวันนี้พระราชทานข้าวไก่ทอด 1,000 ชุด พร้อมมีน้ำดื่มบริการตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันได้มีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มาให้บริการจำนวน 12 คน และจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองผลัด รวมจำนวน 11 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จิตอาสาใช้เวลานอกจากการทำงานมาร่วมให้บริการประชาชนอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ชาวเขา9ชนเผ่าแสดงความอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243881

ชาวเขา9ชนเผ่าแสดงความอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ชาวเขา9ชนเผ่าแสดงความอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.43 น.

9 พ.ย.59 ราษฎรบนพื้นที่สูงจาก 9 ชนเผ่า จาก 20 จังหวัด ประกอบด้วย กะเหรี่ยง เมี่ยน ลาหู่ถิ่น อาข่า ม้ง ขมุ ลีซอ และรวมทั้งสิ้น 999 คน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง และในจำนวนนี้เป็นบุคคลในภาพแห่งความทรงจำ 9 เหตุการณ์ และผู้ที่เคยร่วมทำพิธีผูกขวัญ เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายใต้กิจกรรม “999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง”

นาย จอนิ โอ่โดเชา ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง อายุ 72 ปี อาชีพทำการเกษตรและเลี้ยวสัตว์ หมู่บ้านหนองเต่า ต.แม่วิง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในบุคคลในภาพเหตุการณ์ กล่าวว่า ตนเคยรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มา 5 ครั้ง เคยมีโอกาสผูกข้อมือตามหลักพิธีของเผ่าปกาเกอะญอเพื่อเรียกขวัญพระองค์ 2 ครั้ง เมื่อประมาณปี 2519 หรือเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ขณะเสด็จฯ ไปทรงสร้างฝายเก็บน้ำให้กับหมู่บ้าน โดยตนได้อธิษฐานขอให้พระองค์มีพระชนมายุยืนยาว และเมื่อทราบว่าพระองค์เสด็จสวรรคตก็รู้สึกเสียใจมาก พระองค์เป็นกษัตริย์นักพัฒนา เสด็จฯ ไปทั่วทุกภาคในประเทศไทย แม้จะเป็นที่ทุรกันดาร เมื่อก่อนที่หมู่บ้านตนก็ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ และไม่มีถนน แต่พระองค์ก็เสด็จฯ มาช่วยพัฒนาหมู่บ้าน จนทำให้พวกเรามีถนน มีอ่างเก็บน้ำ และมีไฟฟ้าใช้ รวมถึงโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่ทำให้ชีวิตพวกเราดีขึ้น แม้เราจะเป็นชาวเขา แต่พระองค์ก็ยังให้ความสำคัญ เสด็จฯ มาเยี่ยมในพื้นที่ ในวันนี้พวกเราจึงถือโอกาสนี้มากราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งตนได้อธิษฐานให้พระองค์พักผ่อนอยู่บนสวรรคาลัย ไม่ต้องห่วงกังวล พวกเราจะนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาปฏิบัติทั้งหมู่บ้าน

พ.ต.ท.ดร.นาวิน วงศ์รัตนมัจฉา อายุ 62 ปี  อดีต รอง ผกก.สส.ผนพ.สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เผ่าลีซู นายกสมาคมลีซู เพื่อส่งเสริมการศึกษาวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จไปทรงตรวจเยี่ยมโครงการหลวง ต.เมืองแหง และสนับสนุนให้ชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่น และส่งเสริมให้ปลูกกาแฟ และปลูกผักผลไม้ ซึ่งช่วงนั้นตนยังเด็กอยู่ แต่ลุงซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและพ่อตนซึ่งเป็นน้องชายผู้ใหญ่จึงได้มีโอกาสเข้ารับเสด็จด้วย ซึ่งหลังจากที่พระองค์เสด็จมาที่หมู่บ้านแล้ว เด็กๆ ก็ได้รับการศึกษา สามารถพูดไทยได้ มีโอกาสได้เรียนสูงขึ้น บางคนได้รับราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์ ตำรวจตระเวนชายแดน ครู พยาบาล มีถนนเข้าถึงหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านมีอาชีพ มีงานทำ มีรายได้จากการขายผักผลไม้ให้โครงการหลวง ต่างจากก่อนนี้ที่มีอาชีพปลูกฝิ่นต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ผ้าห่มรองเท้าก็ไม่มีใช้ แต่หลังจากโครงการหลวงเข้าไปแล้วชาวบ้านก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“ซึ่งผมเองก็ได้รับผลนั้น โดยเข้าโครงการธรรมจาริกชาวเขาซึ่งเป็นโครงการของพระองค์ในโรงเรียนปริยติธรรม และเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จนจบดุษฎีบัณฑิต สาขาพุทธศาสนา และเข้ารับราชการตำรวจ ซึ่งทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดี สามารถนำความรู้ไปช่วยชาวเขาได้ และที่ผ่านมาผมยังได้เคยถวายงาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยการเป็นล่ามถวาย ช่วงที่พระองค์เสด็จเยี่ยมชาวเขาตามดอยต่างๆ ด้วย” พ.ต.ท.ดร.นาวิน กล่าว

เรือใบซุปเปอร์มดมุ่งหน้าถวายอาลัย ตื้นตัน! พระอัจฉริยะภาพ’พ่อหลวง’ผู้ประดิษฐ์คิดค้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243876

เรือใบซุปเปอร์มดมุ่งหน้าถวายอาลัย  ตื้นตัน! พระอัจฉริยะภาพ'พ่อหลวง'ผู้ประดิษฐ์คิดค้น

เรือใบซุปเปอร์มดมุ่งหน้าถวายอาลัย ตื้นตัน! พระอัจฉริยะภาพ’พ่อหลวง’ผู้ประดิษฐ์คิดค้น

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.16 น.

9 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเรือร้านอาหาร HAVEN 69 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี กลุ่มครูฝึกเรือใบทีมชาติไทย ประกอบด้วย จ.อ.ธรรมศักดิ์  มีอยู่สามเสน พ.จ.อ.สุธี พูลพัฒน์ และ จ.อ.ชาลี อิทธิ นำเรือใบซุปเปอร์มด จำนวน 3 ลำ แล่นใบในแม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง รวมระยะประมาณ 17 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.

ทั้งนี้ จ.อ.ธรรมศักดิ์  กล่าวว่า การทำกิจกรรมในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและถวายความอาลัยพ่อหลวง เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยะภาพที่พระองค์เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นออกแบบเรือใบซุปเปอร์มดและได้มีการจดสิทธิบัตรไว้ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเรือใบรุ่นซุปเปอร์มดนี้มีความเร็วและความคล่องตัวขณะที่แล่นในทะเล สำหรับการแล่นใบในแม่น้ำครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกเพราะพวกเราไม่เคยแล่นใบในแม่น้ำมาก่อนเลย เราจะแสดงให้เห็นว่าในแม่น้ำก็สามารถแล่นใบเรือซุปเปอร์มดได้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ​

‘รร.โยธินบำรุง’แสดงความจงรักภักดี’พ่อหลวง’ แปรอักษรหน้าอนุสาวรีย์วีระไทย(พ่อจ่าดำ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243873

'รร.โยธินบำรุง'แสดงความจงรักภักดี'พ่อหลวง' แปรอักษรหน้าอนุสาวรีย์วีระไทย(พ่อจ่าดำ)

‘รร.โยธินบำรุง’แสดงความจงรักภักดี’พ่อหลวง’ แปรอักษรหน้าอนุสาวรีย์วีระไทย(พ่อจ่าดำ)

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.51 น.

9 พ.ย.59 ที่บริเวณลานวงเวียนรอบอนุสาวรีย์วีระไทย (พ่อจ่าดำ) หน้าโรงเรียนโยธินบำรุง ถนนภายในค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราข นายสมบัติ มีสุนทร ผู้อำนวยการโรงเรียนโยธินบำรุง พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน ได้ทำกิจกรรมถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์อย่างสมพระเกียรติ

โดยคณะครู นักเรียน ได้มีการแปรอักษรแสดงความอาลัย เป็นรูปเลข ๙ รอบลานอนุสาวรีย์วีระไทย (พ่อจ่าดำ) มีอนุสาวรีย์วีระไทย (พ่อจ่าดำ) อยู่ตรงกลาง ทำให้องค์ประกอบของการแปรอักษรสวยงามตระการตา

พม.จัดกิจกรรม’999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง’ ก่อนเดินทางถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243859

พม.จัดกิจกรรม'999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง' ก่อนเดินทางถวายสักการะพระบรมศพ

พม.จัดกิจกรรม’999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง’ ก่อนเดินทางถวายสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.00 น.

9 พ.ย. 59 เวลา 11.00 น. พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม) ให้การต้อนรับราษฎรบนพื้นที่สูง 9 ชนเผ่า จาก 20 จังหวัด จำนวน 999 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีจำนวนหนึ่งที่เป็นบุคคลในภาพที่เคยร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ จำนวน 9 เหตุการณ์แห่งความทรงจำของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมมอบกระเป๋า “พม. เพื่อพ่อหลวง” เพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และเครือข่ายภาคประชารัฐ มอบให้แก่ราษฎรบนพื้นที่สูง และได้เยี่ยมชมนิทรรศการ “บุคคลในภาพ” 9 ภาพณ วิหารคต วัดเบญจมบพิตร ดุสิตวนารามราชวรวิหาร จากนั้นได้ปล่อยขบวนรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 25 คัน ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการเดินทางของราษฎรบนพื้นที่สูง 9 ชนเผ่า ไปยังสนามหลวง เพื่อตั้งริ้วขบวนแยกตามเผ่า ก่อนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายใต้กิจกรรม “999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง”

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการพัฒนาคนตามหลักการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนามาขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชดำริ เกี่ยวกับการพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง อาทิ โครงการหลวง โครงการในพระราชดำริ โครงการพระธรรมจาริก งานสังคมสงเคราะห์ราษฎร งานพัฒนาพื้นที่สูง เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมให้ราษฎรบนพื้นที่สูง สามารถดำรงชีวิตภายใต้หลักภูมิสังคม และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของตนเอง โดยมีศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง 16 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ เลย เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ราชบุรี ลำปาง ลำพูน อุทัยธานี และสุพรรณบุรี ดูแลราษฎรบนพื้นที่สูง 10 เผ่า 342,652 ครอบครัวจำนวน 1,441,135 คน

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงการพัฒนาสังคม โดย พส. ร่วมกับวัดเบญจมบพิตร ดุสิตวนารามราชวรวิหาร และเครือข่ายภาคประชารัฐ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงพยาบาลตำรวจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัทคาราบาวตะวันแดง จำกัด บริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส จํากัด และกรุงเทพมหานคร ร่วมจัดกิจกรรม “999 ดวงใจร่วมอาลัยพ่อหลวง” เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อราษฎรบนพื้นที่สูง โดยได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางของราษฎรบนพื้นที่สูง 9 ชนเผ่า จาก 20 จังหวัด จำนวน 999 คน ก่อนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการอำนวยความสะดวกดังกล่าว เริ่มต้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 3 ร่วมดูแลอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ราษฎรบนพื้นที่สูงจาก 14 จังหวัดภาคเหนือ โดยรถไฟขบวนพิเศษ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย สู่ปลายทางสถานีรถไฟหัวลำโพง และเดินทางต่อโดยขบวนรถบัสขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ สู่วัดเบญจมบพิตร ดุสิตวนารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดสำคัญที่จัดกิจกรรมพัฒนาและบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวเขามาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2508 สำหรับราษฎรบนพื้นที่สูงที่เดินทางมาในวันนี้ มีจำนวน 999 คน ประกอบด้วย 9 ชนเผ่า ได้แก่

กระเหรี่ยง 249 คน ม้ง 207 คน ลาหู่ 99 คน อาข่า 99 คน เมี่ยน 99 คน ลีซู 99 คน ลัวะ 49 คน ขมุ 49 คน ถิ่น 49 คน และในจำนวนนี้เป็นบุคคลในภาพแห่งความทรงจำ 9 เหตุการณ์ ได้แก่ นายอันไช แซ่ย่าง ชนเผ่าม้ง ผู้เคยร่วมทำพิธีผูกขวัญ

ข้อพระกรพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จหมู่บ้านแม่สาใหม่ ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม
จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2521 นายจอนิ โอ่โดเชา ชนเผ่ากระเหรี่ยง ผู้เคยเข้าเฝ้า เมื่อครั้งเสด็จโครงการหลวงขุนวางและสถานีทดลองการเกษตร ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2528 และ นายเจริญ ไชยกอ ชนเผ่าลาหู่ ผู้เคยเข้าเฝ้าถวายของที่ระลึก เมื่อครั้งเสด็จบ้านห้วยลึก ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 ซึ่งภาพเหตุการณ์ของนายเจริญฯ ได้ถูกจัดพิมพ์เป็นด้านหลังธนบัตรฉบับละ 100 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

“กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท” พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวในตอนท้าย

ชาวตราดเริ่มเข้าแถวแต่เช้ามืด รอแลกธนบัตรที่ระลึก60พรรษา (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243858

ชาวตราดเริ่มเข้าแถวแต่เช้ามืด รอแลกธนบัตรที่ระลึก60พรรษา (ประมวลภาพ)

ชาวตราดเริ่มเข้าแถวแต่เช้ามืด รอแลกธนบัตรที่ระลึก60พรรษา (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.58 น.

หลังจากที่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารกสิกร และธนาคารออมสิน ทุกสาขาทั่วประเทศ ได้เปิดให้แลกธนบัตรธ เนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา (พ.ศ.2530) ชนิดราคา 60 บาท แลกได้ในราคา 60 บาท และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100ปี ธนบัตรไทย (พ.ศ.2545) ชนิดราคา 100 บาท แลกได้ในราคา 100 บาท ซึ่งธนาคารได้รับการจัดสรรชนิดละ 1 แสนกว่าฉบับ ให้ประชาชนทั่วไปสามารถแลกได้คนละ 1 ใบ

9 พ.ย.59 โดยบรรยากาศที่จังหวัดตราด ที่หน้าธนาคารออมสิน สาขาถนนชัยมงคล ต.บางพระ  อ.เมือง จ.ตราด ประชาชนชาวตราดจำนวนกว่า 300 คน ได้เดินทางมาเข้าแถวรอคิวเพื่อแลกธนบัตรที่ระลึกดังกล่าวตั้งแต่เวลา  07.00  น. และเมื่อถึงเวลาธนาคารเปิดทำการในเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ธนาคารได้แจกบัตรคิวที่เตรียมไว้จำนวน 120 คิว ให้ประชาชนที่เข้าแถวรอ ได้เข้าไปแลกธนบัตรภายในธนาคาร และพบว่า บัตรคิว 120 คิวต้องวนใช้ถึง 2 รอบ อย่างไรก็ตาม ธนาคารแจ้งว่า ธนบัตรทั้งสองชนิดมีเพียงพอให้ประชาชนชาวตราดได้แลกครบทุกคน

นางเกสร สุนาตุ ชาวตราดที่เดินทางมาแลกธนบัตรที่ได้แลกธนบัตรเป็นรายแรก กล่าวว่า ตนเองมากับเพื่อนตั้งแต่ 04.00 น. เพื่อมารอแลกธนบัตร ดีใจมากที่แลกธนบัตรที่ระลึกชนิดราคา 100 บาทได้ เสียดายที่ได้แค่ใบเดียว แต่ก็คุ้มมากกับการรอคอย เพราะจากประสบการณ์ที่เคยไปแลกที่ธนารักษ์ ไม่สามารถแลกได้ เพราะมีคนเยอะมาก และธนารักษ์จะให้แลกแบบเป็นชุดด้วย เมื่อถึงคิวของธนาคารให้แลกจึงเดินทางมาแต่เช้ามืดเพื่อแลกธนบัตรที่ระลึก

ส่วนที่ธนาคารกรุงไทย สาขาตราด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกสิกรไทย ประชาชนชาวตราดจำนวนมากเดินทางมารอเพื่อรับบัตรคิวจากทางเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อแลกธนบัตรใบละ 60 บาท ของรัชกาลที่ 9 เอาจะนำไปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ทำให้บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเฉพาะหน้าธนาคารกรุงไทย และกสิกรไทย พี่น้องประชาชนเข้าแถวยาวเหยียด โดยมีพ่อค้านำรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาวางจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนนำไปเป็นที่ระลึกกันอีกด้วย

พสกนิกรไทยหลั่งไหล ถวายบังคมหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243856

พสกนิกรไทยหลั่งไหล ถวายบังคมหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

พสกนิกรไทยหลั่งไหล ถวายบังคมหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.38 น.

9 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน พสกนิกรทุกหมู่เหล่าเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 โดยตั้งแต่เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง อนุญาตให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี ตั้งแถวรอหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพื่อรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

ขณะที่กลุ่ม “ลูกไทยรักแผ่นดิน” ประกอบด้วย น.ส.วิธรี รักษ์ประสูติ อายุ 63 ปี ข้าราชการครูบำนาญ จ.นนทบุรี, น.ส.พัชริน มลิดล อายุ 45 ปี, ร.ต.ชาญ ขำเมือง อายุ 69 ปี อดีตข้าราชการทหารศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำข้าวสารบรรจุถุง เขียนข้อความ “ข้าวของพ่อ ร.๙” พร้อมเหรียญ 1 บาท ที่เก็บสะสมไว้เพื่อนำไปทำบุญ ได้นำมาติดไว้กับถุงข้าวด้วย

โดย น.ส.พัชริน กล่าวว่า ทางกลุ่มได้นำเงินไปซื้อข้าวสาร 5 อย่างจากโรงสีข้าวพระราชทาน (สหกรณ์บริการถาวรพัฒนา จำกัด) เป็นข้าวหอมมะลิขาว ข้างกล้องหอมมะลิ ข้าวขาวปทุม ข้าวไรท์เบอร์รี่ และข้าวขาว 100% ผสมกันบรรจุใส่ถุง จำนวน 999 ถุง ติดริบบิ้นสีดำ และเหรียญ 1 บาท เพื่อนำมาแจกจ่าย โดยตั้งใจจะนำมาแจกให้ได้ จำนวน 9,999 ถุง

“ที่นำข้าวมาแจกเพราะ พ่อหลวงรักข้าว และทรงเกี่ยวข้องกับข้าวไทย ท่านทรงเห็นความสำคัญของเกษตรกรและชาวนามาก พวกเราจึงอยากให้คนที่มีบทบาทในสังคมหันกลับมาดูแลสนับสนุนเรื่องข้าวและช่วยเหลือชาวนาบ้าง ตามพระราชดำริของพระองค์ ส่วนที่พวกเราซื้อข้าวจากโครงการหลวงมาแจกเพราะพ่อหลวงท่านนำเงินรายได้จากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาพระราชทานให้กับโรงพยาบาลสงฆ์เดือนละ 1 แสนบาทและหน่วยงานอื่นๆ ด้วย จึงอยากทำบุญกับพระองค์ท่าน”

ด้าน ร.ต.ชาญ กล่าวว่า ถึงแม้ตนจะเคยรับราชการเป็นทหารแต่ครอบครัวก็มีอาชีพทำนา และผูกพันกับการทำนา ซึ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตนเคยได้เข้ารับพระราชทานพันธุ์ข้าวจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันพืชมงคลที่ท้องสนามหลวง ซึ่งช่วงนั้นพระองค์ยังทรงแข็งแรงอยู่ จึงรู้สึกภูมิใจและปลาบปลื้มใจมากที่ได้รับเสด็จฯ อย่างใกล้ชิด และตนได้นำข้าวที่ได้ไปเป็นพันธุ์ข้าวขยายเพิ่มนับเป็นสิริมงคลอย่างมาก และได้ปลูกข้าวไร้สารพิษตามแนวพระราชดำริของพระองค์ จึงได้ร่วมในโครงการ “ลูกไทยรักแผ่นดิน” เพื่อสนับสนุนข้าวและชาวนาไทย

ด้าน น.ส.วิธรี หนึ่งในกลุ่ม “ลูกไทยรักแผ่นดิน” กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงเห็นความสำคัญของข้าวอย่างมาก พระองค์ทำด้วยความรักประชาชนโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน พระองค์ทำเพื่อให้ประชาชนมีกินมีใช้ ให้อาชีพ ให้โอกาส ให้ความรู้ในการทำมาหากินที่ยั่งยืนกว่าการให้เงิน จึงทำให้ชีวิตมีความสุขไม่ต้องละทิ้งแผ่นดินบ้านเกิดไปอยู่ตามโรงงานซึ่งไม่ยังยืน และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ก็สอนให้คนรู้จักพอเพียงไม่ฟุ่มเพื่อย ซึ่งสิ่งที่พระองค์สอนตนก็ได้น้อมนำมาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และได้นำสิ่งเหล่านี้ไปอบรมสั่งสอนนักเรียนในเรื่องความประหยัด ความซื่อสัตย์อดทนด้วย

ขณะที่ น.ส.พุธิตา ภูถุ, น.ส.ภัณฑิรา วิประชุม, น.ส.ประพิตร สมีแจ้ง, น.ส.ผกามาศ ปรางค์ชัยภูมิ และ น.ส.สุนิสา รักชาติ ร่วมกันกล่าวว่า ตนและเพื่อนๆ ทั้ง 5 คน เมื่อวานนี้ (7 พ.ย) ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางมาจาก จ.อุดรธานี  ตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพ และเดินทางมาถึงสนามหลวงตี 1 และสำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบสักการช่วงตี 5 รู้สึกดีใจมากที่ได้เดินทางมาในวันนี้ ที่ผ่านมาถึงแม้พวกเราจะไม่เคยได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่านเลย แต่ก็มีความเคารพรักพระองค์อย่างมาก เคยเห็นแต่ในทีวีพระองค์ทรงงานและเสด็จฯ เยี่ยมประชาชนในถิ่นทุรกันดาร และทรงเป็นแบบอย่างที่ดี วันนี้ไม่มีพระองค์ท่านแล้ว ก็จะนำสิ่งที่พระองค์สอนไว้มาเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตที่ดี และวันนี้พร้อมใจกันมากราบสักการะพระบรมศพพระองค์ท่านเป็นโอกาสสุดท้ายที่ได้ใกล้ชิด เพราะคงไม่มีวันนี้อีกแล้ว